หัวข้อ : : - Force of the Darkmoon - Chapter3 "Rival" (ส่วนที่9)
ข้อความ :


Story so far:

เมื่อ12ปีก่อน เกิดมีสงครามระหว่างเผด็จการจีโนรั่มและโลกขึ้น
ผลจากสงครามในครั้งนั้นโลกได้พ่ายแพ้ให้กับแผนการรบของทัพจีโนรั่ม
ต่อมา...ชุดวิทยาการลับของกองทัพจีโนรั่มได้มีการพบดาวลึกลับใกล้ๆได้โดยบังเอิญที่ขั้วโลกเหนือซึ่งภายหลังได้มีการให้ชื่อว่าดาร์คมูน ดาวเคราะห์ลับนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดพลังงานได้เกือบทุกชนิด
และเป็นเวลานับหลายแสนหลายล้านปีมาแล้วที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ซึมซับพลังงานของจักรวาลมาตลอดจนมีอำนาจลึกลับมากมายเก็บไว้ในตัว
และนั่นก็ทำให้เทคโนโลยีที่มนุษย์ไม่อาจเอื้อมได้ถูกผลิตออกมาเป็นกำลังให้แก่ทางกองทัพ..
แต่แล้วจีโนรั่มก็ถูกองค์กรร่วมมือระหว่างประเทศ(ยูเอ็มโอ)ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ลอบสังหารไปเสียก่อน
แม้แต่กองทัพและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดของเขาก็ถูกไล่กวาดล้างจนสิ้น
... ส่วนเทคโนโลยีจากดาร์คมูนนี้มีอันต้องสาปสูญไปอย่างลึกลับ...

ทว่า
..วิทยาการดาร์คมูนในครั้งนั้นได้ก่อเกิดมนุษย์ดัดแปลงพลังจิตผู้มีอำนาจเหนือมนุษย์จำนวนหนึ่งขึ้นมา..พวกเขารอดชีวิตจากการกวาดล้างในครั้งนั้นมาได้..และต่างก็กระจัดกระจายไปทั่วโลก
..ต่างคนต่างตัดสินใจฝังอดีตของตนและใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนโดยไม่เคยติดต่อกันอย่างสงบสุข
จนกระทั่งการกวาดล้างครั้งใหม่จากยูเอ็มโอได้บังเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ..
การกวาดล้างที่มีเป้าหมายตรงมาที่พวกเขาโดยเฉพาะ!!
พวกเขาจึงต้องรื้อฟื้นพลังที่แอบซ่อนไว้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง!!

กลุ่มห้าคน(ฟิล,โชโค,มาซากิ,ดาร์คมาสเตอร์,แลมบ์) กำลังจะไปช่วยดาร์คมูนชิลเดร็น'อาร์เซต้า'ที่กำลังถูกรุมโจมตีโดยกองทัพยูเอ็มโอ และได้พบกับกลุ่มสามคนอันประกอบด้วยโรเจอร์ ยูโรป้า และยู ต่อมาทั้งหมดก็ได้เผชิญหน้ากับอาร์เซต้า แต่อาร์เซต้าที่สามารถปราบกองทัพยูเอ็มโอได้ด้วยตัวคนเดียวกลับเหยียดหยามและไม่ยอมเข้าร่วมเดินทาง หนทางเดียวที่จะพาตัวเขาไปได้นั่นคือ ต้องเอาชนะเขาให้ได้!!

.............................
(โพสท์ที่27)



“ก็ได้ มาสู้กันเสียที แล้วชั้นจะทำให้แกได้เห็นโลงศพเอง..”

“แกจะทำอะไรข้าได้กันนักกันหนาเชียว......” อาร์เซต้าเถียงสู้

“อย่างมากก็คงฆ่านายได้ล่ะมั้ง?”

“หยะ.....อย่ามาพูดบ้าๆน่ะ!!”
อาร์เซต้าโกรธจัด เขาเงื้อกางอุ้งมือขวาเอาไว้หมายจะจับเข้าที่ลำคอที่ดูบอบบางของชายหนุ่มคนนั้น โทษฐานที่มาสั่งสอนและดูถูกกัน แต่ทว่าโรเจอร์ไม่มีทีท่าคิดหลบเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เงื้อมมือของอาร์เซต้าก็กำลังใกล้เข้ามาแล้วแท้ๆ
อาร์เซต้านึกกระหยิ่ม คิดว่าเป็นเพราะความเร็วของตัวเองที่ทำให้โรเจอร์ไม่อาจหลบไปไหนได้ ในชั่ววินาทีนั้น ระยะห่างระหว่างอาร์เซต้าและโรเจอร์นั้นมันน้อยเกินกว่าจะมีใครทำอะไรได้ทันแล้ว!!

