|
หัวข้อ : Acentharia.. ตามรักข้ามมิติ (บทที่ 2 ) ข้อความ : น้องไม่เคยตื่นสายเลยนะ ดร.ยามากิเอ่ยขึ้นที่โต๊ะอาหารเช้าของวันนี้อย่างประหลาดใจที่ยังไม่เห็นซายูริลงมาจากห้องนอน มาซาอิ ลูกไปดูน้องหน่อยสิ มาซาอิรับคำแล้วรีบลุกจากโต๊ะไปโดยไม่อิดเอื้อนแต่อย่างใด เคาะประตูเรียกอยู่นาน ซายูริค่อยงัวเงียออกมาเปิดประตู เขายื่นมือแตะหน้าผากเธอพลางถามอย่างห่วงใย เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าบอกพี่สิ หนูรู้สึกปวดหัว อยากนอนต่ออีกสักพัก เธอย่อมไม่กล้าบอกว่าเพิ่งได้นอนเอาตอนหัวรุ่ง มาซาอิไม่ทราบว่าเป็นมารยาจึงช่วยประคองเธอไปที่เตียงแล้วหันกายออกจากห้อง ครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมยาและน้ำ ทานยาหน่อยนะ แล้วสักครู่จะรู้สึกดีขึ้น ไม่เอา ไม่อยากทานยา อยากนอนมากกว่า ซายูริ อย่าดื้อสิ เขาอ้อนวอนอย่างใจเย็น เชื่อพี่ทานยานะคนดี ทานยาแล้วค่อยนอนนะจ๊ะ ท่าทีอันห่วงใยของพี่ชายสร้างความตื้นตันต่อเธอจนแทบหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ในใจรู้สึกละอายที่มารยาหลอกเขาให้กังวล จึงลุกขึ้นนั่งรับยามาถือไว้ พี่ใหญ่ หนูหิวจังเลย งั้นเอานมสดอุ่นๆสักแก้วมั้ย? ประเดี๋ยวพี่จะไปเอามาให้นะ ก็ดีค่ะ แต่พี่ใหญ่อย่าบอกคุณพ่อกับป้าโมรินะ หนูไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วง จ๊ะ รู้แล้ว พอลับกายพี่ชายจากประตู เด็กสาวก็รีบซุกยาเม็ดใส่ใต้ที่นอนแล้วนั่งกำมือเปล่าๆไว้ ครู่หนึ่งมาซาอิกลับเข้ามาพร้อมนมสดและกาละมังใส่น้ำใบเล็ก อ้าวนั่นทำไมถือไว้ยังไม่ทานอีกล่ะ? ประเดี๋ยวยาก็ละลายใส่มือหรอก ซายูริแกล้งทำอิดเอื้อนเล็กน้อย ค่อยยกมือทำท่าป้อนยาใส่ปาก แล้วนมสดมาดื่มตามลงไปจนหมดแก้ว อย่างนี้สิน่ารักมาก เก่งมากจ๊ะ มาซาอิพยักหน้าชมเชย เอาล่ะที่นี้ก็นอนพักซะนะ เป็นไงปวดมากมั้ย ดีนะที่ไม่มีไข้ อีกสักพักถ้ายังไม่หายปวด พี่ว่าให้คุณพ่อช่วยตรวจอาการให้หน่อยดีกว่านะ ไม่เป็นไร นี่ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว ขอบคุณค่ะ เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำในกาละมังเช็ดใบหน้าและซอกคอให้เธออย่างนุ่มนวล จากนั้นเอาผ้าชุบน้ำบิดอีกครั้งวางบนหน้าผากให้น้องสาว หลับตาสิ.... พี่จะนั่งอยู่เป็นเพื่อนให้นะ ซายูริหลับตาลง แต่ครู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณค่ะ พี่ใจดีจังเลย หนูรักพี่ใหญ่ที่สุด เธอน่ะ ก็ปากหวานกับพี่ยังงี้เรื่อยแหล่ะ ท่าทางตอนนี้คงดีขึ้นแล้วสินะ ถึงมีแรงพูดมากได้แล้วน่ะ? ซายูรินิ่งเงียบ ครู่หนึ่งค่อยกล่าวออกมาลอยๆ ตั้งแต่หนูจำความได้ ก็มีพี่อยู่ดูแลหนูอย่างใกล้ชิด หนูไม่ทานข้าวพี่ก็อ้อนวอนป้อนให้ เวลาที่หนูไม่สบาย พี่ก็จะกุลีกุจอช่วยเช็ดตัวป้อนหยูกยา แต่ว่า หนูกลับมักก่อเรื่องซุกซนให้พี่พลอยวุ่นวายอยู่เสมอ หากว่าสักวันหนึ่งไม่มีหนู...พี่คงหมดภาระไปเยอะนะคะ เด็กโง่ ทำไมคิดว่าตนเองเป็นภาระของพี่ล่ะ เธอเป็นน้องของพี่ ถ้าไม่ดูแลเธอแล้วจะให้พี่ไปดูแลใครที่ไหน ต่อไปห้ามพูดแบบนี้อีกนะ ซายูริยิ้มแป้นรับคำ เขาก็ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แต่คำพูดของน้องสาวทำให้เขาอดรู้สึกสะท้อนเข้าไปลึกๆในใจมิได้ ใจหายอย่างบอกไม่ถูก สองวันต่อมา... หมอกั๋วอี้เสียนมาทานอาหารเย็นที่บ้านตามคำเชิญของ ดร.ยามากิ จากนั้นอีกฝ่ายก็พาเขาเข้าไปในห้องหนังสือสองต่อสอง เอ่ยปากชักชวนเขาเข้ามาร่วมทำงานวิจัยกับตน แต่เขาบอกปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลโดยให้เหตุผลว่า อยากทำงานหาประสบการณ์กับคนไข้มากกว่า บวกกับยังมีความรู้สึกผูกพันกับคนไข้ ซึ่งถ้าไปทำงานที่สถาบันวิจัย เวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคอยดูแลคนไข้คงน้อยลง เธอก็ยังคงเป็นคุณหมอขวัญใจของคนไข้อยู่เหมือนเดิมสินะ ไม่หรอกครับ ผมเพียงแต่พยายามทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้น อืมม์ ด็อกเตอร์ครับ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยขึ้น ในฐานะที่คุณเป็นอาจารย์ของผม มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมคิดว่าสมควรจะบอกคุณ! ดร.ยามากิขมวดคิ้ว ถามว่าเรื่องอะไร ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินชื่อมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงที่ชื่อเฉินจี่กวงรึเปล่า? อือ... รู้สึกว่าชื่อนี้จะคุ้นๆหูอยู่นะ คนๆนี้เป็นเจ้าพ่อวงการธุรกิจระดับโลกคนหนึ่งทีเดียวครับ ชื่อของเขาในฮ่องกงไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วเขาเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน? ผมก็ไม่ทราบว่าคุณมีเรื่องอะไรกับเขา แต่ข่าวที่ผมได้มาดูเหมือนว่าเขากำลังส่งนักสืบมาสืบเรื่องของคุณอยู่ คล้ายกับกำลังหาหลักฐานอะไรบางอย่างเตรียมที่จะยื่นฟ้องร้องคุณ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร คุณอย่าถามนะครับว่ารู้เรื่องนี้มาจากไหน เอาเป็นว่าผมรู้ว่าเขาติดตามเรื่องของคุณมาเป็นปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าคุณระแคะระคายเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า? เธอพูดจนฉันงงไปหมดแล้ว ฉันไม่เคยรู้ตัวเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ และก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับคนๆนี้มาก่อนด้วย ถ้าจะมีก็คงเป็นเรื่องในวงธุรกิจ แต่งานด้านนี้ฉันก็เพิ่งรับช่วงต่อจากคุณพ่อของฉันได้ไม่นาน ในตอนนี้อะไรๆก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย แล้วฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปมีเรื่องกับใครได้ เฉินจี่กวงได้สั่งคนสืบเรื่องของคุณมาเป็นปีแล้ว ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องงาน สาเหตุที่เป็นไปได้ ้อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวเสียมากกว่า ดร.