|
หัวข้อ : ***เทพบุตรผู้พิทักษ์ ตอนที่ 18 เซซิออล *** ข้อความ : ทางทิศตะวันออกของทะเลสาปไนอาร่าติดกับพื้นที่ป่าและหุบผาสูงชัน ด้านหนึ่งมีโตรกน้ำตกสูงตระหง่านไหลลงจากหน้าผา แลเห็นเป็นทางสีขาวท่ามกลางละอองไอหมอกบางเบาซึ่งแผ่ปกคลุมโขดเขาสีน้ำเงิน มองแต่ไกลคล้ายแถบผ้าขาวพาดยาวลงมาจากภูเขา ยามสนธยาอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าด้านประจิม มักปรากฏให้เห็นเป็นรุ้งกินน้ำเจ็ดสีพาดโค้งเป็นครึ่งวงกลมห้อมเป็นกรอบล้อมภาพธารน้ำตกนี้ไว้ ....งดงามตระการตาราวฉากนิรมิต...! น้ำจากภูเขาไหลลงมารวมตัวอยู่เบื้องล่างเป็นบึงกว้าง แสงอาทิตย์ส่องผ่านแมกไม้กระทบผิวน้ำในบึง จนดูเป็นสีเขียวราวมรกต จากบึงใหญ่มีธารน้ำไหลลดหลั่นลงไปอีกเป็นชั้นๆ ค่อยรวมตัวกันเป็นลำธารอันคดเคี้ยวไหลค่อยไหลลงสู่ทะเลสาป ทางทิศเหนือของบึงมรกต..มีสิ่งก่อสร้างหินอ่อนสีขาวคล้ายวิหารรูปทรงสวยแปลกตา หลังคาเป็นรูปมังกรสีทองตัวมหึมาในอากัปกิริยาราวจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แลเด่นตระหง่านตัดกับโขดผาสูงสีน้ำเงินชันเสียดฟ้าที่เป็นฉากอยู่ ณ เบื้องหลัง รอบวิหารหินอ่อนเป็นลานดินกว้างที่ถูกปรับพื้นจนเรียบแน่น สี่มุมของพื้นลานสร้างเป็นเสาหินสูงราวสามคีปะสี่ต้นห้อมล้อมวิหารหินอ่อนไว้ บนยอดเสาแต่ละต้นจัดวางรูปสลักของสัตว์ในเทพนิยายอันประกอบด้วยราชสีห์ นกฟีนิกซ์ นาคราช และ เพกาซัส ซึ่งกำลังเงยหน้าช้อนปากขึ้นประคองโคมแก้วดวงกลมใส มองทะลุผ่านเข้าไปข้างใน เห็นตรงกลางเป็นผลึกคริสตอลแดง สีน้ำเงิน เหลือง เขียวตามลำดับ ยามเมื่ออาทิตย์สายัณห์มาเยือน.. โคมคริสตัลทั้งสี่เปล่งแสงสีเจิดจ้าออกมา สาดกระทบต้องผิวหินอ่อนสีขาวของตัววิหาร สะท้อนประกายหลากสีสัน งามวิจิตรจับตามองเด่นเห็นชัดแต่ไกล บันดาลให้วิหารทั้งหลังดูราวจะแฝงมนต์ขลังอันศักดิ์สิทธิ์และพลังอำนาจลึกลับชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถสยบทั้งมนุษย์ เทพและปีศาจให้มิกล้าล่วงล้ำกล้ำกราย ณ ที่นี้เองคือวิหารเทพมังกร.. ทวารที่สามารถเปิดเชื่อมไปสู่สุสานเทพกษัตริย์ อันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ ณ กลางหุบเขาแห่งหนึ่งของมหาบรรพตซินพิไดมอส..หากประตูใหญ่ของวิหารเวลานี้ปิดสนิทแน่น มีเพียงผู้ถือ กุญแจแห่งคอธ เท่านั้นคือผู้สามารถเปิดเข้าไปได้.. นี่คือกฏอันมีมานับแต่บรรพกาล คืนนี้จันทร์เต็มดวงเพ็ญอีกครั้ง บนผืนฟ้าราตรีจันทราสุกสกาวดวงกลมโตมหึมา ลอยต่ำระเรี่ยอยู่เหนือเงายอดเขามืดทะมึนมองจากอีกริมฝั่งหนึ่งของทะเลสาป ยิ่งขับเน้นวิหารหินอ่อนซึ่งฉาบด้วยแสงสีจากโคมคริสตัลทั้งสี่สีหลังนั้น