|
หัวข้อ : วาเลนไทน์
?<FINAL PART> ข้อความ : วาเลนไทน์ ?<FINAL PART> มานีหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งไม่ใหญ่ไม่โตอะไรมากมาย แต่จะว่าเล็กก็ไม่ใช่ เป็นบ้านขนาดกลางกำลังพอดีกับครอบครัวที่ไม่มีสมาชิกมากมายอะไรนัก ข้างหน้าบ้านเป็นสวนหย่อมเล็กๆพอที่จะนั่งเล่นชมอะไรเพลินๆได้ ใกล้ๆกันมีบ่อเลี้ยงปลาอยู่ ดูแล้วน่ารื่นรมเป็นยิ่งนัก ใกล้ๆประตูบ้านมีกริ่งไฟฟ้าไว้กดเรียกเจ้าของหรือใครก็ตามที่อยู่ในบ้านเหมือนกับบ้านอื่นๆทั่วไป ด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ที่ปลูกไว้ในสวนหน้าบ้าน มานีจึงเหมือนต้องมนตร์สะกดให้มองรอบๆบ้านอย่างพิถีพิถัน ศรีวิกาเดินไปที่หน้าประตูบ้านก่อนที่จะเงื้อมือข้างขวาของเธอขึ้นไปกดเจ้ากริ่งไฟฟ้านั่น กิ๊ง~~ก่อออออออออออองงงงงงงงงงงงงง~~~ เสียงกริ่งที่แสนจะคุ้นเคยสำหรับศรีวิกาซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน แต่ไม่ค่อยคุ้นหูนักกับมานีที่นานๆทีจะมาบ้านของศรีวิกาสักครั้ง ดังขึ้นมาพอที่จะทำให้คนในบ้านรู้สึกตัวได้ ไม่นานนักประตูบ้านก็เปิดขึ้นพร้อมๆกับหญิงวัยกลางคน จะใครซะอีกนอกจากแม่ของศรีวิกา มานียกมือขึ้นไหว้คุณแม่เป็นการทักทายตามประสาผู้น้อยพบปะกับผู้ใหญ่ คุณแม่รับไหว้ของศรีวิกาก่อนที่จะรับไหว้ของมานีตาม จากนั้นศรีวิกาจึงชวนให้มานีเข้ามาข้างในบ้านของเธอ มานีเดินผ่านประตูเข้ามาในบ้านตามคำเชื้อเชิญของเพื่อนสาว เธอถอดรองเท้าไว้ตรงที่วางรองเท้าที่พื้นปูนส่วนหน้าของในตัวบ้าน ก่อนที่จะก้าวท้าวเดินเข้าไปในส่วนพื้นไม้ของบ้าน ว่าไงจ๊ะหนูมานี ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหมจ๊ะคุณแม่ทักทายตามประสาคนรู้จักกัน ก็สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะคุณป้ามานีตอบคำ วันนี้มีธุระอะไรกันรึยังไงจ้ะ มาทำการบ้านด้วยกันหรือจ้ะ? เปล่าค่ะแม่ พอดีมานีเขาจะให้หนูช่วยอะไรบางอย่างน่ะค่ะ ขอยืมครัวหน่อยละกันนะคะศรีวิกาตอบแทนมานี จากนั้นจึงตรงรี่เข้าห้องครัว คุณแม่ได้ฟังก็มองหน้ามานีด้วยรอยยิ้ม ตายแล้ว มานีจะให้ยัยหนูมันสอนทำอาหารให้หรือจ้ะ? อ่ะ ค่ะ ฮะๆ ป้ากลัวยัยหนูมันจะทำให้หนูมานีทำแย่ลงน่ะสิจ้ะ ว่าแต่ จะให้ยัยหนูมันสอนทำอะไรล่ะมานีมีทีท่าอึกอักเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจที่จะตอบ อ๋อ เอ่อ คือ ทำ ..ทำช็อกโกแล็ตน่ะค่ะ หนูอยากลองทำขนมดูน่ะค่ะ ฮะๆมานีพูดด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มแห้งๆ อ้อ อย่างนี้นี่เอง เอาล่ะงั้นป้าว่ารีบไปในครัวเถอะจ้ะ เดี๋ยวยัยหนูจะรอนาน ค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะพูดพลางโน้มตัวต่ำเดินผ่านคุณแม่ของศรีวิกาไปตามมารยาทอันดี จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องครัว ศรีวิกายืนรออยู่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมือทางการครัววางไว้เต็มโต๊ะ .. สมกับเป็นลูกแม่ครัวจริงๆ มานีแอบคิดในใจวูบหนึ่ง ที่ว่าลูกไม้หล่นไม้ไกลต้นแท้ที่จริงก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เอ้า