|
หัวข้อ : ***เทพบุตรผู้พิทักษ์ ตอนที่ 15 เมื่อความรักมาทักทาย *** ข้อความ : คาลาธถึงกับสำลักน้ำชา.. เมื่อได้ฟังเรื่องที่ตนถูกย้อนรอยจากปากของเด็กรับใช้คนสนิททั้งสอง หากเพียงครู่หนึ่งแววบึ้งตึงบนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้ม ไม่นึกว่าปีศาจน้อยนางนี้จะทั้งกล้าหาญและฉลาดไม่เลว น่าสนใจแฮะ คุณชายรอง.. ท่านยิ้มอยู่ได้ พวกเรากลับอับอายแทนท่านแทบแย่แล้ว.. พีจาร์โอดขึ้น คาลาธนิ่งใช้ความคิด ยืดกายยืนขึ้นเดินออกมาสูดอากาศที่บนระเบียงทางเดินหน้าห้อง ก็เห็นริวจิลยืนแอบอยู่ข้างประตูสีหน้าขรึมไม่ค่อยสบายใจ พอเห็นพี่ชายเดินออกมาค่อยเงยหน้าขึ้นเอ่ยอย่างกังวล ข้าได้ยินเรื่องที่ท่านโดนย้อนรอยกลับมาแล้ว.. ท่านจะเอายังไงต่อหรือ.. ? หึ.. น้องชายเจ้าไม่ต้องห่วง ข้ามีแผนโต้ตอบแล้ว.. คราวนี้จะเอาให้นางร้องไม่ออกเลยดีมั้ย..? ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยปลอบ หากริวจิลกลับยิ่งมีสีหน้าร้อนรุ่มกังวลกว่าเดิม จนคาลาธชักงง ไม่รู้จะเอาใจอย่างไรดี คนต้นเรื่องทั้งหมดลังเลจนกระสับกระส่ายอยู่เป็นครู่ก่อนจะรวบรวมความกล้าหาญ ยื่นมือจับแขนสองข้างของพี่ชายกำแน่น พี่รอง.. ฟังข้านะ เออ..กำลังฟัง พวกเราน่ะ..เป็นผู้ชาย แล้วก็มีฐานะเป็นพี่ ท่านเคยสอนข้าใช่ไหมว่า..ลูกผู้ชายพึงใจกว้าง แล้วคนเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ควรถือสาเด็ก ข้า.. ข้าอยากขอร้องท่าน.. เรายุติกันแค่นี้เถอะนะ..อย่าเอาเรื่องนางอีกเลย ให้อภัยให้นางเถอะ หา นี่เจ้าหมายความว่า..ที่นางฉีกหน้าข้าวันนี้.. ให้ข้าเลิกเอาความ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือ ? พี่รอง.. ถือว่าริวจิลขอร้อง.. นะนะ.. คนน้องชายวิงวอนเสียงอ้อนเหมือนเมื่อครั้งยังเยาว์วัย มาเอาแบบนี้คาลาธต่อให้ใจแข็งแต่ก็ไม่เคยแข็งกับน้องชายคนนี้ได้สักครั้ง ริวจิลฉุดมือพี่ชายหลบมุมออกมาพอพ้นสายตาพวกเด็กรับใช้ทั้งสองอีกเล็กน้อย ค่อยเขย่าแขนพี่ชายอย่างเอาแต่ใจ น่า..พี่รอง น้องขอร้องแค่นี้ก็ไม่ได้หรือ เรากับนางผลัดกันแกล้งคนละครั้ง ถือว่าหายกันเถอะนะ.. เอางั้นหรือ ? คาลาธยังปรับความเข้าใจไม่ค่อยทันเจ้าน้องชายคนนี้เลย ก้อ.. ไม่เจ้าหรือที่ยุยงข้าให้หาเรื่องสั่งสอนนาง แล้วตอนนี้ทำไมถึงได้ยอมวางมือง่ายๆ ? นั่นมันเป็นเรื่องเมื่อก่อน.. แต่ว่าตอนนี้..ข้า พูดได้แค่นี้ก็ก้มหน้ามุมปากทอรอยยิ้มกระดากกระเดื่องขึ้น คาลาธคราง หือ เบาๆขึ้นในลำคอ มองหน้าเจ้าน้องชายแล้วขมวดคิ้ว แต่แล้วก็ฉุกใจคิดได้อย่างรวดเร็วร้องดัง ไฮ้.. ออกมา เจ้าน้องรัก.. นี่อย่าบอกนะว่า..