ยามากิฉุกคิดถึงเรื่องๆหนึ่ง ขมวดคิ้วบางๆแล้วสั่นศีรษะพึมพำ เป็นไปไม่ได้ คงไม่ใช่เรื่องนั้น ด็อกเตอร์นึกเรื่องอะไรออกหรือครับ? เปล่า... ขอบใจนะที่บอก แต่ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ฉันไม่เคยทำผิดหรือคิดคดโกงให้ร้ายใคร ฉันไม่กลัวใครมาขุดคุ้ยสืบเรื่องของฉันหรอก ด็อกเตอร์กล่าวแบบนี้ ผมค่อยรู้สึกหมดห่วงครับ นี่คือนามบัตรและเบอร์โทรของผม หากคุณมีโอกาสได้ไปฮ่องกง หรือมีอะไรจะใช้ผมก็ติดต่อได้ตลอดเวลานะครับ อืมม์ ขอบใจมากนะ หลังจากหมอกั๋วอี้เสียนอำลากลับไป ดร.ยามากิกลับมาที่ห้องทำงานอีกครั้งเปิดตู้เซฟหยิบกล่องสี่เหลี่ยมสีดำใบหนึ่ง ถือกลับมานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ กล่องใบนี้ขนาดประมาณ 7x5x3 นิ้ว ตัวกล่องทำจากโลหะเบา ฝาปิดล็อคไว้แน่นสนิท ของข้างในยังคงเป็นปริศนาลึกลับมาสิบกว่าปี เขาลูบคลำมันอย่างไตร่ตรอง สีหน้าเป็นกังวล รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก หรือว่า จะเกี่ยวข้องกับความลับเรื่องนี้? หลังจากเก็บกล่องดำลึกลับแล้ว ดร.ยามากิค่อยเดินลงมาที่สนามเทนนิสดูลูกๆทั้งสองเล่นเทนนิสกัน หลังจากที่ซายูริได้รับการฝึกพลังพิเศษจากชายชุดเงินแล้ว ร่างกายก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างแคล่วคล่องปราดเปรียวกว่าเดิม การรับลูกไม่ผิดพลาด เอาชนะพี่ชายได้ติดต่อกันหลายเซ็ตรวด เด็กสาวถึงกับร้องไชโยลั่นอย่างดีอกดีใจ ไชโย! ในที่สุดก็ล้มแชมป์ได้แล้ว เชอะ! สี่เซ็ตนี้พี่แค่ออมมือให้เธอหรอกนะจะบอกให้! ก็ได้ งั้นมาแข่งกันใหม่มั้ยล่ะ? ดร.ยามากิส่ายหน้า พอเถอะ พรุ่งนี้พวกลูกต้องไปโรงเรียนเป็นวันแรก ขืนเล่นจนเพลียระวังเถอะพรุ่งนี้จะนอนตื่นสาย ค่ะ งั้นหนูจะรีบอาบน้ำนอนแต่หัวค่ำดีกว่า ความจริงซายูริบังเอิญนึกถึงนัดของชายหน้ากากเงินขึ้นมาได้ จึงรีบเก็บไม้เทนนิสประจำตัววิ่งกลับห้อง ดร.ยามากิค่อยหันมาทางลูกชาย เป็นไง ตะกี้ลูกออมมือให้น้องจริงๆหรือ? มาซาอิยิ้มเฝื่อนๆ ผมก็พูดไปหยั่งงั้นล่ะครับคุณพ่อ ความจริงครั้งนี้ผมเอาจริงนะครับ เอ ยัยซายูริเนี่ย ฝีมือประมาทไม่ได้ขึ้นทุกวันเลยนะนี่ ดร.ยามากิจ้องมองลูกชาย แล้วถอนใจเบาๆ ถามเสียงแปร่ง มาซาอิ ลูก ลูกรักน้องมั้ย? มาซาอิเงยหน้าขึ้นมองบิดางงๆแล้วย้อนถาม ทำไมอยู่ๆ คุณพ่อถามผมแบบนี้ล่ะครับ? พ่อเพียงอยากรู้ว่า หากสักวันหนึ่งลูกพบว่าน้องไม่ใช่น้องแท้ๆของลูก ลูกจะรู้สึกยังไง หากว่า ถ้าครอบครัวที่แท้จริง เขาต้องการทวงน้องกลับไป ลูกจะยอมคืนน้องให้พวกเขามั้ย? เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะออกมา คงเป็นไปไม่ได้มั้งครับ ก็ผมเห็นยัยนี่ตั้งแต่ยังดิ้นตุ๊บๆอยู่ในท้องคุณแม่เลยนี่ครับ อืมม์ มันก็จริงของลูกนะ ความจริงพ่อก็แค่สมมุติไปเท่านั้นเอง ยื่นมือตบไหล่ลูกชายเบาๆ กลับห้องไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะนะ คืนนั้น...ดึกมากแล้ว ชายลึกลับหน้ากากเงินปรากฏตัวขึ้นตามที่นัดไว้ จากนั้นพาซายูริไปฝึกพลังและเรียนการใช้ตลับเงินที่ภายในถ้ำแห่งเดิมอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็กล่าวตักเตือนว่า ฉันคิดว่าเธอควรรู้จักอำพรางความสามารถไว้บ้างก็จะดีนะ หากใครเกิดเอะใจสงสัยขึ้นมา เธออาจจะปิดเรื่องทั้งหมดไว้ไม่อยู่ นี่ฉันทำอะไรผิดอีกเหรอ? อย่าเพิ่งโกรธ ฉันเพียงแต่เตือนเท่านั้น วันนี้ตอนแข่งเทนนิส เธอคงจะลืมตัวเผลอแสดงฝีมือออกไป การปิดกั้นพลังที่มีอยู่ รู้จักควบคุมใช้ออกเท่าที่จำเป็นก็นับเป็นการฝึกอีกอย่างหนึ่ง ทั้งยังเป็นการอำพรางศัตรูให้คำนวณกำลังของเราไม่ออกอีกด้วย เอ ฉันชักรู้สึกสงสัยแล้วสิ คุณสอนฉันมากมายยังกับว่าจะให้ฉันเตรียมตัวไปรับมือต่อสู้กับศัตรูเข้มแข็งที่ไหนยังไงยังงั้น ใช่ เธอเข้าใจถูกต้องแล้ว เธอมีศัตรูจริงๆ อีกฝ่ายมีฝีมือสูงมาก วันหนึ่งเธออาจต้องปะทะกับเขา นอกจากนี้เธอก็ยังมี ภาระบางประการต้องทำ จึงจำเป็นที่เธอต้องใช้ตลับเงินวิเศษเข้าช่วยเหลือ ศัตรูของฉันเป็นใคร แล้วหน้าที่ของฉันคืออะไร? เมื่อถึงเวลาแล้วเธอก็จะรู้เอง แล้วต้องรออีกนานเท่าไหร่ล่ะจึงจะถึงเวลาน่ะ ตอนนี้ฉันยังบอกเธอไม่ได้ คำตอบนี้อีกแล้ว ถามทุกทีก็ได้แต่คำตอบนี้ทุกที น่าเบื่อจริงๆ เมื่อเช้าดูเหมือนเธอจะตื่นสาย งั้นคืนนี้ก็อย่าฝึกให้ดึกนักนะ ประเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนสายได้ ฮึ! คุณก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันเหรอ อ้อ! ลืมไป คุณรู้เรื่องของฉันหมดทุกเรื่องเลย ทราบความเคลื่อนไหวของฉันทุกฝีก้าว มีแต่ฉันเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณซักกะอย่างเดียว ไม่รู้แม้แต่ควรจะเรียกชื่อคุณว่าอะไรด้วยซ้ำ เธอตัดพ้ออย่างขุ่นเคือง ดวงตาชายลึกลับเปล่งประกายยิ้มอันอ่อนโยนขึ้นอีกครั้ง ตกลง ฉันยอมแพ้เธอแล้ว จะบอกเธอสองเรื่องก็แล้วกัน สองเรื่องอะไร? เรื่องแรก เธอสามารถเรียกฉันว่า ไอซา ซายูริทวนคำว่า ไอซา พลันฉุกใจคิด ใช่แล้วล่ะ ในคาถาเปิดตลับเงินวิเศษก็มีคำว่าไอซาอยู่นะ เอ แล้วชื่อคุณไปเกี่ยวข้องอะไรกับคาถานั้นด้วย? คนลึกลับหน้ากากเงินหลบตาเด็กสาวอย่างมีพิรุธ ท่าทางเหมือนคนทำผิดแล้วถูกจับได้ รีบแก้ตัวเสียงเรียบ มันคงบังเอิญมากกว่า แน่นะ... อย่าให้ฉันจับได้ว่าคุณโกหกฉันนะ เสียงข่มขู่อย่างเอาจริง ไอซาถูกต้อนจนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ร้ายกาจจริงๆเธอเนี่ย ทำเอาฉันถึงกับพูดไม่ออกเลยนะ เธอรู้มั้ย ไม่เคยมีใครกล้าทำกับฉันแบบนี้นอกจากเธอ แต่เธอก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มีอะไรที่น่ารักและมีรสชาติขึ้น ฮึ! ไม่ต้องมาชม แล้วเรื่องที่จะยอมบอกเรื่องที่สองล่ะ นั่นก็คือ...