เราจะเริ่มกันรึยังจ๊ะ คุณมานีศรีวิกาเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปจัดอุปกรณ์ เริ่มได้แล้วค่ะ คุณอาจารย์ศรีวิกามานีพูด ทั้งสองมองหน้ากัน จากนั้นจึงปล่อยฮาออกมาพักใหญ่ แล้วจึงเริ่มปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ทันที ปฏิบัติการช็อคโกแล็ทรูปหัวใจเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มานีบรรจงหักช็อคโกแล็ทแท่งที่ซื้อมาใส่ในชามใบเล็ก ในขณะที่ศรีวิกาเตรียมน้ำร้อนใส่หม้อสำหรับต้มจากนั้นจึงบอกให้มานีนำชามใบเล็กใส่ลงไปในหม้อใบนั้น ทีนี้ก็เหลือแต่รอ รอให้ช็อคโกแล็ทละลาย ละลายกลายเป็นของเหลว เพื่อที่จะหล่อใส่แม่พิมพ์ได้ตามใจชอบ ถามจริงเหอะ ทำเสร็จแล้วเนี่ย เธอจะเอาไปให้ใครเหรอ? ศรีวิกาเอ่ยขึ้นในขณะที่มือคว้าช็อคโกแล็ทแท่งที่เหลืออยู่มาใส่ปากแล้วเคี้ยวกรุบๆอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกเธอจะสนใจเหลือเกินนะ ว่าคนที่ฉันให้จะเป็นใคร ถามหน่อยเหอะ มันน่าสนใจอะไรหนักหนานะ? มานีถามกลับมือก็คว้าช็อคโกแล็ทแท่งมาเคี้ยวบ้างเป็นการฆ่าเวลารอช็อคโกแล็ทละลาย อ้าว ทำไมจะไม่น่าสนใจล่ะ? มานีผู้แสนเฉื่อยชา สนใจแต่หนังสือ แต่งงานคงแต่งกับหนังสือ กลายเป็นว่ามามีความรักเหมือนมนุษย์ธรรมดากับเขา ซ้ำยังขอให้ชั้นมาช่วยทำช็อคโกแล็ทวันวาเลนไทน์ให้อีก ยังงี้จะไม่ให้สนใจได้ไงยะ หมายความว่าในสายตาของพวกเธอ ชั้นไม่ใช่มนุษย์รึไงยะ ถึงเรียกความรักของฉันครั้งนี้ว่ามีความรักแบบมนุษย์ธรรมดา ศรีวิกาหัวเราะ ก็ไม่ถึงขนาดน้านร้อก อยากรู้นักรึ อา -- ฮะ เขาคนที่ฉันจะให้ ก็ ว ว วิทยาห้อง3? ไอ้หน้าตกกระนั่นน่ะนะ?ศรีวิกาพูดแทรกเข้ามาก่อนที่มานีจะพูดจบ ปากยังคงเคี้ยวช็อคโกแล็ทอยู่ อีบ้า ไม่ใช่ย่ะ ว วิ วิชณีห้อง5? เธอเป็นเลสเบี้ยนเหรอ? วิชาตะหากเล่า!!! อ๊ะ หน้าของมานีเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว เธอรีบลุกขึ้นแล้วไปดูช็อคโกแล็ทที่กำลังละลาย เอาช้อนแตะๆดูว่าละลายได้ที่รึยังเป็นการแก้เขินไปในตัว วะ วิชา วิชาเหรอ มานีหน้าซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด เธอทำช็อคโกแล็ทที่เตรียมจะเคี้ยวอีกแท่งหล่นลงกับพื้นเหมือนกับตกตะลึงในอะไรบางอย่าง มานีไม่ทันสังเกตเพราะมัวยุ่งกับภาระที่อยู่ตรงหน้า ทำไมเหรอ วิชาเขาทำไมเหรอ ศรีวิกา?มานีถามแต่ตัวเองยังง่วนอยู่กับการเคี่ยวช็อคโกแล็ท อ้า เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก อะฮะๆ ฮะๆ ศรีวิกาทำหน้าปั้นยาก เธอพยายามเบี่ยงสายตาของเธอออกจากมานี จากนั้นจึงลุกลี้ลุกรน เดินเข้าไปหาหม้อที่เคี่ยวช็อคโกแล็ทอยู่ทันที ไหนๆ ขอฉันดูซิ วะ..ว่ามันได้ที่แล้วรึยังน่ะ ฮะๆ ฮะๆ เอ๋?