เจ้าชอบนางปีศาจน้อยนั่นเข้าแล้ว ? พี่รอง ข้า . ริวจิลยิ่งอึกอัก กล่าวอย่างขัดเขิน ก้อ..ข้าว่าท่านหญิงธีนี่น่ะ..ดูใสๆน่ารักดี ข้าแค่..รู้สึกเอ็นดูนางขึ้นมาเท่านั้น เฮ้อ คนพี่ชายถอนใจแล้วหัวเราะ ยื่นมือตบไหล่น้องชาย เอาเถอะ..เอาเถอะ ในเมื่อน้องชายอย่างเจ้าอุตส่าห์ขอร้อง งั้นพี่ชายตามใจเจ้าก็แล้วกันนะ ยุติก็ยุติ.. ว่าแต่ถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยอีกก็บอกแล้วกัน ขอบคุณพี่รอง ริวจิลเขย่าแขนคาลาธอย่างลิงโลดยินดี เงยหน้าขึ้นเพ่งตามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกรักและขอบคุณอย่างสุดหัวใจ ก่อนจะหมุนกายวิ่งออกไปอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ . วันนี้ท่านหญิงสองพี่น้องติดตามท่านไรเซนมาที่วังรัชทายาท ระหว่างที่ผู้เป็นบิดาสนทนาธุระอยู่กับชิริน ท่านหญิงราเธริก็อ้างอยากไปเยี่ยมชมผลงานของซาทากะแล้วชวนท่านหญิงราธีน่าปลีกตัวออกมา ที่ห้องทำงานของซาทากะ ชายหนุ่มกำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ พอผู้รับใช้เข้ามาบอกว่าท่านหญิงแห่งสกุลนูลาสมาเยือน เขาถึงกับวางปากกาลงกับโต๊ะอย่างรำคาญ ไปบอกพวกนางว่าข้ากำลังยุ่งไม่ว่างต้อนรับ ผู้รับใช้ค้อมกายรับคำสั่ง แต่ไม่ทันเอาคำสั่งไปถ่ายทอดต่อคนที่ยืนรออยู่นอกห้อง ท่านหญิงราธีน่าก็ฉุดแขนผู้เป็นพี่สาวดึงดันเข้ามาแล้ว พลางส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วดังมาตั้งแต่หน้าประตู พี่ซาทากะ.. พวกเรามาทวงสัญญาค่ะ.. ธีนี่ไม่เอาน่า อย่าเสียมารยาทสิ ไม่รู้พี่เขาว่างอยู่รึเปล่า.. คนพี่สาวร้องเบาๆอย่างเกรงใจ ไม่เป็นไรหรอก พี่ซาทากะคงไม่ใจดำไล่พวกเราหรอก.. ซาทากะลอบเม้มปากกับตนเองอย่างรำคาญ แต่ก็มิอาจไม่ลุกจากโต๊ะออกมาต้องรับตามมารยาท ขอบคุณที่ท่านหญิงท่านสองให้เกียรติมาเยือน.. เชิญตามสบาย เห็นมั้ยว่า..พี่เขาไม่ว่าอะไร คนน้องสาวหันมายิ้มพลางกระซิบอย่างผู้มีชัย ท่านหญิงราเธริผงกศีรษะเล็กน้อย ยิ้มอ่อนหวานกล่าวคำขอบคุณต่อเขา ในใจรู้สึกขวยเขินกระดากกระเดื่องยิ่ง จับมือน้องสาวแน่นเพื่อรวบรวมความกล้า ทำเป็นจูงน้องเดินมองไปรอบๆห้องซึ่งแขวนภาพวาดไว้หลายภาพบนฝาผนัง มีทั้งภาพคน ภาพสัตว์ ภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ อีกทั้งภาพลายมือที่เขียนเป็นบทกลอนด้วยอักษรโบราณอันสวยงาม หญิงสาวก็เป็นผู้หนึ่งซึ่งสนใจและศึกษาทางด้านนี้ ถึงกับชมดูจนรู้สึกทึ่งและชื่นชมอย่างยิ่ง เยี่ยมจริงๆค่ะ.. นี่เป็นผลงานของพี่ทั้งหมดเลยหรือ ? ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ผายมือเล็กน้อยกล่าวเสียงเรียบๆ เชิญตามสบายนะ พอดีข้ามีงานค้างบางอย่างต้องทำ ขอโทษที่เสียมารยาทขอตัวไปทำงานต่ออีกสักครู่ กล่าวจบก็เดินกลับมาที่โต๊ะ นั่งลงคัดลอกหนังสือที่ค้างอยู่ต่อ ท่านหญิงราเธริลอบก้มหน้ามุ่ยอย่างน้อยใจนิดๆที่เห็นเขาดูเฉยชา ท่านหญิงราธีน่ากลอกตาวูบ ค่อยสาวเท้ามายืนเกาะขอบโต๊ะถาม พี่ทำอะไรหรือคะ ? คัดลอกหนังสือ คัดลอกไปทำไม..งานแค่นี้ให้คนงานทำก็ได้นี่นา ทำไมต้องลงมือเองด้วยหรือ ? ซาทากะแม้รู้สึกรำคาญแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เห็นดวงตากลมใสแฝงแววบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของนางก็เอ่ยตำหนิไม่ลง ขณะจะเอ่ยปากตอบ ท่านหญิงราเธริก็ชิงอธิบายแทนว่า มันคงเป็นหนังสือสำคัญ.. ในเนื้อหาไม่อาจให้คนทั่วไปอ่านได้ ธีนี่เราอย่ารบกวนพี่เขาเลย ไปกันเถอะ อ๋อ.. ข้าเข้าใจแล้ว ท่านหญิงน้อยคนน้องยังคงชวนเขาคุยต่อ ว่าแต่..พวกเรามีสิทธิ์อ่านได้มั้ยคะ.. ? ธีนี่ . ท่านหญิงราเธริรู้สึกเกรงใจอย่างยิ่ง ส่งเสียงปรามน้องสาวเบาๆ อ่านได้สิ คำตอบของเขา ทำให้หญิงสาวอดรู้สึกสว่างไสวอบอุ่นในใจขึ้นมามิได้ เด็กสาวจอมยุ่งฉวยโอกาสที่ชายหนุ่มเผลอยื่นมาให้ทันที งั้นดีเลย.. พี่เธรี่ของข้าลายมือสวยนะพี่ ให้พี่เธรี่ช่วยพี่คัดลอกหนังสือมั้ย จะได้เสร็จไวไวไงคะ.. ซาทากะเงยหน้าขึ้น ขยับริมฝีปากคิดปฏิเสธ หากใจเจ้ากรรมกลับดำไม่พอ เห็นดวงตากลมโตสองคู่ที่กระพริบมองตนเอง คู่หนึ่งมองอย่างสัตย์ซื่อไร้เดียงสา อีกคู่ก็มองอย่างปรารถนาและมุ่งหวัง สงสัยหากเขาเอ่ยคำว่า ไม่ ออกไป คงคล้ายมีดที่กรีดใส่ดวงใจบริสุทธิ์สองดวงจนฉีกขาดน่าเวทนาแล้ว ก็ได้ . พริบตานั้นดวงตาคู่งามที่มองมาปรารถนาและมุ่งหวังก็ฉายจรัสโรจน์ด้วยปลื้มปิติยินดี หากดวงตากลมโตไร้เดียงสากลับกลอกกลิ้งทอรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นน้อยๆ ซาทากะลอบร้องในใจว่า ผิดท่า กว่าจะรู้ตัวว่าหลงกลใจอ่อนก็ไม่อาจถอนตัวปฏิเสธพวกนางได้อีก นอกจากยอมตกกระไดพลอยโจน หันไปสั่งผู้รับใช้ยกโต๊ะเก้าอี้ และจัดสมุดเปล่ากับปากกามาอีกชุด ให้กับท่านหญิงราเธริ ท่านหญิงราธีน่าลอบยิ้มกระหยิ่มในใจ ทุกอย่างเมื่อเป็นไปตามแผนหน้าที่ของนางในที่นี่นับว่าสิ้นสุดสมควรถอนตัวออกมาได้แล้ว