ภาระหน้าที่ประการแรกของเธอ... หน้าที่อะไรเหรอ? สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือ...กลับฮ่องกง หา?! หมายความว่ายังไง ทำไมต้องกลับฮ่องกง เธอต้องกลับสู่ครอบครัวเดิมก่อน แล้วจึงจะรู้เองว่าต้องทำยังไงต่อไป ซายูริถึงกับอึ้งไปอย่างสับสนระคนหวาดหวั่น เป็นครู่กว่าจะโพล่งออกมาว่า ไอซา คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่? อีกไม่นานเธอก็จะเข้าใจเอง ตอนนี้ฉันจะส่งเธอกลับบ้านก่อน เดี๋ยวก่อนสิ เสียงร้องไม่ทันขาดคำ หมอกขาวพลันกระจายขึ้นรอบกายจนหนาทึบ พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบไปอีกครั้ง เช้าวันต่อมา.......... ที่หน้าชั้นเรียนห้อง ม.6/2 ของเช้าวันนี้ ครูประจำชั้นกำลังแนะนำนักเรียนใหม่ต่อเพื่อนๆห้อง ซึ่งเด็กใหม่ทั้งสองก็คือ มาซาอิกับซายูรินั่นเอง ขณะที่ทั้งสองกำลังกล่าวแนะนำตัว นักเรียนคนอื่นๆก็หันไปซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ เที่ยงของวันนั้น มาซาอิยกถาดอาหารมานั่งโต๊ะเดียวกับน้องสาว พี่ใหญ่ ไหนช่วยหันด้านข้างให้หนูดูหน่อยซิ น่าน ยังงั้น ซายูริทำไม้ทำมือพลางบอกเขา จากนั้นเอียงหน้าหรี่ตามองแล้วผงกหัวหงึกๆ เออจริงด้วย เพิ่งสังเกตเห็นวันนี้เองว่ามันจริงของเค้าแฮ่ะ นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอ จริงอะไรของเธอ? อ๋อ คือเพื่อนเค้าชมว่าพี่หล่อน่ะค่ะ หนูก็ไม่เคยสังเกตซะด้วย ดังนั้น ก็เลยอยากมาดูให้ชัดๆ งั้นเหรอ สนใจล่ะซี เด็กสาวยิ้มตาหยีกระเซ้าพี่ชาย ว่าไปแล้วนะ นักเรียนหญิงที่นีก็่สวยๆหลายคนนะพี่ พี่ชายสนใจคนไหนบอกน้องได้เลย น้องสาวยินดีช่วยพี่ชายเต็มที่อยู่แล้ว มาซาอิยื่นตะเกียบเคาะศีรษะน้องสาวจอมแก่น เราน่ะ ชักจะแก่แดดขึ้นทุกวันแล้วนะ ซายูริกล่าวอย่างจริงจัง พี่ใหญ่ ปีนี้พี่ก็อายุสิบเจ็ดเต็มแล้วนะ หนูว่าพี่หาแฟนได้แล้วล่ะ แล้วฉันจะมีแฟนรึไม่ เธอมาเดือดร้อนอะไรด้วยหือ ยัยซายูริ? ก็ตราบใดที่พี่ยังหาแฟนไม่ได้ หนูก็พลอยขายไม่ออกไปด้วยนะสิ เพราะเวลาไปไหนมีแต่คนเข้าใจผิดคิดว่าพี่เป็นแฟนหนูอยู่เรื่อยเลย มาซาอิชูตะเกียบขึ้นถามว่าจะเอาอีกสักโป๊กมั้ย ซายูริหัวร่อคิกคัก ก้มหน้ากินไม่พูดอะไรอีก หลังเลิกเรียนเย็นวันนั้นที่คฤหาสถ์ตระกูลโทชิกาวา กรุงโตเกียว . โมริยกนมเย็นกับขนมคุ้กกี้มาเป็นอาหารว่างให้สองพี่น้องหลังจากกลับมาจากโรงเรียน ซายูริโม้เรื่องที่โรงเรียนใหม่ ให้โมริฟังเป็นการใหญ่ ป้าโมริเชื่อมั้ยคะ เพื่อนๆของหนูเขากรี๊ดพี่ชายกันใหญ่เลย บอกว่าอิจฉาหนูที่มีพี่ชายทั้งหล่อทั้งใจดี มีบางคนนะ เข้ามาประจบหนูขอเบอร์โทรที่บ้านด้วยล่ะ ขนาดนั้นเชียวหรือคะ โมริหัวเราะ แล้วคุณหนูให้เค้าไปมั้ยคะ? หนูไม่ได้ให้ไปหรอกค่ะ อ้าว!ทำไมล่ะ? มาซาอิที่นั่งฟังอยู่อดเงยหน้าขึ้นถามไม่ได้ ก็หนูยังจำเบอร์โทรบ้านเราไม่ได้นี่นา ตอบไม่ตอบเปล่า ยังหันมาแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่ จนคนฟังต้องหัวเราะหึหึในลำคอตำหนิไม่ลง อ้อ เกือบลืมไป ขอบคุณนะคะพี่ใหญ่ที่อยู่ช่วยเวรทำความสะอาดวันนี้ ไม่เป็นไร ว่าแต่วันพุธนี้เธอก็ต้องอยู่ช่วยพี่เหมือนกันนะ เหอะน่า! ไม่ลืมหรอก จริงสิพี่ใหญ่ เพลงนั้นแต่งไปถึงไหนแล้ว? ก็แต่งได้เกือบครึ่งแล้วล่ะ งั้นพวกเรารีบไปทำการบ้านกันเถอะ จะได้ช่วยแต่งกันต่อให้เสร็จ กล่าวจบฉุดมือเขาพาขึ้นบนตึก โมริมองตามแล้วอดยิ้มไม่ได้ ครู่ใหญ่ต่อมา ดร.ยามากิกลับมาจากที่ทำงาน โมริยกน้ำเย็นเข้ามาเสิร์ฟ สองคนนั้นกลับมารึยัง? กลับมาแล้วค่ะตอนนี้คงกำลังช่วยกันทำการบ้านอยู่ พี่น้องคู่นี้น่าเอ็นดูจริงๆนะคะคุณผู้ชาย ติดกันยังกับปาท่องโก๋ คุณพี่อยู่ไหนคุณน้องก็ต้องตามไปด้วย คุณน้องทำอะไรอยากได้อะไรคุณพี่ก็ช่วยทำให้ทุกอย่างเห็นแล้วน่าชื่นใจจริงๆค่ะ ดร.ยามากิกลับถอนหายใจ มาซาอิเสียแม่ตั้งแต่เล็ก เขาจึงเอาความรักความอบอุ่นที่ขาดจากแม่มาทุ่มเทให้น้องจนหมด เด็กในวัยนี้ความจริงส่วนใหญ่ควรอยู่ในกลุ่มเพื่อน บ้างก็มีเพื่อนผู้หญิง แต่มาซาอิกลับเอาเวลาส่วนใหญ่มายึดติดอยู่กับน้องสาวจนไม่เคยมีเพื่อนสนิทแม้แต่คนเดียว เมื่อก่อนฉันรู้สึกสบายใจที่เห็นเขารักใคร่เอาใจใส่น้อง แต่ตอนนี้ฉันชักเริ่มเป็นห่วงขึ้นมาแล้ว... โมริขมวดคิ้วถาม คุณเป็นห่วงอะไรเหรอคะ? โลกของเขาดูเหมือนจะมีแต่น้อง หากว่าวันหนึ่งเขาต้องสูญเสียน้องไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะรับสภาพนั้นได้หรือเปล่า ฉันไม่อยากนึกถึงวันนั้นเลย... โมริทำท่าตกใจ เหลียวซ้ายแลขวา ค่อยลดเสียงลงกล่าวตำหนิแกมกังวล นี่คุณรู้ตัวมั้ยคะว่ากำลังพูดอะไรอยู่ ทำไมจู่ๆก็พูดเรื่องแบบนี้ เวลาเดียวกันนั้น ภายในห้องนอนของมาซาอิ... หน้าเตียงซึ่งปูพรมหนานุ่มเวลานี้เกลื่อนไปด้วยแผ่นกระดาษ มาซาอิถือกีต้าร์โปร่งตัวหนึ่ง นั่งเอนหลังพิงขอบเตียง พลางเกากีต้าร์เพื่อเลือกเสียงตัวโน้ต โดยมีซายูรินอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นข้างๆคอยช่วยจดโน้ตบ้าง บางครั้งก็ช่วยออกความเห็น บางครั้งก็ฮัมทำนองเพลงตาม ไหนพี่ลองเล่นตั้งแต่ต้นอีกครั้งสิคะ มาซาอิขยับนั่งตัวตรงวางแผ่นกระดาษที่จดโน้ตเพลงตรงหน้าแล้วดีดกีต้าร์เป็นท่วงทำนองเพลงที่ไพเราะเพราะพริ้งเพลงหนึ่ง ซายูรินอนพาดศีรษะกับต้นขาข้างหนึ่งของเขา หลับตาฟังเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจ บางท่อนอดส่งเสียงร้องฮัมตามมิได้ จนกระทั่งเพลงจบเด็กสาวค่อยลืมตาขึ้นปรบมืออย่างยินดี เพราะจังเลยคะพี่ พี่แต่งเพลงนี้ได้เยี่ยมมากเลยล่ะรู้มั้ย หนูว่าบีโธเฟ่นก็ยังแต่งไม่ไพเราะเท่านี้ ชมมากไป โอเว่อร์ไปหน่อยแล้วยัยซายูริ ปากส่งเสียงปรามอย่างหมั่นไส้แต่ในใจกลับแอบรู้สึกปลาบปลื้ม ซายูริขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ต่อไปก็เหลือเพียงใส่เนื้อร้อง พี่ใหญ่ เพลงนี้พี่แต่งให้หนูนะคะ อืมม์ เรื่องนี้ต้องขอคิดดูก่อนนะ มาซาอิทำเป็นเล่นตัว น่า...