|
หัวข้อ : Red Planet Assault : Alpha Gundam Vol.3 "เธอคนนั้น และ........" ข้อความ : อาณานิคมดวงจันทร์เขตที่ 7 เป็นเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนหลุมบนดวงจันทร์ ในช่วงแห่งสงครามนี้ ได้มีการตกลงกันระหว่าง SCAR กับ สหพันธ์ว่าจะไม่มีการรบกันที่นี่ เนื่องจากเป็นเขตของพลเรือน นอกจากที่นี่แล้วยังมีเขตปลอดการบบนดวงจันทร์อีก 5 - 6 แห่ง มาบัสได้ลอบเข้ามาในอาณานิคม โดยจอดกันดั้มไว้ที่ระบบอากาศบนกำแพงอาณานิคมด้านใน โดยมาบัสได้พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองก่อนจะออกจากดวงจันทร์กลับไปยัง อาณานิคมเขต 5 ซึ่งเป็นบ้านของเขา "ทำไมพี่ชายถึงทิ้งพ่อเอาไว้" จูลี่ถามขึ้นมาในห้องขณะที่มาบัสกำลังเตรียมตัวไปจองยานอวกาศ มาบัสนั่งลงมองหน้าจูลี่ "พ่อของจูลี่ช่วยพวกเราไว้นะ เขาอยากให้เราไปที่ที่สงบสุขกว่านี้" "พี่ชายไม่ได้ตอบหนู!" มาบัสนั่งนิ่ง ไม่ใช่ความผิดของเขา เขาพยายามแล้ว แต่เขาจะบอกจูลี่ได้ยังไง จะบอกเด็กที่ต้องเสียครอบครัวไปถึงสองครั้งได้ยังไง "พ่อสัญญากับหนูไว้แล้ว" จูลี่เริ่มร้องไห้ "พ่อสัญญาว่าถ้าสงครามจบแล้วพ่อจะพาจูลี่ไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่โลก พ่อบอกว่าจะพาหนูไป....." จูลี่เริ่มร้องไห้ใหญ่ มาบัสจับที่บ่าของจูลี่ "จูลี่ งั้นพี่ให้สัญญา ถ้าสงครามจบเมื่อไหร่ พี่จะพาจูลี่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่โลกเอง ตกลงไหม" "แต่..แต่..ถ้าพี่ชาย ทิ้งจูลี่ไปอีกคนล่ะ" "พี่จะไม่ทิ้งจูลี่แน่ พี่เป็นนักบินกันดั้มนี่ นักบินกันดั้มจะนำสันติภาพคืนมาใช่ไหมล่ะ งั้นพี่ก็ต้องเอาสันติภาพกลับมาให้ได้ แล้วพี่จะตายได้ยังไง" "จริงๆนะ" "จริงสิ จูลี่หยุดร้องก่อนนะ" จูลี่เริ่มหยุดร้อง มาบัสคิดในใจ ตอนนี้เขาต้องมีความรับผิดชอบขึ้นมามากกว่าที่จะเอาตัวรอดไปแล้ว เขาไม่เพียงแต่ต้องเอาตัวรอดแต่ต้องดูแลเด็กผู้หญิงคนนี้ไปให้ตลอดอีกด้วย "จูลี่อยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่กลับมา อย่าไปไหนนะ" "ฮื่อ!" มาบัสเดินออกไปจากห้องลงมาที่ล๊อบบี้โรงแรม ตอนที่เขาจะเดินออกไป มีผู้หญิงเดินมาทางเดียวกับเขา เขาไม่รู้ตัวเลยเอาขาไปขวางจนผู้หญิงคนนั้นล้มลง "อ๊ะ!! ขอโทษครับ" มาบัสยื่นมือไปจะจับให้เธอลุกขึ้น แต่เธอกลับวาดมือไปรอบๆ เหมือนจะหาอะไร "เอ๋? นี่คุณ ....