ดังนั้นแสร้งโอดครวญเบาๆว่านั่งนานๆแล้วเมื่อยขบ ขอตัวปลีกออกไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่า กล่าวจบไม่รอคนฟังจะพูดว่ากระไร กระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งแผล็วออกไปทันที .. . . เวลาในห้องผ่านไปอย่างเงียบกริบ หนุ่มสาวทั้งสองนั่งที่โต๊ะทำงานคนละตัว คัดลอกหนังสือทำงานกันเงียบๆ ไม่ส่งเสียงพูดกันแม้แต่คำเดียว .. มีหลายครั้งที่ท่านหญิงราเธริเงยหน้าขึ้นคิดส่งเสียงชวนเขาคุย แต่เห็นอีกฝ่ายก้มหน้าก้มตาไม่เงยขึ้นมา ก็ได้แต่ชะงักคำพูดไว้แค่ริมฝีปาก เพียงลอบชำเลืองมองเขาเงียบๆ เก็บเอาภาพใบหน้าและทุกอากัปกิริยาของฝ่ายตรงข้ามในยามนี้ ประทับย้ำไว้ในหัวใจอย่างเงียบงัน พร้อมกับรู้สึกวาบหวามอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก.. หากสำหรับซาทากะในเวลานี้กลับตรงข้ามกับนางอย่างสิ้นเชิง !! ในชีวิตของเขานี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับอิสตรีภายในห้องหับรโหฐานเช่นนี้ ถึงแม้มุมห้องยังมีผู้รับใช้คนหนึ่งยืนอยู่ ไม่ถึงกับอยู่กันสองต่อสองกับนาง แต่ในใจก็อดรู้สึกประหม่าระคนรำคาญมิได้.. บอกไม่ถูกจริงๆว่านี่เป็นรสชาติใดกันแน่ !! อีกด้านหนึ่ง . ท่านหญิงราธีน่าออกมาเดินเล่นคนเดียวในอุทยาน ความสวยงามของพรรณพฤกษา บรรยากาศอันร่มรื่นทำให้เด็กสาวรู้สึกเพลิดเพลินยิ่ง เพียงแต่หากมีเพื่อนสักคนมาเดินเล่นด้วยกันก็คงสนุกกว่านี้ ขณะกำลังนึกเสียดายที่ไม่ได้ชวนเซธมาด้วย ด้านหลังพลันบังเกิดเสียงเรียกทักทาย ท่านหญิงธีนี่ เด็กสาวหันขวับไปมอง เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนยิ้มอยู่ข้างพุ่มไม้ดัดรูปสิงโต ร่างสูงโปร่งสันทัดแต่งกายดูภูมิฐานคาดว่าคงมีฐานะตำแหน่งไม่เล็กน้อย เค้าใบหน้าคมคายแจ่มใส ดวงตามีแววขี้เล่นหากแต่แฝงมิตรภาพจริงใจ ใครกันไม่เคยเห็นคนๆนี้ ? ข้ามสะพานหินนี้ไปจะเป็นเขตหวงห้ามชั้นในของวังรัชทายาทนะ คนนอกเข้าไปไม่ได้.. เขาบอกอย่างอ่อนโยน ท่านหญิงน้อยเลิกคิ้วเรียวงามอย่างประหลาดใจ ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้.. ข้าเป็นบุตรีของท่านจ้าวสยบทักษิณไรเซนนะ.. ข้ารู้จักท่าน เขาบอก แต่คูน้ำตรงนี้เป็นเส้นแบ่งอาณาเขตกั้นระหว่างวังชั้นนอกและชั้นใน ฝั่งโน้นเป็นเขตที่พักของเจ้าชายเมราซัส มีแต่องค์รัชทายาทกับสี่ผู้พิทักษ์ แล้วก็องค์กษัตริย์เท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าออกไปได้ ส่วนคนอื่นจำต้องขออนุญาตก่อน