หัวข้อ : - Force of the Darkmoon - Chapter3 "Rival" (ส่วนที่8)
ข้อความ :

Story so far:

เมื่อ12ปีก่อน เกิดมีสงครามระหว่างเผด็จการจีโนรั่มและโลกขึ้น
ผลจากสงครามในครั้งนั้นโลกได้พ่ายแพ้ให้กับแผนการรบของทัพจีโนรั่ม
ต่อมา...ชุดวิทยาการลับของกองทัพจีโนรั่มได้มีการพบดาวลึกลับใกล้ๆได้โดยบังเอิญที่ขั้วโลกเหนือซึ่งภายหลังได้มีการให้ชื่อว่าดาร์คมูน ดาวเคราะห์ลับนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดพลังงานได้เกือบทุกชนิด
และเป็นเวลานับหลายแสนหลายล้านปีมาแล้วที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ซึมซับพลังงานของจักรวาลมาตลอดจนมีอำนาจลึกลับมากมายเก็บไว้ในตัว
และนั่นก็ทำให้เทคโนโลยีที่มนุษย์ไม่อาจเอื้อมได้ถูกผลิตออกมาเป็นกำลังให้แก่ทางกองทัพ..
แต่แล้วจีโนรั่มก็ถูกองค์กรร่วมมือระหว่างประเทศ(ยูเอ็มโอ)ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ลอบสังหารไปเสียก่อน
แม้แต่กองทัพและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดของเขาก็ถูกไล่กวาดล้างจนสิ้น
... ส่วนเทคโนโลยีจากดาร์คมูนนี้มีอันต้องสาปสูญไปอย่างลึกลับ...

ทว่า
..วิทยาการดาร์คมูนในครั้งนั้นได้ก่อเกิดมนุษย์ดัดแปลงพลังจิตผู้มีอำนาจเหนือมนุษย์จำนวนหนึ่งขึ้นมา..พวกเขารอดชีวิตจากการกวาดล้างในครั้งนั้นมาได้..และต่างก็กระจัดกระจายไปทั่วโลก
..ต่างคนต่างตัดสินใจฝังอดีตของตนและใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนโดยไม่เคยติดต่อกันอย่างสงบสุข
จนกระทั่งการกวาดล้างครั้งใหม่จากยูเอ็มโอได้บังเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ..
การกวาดล้างที่มีเป้าหมายตรงมาที่พวกเขาโดยเฉพาะ!!
พวกเขาจึงต้องรื้อฟื้นพลังที่แอบซ่อนไว้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง!!

กลุ่มห้าคน(ฟิล,โชโค,มาซากิ,ดาร์คมาสเตอร์,แลมบ์) กำลังจะไปช่วยดาร์คมูนชิลเดร็น'อาร์เซต้า'ที่กำลังถูกรุมโจมตีโดยกองทัพยูเอ็มโอ และได้พบกับกลุ่มสามคนอันประกอบด้วยโรเจอร์ ยูโรป้า และยู ต่อมาทั้งหมดก็ได้เผชิญหน้ากับอาร์เซต้า แต่อาร์เซต้าที่สามารถปราบกองทัพยูเอ็มโอได้ด้วยตัวคนเดียวกลับเหยียดหยามและไม่ยอมเข้าร่วมเดินทาง หนทางเดียวที่จะพาตัวเขาไปได้นั่นคือ ต้องเอาชนะเขาให้ได้!!

