|
หัวข้อ : วาเลนไทน์
?<FIRST PART> ข้อความ : วาเลนไทน์ ?<FIRST PART> มันเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว กับเรื่องที่นักเรียนในห้องเรียนส่งเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจกันไม่หยุด ต่างคนต่างก็จับกลุ่มคุยเรื่องของตน บ้างก็ตั้งวงเล่นหมากรุกบ้าง บ้างก็ตั้งวงซุบซิบนินทา แต่จะอะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างก็ล้วนแต่ทำให้ความเงียบสงบของห้องเรียนหายไปทั้งสิ้น เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกๆโรงเรียนได้เสมอ ไม่เว้นแม้แต่โรงเรียนนี้ เดือนกุมภาพันธ์ วันนี้ในห้องเรียนก็ยังคงเหมือนเดิม การที่เด็กนักเรียนในห้องจะส่งเสียงดังโหวกเหวกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทุกคนก็มีกลุ่มของตนเอง จะมีบางคนบ้างที่เร่ร่อน แต่น้อยคนนักที่จะนั่งอยู่กับโต๊ะของตัวเองเงียบๆ มานีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่หายากนั่น เธอขยับมือของเธอลากเก้าอี้พลาสติกออกจากโต๊ะ ก่อนที่จะบรรจงขยับบั้นท้ายลงไปนั่ง จากนั้นจึงเปิดกระเป๋าพลางควานหาหนังสือนิยายเรื่อง โรมิโอกับจูเลียต เล่มโปรดของเธอ จากนั้นจึงหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดไปยังหน้าที่เธอได้เอาที่คั่นหนังสือคั่นเอาไว้ มานีก็เหมือนสาวน้อยช่างฝันคนอื่นทั่วๆไป เธอก็มีความฝันที่จะพบรักหรือทำอะไรโรแมนติคแบบจูเลียตในนิยายที่เธออ่านเหมือนกัน สาวๆหลายคนก็ฝันที่จะมีความรักน้ำเน่าเหมือนในนิยายแบบนี้ ตัวมานีเองเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาอยู่แล้ว เธอชอบนั่งอ่านหนังสือเงียบๆคนเดียวซะมากกว่า หลายๆคนจึงมองเธอว่ามีมนุษยสัมพันธ์แย่บ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับคำครหานินทาเหล่านั้น ถึงเธอจะเก็บตัวยังไง แต่เธอก็ยังมีเพื่อนบ้างล่ะน่า มานีพลิกหนังสือนิยายไปเรื่อย ในใจก็พลางฝันถึงความรักอันแสนหวานที่ต้องผจญกับขวากหนามเหมือนในนิยาย ซึ่งการฝันหวานของเธอนี้เหมือนๆจะกลายเป็นอะไรบางอย่างที่เธอทำเป็นประจำทุกวันเสียแล้วซี การที่เธอฝันแบบนี้ย่อมหมายความว่า สาว16 อย่างเธอมีคนที่แอบชอบแล้ว แน่นอนคนที่เธอแอบชอบก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หากแต่เป็น วิชา หนุ่มที่สุดแสนจะป๊อปปูล่าร์ในโรงเรียน การที่เธอแอบชอบดาวเด่นประจำโรงเรียนแบบนี้ ย่อมทำให้การเปิดเผยความในใจของเธอเป็นไปได้ยากเย็นเหลือเกิน ความรักของมานีจึงเหมือนกับรักเขาข้างเดียว ได้แต่ฝันถึงไปวันๆ แต่ยังไงซะเธอก็ยังมีความคิดที่ว่า ซักวันเธอต้องบอกความรู้สึกของเธอให้เขารู้จนได้น่า ไงจ๊ะ มานี อ่านหนังสือคนเดียวอีกแล้วเหรอ? เสียงใสๆเสียงหนึ่งปลุกมานีให้ตื่นจากภวังค์ เธอเงยหน้าจากหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เขียนโดยเช็คสเปียร์ แล้วมองไปทางต้นเสียง สาวน้อยผมสั้นแค่บ่ายืนอยู่ข้างหน้าของเธอ มือข้างขวาถือสมุดเรียนพร้อมด้วยกล่องดินสอ มือข้างซ้ายนั้นม้วนผมตัวเองเล่นแม้จะสั้นแค่บ่าแต่เธอก็ยังม้วนมันเล่นได้ สาวน้อยคนนี้มิใช่ใครอื่นใด หากแต่เป็นเพื่อนของมานีทื่ชื่อ ศรีวิกา นั่นเอง นี่กริ่งแล้วนะ รีบขึ้นไปห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ได้แล้วนะ มานี เสียงของศรีวิกาบอกเตือนมานี มานีไม่รู้เลยว่ากริ่งดังเสียแล้ว ท่าทางเธอจะฝันเพลินมากเกินไปเสียแล้ว ขอบใจมากนะจ้ะที่เตือน ฉันนี่ก็แย่จัง มัวแต่อ่านหนังสือเสียเพลิน มานีพูดพลางจัดแจงเก็บหนังสือเล่มโปรดเข้าไปในกระเป๋า ก่อนที่จะหยิบเอาหนังสือวิทยาศาสตร์กับสมุดพร้อมกล่องดินสอมาไว้ในมือของเธอแทน หลังจากนั้นจึงลุกขึ้นขยับเก้าอี้เข้าที่เดิม เธอนี่น้า เอาแต่อ่านหนังสือเป็นหนอนหนังสืออยู่ได้ แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายที่ไหนมาชอบล่ะ ศรีวิกาบ่นไปเรื่อยระหว่างที่เดินไปห้องวิทยาศาสตร์ มานีจึงตอบว่า ช่างเถอะน่า ฉันว่าฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ก็ดีแล้วนี่ เธอก็อย่างงี้ทุกทีแหละ เฮ้อ นี่เธอน่ะเคยชอบใครบ้างไหมเนี่ยถามจริงๆเหอะศรีวิกาถอนหายใจก่อนที่จะยิงคำถามใส่มานี มานีอึกอักทำท่าไม่ยอมตอบเล็กน้อย พอเป็นนัยให้ศรีวิการู้ได้ว่าเธอต้องแอบชอบใครอยู่แน่ๆ เอ่อ เรื่องนั้น มานีอึกอัก ทำท่าเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอสักอย่าง แบบนี้ แสดงว่ามีแล้วล่ะสิท่า ทำไมรู้มากอย่างงี้นะแม่คุณ มานีคิด นี่ๆเขาเป็นใครล่ะ อย่าถามซ่อกแซ่กจะได้ไหม!! อ่า เขาก็เป็นคน .เป็นคน .. เออ เป็นคนน่ะชั้นรู้ เธอคงไม่ไปรักอะไรที่ไม่ใช่คนหรอกนะ เอ แต่ก็ไม่แน่แฮะ นี่ ยัยศรีวิกา!! รอให้ชั้นพูดจบก่อนสิ เขาก็เป็นคน เป็นคนดีก็แล้วกัน เออๆ ..เอาเหอะ ว่าแต่ถ้าเธอแอบชอบเขาล่ะก็นะ ไม่ลองหาโอกาสสารภาพรักดูล่ะ ศรีวิกาทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดีแนะนำสิ่งต่างๆให้อย่างเต็มที่ กับศรีวิกาในความคิดของมานีนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่เธอไว้วางใจก็ได้ แต่หลายๆคนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันที่ทั้งสองคนนี้สามารถคบกันได้ เนื่องจากนิสัยของทั้งสองคนนั้นออกจะแตกต่างกัน มานีเป็นผู้หญิงผมยาวถักเปีย สวมแว่นสายตา ดูท่าทางเจ้าระเบียบ ไม่ได้เป็นคนสนใจด้านแฟชั่นอะไรมากมายนัก แต่ก็เป็นที่รู้ๆกันว่าผลการเรียนของเธออยู่ในระดับดีถึงดีมาก อาจจะเพราะการที่เธอหมกมุ่นกับหนังสืออย่างเดียว ทำให้เธอค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว แม้จะอายุ16 แต่มองดูเธอใครๆก็อาจจะคิดว่าอายุรุ่นป้าแล้ว นอกจากการเรียนกับการอ่านหนังสือแล้ว อย่างอื่นที่เหมือนผู้หญิงทำกันเธอก็มักจะไม่ได้ทำ เช่น การครัว หรือการฝีมือต่างๆ ส่วนศรีวิกา ศรีวิกาเป็นสาวเปรี้ยวผมยาวแค่บ่าสีดำขลับ สดใสร่าเริงอีกทั้งยังเป็นคนที่ทันสมัยมากในเรื่องของแฟชั่นและการแต่งตัว ในวันหยุดเธอแทบจะแต่งตัวไม่ซ้ำกันเลยก็เรียกได้ แม้ว่าศรีวิกาจะเป็นสาวเปรี้ยวสุดฤทธิ์สุดเดช อย่างไรก็ตามศรีวิกาก็ยังมีฝีมือด้านการครัวที่เรียกได้ว่าจัดจ้านทางด้านนี้มาก อาจจะเพราะสืบสายเลือดคุณแม่ของเธอที่เป็นแม่ครัวก็ได้ เรียกว่าพอวิชาคหกรรมใครๆก็อยากจับกลุ่มอยู่กับศรีวิกาเลยว่างั้น ไม่ใช่แค่คหกรรมแต่งานกิจกรรมอื่นๆใครๆก็อยากจับกลุ่มกับศรีวิกาทั้งนั้น ผิดกับมานีที่ค่อนข้างจะเงอะงะชักช้า ทำให้กลายเป็นเศษของห้องต้องร่อนเร่ไปอยู่กับกลุ่มที่ไม่พึงประสงค์ ถึงนิสัยของทั้งสองคนจะต่างกันราวฟ้ากับดินแบบนี้ แต่ทั้งสองก็ยังคงคบกันได้ หลายๆคนคิดว่าศรีวิกาสงสารมานี เลยเป็นเพื่อนด้วย หรือบางคนก็คิดไปว่ามานีต้องการรัศมีจากศรีวิกามาประดับประดาตน เผื่อจะมีบุญได้เกิดกับเขาบ้าง ทุกมุมมองดูเหมือนจะเห็นศรีวิกาดีกว่ามานีทั้งนั้น แต่ในความคิดของมานี เธอเห็นว่าศรีวิกาเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้คนหนึ่งเลยทีเดียว ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินมาถึงห้องวิทยาศาสตร์ มานีเปิดประตูห้องออกแล้วจึงเดินเข้าไปหาที่นั่ง ศรีวิกาก็เช่นกัน การเรียนการสอนดำเนินไปจนจบคาบ แต่ในสมองของมานีนั้นคิดถึงแต่เรื่องที่ศรีวิกาพูด สารภาพเหรอ เธอคิด มันอาจจะดีก็ได้ ดีกว่าที่เธอเป็นอยู่อย่างนี้ สู้บอกความรู้สึกที่เธอมีให้เขาได้รับรู้ไปเลย น่าจะเป็นการทำให้เธอสบายใจกว่าการที่เฝ้าแอบมองอยู่อย่างนี้ แต่การสารภาพรักก็เป็นสิ่งที่น่าอายไม่ใช่น้อย มานีเดินคิดไปเรื่อยๆ เธอมโนภาพถึงภาพที่เธอสารภาพรักกับวิชา หนุ่มในดวงใจของเธอและหลายๆคนในโรงเรียน ในภาพวิชาตอบรับรักเธอ แล้วสองคนก็รักกันอย่างมีความสุข แต่ในชีวิตจริงมันจะเป็นอย่างที่เธอฝันหวานหรือ? ถ้าฉันไม่กล้าพูดออกมาเป็นคำพูด การให้เป็นสิ่งของแทนจะดีกว่าไหมนะ เธอเริ่มคิดหาทางบอกความรู้สึกที่เธอมีต่อชายหนุ่มที่เธอมีใจให้ พลางคิดไปว่าถ้าให้เป็นสิ่งของ เธอจะให้เนื่องในโอกาศอะไรเล่า เดือนกุมภาพันธ์จะมีเทศกาลอะไรที่เธอจะเอามาเป็นข้ออ้างได้นะ ในที่สุดเธอก็คิดได้ ใช่แล้ว!! วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก วันนี้วันที่ 9 เธอยังมีเวลาอีก5วัน เธอสามารถใช้วันวาเลนไทน์นี่แหละเป็นวันที่เธอสารภาพรักได้ สารภาพรักในวันวาเลนไทน์ช่างโรแมนติคอะไรเช่นนี้ ทีนี้เธออาจจะได้เป็นเหมือนกับนางเอกในนิยายที่เธอฝันถึงก็เป็นได้ เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่เธอจะให้เขาเพื่อแทนความรู้สึกในวันวาเลนไทน์ .