หัวข้อ : บทความเสริมเรื่อง “เทพบุตรผู้พิทักษ์” (มาให้อ่านกันเล่นๆ)
ข้อความ :
อืม.. เอามาให้อ่านกันเล่นๆ ไม่รู้จะเขียนมั่วอ่านแล้วยิ่งงงรึเปล่านะ จะว่าวิจารณ์ตัวละครก็ไม่เชิง จะว่าเรื่องย่อก็ไม่ใช่ มันปนกันมั่วดี เอามาลงให้อ่านเล่นๆดูน่ะคะ..ว่าแต่อาจจะยาวไปหน่อยนะ..แหะๆๆ

………………………………………………………………..

1. ทำไมต้องมีวังรัชทายาทและสี่ขุนพลผู้พิทักษ์ ตำแหน่งนี้สำคัญอย่างไร ?

อาณาจักรโอเมรอสปกครองโดยราชวงศ์รามิเนียล กษัตริย์เปรียบดังสมมุติเทพ.. เชื่อกันว่ากษัตริย์รามิเนียลสืบเชื้อสายมาจากองค์เทพเจ้า เทพผู้พิทักษ์ราชวงศ์คือเทพมังกร ราชวงศ์รามิเนียลมีกฎมณเฑียรบาลให้กษัตริย์แต่งตั้งองค์รัชทายาท มีพระราชอำนาจเพียงเป็นรององค์กษัตริย์ และองค์รัชทายาทจะมีขุนพลผู้พิทักษ์ได้ 2- 4 คน ซึ่งขุนพลผู้พิทักษ์คัดเลือกมาจากบุตรของขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อให้ขุนผู้พิทักษ์ทั้งสี่ต่อไปภายหน้าคือผู้รั้งตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์บัลลังก์ในอนาคต หรืออาจจะกล่าวได้ว่า.. ธรรมเนียมการแต่งตั้งสี่ขุนพลผู้พิทักษ์หลังการแต่งตั้งองค์รัชทายาทนั้น ได้กลายเป็นกฏมณเฑียรบาลอีกข้อหนึ่งของราชวงศ์รามิเนียลไปแล้ว

เรื่องนี้ได้สร้างตัวละครสี่ผู้พิทักษ์ ที่มีนิสัยใจคอแบ่งออกคล้ายๆสี่ธาตุเหมือนกัน แต่จะเน้นไปทางพลัง หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติมากกว่า นั่นคือเมื่อ เทพมังกรมี สัตว์เทพในตำนาน 4 ชนิดเป็นบริวาร ราชวงศ์รามิเนียลจึงมี กฎมณเทียรบาลให้กษัตริย์มี 4 แม่ทัพคู่บัลลังก์คอยผู้พิทักษ์ มาถึงรุ่นของเจ้าชายเมราซัส มีผู้พิทักษ์ 4 คน คือ ชิริน คาลาธ ซาทากะ และ ริวจิล
เจ้าชายเมราซัสคือทายาทแห่งเทพเจ้า คือตัวแทนแห่งเทพมังกร ส่วนผู้พิทักษ์ทั้งสี่นั้น ได้แบ่งออกเป็น ลม ฟ้า ฝน ไฟ และสัตว์เทพทั้งสี่ของเทพมังกรคือ พญาราชสี นาคราช นกฟีนิกซ์ และเพกาซัส

พญาราชสีห์ ตัวตัวแทนแห่ง ฟ้า... (หรือ สายฟ้า วชิระ )
ความหมายคือพลังอำนาจ อันเกรี้ยวกราดและรุนแรง ความเข้มแข็ง
และหากเปรียบกับธาตุ.. พญาราชสีคือ ธาตุดิน.. ทั้งยังหมายถึงความเป็นจ้าวป่า จ้าวแห่งสัตว์บนพื้นพิภพ
ชิรินคือตัวแทน แห่ง สายฟ้า และราชสีห์
เขาปกตินิสัย สุภาพ สงบนุ่มลึก หนักแน่น แต่หากบทโกรธขึ้นมาก็เกรี้ยวกราดรุนแรง
ฝีมือประจำตัวของเขาคือ พลังฝ่ามือ ชิรินจะไม่นิยมอาวุธ จุดเด่นของเขาคือมีพลังคอธขั้นสูงกว่าใครทั้งสี่