แลดูเด่นสง่าน่าเกรงขามขึ้นเป็นพิเศษ ยามนั้นเองที่เจ้าชายเมราซัสทรงปรากฏกายขึ้นบนลานกว้างเบื้องหน้าเทพวิหารอย่างโดดเดี่ยว กวาดพระเนตรสำรวจรอบข้างอย่างรอบคอบเที่ยวหนึ่ง เมื่อเห็นไม่มีบุคคลที่สองในละแวกใกล้เคียง ค่อยชูพระหัตถ์ขวาขึ้นสูงรวบรวมพลังคอธเป็นกลุ่มแสงสีขาวจ้าทรงกลมมองดูราวกลับพระจันทร์บนฟ้าเคลื่อนลงมาสูงกลางฝ่าพระหัตถ์ก็ไม่ปาน บัดนั้น..ปาฏิหาริย์พลันบังเกิด ..เส้นแสงสีแดง สีน้ำเงิน เหลือง เขียวพุ่งตรงลงมาจากโคมคริสตัลเหนือเสาศิลาทั้งสี่ รวมเข้ามาสู่ใจกลางของพลังคอธทรงกลมสีขาว กลายเป็นเส้นแสงสีทองพุ่งเข้าหาประตูโลหะเบื้องหน้าบานนั้น ในเสียงดังเอี๊ยดเบาๆ.. ประตูวิหารแยกเปิดออกช้าๆ..เห็นหลังประตูบานนั้นเป็นผนังทึบสีปรอทปิดกั้นจนมิอาจมองฝ่าเข้าไปภายในนั้นได้ หากเจ้าชายกลับลดพระหัตถ์ลงแนบข้างพระวรกาย ก้าวพระบาทยาวๆเสด็จดำเนินผ่านเข้าไปอย่างคุ้นเคย ดูแล้วราวกับทรงจมกลืนหายเข้าไปในกำแพงสีปรอทนั้นก็มิปาน.. .. ผ่านพ้นไปอีกฝั่งหนึ่งของกำแพงสีปรอท นั่นเป็นห้องโถงกว้างขวาง เพดานตรงกลางเป็นลักษณะโดมสูง กลางห้องค้ำด้วยเสาหินขนาดชายฉกรรจ์สองคนโอบสูงราวสามสี่คีปะสิบกว่าต้น แต่ละต้นห่างกันช่วงละสามคีปะ พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีเข้ม ผนังสามด้านมีประตูวงเดือนด้านละสามบาน เหนือประตูประดับหินกระจกหลากสีเรียงรายเป็นรูปสัตว์เทพต่างๆ ด้านในสุดของห้องโถงจัดวางแท่นสุสานโลหะลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงราวครึ่งคีปะสลักลวดลายลงรักอย่างสวยงามแปดหลังแต่ละหลังล้วนกั้นรั้วทองรายรอบมีอาณาบริเวณของตนเอง หน้ารั้วจัดวางแท่นเตี้ยซึ่งมีเครื่องบูชา และป้ายทองสลักอักษรพระนามเจ้าของแท่นสุสานแต่ละหลัง เจ้าชายเมราซัสสาวพระบาทมาถึงแท่นสุสานหลังที่หก ซึ่งภายในเขตรั้วทองยังมีแท่นสุสานหลังเล็กอีกหลังอยู่ในบริเวณเดียวกัน ป้ายทองบนแท่นเตี้ยบูชาของสุสานหลังเล็กสลักพระนาม เจ้าชายมัสฟาจิน เจ้าชายเมราซัสคุกพระชงน์ลง ยื่นหัตถ์กดพื้นหมอบก้มจนพระนลาฏแตะสัมผัสแท่นเตี้ยบูชา ค่อยยันพระกรยืดองค์ประทับยืนขึ้น เบือนพระพักตร์ไปทางปะตูวงเดือนบานที่สามทางขวามือ เห็นร่างหนึ่งมิทราบมายืน ณ ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อใด อีกฝ่ายดูไปอยู่ในวัยประมาณไม่เกินสามสิบ ร่างสูงโปร่งสง่างามในอาภรณ์ยาวตัดเย็บเรียบง่ายสีขาวหม่น ใบหน้าขาวซีดเซียวหากทอเค้าสงบอ่อนโยน ดวงตาเรียวยาวแฝงประกายการุณย์ คิ้วเข้มลากเป็นเส้นตรง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเม้มสนิทเปล่งรอยยิ้มน้อยๆ ใต้คางเป็นไรหนวดเขียวจางๆ กอรปเป็นเค้าโครงรูปหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตร.. ท่านปู่.. เจ้าชายแย้มโอษฐ์กว้าง เรียกหาอย่างปิติ สาดวรกายเข้าไปสู่อ้อมแขนของอีกฝ่ายที่อ้ากางเข้าโอบกอดเขาไว้เช่นกัน ที่แท้บุรุษผู้นี้ก็คือ เซซิออล.. อดีตเจ้าชายผู้ไร้ฐานันดร ซึ่งชนชาวโลกต่างเข้าใจว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง เซซิออลยังคงอยู่ ณ สุสานเทพกษัตริย์แห่งนี้ ความจริงปีนี้เขาอายุเกือบแปดสิบปีแล้ว หากเพราะในอดีตครั้งเมื่อยังเยาว์ เขาเคยรับประทานโอสถทิพย์ห้าเม็ด ทำให้สามารถดำรงรูปร่างหน้าตาอ่อนเยาว์ไม่แก่ชรา สำหรับฐานะของเซซิออลนั้น สมควรมีศักดิ์เป็นพระอัยกาน้อยขององค์ฟาลอส แต่เนื่องจากเจ้าชายทรงคุ้นเคยตรัสเรียกหาตามพวกชิรินทั้งสี่ ดังนั้นจึงเรียกเซซิออลว่า ท่านปู่ไปด้วย เซซิออลกอดเจ้าชายด้วยความคิดถึง ค่อยผละอีกฝ่ายออกห่างเล็กน้อย ยิ้มถามอย่างอ่อนโยน ไม่เจอกันนาน.. เจ้าสบายดีหรือ.. แล้วพวกมันอีกสี่คนเล่า ? ข้าสบายดี.. พวกพี่ๆก็สบายดี แล้วท่านปู่เล่าเป็นอย่างไร สีหน้าของท่านยังดูไม่ดีเลย.. คนแก่ก็เป็นเช่นนี้ .. จะสดใสเช่นพวกเจ้าได้อย่างไร.. ? ข้ารู้.. เพราะตอนนั้นที่ท่านเสียสละถ่ายทอดคอธวัฒนะแก่พวกเรา จึงทำให้ท่านต้องเป็นแบบนี้.. เซซิออลยิ้ม จงใจหันเหหัวเรื่องสนทนา เจ้ามาคนเดียวหรือ แล้วทำไมแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้..อย่าบอกนะว่า..แอบหนีออกจากวังมาเที่ยวอีกแล้ว.. โตจนป่านนี้ยังซุกซนไม่เลิกอีกหรือ.. เจ้าชิรินตัวดีปล่อยเจ้ามาตามลำพังได้อย่างไรกันเนี่ย เพราะเขารู้ว่าข้าจะมาเยี่ยมท่านปู่ พี่ใหญ่ถึงได้ยอมให้ข้ามาหรอก.. พวกเขาทุกคนก็ล้วนเป็นห่วงและคิดถึงท่าน ท่านปู่.. ข้ามีของมาฝากท่านด้วย รับรองว่าท่านเห็นแล้วต้องยินดีแน่นอน อะไรหรือ ? เจ้าชายเมราซัสล้วงต้นหิมะมรกตจากในย่ามออกมาอวดเซซิออล ผู้สูงวัยถึงกับเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ อะไรกัน.. นี่เจ้าขึ้นไปถึงยอดดอยเทียมฟ้าที่ไมซาลาเชียวหรือ ? ใช่แล้ว.. พอดีข้าแวะไปทำธุระที่ไมซาล แล้วได้ยินข่าวเกี่ยวกับต้นไม้วิเศษต้นนี้ ต้นหิมะมรกต..พันปีจึงจะขึ้นมาสักต้น นี่คงเป็นเจตนาขององค์เทพเจ้า ประทานพลังคอธวัฒนะที่ท่านเคยสูญเสียไปเมื่อหลายปีก่อนให้กลับคืนมา .. เมราซัส เซซิออลถึงกับซึมนิ่ง เหม่อมองพักตร์ของเจ้าชายแล้วครางเบาๆอย่างตื้นตัน ท่านปู่ เราไปที่เรือนพักของท่านกันเถอะ เจ้าชายตรัสอย่างตื่นเต้น พลางคล้องแขนประคองอีกฝ่ายเดินด้วยอากัปกิริยาเคลียคลอสนิทสนมดั่งกลับไปเมื่อวัยเด็กอีกครั้ง ช่วยสอนข้าด้วย ..