หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 34 - Palace of The Fireflies 1 (จิตใจที่คลางแคลง) -
ข้อความ : เคนนี่ยืนนิ่งอยู่ในสวนด้านหลังจวนเจ้าเมืองวินด์ฮิล ตาจ้องไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แล้วก็เริ่มออกวิ่ง
ในจังหวะที่วิ่งก็ยกมือทั้งสองขึ้นสูง แล้วพริบตาเมื่อวิ่งไปได้ราว 6-7 ก้าว เคนนี่ก็สะบัดมือไปวางบนพื้น ส่งท่อนล่างของตัวเองขึ้นไปกลางอากาศในพริบตา
ในท่าล้อเกวียน แล้วก็ตามด้วยท่าตีลังกากลับหลังอีกชุดใหญ่อย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน ลีลาของเขาดูลื่นไหลสวยงามเป็นธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ
เคนนี่ตีลังกาในท่านี้อย่างรวดเร็วไปตามแนวยาวของสวน จนถึงจังหวะหนึ่ง เขาก็สปริงตัวขึ้น ส่งร่างขึ้นไปสูงกว่าหกเมตร หมุนตัวไปมาแบบนักยิมนาสติก 10 รอบ
ซัมเมอร์ซอลท์แบบใส่เกลียวทุกรอบอีกต่างหาก ก่อนจะลงมายืนกับพื้นอย่างสวยงาม
หลังจากลงพื้นท่าสวยเรียบร้อยแล้ว เคนนี่ก็หอบหนักๆ ออกมาสองสามหน
เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาค่อยๆ หันหน้ามองไปทางทิศหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ที่ตรงนั้น เป็นม้านั่งกับโต๊ะหินอ่อนขนาดให้คนนั่งกันได้ 5-6 คนตั้งอยู่
เขาคล้ายจะเห็นเงาบางๆ สีม่วงของพี่สาวนั่งดูอยู่ตรงนั้น เหมือนอย่างปกติเมื่อ 10 ปีก่อน


" เก่งจังเลย " เสียงพูดใสๆ ทุกเมื่อพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างร่าเริงเสมอของแคร์ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงตบมือแปะๆ อย่างชื่นชม
ที่ตรงนั้น เคนนี่ในวัยราวๆ 6 ขวบ ยืนปาดเหงื่อทิ้งอยู่ หน้าแดงนิดๆ ด้วยความอายที่ถูกชม
" แกล้งชมอีกแล้ว "
" จริงๆ นะ " แคร์ยืนยัน " ถ้าเธอฝึกดีๆ ละก็ เธอจะเก่งกว่าเซเล่คนที่เล่นกายกรรมคนนั้นอีกนะ "
หน้าซีกขวาของเคนนี่ซีดเป็นสีขาวปนน้ำเงิน " อย่าพูดถึงยัยนั่นเลยครับ " เขาพึมพำ " ไม่รู้จะแค้นผมไปถึงไหน "
แคร์หัวเราะกับสีหน้าของเคนนี่ในตอนนี้ ใบหน้าของเธอในตอนนี้ดูน่ารักและสดใสยิ่งนัก
" ช่วยไม่ได้นี่จ๊ะ ตอนนั้นถ้าเธอเฉยๆ ไม่ไปตอบโต้เค้า เรื่องก็จบ จริงมั้ยล่ะ "
" อย่าพูดแบบนั้นสิคร้าบ " เคนนี่พูดเสียงอ่อยๆ " ก็ตอนนั้นยัยบ้านั่นหาเรื่องผมก่อน ผมเลยแค่จะแสดงฤทธิ์ให้ยัยนั่นรู้ซะมั่งจะได้ แค่นั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาจะโชว์ออฟเลย "
" จ้ะๆ " แคร์รับคำ ยังคงมีเสียงหัวเราะอยู่นิดๆ เล่นเอาเคนนี่เอามือปิดหน้า ส่ายหัวไปมาอย่างเอียนๆ
ตอนนั้นที่สายตาของเคนนี่เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นขนาด A4 ในมือของแคร์ บนกระดาษมีตัวหนังสือเขียนยุกยิกเต็มไปหมด แต่ตัวหนังสือนั้นก็เรียงแถวอย่างมีระเบียบ
ไม่ยุ่งเหยิง แสดงถึงนิสัยเป็นระเบียบของผู้เขียนเป็นอย่างดี
" เพลงใหม่เหรอครับ? " เคนนี่ถาม
" ฮื่อ เพิ่งใส่ทำนองกับคนอื่นเมื่อวานนี้เอง " แคร์ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม " ลองฟังดูมั้ย? "
เคนนี่พยักหน้า
ใบหน้าของแคร์มีรอยยิ้มอบอุ่น เธอหลับตาลง หายใจลึกๆ แล้วเปล่งเสียงเพลงอันไพเราะสดใสออกมาเป็นบทเพลงอันน่าประทับใจ