เอ่อ.... คุณมองไม่เห็นเหรอครับ" เธอไม่ตอบแต่ยังคงควานหาเครื่องนำทางสำหรับคนตาบอดต่อไป (เป็นเครื่องมือลักษณะคล้ายไม้เท้าแต่จะมีลูกกลมตรงปลายลอยอยู่ สามารถนำทางไปยังสถานที่ที่ต้องการจะไปได้ และสามารถใช้พาหลบสิ่งกีดขวางและหลุมได้ จะหยุดทำงานเมื่อผู้ใช้ปล่อยมือออก) มาบัสช่วยพยุงเธอขึ้น และจับมือเธอมาจับเครื่อง "เอ่อ คุณจะไปไหนครับ ผมช่วยไปส่งให้ไหมครับ" "ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ตาบอด แค่มองได้ลำบากเท่านั้น" เธอเดินออกจากโรงแรมไปเอง แต่เดินไปไม่เท่าไหร่ ก็เกือบจนโดนรถชนเข้าอีก "จะบ้าเหรอไง!!" คนขับรถตะโกนมาแล้วขับหายไป "ผมว่า แค่มองลำบากก็แย่มากแล้วล่ะ แล้วไอ้เครื่องนั่นน่ะ มันใช้พาหลบกำแพงกับเสาได้ก็จริง แต่มันช่วยให้หลบรถไม่ได้หรอกครับ" มาบัสตามมาช่วยเธอ มาบัสพาผู้หญิงคนนั้นเดินไปในเมือง โดยช่วยห้ามรถให้ระหว่างทางด้วย "เอ่อ ผมชื่อมาบัส คุณชื่ออะไรครับ" "...................จะรู้ไปทำไม ยังไงเราก็คงไม่ได้พบกันอีกอยู่แล้ว" "แต่ผมว่าถ้าจะผมเรียกว่า "คุณ" ไปเรื่อยๆล่ะก็คงจะลำบากเวลาจะเตือนอะไรนะครับ เพราะเมืองนี้น่ะ มี "คุณ" เต็มไปหมด" ".................. อารีส" "อ้อ....... คุณอารีส คุณโชคดีจัง ที่ผมก็กำลังไปสนามบินพอดี ไม่งั้นผมคงต้องให้คนอื่นช่วยคุณแทนแน่ๆ แย่จังนะครับ ตอนมีสงครามนี่ ไม่มีรถแท๊กซี่ซักคัน" "ถ้าทำงานขับรถในเขตสงครามอย่างนี้ ชีวิตคงสั้นนะ จะหาที่หลบกระสุนก็ลำบาก" "อ้า!! ยอมคุยด้วยแล้วเหรอครับ " ในที่สุดทั้งสองคน ก็เดินมาจนถึงสนามบิน ในดวงจันทร์ที่เป็นสนามรบนี้ การเดินทางออกไปเป็นทางที่ดีที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ก็เลยมีคนอยู่เต็มไปหมด "แน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้พาคุณไปต่อ" อารีสไม่ตอบแต่เริ่มเดิน "งั้นผมไปก่อนนะ" มาบัสเดินจากไปพลางหันกลับมามองพลาง หลังจากมาบัสจองที่นั่งในยาน เขากลับมาที่ทางเข้าอีกครั้ง เพื่อว่าอาจจะพบกับอารีสได้อีก "ไม่มีคนชื่อนี้มาจองหรอกค่ะ" "คุณแน่ใจนะ ช่วยตรวจดูอีกทีได้ไหม" "ตรวจมา 3 ครั้งแล้วค่ะ ไม่มีคนชื่อ คาซามะ ชุน มาจองที่นั่งพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง แน่นอนค่ะ" ".....................