.............................
(โพสท์ที่26)


“ขะ คุณ โรเจอร์!!”
“เฮ้ย!! นายพูดว่าไงนะ!!”
ฟิลกับมาซากิร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ก็ไม่มีอะไรมาก ชั้นแค่อยากลองทดสอบอะไรหมอนี่สักหน่อยก็เท่านั้นเอง”

“ไม่ได้นะ!!ชั้นไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นแน่”
ดาร์คมาสเตอร์ตะโกนเถียงมาแต่ไกล ทุกคนหันไปมองเขาที่เพิ่งลืมตาขึ้นมา ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าตอนที่เขาหมดสติไปนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง

“มาซากิ โชโค ไหนชั้นบอกให้พวกนายเข้ารุมอาร์เซต้าไง!! แล้วทำไมแลมบ์ถึงมีสภาพแบบนั้น” ดาร์คมาสเตอร์ชี้ไปยังร่างที่มีรอยไหม้ของแลมบ์ที่ยูโรป้ากำลังส่งพลังรักษาอยู่อีกด้านหนึ่ง

“ชั้นเป็นคนห้ามพวกเขาเองแหละ ถ้าจะโมโหก็มาโมโหที่ฉันคนเดียวนี่” โรเจอร์เอานิ้วหัวแม่มือชี้อกตัวเอง ดาร์คมาสเตอร์ได้ยินดังนั้นก็ปรี่เข้าจับคอเสื้อโรเจอร์ทันที

“นายคิดจะทำอะไรกันแน่!! อยู่ๆนายก็โผล่เข้ามาในสติงเรย์แล้วก็ทำท่ารู้ไปซะทุกเรื่อง!!ยูกับยูโรป้าที่นายพามาก็เช่นกัน!! นายบอกพวกเราว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมพรรคพวกซึ่งพวกเราก็ไม่ว่า แต่นี่นายจะก้าวก่ายเรื่องของพวกเราเกินไปแล้วนะ ที่นายบอกจะปกป้องพวกเรานั้นมันมีอะไรแอบแฝงอยู่งั้นหรือ!!??”

“ชั้นยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด และนั่นก็ทำให้พวกชั้นยังต้องอยู่ที่นี่ ตอนนี้รู้เพิ่มไปแค่นี้ก็พอ”
โรเจอร์สะบัดแขนของดาร์คมาสเตอร์ออก แล้วหันหน้าไปยังอาร์เซต้า

“อาร์เซต้า....คำตอบของนายล่ะว่ายังไง นายจะสู้กับชั้นได้หรือเปล่า”

“ถึงข้าไม่ตอบแกก็น่าจะรู้นี่นา ข้าน่ะร่ำร้องอยากจะขยี้ไอ้คนที่ดูถูกข้าอยู่แล้ว!!” อาร์เซต้าบีบกดกำปั้นของตนจนดังกร๊อบๆ

“การต่อสู้จะใช้ข้อต่อรองเดิม หากนายแพ้ชั้นขอให้นายไปรวมกลุ่มกับพวกนั้นซะ โอเคมั้ย!!”
คำพูดของโรเจอร์ทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นยิ่งตกใจเข้าไปอีก เพราะเขากำลังจะทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับคำพูดของเขาที่เคยพูดว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการรวมกลุ่มของเหล่าดาร์คมูนชิลเดร็น อีกด้านหนึ่งยูโรป้ารักษาแลมบ์เสร็จแล้ว และโชโคก็ช่วยทำการเรียกสติของแลมบ์จนตื่นขึ้นมา

“นะ นี่นายพูดจริงๆรึโรเจอร์ นายจะช่วยสู้เพื่อพวกเราได้พาอาร์เซต้าไปยังงั้นรึเนี่ย” มาซากิพูดด้วยความดีใจที่พวกเขาจะสามารถนำตัวอาร์เซต้าไปได้หากคนๆนี้ชนะ แต่ทว่าที่โรเจอร์ตอบนั้นช่างทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก

“อย่าเข้าใจผิดน่า เพราะพวกนายไม่ได้ความต่างหาก ชั้นจึงต้องลงมือเองแบบนี้”

“ว่าไงนะแก!!” ดาร์คมาสเตอร์โกรธวิ่งเข้าหาโรเจอร์ แต่ยูก็เข้ามาขวางเสียก่อน

“อย่าใช้อารมณ์ถาม ดาร์คมาสเตอร์ นายควรจะเป็นคนที่เยือกเย็นที่สุดในกลุ่มไม่ใช่หรือ ชั้นเองก็มีเรื่องที่อยากจะถามโรเจอร์เช่นกัน”

