|
หัวข้อ : ***เทพบุตรผู้พิทักษ์ ตอนที่ 19 นัดพบหน้า..กับความลับของสร้อยเส้นนั้น *** ข้อความ : บทที่ 19 นัดพบหน้า..กับความลับของสร้อยเส้นนั้น เจ้าชายเมราซัสหายตัวไปเกือบสองเดือนแล้ว ชิรินรู้สึกกังวลเป็นที่สุด ยิ่งตอนนี้องค์ฟาลอสเสด็จกลับเมืองหลวงแล้ว ดูท่าสักวันเรื่องนี้คงไม่สามารถปกปิดพระองค์ได้ วันนี้ตอนไปเข้าเฝ้าก็ทรงรับสั่งถามถึงเจ้าชาย เขาได้แต่กราบทูลว่าอีกฝ่ายเก็บตัวในห้องลับเพื่อฝึกพลัง ด้วยรู้ดีว่าหากทรงทราบว่าเจ้าชายแอบหนีออกไปจากเมืองหลวง เรื่องที่พวกเขาถูกลงโทษนั้นหาได้สนใจไม่ เกรงก็แต่เจ้าชายจะทรงโดนตำหนิเท่านั้น สองพ่อลูกมักมีเรื่องให้เถียงกันเสมอ และเจ้าชายก็มักโทษพระบิดาหาว่าทรงเผด็จการ ทุกครั้งที่มีเรื่องก็ต้องให้เขากับไทอิลตามไกล่เกลี่ย.. ฉะนั้น..อย่าให้มีเรื่องกันเป็นดีที่สุด กลับมาถึงวังรัชทายาทเห็นคาลาธกับริวจิลจูงม้ากันคนละตัวกำลังจะออกไปข้างนอก นั่นพวกเจ้าสองคนจะไปไหน ? ไปเที่ยว.. คาลาธตอบ ริวจิลเห็นสีหน้าขรึมของพี่ชายใหญ่ก็รู้ว่าวันนี้บรรยากาศไม่ค่อยดีนัก หันไปมองพี่ชายรองอย่างตะครั่นตะครอ หากคาลาธทำเป็นไม่สนใจ ตบไหล่น้องชายคนเล็กบอกให้อีกฝ่ายล่วงหน้าไปก่อนแล้วตนจะตามไป เอาแต่เที่ยวกับเล่นสนุกไปวันๆ รู้จักหน้าที่ของตัวเองบ้างรึเปล่า ? ชิรินเริ่มบรรเลงบ่น คาลาธหันขวับมา เป็นไรไปวันนี้..โดนอาจารย์ตำหนิมาสิ ? แล้วทำไมต้องมาลงกับคนอื่นด้วย.. ? คนน้องชายสวนกลับเสียงเฉื่อยชา หารู้ไม่ว่าจะเป็นการราดน้ำมันลงบนไฟโดยไม่เจตนา ดังนั้นจึงถูกพี่ชายเรียกตัวไปที่ห้องหนังสือ แล้วปิดประตูสวดยับจนหูชา เรื่องทั้งหลายแหล่นับตั้งแต่ที่เขาหาเรื่องแกล้งท่านหญิงราธีนา จนไปถึงงานการไม่สนใจ มัวแต่ชวนน้องเที่ยวก่อเรื่องวุ่นวายถูกรื้อฟื้นเอามาตำหนิ คาลาธถึงกับอึดอัดขุ่นเคืองยิ่ง หากแต่ไม่กล้าโต้เถียง กลับมาถึงเรือนพักจึงระบายโทสะใส่แจกันบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด สะบัดมือปัดมันจนกระเด็นตกแตกกระจายไปบนพื้น ซันจิเดินเข้ามาอดถามเขาอย่างเป็นห่วงมิได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ถูกผู้เป็นนายตวาดใส่จนผงะถอย กลืนน้ำลายหน้าจ๋อยลง ยื่นมือวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ แล้วล่าถอยออกมาอย่างเงียบๆ.. คาลาธหลังจากได้ระบายโทสะก็ค่อยได้สติ รู้สึกตัวว่าทำเกินเลยไป ไม่น่าจะไปตำหนิเด็กหนุ่มเช่นนั้น เบือนหน้าเดินตามออกมาคิดจะเอ่ยปากขอโทษ หากก็รู้สึกเกรงเสียหน้า จึงชะงักเท้าอยู่ตรงประตูแล้วหันกายกลับเข้ามาอีกครั้ง ยามนั้นค่อยเห็นจดหมายที่ซันจินำมาวางไว้ หยิบจดหมายขึ้นมาแกะซองออกอ่าน.. กวาดสายตาครั้นไปเห็นรูปที่วาดอยู่เหนือข้อความที่เขียนมา ถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยนไป นั่นเป็นภาพจี้คริสตัลที่ห้อยอยู่บนสร้อยคอซึ่งเขาทำหายไปเมื่อสองเดือนก่อนนั่นเอง !! อยากได้ของชิ้นนี้.. ให้ออกมารอพบเราที่ศาลาริมทางข้างสะพานบูรพา ..ก่อนอาทิตย์ตกดินวันนี้.. จำไว้..ไปคนเดียว.. ชายหนุ่มพับเก็บจดหมายใส่ซอง หันไปตะโกนเรียกซันจิ แต่พีจาร์วิ่งเข้ามารับหน้าแทน บอกว่าซันจิออกไปข้างนอก เจ้ารู้ไหม.. ใครส่งจดหมายนี้มา ? ไม่ทราบขอรับ ไม่ทันเห็น.. คาลาธส่งเสียงดังอืมในลำคอ ไม่ถามอะไรต่อ.. จดหมายนี้ดูแฝงเลศนัยบางประการ.. ใครคือผู้ส่งจดหมายมา แล้วไฉนต้องนัดเขาไปคนเดียว ดูท่าว่าหากต้องการคำตอบ.. คือต้องไปตามนัดเท่านั้น..!!! ศาลาริมทางข้างสะพานบูรพาสงัดเงียบอ้างว้าง มีเพียงสตรีนางหนึ่งยืนอยู่บนสะพานหันหน้าให้กับอาทิตย์ตกดิน.. บนร่างระหงบอบบางสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่ตัวยาวระพื้นสีฟ้าอ่อน ศีรษะโพกผ้าแพรลื่นบางสีน้ำเงินคลุมผมไว้ สายลมโชยพัดมาเบาๆแพรโพกผมสะบัดพลิ้วอ่อนโยน ใต้แสงสีแห่งสายัณห์ร่างบางดูสะทกสะท้อนหดหู่เดียวดายกระไรปานนั้น คาลาธเมื่อก้าวขึ้นมาบนสะพาน นางค่อยเหลียวหน้ามาช้าๆ พริบตาที่เห็นดวงหน้างามนั้นชัด ชายหนุ่มถึงกับสีหน้าผนึกค้างไปชั่วครู่ด้วยความคาดไม่ถึง ในใจเขม็งตึงเครียดขึ้นมาทันที รีบเกร็งพลังตระเตรียมพร้อมรับมือศัตรู.. นางก็คือ เจ้าแม่กาลีแห่งนิกายมารฟ้า !! ที่แท้เป็นท่าน..!! คุณชายคาลาธ..ดีใจที่ท่านยอมมาพบข้า ท่านสบายดี ? น้ำเสียงนางอ่อนโยนอย่างยิ่งแตกต่างจากตอนแรกที่เคยพบกันกลางค่ายมารเมื่อสองเดือนก่อนแทบสิ้นเชิง ดวงตาคู่งามทอแววประหลาดลึกล้ำเพ่งมองเขาอย่างพินิจ ราวกับอีกฝ่ายคือสมบัติรักของนางที่เคยทำหล่นหายไปแล้วได้กลับคืนมาอีกครั้ง ถึงกับมิยอมให้ทุกส่วนบนใบหน้าและร่างกายของเขาหลุดรอดจากสายตาของนางไปแม้แต่น้อย ชายหนุ่มแม้พบว่าในสายตาคู่นั้นไม่มีวี่แววคิดร้าย หากแต่ก็หาได้ยอมไว้วางใจไม่ ถดถอยหลังไปก้าวหนึ่งค่อยยืนหยัดมั่น แค่นเสียงแข็งกร้าวเย็นชา ท่านนัดข้ามา.. แล้วสร้อยกับจี้คริสตัลชิ้นนั้นเล่า ? เจ้าแม่กาลีชูมือขวาขึ้น ปลายนิ้วเรียวกลมกลึงคีบสร้อยทองเส้นเล็กซึ่งห้อยด้วยจี้คริสตัลเจียรนัยเม็ดกลมรีสีม่วงแกว่งไกวไปมาเบาๆ คาลาธดวงตากระจ่างวูบด้วยความยินดี สาวเท้าเข้ามาอย่างลืมตัว ยื่นมือออกหมายรับ หากนางก็ตวัดเลี่ยงไปด้านข้าง จะมอบคืนให้ท่านก็ต่อเมื่อคุณชายตอบคำถามข้าก่อนสักสองสามข้อ.. นางหยุดเล็กน้อย สุ้มเสียงต่อไปยามเอ่ยคำถามถึงกับสั่นระริกอย่างควบคุมไว้มิอยู่ สร้อยเส้นนี้..ท่านได้มาอย่างไร ? คาลาธเลิกคิ้วอย่างรำคาญ ตอนแรกเข้าใจว่านางจะล้วงถามความลับยิ่งใหญ่ใดในราชสำนัก แต่พอฟังว่าเป็นคำถามนี้ จึงตอบไปอย่างไม่ต้องขบคิด เฮอะ.. ข้าก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน พอข้าจำความได้มันก็แขวนคล้องอยู่บนคอข้าแล้ว.. เจ้าแม่กาลีพลันถามต่อ.. น้ำเสียงยิ่งมายิ่งกระตือรือร้นยิ่ง แล้วบิดามารดาของท่านเป็นใคร.. วันเกิดปีเกิดของท่านเป็นวันใด ? ชายหนุ่มยักไหล่แล้วหัวเราะ อะไรกัน..ถามเรื่องส่วนตัวข้ามากมาย..ถามวันเดือนปีเกิดข้าไปทำอะไร หรือคิดจะเอาไปผูกดวงทำเสน่ห์ข้ารึไง ? ท่านตอบที่ข้าถาม.. น้ำเสียงนางมารเคร่งเครียดลง เน้นเสียงข่มขู่เอาจริง มิฉะนั้น..ข้าจะทำลายสร้อยเส้นนี้ แล้วจะฆ่าท่าน คาลาธย่อมประมาณพลังฝีมือนางได้ว่าเหนือกว่าเขาหลายขุมนัก อย่าว่าแต่คำถามของนางหาใช่ความลับที่จะต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้ ต่อให้ตอบไปตามความเป็นจริงก็หาได้เสียหายอะไรไม่ เขาย่อมฉลาดพอที่จะรู้ สร้อยเส้นนั้นมีความสำคัญต่อจิตใจของเขาอย่างยิ่ง รักษาสร้อยและรักษาชีวิตไว้ก่อน ทางที่ดีก็อย่ายั่วโทสะนางให้ระเบิดออกมาในเวลานี้ ข้าไม่ทราบว่าบิดามารดาข้าเป็นใคร ..เท่าที่จำความได้ข้าก็ถูกคนเขาทิ้งไว้แล้ว.. ท่านถามพอรึยัง ? ขอถามอีกคำถาม ดวงหน้านั้นขาวซีด แสงสีแดงบนท้องฟ้าสายัณฑ์สะท้อนประกายหยดน้ำในดวงตาของนางจนไหวระริก เจ้าแม่กาลีสูดลมหายใจลึกๆราวจะข่มความรู้สึกบางประการที่กำลังใกล้จะปริแยก อย่างยากเย็นจึงสามารถเปล่งเสียงออกมา ที่กลางหลังของท่าน ใช่มีปานแดงสองรอย คล้ายรูปผีเสื้อหรือไม่ ? คาลาธถึงกับตะลึงอึ้งจนพูดไม่ออก เขาไม่ใช่คนโง่..