|
หัวข้อ : (Science Fiction).....ประวัติศาสตร์อนาคต บรรพที่ 1 : ข้อขัดแย้ง (ตั้งแต่ตอนเริ่มถึงตอนจนจบ) ข้อความ : ประวัติศาสตร์อนาคต บรรพที่ 1 - ข้อขัดแย้ง โดย : ประมุข ลิมปนันทน์ จาก : ออบิท 7 สัมผัสแห่งอารยะ .....อะไรเล่าคือยอดปรารถนาของชนชั้นปกครอง ถ้าไม่ใช่ประชาชนที่เชื่อฟังพวกเขาทุกประการ..... ............................................................................................................... 1..... นี่คือบางตอนของเรื่องราวในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เวลาช่วงสั้นๆเป็นช่วงเหตุการณ์ที่สั้นมากเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของมนุษย์ แต่มันมีความสำคัญยิ่งยวดสำหรับการดำรงอยู่ของมนุษย์ทุกคนในปัจจุบัน สภาพสังคมปัจจุบัน และแม้แต่ปรัชญาทางการเมืองของเรา ผมไม่ต้องการที่จะให้ผู้อ่านพบกับความเบื่อหน่ายในเรื่องของวันเวลา และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าต่อสาธารณชนเท่าใดนัก ในเมื่อวันเวลาได้ผ่านไปแล้ว สถานที่ต่างๆก็ได้สูญสลายลงเกือบหมดสิ้นแล้ว คุณค่าที่จะพึงมีต่อเราก็คือ บทเรียนซึ่งมนุษย์ต้องจ่ายคุณค่าอันมหาศาลเพื่อซื้อมันมา ผมจึงเลือกที่จะดำเนินเรื่องราวนี้ในลักษณะของนิยาย ทว่าเหตุการณ์ต่างๆในนิยายนั้นเป็นจริงตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ อะไรเล่าคือยอดปรารถนาของชนชั้นปกครองของทุกสังคม ทุกยุคสมัย คำตอบนั้นง่ายมาก สิ่งนั้นคือประชาชนที่เชื่อฟังพวกเขาทุกประการ ทว่ามีรัฐใดบ้างที่ประสบผลสำเร็จขนาดนั้น ไม่ว่าเป็นรัฐในระบบฟิวดัล เผด็จการ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์.....ไม่มีเลย พฤติกรรมต่อต้านย่อมเกิดขึ้นมาเสมอ มันเป็นเสมือนกับบทแย้งซึ่งต้องเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ เราจะเห็นว่าระบบการเมืองบางระบบ อาจกำหนดพฤติกรรมของปัจเจกชนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจควบคุมทัศนคติ หรือพฤติกรรมเฉพาะของแต่ละคน มีเพียงระบบเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านนี้ คือ ระบที่เราเรียกว่า "ระบบชนชั้นสมบูรณ์" ไม่ว่าระบบนี้จะควบคุมประชาชนได้ดีเพียงใดก็ตาม กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า มันมีข้อบกพรองในตัว ข้อบกพร่องที่ยิ่งใหญ่มาก..... คานท์..... ............................................................................................................... 2..... "พวกเราได้ร่วมกันพิสูจน์แล้วว่า อุตมรัฐนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ และเราก็คือผู้ทำการพิสูจน์ ผู้ร่วมกันสร้างสรรค์มันขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่ประชาชนชาติต่างๆได้รวมกันเป็นหนึ่งด้วยสันติวิธี มันเป็นช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ มันเป็นความสำเร็จอันสูงส่ง ความฝันของมนุษย์ที่จะรวมกัน และอยู่อย่างมีสันติสุข ได้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว....." ธริลค่อยๆเดินออกห่างจากฝูงชนซึ่งกำลังฟังคำปราศรัยด้วยสีหน้าอันเปี่ยมสุข ใช่ล่ะ ใครก็ตามที่ได้ยินได้ฟังคำพูดของ อเล็กซานเดอร์ เร็กซ์ ประมุขคนแรกของโลก.....เร็กซ์คนแรกของโลก ย่อมมีความถูมิใจ มีความสุขเป็นธรรมดา แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขา ธริลพยายามซ่อนความรู้สึกอย่างเต็มที่ เขาพยายามทำให้จิตใจร่าเริง เขาต้องร่าเริง เพราะมีเครื่องตรวจจับคลื่นสมองกระจายอยู่ทั่วไป ถ้าเขาโกรธขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ เขาจะสูญเสียบางอย่างไปชั่วชีวิต เขารีบปิดประตูห้องลงทันที ห้องนี้เป็นห้องที่แปลกมาก มันดูทึมทึบ มีวัสดุต่างๆปะอยู่มากมายตามผนังห้อง โดยเฉพาะบริเวณหน้าต่าง วันสดุทั้งหลายแหล่ พลาสติก เหล็ก ไม้ อะไรก็ได้ที่ทำให้ธริลรู้สึกว่าคลื่นความคิดของเขาจะไม่กระจายออกไป จะไม่ถูกตรวจพบความรู้สึกต่อต้านประดังขึ้นมาในหัวสมองของเขาอย่างรุนแรง เขาจะต้องหาที่ระบายความรู้สึกเหล่านี้ ต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะทำให้เขาคลั่ง ธริลหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เขาเปิดมันออก และเริ่มเขียน..... .....ไอ้บ้าเร็กซ์ เอ็งคิดว่าเอ็งจะควบคุมคนทั้งโลกได้งั้นเรอะ ไอ้เร็กซ์ ไอ้ลูกอีดอก คนอื่นๆทั้งโลกอาจหลงกินยามอมประสาทนั่นของเอ็ง แต่ไม่ใช่ข้าหรอก ไม่มีวัน..... พวกเอ็งกับนักวิทยาศาสตร์ของเอ็งจะต้องถูกสาปแช่ง.....