หัวข้อ : เมื่อToki2เกิดตรงข้าม ตอน ดอกไม้ไฟอำลา
ข้อความ : วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2000

กิ๊งก่อง!
เสียงกระดิ่งบ้านผมดังขึ้นในช่วงเวลาหกโมงเย็น
โธ่...ใครมาช่วงนี้น้า ผมบ่นเบาๆขณะเดินลงมาจากห้องนอน
ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพตอนนี้เลยจริงๆ มันเป็นภาพที่ไม่น่าดูมาก
ชายหนุ่มผู้นี้เดินคิดวิตกมาในมาดแว่นเลแบนด์
เขาช่างเท่จริงๆ แต่อีกนัยมันอาจจะบ้า! มืดยังงี้ยังใส่แว่นอยู่ได้
แต่มันมีสาเหตุที่ทำให้เขาต้องใส่นะครับ มันเป็นผลกระทบโดยตรงสืบเนื่องมาจากตอนเข้าค่ายชมรมเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่แหละครับ

ผมเดินมาเปิดประตูต้อนรับแขกที่กดกระดิ่งหน้าบ้าน
คาเอเดโกะนี่เองนึกว่าใคร จะว่าไปแล้วผมก็แทบไม่ได้ไปเดทกับเธออีกเลยนา ตั้งแต่ไปเชียร์บอลกับเธอคราวก่อน(อายแทบแย่ แต่เธอสุดยอดด้านนี้จริงๆ)
"อ้าว ซากุระซัง หวัดดีๆ" ผมทักเธอตามมารยาท
"หวัดดีจ๊ะ___ซัง" เธอยิ้มและทักทายผมกลับ "อุ้ย! คิดไงใส่แว่นตาดำด้วยล่ะ หล่อดีนะ"
กึ๋ย! โดนถามจนได้ว่าแล้วใส่แว่นในบ้านแถมยังตอนเย็นยังงี้มันแปลกๆ
"มะไม่มีอะไรหรอก เพิ่งซื้อมาน่ะ เลยเห่อใส่ เอาเถอะๆเข้ามาคุยกันในบ้านก่อนสิ" ผมเปลี่ยนเรื่องและเดินนำเธอเข้ามาในบ้าน
"อ้า...อีก2อาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้วนี่ การบ้านช่วงปิดเทอมเสร็จรึยังล่ะ ซากุระซัง"
"ยังเลยล่ะ...เอ่อ...คิดว่าคงไม่จำเป็นแล้วล่ะ" เธอทำเสียงเศร้าๆจนผมรู้สึกใจเสีย
"เหรอ อืม งั้นถ้าทำไม่ได้ก็ถามได้ฉันได้นะ" ผมพูดกับเธอแบบเป็นห่วง เพราะเธอเองคะแนนก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก
"ขอบใจนะ ไว้มีโอกาสจะถามละกัน"
วันนี้คาเอเดโกะเธอท่าทางแปลกเหมือนกัน ไม่ค่อยร่าเริงเท่าไรเลยแถมยังดูเศร้าๆอีก ไอ้ครั้นจะถามไปเลยก็ยังไงๆอยู่ คงต้องปล่อยให้เธอบอกเองคงจะดีกว่า
เราทั้งสองเดินเข้ามาในบ้าน แต่ไม่มีใครพูดอะไรเลย บรรยากาศเงียบๆพิกล
"แล้วลมอะไรพัดมาล่ะ ถึงได้มาหาฉันฉันซะเย็นแบบนี้เลยน่ะ" ผมพูดตัดบท
"เอ้อใช่ วันนี้ฉันว่าจะชวนเธอไปดูดอกไม้ไฟด้วยกันน่ะ เธอจะไปด้วยกันได้รึปล่าวล่ะ คือ...เอ่อ...ฉัน" เธออึกอักเหมือนอยากจะบอกอะไรกับผมแต่เธอพูดไม่ออก
"...ได้สิ" ผมตอบรับเธอ ไม่มีเหตุผลอะไนที่ผมต้องปฎิเสธเธอ อีกใจหนึ่งผมก็อยากรู้ว่าเธอกำลังกลุ้มใจอะไร ถ้ามีโอกาสจะได้ปลอบใจเธอ
"จริงเหรอ ดีใจจัง" เธอยิ้มดีใจขึ้นมานิดแล้วล่ะ
"งั้นฉันขอตัวแป๊บนะ ขอไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยว"
ว่าแล้วผมก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ถอดแว่นตาดำออก จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหล่อเต็มที่(ทั้งที่หล่อได้แค่นั้น ^_^;;;)
หลังใส่เสื้อผ้าเสร็จ ผมหยีบหวีพร้อมเจลแต่งผมขึ้นมา หันหน้าไปทางกระจก
แล้วผมก็สะเทือนใจขึ้นมอีกรอบ เพราะ.....ภาพผมในกระจกมีรอยช้ำที่เบ้าตา2ข้าง.....
โธ่! โธ่! โธ่! เพราะยังงี้แหละผมถึงต้องใส่แว่นตาดำยังไงล่ะ
แย่ชมัดหน้ายังกับหมีแพนด้าเลยเรา