ย่อมสังเกตท่าทีแปลกประหลาดของนางออกแต่แรกแล้ว เพียงแต่ในใจเขายังไม่อยากจะยอมรับในสิ่งที่เขากำลังคาดเดา มันคงมีเหตุผลอื่นสิน่า.. นางอาจเคยเห็นสร้อยเส้นนี้ อาจรู้ที่มาของมัน รวมทั้งที่มาของเขา แต่..ไม่หรอกนะ.. นางคงไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดกับเขาหรือคนในครอบครัวเขาอย่างแน่นอน.. ศิษย์แห่งเซซิออล.. คนของฝ่ายเทพเจ้าเช่นเขา.. จะไปมีความเกี่ยวพันกับนางมารที่น่ารังเกียจผู้นี้ได้อย่างไร.. เฮอะ.. ฝ่ายมารอย่าคิดว่าจะสามารถดึงตัวเขาไปได้เลย หึหึ.. ชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะราวกับเห็นเป็นเรื่องตลก ทำเฉไฉตอบแกมกวน ท่านถามอะไรในร่มผ้าด้วยหรือ ? ตอบ ข้า มา มีหรือไม่ ? มิฉะนั้น นางเน้นเสียงหนักๆ เพ่งตามองเขาอย่างคาดคั้นคำตอบ ราวกับว่า..หากเขาไม่ยอมตอบคำถาม รับรองคงต้องถูกนางจับแก้ผ้าเพื่อพิสูจน์อย่างแน่นอน ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ทำตาปริบๆกล่าวอ้อมแอ้ม เฮอะ.. มีก็มีสิ.. ว่าแต่ข้านึกไม่ออก.. ว่าเคยแก้ผ้าให้ท่านดูตอนไหนนะ คำตอบของเขาราวค้อนใหญ่ทุบใส่กลางหน้าผากของนางจนผงะถอยหลังไปสองก้าว จากนั้นทั้งร่างก็ถูกตรึงไว้ราวรูปปั้น เหม่อมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างตะลึงลาน เป็นความจริงหรือ ? หยาดน้ำในดวงตายิ่งมายิ่งเข้มข้น ลึกลงไปในแววตาคู่นั้นคละเคล้าด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งตื่นเต้น ปิติยินดี ทั้งเจ็บปวด คะนึงหา นางส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาใสกระจ่างก็หลุดร่วงลงมาตามแรงที่เคลื่อนไหว โอ.. นี่ข้าฝันไปหรือไม่ ซาร์ค เจ้าคือซาร์คจริงๆ..ลูกรัก.. ในที่สุด..แม่ก็ตามหาเจ้าจนพบ นางก้าวเดินเข้ามาช้าๆราวคนละเมอ ใบหน้าเปื้ยนน้ำตายิ้มราวคนเสียสติ แขนทั้งสองกางกว้างราวเรียกร้องให้เขาเข้ามาให้อ้อมกอด หากชายหนุ่มกลับถอยหลังกรูด สั่นหัวรัว สีหน้าแตกตื่นตกใจที่สุดในชีวิต ไม่..ท่านเสียสติไปเสียแล้ว.. ใครเป็นลูกของท่าน.. ไม่ใช่ข้า ออกไป ลูกรัก.. นี่เป็นความจริง.. สร้อยเส้นนั้นคือหลักฐาน..เจ้าเกิดวันที่เจ็ดเดือนเก้าปีรามิเนียลที่ร้อยเจ็ดสิบหก ปีนี้เจ้าอายุสิบเก้าปี สิบเดือนกับอีกสิบสองวัน ตอนที่เจ้าอายุได้หนึ่งเดือนแม่ฝากเจ้าไว้ให้พ่อเจ้าช่วยดูแล แต่เมื่อกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาก็บอกแม่ว่าเจ้าเสียชีวิตไปเสียแล้ว แต่ทุกอย่างมันไม่เป็นความจริง..