จะปรุงยาวัฒนะจากต้นหิมะมรกตอย่างไร . ออกจากสุสานเทพกษัตริย์เบื้องนอกเป็นที่ราบหุบเขากว้างอันร่มรื่นสวยงาม เรือนพักของเซซิออลปลูกอยู่ริมลำธารไม่ห่างจากสุสานใหญ่สักเท่าไร ข้างๆมีเรือนแฝดเล็กๆอีกสองหลัง ที่แท้นั่นเคยเป็นที่อาศัยของเจ้าชายและพวกชิรินทั้งสี่พี่น้องเมื่อในอดีต เวลาผ่านล่วงเลยหกเจ็ดปี หากทุกอย่างคล้ายยังคงเป็นเมื่อสองสามวันก่อน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้ ทุกประการยังอยู่ที่เดิมและในสภาพเดิม.. เย็นวันนั้น.. เจ้าชายเมราซัสหมกองค์อยู่ในห้องปรุงยาของเซซิออล เปิดกางตำราสมุนไพรเพื่อจัดปรุงหิมะมรกตเป็นโอสถวัฒนะ เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ามันจะสามารถฟื้นพลังคอธในกายของเซซิออลให้กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง หลังจากสูญเสียคอธจำนวนมหาศาลในครั้งนั้น เพื่อที่จะกระตุ้นคอธในกายของเขาและพวกชิรินทั้งสี่พี่น้อง ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน..โอสถวัฒนาก็ปรุงสำเร็จ.. เจ้าชายดีพระทัยยิ่ง รินยาใส่ชามยกมาให้เซซิออลที่ห้องของท่าน เห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ริมหน้าต่าง เงยหน้ามองดูดวงดาวบนฟากฟ้าไกล สีหน้าหดหู่เดียวดาย ราวจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด ท่านปู่.. เจ้าชายตรัสเรียกหา ยาปรุงเสร็จแล้ว.. กำลังอุ่นๆรีบดื่มเถิด เซซิออลเบือนหน้ามาช้าๆ ยิ้มบางๆบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ยื่นรับชามยามาแล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ ค่อยยื่นมือลูบพระเส้นพระเกศาของเจ้าชายอย่างสิเน่หาแกมตื้นตัน ปู่รู้ว่า..เจ้าเป็นเด็กกตัญญู.. เมราซัสหลานรัก.. ขอบใจมาก.. ท่านปู่รีบดื่มเถิด.. ข้าอยากเห็นท่านปู่แข็งแรงหายป่วยเร็วๆ.. อืม.. เซซิออลทำท่าทางลังเล ว่าแต่เจ้าแน่ใจรึว่าหิมะมรกตมีสรรพคุณสูงส่งขนาดนั้น.. ทำไมจะไม่แน่ใจ.. ก็ในตำราระบุไว้ชัดเจน.. ท่านก็เคยบอกข้าว่าต้นนี้ไม้นี้มีสรรพคุณเป็นคอธวัฒนะ.. มันก็จริง.. แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยบอกเจ้า แล้วในตำราก็ไม่ได้ระบุไว้.. อะไรหรือ.. ? ยาวัฒนะที่ปรุงจากหิมะมรกตแม้เป็นคอธวัฒนะ แต่จะมีผลข้างเคียงต่อผู้รับประทานลงไป หากคนผู้นั้นร่างกายไม่เแข็งแรงพอ คอธที่เพิ่มขึ้นจนยากควบคุม อาจทำให้ร่างแหลกระเบิดออกได้ เวลานี้ปู่ร่างกายอ่อนแอเกินไป เกรงว่าอาจรับตัวยานี้ไม่ไหว.. เจ้าชายทรงอ้าโอษฐ์ค้างตะลึงด้วยทรงนึกไม่ถึง ขบคิดดำริอยู่ครู่ใหญ่ก็รู้สึกว่าที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นมีเหตุผล