ยามพลบค่ำ เงาน้อย ๆ เหล่านั้นกระโดดโลดเต้น
ผ่านหน้าฉัน วิ่งไล่กันไปถึงที่บ้าน
วันนั้น...วันที่มีภาพเธออยู่กับฉัน
เราเปลี่ยนแลกกัน
ให้เป็นของสำคัญของสองเรา
สัญญามั่น ผูกเชื่อมใจเราเข้าไว้
จนในเวลานี้ ณ วันวันนี้ จะรักษาคำมั่นเสมอ
โอบกอดมันสิ จนถึงคืนวันที่ฉันพบเธอ
แล้วมาเติมเต็มสัญญากัน
หากชีวิตฉันยังคงอยู่ จะเป็นผู้ที่ศรัทธาในคำมั่นนั้น
ตอนนี้เธออยู่แห่งหนใด
สัญญาที่เราเคยให้กัน ยังคงสถิตในหัวใจฉัน ด้วยเหตุนี้...
แม้กี่ฤดูกาลที่แปรผันพลันผ่าน
ฉันจะภาวนา อย่าให้เธอเปลี่ยนไปจากในอดีต และ...
หากสามารถย้อนฟื้นคืนสู่วันของสองเราได้
อยากให้สัญญากับฉันอีกครั้ง
ฉันจะคอยนั่งภาวนา ว่าจะเชื่อมั่นศรัทธาในตัวเธอ


เคนนี่พึมพำร้องเพลงนี้ออกมาด้วยสีหน้ากึ่งเศร้า กึ่งแค้นระคนกัน สองมือกำแน่นแทบจะจิกเนื้อทะลุ
" ดึกแล้วนะ เคนนี่ "
เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยอีกเสียงแทรกเข้ามาในห้วงความคิดของเคนนี่ เขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งพร้อมกับหันหน้าไปทางที่เสียงดังมาทันที
ซึ่งตรงนั้น ร่างบางๆ ในเสื้อสีเขียวกับเสื้อในสีดำสนิทยืนอยู่ จ้องดวงตาสีแดงเพลิงเป็นประกายมายังร่างของเคนนี่ สายลมกลางคืนพัดเล่นกับเส้นผม
และชายเสื้อของเธอจนพลิ้วไสว
" ทำไมยังไม่นอนอีก พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้านะ " ไอร่าพูดในขณะที่เดินเข้ามาหาเคนนี่ " คิดอะไรอยู่รึไง "
" ก็นิดหน่อย " เคนนี่ตอบ " เรื่องเก่าๆ น่ะ "
" เรื่องของพี่สาวอีกล่ะสิ "
ไอร่าแทรกอย่างรู้ทัน ทำเอาเคนนี่เงียบไป
" ใช่ " เขาพูดเบาเกือบไม่มีเสียง
ไอร่าเดินเข้าไปนั่งตรงจุดที่เขามองไปตะกี้เงียบๆ เคนนี่มองตามไปยังร่างบางๆ นั้น
" พรุ่งนี้จะต้องเดินทางแล้วสินะ " เคนนี่พูดขึ้นมาก่อนที่ไอร่าจะพูดอะไร
" นั่นสิ " ไอร่าพูด " ไปที่เมืองเครสต้า แคว้นมาธิลดา.. "
" ...เพื่อทำภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ " เคนนี่แทรกขึ้นมาก่อนที่ไอร่าจะพูดจบคำ
ไอร่าเองยิ้มออกมาได้ เธอเองก็ได้ยินเรื่องนี้มาจากกราเซียในการการพูดคุยถึงภารกิจครั้งใหม่เมื่อตอนบ่ายวันนี้เหมือนกัน


" เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะครับ? " เคนนี่ถามออกมาอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจในหูของตัวเอง
" ชั้นบอกว่า ภารกิจหนนี้เป็น Mission Impossible " กราเซียทวนคำพูดเรียบๆ
ทั้งกลุ่มมีสีหน้างงเต็กไปตามๆ กัน " Mission.. Impossible..? ยังไงครับ? " แอรอนถาม
" เดี๋ยวพอพวกนายได้รู้ว่าจะต้องไปที่ไหนแล้วก็จะรู้เอง "
คราวนี้ทุกคนต่างเงียบกริบ ตั้งใจฟังในสิ่งที่กราเซียจะพูด
" ก่อนอื่น ขอบอกไว้ก่อน ว่าสถานที่ปฏิบัติภารกิจครั้งนี้คือ เมืองเครสตา แคว้นมาทิลดา "
เล่นเอาพวกเคนนี่กับแอรอนต่างเงียบกันไป ทั้งสองต่างรู้ดีว่ากอร์โดนั้นเกลียดพวกเขามากแค่ไหน โดยเฉพาะ 3 วิบัติประจำกลุ่มอย่าง เคนนี่ แอรอน และรัซเซลล์นั้น
ถูกเกลียดมากเป็นพิเศษ ซึ่งผลพวงก็มาจากการเป็น "เจ้าภาพงานเลี้ยง" เมื่อหลายปีก่อนของพวกเขา
" กอร์โดแห่งเมืองเครสตา ยังไม่มีท่าทีแน่ชัดกับสงครามนี้ " กราเซียอธิบายต่อ " แต่จากที่สายสืบของชั้นในเมืองนั้นส่งข่าวมา ตอนนี้ในเมืองเครสตามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
กำลังเคลื่อนไหวแปลกๆ อยู่ กอร์โดเองก็ไม่น่าไว้วางใจ ถึงตอนที่กองทัพของท่านแอนนาเบลที่ถูกกองทัพของกีล่าไล่ตามมาจะถูกกอร์โดหยุดไว้ได้ก็ตาม แต่ก็แปลกที่กองทัพของเครสตา
ยกออกไปเจอกัน และเหมือนจะมีการพูดคุยอะไรกันบางอย่าง จู่ๆ กองทัพของเจ้ากีล่าก็ถอยไปอย่างไม่มีสาเหตุ "
" ไม่น่าเป็นไปได้ " เคนนี่โพล่งออกมา
" ใช่แล้ว ไม่น่าเป็นไปได้ " กราเซียทวนคำ " นอกจากนี้ ภายในเมืองยังมีกลุ่มคนแปลกๆ กำลังเคลื่อนไหวเพื่อทำอะไรบางอย่างอยู่ภายในเมืองเครสตาอีกด้วย ซึ่งชั้นเองก็
ไม่แน่ใจนักว่าสองเรื่องนี้มันจะเกี่ยวข้องอะไรกันรึเปล่า "
กราเซียเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อพักหายใจแล้วพูดต่อ
" ดังนั้น พวกนายทุกคนก็จะต้องเข้าไปที่เมืองเครสตา เพื่อสืบว่ามันเกิดอะไรขึ้นในเมืองนั้นกันแน่ "
เล่นเอาหน้าของพวกเคนนี่ (เฉพาะเคนนี่กับแอรอน) เปลี่ยนสีไปเลยทีเดียว
" เข้าใจกันแล้วใช่มั้ยว่าที่ชั้นบอกว่าภารกิจนี้เป็น Mission Impossible น่ะหมายความว่าไง "
ทุกคนต่างเงียบ คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะต่างรู้กันดีถึงวีรกรรมเรื่อง 'งานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่' ที่เมืองเครสตา อันเป็นหนึ่งในเกียรติประวัติอันสุดแสนจะงดงาม
ที่เคนนี่ แอรอน และรัซเซลล์ ฝากเอาไว้ให้ประทับใจไม่รู้ลืม
ประทับใจถึงขนาดลุงกาโดยังอดไม่ได้ที่จะต้องเขกกบาลอย่างนุ่มนวลคนละทีจนลอยจากฟากตะวันออกของเมืองเอลแลนไปยังฟากตะวันตก
เพราะเหตุนี้ เปอร์เซ็นต์การกระทบกระทั่งกับคนในปราสาทเครสตาจึงมีค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้ภารกิจพังได้ง่ายๆ
" และคงเข้าใจกันใช้รึเปล่าว่าทำไมงานนี้ กาโดถึงต้องไปกับพวกนาย "
พูดถึงตรงนี้ ก็ยิ่งทำให้หน้าของเคนนี่กับแอรอนยิ่งเปลี่ยนสีสลับกันได้หลายสีมากขึ้น
" ก็ไปควบคุมความประพฤติอะเดะ... " ทั้งสองพูดกับตัวเองในใจ ถอนหายใจอย่างซังกะตาย แล้วเหลือบตาไปมองใบหน้าเหมือนยักษ์วัดแจ้งที่จ้องมาอย่างกับจะค้นหา
ความผิดของกาโดอย่างหวั่นๆ