ไอ้สัตว์นรก ไอ้พวกนักวิชาการที่ยอมขายตัวขายวิญญาณให้กับเอ็ง ให้กับทรัพย์สมบัติ ให้กับอำนาจ พวกนั้นต้องลงนรก แก.....ไอ้เร็กซ์.....ไอ้ระยำ!..... ธริลรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก เขาค่อยๆพลิกไปดูบันทึกแรกๆ มันเต็มไปด้วยคำด่า และคำหยาบช้าลามกทั้งหลายแหล่ บันทึกนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขาจะระบายความรู้สึกที่อัดอั้นออกมา หากเขาพูดกับใคร หรือแม้แต่จะคิดในที่สาธารณะล่ะก็ เครื่องตรวจจับคลื่นสมองจะรู้ทันที แล้วเขาจะสูญเสียอิสระ อิสระที่จะคิด อิสระที่จะคัดค้าน อิสระที่จะปฏิเสธ.....สูญเสียมันไปชั่วชีวิต เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลแห่งโลกได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยมี อเล็กซานเดอร์ เร็กซ์ เป็นผู้นำ น่าแปลกมากที่ความขัดแย้งระหว่างชนชาติทั้งหลายถูกขจัดลงอย่างง่ายดายอย่างรวดเร็ว ด้วยสันติวิธี และยิ่งน่าแปลกเข้าไปอีกที่เหล่าผู้นำ และชาวโลกทั้งหลาย ยอมให้คณะรัฐบาลของเร็กซ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลของประเทศเพียงประเทศเดียวเป็นแกนกลางของการรวมมนุษย์เข้าด้วยกัน แต่บางเรื่องที่เราขบคิดไม่ออก ไม่เข้าใจนั้น เป็นเพราะเรารู้ข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยไป หรือไม่ก็รับข้อมูลที่ผิดๆมา .....ใช่.....จะไม่มีใครแปลกใจเลย ถ้าเขาได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ เทคโนโลยีทางด้านยาได้ก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงมาก มนุษย์ได้ค้นพบยาที่มีผลเฉพาะต่อระบบอวัยวะแต่ละระบบของมนุษย์ ทว่านั่นไม่สำคัญเท่ากับการค้นพบวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ ความรู้จะถูกกระตุ้นโดยการใช้ยา ที่จริงแล้ว วิธีการนี้เริ่มมีการค้นพบมานานทีเดียว นักวิทยาศาสตร์พบว่าการใช้ยาบางอย่างสามารถทำให้ความถนัดบางด้านของคนเพิ่มขึ้นได้ จนในที่สุดก็ได้มีการพัฒนาจนสามารถใช้ยาเข้าควบคุมกลไกการเรียนรู้ ความทรงจำ ตลอดจนความถนัด และก็อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ว่า การเรียนรู้จะเป็นตัวกำหนดทัศนะคติของบุคคลนั้นๆ ต่อเหตุการณ์ต่างๆ เมื่อการพัฒนาด้านนี้ขึ้นจนถึงจุดสูงสุด การสอดแทรกตัวยาเพื่อควบคุมแนวความคิดของบุคคลจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าประหลาดอะไรเลย และโลกก็รวมกันด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งต่างๆก็สิ้นสุดในลักษณะนี้ เช่นเดียวกันกับความโลภของมนุษย์ที่สิ้นสุดลง.....แล้วทุกคนก็พึงพอใจในสิ่งที่ตนได้รับ พอใจในสิ่งที่ตนต้องทำ .....ธริลเปิดบันทึกของเขาขึ้นอีกครั้ง แล้วเริ่มเขียน..... ไอ้ระยำ.....ไอ้ธริลเอ๊ย ทำไมเราถึงได้โง่อย่างนี้ .....ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น โลกมีสันติ ทุกคนมีความสุข มีความพอใจ ไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้งขนาดนี้แล้ว เรายังคิดว่าท่านเร็กซ์.....เป็นโจรปล้นความเป็นมนุษย์ไปจากคนทั้งโลกอีกยังงั้นเรอะ..... รายงานหมายเลข 4895231 หน่วยลาดตระเวนที่ 16 เขต 5 M 11.42 ตรวจพบคลื่นสมองจากผู้ไม่ผ่านการปรับจิต และเริ่มการติดตาม 13.53 พบเป้าหมาย 14.00 ยิงเป้าหมายด้วยปืนเข็ม 14.05 ตัวยา L-7 ที่ใช้เริ่มออกฤทธิ์ 14.15 ตรวจสอบผล ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด พฤติกรรมขัดแย้งถูกขจัดเรียบร้อย สิบโท อาเธอร์ เจ. แฮริสัน ผู้ปฏิบัติงาน ............................................................................................................... 3..... มาร์ค เร็กซ์ ปิดบันทึกการปฏิบัติงานแก้ไขพฤติกรรมลงอย่างช้าๆ "สี่ร้อยปีแล้วสินะ ที่พฤติกรรมต่อต้านแบบนี้ได้หมดลง ตอนนี้ทุกคนอยู่ในระเบียบแล้ว" เขาคิด สำหรับเขาแล้วมันเป็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่สุดสำหรับมนุษยชาติ การรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้โดยสันติ น่าแปลกที่การคาดคะเนของคนในอดีตผิดหมด ชาติที่ชนะสงครามเย็นนับร้อยปี กลับเป็นเพียงประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งเท่านั้น และชัยชนะก็ได้มาโดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่เพียงน้อยนิด ขีปนาวุธนับแสนจะมีประโยชน์อะไรเล่า ถ้าจิตใจของเจ้าของมันถูกควบคุมเอาไว้ได้ วิธีการเอาชนะของเร็กซ์คนแรกของโลกนั้นฉลากมากทีเดียว