อดพักตร์หมองลงอย่างผิดหวังมิได้ ข้าขอโทษ.. เพราะความไม่รอบคอบของข้า เกือบทำให้ท่านปู่เป็นอันตรายแล้ว.. ทำไมท่านไม่บอกข้าแต่แรก.. เราเห็นเจ้าตื่นเต้นปานนั้น จะไปออกปากห้ามเจ้าได้อย่างไร.. งั้นยาชามนี้ ถ้าเจ้าอยากรักษาอาการป่วยของเรา ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง.. เพียงแต่อาจจะเสี่ยงอยู่บ้าง.. รีบบอกเถิด.. ไม่ว่าให้ข้าทำอย่างไร เมราซัสก็ยินดีทุกอย่าง ขอให้ท่านปู่หายป่วยเท่านั้น.. เจ้าชายรีบรับสั่งถามอย่างกระตืนรือร้น เซซิออลเหลือบมองไปยังดวงดาวบนท้องฟ้านอกหน้าต่าง สีหน้าฉายแววหม่นหมองวูบ แต่เมื่อเบือนกลับมาอีกครั้ง ใบหน้างามสง่าก็ทอรอยยิ้มอ่อนโยนอีกครา วิธีนั้นก็คือ.. เจ้าดื่มยาชามนี้ลงไป เพื่อกระตุ้นคอธในกายของเจ้า จากนั้นเจ้าค่อยถ่ายทอดคอธวัฒนะแก่เรา.. เพียงแต่วิธีนี้ อาจจะเสี่ยงต่อเจ้าอยู่บ้าง อาจทำให้เจ้ารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง . ท่านกล่าวถึงตอนนี้แล้วถอนใจ สั่นศีรษะพึมพำ ไม่ดีกว่า.. เราไหนเลยให้เจ้าเสี่ยงเพื่อเรา ชีวิตของเจ้าสำคัญเกินไป เราจะให้เจ้าเสียสละเพื่อเราขนาดนั้นได้อย่างไร.. ช่างเถอะนะเมราซัส ถือว่าปู่ไม่เคยพูดก็แล้วกัน.. ยาชามนี้.. นำไปเก็บเถิด.. บางทีสักวันภายหน้ามันอาจมีประโยชน์อย่างอื่น.. กล่าวจบผุดลุกขึ้น ก้าวยาวๆไปที่หน้าต่างอีกครั้ง ยื่นมือเคาะขอบหน้าต่างเบาๆราวจะสะกดความปวดร้าวภายในใจ เจ้าชายเมราซัสทอดพระเนตรมองด้านหลังของอีกฝ่าย เม้มโอษฐ์แน่นพระพักตร์ทอแววตัดสินพระทัยแน่วแน่ พลันคว้าชามยาบนโต๊ะเสวยลงไปจนหมดอย่างรวดเร็ว เซซิออลหันขวับมาโพล่งอย่างตระหนก.. เมราซัส.. นั่นเจ้าทำอะไร.. ? เจ้าชายเมราซัสรู้สึกทั้งร้อนวูบวาบและเย็นยะเยือกอยู่ในพระอุระ อดยกหัตถ์กุมทรวงไว้มิได้ เงยพักตร์ขึ้นรับสั่งสุรเสียงหนักแน่น ท่านปู่.. ข้าขอร้อง.. ให้ข้าได้ช่วยรักษาท่านเถิด.. โปรดรับน้ำใจนี้จากข้าสักครั้งเถิด.. เมราซัส เซซิออลพุ่งกายปราดเข้ามาประคองเจ้าชายพาไปประทับนั่งที่เตียง ส่ายหน้ากล่าวเสียงสั่นสะท้าน เด็กโง่.. ทำไมทำอะไรไม่คิดบ้างเลย.. ถ้าเจ้าควบคุมคอธที่มันทวีขึ้นมาในกายเจ้าไม่ได้จะทำอย่างไร รีบประสานฝ่ามือทั้งสองไว้ระหว่างอก หลับตากำหนดจิตตั้งสมาธิไว้ ห้ามว่อกแว่กเป็นอันขาด ในเสียงร้องสั่ง เจ้าชายก็ทรงปฏิบัติตาม พระเนตรพริ้มปิดลง..