ยูหันหลังไปหาโรเจอร์ แม้จะติดตามกันมานานเขาก็ไม่อาจเข้าใจในการกระทำของชายผู้นี้ได้ในบางครั้ง

“โรเจอร์ นายกำชับกับพวกเราสองคนไว้หลายเรื่อง และเหตุผลของการกระทำนั้นพวกเราก็รู้และยอมรับไว้อย่างเต็มอก พวกเราฝากชีวิตไว้กับนายและการกระทำของนายคือการชี้ชะตาของพวกเรา แต่สิ่งที่นายกำลังจะทำนั้นมันใหญ่หลวงมากนะ นายแบกภาระของพวกเราทั้งหมดไว้แบบนี้มันจะดีหรือ?” ยูถามโรเจอร์โดยมีแฝงคำพูดเอาไว้หลายแห่ง

“จะให้ใครขาดไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว..แม้แต่อาร์เซต้าเองก็ต้องอยู่ต่อไป”
โรเจอร์ตอบ เขายืนยันคำตอบของเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ยูเห็นดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก เขายืนนิ่งไปพักหนึ่งเพื่อยืนยันสายตาของโรเจอร์ให้แน่ใจ ..ไม่นานนักเขาก็หลับตาลงและเดินออกมา

“เข้าใจแล้ว ทำตามที่นายคิดเถอะ..”

“เดี๋ยวซิคะ พวกคุณคุยเรื่องอะไรกันคะ? พวกเราไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย!!” ฟิลร้อง

“นั่นสิ อะไรของพวกนายน่ะ!!พวกเราต้องอยู่รอดงั้นรึ?” ดาร์คมาสเตอร์และมาซากิถามด้วยความสงสัย แต่ก็ถูกตอกกลับมาด้วยเสียงอันดัง

“อย่าพูดนะ!!”
ยูโรป้าเดินมายังพวกมาซากิ โดยมีโชโคที่คอยช่วยพยุงแลมบ์ที่ได้การรักษาแล้วให้เดินตามมาข้างหลัง หน้าตาของเธอเอาจริงเอาจังมากทีเดียว
“พวกคุณอย่าสงสัยอะไรไปเลย ขอให้คิดซะว่าไม่มีเรื่องอะไรจะดีกว่า สำหรับพวกคุณแล้ว แค่พาตัวไปให้ได้ก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่หรือไงคะ ยังจะต้องมาเคลือบแคลงใจอะไรอีก”

“แลมบ์ฟื้นแล้วสินะยูโรป้า”
ยูพูด..และยูโรป้าก็พยักหน้ารับ
“ดีแล้ว พาเขาและโชโคไปอยู่รวมกับพรรคพวกของเขากันเถอะ..” ยูพูดแล้วก็เว้นช่วงไป..ก่อนจะพูดออกมาให้ได้ยินโดยทั่วกัน

“การต่อสู้ของโรเจอร์ในครั้งนี้!! พวกนายต้องตั้งใจดูให้ดี!! ..เพราะว่ามันจะเป็นสิ่งที่ต้องจดจำของพวกนายทั้งห้าไปอีกนานเท่านาน!!”

ท่ามกลางทะเลทรายอาริโซน่าที่ร้อนระอุ สถานที่ๆมีแต่โขดหินใหญ่น้อยและซากจักรกลที่ถูกทำลาย บัดนี้ได้มีชายสองคนยืนประจันหน้ากันด้วยความอาจหาญ ชายผู้หนึ่งสวมเสื้อนอกสีดำซึ่งบัดนี้เขาได้ปลดมันออกจากตัวเผยให้เห็นเสื้อยืดเรียบง่ายสีขาวที่อยู่ภายใน ส่วนอีกผู้หนึ่งนั้นไม่ได้สวมใส่เสื้อใดๆทั้งสิ้น มีเพียงกางเกงทหารและรองเท้าดำเท่านั้นที่ติดตัว กระแสลมแรงเริ่มพัดผ่าน... พัดผ่านยานรบขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังชายทั้งสอง ณ.เบื้องล่างนั้นเอง.. ชายหนุ่มทั้งห้า..หญิงสาวทั้งสอง..จะเป็นประจักษ์พยานในการต่อสู้ครั้งนี้