ย้อนกลับไปเมื่อ14วันก่อน
ณ.ค่ายชมรมการแสดง
"เฮ้ย เร็วๆหน่อยเว้ยเอย์จิ"
"เดี๋ยวเด้ จะรีบไปไหนเล่า"
ครับตามความเดิมที่เคยบอกว่า ผมได้ย้ายออกจากชมรมวิ่งแล้วมาเข้าชมรมการแสดงแทนเป็นเรื่องจริงครับ ไม่รู้ว่าซวยหรือว่าหนีเสือปะจระเข้ก็ไม่รู้แฮะ(แต่เพราะเป็นความซื้อบื้อของตัวเอกกระมัง ...อะไรว้าจะย้ายชมรมก็ไม่ยอมศึกษาสำรวจอะไรก่อนเล้ยย By K.W.E.)หนีคนนึงมาเจอคนนึง ก็รู้ๆกันนะครับว่าเจอใคร
แต่ไม่น่า...คงไม่เป็นไรหรอก เพราะช่วงหลังนี้ผมรู้สึกว่ามิโฮะไม่ค่อยรุนแรงแล้วนา อีกอย่างถ้าผมระวังตัวไว้ไม่ซุ่มซ่ามไปหาเรื่องเธอคงไม่เกิดเรื่องหรอก ผมคิด(นั่นแหละถูกอย่างที่นายคิดแหละ เธอไม่เคยไปหาเรื่องนายเล้ยยย มีแต่นายน่ะแหละไปหาเรื่องเขา By K.W.E. again)
เมื่อคิดปลงตกผมก็หันหลังไปเร่งเพื่อน
"เฮ้ย เจ้าจิ! เร็วหน่อยเด๊ เป็นนักบอลแท้ๆ อืดอาดยังงั้นได้ไง"
"จะบ้าเรอะ! กระเป๋าแบกตั้ง6-7ใบจะให้เร็วแค่ไหนกันเล่า"
"ช่วยไม่ได้นี่ ก็แกดันแพ้โป๊กเกอร์เองนี่โทษใครได้เล่า"
"เออ! เออ! รู้แล้วน่า"
อ้อลืมแนะนำไปครับเจ้าคนที่แบกกระเป๋านี่ชื่อเอย์จิฮะ ก็บทตัวประกอบเหมือนๆกันนี่แหละ จริงๆแล้วเขาอยู่ชมรมฟุตบอลครับเป็นกัปตันทีมอีกต่างหาก แต่ที่ได้มาเข้าค่ายกับผมก็ไม่ใช่อะไรหรอกเพราะพี่แกมาผิดเวลานัดของชมรมเค้ามาแต่เช้าเชียว พอเห็นไม่มีใครมาเลยขึ้นไปนั่งรับลมรอที่ดาดฟ้าของโรงเรียน แล้วก็หลับไป
ตื่นขึ้นมาพอดี....รถชมรมฟุตบอลออกไปแล้ว ผมเห็นชมรมการแสดงผู้ชายบางคนโดดชมรม จังหวะเอย์จิเขาก็ว่างด้วยเขาเลยขอมาแทนคนที่ขาด ไม่รู้เป็นแผนอะไรของเค้ารึปล่าว ทางชมรมก็ไม่ว่าอะไร ดีซะอีกจะได้มีคนให้ช่วงใช้เรื่องงานที่ต้องออกแรงเพราะเอย์จิเองก็ออกดังเพราะเป็นนักกีฬาตัวโรงเรียนด้วย เคยมีเหมือนกันที่เขากับคาเอเดโกะพยายามดึงผมเข้าชมรมบอล แต่ผมก็ไม่ไปหรอกขี้เกียจซ้อม
เมื่อเราทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูบ้านพัก ก็เจอมิโฮะยืนรอรับอยู่ แล้วเธอก็ทักผม
"ไง___ซัง ไม่น่าเชื่อนายอยู่ชมรมนี่ด้วยเหรอ เห็นไม่เคยเข้าชมรมสักครั้ง เห็นว่าย้ายมาจากชมรมกรีฑานี่สงสัยว่าโดดชมรมบ่อยจนโดนไล่ออกซะล่ะม้างง"
เพล้ง! ตะแตกเย็บไม่ติดเลยตู ที่เธอพูดมานั้น....ถูกทั้งหมดเลยฮะ
เฮ้อ...ก็วันหยุดใครๆก็อยากพักอยู่บ้านทั้งนั้นนี่นา

ช่วง2วันแรกก็เป็นไปตามปกติสามัญของเนื้อเกมส์ครับ ฝึกการแสดงไปตามประสา
เรื่องมันเกิดในวันที่3ของการเข้าค่ายครับ
ช่วงเช้าของวันที่3
กริ๊งงงงงง!
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นยาว ผมจึงเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกแล้วหยิบขึ้นมาดู
"ตีห้าครึ่งแล้วเหรอเนี่ย" ผมลุกขึ้นจากที่นอน ยืดตัวบิดขี้เกียจ "ฮ้าวววว~~~ ง่วงชมัด"
จากนั้นก็พาตัวเองออกมานอกห้องห้องแบบสลึมสลือ เหมือนจะนึกอะไรออก
เนื่องว่าผมตื่นเป็นคนแรก จึงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องไปไล่เคาะประตูปลุกแต่ละคนตามห้อง
ผมสบัดหลังมือไปเคาะประตูห้องแรกสามที ดังๆ
แล้วผมก็ยืนหน้าห้องนั้นคิดอะไรหนักๆอยู่โดยไม่รู้ตัว เหมือนสมองจะสั่งการเรียกความทรงจำจากสมองส่วนเซริบรัมโดยด่วน......................
แล้วผมก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ "!! เฮ้ย! ตายโผงล่ะตู ลืมจริงๆด้วย!"
เนื่องด้วยที่ว่าห้องแรกคือมิโฮะ
และที่สำคัญผมลืม(หรือเพราะสลึมสลือก็ไม่แน่)ไปว่าเมื่อวานตอนเย็นเธอบอก(สั่ง)ผมไว้
"เฮ้...___ พรุ่งนี้ไม่ต้องปลุกฉันนะ คืนนี้ฉันกะจะจัดเตรียมกับซ่อมชุดไว้แสดงใหญ่ในวันสุดท้ายน่ะ อาจหลับดึกมาก ฉนั้น!พรุ่งนี้ตอนเช้าไม่ต้องปลุกฉัน อย่าลืม!"
กึ๋ย! นึกออกทันทีเลยเรา
เมื่อคืนตอนออกมาตีสองลุกออกมาเข้าห้องน้ำ ยังเห็นเธอนั่งซ่อมชุดแสดงอยู่เลยนี่ คงจะหลับไม่ต่ำกว่าตีสามแหงๆ
ผมหันหลังไปมองดูนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนัง
"เฮ้ย! ยังไม่หกโมงเลย"
ผมเริ่มเหงื่อตก
"ตายล่ะ..."
ยังเช้ายังงี้ เป็นใครโดนปลุกก็หัวเสียทั้งนั้นแหละ
แต่กรณีผมคงหนักกว่า เพราะเธอได้ฝากข้อความให้ปฎิบัติตามไว้แล้ว ทว่าผมดันฝืนกฎซะได้
"...... แต่เดี๋ยวนี่ยังเช้าอยู่ เธออาจยังหลับลึกอยู่ก็ได้นี่" ผมพูดงึมงำกับตัวเองเบาๆ
การมองโลกในแง่ดี ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดของมนุษย์อย่างดีวิธีหนึ่ง
แต่คนเราก็จะมีความระแวงอยู่เสมอ แม้จะทำให้เราประสาทเสียแต่ก็ทำให้เราตื่นตัวอยู่เสมอไม่ตกอยู่ในความประมาท
จึงมีความคิดขัดแย้งขึ้นมาอีก
"เฮ้ย...แต่เดี๋ยว เมื่อกี้เราก็เคาะอย่างดังจนประตูจะพัง เป็นใครต้องตื่นแหละ"
ถ้าเป็นข้อ1เราก็รอดไป แต่ถ้าเป็นข้อ2ตายสถานเดียวแน่ตู
ผมยืนคิดหลังให้ประตู เหมือนขาจะถูกแช่แข็งไว้งั้น
"ตอบข้อ2เลย อย่าคิดให้สมองล้าเปล่าๆน่า" มีเสียงตอบมาจากด้านหลังผม
"อ๋อข้อ2เหรอ อย่าพูดอะไรเป็นลางยังงั้นสิ" ผมพูดเสียงแห้งๆตอบกลับไป
!?!?
เฮ้ย...เสียงใครวะ? จำได้ว่ายังไม่ได้ปลุกใครสักคนเลยนี่นา นอกจาก....อ่า....
ชักรู้สึกไม่ดีเลยแฮะผม เหมือนขนคอจะลุก ยะเยือกหลังชมัด
ผมค่อย...ค่อยๆหันหลังกลับไป
....;;;; แฮะๆๆ
"มิ...มิโฮะ"
เธอยืนพิงขอบประตู มองหน้าผม
หน้าตาเธอสลึมสลือ ผมยุ่งนิดๆ ตาออกแดงหน่อยๆ
อาการคนนอนไม่พอชัวร์ๆ
ตายแน่ตู...
"ใช่สิ! บอกไปยังผ่านไม่ถึง12ชั่วโมงเลย ลืมแล้วเรอะ เมื่อคืนตี3ก็ย้ำแล้วด้วย ยังงี้แกล้งกันนี่หว่า" เธอบ่นเสียงดัง
"มะไม่แกล้งนะ อันนี้ฉันพลาดไปเองจริง เอาเป็นว่าฉันขอโทษละกันนะ" ครั้งนี้ผมยอมรับผิด
"ได้เลย ฉันขอมอบโทษให้นายด้วยความเต็มใจ"
ตูม! >o<
.....
โอยตามคำขอเลยแฮะ
โทษเธอถึงใจจริงๆ ไม่หนักแต่คม