มันเป็นเรื่องที่แม้แต่คนที่เห็นยังต้องแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!!

มือของอาร์เซต้ากำลังจะขยื้ลำคอของโรเจอร์ได้อยู่แล้ว ในชั่วพริบตา กายเนื้อของโรเจอร์ส่วนที่กำลังถูกสัมผัสก็ได้ทำการดูดกลืนแขนทั้งท่อนของอาร์เซต้าเอาไว้ราวกับร่างนั้นเป็นร่างมายา !! มือของอาร์เซต้าทะลุผ่านคอของโรเจอร์ไปทั้งๆอย่างนั้น!! โดยมีประกายแสงสีน้ำเงินที่ดูราวกับเป็นช่องมิติที่ถูกเปิดเอาไว้เป็นหนทางผ่าน..

อาร์เซต้าตกตะลึง แขนของเขาทะลุหายเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขานี่ ความรู้สึกที่ถูกส่งมาจากลำแขนกับสิ่งที่สายตารับรู้จากการเห็นทำให้อาร์เซต้ารู้สึกตกตะลึงอย่างอธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกชนิดที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดได้เคยสัมผัสมาก่อนทั้งสิ้น แม้จะจินตนาการถึง มันก็เกินระดับสติปัญญาของมนุษย์เสียด้วยซ้ำ

แม้แต่พวกมาซากิที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ก็ถึงกับลืมหายใจ ราวกับอยู่ในความฝัน ภาพของสิ่งๆหนึ่งที่ทะลุผ่านสิ่งๆหนึ่งไปด้วยพลังแสงสีน้ำเงินทั้งๆที่เป็นวัตถุสภาพตันด้วยกันทั้งคู่นั้นช่างเป็นภาพที่สะกดสายตาของผู้คนที่ได้พบเห็นอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่มันก็เป็นเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครเคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริงไปได้..

“อะ อะไรกันนี่..?”
อาร์เซต้าพลั้งปากออกมาเบาๆ หน้าตาขาวซีดราวกับถูกผีหลอก แรงโถมวิ่งตอนที่เขาพุ่งเข้าหาโรเจอร์ทำให้ร่างกายของเขาเกิดแรงเฉื่อยและเซไปข้างหน้า..หนนี้ไม่เพียงแต่ลำแขน แต่ร่างกายทั้งหมดของเขานั้นสามารถทะลุผ่านร่างกายของโรเจอร์ไปได้ทั้งหมดเลยทีเดียว!!

อาร์เซต้าได้พลัดทะลุร่างของโรเจอร์ออกมายังด้านหลัง เมื่อออกมาแล้วเขาก็ยืนตัวสั่นม่านตาหดด้วยความตกตะลึง ส่วนโรเจอร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับเขยื้อนไปจากที่เดิมเลยแม้แต่น้อย

“.........พลังของฉัน คือการดึงวัตถุทุกชนิดเข้าสู่โพรงมิติได้ถึงในระดับโมเลกุลโดยวิธีสัมผัสผ่าน...ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นของแข็งหรือของไหล แม้แต่ร่างกายของชั้นเอง ชั้นก็สามารถทำให้มันอยู่คนละมิติกับตัวของนายได้.. ถึงแม้ในแต่ละครั้งจะทำได้ไม่นานนักก็เถอะ..แต่แค่นั้นก็เพียงพอ ที่จะใช้ต่อสู้กับนาย”

อาร์เซต้าหันกลับอย่างรวดเร็ว ความไม่เข้าใจและความตื่นตระหนกเข้ารุมล้อมห้วงแห่งจิตใจของเขา ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นตัวอะไรกันแน่..

“กะ แกเป็นผีหรือไง!!”

“ชั้นน่ะรึ...?”

โรเจอร์วิ่งเข้าหาอาร์เซต้า ..อาร์เซต้าเห็นดังนั้นก็ถึงกับขนลุก ด้วยสัญชาติญาณจึงทำให้เค้าชกออกไปอย่างเร็วเพื่อป้องกันตัว หมัดนั้นทะลุผ่านใบหน้าของโรเจอร์ที่ใกล้เข้ามาเป็นวงแสงสีน้ำเงิน ชายหนุ่มโยกหัวออกมาจากแขนนั่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่ให้ทันได้ตั้งตัว โรเจอร์ได้เอามือข้างหนึ่งคว้าแขนของอาร์เซต้าที่ชกค้างเอาไว้นั้น แล้วใช้อีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ทำการกระแทกศอกเข้าที่ท้องของอาร์เซต้าอย่างจัง!