นะ... ซายูริอ้อนขอพลางกอดแขนพี่ชาย พี่ใหญ่คนดี๊คนดี...นะคะ... มาซาอิหัวเราะพลางยื่นมือขยี้ผมน้องสาว พี่ว่าชาติก่อนเธอต้องเป็นแมวแหงๆ เวลาเธออยากได้อะไรแล้วจะอ้อนเหมือนลูกแมวเลย ใช่แล้ว หนูเป็นแมว เมี้ยว เมี้ยว ซายูริแกล้งเอาศีรษะไชที่สีข้างของพี่ชายพลางส่งเสียงร้องเหมือนแมว มาซาอิทั้งจั๊กกะจี้ทั้งขันในความขี้เล่นของน้องสาว ถึงกับหัวเราะเสียงดังพลางวางกีต้าร์กระโดดหนีขึ้นบนเตียง แต่ซายูริยังคงตามไปแกล้งจนกลายเป็นเล่นวนไล่จับกันรอบห้อง เสียงเล่นกันโครมครามทำให้โมริที่เดินผ่านมาหน้าห้องต้องเปิดประตูเข้ามาดู ป้าโมริช่วยผมด้วย! มาซาอิรีบวิ่งเข้าไปแอบหลังโมริ ปีศาจแมวเข้าสิงยายซายูริซะแล้ว หากแต่...ดึกของคืนนั้นภายในห้องนอนของซายูริ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นซายูริจะทำสีหน้าร่าเริงแจ่มใส แต่เวลาอยู่ตามลำพังเด็กสาวกลับใจลอย ยิ่งพอนึกถึงคำพูดของไอซา ก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความหมายในคำพูดของเขาราวกับว่าความจริงแล้วเธอมิใช่ลูกของคุณพ่อ ซึ่งจะว่าไปแล้ว การได้พบกับไอซาก็เสมือนสิ่งที่มาบ่งบอกว่า ความเป็นมาของเธอน่าจะมีเบื้องหลังบางอย่าง มิฉะนั้นไอซาคงไม่พูดอยู่เสมอว่า เธอสูญเสียความทรงจำ คงไม่เรียกเธอว่า อาเซนธาเรีย ที่ผ่านมาเธอพยายามปฏิเสธไม่อยากนึกถึง แต่ความสงสัยที่พอกพูนขึ้นทุกขณะทำให้อดคิดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่กล้าถามคุณพ่อ บางทีป้าโมริก็อาจรู้เรื่องนี้ เพียงแต่ไม่ทราบว่าพี่มาซาอิจะรู้ด้วยรึเปล่านะ? วันนี้ถามไอซาให้รู้เรื่องไปเลยดีไหม เด็กสาวตั้งคำถามนี้กับตนเอง แล้วถ้าความจริงปรากฏว่า เธอมิใช่ลูกคุณพ่อจริงๆ เธอจะทำอย่างไร? นึกถึงตรงนี้ ต้องยกหมอนขึ้นกดใส่ศีรษะตนเองด้วยความกลัดกลุ้ม! เพราะนอนไม่หลับ ซายูริจึงออกมาเดินเล่นข้างนอก ระหว่างผ่านหน้าห้องมาซาอิก็ได้ยินเสียงกีต้าร์ดังมาจากในห้อง คาดว่าอีกฝ่ายคงยังไม่นอน จึงยกมือขึ้นจะเคาะประตูเรียก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ หมุนกายเดินถอยออกมา อันที่จริงมาซาอิก็ยังไม่นอน เขากำลังแต่งเนื้อร้องให้กับเพลงซึ่งเขากับซายูริช่วยกันแต่งทำนองไว้เมื่อตอนเย็น เขามีพรสวรรค์ด้านดนตรีมาตั้งแต่เล็ก แต่งเพลงไว้ไม่น้อย ครั้งนี้คัดเลือกมาห้าเพลงเพื่ออัดลงแผ่นซีดี เพลงที่กำลังแต่งอยู่นี้ถือเป็นเพลงเอกของตลับ โดยเขาคิดจะมอบเพลงทั้งชุดนี้ให้น้องสาวเป็นของขวัญวันเกิด เขาปรึกษาเรื่องนี้กับผู้เป็นบิดาแล้ว อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีจึงให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่าว่าแต่ธุรกิจที่ตระกูลโทชิกาวาทำอยู่ในตอนนี้เกี่ยวข้องอยู่ในวงการเพลง ทั้งยังมีสตูดิโอเป็นของตนเองอยู่หลายแห่ง เรื่องจะให้บุตรชายขอยืมใช้สตูดิโออัดแผ่นเสียงเพียงไม่กี่ชั่วโมงย่อมไม่เป็นปัญหา พรุ่งนี้มาซาอิจะเริ่มไปอัดเสียงเป็นวันแรก แน่นอนเรื่องนี้ย่อมเป็นความลับไม่ให้ซายูริรู้! เสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน มาซาอิเงยหน้ามองนาฬิกา อ้าปากหวอดแล้วเหลียวหน้าไปที่เตียง มองดูตุ๊กตาผ้าตัวพิ้งค์แพนเตอร์ในชุดกะลาสีเรือสีขาวแขนขายาวแล้วอดหัวเราะหึหึในลำคอไม่ได้ นั่นก็คือของขวัญที่น้องสาวจอมซนคนนั้นมอบให้เขาในวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่าตอนนั้นพอเขาแกะห่อของขวัญออกดูก็ถึงกับต้องหัวเราะออกมา นี่เหรอของขวัญชิ้นพิเศษของเธอ? เขาถามอย่างสงสัย ไอ้ตุ๊กตาเนี่ยมันพิเศษยังไงเหรอ? ตอนนั้นเธอบอกเขาว่า หนูรู้ค่ะว่าพี่ไม่เล่นตุ๊กตา จึงต้องไม่เคยมีตุ๊กตาแน่ๆ หนูก็เลยซื้อของที่พี่ไม่มีให้พี่ได้มีเป็นครั้งแรก ของชิ้นแรกในชีวิต ไม่ถือว่าเป็นของชิ้นพิเศษรึไงคะ? พอได้ฟังเหตุผลของเธอก็นับว่าไอเดียเข้าทีดี เขาวางเจ้าพิ้งค์แพนเตอร์ไว้บนเตียง หลังจากที่ได้ทำความคุ้นเคยกันมันมาระยะหนึ่ง ในตอนหลังค่อยรู้สึกชอบและ ผูกพันต่อมันขึ้นมา เวลาเดียวกันนั้นทางด้านซายูริ.... ไอซาพาเธอไปฝึกวิชาที่ถ้ำแห่งเดิมอีก ผลการฝึกของเธอนับว่าก้าวหน้าไปมาก เขายังสอนเธอเพิ่มเติมเรื่องทักษะในการต่อสู้ทั้งแบบรับและรุก สอนการใช้อาวุธซัด ซึ่งเด็กสาวก็ตั้งใจเรียนอย่างยิ่ง แต่ไอซากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะตั้งใจเรียนมากไปหน่อยจนผิดสังเกต วันนี้เธอเป็นอะไรไปรึเปล่า? เปล่านี่ ทำไมเหรอ? เห็นทุกวันเธอมักพูดไม่หยุด มาวันนี้กลับไม่ค่อยพูดเอาแต่ฝึกอย่างเดียว แล้วไม่ดีเหรอ คุณจะได้ไม่รู้สึกรำคาญ ฉันดูออกว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจต่างหาก คนที่อยู่ในสภาพไม่รู้อะไรคือจริงอะไรคือความฝันอย่างฉัน หากสบายใจได้ก็แปลกแล้ว ตอนนี้ฉันสับสนไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร กำลังทำอะไรและต้องทำอะไร? ฉันเห็นใจเธอ และฉันก็พยายามช่วยอย่างถึงที่สุดแล้ว ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณไม่อธิบายเรื่องทั้งหมดให้มันชัดออกมาซะเลยล่ะ? ถ้าฉันรู้ว่าควรอธิบายยังไง