สายวันนั้นเอง
"อ้าว! ___ซัง ตาไปโดนอะไรมาน่ะ คล้ำเป็นวงเลย ( -_O <----ประมาณยังงี้แหละ)" เพื่อนสาวในชมรมทักช่วงกินข้าวเช้า
"อ่า...ฮะๆ โดนโทษอะไรนิดหน่อยน่ะ อย่าสนใจเลย" ผมพูดบ่ายเบี่ยงไป
"เหรอ นึกว่าโดนใครชกเอาซะอีก แต่ก็น่ารักดีนะ"
"กึ๋ย! ไม่...ไม่ใช่หรอกน่า"
ถึงจะโดนชมแต่ดีใจไม่ออกเลยเฮ้อ
เฮ้อดันรู้ทันอีก
/me ถอนหายใจ2รอบติดกัน...

หึหึ ทำกับฉันได้แสบมากยังงี้ต้องแก้แค้น
วันที่5ของการเข้าค่าย ตอนดึกๆ หุหุ ใช่ครับ วันที่แอบ(ใคร)ดูอาบน้ำ...ฮ่ะๆๆ ขอดูให้ตาหายแค้น
ซะทีเถอะ มิโฮะ จ๋า ฮ่ะๆๆ (เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าถึงอารมณ์ของเขาในตอนนั้น โปรดจิตนาการตัวเอกในสภาพที่ตามันวาว งูออกหัว ^ ^)
ผมเดินแสยะยิ้มฝ่าความมืดอ้อมตัวบ้านพักไปยังหน้าต่างห้องน้ำด้วยความคุ้นเคย ดังเช่นตอนที่แอบดูฮิคาริเมื่อปีที่แล้ว
แต่คราวนี้ผมเพิ่มมาตรการความปลอดภัยป้องกันไว้ด้วย เมื่อผมสามารถถึงเอย์จิมาเป็นคนระวังหลังได้
หึหึ เรามีข้อตกลงแชร์กันดู สนธิสัญญาระหว่างเราสองคนก็เป็นอันตกลง
ผมเริ่มชำเลืองมองกระจกบานแรกอย่างตื่นเต้น......
น่านงาย...ตรงตามที่คาดไว้เป๊ะ สองสาวอาบน้ำอยู่ไอน้ำลอยเต็มห้องจึงมองได้แบบศิลปะEurotic(ใช่ชื่อนี้ป่าวเนี่ย) อาหารตาชั้นเลิศ แต่ผิดหวังนิดๆที่ไม่ใช่มิโฮะ
ว่าแล้วผมก็เริ่มขยับองศาของหัวไปทางขวาเพื่อดูบานกลาง ใจเต้นโครมคราม เลือดสูบฉีดดีจัง ผมยืดตัวมองผ่านกระจกเข้าไปในห้องน้ำ
!?!!!แหวะ จะจาร์ยใหญ่อีกแล้ว
รู้สึกว่าเลือดจากที่ร้อนแรงตอนแรกจะหยุดเดินยังไงไม่รู้แฮะ ยาพิษทางสายตาโดยแท้
2ปีซ้อนห้องเดิมเลยเว้ยยย เอ!อาจาร์ยแกอยู่ชมรมไหนกันแน่เนี่ยยย
........................
เหลือห้องสุดท้ายล่ะ มิโฮะแหงๆ อยากเห็นนักหน้าตาเธอตอนยิ้มน่ารักๆกับเคโระจังเลย
ผมยื่นหน้าเข้าไปมองในห้องน้ำ.....
!? อ้าว...ไม่ไม่มี มิโฮะไปไหน
เธอไม่อยู่ในห้องน้ำ เป็นไปไม่ได้น่าก็ผมได้ยินเธอพูดกับเพื่อนเมื่อกี้นี่เองนี่นา
ผมเริ่มนึกระแวงขึ้นมา เธอเป็นคนฉลาดรู้ทันคน งั้น......!!
นี่ก็เป็นแผนล่อเสืออกจากถ้ำน่ะสิ แย่แล้ว! ต้องรีบถอนตัวโดนด่วน! เธออาจรอจังหวะจับผิดเราอยู่
"เฮ้ย!เอย์จิ ถอนตัวเว้ย! โดนเข้าให้แล้ว" ผมหันหลังไปบอกเอย์จิทันที
!?