“ชั้นก็เป็นแค่ดาร์คมูนชิลเดร็นคนหนึ่งเท่านั้น..”
โรเจอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง อาร์เซต้ารู้สึกจุกที่ท้องขึ้นมาและสังเกตได้ว่าทั้งๆที่โรเจอร์อัดที่ร่างกายเหล็กของเขาเข้าเต็มแรงแล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่แสดงท่าทางเจ็บปวดออกมาเลย ตรงกันข้าม กลับสร้างความบาดเจ็บให้กับตัวเขาผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักความเจ็บปวดได้เสียอีก

“ยะ ยังงี้นี่เอง..”
อาร์เซต้ายิ้ม เขาผลักกระแทกตัวโรเจอร์ให้ออกห่างและกระโดดหนีออกมาตั้งหลัก ใบหน้าของเขาชโลมเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อขัดแย้งกับอารมณ์ที่แสดงออกมาจากใบหน้า เขาคิดว่าเขารู้จุดอ่อนของโรเจอร์แล้ว

“ยอดมาก พลังของแกนี่ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ” อาร์เซต้ากล่าว “แต่ทว่ามันเอามาใช้โจมตีอะไรไม่ได้หรอกนะ...อย่างมากก็ช่วยทำให้ข้าโจมตีแกไม่ได้ไปพักหนึ่งเท่านั้นเอง”

โรเจอร์เงียบไป เขาไม่แสดงอาการตอบรับกับคำพูดของอาร์เซต้าเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าสิ่งที่อาร์เซต้าพูดมาจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตามแต่ ในขณะที่ทางอาร์เซต้าก็ได้เริ่มพูดต่อ

“แล้วก็นะ อย่างที่รู้ๆกันอยู่...ว่าร่างกายของข้านั้นแข็งแกร่งไม่มีอะไรมาทำลายได้...และนั้นก็ทำให้ข้าไร้เทียมทาน ถึงจะยังจู่โจมแกไม่ได้ แต่ศึกนี้ก็รู้ผลแน่ล่ะ!!”

“........เพราะว่าดาร์คมูนชิลเดร็นนั้นต่างก็มีขีดจำกัดของพลังเหมือนกับขีดจำกัดของร่างกาย หากใช้งานมากเกินไปก็จะเกิดการเหนื่อยอ่อนเช่นเดียวกับการโหมใช้แรง หากจู่โจมชั้นมาเรื่อยๆชั้นก็จำเป็นต้องใช้พลังจนหมดแรง แล้วเมื่อนั้นนายก็จะได้ชัยชนะอย่างแน่นอน..คิดอย่างนี้ใช่ไหม..อาร์เซต้า?”

“รู้ไปหมดทุกเรื่อง..รู้ตัวเองดีเหมือนกันนี่..!!.. ชัยชนะของข้าขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นแล้ว!!”
อาร์เซต้ายิ้มอย่างผู้มีชัย คราวนี้จะไม่มีการชะงักไม่มีการลังเล พลังของผู้ที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นแค่การหลบการโจมตีเท่านั้น..ไม่มีอะไรอื่นอีก ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไป!! เขาจะระดมโจมตีโรเจอร์โดยไม่ให้หยุดพักจนต้องใช้พลังหลบหลีกไปเรื่อยๆและหมดแรงในที่สุด และเมื่อนั้นเขาก็จะจัดการชายผู้นี้ทิ้งเสีย!!

“....กบในกะลา...”
โรเจอร์รอจังหวะที่อาร์เซต้าเข้ามาใกล้มากพออยู่ เมื่อได้จังหวะนั้นโรเจอร์ก็ได้กระโดดทะลุร่างของอาร์เซต้าขึ้นไปบนหลัง ทิ้งน้ำหนักของร่างกายทั้งหมดกดทับจนอาร์เซต้าที่ไม่ได้ตั้งตัวจนต้องล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นทราย ...ด้วยความรวดเร็วและช่ำชอง โรเจอร์รวบแขนทั้งสองข้างของอาร์เซต้าขึ้นมาไพล่กันที่หลังจนอาร์เซต้าขยับเขยื้อนไม่ได้และต้องดิ้นไปมาอยู่บนพื้นทรายเท่านั้น

“อย่าคิดว่าชั้นเป็นคนธรรมดา...ชั้นโตมาด้วยการเป็นสายลับ...แล้วก็เป็นได้ดีในระดับหนึ่งเสียด้วย ..เมื่อรวมทักษะและความสามารถพิเศษเข้าด้วยกัน..เมื่อนั้นแหละที่ดาร์คมูนชิลเดร็นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด” โรเจอร์ที่นั่งทับหลังและกดแขนของอาร์เซต้าอยู่ในขณะนั้นกล่าว

“หึหึหึ” อาร์เซต้าทำเป็นหัวเราะทั้งๆตัวเองเสียเปรียบ “แล้วแกคิดว่าแค่นั้นจะทำให้เอาชนะข้าได้หรือไง?”