อ๋า? เอาซิ เนี่ยมันละลายแล้ว คงได้ที่แล้วมั้ง ศรีวิกาเอาช้อนแตะๆดูซักพัก ก็บอกว่าพร้อมที่จะหล่อใส่แม่พิมพ์ได้แล้ว มานีได้ยินดังนั้นจึงหยิบแม่พิมพ์รูปหัวใจมา จากนั้นจึงเทช็อคโกแล็ทลงไปในแม่พิมพ์อย่างระมัดระวัง ระมัดระวังและปราณีตที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เธอปาดตรงส่วนที่เกินออกตามคำแนะนำของศรีวิกา ก่อนที่จะนำมันไปไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนเดิม ขั้นตอนที่น่าเบื่อ ขั้นตอนที่เรียกว่าการรอ เวลาผ่านไปนานพอที่มานีคิดว่าช็อคโกแล็ทของเธอคงจะแข็งได้ที่ แต่ศรีวิกานั้นดูท่าจะลืมไปเรียบร้อยแล้ว มานีขยับบั้นท้ายออกจากเก้าอี้ไม้เบาะสีแดงของห้องครัว แล้วเดินไปเปิดช่องแช่แข็งของตู้เย็นฟ้าที่อยู่ตรงหน้า หยิบแม่พิมพ์รูปหัวใจที่ขณะนี้มันช่างเย็นเหลือเกินออกมา นิ้วแตะที่เนื้อช็อคโกแล็ทเพื่อทดสอบว่าแข็งได้ที่รึยัง เธอกดนิ้วลงไปบนช็อคโกแล็ทอย่างช้าๆ และเบาๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิวช็อคโกแล็ทยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่มีการยุบ ไม่มีการพอง สำเร็จ!!! ว้ายๆ ชั้นทำช็อคโกแล็ทได้แล้ว!!!มานีดีใจสุดฤทธิ์ เธอรีบนำแม่พิมพ์ออกมาทำให้มันอุ่นตัวจากนั้นจึงเคาะเพื่อที่จะเอาช็อคโกแล็ทออกมา อนิจจา น่าสงสารเป็นยิ่งนัก สาวน้อยดีใจเกินไป เธอยั้งความแรงของการเคาะไม่อยู่ ช็อคโกแล็ทหลุดออกจากแม่พิมพ์ตามที่หวัง แต่สภาพของมัน โพล๊ะ แตกกระจาย มานีกับศรีวิกามองหน้ากันเล็กน้อย มานีเริ่มใจเสียหลังจากที่การทำช็อคโกแล็ทครั้งแรกของเธอไม่ประสบผลสำเร็จ อาจเป็นเพราะเธอตื่นเต้นเกินไป จึงยั้งความรุนแรงไว้ไม่อยู่ ศรีวิกาบอกเธอว่าไม่เป็นไร เราทำใหม่ยังทัน เธอเก็บเอาเศษที่เหลือเป็นก้อนใหญ่ๆ มาละลายเพื่อที่จะหลอมใส่แม่พิมพ์อีกครั้ง มานีเริ่มมีกำลังใจอีกครั้ง เธอเดินไปเคี่ยวช็อคโกแล็ทที่กำลังหลอมละลายด้วยความร้อน ในใจพลันคิดว่าเธอจะสามารถทำให้เสร็จทันวันวาเลนไทน์ไหม ทีนี้จะเป็นอะไรไหมนะ มานีเอ่ยขึ้นลอยๆด้วยความกังวลพร้อมหันหน้าไปทางศรีวิกา ศรีวิกานั่งอยู่บนเก้าอี้ท่าทางกังวลอะไรสักอย่างเหมือนกัน แต่เธอดูท่าว่าจะไม่ใช่เรื่องช็อคโกแล็ทของเธอเอาเสียเลย มานีเคี่ยวจนช็อคโกแล็ทเหลวได้ที่ เธอจัดการเทช็อคโกแล็ทเหลวลงบนแม่พิมพ์อีกครั้ง จากนั้นจึงนำไปแช่ช่องแช่แข็งในตู้เย็น จากนั้นก็รอ รอ เธอได้แต่รอ ขณะนี้เวลา6โมงเย็นแล้ว นับจากที่เธอเริ่มแช่มันนั้น ก็เป็นเวลายังไม่ถึง30นาที หากแต่มานีรีบร้อนเกินไปเธอเห็นว่ามันได้เวลาที่เธอควรจะกลับบ้านแล้ว เธอจึงรีบเปิดตู้เย็นแล้วหยิบแม่พิมพ์ที่อัดช็อคโกแล็ทไว้ข้างในออกมาทันที ด้วยความรีบร้อนบวกกับที่ไม่เคยเข้าครัวมาก่อน เธอรีบเคาะช็อคโกแล็ทออกทันทีแต่ไม่ทันจะเคาะ มันก็ออกมาเสียแล้วด้วยแรงดึงดูดของโลก เผละ ใช่แล้ว มันยังไม่แข็งดี ดังนั้นสภาพตอนนี้คงไม่ต้องพูดถึง ช็อคโกแล็ทหล่นลงบนพื้นโต๊ะสภาพเละเทะน่าดู แปลกที่ศรีวิกาไม่เตือนเธอเลย เธออุตส่าห์ขอร้องให้ช่วยเรื่องแค่นี้น่าจะเตือนกันมั่ง มานีคิด แต่ไม่ว่ายังไง การทำช็อคโกแล็ทของเธอก็ล้มเหลวเสียแล้ว มานีกับศรีวิกาช่วยกันเก็บกวาดห้องครัวจนเสร็จก่อนที่จะเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน ศรีวิกา เธอจะมีเวลาว่างช่วยฉันทำช็อคโกแล็ทอีกได้ไหม มานีถามขณะที่จะแยกกับศรีวิกาที่ประตูหน้าบ้าน