นกฟีนิกซ์คือตัวแทนแห่ง..ไฟ ( อัคคี )
ความหมายคือ ความรุ่มร้อน ความอบอุ่นและอ่อนโยน ไฟมีความแตกต่างจากฟ้า ตรงที่ไฟยืดหยุ่นกว่า
เปลวไฟอ่อนลู่ได้ตามสภาวะ บางครั้งจึงดูคล้ายโลเล ไม่คงสภาพ ไร้กฎเกณฑ์
นกฟีนิกซ์ยังมีความหมาย..มันคือนกอมตะ ที่เมื่อถึงอายุขัยก็จะเผาไหม้ตัวเองด้วยไฟ แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
คาลาธเหมาะสมเป็นตัวแทนของนกฟีนกส์และไฟอย่างยิ่ง
เขาเป็นคนฉลาดแต่ใจร้อน มักพลาดพลั้งเพราะอารมณ์เป็นเหตุหลายครั้ง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เขาก็จะสุขุมขึ้น
กลายเป็นคาลาธคนใหม่ เขาจึงคล้ายนกฟีนิกซ์ ที่เมื่อไฟลุกไหม้เผาตัวเองก็จะฟื้นขึ้นมาเป็นนกตัวใหม่
นอกจากนี้.. คาลาธเป็นคน รักใครรักจริง แค้นใครก็แค้นเข้ากระดูกดำ เปลือกนอกเหมือนโลเล แต่แท้จริงเป็นคนที่มั่นคงมาก
นิสัยของคาลาธยังไม่ค่อยมีกฏเกณฑ์ เขาชอบทำตัวตามสบาย วิชาประจำตัวที่สร้างชื่อ คือวิชาแปลงโฉม กับวิชาการสะกดรอย
(แต่น่าแค้นใจนะ.. ทั้งๆที่เก่งเรื่องวิชาสะกดรอย แต่มาพลาดถูกฝ่ายมารลอบสะกดรอยติดตามเขาจนเข้าสู่สุสานเทพกษัตริย์ได้
เป็นเหตุให้เซซิออลผู้มีพระคุณ ต้องถูกฆ่าตายอย่างอนาถ..เฮ้อ..หมองูตายเพราะงู )

นาคราชคือตัวแทนแห่ง..ฝน ( พิรุณ) หรือ ธาตุน้ำ
น้ำเป็นตัวแทนแห่งความอ่อนโยน อ่อนไหว มากน้ำใจ
นาคราชคือเทพผู้ประทานฝน...
ฝนคือความสดชื่น แต่บางครั้งยามฝนกระหน่ำหนักก็ให้ความรู้สึกที่รุนแรง
ท่ามกลางสายฝนพรำ..บางครั้งก็ให้บรรยากาศอันหดหู่
ฝน จึงเป็นตัวแทนแห่งศิลปิน
ซาทากะ นับเป็นศิลปินผู้หนึ่ง เขารักธรรมชาติ รักการวาดรูป ตลอดจนการแต่งโคลงกลอนดนตรี
นิสัยของซาทากะ สันโดษ เปลือกนอกแข็งกร้าวเย็นชา แท้จริงอ่อนไหวมากน้ำใจ
วิชาเด่นประจำตัวของซาทากะคือเพลงดาบ แต่เขาน้อยครั้งที่จะใช้มัน... ซาทากะไม่ชอบการสังหาร
เขายังเก่งวิชาแพทย์...เขาชอบการให้ชีวิต มากกว่าการคร่าชีวิต