แม่รู้ว่าเจ้าต้องยังมีชีวิตอยู่ บัดนี้แม่ได้พบลูกแล้ว..ซาร์คลูกรัก นางร่ำไห้พลางสะอื้น กลืนน้ำตาทั้งรอยยิ้มพยายามชี้แจงให้เขาเข้าใจ หากชายหนุ่มยังคงสั่นหัวพลางล่าถอย ไม่..ข้าไม่เชื่อ.. ท่านเป็นนางมาร.. เป็นคนของฝ่ายมาร ข้าไม่มีวันเชื่อท่าน.. และไม่มีวันเป็นลูกของท่าน.. ทุกอย่างไม่เป็นความจริง.. ท่านโกหกข้า ซาร์ค..ลูกรัก เชื่อแม่เถิด นี่เป็นความจริง.. เจ้าคือลูกชายของข้า.. ไม่..!! ชายหนุ่มชะงักเท้า ตะโกนดังๆใส่หน้านาง จนอีกฝ่ายถึงกับหยุดอึ้ง ใบหน้าคมคายยามนี้บิดเบี้ยวขมึงทึงด้วยความโกรธ ข้าขอย้ำอีกครั้ง..ข้าไม่ใช่ซาร์ค ไม่ใช่ลูกของท่าน..และจำไว้.. ข้าคาลาธจะไม่มีวันเป็นลูกของนางมารเช่นท่านอย่างเด็ดขาด สิ้นเสียงร่ำร้องดังๆอย่างเดือดดาล ร่างสูงหมุนกายวิ่งโถมจากไปด้วยความพลุ่งพล่านใจ เจ้าแม่กาลีน้ำตาไหลพรากอย่างเงียบงัน เข่าอ่อนระทวยทรุดลงนั่งกับพื้นสะพาน เอนหลังพิงราวสะพานราวท้อแท้ แหงนหน้ามองฟ้าพึมพำสุดที่จะปวดร้าว ฟ้าเป็นพยาน.. ลูกรัก..ต่อให้แม่เป็นนางมาร แต่แม่ก็รักลูก และคิดถึงลูกตลอดเวลา.. แม่รู้ว่าเจ้ารังเกียจแม่.. แต่สักวันเจ้าจะรู้ ..ว่าแม่รักเจ้าและยินดีทำทุกอย่างเพื่อเจ้าได้ถึงเพียงไหน.. ซาร์ค.. ให้โอกาสแม่สักครั้งเถิด.. สายลมพัดโชยมาเบาๆ ราวจะหอบเสียงรำพึงส่งไปถึงสวรรค์เบื้องบน.. หากดวงใจผู้นั้นเล่า..เขาจะยอมรับรู้และเข้าใจบ้างหรือไม่ เกือบยี่สิบปี..กว่าจะได้มาพบหน้าเจ้าอีกครั้ง หรือต้องรอคอยชั่วชีวิต..กว่าจะได้ยินเสียงเรียกหาคำว่า แม่ ลูกรักเอย.. ไม่ว่าจะนานชั่วนิรันดร์.. เราก็ยินดีรอ.. ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลังดงไม้ชายป่าใกล้ๆสะพานแห่งนั้น.. ร่างหนึ่งยืนนิ่งสงบมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง.. นับตั้งแต่คาลาธปรากฏตัวมาพบเจ้าแม่กาลี ทั้งสองสนทนากัน แล้วคาลาธก็ถาโถมวิ่งจากไป หัวคิ้วเด็กหนุ่มขมวดมุ่น ถึงแม้คำสนทนาในตอนแรกมันจะไม่ได้ยิน แต่เสียงตะโกนดังๆก่อนจากไปของคาลาธนั้น ซันจิย่อมได้ยินอย่างชัดเจน !!! บัดนี้มันนับว่าได้รับทราบความลับของคาลาธแล้ว คาลาธเดินซึมเลียบริมแม่น้ำ ในใจหวิวโหวงว่างเปล่า ไม่รับรู้เวลาที่ผ่านพ้น ยามเมื่อได้สติอีกครั้ง ท้องฟ้าเบื้องบนก็มืดสนิททั่ว มีเพียงแสงดาวกระจ่างพร่างพราย