การควบคุมเริ่มจากส่วนบนของระบบลงสู่เบื้องล่าง ในยุคของการแบ่งแยกนั้น แต่ละชาติแบ่งออกเป็นค่ายต่างๆ ทว่ามีการควบคุมกันแบบชักใย กลุ่มคนถูกชักใยด้วยกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม รัฐบาลชักใยกลุ่มการเมืองแล้ว รัฐบาลมหาอำนาจก็ชักใยรัฐบาลของประเทศกระจอกงอกง่อยทัง้หลายอีกทีหนึ่ง คุนกันเป็นทอดๆ อเล็กซานเดอร์เลือกจัดการกับตัวจักรสำคัญในรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจต่างๆก่อน แล้วค่อยขยายลงมาสู่ประเทศต่างๆ จากเมืองหลวงไปสู่ชนบท จากหัวหน้าสู่ลูกน้อง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันทำให้โลกมีสันติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่จริงแล้วสาเหตุของความขัดแย้งต่างๆก็มักจะมาจากที่คนไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ในสิ่งที่ตนต้องทำ ทางแก้ง่ายๆก็คือ ทำให้ทุกคนพอใจในสิ่งที่ตนมี พอใจในสิ่งที่ตนต้องทำ "แล้วไอ้พวกป่าเถื่อนนั่นล่ะ" มาร์คถามตัวเอง "จะเอายังไงกับมันดี" เขากดปุ่มบนแผงสวิทช์เบื้องหน้า ภาพอาคารรูปโดมขนาดยักษ์หกหลังปรากฏขึ้นบนจอสามมิติ "อาณานิคมที่ 5 ดาวแกนนีมีด" เสียงบรรยายเริ่มขึ้น "ประชากรสามหมื่นคน ยังไม่ได้ถูกปรับสภาพจิต การตั้งอาณานิคมนี้ เริ่มขึ้นก่อนการปรับสภาพจิต 20 ปี เริ่มแรกมีประชากรสองร้อยคน เป็นเจ้าหน้าที่ทางวิทยาศาสตร์ ประจำสถานีวิจัยบนดาวแกนนีมีด" "ทำไมไม่จัดการซะ" มาร์คถาม เสียงตอบดังมาจากเครื่อง "กแนนีมีดอยู่ไกลมาก และนโยบายของเร็กซ์สามคมก่อนไม่ต้องการจะตั้งอาณานิคมในระยะยไกลเช่นนั้น เราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการปรับสภาพจิตนั้นเลย" "มีที่อื่นอีกไหม ที่เป็นแบบนี้" "ไม่มี" "มีโอกาสที่พวกนี้จะเป็นอันตรายต่อโลก และอาณานิคมอื่นๆไหม" "ไม่มี" มาร์คเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ "น่าสงสาร.....พวกนั้นคงวุ่นวายอยู่กับความไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ ความขัดแย้งแล้วก็คงทำลายกันเองในที่สุด เหมือนกับครั้งหนึ่งที่โลกเกือบจะเป็นนั่นแหละ" ............................................................................................................... 4..... "บ้าสิ้นดีเลย" รอสตวาดพร้อมทุบโตะดังปัง "อะไรกัน" กอร์ถามขึ้น รอสส่งเอกสารให้กอร์ กระดาษถูกเลิกใช้ในงานทั่วๆไปมานานนับศตวรรษแล้ว มันจะถูกใช้เฉพาะกับเอกสารที่เป็นพิธีการเท่านั้น กอร์เงยหน้าขึ้นมองรอสอย่างงงๆ เมื่ออ่านจบ "ไอ้พวกนี้นี่ จะเอายังไงกับเรากันแน่หือ" เขาพูด "ผมว่าเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมดีกว่า" "ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นแหละ" รอสยักไหล่ "เป็นอันว่ารัฐบาลโลก และอาณานิคมอีกสี่แห่งอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดวงอาทิตย์ พวกเขา.....หรือพูดให้ถูกก็คือ.....เร็กซ์.....ไม่ยอมให้ยานอวกาศของเราเข้าไปในเขตดาวเคราะห์ชั้นในอีกต่อไป" รอสกล่าวสรุปหลังจากอ่านข้อความในสารนั้นจบ "มันต้องบ้าแน่ๆ" เมอร์สบ่นอย่างหัวเสีย "เร็กซ์ถือว่า เขตดาวเคราะห์ชั้นในเป็นเขตเฉพาะของผู้ที่ถูกปรับสภาพจิตแล้วเท่านั้น การที่พวกเราเข้าไป ทำให้พวกเขากังวลว่าเราจะไปก่อการขัดแย้งทะเลาะวิวาทในเขตอันสันติสุขของพวกเขา" "ไอ้พวกปลวก เร็กซ์กี่คนก็คิดแบบนี้แหละ มันเป็นพญาปลวก คนพวกนั้นก็ปลวกเราดีๆนี่เอง ทำทุกอย่างโดยไม่เคยคิดอะไรเอง ทุกอย่างเป็นไปตามแบบที่เคยวางไว้ เมื่อห้าหมื่นปีก่อน" วาร์พูด "มันจะยังให้เราจ่ายค่าพลังงาน และแสงว่างที่เราได้จากดวงอาทิตย์อีก มันว่านั่นเป็นทรัพยากรธรรมชาติของมัน" เมอร์สเสริม "ก็ทำเป็นไม่ฟังสิ ดูซิว่ามันจะกล้าทำอะไรกับเรา" กอร์พูดเสียงเนือยๆ "เดี๋ยวก่อน" รอสขัดขึ้น "เรามาทบทวนความเข้าใจในเอกสารของเร็กซ์กันก่อน เร็กซ์ถือว่าเราเป็นอาณานิคมหนึ่งของมัน แต่เราเป็นพวกป่าเถื่อน วุ่นวาย เร็กซ์อ้างกรรมสิทธิ์เหนือดวงอาทิตย์ และดาวทุกดวงในระบบสุริยะ แล้วถือเอากลุ่มดาวเคราะห์น้อยเป็นเขตกั้นอาณานิคมชั้นใน ไม่ให้พวกเราผ่านเข้าไป การค้า และติดต่อจะทำได้ เฉพาะสถานีบนดาวเคราะห์น้อยเท่านั้น.....ทีนี้พวกคุณคิดว่าเราควรทำยังไง" "ผมว่าเราน่าจะทำความเข้าใจอีกเรื่อง" นายพลมูเอ่ยขึ้น "สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจก็คือ ถึงเร็กซ์จะอ้างกรรมสิทธิ์เหนือระบบสุริยะทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติเขาก็ไม่อาจควบคุมมันไว้ เขาอ้างว่าเราเป็นพลเมืองของเขา แต่เขาไม่เคยมีท่าทีว่าจะควบคุมบังคับเรา แน่ล่ะ.....สารปรับสภาพจิตไม่มีทางทำอะไรเราได้แน่นอน เรามีการตรวจจับ มีสารป้องกัน หรือแม้แต่วิธีรักษาแก้ไข..... แต่อย่าลืมว่า ถ้าเราละเมิดดินแดนส่วนในที่เขาอ้าง เหตุการณ์ก็จะเปลี่ยนไป ที่เร็กซ์ไม่ใช้กำลังเข้าควบคุมเรา เพราะรูปแบบความคิดของเร็กซ์ และคนพวกนั้นจะไม่ยอมรับการขัดแย้ง ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นสำหรับพวกเขา ถ้าเขาพยายามคุมเราด้วยกำลัง เท่ากับเขาแส่หาความขัดแย้งเอง ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงสงคราม แต่ถ้าเราเข้าไปในเขตดาวเคราะห์ชั้นใน เรื่องมันก็กลายเป็นเราที่เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความขัดแย้ง สำหรับพวกนั้น ความขัดแย้งที่เข้าไปสู่ระบบสังคมนั้น เป็นสิ่งที่ต้องจัดการไม่ว่าด้วยวิธีใดๆก็ตาม" "รบก็รบสิ!" วาร์พูดอย่างขึงขัง "เรื่องก่อสงครามน่ะมันง่าย แต่เรื่องยุตินี่ยาก ถ้ารบแล้วมันก็ต้องพังไปข้างหนึ่ง และผมว่าเราคงพังมากกว่า" นายพลมูกล่าว "ทำไมล่ะ" เมอร์สกล่าว "ถึงเทคโนโลยีของเราจะเหนือกว่าพวกนั้นก็เถอะ แต่ก็ห่างกันไม่กี่สิบปี พวกนั้นมีมากกว่าเราหมื่นเท่า คนสองหมื่นล้านรบกับคนสองล้านนะ คุณอย่าลืมว่าพวกนี้มีวินัยดีกว่าพวกเรามาก ทหารของเร็กซ์ทุกคนจะเข้าสงครามด้วยความภาคภูมิใจอย่างกล้าหาญ และตายลงพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ขณะที่พกวเราเกือบครึ่งจะตั้งคำถามว่าทำไมต้องรบกัน" "แล้วคุณว่าเราควรทำอย่างไรล่ะ" กอร์ถาม "เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็ต้องยอมล่ะ" รอสสรุปให้ ทุกคนนิ่งเงียบได้แต่มองตากันไปมา ............................................................................................................... 5..... "แน่นอนแล้วใช่ไหม ว่าดวงอาทิตย์จะโนว่า" ซาร์ดถาม "ครับ" อีกคนพูดเสียงแผ่ว "ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นความจริง" "หมายความว่าเรามีเวลาอีกเพียงร้อยปีน่ะสิ" "ก็คงจะเป็นเช่นนั้นล่ะครับ" "เตรียมการทุกอย่างให้พร้อมนะ เราคงต้องทำสงครามแน่" ซาร์ดพูดเสียงเครียด "ทำไมล่ะครับ?" "พวกนั้นคงจะรู้เหมือนกัน แล้วคงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก สัญชาตญาณเอาตัวรอดน่ะ รุนแรงกว่าความคิดที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งแน่" "ทำไมเราต้องรบล่ะครับ ในเมื่อยังมีดาวเคราะห์อื่นๆอีก ยังมีดาวเสาร์ ยูเรนัส เนปจูน พลูโต" "เรายอมไม่ได้หรอก นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวของพวกเรา พวกนั้นมีมาก สภาพของดาวเคราะห์ชั้นในไม่ได้บีบบังคับให้เขาต้องจำกัดจำนวนพลเมืองเท่ากับเรา และวันหนึ่งพวกนั้นจะออกมา และกลืนเราในที่สุด" "แต่ความขัดแย้งเป้นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกนั้น" อีกคนแย้ง "ใช่.....แต่มันก็เหมือนกับสัตว์ที่โตขึ้นเรื่อยๆ ทีแรกพวกนี้ไม่ยอมออกมาหาความขัดแย้ง แต่เมื่อสังคมขยายตัวออกเรื่อยๆจนทั่วระบบสุริยะ จุลจักรวาลของเราที่ดาวพฤหัสนี้ จะเป็นตัวขัดแย้งซึ่งอยู่ภายในสังคม และต้องถูกกำจัดในที่สุด" แววตาของอีกคนยังไม่คลายความสงสัย "นี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะกำจัดพวกนี้ ถ้าเราสามารถหยุดยั้งการอพยพได้ โนว่าจะทำลายพวกเขา....." "เราจะทำได้ยังไงล่ะครับ" "จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการอพยพครั้งใหญ่ ถ้าเราสกัดกั้นการอพยพ หรือหน่วงเหนี่ยวทำลายการเตรียมการได้ พวกนั้นก็ลำบากล่ะ.....เราไม่หวังว่าจะทำลายพวกชั้นในให้หมด แต่อย่างน้อยพวกนั้นจะอ่อนกำลังลงจนทำอะไรไม่ได้ และเราจะได้สิ่งที่ต้องการมา.....คือเวลา....." อีกคนมีท่าทีเศร้าสลด "อย่าเสียใจเลยพ่อหนุ่ม สิ่งที่จะเป็นมันก็ต้องเป็นไป มนุษย์แยกออกเป็น 2 เผ่าพันธุ์แล้ว แยกออกนับตั้งแต่เริ่มมีการปฏิวัติสภาพจิต แบ่งเป็นพวกที่ไม่มีการขัดแย้งในสังคม กับพวกเราที่มีความขัดแย้งในสังคม พวกนั้นไม่มีวิญญาณที่เป็นอิสระอย่างเรา แต่พวกนั้นก็เป็นระเบียบกว่าเรา มันทำให้พวกเขาเข้มแข็งเกินไปกว่าที่เราจะยอมอยู่ร่วมกับเขาได้ และพวกเราก็วุ่นวายเกินไปกว่าที่พวกเขาจะยอมอยู่กับเราได้เช่นกัน" ซาร์ดถอนหายใจลึก "ไปบอกเรียกการประชุมสภาผู้นำได้แล้ว....." อีกคนหันกายจากไป..... ............................................................................................................... 