พูดจบอาร์เซต้าก็กระชากแขนออกจากพันธนาการอย่างเร็วทันที ความรุนแรงนั้นถึงกับทำให้กำลังและร่างกายที่ด้อยกว่าของโรเจอร์ทานไม่อยู่และถูกดีดกระเด็นออกไปด้วย อาร์เซต้าลุกขึ้นยืนอย่างเร็ว เขาจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอย่างเด็ดขาด 77

“ตายซะเถอะแก!!”

โรเจอร์ที่ลอยไปพลิกตัวเอาขาลงพื้นได้ทันเวลา เขายืนขึ้นและเตรียมตัวพร้อมรับมืออาร์เซต้าด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูไม่เดือดร้อนกังวลอะไรเลยทั้งสิ้น เขาค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ...พร้อมกับพูดออกมาเบาๆ

“แล้วนายจะได้เห็น.....ความน่ากลัวของโรเจอร์....รหัสดัดแปลงI-08ผู้ได้รับพลังจากจันทราทมิฬ”

พลันตาของโรเจอร์ก็เบิกกว้าง!! เผยให้เห็นดวงตาอันน่ากลัวของดาร์คมูนชิลเดร็นที่ราวกับจะทำลายทุกสิ่งได้!!

มันเป็นเรื่องในชั่วพริบตา....

มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อสายตาตัวเอง...ใช่...มันคล้ายกับตอนที่โรเจอร์แสดงพลังให้ทุกคนเห็นเป็นครั้งแรก แต่ทว่า...

หนนั้น..... มันเป็นพลังแห่งความน่าพิศวง ที่ดูแปลกตาแปลกใจ สะกดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็น

แต่หนนี้... มันกลับเป็นความโหดร้ายทารุณ เป็นความน่าหวาดผวาที่ไม่มีใครต้านทานได้..!!

ณ. ลานต่อสู้ของคนทั้งสองนั้น...บัดนี้การประทะกันได้เสร็จสิ้นไปแล้ว

ชายผู้หนึ่ง...ยืนตระหง่านอยู่บนพื้นทราย เขาซ่อนใบหน้าของเขาเอาไว้ด้วยการหันไปยังทิศที่ไม่อาจมีใคร
มองเห็นได้ โดยมีลมพัดเส้นผมของเขาจนโบกสะบัดไปเป็นริ้วๆ

ทางด้านชายอีกผู้หนึ่ง.. ตัวเขานั้นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ทว่าดวงตาของเขาเบิกโพลง...ปากสั่นระริก... เหงื่อเม็ดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาตามใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของเขา และความหวาดผวาในครั้งนี้มันช่างรุนแรงกว่าความหวาดผวาในครั้งไหนๆที่เขาเคยประสพมามากนัก ชายผู้นั้นจับจ้องอยู่ที่ร่างกายของตัวเองอย่างไม่วางตา ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว....

เพราะว่า...หัวใจที่เต้นระรัวนั้นไม่ได้อยู่ในร่างกาย...

แต่ทว่า....มันกำลังเต้นอยู่ในอุ้งมือของเขาเอง!!

หัวใจสีแดงก่ำถูกดึงออกมาข้างนอกร่างกายของอาร์เซต้า โดยที่บรรดาเส้นเลือดเส้นใหญ่ๆยังไม่ขาดออกจากร่างกายที่อยู่ข้างในเลยด้วยซ้ำ!! ..มันยังคงทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจไปปอดและร่างกายอย่างต่อเนื่องโดยที่ตัวฉีดเลือดนั้นก็คือกล้ามเนื้อหัวใจที่ดิ้นดุบๆอยู่ข้างนอกเอง ไม่เพียงเท่านั้น...บางส่วนของลำใส้เล็ก.. ,กระเพาะอาหาร.. และระบบทางเดินอาหารอื่นๆของอาร์เซต้าก็ถูกดึงออกมายังภายนอกด้วย ภาพของชายผู้ซึ่งมีอวัยวะภายในชโลมเลือดสีแดงงอกออกมาจากผิวหนังได้นั้นทำให้ทุกคนที่ได้เห็นถึงกับต้องผงะถอยหลัง!!