“หึๆ ว่าเจ้าแลมบ์โง่แล้วยังมีคนที่โง่ยิ่งกว่า ไม่นึกเลยว่าคนที่เดอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดมาตลอดการต่อสู้จะมาท้าข้าสู้ซะเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไม่มีทางชนะได้เลยแท้ๆ”

“......ชั้นมาที่นี่ในตอนนี้...ยังไม่ใช่เพื่อต่อสู้...แต่เพื่อตักเตือนผู้โง่เขลา...ผู้ที่ดื้อดึงตักเตือนไม่เชื่อฟัง..สั่งสอนไม่ทำตาม..หันเข้าความมืดห่างจากแสงสว่าง ..และเพื่อสิ่งนั้นชั้นจะไร้พ่าย..” โรเจอร์หลับตาพูด

มาซากิ,โชโค,แลมบ์,ฟิล,ดาร์คมาสเตอร์..คนทั้งห้ายืนดูทั้งสองพูดคุยกัน แต่ไม่มีใครสังเกตเลยว่าชายที่เหลืออีกคนที่อยู่ใกล้ๆพวกเขากำลังเริ่มนั่งลงทำสมาธิอย่างเงียบๆอยู่ข้างหลัง

“พูดอะไรของแกน่ะ ถ้าจะพล่ามล่ะก็พล่ามถึงความยิ่งใหญ่ของข้าจะดีกว่านะ!!”

ยังไม่ทันพูดจบดีอาร์เซต้าก็กระโจนอย่างเร็วเข้าหาโรเจอร์ที่ยืนนิ่งและยิงหมัดหมายให้โดนเข้าที่ใบหน้าของเขา แต่โรเจอร์ก็หลับตาเบี่ยงตัวหลบไปได้หวุดหวิดด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาร์เซต้าเองก็แปลกใจที่หมัดของตัวเองถูกอ่านออก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

“นายมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?”
โรเจอร์ถามอาร์เซต้า เพียงชั่วเวลาที่อาร์เซต้าที่ลอยตัวอยู่ชักหมัดกลับและเตรียมพร้อมจะออกหมัดต่อไปเท่านั้น
“พูดงี่เง่าๆอะไรของแก!!”

หมัดที่สองถูกซัดออกมา..แต่ก็ถูกเพียงแค่ลม ราวกับโรเจอร์จะรู้การกระทำล่วงหน้าของอาร์เซต้า..เพราะเขาเพียงแค่ก้มตัวสวนทิศทางการจู่โจมของอาร์เซต้าและอ้อมไปด้านหลังอย่างสบายๆเท่านั้นเอง

“นายไม่มีสิ่งให้ยึดมั่นสินะ..”
โรเจอร์ยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจการจู่โจมของอาร์เซต้า ในระหว่างที่อาร์เซต้าหันขวับกลับมา..
“ไม่มีสิ่งที่จะต้องทำ ไม่มีใครให้ต้องห่วง ไม่มีอะไรให้เอาชีวิตเข้าแลกสินะ อาร์เซต้า..!!”

อาร์เซต้าวิ่งเข้าใส่แทนคำตอบ ยกขาขึ้นเตะตัดเข้าไปที่หัวของโรเจอร์ แต่ก็ถูกชายหนุ่มยกมือขึ้นมารับไว้ได้ ..และนิ้วมือข้างที่จับขาของอาร์เซต้าไว้ได้นั้นก็กำจิกลงไปอย่างแรง

“ถ้าเป็นเช่นนั้น..ก็เท่ากับว่าจะไม่มีใครห่วงนาย ไม่มีใครเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อนายเช่นกัน !!” โรเจอร์ตะคอกใส่.. ดวงตาเบิกโพลงจ้องอาร์เซต้าเขม็ง!!