6..... .....ฝูงยานรบนั้นมีจำนวนมหาศาล ยานขนาดมหึมาสิบลำรายล้อมด้วยยานขนาดเล็กอีกนับพัน ที่น่าวิตกก็คือ นี่เป็นเพียงระลอกแรกเท่านั้น แผนสกัดกั้นจะประสบผลหรือไม่ ยังเป็นปัญหาอยู่ "Fireball เรียก Red Fox..... Fireball เรียก Red Fox" เสียงเรียกดังขึ้น "นี่ Red Fox ว่ามา" แซฟตอบ "ใช้แผน C. ตั้งเวลาปฏิบัติการที่ลบสิบวินาที" "ทราบแล้ว" การรบในอวกาศครั้งแรกของมนุษยชาติกำลังเริ่มขึ้น มักจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ในชื่อของ "สงครามที่ Asteroid Belt" ยานรบของทั้งสองฝ่ายเริ่มจัดขบวนรบ ฝ่ายหนึ่งมีปริมาณมากมาย ในขณะที่ยานรบของอีกฝ่ายมีสมรรถภาพที่เหนือกว่ามาก "4.....3.....2.....1.....0 Charge" แซฟท์นำฝูงยานเข้าทะลวง อาวุธต่างๆจากทั้งสองฝ่ายเริ่มสาดเข้าใส่กัน สงครามในอวกาศนั้นอาจโหดร้าย ทว่ามันขาดความตื่นเต้นบางอย่างไป เสียงระเบิด และเสียงที่เกิดขึ้นจากการบินโฉบเฉี่ยวจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย เพียงภาพของประกายไฟเจิดจ้า และเศษซากของยานที่ถูกยิงสาดกระจายออกมาเท่านั้น "ลาก่อนพรรคพวก" แซฟ์พูดตลก เมื่อ Atomic Pillet จากยานเขาฉีกกระชากยานรบศัตรูเป็นชิ้นๆไปอีกลำ "ที่นี้ก็.....ลำใหญ่ล่ะ.....บลิส" เขาสั่งพรรคพวก ยานรบยี่สิบลำที่ฝ่าทะลวงแนวป้องกันมาได้ ตรงรี่เข้าถล่มยานขนาดยักษ์ลำหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที มันเหมือนกับฝูงปลา Piranha ที่เข้าฉีกเนื้อวัวตัวใหญ่ๆออกทีละชิ้นๆ ยานรบลำนั้นต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ ฝูงยานเล็กทั้งหลายเข้าช่วยสกัดกั้น ทว่าความคล่องตัวของยานรบผิดกันมาก และยังมียานรบอีกมากมายที่กำลังฝ่าเข้ามา "ท่านนายพลครับ ระบบเอื้อชีวิต (Life Support System) ในส่วน 11 ถูกทำลาย ผนังยานส่วน 24 เริ่มฉีกออก อากาศกำลังรั่ว" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรายงาน "ปิดส่วนที่ 11.....24 บอกให้ทุกคนประจำหน้าที่ พวกเรารบเพื่อเร็กซ์ (Rex) เพื่อมนุษยชาติ ให้พวกเขาอยู่ที่นั่นต่อไป" ท่านนายพลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิ "ครับ" ภาพของนายทหารคนหนึ่งปรากฏบนจอ "ท่านนายพลครับ เรา....ยินดี.....ที่ได้เสียสละ.........." ดวงตาของนายทหารคนนั้นเริ่มถลนออกจากเบ้าพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกตามผิวหนัง ในห้องนั้นเต็มไปด้วยเลือดเศษอวัยวะ กับซากศพของคนที่ตายภายใต้สภาพสูญญากาศ และความเย็นยะเยือกของอวกาศ .....ส่วนท้ายของยานถูกยิง ระบบควบคุมกำลังรวน เขาพยายามคุมทิศทางอย่างเต็มที่ ไม่มีโอกาสเลยสำหรับการหนีเอาชีวิตรอด ชุดอวกาศมีเพียง 4 ชั่วโมง ความช่วยเหลืออยู่ไกลเกินไป แซฟท์พยายามคุมยานไปในทิศทางที่ต้องการ มันควงสว่านเข้าใส่ยานจากโลก..... ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ยานรบลำนั้นเจาะผ่านช่องที่ฉีกออกจากกันด้วยแรงระเบิดเข้าไป มันเจาะทะลวงผ่านห้องปฏิบัติการต่างๆเข้าสู่หน่วยขับเคลื่อนพอดี แรงระเบิดอันมหาศาลฉีกกระชากเรือธงลำนั้นขาดออกจากกัน..... ............................................................................................................... 7..... ลีมัส เร็กซ์ ก้าวเข้าสู่ห้องใหม่ของเขา พวกวุ่นวายพยายามสกัดการอพยพอย่างถวายหัว ยุทธวิธีเจาะเข้าใส่ยานขนาดหนักนั้น ทำให้จำนวนผู้อาสาจะตายพร้อมกับการโนว่าต้องเพิ่มขึ้นมาก พวกนั้นรบได้ดีทีเดียว แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเป็นธรรมดา แน่ล่ะที่คนนัพันล้าน ต้องรอความตายอยู่บนดาวเคราะห์ชั้นใน ยานอวกาศที่จะขนส่งมีน้อยเกินไป เวลามีน้อยเกินไป แต่คนมีมากเกินไป..... แล้วยังพวกวุ่นวายที่คอยขัดขวางการอพยพอีก คนเหล่านั้นจึงไม่มีทางเลือก ทว่าพวกเขาจะตายลงอย่างเต็มใจ ตายเพื่อสิ่งที่ดีสำหรับสังคม ตายเพื่อให้คนที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า มีชีวิตรอดอยู่ต่อไป มันเป็นรูปแบบของความคิดที่ถูกจัดไว้อย่างถาวรในสมองของมนุษย์ทุกคน นอกจากไอ้พวกวุ่นวายนั่น พกวนั้นขัดขวาง และทำลายยานต่างๆ รวมทั้งยานขนาดหนัก ซึ่งทำให้คนของเร็กซ์ต้องอาสาที่จะตายมากขึ้น ที่จริงแล้วเร็กซ์คนก่อนๆน่าจะจัดการกับพวกนี้ไปนานแล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละ จะเข้าครองตอนนั้นก็ไม่คุ้มกับเวลาและค่าใช้จ่าย พอสามารถไปยังดาวพฤหัสได้ง่ายขึ้น ก็ช้าเกินไปที่จะทำการควบคุมอย่างง่ายๆแล้ว พวกวุ่นวายจะต้องถูกกำจัด ตอนนี้พวกนี้เป็นความขัดแย้งภายในระบบแล้ว ในกรณีนี้ การรบไม่ใช่การแส่หาความขัดแย้งอีกต่อไป ลีมัส ทอดสายตาออกไปเบื้องนอก ยานขนส่งกำลังขึ้นลงอย่างขวักไขว่ การขนส่งนี้จะดำเนินไปอีกเป็นปีๆ "ไว้ให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเถอะ พวกวุ่วายจะต้องถูกกำจัด....." เขาพึมพำกับตัวเอง .....