กุหลาบรึ? ไม่น่า สิ่งนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ชายให้ผู้หญิงมากกว่า หรือจะซื้อตุ๊กตาหรือหีบเพลงให้งั้นรึ? ไม่ไม่ วันวาเลนไทน์ที่แสนจะเป็นโอกาศที่ดีแบบนั้น น่าจะให้ของขวัญอะไรที่ประทับใจกว่านั้นหน่อย ของขวัญที่เธอทำเอง ทำให้จากใจ จะได้ให้เขาเห็นถึงความพยายาม มานีนึกไปเรื่อยว่าจะทำอะไรให้วิชาดี ถักนิตติ้งรึไม่น่า เวลาแค่ไม่กี่วันไม่น่าถักเสร็จ แถมเธอยังไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้อีกด้วย ให้ตายสิทำไมเธอถึงพึ่งจะมาเห็นคุณค่าของงานฝีมือเหล่านี้เอาป่านนี้นะ เมื่อก่อนเธอยังเห็นว่ามันเป็นสิ่งไร้สาระอยู่แท้ๆ ขณะที่มานีกำลังคิดอยู่นั้น เธอไม่ทันได้มองทางข้างหน้าเสียเลย พลั่ก!! ร่างของมานีล้มลงพร้อมๆกับเสียงร้องของเธอ หากแต่ชายผู้ยืนตระหง่าอยู่ข้างหน้าของเธอนั้นกลับยืนนิ่งดุจดั่งกำแพงที่ไม่มีทางสั่นไหวยังไงยังงั้น มือของชายผู้นั้นได้ยื่นไปยังมานีที่นั่งอยู่บนพื้นเบื้องหน้าของเขา มานีรู้สึกงงเล็กน้อยขณะที่จับมือนั้นพร้อมๆกับพยุงเอาร่างของตนขึ้นมาจากพื้น ขะ..ขอโทษนะคะ ฉันมัวแต่เหม่อไม่มองทาง อ๊ะ!!มานีพูดขอโทษพัลวันหากแต่เธอก็ต้องหยุดพูด เมื่อเธอพบว่าชายผู้ที่เธอชนเข้านั้นหรือคือวิชา หนุ่มที่เธอแอบมีใจให้อยู่นั่นเอง เป็นอะไรมากไหมครับ .เอ่อ คุณ ไม่แปลกเลยที่ชายหนุ่มจะไม่รู้ชื่อของเธอ เธอไม่ได้แสดงตัวโดดเด่นอะไรมากมายนี่ คือ ฉัน .เอ่อ มะ มานีค่ะมานีอึกอักพยายามหลบหลีกสายตาของคู่สนทนา อ๋อ ใช่ๆ ใช่ครับ มานี ผมจำคุณได้แล้ว คุณใช่ไหมที่เป็นบรรณารักษ์ของโรงเรียน เขายังอุตส่าห์จำฉันได้อีก ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำตัวโดดเด่นแท้ๆ มานีคิด ตอนแรกที่เธอเจอวิชาก็คือตอนที่เธอเป็นบรรณารักษณ์นั่นเอง ตอนนั้นขณะที่เธอกำลังจัดหนังสือเข้าตู้อยู่ โชคไม่ดีเอาเสียเลยที่หนังสือเจ้ากรรมกลับล้มครืนลงมา เสียแรงเธอต้องมาเก็บมันเข้าที่อีกรอบ แต่ก็ใช่ว่าพระเจ้าจะใจร้ายกับเธอ ใช่แล้ว ตอนนั้นนั่นเองที่เธอได้เจอกับวิชา . ชายหนุ่มเดินเข้ามาหวังว่าจะยืมหนังสือ หากแต่เจอกับบรรณารักษณ์สาวกำลังม่วนอยู่กับกองหนังสือที่ระเกะระกะอยู่บนพื้น สุภาพบุรุษอย่างเขาจะไม่เข้าไปช่วยเสียหน่อยก็กระไรอยู่ มานีจึงประทับใจในตัวของวิชาตั้งแต่นั้นเรื่อยมา ค่ะ ฉันเองค่ะ ที่เป็นบรรณารักษณ์ของโรงเรียน ขะ .ขอบคุณมากนะคะ .ที่ ทีช่วยฉันในตอนนั้น อ๋อ เรื่องเล็กครับ ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอก ที่สำคัญ ผู้หญิงคงจัดการอะไรหนักๆอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวเหนื่อยแย่เลยชายหนุ่มพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มที่สะกิดหัวใจของสาวๆเป็นยิ่งนัก แม้แต่มานีเองก็เถอะ ใจของเธอก็สั่นไหวไม่เป็นจังหวะเหมือนกัน เธอรู้สึกว่าหน้าของเธอเริ่มร้อนผ่าว ใจเต้นระส่ำ เธอน่าจะหาทางหลีกหนีออกจากตรงนี้ แต่เสียงของตัวเธออีกคนหนึ่ง เหมือนจะก้องอยู่ในหูไม่ให้เธอพลาดโอกาสตรงนี้ไป เป็นโอกาสแล้วไงมานี เอาซี่ ถามเขาเลยว่าเขาชอบอะไร วันวาเลนไทน์จะได้ให้ของขวัญถูกใจเขา เสียงๆนั้นก้องกังวาลอยู่ในจิตสำนึกของมานีเป็นเวลานาน เอ่อ มะ ไม่ทราบว่าฉัน ฉันจะทำอะไร ..