“ถ้าเป็นงั้นจริงแล้วจะทำไมเล่า!!”

อาร์เซต้าสะบัดขาออกและถอยมาตั้งหลัก เพราะตัวเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมตัวเองถึงถูกอ่านการจู่โจมออก

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ต่างอะไรไปกับคนที่ตายแล้วนั่นเอง!!”
ชายหนุ่มพูดเสียงเบาลง เหมือนกับพยายามจะเกลี้ยกล่อมอะไรอาร์เซต้าสักอย่าง แต่อาร์เซต้าก็เอาแต่เถียงกลับมาอย่างไม่ลดละ

“ตายไปแล้วจะทำไม!! ข้าอยู่ของข้าคนเดียวได้น่า!!”
อาร์เซต้ากระโดดโถมเข้าใส่อีกครั้ง แต่แทนที่จะจับตัวโรเจอร์ได้ก็กลับพลาดเพราะเป้าหมายขยับหลบ อาร์เซต้าจึงตะครุบได้แต่กองทรายเท่านั้น

“ขอถามหน่อย.....ทำไมนายถึงไม่ไปกับพวกเขาล่ะ พวกเขาอุตส่าห์เห็นนายเป็นเพื่อนนะ”

“ก็บอกไปแล้วไงว่าข้าอยู่คนเดียวได้!!” อาร์เซต้าตอบด้วยความโกรธ “แล้วพวกมันเห็นข้าเป็นเพื่อนตรงไหนกัน!! ที่พวกมันต้องการตัวข้านั้นก็เพราะต้องการให้ข้าไปปกป้องพวกมันเท่านั้นแหละ!!”

“กลับกัน...พวกนั้นต้องการตัวนายเพราะต้องการจะปกป้องนายต่างหาก”

“คิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดโกหกอย่างนั้นรึ!! พวกอ่อนแออย่างพวกมันก็ดีแต่โกหกเพื่อผลประโยชน์.. พวกมันอ้างการรวมกลุ่มเพื่อตัวของพวกมันเองเท่านั้นแหละ แม้แต่เด็กปัญญาอ่อนยังรู้เลย คนอ่อนแอจะปกป้องคนแข็งแกร่งได้ยังไงกัน!!”

“นายคิดว่าตัวนายแข็งแกร่งพองั้นสินะ น่าหัวร่อ..!!”
โรเจอร์พูดเสียงดัง.. เขาสะบัดมือชี้หน้าอาร์เซต้าแล้วตะคอกใส่..

“ในความเป็นจริง..การต่อสู้ครั้งแรกน่ะนายตาบอดไปแล้ว!!รู้ตัวมั้ย!!”

อาร์เซต้าหยุดกึก เขาเริ่มลังเลใจระหว่างสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นกับสิ่งที่โรเจอร์ได้พูดออกมา

“ลองคิดดูสิ...ถ้ามาซากิเปลี่ยนจากกำปั้นเป็นฝ่ามือ..แล้วจู่โจมนายด้วยการแทงเข้าที่ตานายจะเป็นยังไง!!”

มาซากิที่ยืนอยู่กับพรรคพวกได้ยินที่โรเจอร์พูดก็ถึงกับตะลึง..มาคิดดูดีๆพลังของเขาทำอย่างที่ว่าได้แน่.. แต่เขาก็ไม่เคยคิดถึงวิธีนั้นมาก่อนเลย

“ระ...เรื่องนั้นเพราะมันทำไม่ได้ต่างหาก!!” อาร์เซต้าแก้ตัวด้วยความร้อนลน

“ทำใจยอมรับไม่ได้งั้นสินะ...แล้วรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าดาร์คมาสเตอร์ลดขนาดของพลังตัวเองลงเพื่อไม่ให้นายถึงแก่ชีวิตน่ะ!!”