ไอร่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าที่เปลี่ยนสีไปมาเป็นสัญญาณไฟจราจรของเคนนี่ในตอนนั้น ส่วนเคนนี่ได้แต่จับหัวตัวเองพร้อมกับส่ายไปมา
จากนั้นเขาก็เดินไปที่ม้านั่งตัวหนึ่ง เงยหน้าขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮัมเพลงออกมาเบาๆ เป็นเพลงเดียวกับที่เขาร้องในตอนแรก

สัญญามั่น.. ผูกเชื่อมใจเราเข้าไว้...
จนในเวลานี้... ณ วันวันนี้... จะรักษาคำมั่นเสมอ...
โอบกอดมันสิ.... จนถึงคืนวันที่ฉันพบเธอ...
แล้วมาเติมเต็มสัญญากัน...
หากชีวิตฉันยังคงอยู่... จะเป็นผู้ที่ศรัทธาในคำมั่นนั้น...

เคนนี่ร้องท่อนนี้ด้วยสีหน้าเศร้ามากกว่าท่อนอื่นๆ โดยเฉพาะท่อนท้าย เขาถึงกับหลับตาแน่นราวกับจะข่มความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ให้ออกมา เสียงของเขาในตอนที่ร้อง
ก็เริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินเพลงนี้ สีหน้าของไอร่าก็เปลี่ยนเป็นหมองๆ ยังไงชอบกล
" เธอคงจะรักพี่แคร์มากเลยนะ " ไอร่าพูดโดยที่ไม่หันกลับมา
" แน่นอนอยู่แล้ว " เคนนี่ตอบ " ถ้าไม่ได้พบกับพี่แคร์ในตอนนั้น ชั้นก็คงจะตายเพราะความหนาวและความหิวที่เมืองนั่นไปแล้ว "
" ... "
" สำหรับชั้นแล้ว พี่แคร์น่ะ... "
" เป็นทุกอย่างในชีวิต... ใช่มั้ย... "
เสียงของไอร่าเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาแทรกเสียงของเคนนี่ ทำเอาเคนนี่หยุดชะงักไป
ไอร่าก้มหน้าไปทางหนึ่งด้วยท่าทางเจ็บปวดกับบางสิ่งบางอย่างจากคำพูดของเคนนี่
แววเจ็บปวดนั้นอยู่เพียงวูบเดียวเท่านั้น แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว กลับเป็นสีหน้าของไอร่าตามปกติ แล้วหันมาพูดกับเคนนี่
" เคนนี่ เธอเคยคิดมั้ย ว่าซักวันนึง... "
ไอร่าเงียบไปเมื่อพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าขาวนวลปรากฏสีแดงเรื่อ
" ซักวันนึง เธอจะมีใครคนอื่นที่เป็นคนสำคัญ.. สำคัญเท่าๆ กับพี่สาวของเธอ "
เคนนี่อึ้งไปกับคำพูดของไอร่า
" เอ่อ... คือว่า... "
ในตอนที่เคนนี่กำลังพูดตะกุกตะกักนั้นเอง
แสงสีเหลืองอมเขียวเล็กๆ ส่องประกายวาบๆ ประมาณสิบกว่าดวงได้ บินออกมาจากพุ่มไม้ด้านหนึ่ง ลอยไปลอยมาขึ้นลงช้าๆ อยู่ตรงนั้น
ทั้งเคนนี่และไอร่าต่างมีสีหน้าแปลกใจ
" หิ่งห้อย " ทั้งคู่อุทานออกมาเกือบพร้อมกัน
" นี่มันหน้าร้อนนี่นะ จริงสิ " เคนนี่พูดออกมาพร้อมกับยิ้ม แล้วเดินไปที่ฝูงหิ่งห้อยนั้น ยื่นมือออกไปจับหิ่งห้อยตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว ใช้มือห่อไว้อย่างนิ่มนวลเพื่อไม่ให้ตาย
แล้วปิดนิ้วเอาไว้ เปิดพอให้เห็นแสงวาบๆ ของหิ่งห้อยที่คลานไปมาอยู่ข้างใน
เคนนี่มัวแต่สนใจกับหิ่งห้อย จนไม่ได้สังเกตอาการแปลกๆ ของคนที่อยู่ใกล้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ไอร่ายื่นมือไปจับหิ่งห้อยตัวหนึ่งมาอย่างแผ่วเบา จ้องมองแสงวาบๆ สีเหลืองอมเขียวนิดๆ ในมือด้วยแววตาเศร้าๆ แล้วหันไปมองเคนนี่ที่หันหลังให้อย่างเจ็บปวด