ขอบคุณค่ะ" อารีสเดินออกมาจากประชาสัมพันธ์ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "นี่อารีสพูด แน่ใจนะว่าเครื่องอัลฟ่า มาที่นี่น่ะ (ฟังเสียงตอบ) แต่เขาไม่ได้มาที่สนามบินนี่ บอกที่อยู่ให้ละเอียดกว่าได้ไหม (ฟังเสียงตอบ) เข้าใจแล้ว" อารีสกดวางสาย "บ้าจริง!! หายไปไหนของเธอนะ คาซามะ" "คุณอารีส!!" มาบัสตะโกนเรียกเสียงดัง แล้ววิ่งมาหา "จองที่นั่งแล้วใช่ไหมครับ งั้นผมจะไปส่งคุณที่โรงแรมเอง ยังไงก็พักที่เดียวกันอยู่แล้ว" "ขอบใจ แต่ฉันยังมีธุระที่นี่อีก เธอกลับไปก่อนเถอะ" "ธุระนานมากไหมครับ ถ้ายังไงผมจะรอไปส่ง" "นี่เธอคิดจะจีบฉันเหรอไง" "อ้าาา!! ไม่ใช่นะครับ ผม..ผมแค่อยากช่วยคนน่ะ" "อยากช่วยคน?" "ครับ คือว่า ผมไม่สามารถช่วยคนๆหนึ่งไว้ได้ ผมก็เลยอยากจะช่วยคนอื่นๆได้บ้างน่ะ อย่างน้อย ก็เพื่อชดเชยได้บ้างสักนิด..................... แต่จริงๆอาจเพราะผมชอบยุ่งกับเรื่องคนอื่นก็ได้นะครับ แฮะแฮะ เป็นอย่างนี้ประจำนั่นแหละ ผมน่ะ เอ่อถ้าคุณรังเกียจล่ะก็งั้นผมกลับก่อนละกัน" มาบัสตั้งท่าจะหันหลังกลับ "เอ่อ.... เดี๋ยวก่อน" "ครับ" "ที่จริงธุระมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมาก อยู่ไปก็เท่านั้น ฉันว่าฉันกลับพร้อมกับเธอดีกว่า" มาบัสกับอารีสเดินตามทางมาเรื่อยๆ มาบัสพยายามชวนอารีสคุยเรื่องต่างๆตลอดเวลา "จริงสิ! ตาคุณไปโดนอะไรมาเหรอครับ ดูท่าทางคงไม่ได้เป็นมาแต่เกิดนี่ครับ" "............................อะ..........." "อ้า!! (มาบัสทำหน้าตื่น)ขอโทษด้วยครับ ผมคงยุ่งมากไปแล้ว" "........................................................." " ความทรงจำไม่ดีน่ะ ไม่ต้องไปนึกถึงมันให้มากนักก็ดี" "แต่ความทรงจำทีไม่ดีก็เป็นบทเรียนที่ดีของเรา เพื่อไม่ให้อนาคตเกิดเรื่องไม่ดีนั้นอีก" "แต่ถ้าเรามัวแต่มองกลับแต่ในอดีต เราก็จะไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้" "เธอนี่พูดเก่งดีนะ ...........ถ้ามัวแต่คิดเรื่องอดีต ก็มองอนาคตไม่เห็นงั้นเหรอ..............." ทั้งสองยังคงเดินต่อ แต่ในขณะนั้นเอง โมบิลซุท Medoc จำนวนหนึ่ง ได้ร่อนลงภายในเมืองและได้ประกาศออก "ในขณะนี้เราขอประกาศกฎอัยการศึกที่นี่ ห้ามประชาชนออกจากที่พักโดยเด็ดขาด ขอย้ำ เราขอประกาศกฎอัยการศึก ห้ามประชาชนออกจากที่พักโดยเด็ดขาด" อารีสจับแขนเสื้อของมาบัส "รีบพาฉันกลับโรงแรมหน่อย" มาบัสคว้าแขนของอารีสแล้วเดินอย่างเร็วกลับไปโรงแรมที่ทั้งสองอยู่ นักบินของ Medoc ติดต่อกับฐาน Luna 2 เพื่อรายงานการปฏิบัติการ "ขณะนี้ได้ทำการปิดล้อมเรียบร้อยแล้วครับ" "เริ่มตรวจค้นได้ ไม่ว่ายังไงก็หากันดั้มนั่นให้เจอ!!" "เอ่อ.......... ท่านครับเราทำแบบนี้น่ะ ดีแล้วเหรอครับ" "ยังไงก็ต้องหากันดั้มให้ได้ เรื่องนี้กับทางเบื้องบน