แล้วท่านเป็นใคร ? ข้าชื่อริวจิล ท่านหญิงชะงักอึ้งไปเล็กน้อย.. นับตั้งแต่เข้ามาเมืองหลวงนางเพียงเคยเห็นหน้าแต่ชิรินกับซาทากะเท่านั้น สำหรับริวจิลกับคาลาธเพียงได้ยินแต่ชื่อ หวนนึกถึงตนมีเรื่องกับสองคนนี้มากที่สุด.. วันนี้อยู่ๆคนชื่อ ริวจิล ก็โผล่ออกมาทักทายแบบนี้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้หรือไม่ จะมีแผนการตอบโต้ใดมาแกล้งนางอีกหนอ ที่แท้.. ท่านคือพี่ริวจิล ได้ยินชื่อมานาน.. วันนี้ทำไมออกมาเดินอยู่คนเดียวล่ะ.. ให้พี่เป็นเพื่อนพาเดินเที่ยวชมที่นี่มั้ย..? ท่านหญิงราธีน่ากอดอกเอียงคอครุ่นคิด .. ไม่รู้คราวนี้อีกฝ่ายจะมาไม้ไหน..? ไม่ไปแล้วนะ..บ้านปีศาจหลังนั้นน่ะ ริวจิลหัวเราะ รีบโบกมือ เรื่องวันก่อนน่ะ.. พี่ขอโทษจริงๆ.. ไม่นึกว่าเจ้าจะกลัวขนาดนั้น..ขอโทษนะ.. ท่านหญิงเอียงคออีกครั้งมองเขาอย่างพิจารณา อืม..คนๆนี้พอหัวเราะก็น่ารักดี.. ดูซื่อๆคงพอไว้ใจได้.. บางทีเจ้าตัวการที่ร้ายที่สุดคงเป็นคาลาธมากกว่า.. เขาคงเป็นแค่ลูกมือ..นางได้ยินพี่เธรี่บอกยังงั้น ก็ได้ ไปไหนดีล่ะ เด็กสาวยอมเดินตามเขา แต่ก็ระมัดระวังตัวทุกขณะจิต ริวจิลรู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่ง ชวนนางพาเดินเล่นไปตามสะพานคดเคี้ยวที่ทอดข้ามสระบัวกลางสวนน้ำ ชี้ชวนดูฝูงปลาและน้ำตกจำลอง หากเด็กสาวกลับบ่นเบาๆ วันก่อนตรงนี้ก็มาเที่ยวแล้วล่ะ.. ปลาที่บ้านข้าก็มีตั้งเยอะแยะ..ไม่มีที่อื่นน่าสนใจอีกหรือ ? ถ้าอย่างนั้น ชายหนุ่มพยายามนึกขบคิด ..อ้อ.. มีอีกที่แห่งหนึ่งนะ.. รับรองว่าท่านต้องสนใจ . สถานที่ที่ริวจิลพาท่านหญิงมาเป็นอาคารชั้นเดียวหลังหนึ่งซึ่งบรรยากาศค่อนข้างมืดและลึกลับ เด็กสาวรู้สึกระแวง บ้านผีสิงอีกเหรอ ? เปล่า.. ตามมาเถอะ..เดี๋ยวรู้เอง ความสงสัยบางครั้งก็เป็นเหยื่อประการหนึ่งที่ล่อผู้คนเข้าไป หากแต่เมื่อท่านหญิงเดินเข้าไปในห้องหลังหนึ่งก็แทบร้องกรี๊ด เมื่อพบว่าในห้องนั้นมีกรงงูมากมาย ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่เลี้ยงไว้ยั้วเยี้ย บางตัวเกล็ดมีสีทองสะท้อนประกายวาววับภายใต้แสงจากคบไฟบนผนังห้อง สร้างความรู้สึกสยองเข้าไปในหัวใจอย่างยิ่ง ริวจิลยิ้มพลางอธิบาย งูเหล่านี้เจ้าชายกับพี่สามของข้านำมาใช้ในการทดลองพิษกับปรุงยาวิเศษต่างๆ บอกท่านเลยนะ.. ผู้ที่มีโอกาสได้เข้ามาเที่ยวชมที่นี่มีน้อยคนมาก .. ไปดูห้องอื่นกันมั้ย.. ยังมีสัตว์แปลกๆเช่น..