ศรีวิกาทำหน้าปั้นยากเล็กน้อยก่อนที่จะหลบสายตาของมานีแล้วพูดว่า ฉะ ฉันคงไม่ว่างแล้วล่ะ ฮะๆ แต่พื้นฐานเธอก็รู้แล้วนี่!! กลับ กลับไปลองทำที่บ้านเองก็คงไม่เป็นไรหรอกนะ ฮะๆ มานีสังเกตความผิดปกติของศรีวิกาอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นเลยเพื่อนของเธอพูดออกมาอย่างงั้นแล้ว ครั้นจะง้อให้ช่วยก็ดูจะกระไรอยู่ เธอจึงได้แต่จำใจต้องกลับมาฝึกหัดทำเองที่บ้านของเธอ มานีเดินมาหยุดที่หน้าบ้านขนาดเล็กหลังหนึ่ง เธอหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วไขประตูบ้านเปิดเข้าไปข้างใน แน่นอนว่าไม่มีใครอยู่บ้าน เธอชินเสียแล้วกับเหตุการณ์แบบนี้ พ่อแม่ของมานีงานยุ่งมากจนแทบจะไม่มีเวลาให้เธอ เขาทั้งสองได้แต่บอกให้มานีเรียนเรียนเรียน บอกให้เธอเรียนหนังสืออย่างเดียว ตารางเรียนพิเศษของเธอจึงแน่นเอี๊ยด โชคดีที่อาทิตย์นี้โรงเรียนกวดวิชาหยุด เธอจึงได้ไปหาศรีวิกาได้ มานีเดินเข้าไปในครัว เธอเห็นอาหารวางไว้ในฝาชีครอบบนโต๊ะ พร้อมกับเศษกระดาษ มานีหยิบกระดาษขึ้นมาดู มีข้อความอ่านได้ใจความว่า คืนนี้จะกลับดึก กินนี่ไปก่อน ไม่ต้องรอ จาก แม่ มานีเม้มริมฝีปาก จากนั้นจึงเปิดฝาชีครอบแล้วลงมือทานอาหาร เธออยากจะระเบิดทุกๆอย่างออกมา เธอจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ทำไม เธอคิดไปถึงปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของศรีวิกา เธอคิดถึงการที่จะได้ทานอาหารกันสามคนพ่อแม่ลูก เธอคิดถึงการที่จะครองรักกับวิชา เธอต้องการใครสักคนที่เป็นเพื่อนเธอ สามารถให้เธอไว้วางใจได้ เธอคิดไปต่างๆนานา สุดท้ายก็จบลงที่ความคิดว่า กะอีแค่ช็อคโกแล็ท เธอยังทำไม่ได้ จากนั้นน้ำใสจึงหลั่งไหลออกมาจากดวงตาของเธอ มานีนั่งอยู่บนพื้นห้องครัว มือกุมขมับ น้ำตาไหลไม่หยุด สภาพของห้องครัวตอนนี้เรียกว่าเละเทะก็ว่าได้ พื้นโต๊ะห้องครัวสกปรกเปรอะเปื้อนไปด้วยช็อคโกแล็ทเต็มไปหมด มือทั้งสองข้างของเธอก็เช่นกัน อีกทั้งยังเสื้อผ้าของเธออีก ที่เธอทำเช่นนี้ได้เป็นเพราะพ่อแม่ของเธอต้องไปธุระต่างจังหวัด4-5วัน ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวกับเงินสามสี่พันที่ให้เธอบริหารเอาเองตลอด4-5วัน อย่างช่วยไม่ได้ไม่เช่นนั้นเธอคงถูกแม่ด่าตายไปเรียบร้อยแล้ว ตลอดสามวันก่อนถึงวาเลนไทน์นี้เธอพยายามหัดทำช็อคโกแล็ทเองโดยตลอด ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี หากแต่เป็นเพราะศรีวิกา เพื่อนของเธอปฏิเสธคำขอร้องของเธอมาตลอด ตั้งแต่วันที่ไปทำช็อคโกแล็ทที่บ้านของศรีวิกา มานีลุกขึ้นยืนล้างหน้าล้างตา จากนั้นจึงเก็บกวาดห้องครัว ทำความสะอาดเธอยังพอเป็นบ้าง แม่เคยสอนในช่วงที่แม่งานไม่ยุ่งเท่านี้ แต่หลังๆนี้ไม่มีเวลาให้กันแล้ว เธอจึงทำความสะอาดเป็นแค่นิดหน่อยเท่านั้น มานีคิดว่าเธอคงไม่สามารถสารภาพรักให้วิชารู้ความในใจของเธอได้เสียแล้ว น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เธอเกลียดตัวเองเหลือเกิน เรียนเก่งไปแต่ไร้ซึ่งประโยชน์ เหมือนความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ทีนี้เธอจะทำอย่างไรดี กับวันพรุ่งนี้ซึ่งก็คือวันวาเลนไทน์ รุ่งเช้าวันใหม่มาถึง วันแห่งความรักของใครๆ หากแต่เป็นวันแห่งความทุกข์ของมานี มานีตื่นขึ้นมาปฏิบัติภารกิจประจำวันตามปกติจากนั้นจึงเตรียมกระเป๋า เปิดประตูไปโรงเรียนโดยไม่ลืมที่จะเอากุญแจบ้านไปด้วย เป็นไปตามที่มานีคิดกับเช้าวันใหม่แห่งความรัก เพื่อนๆในห้องทั้งชายหญิงต่างก็หอบเอากุหลาบบ้าง ขนมบ้าง หรืออะไรก็ตามที่แสดงถึงความรักความสัมพันธ์มา เพื่อที่จะสื่อรักสื่อสัมพันธ์ให้กับคนที่ตนชอบ คงมีเพียงมานีที่ไม่ได้เอาอะไรมาเลย การเรียนการสอนดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งถึงช่วงพักกลางวัน ช่วงที่เริ่มมีการให้ของขวัญแก่กันและกัน มานีรู้สึกอยากร้องไห้เมื่อเห็นภาพเหล่านั้น เธอตัดสินใจเดินถืออาหารไปกินที่โต๊ะหินแถวๆสวนหลังโรงเรียน ตรงส่วนนี้ของโรงเรียนจะร่มรื่นมาก นับว่าเป็นที่ที่มานีชอบมากที่สุด มานีวางอาหารลงบนโต๊ะหินจากนั้นจึงบรรจงนั่งลงบนเก้าอี้หิน ขณะที่เธอกำลังจะรับประทานอหารอย่างสบายใจนั้น ภาพที่อยู่ตรงหน้าก็ชวนให้เธอไม่สบายใจเป็นอย่างมาก วิชา ใช่ บุรุษที่อยู่ตรงหน้าของเธอคือวิชา กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถือห่ออะไรบางอย่างไว้ในมือ มานีจำหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ จำได้อย่างแม่นยำ และไม่มีทางลืมเด็ดขาด จะให้ลืมได้อย่างไร ในเมื่อผู้หญิงคนนั้น คือศรีวิกาเพื่อนของเธอเอง! มานีตกใจมาก เธอทำอะไรไม่ถูกกับภาพที่เธอเห็น เธอรีบหลบออกจากโต๊ะหินนั่น หามุมเพื่อแอบมองทันที แหม คุณศรีวิกาครับ เอาอะไรมาให้ผมอีกละครับเนี่ย เกรงใจจังวิชาพูดอย่างเขินอาย ท่าทางน่ารักทรมานใจสาวๆ ไม่เว้นแม้แต่มานีที่ตอนนี้ทรมานแทบตายเสียแล้ว เกรงใจอะไรกันคะ เราสองคนเป็นถึงอะไรกันแล้ว วันวาเลนไทน์ทั้งที่ศรีก็ทำช็อคโกแล็ตมาให้คุณไงคะชา ศรีเหรอ? ชาเหรอ? ศรีวิกาเรียกชื่อเล่นของวิชาเชียวเหรอ? ทำช็อคโกแล็ตวาเลนไทน์เหรอ? แหมคุณศรีวิกานี่ละก็ สมกับเป็นแม่ศรีเรือนจริงๆนะครับ ไม่เอานะคะ อย่าเรียกคุณศรีวิกา ฟังแล้วศรีดูแก่ยังไงก็ไม่รู้ เรียกศรีเฉยๆก็พอศรีวิกาทำท่างอน เป็นที่น่ารักในสายตาหนุ่มๆ แต่น่าหมั่นไส้ยิ่งนักในสายตาของมานีตอนนี้ ยังไม่พอเท่านั้น หนุ่มสาวทั้งสองกลับกอดกันกลม มานีมองภาพที่อยู่ตรงหน้าไม่วางตา น้ำจากดวงตาหยดลงบนมือเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว ฉันเข้าใจแล้ว ทำไมศรีวิกาถึงดูแปลกไป ทำไมเธอไม่ยอมช่วยฉันทำช็อคโกแล็ท ทำไมฉันถึงทำช็อคโกแล็ทไม่ดี ทำไมเธอถึงปฏิเสธคำขอร้องของฉัน ฉันเข้าใจหมดแล้ว หึ นังจิ้งจอกเอ๊ย ที่แท้แกก็ทรยศฉัน ไม่มีใครรักฉันจริงเลยสักคน อา วิชา วิชาที่ฉันรัก กำลังโดนนังจิ้งจอกนั่นยั่วยวน ใช่แล้ว ช็อคโกแล็ท ยัยนั่นมันทำช็อคโกแล็ทให้แทนที่จะช่วยฉัน มานีนั่งนิ่งไปสักพัก หน้าของเธอเหมือนกับคนที่ตกใจอะไรสุดขีด จากนั้นก็กลายเป็นแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ได้ช็อคโกแล็ทของเธอรึ จะมาสู้ของฉันได้นังศรีวิกา ฉันจะแสดงให้เธอดู ช็อคโกแล็ทรูปหัวใจที่เธอไม่มีทางทาบติด หึๆ ฮิๆ ฮะๆเธอหัวเราะเหมือนคนบ้า พลางเอามือขยี้ผมตัวเองอย่างสะใจเธอ นี่ ศรีวิกา มาที่บ้านฉันหน่อยได้ไหมเย็นนี้น่ะ มานีขอร้องศรีวิกาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ศรีวิกาทำหน้าตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย ได้โปรดเถอะนะ ศรีวิกา ฉันทำช็อคโกแล็ตเองไม่ได้หรอก ได้โปรดเถอะ นี่ก็จะหมดวันวาเลนไทน์แล้ว ฉันไม่อยากจะสารภาพรักแล้วล่ะ ขอแค่ฉันทำช็อคโกแล็ทให้วิชาได้ก็พอแล้ว นะ แล้วเธอจะให้เขายังไง หลังเลิกเรียนแล้วน่ะ เธอก็ช่วยบอกบ้านเขาให้หน่อยสิ นะ ได้โปรดเถอะ ศรีวิกาเพื่อนรักศรีวิการู้สึกลำบากใจอย่างมากกับคำขอร้องนี้ แต่เอาเถอะ เธอไม่น่าทำไม่ดีกับมานีเลย อย่างน้อยเพื่อนกัน แค่ให้ช็อคโกแล็ทกับวิชา คงไม่ทำให้ใจเขาเปลี่ยนไปหรอกน่า หึๆ คิดแล้วก็น่าขำ มานีผู้น่าสงสาร ทำช็อคโกแล็ทเองไม่ได้ อยากจะหัวเราะเยาะให้ตกเก้าอี้ แต่เอาเถอะที่ว่าสงสารกัน เธอตัดสินใจช่วยก็ช่วย ก็ได้นะ ฉันจะไปทำที่บ้านเธอก็ได้ แล้วเดี๋ยวเราสองคนเอาไปให้วิชาด้วยกัน หลังจากที่เลิกเรียนแล้ว มานีพาศรีวิกากลับมาที่บ้าน เธอพาเพื่อนของเธอมาที่ห้องครัวทันที มานีเปิดไฟ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องครัว ศรีวิกามองไปรอบๆห้องเล็กน้อย จากนั้นจึงขออนุญาติคนตู้เย็นเพื่อหาอุปกรณ์ นี่ ศรีวิกา บ้านของวิชาอยู่ที่ไหนเหรอ เอ๋ เอ่อ ก็ บ้านหลังที่สามของซอยกมลเพชรน่ะ รู้สึกว่าจะเป็นบ้านเลขที่97มั้ง อ๋อ ขอบใจมากนะ หึๆมานีหยิบปากกามาจดที่อยู่ใส่กระดาษ จากนั้นจึงเตรียมโบว์พร้อมกับกล่องใส่ช็อคโกแล็ท นี่ มานีแม่พิมพ์รูปหัวใจอยู่ที่ไหนเหรอ ฉันหาไม่เจอเลย ศรีวิกาเปิดตู้เก็บของหาแม่พิมพ์รูปหัวใจ อุปกรณ์อื่นๆถูกวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว อ๋อ อยู่ตรงนั้นไง มานีเดินมาใกล้ๆ จากนั้นจึงหยิบมีดออกมาจากที่เก็บมีด ตรงนั้น? ตรงไหนของเธอล่ะเนี่ย ไม่ใช่ๆ ตรงนั้นแหละ ตรงนั้นแหละ มานีเดินเข้ามาใกล้ๆศรีวิกาเรื่อยๆ เธอก้าวช้าๆ เบาๆ จนในที่สุดก็มายืนอยู่ข้างๆศรีวิกาที่นั่งอยู่ ตรงไหนล่ะเนี่ยฉันหาไม่เห็นเจอเลยมานีแสยะยิ้มก่อนที่จะพูดด้วยเสียงเบาๆที่น่าสะพรึงกลัว ตรงนี้ไง เอ๋ ศรีวิกาหันหน้ามาทางมานีอย่างรวดเร็ว วูบบบบ . ฉึก . . . . กิ๊งงง ก่องงงงงงงงงงงงงงงงงงง คร้าบบบบ มาแล้วคร้าบบบ หนุ่มน้อยหน้าตาดีวิ่งมาเปิดประตูบ้านเพื่อต้อนรับแขกผู้กดกริ่งประตูบ้านของเขา หญิงสาวสวมแว่นตา ถักผมเปียในชุดกระโปรงยาวลายสก๊อตดูเชยๆ สะพายกระเป๋า ในมือถือกล่องสีชมพูผูกโบว์อย่างดียืนอยู่หน้าเขา ใช่เขาจำเธอได้ สวัสดีค่ะ วิชาสาวคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง อ้าว คุณมานีนี่เอง สวัสดีครับ มีธุระอะไรตอนเย็นๆแบบนี้ล่ะครับ เอ้า เข้ามาข้างในก่อนชายหนุ่มเปิดประตูให้มานีเข้าบ้านตามมารยาทอันดี มานีเดินเข้าไปในบ้านจากนั้นจึงนั่งลงบนโซฟาในห้อง ที่เธอคาดว่าน่าจะเป็นห้องรับแขก ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอคะ? ครับไม่มีครับ พ่อแม่เขาไปงานกินเลี้ยงนะครับ ผมเลยอยู่เฝ้าบ้านดีกว่า ไม่ชอบงานอึกทึกแบบนั้น แหม อย่างงั้นเองหรือคะ ว่าแต่ มีธุระอะไรกับผมหรือครับชายหนุ่มถามพร้อมกับมองไปที่กล่องที่ตนคิดว่าน่าจะเป็นธุระที่ว่า อ๋อ ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ฉันก็เลยมีของจะมาให้วิชาค่ะ เป็นการตอบแทนที่ช่วยคราวนั้นไงคะเธอพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นกล่องสีชมพูให้แก่ชายหนุ่ม แหม อย่างงี้รบกวนแย่เลยหนุ่มน้อยรับกล่องไว้ จากนั้นจึงขออนุญาติเปิดออกด้วยความตื่นเต้น กล่องเต้นตุบๆเลยนะครับ แหมเป็นนาฬิกาปลุกหรือไงเนี่ย หึๆ ก็สมควรจะดิ้นอยู่หรอกค่ะ พึ่งทำเมื่อกี้เอง สดๆร้อนๆ เอ๋?ชายหนุ่มแกะกล่องของขวัญเสร็จ พร้อมกับหยิบสิ่งของข้างในที่ถูกห่อด้วยผ้าห่อสีสวยออกมา มันยังคงเต้นอยู่ เขาค่อยๆแกะมันออก แล้วจากนั้น!! เขาก็ต้องโยนมันทิ้งทันที!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!ชายหนุ่มหวีดร้องสุดเสียง สิ่งที่เต้นตุบๆ อยู่ภายในห่อผ้าสีสวยคือช็อคโกแล็ต ช็อคโกแล็ตรูปหัวใจ หัวใจจริงๆ ไม่สิ จะพูดให้ถูก มันคือหัวใจ หัวใจคนจริงๆ หัวใจคนที่ถูกชุบด้วยช็อคโกแล็ตเสียมากกว่า ขณะนี้มันยังเต้นตุบๆสดๆร้อนๆ มานีแสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง เป็นไงคะ ถูกใจไหมคะ ของขวัญของฉัน ช็อคโกแล็ตรูปหัวใจ เรื่องแม่พิมพ์นี่ คงต้องขอบคุณศรีวิกาเขานะคะ โฮะๆมานีเปิดกระเป๋าออกมาหยิบมีดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แน่นอนเลือดนั่นเป็นของศรีวิกานั่นเอง เธอปักมีดแทงลงไปที่ขาของวิชาทันที ขาทั้งสองข้างของวิชาถูกมีดปักเลือดสาดกระจัดกระจายไปทั่ว เขาขยับไม่ได้แล้ว มานีเลียเลือดอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนที่จะหยิบเชือกออกมาจากกระเป๋า แล้วลากวิชาไปที่เก้าอี้ มัดเขาไว้กับเก้าอี้ในห้องครัว โดยไม่ลืมที่จะหยิบช็อคโกแล็ตรูปหัวใจ นั่นมาด้วย เธอ ..เธอฆ่าศรีวิกา .เธอฆ่าศรีวิการึ เธอฆ่าเขาทำไม วิชาพูดทั้งน้ำตา ตอนนี้เขาอยู่ในสภาวะกลัวจนขีดสุด อย่า!!พูด!!ถึง!!ยัย!!ศรีวิกา!!นั่น!!นะ!!!!!!!!มานีเลือดขึ้นหน้า เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เธอหยิบช็อคโกแล็ทรูปหัวใจจับใส่ปากของวิชาทันที วิชาหวีดร้องสุดเสียงต่อสู้กับมานี ฮิๆ รักมันมากใช่ไหม นังจิ้งจอกนั่นน่ะ ได้ กินเข้าไปซี่!! ช็อคโกแล็ทหัวใจของฉันที่ทำจากยัยนั่น กินเข้าไปซี่!! กินเข้าไป!!!! ช็อคโกแล็ทเริ่มแตกออกหัวใจโผล่ออกมาพร้อมกับกระแทกกับฟันของวิชาจนแตกออก เลือดสาดกระจายไปทั่วเนื้อของหัวใจไหลผ่านเข้าไปในปากของวิชาพร้อมๆกับเลือด วิชาร้องสุดชีวิตช็อคโกแล็ทรูปหัวใจกำลังอยู่ในปากเขา มันแตกอยู่ในปากเขา เลือดพร้อมน้ำสีแดงรินไหลจากปาก พุ่งกระฉูดยังกับน้ำพุ ดูสวยงามในมุมมองของมานี แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนักในสายตาของคนอื่น เอาล่ะ ทีนี้ภารกิจวันวาเลนไทน์ก็จบแล้ว มานีพูดพร้อมกับเอามือที่แดงฉานไปด้วยเลือดออกมาจากปากของวิชา ฉันเจอมาว่า พอผู้หญิงให้ช็อคโกแล็ทชายในวันวาเลนไทน์แล้ว ผู้ชายเขาจะให้ตอบแทนในวันไวท์เดย์ด้วยนะ มานีแสยะยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัวพร้อมกับเปิดกระเป๋าออกมา พอดีฉันอยากได้ช็อคโกแล็ทไวท์เดย์วันนี้เลยน่ะ .