ก่อนจิตจะรวบรวมสมาธิ ภาพในอดีตยามวัยเยาว์พลันผุดขึ้นมาในมโนสำนึก นั่นเป็นภาพของเซซิออลที่โอบอุ้มเลี้ยงดูเด็กชายตัวเล็กๆถึงห้าคนอยู่ในหุบเขา เด็กน้อยแสนซนทั้งห้าวิ่งเล่นกันพล่านให้เขาไล่จับส่งเสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวสนุกสนาน ทุกเดือนเซซิออลจะให้พวกมันดื่มน้ำผึ้งถ้วยเล็กๆหนึ่งถ้วย แล้วใช้ฝ่ามือนวดคลึงกลางหลังให้พวกมันคนละครึ่งชั่วโมง เป็นเช่นนี้.. ผ่านไปถึงสิบปี จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กน้อยคนหนึ่งจึงรู้..ว่าน้ำผึ้งถ้วยนั้นแท้จริงได้ผสมเลือดทิพย์ในกายที่เซซิออลกรีดใส่ในกาน้ำผึ้งให้พวกมันดื่ม ก่อนที่จะถ่ายทอดคอธวัฒนะให้ เป็นเวลาถึงสิบปี เลือดที่หลั่งออกมากับพลังคอธที่สูญเสียไป.. ทำให้ยอดบุรุษผู้เข้มแข็งอย่างเซซิออล ถึงกับซูบซีดเซียว..ร่างกายล้าอ่อนแอ..เหมือนคนป่วยเรื้อรังคนหนึ่ง หากทุกประการเซซิออลกลับปกปิดไว้ตลอดมา ไม่มีใครรู้.. ทั้งชิริน คาลาธ ซาทากะ หรือริวจิล มีเพียงเจ้าชายเท่านั้นที่ทรงทราบ.. เซซิออลก็สั่งกำชับให้ทรงสาบาน.. ห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ชิรินทั้งสี่รู้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเจ้าชายเมราซัสจึงทรงตั้งพระทัยมั่น..แม้ว่าครั้งนี้ต้องผจญความเจ็บปวดเพียงใดขณะที่คอธก่อตัวขึ้นในพระวรกาย แม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายกับร่างแหลกระเบิดจนเสียชีวิต พระองค์จะทรงพยายามถึงที่สุด ..ต้องก่อคอธวัฒนะขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเข้ารักษาอีกฝ่ายให้หายป่วยให้จงได้.. สูดหายใจเข้าออกยาวๆ ควบคุมพลังร้อนและเย็นทั้งสองกระแสชักโยงเข้ารวมกันไว้ที่ลิ้นปี่.. เจ้าชายส่งเสียงอืมเบาๆ กระแสเสียงของเซซิออลราวแฝงพลังนุ่มนวลชนิดหนึ่งทำให้ทรงรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง เนื่องเพราะหลับเนตร..จึงหาได้ทรงล่วงรู้ไม่.. มุมปากเซซิออลเวลานั้นพลันคลี่ยิ้มออกอย่างพึงพอใจ หากทรงเห็นก็คงรู้..ว่าทั้งหมดนี้แท้ที่จริงเป็น แผน เท่านั้น ยามนั้นเซซิออลจึงหงายมือขึ้น กลุ่มแสงสีขาวเรืองทรงกลมบังเกิดขึ้นกลางฝ่ามือทั้งสอง.. จากนั้นค่อยยื่นมือออก .. พริบตานั้นเจ้าชายพลันสะท้านขึ้นราวถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า รู้สึกถึงฝ่ามือที่ประกบทาบใส่พระพระปฤษฎางค์ พลังอันปลอดโปร่งและอบอุ่นขุมหนึ่งแล่นออกจากฝ่ามือคู่นั้นถ่ายทอดเข้าสู่พระวรกาย กระแสพลังดั่งกระแสน้ำล้นหลาม ทะลักเข้ามาจนยากที่จะต้านทาน เจ้าชายเมราซัสถึงกับเบิกพระเนตรกว้างอย่างตระหนก ส่งเสียงแหบแห้ง ท่านปู่ ท่าน.. ท่านทำไมทำแบบนี้.. ไม่.. ไม่นะ ใบหน้าการุณย์ของเซซิออลเปล่งรอยยิ้มอันหดหู่ เด็กเอย..เราตัดสินใจแล้ว.. ปู่อายุมากแล้ว บัดนี้คงถึงเวลาแห่งอายุขัย หลายปีที่ผ่านมา..เราถ่ายทอดความรู้และวิชาคอธแก่พวกเจ้า บัดนี้..