“นั่นเป็นเพราะพลังของมันเอาข้าไม่อยู่ต่างหากล่ะ...ไม่ใช่รึยังไง!!”
อาร์เซต้าเสียงดังใส่ แต่เมื่อเขามาคิดดูดีๆเขาจึงเริ่มมองเห็นความจริง ว่าพลังของดาร์คมาสเตอร์ตอนที่สู้กับเขานั้นมันเบาเกินกว่าที่ดาร์คมูนชิลเดร็นควรจะมี

“เปล่าเลย ถ้าดาร์คเขาเอาจริงล่ะก็ แกก็ตายไปแล้ว.!! แกน่ะอ่อนแอกว่าใครเพื่อนเขาเลยรู้ตัวมั้ย!!”

“ไม่รู้เว้ย!! นี่แกพยายามจะบอกว่าแม้แต่ไอ้สองตัวหลังข้าก็ไม่อาจชนะมันได้ยังงั้นรึ!!”

“พลังของแลมบ์...คือแรงโน้มถ่วง ส่วนโชโคคือการเทเลพอร์ต..ลองคิดดูซิว่าถ้าใครคนใดคนหนึ่งเอาแกขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงนับหมื่นเมตรแล้วปล่อยแกลงมาจะเป็นยังไง?!!”

อาร์เซต้าเถียงไม่ออก ทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่โรเจอร์พูดมา

“เพราะออมมือให้หรอกนะ พวกนั้นถึงไม่ยอมทำกับนาย เพราะพวกเขาเห็นนายเป็นเพื่อนเป็นพวกเดียวกัน และที่พวกเขาต้องการจะให้นายร่วมทางไปด้วยก็เพราะไม่ต้องการให้นายต้องถูกยูเอ็มโอหรืออะไรก็ตามเล่นงานอยู่ตัวคนเดียว.. พวกเขาไม่ต้องการให้นายตาย รู้ยังงี้แล้วจะสำนึกได้รึเปล่าว่านายทำผิดต่อพวกเขาไปมากมายขนาดไหน ทั้งดูหมิ่นเหยียดหยาม.. ทั้งทำร้าย.. ขยี้ความหวังดีของพวกเดียวกันได้อย่างหน้าตาเฉย.. ทั้งๆที่ตัวเองเป็นดาร์คมูนชิลเดร็นที่ถูกคนทั้งโลกต่อต้านอยู่แบบนี้แท้ๆ!!”

“พูดมากน่ะ!! แกอย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย ก็บอกแล้วไงว่าข้าสามารถอยู่ได้ด้วยพลังของตัวเองยังไงล่ะ!!”
อาร์เซต้าไม่ยอมจำนน เขาไม่ยอมให้ความเชื่อมั่นที่เขาสร้างมาตลอดชีวิตต้องพังทลายลงอย่างเด็ดขาดแม้มันจะเป็นความเชื่อมั่นที่ไม่อาจต้านซึ่งเหตุผลของโรเจอร์ได้ก็ตาม เขารวมพลังทั้งหมดอีกครั้งเพื่อเข้าให้ถึงตัวโรเจอร์พร้อมทัง้เริ่มออกหมัดชุดอย่างรวดเร็ว

“งั้นชั้นจะแสดงให้เห็นเองว่าพลังของพวกพ้องนั้นจะทำได้ดีกว่าพลังของตัวแกคนเดียวขนาดไหน”
หมัดชุดของอาร์เซต้าอยู่ในระยะที่สามารถโดนตัวโรเจอร์ได้แล้ว.. แต่ถึงมันจะรุนแรงและรวดเร็วเพียงใดก็ตาม โรเจอร์กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งกว่าเสียอีก แถมยังเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มากเกินความจำเป็นเสียด้วย