หนูตัวโตๆ พี่ริวจิลบ้า ท่านหญิงราธีน่าร้องพลางขยี้เท้า ข้ารู้นะ.. ท่านจะแกล้งข้าอีกใช่มั้ย เปล่านะ ฮึ.. งั้นพาข้าออกไปเดี๋ยวนี้นะ.. ข้าจะกลับแล้ว.. ข้าไม่ชอบที่นี่ ริวจิลเกาหัวอย่างงงๆ เอาใจไม่ถูก แล้วอะไรกันนะ.. ที่นั่นก็ไม่ชอบ ที่นี่ก็ไม่ชอบ ก้อข้ากลัวนี่น่า.. ริวจิลได้แต่รีบพานางออกมา ท่านหญิงน้อยโกรธจนงอนตุ๊บป่อง หาว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งนาง ชายหนุ่มขอโทษแล้วขอโทษอีก บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่อยากพานางไปเที่ยวชมสถานที่ที่นางไม่เคยไปเท่านั้น เด็กสาวเดินหนีไม่ยอมฟังเสียง จนมาถึงริมสนามร่มรื่นบรรยากาศโล่งกว้างรื่นรมย์แห่งหนึ่ง ค่อยทรุดนั่งลงบนเก้าอี้หินใต้ต้นไม้ กำหมัดน้อยๆทุบขาตนเองเบาๆด้วยความขบเมื่อย ริวจิลเดินตามมายืนตรงหน้าอีกครั้ง พลันได้ความคิดประการหนึ่ง ก้มหน้าลงถามอย่างเอาใจ หิวมั้ย เดี๋ยวจะไปหาขนมอร่อยๆมาให้ท่าน.. ก็ดี งั้นนั่งรอตรงนี้นะ.. พี่ไปประเดี๋ยวมา เขาหันกายวิ่งออกไป เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้ม ภายใต้การตามง้อเอาอกเอาใจของชายหนุ่ม ความขุ่นเคืองเมื่อครู่นี้นับว่าสลายตัวไปลงมากแล้ว อย่างน้อยเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง.. เด็กสาวสรุปเช่นนั้น ขณะจะคิดอะไรต่อ พลันได้ยินเสียงร้องดังงี๊ดๆ คล้ายเสียงลูกสุนัข อดลุกขึ้นเดินไปดูที่ทิศต้นเสียงมิได้ เห็นบนสนามหญ้าที่ปูลาดไปบนเนินดินหลังพุ่มไม้ที่นั่งนั่งอยู่ มีลูกสุนัขสีขาว สีน้ำตาลสี่ห้าตัวกำลังวิ่งเล่นกอดฟัดกันอยู่ ลูกสุนัขครอกนี้ขนฟูปุกปุยน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง ตัวเล็กๆอ้วนกลมเหมือนลูกบอลกลิ้งไปมาบนพื้น เด็กสาวถึงกับดวงตาทอประกายตื่นเต้นยินดี ร้อง ว้าว..น่ารักจัง เบาๆเดินเข้าไปยกเจ้าตัวหนึ่งมาอุ้มแนบกอดกับอกด้วยความเอ็นดู แต่ทันใดนั้นเอง บังเกิดเสียงขู่คำราม แม่สุนัขตัวสีขาวขนยาววิ่งกระโจนเข้ามาด้วยอาการหวงลูก เด็กสาวตกใจรีบปล่อยลูกสุนัข พลางถอยหลังกรูดจะวิ่งหากสะดุดเอารากไม้หกล้มลงกระแทกนั่งกับพื้น แม่สุนัขแยกเขี้ยวคำรามหมายจะกัด เด็กสาวกรีดร้องให้ช่วยอย่างตกใจ พลันเสียงหนึ่งตวาดดังขึ้น ท่านผู้หญิง.. หยุดเดี๋ยวนี้ หือ..