ฉันก็บอกเธอไปนานแล้ว เรื่องทั้งหมดจะคลี่คลายลงได้หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ตัวเธอคนเดียว พวกเรากำลังรอคอยเธอฟื้นความทรงจำกลับคืนมา แต่ฉันไม่สามารถช่วยเธอได้ในเรื่องนี้ ฉันช่วยได้แต่เพียงช่วยฟื้นฟูพลังให้เธอเท่านั้น.. ซายูริฉุกใจคิด ไอซา ตะกี้คุณใช้คำว่าพวกเรา... คุณหมายถึงยังมีใครอีกเหรอ? อย่าให้ฉันอธิบายอะไรในตอนนี้เลย ฉันทำไปเพราะหวังดีต่อเธอไม่อยากทำให้เธอรู้สึกสับสนไปมากกว่านี้ สิ่งที่เธอต้องเจอ เธอก็จะได้เจอเอง ปล่อยให้มันค่อยๆดำเนินไปตามขั้นตอนของมันจะไม่ดีกว่าหรือ? ไอซา เธอส่งเสียงขึ้นอย่างลังเลก่อนที่จะตัดสินใจถาม บอกฉันได้มั้ย ฉันเป็นลูกสาวของครอบครัวโทชิกาวาจริงๆหรือเปล่า? ไอซาไม่ตอบ กลับเอ่ยช้าๆว่า ถ้าเธออยากรู้ความจริง พรุ่งนี้เลิกเรียนก็อย่าเพิ่งกลับบ้าน ลองเดินไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตสิ่งรอบกายให้ดี ฉันจะไม่บอกว่ามีอะไร นี่คือการทดสอบบทหนึ่งจากฉัน หวังว่าเธอจะสอบผ่านนะ อาเซนธาเรีย หลังเลิกเรียน มาซาอิบอกให้ซายูริกลับบ้านไปก่อนเพราะเขามีนัดทำกิจกรรมกลุ่มกับเพื่อน ซึ่งความจริงแล้วเขามีนัดกับทางสตูดิโอต่างหาก ซายูริก็ไม่รบเร้าขออยู่รอเพื่อกลับพร้อมกัน เพราะเธอเองก็มีนัดกับบททดสอบของไอซา เธอโกหกคนขับรถว่าเธอจะอยู่รอพี่ชาย ให้อีกฝ่ายกลับบ้านไปก่อน จากนั้นเดินออกมาเรื่อยๆจากโรงเรียนกลับบ้าน ระหว่างทางซายูริระวังตัวเต็มที่ หลังการฝึกกับไอซา ปฏิกิริยาตอบโต้ของเธอนับว่าไวขึ้นกว่าเดิมมาก ในที่สุดเธอก็พบว่าตนเองถูกสายตาคู่หนึ่งตามจับตามองอยู่ห่างๆตลอดเวลา ฝ่ายตรงข้ามเป็นใครกันแน่? ความระแวงแกมสงสัยก่อตัวขึ้นในใจของเด็กสาว! แต่เธอหาได้รู้สึกกลัวไม่ อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณบอกเธอว่าอีกฝ่ายไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อเธอ อย่างไรก็ตาม เธอก็ตกลงใจว่าจะสืบให้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่? ในที่สุดซายูริก็คิดแผนเด็ดได้ จึงเดินเข้าสู่ห้องน้ำสาธารณะ ค่อยล้วงตลับเงินวิเศษออกมาจูบเบาๆ ไอซาเย มิงไวฮายิน... ขาดคำ ฝาตลับก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆ ปุ่มสีเหลืองถูกใช้คำนวณหาจุดเปิดของประตูมิติตำแหน่งในระยะร้อยเมตร บนส่วนฝาตลับด้านซึ่งคล้ายจอมอร์นิเตอร์ปรากฏภาพแสดงแผนผังสามมิติเป็นรัศมีสามร้อยหกสิบองศา เมื่อคลื่นสแกนพบตำแหน่งปลอดภัยแล้ว เด็กสาวก็ยิ้มอย่างพอใจ รีบกำหนดเป้าหมายลงไปตรงนั้นทันที เอาตรงนี้ก็แล้วกันนะ จากนั้นหมุนผลึกรูปดาวสีแดง เลื่อนปลายด้านที่มีสีทองมาตรงปุ่มสีเขียวเพื่อเปิดใช้ประตูมิติตำแหน่ง ทันใดนั้น ผลึกรูปดาวเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นวูบหนึ่ง ตรงหน้าปรากฏเงาสีดำทะมึนรูปวงรีแนวตั้งขนาดเท่ากับประตูทั่วไปบานหนึ่ง นี่เป็นการใช้กุญแจเปลี่ยนมิติตำแหน่งเป็นครั้งแรก ซายูริรู้สึกกล้าๆกลัวๆระคนตื่นเต้นอยู่บ้าง ลังเลเล็กน้อยค่อยก้าวเข้าสู่เงาดำนั้น เงาวงรีสีดำคล้ายภาพลวงตารูปฉากบางๆ พอก้าวเข้าไปก็ข้ามผ่านพ้นออกมา เห็นเบื้องหน้าเป็นหลังพุ่มไม้ลับตาคนแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากห้องน้ำสาธารณะประมาณร้อยเมตร โอ! ในที่สุดเราก็ใช้มันได้แล้ว มันใช้การได้จริงๆด้วย ซายูริแอบร้องในใจด้วยความยินดี จากนั้นรีบระงับความตื่นเต้น ค่อยๆย่องออกมาจากหลังพุ่มไม้ จ้องมองรถเก๋งสีเทาคันนั้น แอบจำหมายเลขทะเบียนรถไว้ในใจ แล้วยิงรังสีจับสัญญาณจากตลับเงินวิเศษไปที่รถ ชายลึกลับในรถเหมือนจะคอยอยู่นานจนรู้สึกเอะใจที่ไม่เห็นซายูริออกมาจากห้องน้ำ จึงฉุกใจคิดได้ว่าเป้าหมายอาจเริ่มรู้ตัว เขาจึงรีบขับรถจากไป ซายูริขอความช่วยเหลือจากปุ่มสีเหลืองอีกครั้ง จับตำแหน่งของรถเก๋งคันนั้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดจิ๋ว ประมาณสิบนาทีผ่านไป รอจนจุดกระพริบบนจอภาพไม่มีการเคลื่อนที่จึงค่อยคำนวณหาระยะทางและตำแหน่งของอีกฝ่าย หลังจากค้นหาจุดปลอดภัยของอีกด้านหนึ่งได้แล้วค่อยใช้ปุ่มสีเขียวเปิดประตูเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง การเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ค่อยรู้สึกว่าสถานที่ที่ตนเองมาปรากฏกายเป็นที่ที่อันค่อนข้างคุ้นตาแห่งหนึ่ง ที่แท้เป็นเพราะที่นี่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอสักเท่าใดนักนั่นเอง จากนั้นจึงพบว่าคนลึกลับที่ลอบจับตามองเธอคนนั้นเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้ๆกับบ้านของเธอนั่นเอง แล้วคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ เขาจะเป็นคนพวกเดียวกับไอซารึเปล่านะ ชายลึกลับผู้นั้นเดินออกจากรถเข้าไปในลิฟต์ของอพาร์ตเมนต์ ดูจากไฟตัวเลขเหนือประตูทำให้ทราบว่าเป็นชั้นที่ห้า จึงหลบเข้าไปยังมุมลับตาคน เปิดประตูมิติเข้าสู่ห้องพักของคนผู้นั้นอย่างเงียบกริบ เวลานั้นอีกฝ่ายกำลังอยู่ในห้องน้ำ เด็กสาวจึงถือโอกาสแอบตรวจตราดูสภาพภายในห้องอย่างคร่าวๆ พบว่าบนโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายวางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คที่ต่อเข้ากับเครื่องรับส่งแฟกซ์ ข้างๆเป็นกล้องวีดีโอดิจิตอลขนาดเล็ก กล้องส่องทางไกลและกล้องถ่ายรูป ลองไปยืนที่ริมหน้าต่างทางทิศเหนือ แหวกผ้าม่านมองออกไปก็เห็นด้านหน้าคฤหาสถ์ของตระกูลโทชิกาวา หากใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูคาดว่าต้องเห็นได้ชัดเจนกว่านี้ ฝ่ายตรงข้ามเป็นใครกันแน่นะ? ทำไมต้องลงทุนเช่าอพาร์ตเมนต์ราคาแพง ใช้อุปกรณ์ตรวจจับและติดตามทันสมัยคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอด้วย ยังมีที่คำถามน่าสงสัย...