“บะ บ้าน่า”

อาร์เซต้าจู่โจมไปเท่าไรโรเจอร์ก็หลบได้หมด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว และก็ไม่ใช่เรื่องของความสามารถด้วย อาร์เซต้าที่เหนื่อยหอบถึงกับหน้าถอดสีหยุดโจมตี เขารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าเขาได้เลยแม้แต่น้อยจริงๆ
“เห็นชายที่นั่งอยู่ตรงพวกเขามั้ย? นั่นคือเพื่อนของชั้น ยู..พลังอย่างหนึ่งของเขาคือการติดต่อทางจิตเทเลพาธี...แต่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสัมผัสพิเศษของเขาเท่านั้น พลังหลักของเขาคือการรู้เห็นล่วงหน้า..ที่จะสามารถมองอนาคตของตัวเองและพวกพ้องในอนาคตอันใกล้ได้ และยิ่งถ้ารวบรวมสมาธิเอาไว้ล่ะก็ จะยิ่งรู้ล่วงหน้าได้เป็นวันๆเลยทีเดียว ตั้งแต่นายเริ่มจู่โจมชั้นมา ยูก็ได้นั่งสมาธิดูการเคลื่อนไหวของนายที่สามรถโจมตีโดนชั้นได้ล่วงหน้าและติดต่อบอกชั้นให้หลบการจู่โจมนั้นๆผ่านทางจิต และนั้นก็ทำให้นายไม่สามารถแตะชั้นได้เลยแม้แต่ปลายเล็บยังไงล่ะ”

คำพูดของโรเจอร์ทำให้ทุกคนหันไปมองยูกันเป็นตาเดียว แล้วพวกเขาก็ได้เห็นชายหนุ่มผู้ที่ได้ลงนั่งสมาธิไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทันสังเกตได้

“กะ โกงนี่หว่า ไหนว่านี่เป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวไม่ใช่หรือ?!! ...ให้คนอื่นมาช่วยได้ไง!??”

“ชั้นยังไม่ได้สู้สักหน่อย..และชั้นก็ยังคุยกับนายไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะ..เมื่อนายต้องการ ชั้นก็จะไม่พึ่งพลังของยู..”

โรเจอร์ให้สัญญาณ ยูออกจากสมาธิและยืนขึ้นในทันที แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้อาร์เซต้าวางใจในคำพูดของโรเจอร์เท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงฉวยโอกาสตอนที่โรเจอร์เผลออัดหมัดเสยทดสอบเข้าที่ท้อง ได้ผล!! ร่างของโรเจอร์ถึงกับปลิวตามแรงหมัดไปในพริบตา และหล่นลงกลิ้งปัดๆไปตามพื้นทรายจนหยุดอยู่กับที่..

“ฮ่าๆๆ ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ข้าไม่แพ้ใครอยู่แล้ว!!”
อาร์เซต้าหัวเราะลั่น เขาวิ่งเข้าหาโรเจอร์ที่บาดเจ็บหมายจะโจมตีเผด็จศึกให้จบเรื่องจบราว

“คิดอะไรตื้นๆ... ..คนประมาทอย่างแกแม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆเพียงคนเดียวก็เอาชนะไม่ได้หรอก!!”

ชั่ววินาทีที่หมัดของอาร์เซต้าจะประทะเข้ากับใบหน้าของโรเจอร์ พลันก็มีกำแพงจิตเรืองแสงปรากฏเข้ารับการโจมตีเอาไว้ได้เสียก่อน หมัดของอาร์เซต้ากระแทกเข้ากับพลังนั่นดังเปรี้ยง.. และโรเจอร์ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเลยแม้แต่น้อย อาร์เซต้ามองหาผู้ที่ขัดขวางเขา และฟิลนั่นเองที่เป็นคนทำเช่นนั้น..โดยมียูคอยบอกอยู่เบื้องหลังอีกที

“พลังนี่มัน..!!ของยายนั่นรึ??”