ชายหนุ่มถอนใจยาวๆ หมุนกายหมายกลับวังรัชทายาท พลันเห็นเบื้องหน้าปรากฏคนผู้หนึ่งขึ้น ก้าวเดินมาหาเขาช้าๆ คนผู้นั้นสวมเสื้อผ้าสีดำทั้งชุด มีผ้าคลุมหน้ามิดชิดสีดำสนิดดูลึกลับ มือทั้งสองไขว้ไปด้านหลัง พอเห็นเขาหันกายมาก้แหงนหน้าหัวเราะอย่างเย้ยหยัน ฮ่ะ ฮ่ะ.. ไม่อยากเชื่อจริงๆ คุณชายรองคาลาธ..หนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์องค์รัชทายาท..ที่แท้กลับเป็นทายาทของนางมารไปได้.. เจ้า เป็นใคร ? ต้องการอะไร ? เฮอะ.. ข้าเห็นและได้ยินความลับทั้งหมดของเจ้าแล้วคาลาธ.. เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร เอาเป็นว่า..ข้าอยู่ใกล้ตัวเจ้าตลอดเวลา เจ้าคงรู้สินะ..ถ้าหากความลับเรื่องชาติกำเนิดของเจ้าถูกเปิดเผยออกไป อะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้นขอเพียงเจ้ายอมทำงานให้ข้า.. ข้าก็รับปากจะปิดความลับไว้เจ้าเป็นความลับตลอดไป.. บัดซบ..เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ.. คำพูดของนางมารไร้หลักฐาน..แผนการนี้ของพวกเจ้าอย่าหมายเอามาใช้สยบข้า.. หึ.. เห็นทีข้าคงต้องบอกความจริงกับเจ้าเรื่องหนึ่ง.. ความจริงอะไรอีก ? ก็ความจริงที่..เจ้าคือลูกชายของนางจริงๆน่ะสิ บิดาของเจ้านั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงในแผ่นดินคนหนึ่ง ส่วนมารดาของเจ้าอดีตก็เป็นหญิงงามแห่งพิภพ ทั้งยังเป็นนางมารผู้***มโหด ดังนั้นเมื่อบิดาเจ้าทราบฐานะแท้จริงของนาง หลังจากที่นางให้กำเนิดเจ้าออกมา เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง เขาจึงแย่งชิงเจ้ามาจากนาง..จากนั้น หุบปาก.. คาลาธตะโกนดังๆ ข้าไม่อยากฟังนิทานของเจ้าอีก ความจริงเรื่องนี้มันเสียดแทงใจเจ้าน่ะสิใช่ไหม คนชุดดำลึกลับแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน แต่เจ้าจำเป็นต้องฟัง..คาลาธ เพื่อที่เจ้าสมควรรับทราบความอำมหิตของบิดาเจ้าด้วย ว่าคนของฝ่ายเทพเจ้านั้น ความจริงก็หาได้ดีไปกว่าฝ่ายมารของเราไม่ตอนนั้น.. ตอนที่เจ้าอายุได้สองขวบ บิดาเจ้าได้แต่งงานกับสตรีอีกนาง เพื่อมิอยากให้เจ้าเป็นหนามทิ่มตำใจเขา จึงนำเจ้าใส่แพลอยน้ำไปตามยถากรรม คาดว่าเรื่องนี้..