ฉันจะรับผิดชอบเอง" "รับทราบปฏิบัติ ครับ!" มาบัสพาอารีสมาถึงโรงแรมจนได้ "ขอโทษนะครับ ผมขอตัวก่อน" มาบัสวิ่งขึ้นบันไดไป อารีสยืนนิ่งอยู่ที่นั่นพักนหนึ่ง "พาไป "ที่นั่น" " เธอพูดกับเครื่องนำทางเพื่อให้นำทางไปที่ไหนซักแห่ง มาบัสวิ่งไปที่ห้องพักของเขา และกระแทกประตูเข้าไปอย่างรีบร้อน แต่เขาไม่เจอจูลี่ในห้อง "จูลี่ !! จูลี่ !! ตอบพี่ด้วย อยู่ไหนน่ะ!!" ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากที่ไหนเลย ในตอนนั้นเองทีวีในห้องที่เปิดทิ้งไว้อยู่ ก็แพร่ภาพแถลงการของกองกำลังปฏิวัติ "เราต้องการให้นักบินที่ขับกันดั้ม ยอมมอบตัวและมอบกันดั้มให้เราโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ภายใน 1 ชั่วโมง ขอย้ำ เราต้องการให้นักบินที่ขับกันดั้ม ยอมมอบตัวและมอบกันดั้มให้เรา ภายใน 1 ชั่วโมง อย่าคิดต่อสู้ไม่เช่นนั้น ไม่รับรองความปลอดภัยของอาณานิคมและผู้คน" มาบัสมองเห็นตัวประกันที่ถูกจับไปมีแต่เด็กๆทั้งนั้น และหนึ่งในนั้น คือจูลี่ !! "ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!!" มาบัสวิ่งออกจากโรงแรมทันที พวก SCAR คิดว่ากันดั้มคือการตอบโต้ของอาณานิคมบนดวงจันทร์ จึงได้ใช้อาณานิคมมาขู่ "พวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยนะ" มาบัสหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเจอมา มันกำลังจะเกิดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ที่นี่มีคนอยู่มากกว่า ที่สำคัญมีเด็กๆอยู่มากมายด้วย มาบัสไปยังที่ๆเขาซ่อนกันดั้มไว้ และขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับ แล้วเดินเครื่อง เด็กๆที่ถูกจับมาถูกนำมารวมไว้ที่ศูนย์กลางเมือง มีโมบิลซุทล้อมรอบ จูลี่ถูกจับมาพร้อมๆกับคนอื่นแต่ว่าเธอไม่กลัวมากเท่ากับเด็กคนอื่นๆ "ฮือ ฮิอ" "ไม่ต้องร้องหรอก" "แต่ว่าพวกนี้จะฆ่าพวกเรานะ ฉัน ฉันน่ะไม่อยากตายนะ ฮือออ" "พี่ชายไม่ปล่อยให้พวกเราตายหรอก พี่ชายต้องมาช่วยเราแน่ เพราะพี่ชายเป็นนักบินกันดั้ม พี่ชายจะเป็นคนนำสันติภาพกลับมา" ที่ห้องนักบินของMedoc เครื่องหนึ่ง "จับสัญญาณ พลังงานกำลังมุ่งมาทางนี้ครับ" "มาจนได้สินะ กันดั้ม" นักบินหัวหน้ากองพูดขึ้น มาบัสขับกันดั้มบินมุ่งมากลางเมืองที่จุดที่จับเด็กๆเอาไว้ แล้วลงจอด "มาแล้วเหรอกันดั้ม!! เอาล่ะลงจากโมบิลซุทซะ!!" "เข้าใจแล้ว!! อย่าทำอะไรเด็กๆนะ!!"