ไม่ไม่ทันแล้ว เธอมายืนข้างหลังผมแล้ว
...หา? อ๋อ...เอย์จิเหรอครับ โดนก่อนผมแล้วล่ะครับ โน่น...กองอยู่ข้างกำแพง สัญนิษฐานว่าโดนลำตัวเข้าหมัดเดียวจอด
และ(เหยื่อ)รายต่อมาคือผม
"อ่า...เดี๋ยวนะ คือว่า อ่า..." ผมพยายามพูดขออุธรณ์ แต่นึกอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้
เธอยิ้มใจดีๆใส่ผม "แหมไม่ต้องตื่นเต้นยังงั้นหรอกน่า ฉันไม่ว่าอะไรหรอกน่า"
"หา? หมายความว่าไงนะ" เธอมาแปลกแฮะปกติก็โดนกระหน่ำไปแล้วนี่นาคราวนี้กลับใจดี
"ก็อย่างที่ว่าน่ะแหละ" แล้วเธอก็ยืนโดยให้เท้าซ้ายนำ
"จะ จะทำอะไรน่ะมิโฮะ" ผมผวาในท่าทีเธอ
เธอกางแขนขวาไปข้างหลัง พับข้อศอก กำมือแน่นเพื่อกันอาการมือซ้นหลังกระแทก
"เดี๋ยวๆๆๆ" ผมรู้แล้วว่าเธอจะทำอะไร
"ลูกกุย"หรือหมัดของเธอพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง
ตูม! ผมโดนประทับ"ตา!" เรียบร้อย ครบ2ข้าง
เธอเก็บได้2รายในเวลาอันสั้น
"โอยยยยย" ผมนอนกุมหน้าพลางพูดคลางๆ "ไหนเมื่อบอกไม่ว่าอะไรไง"
เธอตอบเชิงล้อเลียน "ก็ไม่ว่านี่ ใช้หมัดพูดแทนแล้วไง เอาล่ะรีบๆเข้าไปข้างในได้แล้วคราวนี้ใจดีจะไม่บอกพวกเพื่อนๆล่ะกัน"
เออ! ใช่ เธอไม่ว่าเราสักคำนี่นาเพียงแต่......โอยยยย

ตัดกลับมาที่ห้องผม
ผมยังมองกระจกอยู่ใจเศร้าๆ
หมัดเธอไม่หนักแต่คม!
ผ่านมาตั้งอามิตย์กว่าแล้ว แม้รอยจะหายไปเยอะแล้วแต่ก็ยังเห็นอยู่จางๆ
ว่าแล้วก็หยิบแว่นอีกอันมาใส่อีก กระจกแว่นเป็นแบบสีชาแต่ไม่ทึบ จึงมองเห็นตาแต่ไม่เห็นรอย
ที่ผมต้องปกปิดไว้เพราะจางยังไงก็ตามขืนขาประจำทาคุมิเห็นโดนแซวยับทั้งโรงเรียนแหง