เพกาซัสเป็นตัวแทนแห่งลม...
ลมคือความอิสระ ความร่าเริงและอ่อนไหว แต่ลมใหญ่ดังเช่นพายุก็รุนแรง ยากที่ใครจะสะกัดได้
เพกาซัส ... ม้าขาวมีปีก ..ก็ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ อิสระเริงร่า...
ริวจิลเหมาะกับ ตัวแทนแห่งลม และ เพกาซัส
ริวจิลอ่อนโยน..อิสระ ร่าเริงแจ่มใส นิสัยบริสุทธิ์เหมือนเด็กๆ เขาอ่อนไหวแต่ก็จริงจังต่อทุกคนที่เขารัก
หากแต่เวลาที่เขาโกรธแค้น..ริวจิลก็เหมือนพายุลูกใหญ่ลูกหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถสะกัดขวางเขาได้
ริวจิลก็เก่งด้านวิชาการสะกดรอย (เพราะแอบขอให้พี่ชายรองช่วยสอนให้) กับวิชาใต้น้ำ
มีหลายคนเคยถาม ทำไมเพกาซัส จึงมาจับคู่กับวิชาใต้น้ำ
คำตอบคือ.. ในที่นี้นิสัยใจคอของคนต่างหากที่เป็นตัวแทนแห่งเพกาซัส และลม ... ไม่ใช่วิชาประจำตัวของคนผู้นั้น
เพราะคนผู้หนึ่งหากขยัน ไขว่รู้ ก็สามรถเรียนช่ำชองได้หลายวิชา

แล้วก็จะนำไปสู่คำถามสำคัญอีกคำถาม..


2. ทำไมเรื่องนี้ถึงได้มีสัตว์เทพที่ต่างอารยธรรมกันเหลือเกิน ?

ในขณะที่พญาราชสีห์กับนาคราชนั้นเป็นทางเอเซีย นกฟีนิกซ์กับเพกาซัส นั้นฝรั่งจ๋าเหลือเกิน
คำตอบคือ...เพราะที่นี่ไม่ใช่โลกที่เราอยู่ หากแต่เป็นอีกดินแดนหนึ่ง ณ อีกห้วงมิติ
ดินแดนที่อาจเป็นแหล่งรวมอารยธรรมทั้งหลายเอาไว้อยู่ด้วยกัน อาจเป็นดินแดนที่ผู้คนเรียกว่ามิติคู่ขนานกับโลกของเรา
เป็นไปได้ไหม ถ้าหากมีรอยต่อรอยรั่วระหว่างมิติโอเมรอสและโลก จะทำให้อารยธรรมจากที่นี่รั่วผ่านมาสู่โลกของเรา
หรือว่า.. อารยธรรมจากโลกเรารั่วไปสู่โอเมรอส
ณ อีกมิติหนึ่ง สิ่งเดียวกัน อาจมีความหมายของนามและสรรพสิ่งแตกต่างกันได้ ..
ดังนั้นเมื่ออ่านเรื่องของโอเมรอส..โปรดอย่านำมาเปรียบเทียบเป็นสิ่งเดียวกับของบนโลกของเรา
เทพบุตรผู้พิทักษ์เป็นเพียงเรื่องราวแห่งตำนานเรื่องหนึ่งของโอเมรอส ที่ไม่ได้อ้างถึงมิติใหม่ เพราะอยากเน้นเขียนไปอีกแนวหนึ่ง
แต่ผู้เขียนจงใจสร้างโลกแห่งโอเมรอสขึ้น โดยใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องปูพรมนำ ก่อนที่จะไปสู่เรื่องอื่นซึ่งวางโครงไว้คร่าวๆหลังจากจบเรื่องนี้
……………………………………………………………………………

3. “คอธ” กับ “คายน์” หมายความถึงอะไร ?