ตอนนั้นเอง หิ่งห้อยตัวนั้นพลันบินออกจากมือของทั้งเคนนี่และไอร่า แล้วลอยสูงขึ้นไปบนฟ้าทันที พร้อมกับพรรคพวกอีกกว่าสิบตัวที่บินตามไปเป็นพรวน
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองตามหิ่งห้อยกลุ่มนั้นขึ้นไปบนหลังคา
ที่นั่น ร่างหุ้มเปลือกสีน้ำเงินในผ้าลินินเก่าๆ พันตามตัวกับเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นสีมอๆ นั่งอยู่ รอบตัวมีหิ่งห้อยราวๆ 20 ตัวส่องประกายวาบๆ อยู่เต็มไปหมด
" สตัน " เคนนี่เพียงแต่พูดในใจเท่านั้น ไม่ได้พูดเสียงดังหรือพยายามจะเรียก เนื่องจากไม่อยากไปรบกวนเวลาส่วนตัวของสตัน


สตันยื่นมือออกไปข้างหน้าราวกับจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเอง หิ่งห้อยตัวหนึ่งก็บินมาเกาะที่ปลายนิ้วที่เป็นเปลือกสีน้ำเงินของเขา
เขาค่อยๆ หดมือกลับอย่างช้าๆ จ้องมองหิ่งห้อยที่เกาะบนนิ้วนั้นด้วยแววตากึ่งยินดี กึ่งเศร้าสร้อย กึ่งเจ็บปวด
ภาพใบหน้าเล็กๆ ที่แดงจัดด้วยพิษไข้ของเด็กหญิงเล็กๆ ผุดขึ้นมาในสมองของสตัน
เสียงเล็กๆ ดังอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
พี่จ๋า... อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียว...
หนูกลัว....


ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ค่ายทหารของวอร์เรนเซีย ณ เมืองมิวส์
ภายในกระโจมขนาดใหญ่ภายในโซนรับผิดชอบของกองทัพสมิงแห่งวอร์เรนเซีย
ฟีนิกซ์ยืนประจัญหน้าอยู่กับเดธมาคส์ แม่ทัพใหญ่กองทัพสมิงผู้อยู่ในฐานะ "เจ้านาย" ของเขาด้วยแววตาไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งนั้น แต่มุมปากกลับอวดยิ้มกวนๆ แบบ
นักเลง ยืนในลักษณะของนักเลงอีกเช่นกัน คือ มือล้วงกระเป๋ากางเกง เอียงคอมองคนอื่น ท่ายืนก็ไม่ใช่ท่ายืนตัวตรงอย่างที่ควรยืนต่อหน้าเจ้านาย
เดธมาคส์ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรกับท่าทางของฟีนิกซ์นัก
สิ่งเดียวที่เขาสนก็คือ สิ่งที่ฟีนิกซ์นำมาให้ต่างหาก
เดธมาคส์กำลังยกมือขวาที่กำไว้หลวมๆ พอให้เห็นฝ่ามือขึ้นมาดู ภายในมือนั้นมีแสงประหลาดเป็นสีเขียวอ่อนส่องออกมา
แสงนั้น แท้จริงก็คือผลึกรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนอันหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับอันที่ติดอยู่บนหน้าผากของเดธมาคส์ กับอันสีน้ำเงินที่ได้มาจากมิวส์ ต่างกันแค่สีเท่านั้น
แสงสีเขียวอ่อนสะท้อนเป็นประกายในดวงตาของเดธมาคส์ที่เต็มไปด้วยความยินดีอย่างบ้าคลั่ง
" เรียบร้อยดีมาก " เดธมาคส์เอ่ยชม " ที่สามารถนำผลึกนี่กลับมาได้ แต่ก็มีเรื่องน่าตำหนิอยู่ นั่นคือ การเอาความมีตัวตนของหน่วยไปแพร่ให้ฝ่ายศัตรูรู้ ซึ่งแม้จะแค่เล็กน้อย
แต่รอยรั่วเล็กน้อยนี่แหละ ที่จะทำให้เกิดเป็นรอยแตกใหญ่ทำให้เราพินาศได้ "
ฟีนิกซ์ไม่มีท่าทางเดือดร้อนเลยซักนิด
" ผมขอยอมรับผิดในข้อนี้ " ฟีนิกซ์พูด ท่าทางดูไม่สำนึกผิดเลย " แต่คิดว่าแค่คนของหน่วยเปิดเผยตัวออกไปคนเดียว คงไม่ทำให้หน่วยของเราเสียหายอะไรขนาดนั้น
ไม่ใช่เหรอครับ นอกจากนี้ ผมเองก็ไม่ได้เอ่ยพาดพิงไปถึงตัวท่านหรือว่าคนในหน่วยคนอื่นเลย ดังนั้น พวกนั้นไม่มีทางสืบสาวราวเรื่องราวไปได้มากกว่านี้ "
เดธมาคส์ยืนนิ่งฟังเจ้านกแก้วนกขุนทองพูดแก้ตัวอย่างสงบ ไม่มีท่าทางโกรธหรือไม่พอใจเลย " แต่ก็คงจะทำให้พวกนั้นระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมละ "
" แต่ท่านก็ไม่ได้เดือดร้อนไม่ใช่หรือครับ " ฟีนิกซ์ถามยิ้มๆ " ยิ่งคนของหน่วยที่ท่านส่งไปคราวนี้คือ 'สองคนนั้น' แล้วละก็ ต่อให้พวกนั้นรู้เรื่องของหน่วยเรา
แล้วระวังตัวแจแค่ไหน ถ้าพวกนั้นคิดจะเล่นงานละก็ ไม่มีทางหลุดรอดไปได้แน่นอน "
ถึงตรงนี้ ใบหน้าของเดธมาคส์ก็ปรากฏรอยยิ้มแปลกๆ แล้วพูด " 'มิสทิค' เอเดลไวท์ กับ เนอร์วาน่า 'ไร้เงา' น่ะรึ "
เสียงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบนั้น
" แฟคเตอร์ทุกอย่างกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ " เดธมาคส์พึมพำ " ดังนั้น ก็ควรจะได้เวลา 'เชิญเสด็จ' มายังที่นี่แล้วยังงั้นสินะ "
เสียงหัวเราะหึๆ เพียงเบาๆ ในตอนแรก กลายเป็นเสียงหัวเราะฮ่าๆๆ อย่างบ้าคลั่งบนยินดีอย่างบอกไม่ถูก สร้างความขนพองสยองเกล้าให้กับทุกคนที่ได้ยินเสียงนี้

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
เพลงเด็ดประจำตอน
Yakusoku จากเรื่อง Love Hina ครับ
อำนวยการโดย คนเสพ Love Hina

จาก : Dark Master - 11/02/2001 18:50

ข้อความ : :
จำได้แล้วล่ะดาร์ก 'มิสทิค' เอเดลไวท์ <-- ข้อยเอง ^^


จาก : มิตสึกิ - 11/02/2001 22:46

ข้อความ : ตามอ่านครบแล้วน่อ.. ยาวดีจริงๆขรับ ^^;;

จาก : ioroid - 12/02/2001 07:43

ข้อความ : เย้..ตอนต่อออกจนได้..อืม..ตอนนี้เรื่องยังไม่ค่อยเดินแฮะ...
/me รอคอยความมันส์... แหะๆๆ ^ ^

จาก : Cid - 12/02/2001 09:34

ข้อความ : " เป็นทุกอย่างในชีวิต... ใช่มั้ย... " <--- อ่านตรงนี้แล้วบีบคั้นจิตใจชะมัดเลย......เคนนี่ก็มัวยึดติดกับพี่สาวอยู่ได้ไม่หันมามองคนที่รักตัวเองเล้ยยยยย -_-;;;
สงสัยคราวนี้สตันจะได้เด่นเพราะเริ่มมีระลึกความหลังแล้ว :P
( ' ' )oO(แล้วตูล่ะ? ไปอยู่ไหนหนอ?)

จาก : xelloss - 12/02/2001 11:10

ข้อความ : "เชิญเสด็จ"<---- เป็นใคร? หรือหมายถึง "อะไร" หรือค่ะ? ^-^;;

จาก : Alicia - 12/02/2001 16:01

ข้อความ : Good just like the other one

จาก : Maro - 13/02/2001 05:21

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1