มาบัสเปิดห้องคนขับออก แล้วเดินยกมือออกมา ทันใดนั้น Medoc เครื่องที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ถูกบางอย่างฟันขาดครึ่งตัว และ ระเบิดต่อหน้าเขา กันดั้มอีกเครื่อง กันดั้มที่มีอาวุธเป็นลำแสงเซเบอร์ ติดที่แขนทั้ง2ข้าง ออกมาเป็นรูปอาวุธเหมือนกับแส้ที่ใช้ ตัดได้ทุกอย่างที่ตวัดไปโดน "คาซามะ!! เข้าไปเร็วเข้า!!" เสียงดังมาจากอุปการณ์สื่อสารในโมบิลซุท "เอ๋!! เสียงนี่!! คุณ.. คุณอารีส!!" มาบัสกระโดดเข้ามาในกันดั้มอีกครั้งแล้วปิดที่นั่งคนขับ "เอ๋ เธอ เธอคนนั้นนี่ ทำไม..." ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร กันดั้มของอารีสก็โดนยิงที่ด้านหลัง " หนอย!! " กันดั้มของเธอตวัดอาวุธแส้บีมเซเบอร์ ตัดMedoc ขาดครึ่งไปอีกเครื่อง มาบัสรีบพุ่งไปยังเด็กๆ แล้วเปิดที่นั่งคนขับออก "ทุกคนเร็วเข้ารีบวิ่งมาที่กันดั้มนี่เร็ว!!" แต่เด็กส่วนใหญ่ ยังสั่นกลัวกันอยู่ "แย่จริง" มาบัสต้องบังคับกันดั้มให้นั่งลงกันกระสุนที่ยิงมาไม่ให้ถูกเด็กๆ "วิ่งไปที่ตึกสนามบินเร็วเข้า" ถึงตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่ก็เริ่มเข้ามาช่วยพวกเด็กๆแล้ว มาบัสกระโดดลงมาหาจูลี่ "พี่ชายมาช่วยจูลี่จริงๆด้วย" "จับพี่ให้แน่นๆนะ" มาบัสคว้าตัวจูลี่แล้วขึ้นไปบนกันดั้มอีกครั้ง กันดั้มของอารีส ทำลายMedoc ไปตัวแล้วตัวเล่า จนกระทั่งโดนยิงเข้าที่ด้านหลังหนึ่งนัด จนผงะไป จากนั้นก็โดนระดมยิงอย่างหนัก จากทางด้านหลัง โดยโมบิลซุทที่เหลือ "คุณอารีส !! " กันดั้มของมาบัสยิงไรเฟิลใส่ Medoc ที่อยู่ด้านหลังของอารีสจนระเบิดกระจุยไปหมด อารีสเมื่อตั้งหลักได้ก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับมาบัส "ทำไมเธอถึงมาขับเครื่องอัลฟ่าได้!! แล้วคาซามะอยู่ที่ไหน" "คาซามะ คุณรู้จักคาซามะด้วยเหรอ?" กำลังเสริมของ SCAR เริ่มบุกเข้ามาจากด้านนอกอาณานิคม มีทั้งโมบิลซุทและยานรบหลายลำทีเดียว "ฮึ่มม ไม่มีเวลาพูดมากแล้ว นี่!! ถ้าไม่อยากตายก็ตามฉันมา" " เอ่อ อ๋า ... ครับ!!" กันดั้มทั้งสองเครื่องบินฝ่าวงล้อมออกไปทางด้านหนึ่ง อารีสฟันโมบิลซุทที่เข้ามาใกล้ขาดไปหลายตัว ส่วนมาบัสก็ยิงป้องกันตัวจนฝ่าออกไปได้ "นี่อารีสพูด พบเครื่องอัลฟ่าแล้ว แต่คาซามะหายตัวไป ตอนนี้พลเรือนขับเครื่องนั้นอยู่ จะพาไปที่จุดนัดพบเดี๋ยวนี้ (ฟังเสียงตอบ) ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ต้องให้ท่านซาฟิลตัดสินใจเองว่าจะเอายังไงต่อ" กันดั้มทั้งสองเครื่องบินหายไปอีกครั้ง จาก : alcalshel - 14/02/2001 23:37 |