คนที่เก็บเจ้าไปเลี้ยงดู คงจะเล่าให้เจ้าฟังแล้วกระมัง..? คาลาธระงับจิตใจเยือกเย็นลง เขารุ่มร้อนจนลืมตัวมามากแล้ว ความรุ่มร้อนมักเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามจู่โจมใส่เสมอ แล้วเจ้าทราบเรื่องทั้งหมดได้อย่างไร.. หากมันคือความจริง..หลักฐานเล่า..ไหนล่ะ ? คนชุดดำลึกลับส่งเสียงหึหึในลำคอ กล่าวเสียงเฉื่อยชา เรารู้ว่าเจ้าคงไม่ยอมเชื่อ.. แต่ความจริงย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น หลักฐานคืออะไร เจ้าย่อมรู้ดีกว่าข้า ทำไมไม่ลองไปหาหลักฐานพยานเองเล่า.. หากแน่จริงก็ไปสืบความจริงมาหักล้างชาติกำเนิดที่ข้าเล่าให้เจ้าฟังสิ.. ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน.. อีกสามวันเรามาพบเจอกันที่นี่อีกครั้ง คนกล่าวจบก็หันหลังขวับสาวเท้าเดินเข้าดงไม้ข้างทาง ลับกายหายไปในความมืดของรัตติกาล คาลาธยืนนิ่งตะลึงกับที่ พริบตานั้นรู้สึกเหมือนที่เขาเจอมาทั้งหมดตั้งแต่ตอนเย็นจนมาถึงบัดนี้เป็นฝันร้าย.. ฝันร้ายที่เขาพยายามเรียกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาโดยเร็ว.. หากแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ไม่อยากเชื่อ.. ชาติกำเนิดที่เขาเคยครุ่นคิดใฝ่หา.. บิดามารดาที่เคยร่ำร้องอยากพบหน้า.. หากทุกคนและทุกสิ่งล้วนอยู่ในฝันร้ายที่กำลังฉายอยู่เบื้องหน้า..บัดนี้เขาต้องเผชิญกับมันแล้วโดยมิอาจหลบเลี่ยง หากแน่จริงก็ไปสืบความจริงมาหักล้างชาติกำเนิดที่ข้าเล่าให้เจ้าฟังสิ.. เสียงท้าทายของคนชุดดำลึกลับก้องวนเวียนอยู่ในสมอง ใช่แล้ว..เขาต้องสืบหาความจริงมาหักล้างคำพูดของมันและนางมารผู้นั้นให้ได้ มีคนผู้หนึ่งที่สามารถไขกระจ่างเรื่องราวชาติกำเนิดต่อเขา.. เซซิออล !! มีเพียงท่านปู่คนเดียวที่คงบอกความจริงต่อเขาได้.. และสามารถยืนยันได้ว่า ที่พวกมันทั้งหมดบอกมานั้นล้วนไม่จริง !! .. คนชุดดำลึกลับพอผละจากคาลาธก็มุ่งหน้ามายังกระท่อมเล็กๆกลางป่าเชิงเขาแห่งหนึ่ง เมื่อผลักประตูเข้าไปเห็นในกระท่อมนั่งไว้ด้วยชายกลางคนผู้หนึ่ง เป็นชายกลางคนคนเดียวกับที่เป็นคนสนิทของเจ้าแม่กาลีซึ่งเคยปลอมเป็นไทอิลนั่นเอง..!! เป็นอย่างไร.. มันยอมเชื่อหรือไม่ ? ข้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้มันฟังแล้ว ต่อให้มันไม่เชื่อทั้งหมด แต่ก็คงสงสัยชาติกำเนิดของตนเองขึ้นมาแล้ว.. ทำได้ดีมาก..