เป้าหมายของอีกฝ่ายจะเป็นเธอคนเดียวหรือยังมีคนในตระกูลโทชิกาวาคนอื่นอีก? ที่ประตูมีเสียงไขกุญแจห้อง เด็กสาวรีบถลันเข้าหาที่ซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ชายสองคนเดินเข้ามา หนึ่งในสองแต่งสูทผูกเนคไทสวมแว่นดำอายุประมาณสามสิบเศษ สีหน้าท่าทางเคร่งขรึม ชายที่ติดตามมาอีกคนเหมือนจะเกรงใจคนผู้นี้อยู่ในที คอยเชื้อเชิญให้เขานั่งแล้วกระวีกระวาดไปเปิดตู้เย็นรินเบียร์ให้ ซายูริยังพบว่าภาษาซึ่งทั้งสองฝ่ายใช้สนทนากันเป็นภาษาที่ฟังคุ้นหูมาก แต่นึกไม่ออกในทีแรก ฟังอยู่ครู่หนึ่งค่อยนึกออกว่าเป็นภาษาจีน เธอเคยเรียนภาษาจีนมาบ้างถึงขั้นพออ่านออกเขียนได้ แต่ก็เป็นภาษาจีนกลาง ส่วนภาษาที่ฝ่ายตรงข้ามใช้สนทนากันเป็นภาษาจีนกวางตุ้งซึ่งเธอฟังไม่ออกเลย ขณะนั้น ชายที่อยู่ในห้องน้ำได้ออกมาทักทายชายในชุดสูท ซายูริรู้สึกขัดใจอย่างยิ่งที่ฟังคำสนทนาของฝ่ายตรงข้ามไม่ออก แต่แล้วสายตาพลันเหลือบไปเห็นเทปอัดเสียงขนาดกะทัดรัดเครื่องหนึ่งวางอยู่ใกล้ๆมือ จึงเกิดความคิดดีๆขึ้นมา ฉวยโอกาสขณะที่คนเหล่านั้นพากันเดินไปที่หน้าต่างโดยหันหลังให้และพากันส่องกล้องมองออกไปข้างนอกอยู่นั้น รีบย่องออกมา ฉวยเทปเครื่องนั้น จัดการกดปุ่มบันทึกเสียงทันที ค่อยย่องกลับไปหลบซ่อนตัวที่เดิม ทั้งสามนั่งสนทนากันเกือบครึ่งชั่วโมงค่อยยุติ ชายในชุดสูทไม่ทราบสั่งอะไรไว้กับชายอีกสองคนก่อนจากไป ซายูริรอจนทั้งสามเดินออกไปส่งกันที่ประตูค่อยแกะตลับเทปออกมาใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วหลบมายังห้องครัวเปิดตลับเงินวิเศษใช้กุญแจเปลี่ยนตำแหน่ง พาตัวเองออกมาจากอพาร์ตเมนต์แห่งนั้น... กลางดึกคืนนั้น.... ไอซามาหาซายูริเหมือนปกติเช่นทุกคืน เขาเอ่ยชมที่เธอสามารถใช้ตลับเงินวิเศษได้เป็นอย่างดี ไม่เสียทีที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาสอนให้ เหตุการณ์ในเย็นวันนี้ ถึงแม้จะเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เธอก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆได้ไม่เลวทีเดียว แล้วเธอจะจัดการกับเทปม้วนนั้นยังไง? ไอซา คุณพูดภาษากวางตุ้งได้มั้ย? ต่อให้พูดได้ฉันก็ไม่แปลให้เธอ เธอต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของเธอเอง ฉันก็ถามไปงั้นแหละ ต่อให้คุณพูดได้ฉันก้อไม่ง้อคุณหรอก ดวงตาของไอซามองซายูริด้วยประกายพราวระยับอีกครั้ง เรามาฝึกกันต่อเถอะ คืนนี้ฉันจะสอนคาถาการใช้ปุ่มสีม่วงให้เธอ ซายูริถามอย่างขัดใจ เมื่อไหร่คุณจะสอนการใช้กุญแจแห่งกาลเวลาสักทีล่ะ? นั่นเอาไว้เป็นบทสุดท้ายดีกว่า ฉันกลัวว่าเธอจะเอามันไปใช้สุ่มสี่สุ่มห้า ไอซา คุณ! อาเซนธาเรีย เพราะฉันเป็นห่วงเธอหรอกนะถึงทำแบบนี้ ซายูริอึ้งไป ลอบเม้มปากอย่างเบื่อหน่ายไม่เอ่ยปากโต้เถียงต่อไปอีก! เย็นหลังเลิกเรียนของวันถัดมา.... มาซาอิมาที่สตูดิโอเพื่อทำการบันทึกเสียงเพลงลงแผ่นซีดี ซึ่งขณะนี้ได้บันทึกเสร็จไปสามเพลงแล้ว ผู้ควบคุมสตูดิโอแห่งนั้นออกปากชมว่าเขาร้องเพลงได้ดีมาก แต่ละเพลงยังแต่งได้ไพเราะ ซึ่งถ้าหากซีดีแผ่นนี้ได้รับการออกวางจำหน่ายคาดว่าต้องขายดีอย่างแน่นอน มาซาอิหัวเราะพลางบอกว่า ถึงเขาจะชอบแต่งเพลงและเล่นดนตรี แต่ก็เป็นเพียงงานอดิเรก ไม่ได้คิดจะยึดเป็นอาชีพ จริงสิ แล้วเพลงที่เหลือไม่ทราบว่าทางคุณจะว่างอัดให้ผมได้ช่วงไหนอีก ผมอยากทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ คุณพอจะช่วยเร่งให้ผมหน่อยได้ไหมครับ? สัปดาห์นี้ทางเรามีคิวของลูกค้าแน่นมาก ถ้าจะนัดอีกครั้ง อย่างเร็วที่สุดต้องเป็นวันศุกร์นี้สักตอนเที่ยง คุณพอจะปลีกตัวมาได้มั้ยครับ ผมคิดว่าภายในวันเสาร์อาทิตย์ก็คงจะลงแผ่นให้เสร็จสมบูรณ์ได้ มาซาอินิ่งคิดแล้วตอบว่า ตกลงครับ งั้นวันศุกร์เที่ยงๆผมจะมาหาคุณก็แล้วกัน และเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ร้านแปลหนังสือแห่งหนึ่งในโตเกียว ซายูริได้จ้างร้านรับจ้างแปลให้ช่วยแปลบทสนทนาในเทปให้ วันนี้จึงแวะไปถามความคืบหน้า ทางร้านบอกว่าช่วงนี้มีงานล้นมือ จึงแปลได้เพียงครึ่งเดียว เธอบอกขอรับส่วนที่แปลได้ครึ่งหนึ่งไปก่อน ทางร้านจึงนัดให้เธอมารับอีกครึ่งที่เหลือในวันพรุ่งนี้ ทันทีที่กลับถึงบ้าน เด็กสาวรีบล็อคประตูห้องนอนแล้วเอาบทสนทนาที่แปลแล้วมาอ่านทันที เพิ่งอ่านไปได้หน้าเดียวหัวใจพลันหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม หน้าถอดสีซีดเผือด! ทางด้านดร.ยามากิมีความเคลื่อนไหวบ้างอะไรรึเปล่า? เปล่าครับ ดูเหมือนยังไม่ระแคะระคายอะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วด้านคุณหนูล่ะ? คุณฟงวางใจเถอะครับ พวกเราผลัดกันเฝ้าคอยดูเธออยู่ห่างๆทุกวัน ( มีเสียงอีกคนแย้งขึ้นมา ) แต่วันนี้...ผมรู้สึกว่าคุณหนูเหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังถูกตาม เห็นเธอเข้าห้องน้ำที่สวนสาธารณะแล้วแอบหนีไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ผมไม่อยากให้มีพิรุธจึงรีบกลับมาก่อน ฝีมือระดับคุณไม่น่าพลาดให้ถูกจับได้ นี่ถ้าเธอบอกเจ้าด็อกเตอร์นั่นแล้วไปแจ้งตำรวจจะว่ายังไง? ขอโทษครับ ต่อไปผมจะระมัดระวังให้มากกว่านี้ วันศุกร์หน้าคุณเฉินจะเดินทางมาโตเกียว ฝากพวกคุณช่วยจัดการเคลียร์ที่ทางให้เจ้านายได้เข้าพบกับฝ่ายโน้นได้สะดวกด้วยก็แล้วกัน ผมจะขอหลักฐานบางส่วนไปให้ทนายหลินเพิ่มเติม พวกเราต้องทำให้เจ้าด็อกเตอร์นั่นเถียงอะไรไม่ออกให้ได้ แล้วถ้าเขายืนกรานไม่ยอมคืนคุณหนูให้ล่ะครับ เรามีจดหมายสั่งเสียของคุณชาย ทั้งยังมีใบเกิดเป็นหลักฐาน มันเป็นแค่คนรับฝากคุณหนูเอาไว้เท่านั้น จะมีสิทธิ์อะไรมายึดตัวคุณหนูไว้ หากว่าเรื่องนี้เจรจากันไม่ได้ ก็คงต้องฟ้องร้องกันถึงชั้นศาล ซายูริวางแผ่นกระดาษในมือลงอย่างเลื่อนลอย น้ำตาแห่งความตื่นตระหนกขังคลอเต็มเบ้า เธอไม่ใช่ลูกของคุณพ่อจริงๆด้วย! ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยบอก และเธอเองก็พยายามปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่บัดนี้คำพูดของพวกเขาระบุชัด คุณพ่อเป็นเพียงผู้รับฝากเธอไว้เท่านั้น พวกเขากำลังมาตามทวงเธอกลับไปแล้ว แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดี? คุณเฉิน ที่นาย คุณฟง เอ่ยถึงไม่ทราบมีความเกี่ยวพันอะไรกับเธอ? วันศุกร์หน้า ที่ว่าคงหมายถึงวันศุกร์ที่จะถึงนี้แล้วกระมัง งั้นก็เหลืออีกแค่สี่วัน พวกเขาก็จะเดินทางมาถึงที่นี่กันแล้วสินะ เรื่องทั้งหลายกำลังใกล้ถึงจุดยุติแล้ว?! หรือว่า...ใกล้ถึงเวลาที่เธอต้องจากทุกๆคนไปแล้วจริงๆ? คุณพ่อ ?!? พี่ใหญ่...?!? ซายูริ! เสียงมาซาอิเคาะประตูเรียก นี่พี่เองนะจ๊ะ เปิดประตูให้พี่เข้าไปหน่อยสิ ได้มั้ย? เด็กสาวรีบเช็ดน้ำตาแล้วเก็บซุกกระดาษในมือใส่กระเป๋ากางเกง ค่อยลุกเดินไปเปิดประตู มาซาอิมองน้องแล้วขมวดคิ้ว ไม่สบายรึเปล่า? ดูหน้าเธอซีดจังเลยนะ เปล่าค่ะ... คงเพราะเพิ่งตื่นมั้ง หน้าตาก็เลยเป็นยังงี้ เธอโกรธพี่รึเปล่าที่หมู่นี่พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเลย? พี่มีงานของพี่ หนูจะไปโกรธพี่ทำไม อีกอย่างนึง หนูก็โตแล้วควรหัดอยู่คนเดียวบ้าง เผื่อว่าวันหน้าไม่มีพี่ หนูก็จะได้อยู่ได้ พูดแบบนี้ เขาหัวเราะ นี่กำลังตัดพ้อพี่รึเปล่าเนี่ย เอางี้นะ เธอรีบอาบน้ำแต่งตัว ประเดี๋ยวจะเราไปเที่ยวกันดีมั้ย จำได้ว่าเธอบ่นอยากทานไอศครีม พี่รู้มาว่ามีไอศครีมอยู่ร้านนึงอร่อยมากเลย กินเสร็จแล้วเราค่อยไปดูหนังกัน พี่ขอคุณพ่อและท่านก็อนุญาตแล้วด้วยล่ะ แล้วยังให้กุญแจรถยนต์ไว้ด้วย นี่ไง กล่าวพลางชูกุญแจให้ดู ซายูริมองหน้าแย้มยิ้มของพี่ชายแล้วยิ่งหดหู่ใจ แต่ก็ฝืนข่มเอาไว้ไม่แสดงออกมา พยายามยิ้มอย่างแจ่มใส ดีจังเลย งั้นรอเดี๋ยวนะคะ น้องขออาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวเดียว ระหว่างที่นั่งกินไอศครีมอยู่ในร้าน ซายูริแอบมองหน้าพี่ชายอยู่บ่อยครั้งพลางคิดในใจ พี่ค่ะ นี่ถ้าพี่รู้ว่าหนูไม่ใช่น้องจริงๆของพี่ พี่จะยังใจดีกับหนูแบบนี้อีกรึเปล่านะ? เอ้า! เอาไป มาซาอิพูดพลางตักเชอร์รี่เชื่อมจากในถ้วยไอศครีมของตนให้น้องสาว พี่รู้ว่านี่เป็นของโปรดเธอใช่มั้ย พี่ยกให้นะ ซายูริตื่นจากภวังค์ พึมพำขอบคุณ นี่มีเรื่องในใจรึเปล่า? มาซาอิอดถามไม่ได้ พี่รู้สึกว่าวันนี้ดูเธอซึมๆยังไงชอบกลนะ รึว่าโกรธอะไรพี่เหรอจ๊ะ? เปล่า ไม่มีอะไรนี่คะ เอ เกือบได้เวลาหนังเข้าแล้วล่ะ เรารีบกินกันเถอะค่ะ ซายูริรีบเฉไฉไปเรื่องอื่น มาซาอิยอมคล้อยตามแต่โดยดี แต่ในใจยังมิวายรู้สึกสงสัย หนังรอบค่ำในวันนี้เป็นเรื่อง The Last Day For Me ซึ่งเป็นหนังชีวิตเศร้า เรื่องราวกล่าวถึงหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่เดือนเดียว เธอจึงต้องการใช้เวลาที่เหลืออย่างมีค่าที่สุดกับชายคนที่เธอรักจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิต ตอนจบของเรื่องมีฉากน่าประทับใจ นั่นคือชายคนรักซึ่งครั้งหนึ่งเคยเข้าใจผิดผละจากเธอไปได้หวนย้อนกลับมาอีกครั้ง เธอขอให้เขาเป่าขลุ่ยเพลง หวนระลึกถึงวันสุขสันต์เมื่อครั้งอดีต ซึ่งเป็นเพลงเอกของหนังเรื่อง ทั้งยังเป็นเพลงที่ครั้งหนึ่ง พระเอกเคยเป่าให้เธอฟังในวันแรกที่ทั้งสองได้รู้จักกัน ความจริงเพลงนี้มีความไพเราะแฝงไออุ่นอันแจ่มใสของฤดูใบไม้ผลิ แต่เสียงขลุ่ยกลับเป่าออกมาอย่างเศร้าสะเทือนใจเหลือเกิน และเพลงไม่ทันจบหญิงสาวก็สิ้นลมจากไปอย่างเงียบสงบข้างๆชายคนรัก หนังเรื่องนี้มีฉากที่ซาบซึ้งและสะเทือนใจหลายฉากเรียกน้ำตาผู้ชมเป็นระยะ ซายูริดูไปก็หวนนึกถึงสภาพของตัวเองในเวลานี้ไป ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแต่อย่างใด แต่อีกไม่นานเธอก็ต้องจากทุกคนที่เธอรักในครอบครัวนี้ไปแล้วเช่นกัน ซึ่งก็เสมือนได้ตายไปจากสภาพชีวิตเดิมที่เป็นอยู่ จึงดูไปร้องไห้ไป มาซาอิที่นั่งอยู่ข้างๆต้องคอยยื่นกระดาษทิชชูส่งให้เป็นระยะ ออกจากโรงหนังแล้วซายูริยังนั่งซึมมาในรถ ผู้เป็นพี่ชายอมยิ้มถอนใจพลางส่ายหน้า พี่ก็บอกแล้วไงว่าให้ดูอีกเรื่องที่เป็นหนังตลกดีกว่า เธอก็ยังจะดูเรื่องนี้ เห็นมั้ย ดูแล้วนั่งร้องไห้ตลอด หนังจบยังอารมย์ค้างต่อ นี่ยังไม่หายเศร้าอีกเหรอเนี่ย หือ? แล้วพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือคะ หนังเศร้าจะตายไปพี่กลับนั่งหัวเราะ จริงอยู่นะที่หนังมันเศร้า... เขาหัวเราะ แต่พอพี่หันไปเห็นเธอกับคนข้างๆนั่งเช็ดน้ำตากันป้อยๆแล้วก็อดขำไม่ได้น่ะ มันตลกดี อือนะ แต่บางที...คงเป็นเพราะพี่เห็นว่ามันเป็นหนังที่เขาแสดงมั้ง ก็เลยดูไปแล้วก็รู้สึกงั้นๆ ฮึ! หนูว่าท่อน้ำตาพี่คงอุดตันใช้ไม่ได้ไปแล้วมากกว่ามั้ง เวลาไปดูหนังเศร้าทีไรไม่เคยเห็นพี่ร้องไห้สักครั้งเดียว เห็นนั่งหัวเราะทุกที ระวังเหอะ จะโดนคนที่นั่งข้างๆเขม่นตีหัวเข้าให้สักวัน มาซาอิหัวเราะหึหึ ส่ายหัวไม่พูดอะไรต่อ ซายูริเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นอย่างกะทันหัน พี่คะ แล้วเนื้อเพลงๆนั้นพี่แต่งไปถึงไหนแล้ว อ๋อ...