สั่งใครให้หยุด..? แล้วทำไมมาเรียกเราเป็นท่านผู้หญิง..? ทว่าเสียงสั่งของเขาราวประกาศิต แม่สุนัขถึงกับชะงักกึกมิกล้าเคลื่อนไหว ท่านหญิงน้อยอดงงมิได้ เหลียวมองไปทางเสียงกร้าวนั้นเห็นร่างสูงผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ยื่นมือประคองนางลุกขึ้นจากบนพื้น ไม่เป็นไรใช่มั้ย.. สุนัขแม่ลูกอ่อนก็ดุยังงี้ล่ะ เห็นท่านไปยุ่งกับลูกของนางก็หวงลูก ท่านหญิงพยายามระงับใจที่เต้นแรงด้วยความตกใจเมื่อครู่อย่างยากเย็น เงยขึ้นมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มแล้วฝืนยิ้ม อย่างกระดากกระเดื่อง ขอโทษ.. ไม่รู้นี่นา สุนัขของท่านหรือ..? อืม เขาพยักหน้าพลางประคองนางยืนขึ้น เห็นเด็กสาวพอลงน้ำหนักที่เท้าขวาก็มีสีหน้าเหยเก ร้องโอดโอย เป็นไร.. ขาแพลงเหรอ ไม่รู้สิ แต่เจ็บจังเลย ว้า..แย่จัง เขาพึมพำ ค่อยบอกนาง งั้นไปที่เรือนพักข้านะ จะหายามานวดให้.. ท่านหญิงเดินกระโผลกกระเผลก ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างสงสาร มา..เดี๋ยวอุ้มไปดีกว่า กล่าวจบส่งเสียงขอโทษคำหนึ่ง แล้วยื่นแขนยาวแข็งแรงช้อนร่างนางขึ้นอุ้มอย่างง่ายดาย ท่านหญิงรู้สึกขัดเขินใจยิ่ง แต่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือนี้ เขาก้าวเดินอย่างรวดเร็ว เส้นผมสีทองอมม่วงมีน้ำหนักหากนิ่มมือยามสัมผัสที่ยาวประบนบ่าของเขาพลิ้วลมจนระใส่ใบหน้าของนางรู้สึกคันนิดๆ ทว่าไม่รำคาญแม้แต่น้อย มือทั้งสองโอบคอเขาไว้..ใบหน้าเขาลอยอยู่ห่างจากใบหน้านางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้เป็นใครกันหนอ ดวงหน้าคมเข้มทอแววเอาเรื่องไม่ยอมคน หากแต่ก็ซ่อนความอ่อนโยนอยู่เงียบๆ ดูแล้ว อดรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นมิได้ ชายหนุ่มมาหนึ่งหน้าเรือนไม้หลังหนึ่ง ค่อยวางนางลงบนเก้าอี้โยกหน้าบ้าน หันกายผลักประตูเข้าไปข้างใน สักครู่ก็กลับออกมาพร้อมตะกร้าใส่หยูกยา ลากเก้าตัวเล็กมานั่งลงข้างๆ พลางบอกนางให้ถอดรองเท้าแล้วถลกปลิ้นขากางเกงที่ปล่อยยาวจนกลอมข้อเท้านั้นขึ้น ท่านหญิงราธีน่าทำตามที่เขาสั่งอย่างขวยเขิน หากใบหน้าที่จริงจังดูบริสุทธิ์ใจของเขาทำให้นางรู้สึกวางใจขึ้น ความอายของเด็กสาวแรกรุ่นค่อยๆผ่อนคลายลง อย่าว่าแต่.. น้ำยาพอถูกทาลงบริเวณที่ปวด รู้สึกเย็นซึมลึกลงไปในผิวหเนื้อ จากนั้นคล้ายกับมีความร้อนเบาๆขุมหนึ่งแผ่คลุมข้อเท้า อาการปวดเมื่อครู่นี้หายไปอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วของเขาคลึงไปมาเบาๆที่ข้อเท้า..ยิ่งรู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง.. ยังปวดอีกมั้ย ? เขาเงยหน้าขึ้นถามอย่างอ่อนโยน ดีขึ้นมากเลยค่ะ.. ไม่ปวดแล้ว ยานวดของท่านวิเศษจังเลย.. เขายิ้ม.. ท่านหญิงราธีน่าพลันพบว่ารอยยิ้มของคนผู้นี้ต่างกับริวจิล รอยยิ้มของริวจิลใสสว่างร่าเริงน่ารัก แต่รอยยิ้มคนผู้นี้กลับเป็นรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมา.. เพียงแต่ก็น่าแปลก..