คาเอเดโกะเองก็ยังมีท่าทีเศ้ราๆเหมือนเดิม
ผมเดินลงบันไดมาอย่างรีบๆ " ขอโทษที่ให้รอนะ ป่ะไปกันเถอะ"
"อืม!ไปเถอะ"
เหมือนเดิม เธอตอบแบบเศ้ราๆแม้จะยิ้มก็ตามแต่ก็รู้ว่าเธอมีความู้สึกในใจอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกออกมา
เธอแปลกไปจริงๆ เพราะถ้าเป็นปกติเข้าทึ้งดึงผมเข้าชมรมบอลที่เธออยู่ชนิดที่ผมต้องหนีทีเดียว

ระหว่างทางเราเดินกันเงียบๆ ซึ่งปกติจะไม่เป็นยังงั้น
เป็นที่รู้กันว่าผมกับเธอก็ขาบอลเหมือนกัน เจอไม่ได้กระหน่ำคุยกันยกใหญ่
สายลมเย็นๆพัดผ่านไปเป็นระลอก จั๊กจั่นข้างทางร้องรำไร พระจันทร์เต็มดวงส่องแสดสีเหลืองนวลตาลงมา
ตามสภาพแบบนี้เหมาะนักที่จะสารภาพรักกัน....
"เอ่อ คือมีอะไรอยากจะบอก___ซังน่ะ สำคัญมากเลยล่ะ... เธอ...เธอช่วยฟังนิดได้ป่าว?"
ในที่สุดเธอก็เอยขึ้นมาจนได้
ผมพยักหน้าตอบรับเธอ
มองดูแล้วเธอไม่เหมือนคนจะสารภาพรักเลยสักนิด...
เธอต้องการจะบอกอะไรกับผมเนี่ย...
"คือ...คือว่า"
เธอคงลำบากใจไม่น้อยที่จะพูดออกมา เธอก้มหน้าแต่พอเห็นลางๆว่าเหมือนเธอจะร้องไห้
แปลก? ไม่น่าใช่เรื่องสารภาพรัก คงเป็นเรื่องอื่นมากกว่า
ตูม!
เสียงดอกไม้ไฟดังขึ้น งานเริ่มแล้วเรามาทันแบบฉิวเฉียด
"อ่า...งานเริ่มแล้วงั้นไว้บอกตอนหลังนะ รีบไปกันเถอะ" เธอฝืนยิ้มชวนผมไป
เสียงดอกไม้ไฟระเบิดทำลายบรรยากาศไปซะแล้ว แต่ก็ดีอย่างทำให้ผมหายเครียดไปเยอะ(<---ประหม่าน่ะ) อีกใจนึงก็อยากรู้ว่าเธอต้องการบอกอะไรผม

เราทั้ง 2 พากันเข้าไปในที่ๆน่าจะดูได้ชัด
ใช้วิธีแทรก เบียดเข้าไป เนื่องด้วยทั้ง2มีพื้นฐานทางบอลสุดยอด จึงเข้าไปยืนริมแม่น้ำได้ในพริบตา