หึๆ เอาวิชาเป็นแม่พิมพ์ คงไม่เป็นไรนะ? วิชาตาเหลือก ตอนนี้จิตใจเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต มานีหัวเราะเบาๆก่อนที่จะเอาอุปกรณ์ทำช็อคโกแล็ตออกมา จากนั้นจึงหยิบมีดที่ใช้ฟันขาเขาออกมา เรามาทำช็อคโกแล็ตกันเถอะนะ? ฮิๆ วิชาหวีดร้องสุดชีวิต ก่อนที่จะตามมาด้วย วูบบบ .. ฉึก ... THE END ขอให้มีความสุขในวันวาเลนไทน์ มานี จาก : มาโกะ - 09/02/2001 21:15 |
|
ข้อความ : อือ ฮึก วาเลนไทน์สยอง
ขอมอบช็อคโกแลตนี้แด่ผู้ที่ถูกหักอกครับ ^ ^;;; จาก : K.W.E. - 09/02/2001 21:31 |
|
ข้อความ : เป็นวาเลนไทน์ที่แดงดีจริงๆ... ^^;;
จาก : ioroid - 09/02/2001 21:36 |
|
ข้อความ : วะ
วิชา
วิชาเหรอ
มานีหน้าซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด เธอทำช็อคโกแล็ทที่เตรียมจะเคี้ยวอีกแท่งหล่นลงกับพื้นเหมือนกับตกตะลึง
<=== พิมพ์ผิดแฮะมันต้องศรีวิกาหน้าซีด... ลองแต่งเรื่องพรรค์นี้ดู ไม่รุจะสนุกไหม - -" จาก : มาโกะ - 09/02/2001 21:40 |
|
ข้อความ : เราแต่งเรื่องโหดๆเศร้าๆ SM ไม่เป็นว่ะ...แต่งทีไรกลายเป็น Funny Fic ทุกทีเล้ย -_- จาก : Kai_KuDo - 09/02/2001 22:07 |
|
ข้อความ : ..................โคตรโหดเลย..............
..น่ากลัวชิปเป๋ง...........อ่านตอนแรกนึกว่าฟิคหวาน.......คลั่งสุดๆ.....เอะใจตั้งกะตอนมาโกะเอ้ยมานีมีมีดในกระเป๋าแล้ว.... จาก : birdkun - 10/02/2001 02:05 |
|
ข้อความ : Mako favorite styles still cool. ^^;;; จาก : MrT - 10/02/2001 02:30 |
|
ข้อความ : โหดร้าย........ >_< จาก : Alicia - 11/02/2001 08:18 |
|
ข้อความ : มาโกะเอ๋ย ในที่สุดเธอก็ยังคงความเป็นตัวเอง ตอนเห็น แต่งฟิค วาเลนไทน์ โคตรตกใจ มาโกะ แต่งฟิค วาเลนไท!!!!!! แต่พออ่านตอนจบ เหอๆ ยังเป็นตัวเองอยู่นี่นา ฮิ ฮิ ฮิ.............ฮิ จาก : Noel - 11/02/2001 10:04 |
ข้อความ : สไตล์เรื่องสมเป็นเธอดีแท้ๆ แม่คุณเอ๋ย
![]() จาก : Rune - 12/02/2001 11:58 |
|
ข้อความ : หนุกดีนะ นานๆ จะเจอเรื่องแบบนี้รับ valentine ซะที แต่เราว่าบางช่วงมันดูแปลก ๆ อยู่นะ อย่างตอนที่ ศรีวิกากลับบ้านเงี้ย ไม่เคยเจอใครกลับเข้าบ้านตัวเอง แล้วต้องกดออดให้คนในบ้านออกมารับ ยกเว้นลืมกุญแจ ก็เก็ทอ่ะนะว่าจะแสดงให้เห็นว่ามีคนออกมารับ แต่มันไม่สมจริงอ่ะ จาก : Dracomina - 13/02/2001 15:30 |
|
ข้อความ : สุดยอดมากเป็นเรื่องอะไรที่อ่านแล้วสามมรภมองเห็นภาพได้เลย วันหลังแต่งอีกแล้วก็อย่าลืมไปโปรโมตในเว็บบอร์ดอีกนะ จาก : asshole - 14/02/2001 21:32 |
|
ข้อความ : โอ๊ย... ขวัญเอ๊ยขวัญมา ไอ้เรามันยิ่งพวกขวัญบอบบางอยู่ ดูซิ กระเจิงหมดเลย เหนื่อย... จาก : AOi - 16/02/2001 05:00 |