ยานอวกาศลำสุดท้ายๆค่อยๆลอยตัวขึ้นสู่อวกาศ ยานลำนั้นค่อยๆห่างออกไปจนแลเป็นจุดเล็กๆ และหายไปในที่สุด ครอสหันมามองภรรยา และลูกๆของเขา "เราทุกคนได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่เพื่อมนุษยชาติ เราถูกเลือกให้สูญสลายไปพร้อมกับโลก" เขากวาดสายตามองฝูงชนที่มาส่งญาติมิตรที่สมควรจะอยู่ต่อไปเพื่อสังคม ทุกคนภูมิใจที่พวกนั้นเป็นผู้ที่มีคุณค่า เป็นความหวังของพวกเขา และทุกคนก็ภูมิใจในตัวเองที่ได้เสียสละ ได้รับใช้สังคม .....อากาศร้อนแรงขึ้นทุกวัน อีกไม่นานนัก โลก และดาวเคราะห์ชั้นในจะไม่มีอีกต่อไป.....ชั่วนิรันดร์ ............................................................................................................... 8..... ชาย 3 คนก้าวเข้าสู่ลิฟท์ ซึ่งมันจะพาเขาลงไปยังฐานทัพใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปพันฟุต ชายทั้งสามคือหัวหน้ากลุ่มผู้นำ หัวหน้าหน่วยวิจัยทางอวกาศ และหัวหน้าวิศวกรประจำโครงการ Phoenix..... ประตูเปิดออก ทั้ง 3 เดินผ่านทางเดินอันคดเคี้ยวไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ก้าวผ่านยามซึ่งยืนเฝ้าประตูไว้ ประตูเปิดออก หลังจากทั้งสามผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย ยานอวกาศขนาดมหึมา 4 ลำ จอดอยู่บนลานกว้าง เจ้าหน้าที่เทคนิคนับร้อยกำลังสาละวนอยู่กับงานของตัวเอง "นี่ล่ะ ทางรอดของเรา....." เร หัวหน้ากลุ่มผู้นำเอ่ยขึ้น "ยานขนาดใหญ่สี่ลำ ติดตั้งระบบขับเคลื่อนใหม่" ซีน เสริม "ผมอยากรู้เรื่องระบบขับเคลื่อนใหม่นี้ให้มากขึ้นหน่อยนะซีน" เร กล่าว "ระบบขับเคลื่อน Hyper Drive นี้จะพายานของเราเดินทางผ่าน Hyper Space ยานรบของศัตรูไม่มีทางตามเราได้แน่" "คุณคิดว่า พวกนั้นไม่มียานที่มีระบบขับเคลื่อนแบบนี้หรือ" เร ถาม "ผมกล้าเอาตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิจัยนี่เป็นประกันได้เลย ถึงเทคโนโลยีของพวกนั้นจะเริ่มใกล้เราเข้ามาก็เถอะ แต่พวกนั้นไม่มีทางพัฒนาระบบขับเคลื่อนนี้ขึ้นมาได้แน่นอน Hyper Space Jump เป็นการค้นพบที่ขัดกับหลักเกณฑ์พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หลายข้อ นักวิทยาศาตร์ของพวกนั้นน่ะ ไม่มีทางคิดอะรแผลงๆแบบนี้ขึ้นมาได้หรอก" "ทำไมล่ะ?" "ถ้าคุณศึกษาประวัติการค้นพบทางวิทยาศาตร์ให้ดีนะ คุณจะพบว่ามีการค้นพบหลายอย่างที่ได้มาจากการปฏิเสธหลักการเก่าๆ และนี่ล่ะคือข้อแตกต่างระหว่างเรากับศัตรู พวกนั้นอาจค้นพบ แต่จะเป็นไปโดยการพัฒนาอย่าง้ชาๆไม่ใช่การก้าวกระโดด ซึ่งเกิดจากการปฏิเสธทฤษฎีเก่าๆ พวกนั้นไม่กล้าที่จะขัดแย้งกับหลักการเก่าๆ ถ้าไม่มีข้อยืนยันที่แน่นอน" "อีกนานไหม กว่าจะเสร็จ หือ เรฟ?" "คงราวๆ 2 เดือนน่ะครับ" หัวหน้าวิศวกรตอบ "เวลาเรามีไม่มากนะ เราแพ้การรบที่ไอโอ กำลังถอยร่นลงอย่างรวดเร็วที่ยูโรป้า และคาลิสโต้ อีกไม่นาน ดาวต่างๆในระบบจุลจักรวาลรอบดาวพฤหัสของเราก็คงจะเสร็จพวกนั้นหมด รวมทั้งแกนนีมีดนี่ด้วย" .....ยานสี่ลำพร้อมกับยานคุ้มกัน พุ่งออกนอกวงโคจรของดาวพฤหัส มันกำลังบ่ายหน้าออกนอกระบบสุริยะจักรวาล.....ไปสู้ดินแดนที่มนุษย์ไม่เคยไปมาก่อน เสี่ยงกับโชคชะตาว่าจะพบดินแดนใหม่หรือไม่ "พวกเราที่ยังเหลืออยู่ คงจะถูกพวกนั้นปรับสภาพจิตหมดนะ....." เร กล่าวด้วยเสียงเศร้าๆ "ครับ ถ้าพวกนั้นถูกจับเป็น....." จอส ผู้บังคับการเรือตอบ ".....ผมหวังว่าพวกเขาคงจะไม่สู้จนตัวตายนะ ยังไงชีวิตก็มีค่า ถึงจะต้องแลกมาด้วยบางสิ่งบางอย่างก็เถอะ" ".....แต่สำหรับบางคนนะครับ เขาจะเลือกความตายมากกว่า.....ถ้าจะต้องสูญเสียความเป็นอิสระไป" "อือม์.....อย่างน้อยพวกเขาก็ยังได้เลือก เลือกที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องการ เลือกทางออกสะหรับตัวเขาเอง ไม่ใช่พอใจในสิ่งที่เขาต้องทำ คิด และรู้สึกตามมาตรฐานที่ถูกกำหนด" "ครับ.....