ยังไม่อยากให้ความหมายของคำว่า “คอธ” ออกมา แต่อยากให้หาคำจำกัดความของคำนี้จากในเรื่องเอง เพราะ “คอธ” จะมีความหมายที่ลึกเกินกว่าจะให้คำจำกัดความได้ “คอธ” เป็นอาจหมายถึงพระเวทย์ อาจหมายถึงพลังแห่งเทพ “คอธ” สร้างขึ้นมาได้หลายทาง อาจจะได้จากการรับประทานยาวิเศษเข้าไป อาจจะฝึกเอาจากพระคัมภีร์ อาจจะถ่ายทอดให้โดยรับจากเทพเจ้าโดยตรง แต่..ผู้ที่จะมี “คอธ” หรือ ฝึก “คอธ” ได้นั้นต้องเป็นผู้ที่องค์เทพเจ้าทรงคัดเลือกมาแล้ว หรือเป็นสายเลือดแห่งองค์เทพเจ้าเท่านั้น และประการสำคัญที่สุด จะต้องเป็นผู้มีจิตใจที่มีคุณธรรม

ในเรื่องเทพบุตรผู้พิทักษ์ หรือแอบตั้งชื่อภาษาอังกฤษไว้ว่า “ The Guardian “ ตอนต้นๆ จะเอ่ยถึง “คอธ” ไว้บ้างแต่ไม่มาก เช่นตอนที่ผู้เฒ่าสายฟ้าใช้พลังรักษาไทอิล อันนี้ก็คือ “คอธ” นั่นเอง แต่ช่วงหลังๆไปจะมีเพิ่มขึ้น [b]ในตอนที่ 10
ได้เอ่ยถึง “กุญแจแห่งคอธ” ซึ่งแปลง่ายๆว่ากุญแจแห่งพระเวทย์ที่ใช้เปิดผ่าน “คอธ” ที่องค์เทพเจ้าได้สร้างไว้คุ้มครองสุสานกษัตริย์ไม่ให้ผู้ใดสามารถล่วงล้ำเข้าไปได้

คอธที่ปกป้องสุสานกษัตริย์อาจจะทำให้ไม่มีใครเห็นทางเข้าสุสาน ถ้าอธิบายอย่างปัจจุบัน ก็เหมือนการสร้างมิติพรางตาไว้ ผู้ที่ถือกุญแจแห่งคอธมีแค่องค์กษัตริย์และองค์รัชทายาท เมื่อผู้ถือกุญแจเสียชีวิต กุญแจแห่งคอธก็จะสลายไปด้วย กุญแจแห่งคอธอันนี้ จะไม่มีรูปร่าง แต่เป็นลักษณะของพลัง หรือในลักษณะของคาถา ที่สามารถเปิดผ่าน “คอธ” ที่พิทักษ์ไว้ สำหรับพวกชิริน คาลาธ ซาทากะ และริวจิล ก็จะมีกุญแจแห่งคอธเช่นกัน ตรงนี้จะเป็นกรณียกเว้น ทั้งนี้เพราะทั้งสี่เติบใหญ่อยู่ในสุสานกษัตริย์ตั้งแต่เล็กโดยได้รับการเลี้ยงดูและถ่ายทอดวิชาจากเซซิออล( เป็นใครจะมาเล่าให้ฟังในคำถามถัดไป) มาตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบเลย

”คายน์”

เมื่อพูดถึง “คอธ” (Koth) แล้วเห็นทีจะไม่พูดถึง “คายน์” (Kyn) คงไม่ได้ ขอเอ่ยให้ฟังก่อนที่จะถึงบทที่เอ่ยถึง “คายน์” ก็แล้วกัน คายน์ก็คล้ายๆกับคอธ หากแต่เป็นสิ่งที่ตรงข้าม ในขณะที่ คอธอ่อนโยนเมตตา คายน์จะดุร้ายและแข็งกระด้าง “คายน์” คือพลังแห่งมาร ความชั่วร้าย การกำเนิดของ “คายน์” เหมือนกับ “คอธ” ตรงที่คายน์ ถ่ายทอดให้กันได้ ฝึกจากพระคัมภีร์ได้ และขณะเดียวกัน คายน์สามารถจะแปลงมาจากคอธได้ นั่นคือเมื่อผู้ฝึกคอธมีจิตใจเปลี่ยนไปมาร หรือ มารที่นำคัมภีร์คอธมาฝึก หรือว่าบุคคลซึ่งไม่ใช่ผู้ที่องค์เทพเจ้าคัดเลือก หากแต่นำคอธมาฝึกโดยพละการ พลังที่ฝึกได้จะกลายไปเป็นพลังแห่ง คายน์ทันทีไม่ใช่ คอธ (ด้วยเหตุนี้จึงมีกฏห้ามไว้ไม่ให้ฝึกคอธโดยพละการโดยผู้ที่ไม่เหมาะสมจะฝึก)