ด้วยนิสัยของเจ้าคาลาธ มันต้องพยายามรื้อสืบประวัติของตนเองอย่างแน่นอน และคนเดียวที่มันจะถามได้ก็คือเซซิออลซึ่งเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กๆ เฮอะ..เมื่อนั้นเราก็สามารถตามรอยมันไปหาที่ซ่อนตัวของเจ้าเซซิออลได้ ขอเพียงสามารถชิงคัมภีร์อสูร-มนุษย์-เทพยดา จากเจ้าเซซิออล มารวมกับวิชาพลังเพลิงตะวันของข้า อานุภาพแห่งคายน์จะยิ่งใหญ่เหนือคอธใดใดในปฐพี และเมื่อนั้นพรรคเบญจพิษก็จะเข้มแข็งยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง สกุลฟากัสเราจะได้มีโอกาสจัดการสะสางความแค้นกับพวกรามิเนียลให้สิ้นซากเสียที .. จากคำพูดนี้.. ที่แท้ชายกลางคนผู้นี้ก็คือทายาทเดนตายที่หนีไปได้ของสกุลฟาตัส ทั้งยังเป็นประมุขแห่งพรรคมารเบญจพิษคนปัจจุบันนั่นเอง นามของมันคือ โซเรมิน ฟาตัส..!! ซึ่งเวลานี้ได้ปลอมตัวเข้ามาแฝงกายอยู่ในนิกายมารฟ้า ท่านพ่อ.. แต่เซซิออลผู้นั้น ไม่ใช่ได้ยินว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว ? คนชุดดำลึกลับเอ่ยถามอย่างสงสัย ฟังตามน้ำเสียงและดูตามวัยของผู้เป็นบิดาแล้ว คาดว่าคนเป็นลูกชายคงอายุยังไม่มากนัก โซรามินยิ้มเย็นเยือก ก่อนกล่าวช้าๆ มันอาจจะหลอกคนทั้งโลกได้ แต่หลอกข้าโซรามินไม่ได้.. ข้ารู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่ เจ้าจงติดตามเจ้าคาลาธให้ทุกฝีก้าว และรายงานข้ามาเป็นระยะ ติดต่อข้าทันทีเมื่อเห็นมันมีความคิดจะใช้กุญแจแห่งคอธเปิดทวารสู่สุสานเทพกษัตริย์.. รีบกลับไป.. และระวังตัวด้วย อย่าให้มันล่วงรู้ฐานะแท้จริงของเจ้าเป็นอันขาด คนชุดดำลึกลับส่งเสียงรับคำ..หันกายเดินออกจากกระท่อมหลังนั้น โซรามินยังคงนั่งอยู่กับที่ แม้ใบหน้าก็ไม่เบือนมองตามเงาหลังของบุตรชาย..หากมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ !! จาก : kjb - 10/02/2001 07:14 |
|
ข้อความ : กะแล้วเชียว... คาลาธ กับเจ้าแม่กาลี.. ต้องมีความสัมพันธ์อะไรสักอย่างแน่ๆ
ราโซมิน ฉลาดแฮะ... จาก : illusion - 10/02/2001 13:54 |
|
ข้อความ : อืม คาลาธกับคิจิ จาก : kumagift - 10/02/2001 21:20 |
|
ข้อความ : คนชุดดำคือ ซันจิ ใช่ไหมค่ะ? ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตระกูลฟาตัสละก็ องค์เซซิออลต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ
จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ ^-^ จาก : Alicia - 11/02/2001 08:37 |