ไม่งั้นชีวิตจะไปมีคุณค่าอะไรล่ะ....." จอส พูดขณะที่เขามองกลับไปที่จอภาพ ยานคุ้มกัน สี่สิบลำกำลังพุ่งเข้าสกัดฝูงยานรบนับร้อยที่พยายามขัดขวางการหลบหน้าของพวกเขา "ยันไว้ให้นานที่สุด!" ผู้ฝูงมูสั่งผ่านเครื่องสื่อสาร มูสมัครที่จะมาอยู่ในหน่วยคุ้มกัน แทนที่จะยอมแพ้กับกองทัพบนดาวแกนนีมีด เขาเคยฝันว่า วันหนึ่งเขาจะได้อยู่บนดวงดาวที่เหมือนโลก เห็นหญ้าอันเขียวขจี ได้รู้สึกถึงความชุ่มชื้นจากสายฝน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีในนครโดมใดเลย มันฟุ่มเฟือยเกินไป เพราะที่นั่น น้ำทุกโมเลกุล อากาศทุกโมเลกุล เป็นสิ่งมีค่ายิ่ง..... ในที่สุดก็เหลือยานคุ้มกันอีกเพียงไม่กี่ลำ ยานอพยพถูกยิงขาดกลาง ก่อนที่ยานอีกสาลำสุดท้ายจะถูกทำลายลงไม่นานนัก .....และก่อนที่สัมปชัญญะของเขาจะดับวูบลงนั้น มูรู้สึกว่า เขาได้ยืนอยู่บนทุ่งหญ้า.....ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้า..... ............................................................................................................... 9..... ยานอพยพเพียงลำเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสพบกับดาวที่มีสภาวะเหมาะสมกับมนุษย์ ลำหนึ่งหายไปในขณะที่อยู่ใน Hyper Space อีกสองลำสูญเสียไปในการเดินทางค้นหาดินแดนใหม่..... แต่นั่นเป็นเรื่องของเมื่อหมื่นปีที่แล้ว..... .....บัดนี้ Terra เต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาเรียกดาวในระบบสุริยะในหมู่ดาว Rigel นี่ว่า "Terra" เพื่อระลึกถึงพิภพของมนุษยชาติ การประชุมวิสามัญครั้งนี้กำลังสิ้นสุดลง "เป็นอันว่า เราจะบุกพวกนั้น" ประธานในที่ประชุมสรุปหลังจากการลงมติสิ้นสุดลง แล้วสงครามก็เกิดขึ้นอีกครั้ง..... .....เวลาหมื่นปีพร้อมกับดินแดนใหม่ที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของเผ่าพนัธุ์ผู้ลี้ภัย ได้สร้างสรรค์รัฐของพวกตนเข้ามแข็ง ขณะนี้พวกเขาเชื่อมั่นว่าสามารถกลับไปยังระบบสุริยะที่จากมาอีกครั้ง..... กลับไปปลดปล่อยเหล่าเพื่อนมนุษย์ให้มีอิสระที่จะคิด จะโต้แย้ง และปฏิเสธ..... สาเหตุแห่งสงครามได้เริ่มมานานแล้ว นับตั้งแต่โลกมีการปรับสภาวะจิต โดยไม่มีการทำเช่นนี้ในหมู่คนที่แกนนีมีด ตอนนั้นเองที่ไฟสงครามเริ่มก่อตัวขึ้น พวกหนึ่งถือว่าตนเองเป็นอิสระชน และมองว่าอีกสังคมนั้นควบคุมพฤติกรรมความคิดของคน ซึ่งเป็นความผิดอย่างร้ายแรง ทว่าอีกฝ่ายก็มองว่าสังคมของตนมีระเบียบ ทุกคนมีความสุข แม้ว่าบางทีจะเป็นไปเพราะกำหนดสภาวะจิตโดยรัฐก็ตาม ขณะที่อีกสังคมหนึง่นั้น สับสนวุ่นวาย และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง .....ขบวนรบจาก Rigel ออกจาก Hyper Space ในบริเวณใกล้ดาวเสาร์ ซึ่งเหล่าดวงจันทร์ของมันเป็นแกนกลางของระบบชนชั้นสมบูรณ์ พวกนั้นถูกโจมตีโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยสภาวะจิตซึ่งเป็นแบบแผนสอดคล้องกันทั้งสังคม ทุกคนในรัฐนั้นรู้หน้าที่ของตัว.....แนวต่อต้านจึงถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว สงครามอันโหด***มจึงดำเนินไปอีกนานนับปี สาเหตุที่สงครามครั้งนี้โหด***มกว่าสงครามสองครั้งที่ผ่านมาก็เพราะฝ่ายตั้งรับคือประชาชนที่ได้ถูกปรับสภาพความคิดไว้แล้ว พวกเขาจะร่วมกันป้องกันศัตรูภายนอกอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่า "ยอมตายทุกคน" พวกเขารบแบบขายชีวิต..... แต่ละคนพยายามขายชีวิตขิงตัวเองให้ได้คุณค่าตอบแทนมากที่สุด และคุณค่าตอบแทนสำหรับพวกเขาก็คือชีวิต แลความพินาศของทหารจาก Rigel พวก Rigel ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการต่อต้านจะบ้าคลั่งถึงขนาดนี้ พวกเขาไม่ได้รบกับทหารที่ปกป้องรัฐเท่านั้น .....แต่พวกเขากลับรบกับประชาชนทั้งรัฐ สงครามปลดปล่อยของพวกเขาถูกต่อต้าน และปฏิเสธจากผู้ที่พวกเขาต้องการปลดปล่อย..... ในที่สุด ปัญหาว่าจะรบต่อไปหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องของอุดมคติอีกต่อไป มันกลับเป็นเรื่องของการเมืองมากกว่า พวก Rigel ไม่อาจปล่อยให้รัฐที่เป็นระเบียบ และเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขานี้มีอยู่ได้ แม้ว่ารัฐทั้ง 2 จะไกลจากกันมากก็ตาม ทว่าเมื่อใดที่พวกนี้สร้าง Hyper Drive สำเร็จ Rigel ก็อาจกลายเป็นสนามรบแนที่จะเป็นระบบสุริยะ..... และนี่อาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะทำลายรัฐที่เป็นภัยคุกคามพวกเขา ............................................................................................................... 10..... ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า และยุทธวิธีแปลกๆ ที่ไม่ทำในรูปแบบของความคิด พวก Rigel สามารถทำลายฐานที่มั่นบนดาวต่างๆได้จนเกือบหมด และเพราะแนวความคิดที่เป็นระบบ .....แนวความคิดที่สามารถคาดเดาได้โดยฝ่ายตรงข้าม กองเรือกองสุดท้ายของ Rex จึงถูกทำลายลง..... ระบบขับเคลื่อนของเรือธงลำนั้นเกือบจะใช้การไม่ได้แล้ว แต่ป้อมปืนที่เหลือยอู่ยีงคงระดมยิงออกไปอย่างบ้าคลั่ง "บอกวกเขาอีกทีว่า นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย..... ถ้าพวกเขาไม่หยุดยิง และยอมแพ้ เราก็จำเป็นต้องทำลายเขา ผู้บัญชาการ อิ๊กซ์ สั่งพลสื่อสาร" "ไม่มีสัญญาณตอบครับ" "สั่งให้ยานรบทุกลำยิงได้....." "ครับ" จรวด Atomic Pillet แสง Laser และอาวุธทั้งหลาย ถูกระดมยิงเข้าใส่เรือธงลำนั้น มันแหลกลาญไปในเสี้ยววินาทีนั้นเอง "พวกนั้นไม่เคยยอมแพ้เลย.....น่าสงสาร" อิ๊กซ์พึมพำ ............................................................................................................... 11..... อัลวิน เร็กซ์ ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ จอภาพนับสิบบนผนังห้อง ฉายให้เห็นถึงฉากสงครามที่กำลังเกิดขึ้น.....พกวเขากำลังจะแพ้ วงล้อมบีบกระชับเข้ามาทุกขณะ เหล่าทหารราบ และประชาชนที่เหลืออยู่ไม่มีทางสู้กับกองทัพที่รุกเข้ามา พร้อมกับการสนับสนุนทางอากาศได้เลย มองผ่านกระจกออกไป เขาสามารถแลเห็นแสงว่างที่เกิดจากการระเบิดได้บนจอภาพ เขาเห็นไออากาศซึ่งระเหิดด้วยความร้อนที่เกิดจากอาวุธต่างๆ เห็นทหารของเขาในชุดอวกาศล้มลง..... พวกคนของเขายอมตายลงเรื่อยๆ ตามระดับความสำคัญจากล่างสุดถึงบนสุดเพื่อปกป้องเขา.....เร็กซ์ของโลก..... อัลวิน นึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เขาเคยได้กระทำ หลังจากการปฎิวัติสภาวะจิต มนุษย์ได้แบ่งระดับความสำคัญเป็นขั้นๆ จากล่างขึ้นบน ทุกคนพอใจในบทบาทของตัวเอง ทุกคนพอใจในสิ่งที่ตนต้องทำ จะเอาอะไรมากล่ะ ในเมื่อเร็กซ์ทุกคนทำให้มนุษย์มีความสุข แต่ตอนนี้พวกวุ่นวายที่เคยแอบรอดไปเมื่ออดีต กำลังทำลายระบบสังคมนี้ลง..... เควน ปรับแต่งมุมยิงจนเรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มยิงขีปนาวุธจำนวนหกสิบลูกวิ่งออกจากยานรบ เป็นระลอกๆ..... มันตรงเข้าสู่หุบเขาเบื้องล่าง ซึ่งมันเป็นที่มั่นสุดท้ายของข้าศึก..... ที่มั่นสุดท้ายบนดาวพลูโต..... "4.....3.....2.....1.....บึม!!" เขานับในใจ เปลวไฟสีม่วง แลบแปลบจากหุบเขานั้น คลื่นอากาศที่ระเบิดด้วยความร้อนจากระเบิด พาเอาเสียงกัมปนาทของการระเบิดไปด้วย แล้วสงครามก็สิ้นสุดลง..... พร้อมกับการเอาชีวิตของเร็กซ์ และคนของเขาทั้งหมด.......... เควนเปิดบันทึกการปฏิบัติการขึ้น แล้วเขียนลงไป..... ปฏิบัติการที่ 4150 ยิงขีปนาวุธ 6 ชุด เป้าหมายฐานที่มั่นสุดท้ายของศัตรู เป้าหมายถูกทำลาย.....ปฏิบัติการสิ้นสุด เขาปิดสมุดบันทึกลง ยานรบแล่นตีวงแล้วพุ่งตัวขึ้นเบื้องสูง มันมุ่งไปยังฐานทัพของกองกำลังส่วนหน้าเพื่อรอคำสั่งถอนกำลัง..... กลับสู่ Rigel..... ดินแดนใหม่ของมนุษยชาติ สงครามได้สิ้นสุดลง พร้อมกับมนุษย์ผู้พอใจในสิ่งที่ตนต้องทำ..... มันปิดฉากลงด้วยชัยชนะของเสรีชน..... ผู้ซึ่งรู้จักคิดตั้งคำถาม โต้แย้ง และปฏิเสธในสิ่งที่ตนไม่พอใจ รัฐที่เป็นระเบียบได้สิ้นสุดลง ขณะที่รัฐของประชาชนที่ยังมีความวุ่นวาย ขัดแย้ง ยังคงวุ่นวายอยู่ต่อไป.......... ............................................................................................................... จบ - ประวัติศาสตร์อนาคต บรรพที่ 1 - ข้อขัดแย้ง .....เตรียมพบกับ ประวัติศาสตร์อนาคต บรรพที่ 2 - นครรัฐ ได้เร็วๆนี้..... จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 05/02/2001 10:39 |
|
ข้อความ : เอาบรรพที่ 2 ม๊า~~~~!!!!! >O< กำลังม๊านนนนนน~~~!!!!! จาก : xelloss - 05/02/2001 10:43 |
|
ข้อความ : ที่รวมตอนเก่าๆมาไว้ในกระทู้เดียวนี่ ผมเพิ่มตอนจบไปด้วยแล้วนะครับ จะได้ไม่ต้อง post กระทู้ซ้ำซ้อนกัน เดี๋ยวจะหาว่าเอาของเก่ามา post ใหม่ : ) จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 05/02/2001 10:43 |
|
ข้อความ : ในที่สุดมนุษย์ที่ถูกปรับจิตก็พ่ายแพ้.....
ผู้แต่งจินตนาการได้ยอดจริงๆค่ะ ^-^ จาก : Alicia - 07/02/2001 01:38 |
|
ข้อความ : เนื้อเรื่อง อื้มมมม ดีมาก จินตนาการ อื้มมมมมมม ดีจริงๆ ภาษา อื้มมมมม เยี่ยมมมมมม แต่ความยาวสั้นไปหน่อยนะ น่าจะยากกว่านี้อีกซัก เท่านึง จาก : Noel - 07/02/2001 15:21 |