อาร์เซต้าเจ็บปวดอย่างมากทั้งๆที่ยังคงนั่งอยู่ เส้นประสาทของอวัยวะภายในอยู่ผิดที่..ดังนั้นการขยับตัวเพียงนิดเดียวที่กระทบกระเทือนอวัยวะพวกนั้นจึงย่อมส่งผลต่อเส้นประสาทอย่างมาก ตัวเขาเองก็รู้ว่าประสาทสัมผัสของมนุษย์นั้นสามารถรับรู้อุณหภูมิร้อนเย็นของอากาศได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าการที่หัวใจและเครื่องในถูกดึงออกมาข้างนอกตัวจะทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกได้ถึงเพียงนี้.. ขณะนั้น...สิ่งที่เขาทำได้ก็มีแต่เพียงพยายามใช้มือทั้งสองข้างประคองของที่หลุดออกมาข้างนอก และนั่นก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาซักเท่าไรเลยแม้แต่น้อย

“นี่แหละ สภาพแห่งความตาย..”
โรเจอร์กล่าว... พลางเดินอย่างช้าๆมาทางด้านหลังของอาร์เซต้า.. ผู้ที่ถูกความกลัวสะกดไว้จนแม้แต่จะหันหลังกลับมาก็ยังทำไม่ได้

“ไม่ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม เมื่อหลงระเริง..คนผู้นั้นก็ย่อมก้าวเข้าสู่ความตายได้ นี่แหละสิ่งที่ชั้นพยายามจะบอกนายอย่างที่หนึ่ง”

…………………

“อย่างที่สอง..กำลังที่ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้อง และกลับมีไว้เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง..ก็เท่ากับกำลังนั้นเป็นสิ่งที่ไร้ค่า..ไร้ความหมาย..”

โรเจอร์เอามือเข้าจับที่หนังหัวของอาร์เซต้าที่สั่นระริก... อาร์เซต้าค่อยๆเหลือบตาขึ้นมองแล้วก็ถึงกับสะดุ้ง !! เพราะสิ่งที่เห็นนั้นคือแววตาของโรเจอร์ยังคงความกระหายเลือดอยู่!!

“และอย่างที่สาม..ก็คือ...!!”

มือของโรเจอร์เริ่มเปล่งแสงสีน้ำเงินออกมา...ช่องมิติถูกเปิดออก....และมือข้างนั้นก็ค่อยๆจมตัวลงไปภายในกระโหลกของอาร์เซต้าอย่างช้าๆ!!

“หยุดนะ!!!”

เสียงของชายผู้หนึ่งตะโกนขึ้นมาทำให้โรเจอร์สะบัดหน้าขึ้นมอง พลันก็ถูกพลังอะไรบางอย่างกระแทกเข้าเข้าที่หน้าอกอย่างแรง มือของเขาหลุดออกมาจากหัวของอาร์เซต้า และร่างของเขาก็ถึงกับลอยกระเด็นกลิ้งไปไกล

“มันเกินไปแล้วนะโรเจอร์....นี่นายคิดจะฆ่าอาร์เซต้ารึยังไง!!”
พวกมาซากิ,โชโค,แลมบ์,ดาร์คมาสเตอร์..และฟิลพากันวิ่งมาปกป้องอาร์เซต้าโดยขวางโรเจอร์เอาไว้ โรเจอร์ผู้ซึ้งล้มตัวอยู่บนพื้นทรายมองคนทั้งห้าด้วยแววตาอันเคียดแค้นราวกับจะบอกว่าทำไมถึงมาขวางเขา ในขณะที่แววตาของคนทั้งห้านั้นบ่งบอกถึงความต้องการที่จะปกป้องอาร์เซต้าอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่ลังเลใจ

“การต่อสู้ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ!!...แล้วทำไมพวกนายถึง..” โรเจอร์พูดต่อว่า

“ไม่จำเป็นแล้ว!! อาร์เซต้าจะแพ้หรือชนะพวกเราไม่สน แต่พวกเราไม่ต้องการการกระทำของนายแบบนี้!!”

“ใช่ค่ะ..พวกเรามาเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของเรา...ไม่ใช่เพื่อมาทำลายนะคะ”

“แล้วทีอาร์เซต้าล่ะ มันทำกับพวกนายถึงขนาดนั้นแล้ว..จะยอมยกโทษให้มันรึยังไง!!??” โรเจอร์ตะโกนถามเสียงดัง

“เรื่องนั้นพวกเราไม่รู้...แต่ที่รู้แน่ๆคือ..พวกเราจะไม่ยกโทษให้กับคนที่ทำร้ายอาร์เซต้าอย่างเด็ดขาด!!”