การแสดงดอกไม้ไฟดำเนิดไปตามปกติ...
ดอกไม้ไฟสวยมาก ตูมทีก็มีคนเฮฮาทีท่าทางมีความสุข
แต่คาเอเดโกะไม่เป็นงั้น เธอยังคงออกอาการเศร้า
ปล่อยไว้ยังงี้ไม่ดีทั้งคู่แน่ ผมคงไม่เป็นไรนักหรอกอย่างมากก็แค่อึดอัด(อยากรู้แต่ไม่รู้) แต่ผมเห็นเธอแล้วสงสารเราก็รู้จักกันมาตั้งปีครึ่งแล้วด้วยพึ่งเคยเห็นเธอเป็นอย่างนี้ครั้งแรก
ผมเดินเข้าไปชิดเธอ....
"ซากุระซัง..." ผมทักเบาๆ
เธอหันมามอง
"___ซัง"
ผมยื้มมือไปกุมมือเธอ อาจดูไม่เหมาะแต่มันก็ทำให้เธอสงบลงไปได้บ้าง
ผมย่อตัวมาอยู่ที่ระดับสายตาเธอ
มองเธอด้วยสายตาอาธร " ซากุระซัง ถ้าเรื่องที่เธอจะพูดออกมาเป็นเรื่องที่พูดลำบากก็ไม่ต้องฝืนพูดออกมาก็ได้นะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
"___ซัง" เธอมองผมด้วยสายตาที่เศร้าๆเช่นเดิม
" แต่ถ้าสิ่งที่เธอจะพูดออกมานั้นทำให้เธอสบายใจล่ะก็..." ผมยิ้มเล็กให้เธอมีกำลังใจ " พูดออกมาเถอะนะ ฉันจะช่วยเธอแบ่งเบาปัญหาด้วย "
"___ซัง"
" แต่ถ้าฉันช่วยอะไรไม่ได้อย่างน้อยเธอยังมีฉันคนนี้คอยให้กำลังใจอยู่นะ "
แม้ว่าดอกไม้ไฟจะยังส่งเสียงดังอยู่เป็นช่วงๆ
แต่ณ.จุดที่ผมกับคาเอเดโกะยืนอยู่นั้นเสมือนหนึ่งจะถูกแยกออกจากกัน ช่วงอารมณ์ที่สื่อถึงกันเป็นข้อพิสูจน์ได้
เธอยิ้มและตอบผม "อื้ม!"
ดีมากเธอมั่นใจขึ้นเยอะ นี่สิแบบฉบับที่แท้จริงของเธอ
"___ซัง"
ผมพยักหน้าเป็นคำตอบว่า Ok พูดมาเถอะ...
เธอก้มหน้าพูด " นี่___ซังรู้ไหม ตั้งแต่ฉันพบเธอครั้งแรก ตอนเธอไปเล่นบอลที่สนามบอล ตอนคาบพักน่ะ"
"อ๋อ ตอนนั้นเหรอ ฮะๆ แค่ยิงไกลเข้าน่ะ ฟลุ้คออก"
"หึหึ" เธอยิ้มเล็กๆ "นั่นไงละ เธอก็ยังจำเรื่องเดิมได้เห็นไม๊"
เหวยเผลอเล่าไปตามนิสัยบ้ายออีกแล้ว
"ตามสายตาฉันแล้ว เธอไม่ใช่ธรรมดาเลย ทั้งการเลี้ยงการเตะการจ่าย"
ใช่เธอมองไม่ผิดจริงๆ
"เมื่ออ่านประวัติย้อนหลังก็รู้ว่าเธอเป็นนักกีฬาเขตมาก่อนด้วย ฉันก็เข้าไปชวนเธอมาร่วมทีม"
"........." ผมเงียบไป
หลายท่านอาจเป็นที่สงสัยว่าทำไมผมไม่เข้าชมรมกีฬา คำตอบก็คือผมขี้เกียจซ้อมอย่างที่ว่าตอนต้นน่ะครับ
"แต่เธอก็ไม่ยอมเข้า น่าเสียดายความสามารถนะ .....แต่" เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม "จากนี้ไปเธอคงสบายใจขึ้นแล้วล่ะ"
"?? หมายความว่ายังไงเหรอซากุระซัง"
เธอยิ้ม "น่าเสียดายเหมือนกันนะ จริงๆก็อยากตื้อเธอต่อนะ สนุกดี"
เธอก็ทำหน้าเศร้าอีกครั้ง และพูดประโยคสุดท้ายสั้นๆ
"___ ซัง ลาก่อน"
ลาก่อน? เธอหันหลังวิ่งไป โดยทิ้งข้อคาใจให้ผม
"เดี๋ยวก่อนซากุระซัง"
ผมเอื้อมมือหมายจะไปจับเธอ แต่กลายเป็นว่าผมต้องกุมเท้าแทน เพราะเธอวิ่งไม่ลืมหูลืมตาเลย เหยียบเท้าผมเต็มๆ
กระนั้นเถอะผมก็วิ่งตามเธอไป แต่คนที่หนาแน่นอย่างนี้ร่างกายใหญ่อย่างผมจึงยากที่จะลอดตามเธอไปได้
และในที่สุดผมก็ชนจนได้ ผมเซไปข้างๆแว่นหลุดไป ส่วนคนที่โดนชนล้มลงไป
คาเอเดโกะลับตาผมไปแล้ว.....
คงไม่มีประโยชน์ที่จะตามไป
ผมจึงเดินเข้าไปขอโทษคนที่ผมชน โชคไม่ดีที่ผมลืมเก็บแว่น...
โชคชั้นที่สอง คนที่ผมชนชื่อทาคุมิ.....
จบกันชื่อเสียงผม......