“หมัดแกไม่สามารถทะลวงพลังของเธอได้ ...แกนี่อ่อนแอจริงๆเลยนะ!!”

“พะ พูดมากน่า ข้าน่ะรึอ่อนแอ คนที่อ่อนแอน่ะแกต่างหาก รวมทั้งพวกมันด้วย..!! แกเองก็ไม่ใช่จะสู้ข้าได้.. เอาแต่ดีแต่ปากแบบนี้ใครๆก็ทำได้วะ!!”

“ชั้นพยายามจะทำให้นายเข้าใจด้วยคำพูด..แต่ดูเหมือนว่ามันจะใช้ไม่ได้ผลซะแล้ว..” โรเจอร์ยืนขึ้น เขาเอาแขนเสื้อยืดขาวของเขาซับเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปาก แล้วค่อยๆหันหน้ามาจ้องตาอาร์เซต้าเขม็งจนอาร์เซต้าถึงกับผงะด้วยความกลัว ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั้นเขาไม่เคยกลัวใครมาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมา

“ก็ได้ มาสู้กันเสียที แล้วชั้นจะทำให้แกได้เห็นโลงศพเอง..”







จาก : -----ROGER----- - - [email protected] - 03/02/2001 01:20

ข้อความ : สิ่งนึงที่ผู้แต่งอย่างผมอยากพูด

1.มีความรู้สึกอยากเปลี่ยนชื่อตัวละคร"โรเจอร์"ขึ้นมาตงิดๆแฮะ แต่ไม่เปลี่ยนคงจะดีกว่า

2.นี่สิที่อยากพูดจริงๆ



....เมื่อไหร่"RIVAL"ถึงจะจบซักทีฟ้า---

จาก : -----ROGER----- - 03/02/2001 01:25

ข้อความ : อ่านแล้วเขินแทน..โรเจอร์...นายจะเท่ห์ไปหน่อยมั้ยเนี่ย ^ ^;;
เท่ห์จนขนลุกเลยอะ...หยึย...


จาก : Cid - 03/02/2001 02:31

ข้อความ : Roger very cool!!!. ^o^
Script kin jai dee chan.

จาก : MrT - 03/02/2001 05:05

ข้อความ : อืม......ถ้าเราเปลี่ยนกำปั้นเป็นฝ่ามือ...... คงจะขยุ้มอะไรได้ง่ายขึ้นนะ :P

จาก : Masaki Ando - 03/02/2001 06:12

ข้อความ : เพราะอย่างที่ซิดพูดนั่นแหละ..ถึงอยากจะเปลี่ยนชื่อตัวละครไงล่ะ..T-T

ขออีก1วัน1คืน ตอนต่อก็จะออกมา เพราะเดิมทีทั้งสองตอนหลังนี้เป็นโพสท์เดียวกัน(แต่เห็นว่ายาวไปหน่อย)

จาก : -----ROGER----- - 03/02/2001 09:29

ข้อความ : เก่ง เก่ง
อือหนุกดี ^ ^


จาก : K.W.E. - 03/02/2001 18:16

ข้อความ : ผมว่าชื่อโรเจอร์ก็เท่ห์อยู่แล้วครับ
เท่ห์ทั้งคนทั้งชื่อนั่นแหละ

จาก : Dark Master - 03/02/2001 19:08

ข้อความ : หึ หึ หึ....... ^_^

จาก : Choco - 03/02/2001 20:14

ข้อความ : อุ....เก่งโคตร แต่นึกว่าตอนนี้จะได้ใช้พลังของนายแล้วซะอีกนะ :P
/me แล้วเมื่อหร่ายตูจะได้เท่ห์อย่างนี้อีกฟร้าาาา

จาก : xelloss - 04/02/2001 09:04

ข้อความ : เท่ห์จริงๆค่ะ ^-^

จาก : Alicia - 04/02/2001 11:14

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1