อาร์เซต้าได้ยินที่ทั้งสองฝ่ายพูดทั้งหมด...เขามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด โรเจอร์ค่อยๆมองสายตาของคนทั้งห้าอย่างช้าๆ..ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับยิ้มน้อยๆออกมา มันเป็นรอยยิ้มจากใจที่แสดงถึงความยินดี..

“ หึๆ..ยอดเยี่ยมมาก...ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ”

คนทั้งห้าสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของโรเจอร์และนึกขึ้นได้ มันเป็นท่าทีเดียวกับตอนที่โรเจอร์จ่อปืนใส่พวกเขาในครั้งแรกเพื่อที่จะดูปฏิกิริยาของพวกเขา ดูเหมือนว่าในครั้งนี้ก็เช่นกัน ...ที่โรเจอร์พยายามจะสร้างสถานการณ์บีบคั้นให้ทุกคนได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา

“ฟังอยู่รึเปล่าอาร์เซต้า!!” โรเจอร์ตะโกน “นี่แหละ..!!สิ่งที่ชั้นอยากจะบอกนายอย่างที่สามล่ะ!!”

อาร์เซต้าได้ยินดังนั้นจึงได้ฉุกคิด... เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดที่โรเจอร์พยายามจะบอก...ความหมายของการที่พวกมาซากิพยายามจะนำตัวเขาไปให้ได้.. ความหมายต่างๆของสิ่งที่เขาเคยเห็นว่ามันไม่มีความจำเป็นมาตลอดชีวิตนั้น บัดนี้ได้มีคนๆหนึ่งแสดงให้เขาได้เห็น..โรเจอร์ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมอีก.. แต่เขาก็รู้ความหมายของสิ่งนั้นดี...


เพราะมันเป็นสิ่ง..........ที่สามารถรับรู้กันได้ด้วยจิตใจ!!


“เจ็บปวดมากมั้ยคะ?”
ยูโรป้าเดินมาข้างๆอาร์เซต้าและพูดถาม เธอนั่งลงข้างๆเขาและเริ่มใช้พลังของเธอรักษา..พลังนั่นทำให้ร่างกายของอาร์เซต้าเริ่มกลับสู่ที่เดิมและสภาพเดิมของมัน อาการเจ็บเริ่มจางหายไป...พร้อมๆกับกำแพงจิตใจของอาร์เซต้าที่ได้พังทลายลงไปจนหมดสิ้น เพียงชั่วเวลาไม่นานอาร์เซต้าก็สามารถลุกขึ้นยืนได้ เขาเดินไปยังพวกมาซากิและโรเจอร์ที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง โดยมียูและยูโรป้าเดินตามมาสมทบกับทุกคนในภายหลัง

“การต่อสู้ในครั้งนี้...ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้....,โรเจอร์..”
อาร์เซต้ากล่าว ..ตามนิสัยของเขาแล้วไม่มีทางหรอกที่เขาจะพูดเรื่องอย่างนี้ แต่ในครั้งนี้....แม้แต่ทิฐิมานะไหนๆก็ไม่อาจห้ามไม่ให้อาร์เซต้าพูดความรู้สึกของเขาได้อีกแล้ว

“ หึ !!” โรเจอร์หัวเราะพร้อมกับรับเสื้อนอกจากยูโรป้ามาใส่ “ถ้าอย่างนั้น...ก็จงไปกับพวกเพื่อนๆของนายเสียตามสัญญา นั่นแหละ..หนทางที่นายควรจะไป”

อาร์เซต้าได้ยินที่โรเจอร์พูดก็ถึงกับหน้าสลดไป และโรเจอร์ก็พอเดาความคิดของอาร์เซต้าออก
“ คิดว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับนายงั้นรึไง…หือ? ..อย่าคิดมากน่า..นายก็ได้ยินที่พวกนั้นพูดแล้วไม่ใช่หรือ?” โรเจอร์พูดปลอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“นายเคยพูดว่า ‘อย่ามาฉุดชั้นให้ไปลงนรกด้วย’ นั่นแหละเป็นหลักฐานอย่างดีที่จะชี้ว่านายเองก็เป็นห่วงพวกเขา เพราะความหมายของประโยคนั้นก็คือ ‘จะรับผิดชอบร่วมกับพรรคพวก’ ยังไงล่ะ.!!”