ยกตัวอย่างอีกเรื่องเกี่ยวกับพลัง “คอธ” จะมีพระคัมภีร์วิเศษเล่มหนึ่ง ชื่อ คัมภีร์อสูร-มนุษย์-เทพยดา (เป็นพระคัมภีร์ที่มีชื่อเสียงมาก เป็นเจ้าของโดยเซซิออล ค้นพบมาคู่กับขลุ่ยหยกนพรัตน์ และโอสถทิพย์อมฤต ครั้งนั้นเซซิออลรับประทานโอสถทิพย์อมฤตทำให้มี คอธ กล้าแข็งมาก แต่ก็ทำให้รูปโฉมเปลี่ยนไป พร้อมกับรักษารูปโฉมให้เยาว์วัยเป็นหนุ่มแน่นไม่แก่ชราจนถึงปัจจุบัน .. เพียงแต่ตอนนั้นยามีเจ็ดเม็ด หากรับประทานทั้งเจ็ดเม็ดจะมีชีวิตเป็นอมตะ เขาไม่เลือกชีวิตอมตะจึงรับประทานยาไม่หมด .. เพราะเหตุนี้เซซิออลแม้ไม่แก่แต่เขาไม่สามารถหลีกหนีความตายได้ ส่วนขลุ่ยหยกนพรัตน์ต่อมาก็ตกทอดมายังเจ้าชายเมราซัส )

นอกจากนี้ เลือดในกายของเซซิออลจัดเป็นโลหิตทิพย์เกิดเนื่องจากการรับประทานยาทิพย์อมฤตบวกกับการฝึกสำเร็จวิชาในพระคัมภีร์ สรรพคุณของโลหิตทิพย์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของยาต่างๆและช่วยถอนพิษ รักษาความเจ็บป่วย..ที่นำมาเอ่ยให้ฟังก็เพื่อจะสรุปก็คือ.. โลหิตของเซซิออลจัดเป็นคอธชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “คอธวัฒนะ” ทั้งยังเป็นจุดกำเนิดคอธ ที่จะถ่ายทอดไปยังผู้ที่ดื่มเลือดของเขาเข้าไปอีกวิธีหนึ่ง

ต่อมาเมื่อจอมมารได้ดื่มเลือดของเซซิออล กับฝึกพระคัมภีร์ แต่พลังที่จอมมารฝึกได้นั้น..เป็น “คายน์” ไม่ใช่ “คอธ”

( อย่างไรก็ตาม..ไม่เพียง “คอธ”สามารถแปลงไปเป็น “คายน์” ได้ “คายน์” ก็แปลงไปเป็น “คอธ” อันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน หากว่าบุคคลผู้นั้นชะล้างจิตใจแปรเปลี่ยนเป็นมีคุณธรรม.. แต่โอกาสจะค่อนข้างน้อยมากในกรณีนี้)