จากวันนั้นมาผมก็ไม่เจอเธออีกเลย ก็โทรไปหาคาเอเดโกะเหมือนกัน
...แต่ไม่มีคนรับสายเลย

เปิดเทอม2 วันจันทร์ที่4 กันยายน 2000
ผมเดินไปโรงเรียนแต่เช้า
แน่นอนโดนแซวมาตลอดทาง ชนใครไม่ชนดันไปชน...ซวยชมัด!
"อ้าว___ซางงงง ไปโดนนักมวยที่ไหนชกเอาล่ะ" โดนแซวทำนองเนี้ยล่ะมาตลอดทาง
ทาคุมิมันสิงห์กระจายข่าวจริงๆ กรอด!

ผมเดินเข้ามาในห้อง เห็นทาคุมินั่งคุยกันในห้อง
"อ้าว ___ซัง"
"หยุดเลย! พอแล้วแซวอยู่ได้" ผมชิงพูดตัดหน้า
"ไม่ใช่ๆ! นายรู้ข่าวย้ายโรงเรียนรึยัง" ทาคุมิพูดด้วยเสียงจริงจัง
"ใครย้ายล่ะ?" ผมเองก็อดสงสัยกับท่าทางของมันไม่ได้
"คาเอเดโกะจัง!"
หา!?
ไม่จริงน่า.... ก็... เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว....
จริงสิ...ผมคิดได้ มิน่าเธอถึงมาชวนผมไปดูดอกไม้ไฟ
เข้าใจแล้วล่ะที่เธอพูดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหมายถึงอะไร
นั่นคือดอกไม้ไฟอำลาของเธอนี่เอง...


---------------------------------------------------------------------------------------
K.W.E. ง่า... ในที่สุดคาเอเดโกะก็ย้ายโรงเรียน...
แต่เธอจะมีบทในตอนหลังแน่ครับ ซึ่งแน่นอน เพราะเธอจะทำให้ผมดึงคนที่สมัครทั้งหมดมารวมกันได้ อิอิ คอยดูละกันแต่อีกหลายตอนเลยนา
ช่วงนี้อาจดองไปบ้างนะครับ ใกล้สอบแล้ว(ข้ออ้างเดิม^ ^) แล้วเจอกันตอนหน้าครับ

จาก : K.W.E. - - [email protected] - 05/02/2001 01:20

ข้อความ : นับวันมิโฮะชักโหดขึ้นเรื่อยๆแฮะ ^^;;;
ตามข้อสันนิฐานนายK.W.E.ชอบมิโฮะแหง ถึงได้แต่งให้ออกมาทุกตอนเงี้ย ^^;;;

จาก : MrT - 05/02/2001 04:42

ข้อความ : ฮ่ะ ฮ้า..
ก็ไม่แน่นา หุหุ
ฮิมิซึ^ ^
เอาไว้เป็นคู่กัดน่ะดีแล้วตลกดี
อิอิ ใส่บทโหดให้เธอแล้วดูสะใจไปอีกแบบดีแฮะ

จาก : K.W.E. - 05/02/2001 18:17

ข้อความ : ผมเองก็เพิ่งรู้สึกว่ามิโฮะเนี่ยเหมาะกับบทโหดๆเหมือนกันแฮะก็ตอนได้อ่านฟิคของคุณ K.W.E. นี่แหละ ^^;;;; ผมชอบแบบนี้มากกว่าพูดหวานๆในเกมอีก เพราะคุณเธอมันส์สะใจดีแท้ แต่หวังว่าตอนจบคงมีโอกาสให้เธอหวานกับตาพระเอกมั่งนะครับ (ชักสงสารหมอนี่หน่อยๆแล้ว)

จาก : Seirika - 05/02/2001 19:46

ข้อความ : ผมก็มีความคิดเดียวกับคุณMrT คือผมว่าคุณK.W.E.ต้องชอบมิโฮะจังแน่ๆเลย เพราะเป็นคนที่ผมรู้สึกว่าตรงข้ามมากที่สุด แถมชอบซัดกับพระเอกบ่อยเหลือเกิน ท่าทางตอนจบจะมันส์น่าดู

จาก : Fic T. - 05/02/2001 22:36

ข้อความ : พระเอกทำของeventมิโอะเยอะจัง ค่าความชอบพุ่งกระฉูด หรือจะเป็นมาโอะ


จาก : tirmu S - 06/02/2001 12:11

ข้อความ : แล้วไม่มีเรื่องของมาโฮะบ้างหรือค่ะ? ตอนนี้ตลกดีค่ะ ^-^
/me กำลังขำพระเอกที่หน้าตาเหมือนหมีแพนด้า

จาก : Alicia - 07/02/2001 01:35

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1