ที่รอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้นี่แหล่ะที่มักสร้างความทรงจำพิเศษแก่ผู้คนอยู่เสมอ.. เรื่องเมื่อครู่นี้เป็นท่านหาเรื่องเอง.. โทษข้าไม่ได้นะ เขาบอก ก้อไม่ได้ว่าอะไรท่านสักคำนี่นา เอ้อ.. พวกนั้นเป็นสุนัขของท่านเหรอ.. น่ารักจัง.. ฮื่อ.. น่ารักเหมือนเจ้าของเนอะ ชายหนุ่มยื่นหน้ามาถาม เด็กสาวย้อนสวนกลับทันควัน ลูกสุนัขน่ารัก.. ส่วนท่านน่ะ..เหมือนแม่สุนัขตัวนั้น เขาหัวเราะ.. ยังคมไม่เปลี่ยน สมแล้วที่เป็นท่านหญิงน้อยราธีน่า เด็กสาวขมวดคิ้ว ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ ท่านเป็นใคร..ดูไปฐานะท่านในวังรัชทายาทไม่ธรรมดาเลยนะ.. แน่นอนอยู่แล้ว.. รอยยิ้มกวนๆน่าหมั่นไส้ฉายขึ้นบนใบหน้านั้นอีกครั้ง ข้าก็คือคนที่ท่านใช้แผนย้อนรอยเรื่องของขวัญ ฉีกหน้าข้าจนเป็นเสี่ยงๆต่อหน้าพี่ชายข้าและพ่อของเจ้านั่นแหล่ะ.. หา ท่านหญิงลืมตาโตอย่างตกใจ รู้สึกเหมือนเดินชนตอเข้าโครมเบ้อเริ่ม ท่าน..ท่านคือ..คาลาธ ? เขายักไหล่แทนคำตอบ ยามนั้นซันจิเดินเข้ามาเห็นท่านหญิงอยู่ที่นี่ก็แปลกใจ บอกนางว่าท่านไรเซนกำลังตามหานางอยู่เพราะกำลังจะกลับจวนกันแล้ว คาลาธจึงกล่าวว่า เจ้ามาก็ดีแล้ว.. งั้นช่วยพานางไปส่งหน่อยก็แล้ว ข้อเท้าของนางเพิ่งโดนฤทธิ์ของท่านผู้หญิงจนเกือบแพลง.. ซันจิส่งเสียงรับคำ หันมาลอบยิ้มให้กับคาลาธอย่างสะใจ ก่อนกลับท่านหญิงน้อยเหลียวหน้ามากล่าวคำขอบคุณคาลาธอย่างอ่อนหวาน ชายหนุ่มยืนพิงเสาหลักเฟื้องฟ้าหน้าเรือนพักมองดูเด็กสาวที่เดินกระเผลกเล็กน้อยออกไป ยิ้มกับตนเองแล้วพึมพำ หึ นางปีศาจน้อยคนนี้..หากไม่ก่อเรื่องซุกซนก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ . จาก : kjb - 05/02/2001 01:04 |
|
ข้อความ : น่าสนใจจะเป็นไงต่อเนี้ย จาก : MrT - 05/02/2001 04:31 |
|
ข้อความ : อืม.....น่าติดตามๆ แฮะๆๆ จาก : Cid - 05/02/2001 11:17 |
|
ข้อความ : เอ..... จะกลายเป็นรัก3เส้าหรือเปล่าค่ะ? ถ้าท่านหญิงน้อยไปหลงชอบคาลาธเข้าละก็คงวุ่นวายน่าดู แบบนี้ต้องติดตาม ^-^ จาก : Alicia - 05/02/2001 22:46 |
|
ข้อความ : ค่ะ.. รักสามเส้าที่น่าลำบากใจเหลือเกิน... จาก : kjb - 06/02/2001 00:58 |
|
ข้อความ : ฮืมมมมมมมมม จาก : illusion - 06/02/2001 03:34 |