อาร์เซต้าถึงกับชะงักไป ทั้งๆที่ในครั้งนั้นตัวเขาเองพูดโดยไม่ได้คิดอะไรแท้ๆ จริงอยู่ที่ว่าในส่วนลึกในจิตใจอาจเคยคิดเช่นนั้น แต่ผู้ชายคนนี้กลับมองตัวเขาทะลุปรุโปร่งโดยดูจากคำพูดได้เพียงครั้งเดียว ราวกับเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวชายคนนี้ที่สามารถเดาความคิดของผู้คนรอบข้างได้.. และมันก็ไม่ใช่พลังของจันทราทมิฬอย่างแน่นอน

“ต่อไปนี้ไป...ก็ขอฝากตัวด้วยนะ!!”
แลมบ์เข้ามาเอาแขนพาดคออาร์เซต้าและพูดทำความสนิทสนม ในขณะที่เจ้าตัวยังลังเลไม่รู้จะพูดอะไรดี..

“ตั้งแต่นี้ไป นายเรียกชั้นว่าดาร์คก็พอ” ดาร์คมาสเตอร์กล่าว

หลังจากนั้นฟิลและโชโคก็เริ่มแนะนำตัวเป็นพิธีการตามลำดับ และนั่นก็ทำให้อาร์เซต้ารู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่า..ท่ามกลางความยินดี..ไม่มีใครทันสังเกตเลยว่า ชายผู้ที่ทำให้ความยินดีของทุกคนในครั้งนี้บังเกิดขึ้นนั้นได้แอบเดินออกไปจากกลุ่มอย่างเงียบๆ..นอกจากดาร์คมาสเตอร์.. โรเจอร์ได้หยิบสิ่งที่ดูคล้ายกับอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารออกมาจากด้านในของปกเสื้อและเริ่มกดหมายเลขบนแป้นอยู่พักหนึ่ง ...เขาเริ่มคุยโทรศัพท์..

“นี่โรเจอร์พูด.. ชั้นสบายดีแต่นั่นไม่สำคัญ ..ชั้นมีเรื่องอยากจะวานให้ช่วยหน่อย..!”

ดาร์คมาสเตอร์แอบมองการกระทำของโรเจอร์อยู่นานและเริ่มสงสัย เขาจึงเดินออกมาจากกลุ่มโดยไม่ได้บอกให้ใครรู้และเข้าไปใกล้โรเจอร์มากพอที่จะได้ยินบทสนทนาช่วงท้ายๆของการติดต่อครั้งนั้นได้

“.....ใช่แล้ว...เรื่องการเคลื่อนไหวของยูเอ็มโอนั่นแหละ.. ระวังตัวด้วยล่ะ..‘เฟริธ’...”

โรเจอร์เก็บเครื่องมือนั่นเข้าที่เดิม ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าแล้วพูดลอยๆขึ้นมา

“ได้ยินอะไรไปบ้างล่ะ..ดาร์คมาสเตอร์!!”

ดาร์คมาสเตอร์ตกใจที่โรเจอร์รู้ตัว แต่ก็ทำใจกล้าพูดออกไป
“ก็นิดหน่อย ว่าแต่ว่า..คนที่ชื่อ‘เฟริธ’น่ะ....ใครงั้นหรือ?”

โรเจอร์ชายตามามองดาร์คมาสเตอร์อย่างช้าๆ แววตาแห่งความใจดีเมื่อครู่ถูกสลัดทิ้งไปจนหมด
“ถึงบอกนายไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา...ดีไม่ดีอาจจะเกิดผลเสียต่อพวกเราทุกคนอีกด้วย”
ชายหนุ่มพูดอย่างเย็นชา ดาร์คมาสเตอร์เห็นดังนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าถามไปเขาก็ไม่บอกแน่..ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“ตกลงนายมาที่สติงเรย์นี่เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่? นายบอกว่ามาเพื่อปกป้องพวกเราและจะไม่ช่วยรวบรวมคนเพื่อหลบยูเอ็มโอ แต่นี่กลับทำให้อาร์เซต้ายอมเข้าใจพวกเราและช่วยพวกเราซะอีก ชั้นล่ะไม่เข้าใจการกระทำของนายเลยจริงๆ” ดาร์คมาสเตอร์กล่าว

“จุดประสงค์งั้นรึ?”
โรเจอร์เว้นช่วงพูดไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะหันหลังกลับไปทางยานสติงเรย์ และเดินออกห่างจากดาร์คมาสเตอร์ไปอย่างช้าๆ