ตอบแทนคุณได้บ้างคะ . นี่ชั้นพูดอะไรออกไปเนี่ย!! โอ๊ย ไม่ต้องหรอกครับเรื่องเล็กน้อยครับ ผมไม่ต้องการอะไรตอบแทนหรอก ไม่ได้หรอกค่ะ ..เอางี้ คะ คุณ .ชอบอะไรล่ะคะ . เฮ้!! ชั้นถามอะไรออกไป ถามคำถามหน้าอายยังงั้นออกไปได้ยังไง!! อืม .ถ้าคุณพูดยังงั้นละก็ .จะขนมหรืออะไรก็ได้ครับ ..แต่ความจริงไม่ต้องลำบากอะไรมากมายหรอกนะครับ ขนม? ขนมเหรอ? ใช่สิ!! วาเลนไทน์ วาเลนไทน์ก็ต้องช็อกโกแล็ทซี่ ทำไมเธอโง่อย่างงี้นะ ในการ์ตูนญี่ปุ่นที่เธออ่านก็ออกจะมีถมไป ใช่สิ ช็อกโกแล็ท ต้องเป็นรูปหัวใจด้วย ช็อกโกแล็ททำเองรูปหัวใจ จะหาอื่นใดโรแมนติคกว่านี้ไม่มีอีกแล้วแน่นอน!! ถ้าอย่างงั้น ดะ .ดิฉัน .ขะ .ขะตัวก่อนนะคะมานีพูดพร้อมกับคว้าหนังสือและกล่องดินสอมาไว้ในมือแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยังงงกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่อยู่ไม่น้อย ทำไมเธอถึงถามอะไรแบบนั้นออกไปนะ ทำไมเธอต้องเชื่อเสียงที่ก้องอยู่ในหัวของเธอ แต่ช่างเถอะ ยังไงซะเธอก็รู้แล้วล่ะว่าเธอควรจะให้อะไรกับวิชาดีในวันวาเลนไทน์ ปัญหาอยู่ที่ว่าเธอทำช็อกโกแล็ตไม่เป็นนี่สิ ยังไงซะปัญหานี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมากมาย ในเมื่อที่มีศรีวิกาผู้ขึ้นชื่อลือชาด้านคหกรรมซะอย่าง ขอให้ศรีวิกาสอนให้คงไม่เป็นไรน่า เพื่อนกันซะอย่าง เดี๋ยวไว้เลิกเรียนไว้กลับบ้านไปทำด้วยกันก็แล้วกัน คิดพลางก็รีบเดินไปยังห้องเรียนเพื่อหาเพื่อนของเธอนามศรีวิกา ทันที ทำช็อกโกแล็ตเหรอ? เห~~~~ เธอนี่ก็กิ๊บเก๋ไม่เบานี่นาาาา?เสียงยานคางตามสไตล์สาวสวยรวยเสน่ห์อย่างศรีวิกาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ มานี บอกเรื่องที่จะทำช็อกโกแล็ตให้แก่วิชา กับเธอแต่มานีไม่ได้บอกร้อก ว่าเธอจะให้ใคร อาฮะ ..ทำช็อกโกแล็ต เธอทำเป็นไหม . ต๊ายยย เรื่องขนมหรืออาหารการกินเนี่ยนะ วางใจชั้นได้เลย กะอีแค่ช็อกโกแล็ตรูปหัวใจทำไมจะทำไม่ได้กันล่ะ แล้วยังไงจะให้ฉันทำให้เธอแล้วเธอจะเอาไปให้เขาคนนั้นรึไง? ไม่เอาหรอก อย่างงั้นมันก็ไม่ประทับใจน่ะสิ อ้าว แล้วเธอจะเอาไงล่ะ? ฉันมาขอร้องให้เธอสอนฉันทำตะหากเล่า ศรีวิกาตกใจเล็กน้อยกับคำพูดที่ได้ยินจากปากของเพื่อนเธอ มานีผู้แสนจะเฉื่อยชาเรียบง่าย กลับมาขอให้เธอสอนทำช็อกโกแล็ตเพื่อจะเอาไปให้ชายที่รัก ก็ได้อ่ะนะ แต่เธอจะทำได้รึเปล่าก็อีกเรื่องนึงนะ ฉันว่าฉันจะพยายาม น้ำเสียงของมานีนั้นหนักแน่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น แววตาเด็ดเดี่ยวของเธอจ้องมองมายังศรีวิกาอย่างที่เธอไม่สามารถละสายตาออกมาจากศรีวิกาได้ลง ตกลง งั้นวันอาทิตย์นี้เจอกัน END OF FIRST PART CONTINUE ON FINAL PART จาก : มาโกะ - 09/02/2001 21:13 |