เรายังมีพลังอีกส่วนหนึ่ง ขอให้เราได้ส่งเสริมเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายเถิดนะ.. ไม่.. เจ้าชายส่ายพระพักตร์อย่างปวดร้าว หากใบหน้านั้น..ยังคงยิ้มอ่อนโยน ไม่มีวี่แววเลิกล้มความตั้งใจ เจ้าชายปวดร้าวพระทัยยิ่ง ทรงรู้..เมื่อมาถึง ณ จุดนี้ก็ไม่สามารถถอนตัวได้อีกแล้ว หากทรงต้านสองฝ่ายคงบาดเจ็บ โดยเฉพาะท่านปู่อาจจบสิ้นชีวิตทันที ดังนั้นได้แต่ยอมรับคอธที่อีกฝ่ายถ่ายทอดมาให้โดยมิกล้าขัดขืน ท่านปู่ ทำไมต้องหลอกข้าด้วย จาก : kjb - 08/02/2001 18:18 |
|
ข้อความ : someone someone call me O_o...eh mai shai nee na just similar name...(pai dee gwa..^^;) จาก : Cecil - 08/02/2001 18:33 |
|
ข้อความ : someone someone call me O_o...eh mai shai nee na just similar name...(pai dee gwa..^^;) <----- kwa jai len ni, Cecil. ^^;;;
Just as I though, เซซิออล do as I think. ^^ จาก : MrT - 09/02/2001 04:41 |
|
ข้อความ : เอ๊!? ท่านเซซิออล ยังมีชีวิตอยู่หรือค่ะ? อ่านตอนที่14 เห็นองค์ฟาลอสบอกกับผู้เฒ่าสายฟ้าว่าท่านเสียชีวิตไปเมื่อ6ปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือค่ะ? ทำไมองค์ฟาลอสถึงพูดปดละค่ะ?
ว่าแต่ตอนนี้ท่านเซซิออลนี่ ทั้งหลอกทั้งบีบกลายๆเลยนะคะ ^-^;; ปล. อ่านที่ พี่kjb ตอบข้างล่างแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ทำให้กระจ่างในบุคลิกขององค์ชายเมราซัสมากขึ้นเลยค่ะ ^-^ จาก : Alicia - 09/02/2001 20:17 |
|
ข้อความ : องค์ฟาลอสไม่ได้พูดปดหรอกค่ะ พระองค์เข้าใจว่าเซซิออลตายจริงๆ
เพราะเจ้าชายและสี่ผู้พิทักษ์บอกพระองค์ยังงั้น อันนี้เป็นความประสงค์ของเซซิออลค่ะ ที่ไม่อยากพบเจอใคร แล้วก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาตายไปจากโลกนี้แล้ว เขามีปมอยู่ในใจน่ะค่ะ เพราะเขาเป็นเจ้าชายในราชวงศ์เมราเนียล ผู้มีสายเลือดแห่งเทพ แต่ชะตากรรมวัยเยาว์ทำให้ตอนเด็กๆต้องพลัดจากวัง ถูกคนฝ่ายมารเลี้ยงดูจนโต พอกลับมาจึงไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากเชื้อพระวงศ์ ความขัดแย้งจุดนี้เป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวตามมามากมาย (มีอยู่ในภาค 1 ของต้นฉบับเดิมที่เคยตั้งใจเขียนใหม่ในชื่อของ "ยอดคนเหนือแผ่นดิน" น่ะค่ะ ) สรุปว่าการแบ่งแยกฝ่าย "เทพ" และ "มาร" ชัดแจ้งทำให้เกิดปัญหาและความเจ็บปวดตามมามากมาย และจะมีให้เห็นต่อ..ในบทต่อๆไปค่ะ จาก : kjb - 09/02/2001 20:57 |
|
ข้อความ : /me อ่านช้ามาก....
กะลังรอฉากบู๊มันส์ๆอีกน่อ จาก : ioroid - 10/02/2001 19:43 |