“ชั้นมาที่นี่...ก็เพื่อทำลายการรวมกลุ่มอันแสนโง่เขลานี่ยังไงล่ะ”

คำพูดของโรเจอร์ทำให้ดาร์คมาสเตอร์ประหลาดใจเป็นอย่างมาก การรวมกลุ่มของพวกเขานั้นหรือคือความโง่เขลา วาจากับการกระทำของชายผู้นี้นั้นนับตั้งแต่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นหากดูดีแล้วๆไม่สัมพันธ์กันเลยซักอย่าง อะไรคือสิ่งที่พวกเขาควรรู้และยังไม่ควรรู้กันแน่ ดาร์คมาสเตอร์อยากจะรู้ความจริงของสิ่งที่เขาสงสัยให้มากกว่านี้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ชายผู้กุมเรื่องราวทั้งหมดเดินหายเข้าไปในยานรบไป














จาก : -----ROGER----- - 04/02/2001 15:42

ข้อความ : /me กระโดดด้วยความดีใจ...


จบRIVAL แล้ว ฮ่าๆๆ

ว่าแต่ ขอกราบอภัยทุกท่านไว้1กรณี..

น่นคือ ตอน8กะตอน9นี้ผมเผางานชะมัด... ไม่มีพลังกระทั่งจะตรวจสำนวนและคำถูกผิด ถ้าความอู้ทำให้คุณๆอ่านแล้วอารมณ์ตก...ก็ขออภัยด้วยนะครับ

ปล....Force of the Darkmoonนั้นเป็นโปรโตไทป์ฟิกฯ หวังว่าเมื่อจบแล้วจะจับลอกคราบล่ะ

จาก : -----ROGER----- - 04/02/2001 15:47

ข้อความ : อึ๋ย... อะไรๆ มันก็ดีหรอกนะ แต่นายโหดชะมัดเลยอ่ะโรเจอร์ ^ ^;; อา.... ควักหัวใจ ตับไตไส้พุง.... R-zeta เกือบได้เป็นกระสือจำเป็นแล้วสิเนี่ย

จาก : Choco - 04/02/2001 17:25

ข้อความ : ซื้ดดดดดด โหดเป็นบ้าเลย.... อา..นึกภาพแล้วสยอง..ขนาดเห็นอยู่แทบทุกวัน..แต่ถ้ามันออกมาข้างนอกจริงๆก็ขนลุกแฮะ ^ ^;;

จาก : Cid - 04/02/2001 17:54

ข้อความ : อุ......ลำไส้นองบอร์ดฟิก ^^;;

จาก : Next - 04/02/2001 18:04

ข้อความ : ร้ายกาจ... -.- ;;;
ไร้ผู้เทียมทาน
ไร้ผู้ต่อต้าน
อันตรายมาก
โปรดระวัง

จาก : Dark Master - 04/02/2001 18:19

ข้อความ : โอ ร้ายๆ กาจ
ป่ะ ไปกินตือฮวนด้วยกัน บรื๋ออออ

จาก : K.W.E. - 04/02/2001 21:51

ข้อความ : Roger ken sard. ^^;;;

จาก : MrT - 05/02/2001 04:08

ข้อความ : เหมือน มัจจุราชสุริยันต์ มิคิสโตรี่ เลยแหะ

จาก : Masaki Ando - 05/02/2001 06:33

ข้อความ : เอื้อก......โรเจอร์โหดจังเลยแฮะ ^^:;;;;
/me หยิบไส้ R Zeta มาทำซุบเครื่องในแจกจ่ายให้ทุกคนกิน

จาก : xelloss - 05/02/2001 09:35

ข้อความ : ".......เข้าใจแล้ว เรื่องที่วานจะจัดการให้"

"ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างจะเป็นความลับ ขอให้โชคดี 'โรเจอร์'..."

กริ๊ก!!

ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากที่พักของตนหายไปกับความมืดของตรอกแคบนั้น....

จาก : Feirith - 05/02/2001 16:47

ข้อความ : โหด... ไม่รู้ว่าออกมาแบบนี้ ^^:;
ไม่ใช่อะไรหรอกครับผมอ่านไปทานข้าวไป(ขออภัยในมารยาทอันย่ำแย่)
ตะลึงเลยครับ ^^"

จาก : Angel k - 05/02/2001 19:04

ข้อความ : อว๊าาา......!!! เล่นควักเครื่องในออกมากองเลย!!!! อาา..... โหดสุดๆเลย T-T
/me เป็นลม..... (-_-ll

จาก : Alicia - 05/02/2001 23:11

ข้อความ : โหด ...............

จาก : Johnny - 06/02/2001 08:49

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1