ขอโทษทีนะ ช่วงนี้พี่งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลาได้แต่งต่อ เขาพูดโกหกได้อย่างหน้าตาย ซายูริกล่าวอย่างเศร้าสลด พี่ใหญ่คะ ถ้าหากวันไหนที่หนูต้องไปจากพี่ หนูอยากให้พี่ช่วยเล่นเพลงนี้ให้ฟังก่อนที่เราจะต้องแยกจากกันได้มั้ยคะ? หึหึ พี่ว่านะ เธอดูหนังจนเพี้ยนไปซะแล้วมั๊ง นี่ยังอารมย์ค้างไม่หายอีกเหรอ ซายูรินิ่งงันไปอีกครั้ง เสเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกรถอย่างซึมเซา มาซาอิหันมามองน้องสาวแล้วยิ้ม ยื่นแขนอีกข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยรถโอบร่างน้องเข้ามาอิงกับไหล่ของตนเองพลางปลอบโยนว่า เด็กโง่...อย่าคิดมากสิ หนังมันก็คือหนังนะ เป็นเรื่องที่เขาสร้างให้คนดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เอาล่ะจ้ะคนดี ลืมหนังเรื่องเมื่อตะกี้ไปให้หมดนะจ๊ะ หิวรึยัง? เราไปหาอะไรกินกันมั้ย พี่ใหญ่คะ หือ มีอะไรอีกเหรอ? จำได้ว่าตั้งแต่เล็กจนโต พวกเรามักทำอะไรด้วยกันเสมอ เรียนหนังสือก็อยู่ห้องเดียวกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน แต่ในโลกนี้ไม่มีการอยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์ คงต้องมีสักวันที่เราต้องแยกจากกัน... เขาส่ายหน้าช้าๆพลางหัวเราะ แขนโอบกระชับร่างนั้นแนบแน่นกว่าเดิม พลางตบไหล่เธอเบาๆกล่าวอย่างเอาใจ เออ! ฟังพูดเข้าสิเด็กคนนี้ นี่คงไปจำคำพูดจากในหนังมาใช่มั้ย เอาเป็นว่าพี่ให้สัญญานะ ว่าต่อไปหลังเลิกเรียน พี่จะไม่อยู่ทำกิจกรรมกับเพื่อนอีกแล้ว และพี่จะไม่จากไปไหนอีกโดยทิ้งน้องสาวคนนี้ไว้คนเดียวอย่างเด็ดขาด ว่าไงจ๊ะ พอใจรึยัง? ซายูริน้ำตาคลอพูดอะไรไม่ออก เอนร่างอิงศีรษะกับไหล่ของพี่ชายอย่างนั้น นิ่งและนาน...! คืนนี้ ไอซามาพบซายูริดังเช่นทุกคืน เห็นเธอมีอาการซึมเศร้าจึงเปลี่ยนบรรยากาศ พาเธอไปยังหน้าผาริมทะเล ซึ่งมีทัศนียภาพรอบข้างสวยงามแห่งหนึ่ง แต่ยังคงไม่อาจทำให้เธอแจ่มใสขึ้นมาได้แม้แต่น้อย ฉันเข้าใจนะว่าเธอรู้สึกยังไง แต่เธอไม่ควรทำตัวแบบนี้ ไอซา...ฉันไม่ไปฮ่องกงได้มั้ย? ฉันอยากอยู่กับทุกคนที่นี่ ไม่ได้ ยังไงปู่ของเธอก็ต้องพาเธอกลับไป ถ้าเรื่องนี้ตกลงกันได้ด้วยดี พวกเธอสองตระกูลก็จะเป็นมิตรต่อกัน แต่ถ้าต้องถึงขั้นฟ้องศาล ต่อไปคงต้องบาดหมางถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด แล้วเธอที่เป็นคนกลางก็จะลำบากใจที่สุด ครอบครัวโทชิกาวามีบุญคุณต่อเธอ เธออยากทำให้พวกเขาต้องลำบากเพราะเธอรึไง? ซายูริเอะใจขึ้นมา รึว่า...คุณเฉินที่คนพวกนั้นเอ่ยถึง...ก็คือปู่ของฉัน? ใช่ ชื่อเฉินเป่าหลิง คือชื่อที่พ่อแท้ๆของเธอแจ้งในใบเกิดให้เธอ แล้วทำไมคุณกลับเรียกฉันว่า อาเซนธาเรีย? เรื่องนั้นมันยาว อย่าเพิ่งถามอะไรในตอนนี้เถอะนะ รับปากฉันได้ไหมว่าเธอจะยอมกลับฮ่องกงแต่โดยดี? ฉัน... พูดได้คำเดียวก็ร้องไห้ อย่าบังคับฉันได้มั้ย ไอซานั่งลงข้างๆยื่นมือตบไหล่เธอเบาๆ น้ำเสียงที่กล่าวนั้นอ่อนโยนลงกว่าเดิม เพียงแค่จากไกลหาใช่ตายจาก... ขอเพียงยังอยู่บนโลกใบเดียวกัน ทำไมต้องกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาหาพวกเขาที่นี่อีก ทางด้านโน้นยังมีเรื่องมากมายที่เธอต้องเจอ หากเธอไม่เข้มแข็ง เธอจะเผชิญเรื่องราวต่อไปได้อย่างไร ซายูริ... ปกติเธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ซายูริคนเดิมหายไปไหนแล้ว ฉันขอร้องเถอะนะ...กลับมาเป็นซายูริคนเดิมได้มั้ย? เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกเธอว่า ซายูริ เหมือนมีพลังประหลาดแผ่จากมือข้างนั้นไหลซึมเข้าสู่ร่างของเธอ เด็กสาวรู้สึกอบอุ่นและปลอดโปร่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ขอบคุณค่ะ ............................. จาก : kjb - 02/02/2001 15:56 |
|
ข้อความ : โฮ่....อ่านจนมึน ลายตาแล้ว @_@ จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 02/02/2001 18:12 |
|
ข้อความ : Now, I just finish chapter 8 and go on to chapter 9.
Can you check the song in your page. I can't get my hand on the song "..ด้วยรักและผูกพัน.." is broken. Thank you. จาก : MrT - 03/02/2001 03:07 |
|
ข้อความ : สำหรับเพลง MP3 ประกอบในนิยายอาเซนธาเรียนั้นได้รับการอนุเคราะห์ช่วยแต่งทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานพร้อมขับร้องให้โดยคุณคนไทยในลอนดอนทั้ง 4 เพลงค่ะ แต่เนื่องจากเพลงบางเพลงนั้นได้ฝากไว้ใน server ที่คุณคนไทยฯ ใช้อยู่คงเป็นไปได้ว่าตอนนี้บางเพลงถูกลบออกไปแล้ว แต่ว่าผู้เขียนได้โหลดทุกเพลงมาเก็บไว้แล้ว ขอเวลาสักระยะไว้ว่างสักนิดแล้วจะสมัครหา free server สักแห่งมาอัปโหลดเพลงไว้ให้ download กันใหม่นะคะ ^O^ จาก : kjb - 03/02/2001 08:28 |
|
ข้อความ : เอ..เข้าไปเช็คแล้วยังโหลดได้นะคะ
เพลง "ด้วยรักและผูกพัน" ที่ http://www.geocities.com/acentharias/masa_ei.mp3 เพลง "รักในรอยแค้นที่ " ที่ http://infoeng.ee.ic.ac.uk/~thasri/kjb/actr.mp3 แต่ชอบเพลง "รักในรอยแค้น" ที่สุดค่ะ "... ยังจดจำความสัมพันธ์สัญญารัก ที่สลักรอยฝันอันแสนหวาน หากรอยแค้นผูกฝังแน่นในดวงมาลย์ ดุจไฟผลาญรักเราให้ไหม้มลาย . ... แต่ใจฉันยังผูกพันมั่นในรัก จิตสลักความหวานอยู่มิรู้หาย คำสัญญายังมั่นคงไม่คลอนคลาย ถึงชีพวาย แต่รักนั้น นิรันดร .. หากแต่รักเราเป็นรักในรอยแค้น จึงเจ็บปวดสุดแสนจะไถ่ถอน อโหสิเถิดหนาอย่าตัดรอน ขอวิงวอนอย่าถือโกรธโทษลงทัณฑ์ ...ความสัมพันธ์เราเปลี่ยนไปไม่หวนกลับ รักสลายลาลับเหลือเพียงฝัน ชาตินี้คง ไร้วาสนามารักกัน หวังชาติหน้าคงมีวันได้สมจินต์ ." จาก : kjb - 03/02/2001 13:44 |
|
ข้อความ : Thank you. ^-^ จาก : MrT - 04/02/2001 08:39 |