……………………………………

4. แล้วเทพกับมารต่างกันอย่างไร แบ่งแยกกันตรงไหน

เทพกับมารคือตัวแทนแห่งความดีงามและความชั่วร้าย นิยายเรื่อง “เทพบุตรผู้พิทักษ์” เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลพวงที่เกิดตามมาจากความขัดแย้งและการต่อสู้ระหว่างเทพเจ้าและเทพอสูร ทำให้มนุษย์แบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายคือเทพและมาร ทั้งแบ่งกันโดยสายเลือดและการกระทำ ฝ่ายเทพจะไม่ยอมรับการอยู่ร่วมกันกับมารและตามพิฆาตฝ่ายมาร ในขณะที่ฝ่ายมารก็คอยจ้องจะช่วงชิงความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และกำจัดบุคคลของฝ่ายเทพ

ขอทำความเข้าใจนิดนึงก่อนสำหรับคำว่าฝ่ายเทพและฝ่ายมาร ท่านไม่สามารถแบ่งแยกว่าใครเป็นเทพหรือมารโดยใช้ตามองได้ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นมนุษย์ เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ฝ่ายเทพและมารแยกกันตรงจิตใจ แยกกันตรงพลัง “คอธ” กับ “คายน์” แยกกันตรง ฝ่ายหนึ่งรับใช้เทพเจ้า และอีกฝ่ายรับใช้เทพอสูร ต่างหาก และทั้งสองฝ่ายก็สามารถแปรเปลี่ยนกันไปมาได้

อย่างไรก็ตามใช่ว่าฝ่ายเทพทุกคนจะมี “คอธ” เหมือนกับ ฝ่าย มาร ก็ไม่ได้มี “คายน์” กันทุกคน ไหนๆก็พูดถึงจุดนี้ ก็ขอแบ่งให้เห็นกันดังนี้… ในกลุ่มคนที่อยู่รวมกันนั้น..สมมุติเช่นชาวโอเมรอสทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น (จะเรียกอะไรดีนะ.. เรียกว่าแบ่งวรรณะก็ไม่เชิงหรอก)

1. คนทั่วไปผู้ไม่มีวิชาฝีมือ (มีมากกว่า 80 % ) : ได้แก่ชาวบ้านทั่วไป ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นผู้รู้หนังสือ และผู้ไม่รู้หนังสือ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะนับถือเทพเจ้า ยกเว้นผู้มีวิชาความรู้ผ่านการร่ำเรียนหนังสือบางคน ซึ่งใช้ความรู้ในทางที่ผิดมีจิตใจฝักใฝ่รับใช้มาร ก็จะจัดเป็นพวกมารได้

2. ผู้มีวิชาฝีมือ (มีประมาณไม่ถึง 20 %) : ได้แก่ผู้ฝึกยุทธ เหล่ายอดฝีมือในแผ่นดิน ขุนนาง-ทหารเป็นต้น คนพวกนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ผู้ฝึกวิชาฝีมือที่ “ ไม่มีคอธ” (99 %) จะได้แก่เหล่ายอดฝีมือทั่วไป กับผู้ฝึกวิชาฝีมือที่ “มีคอธ” (1%)จะมีจำนวนน้อยมาก เพราะไม่สามารถมีกันได้ทุกคนโดยง่าย และผู้มีก็มักจะปกปิดตนเองไม่บอกคนอื่นว่าเป็นผู้มีคอธ ขณะเดียวกัน ในเหล่าผู้มีวิชาฝีมือก็จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายรับสวามิภักดิ์รับใช้เทพ กับฝ่ายรับใช้มาร ฝ่ายเทพจะได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วแผ่นดิน ถือเป็น “จอมยุทธผู้กล้า” ที่ได้รับการเคารพนับถือ ส่วนฝ่ายมารก็จะสร้างองค์การและอาณาจักร หรือนิยายของตนเองขึ้นมาเช่นกันเพื่อตั้งตัวคานอำนาจ แบะคอยจ้องหาโอกาสช่วงชิงความเป็นใหญ่และการยอมรับจากผู้คนในแผ่นดิน

3. ผู้สืบสายเลือดแห่งเทพ (หมายถึงเทพเจ้าหรือเทพอสูร- มีไม่ถึง 0.001%) มักเป็นผู้มี “คอธ” หรือ “คายน์” มาตั้งแต่กำเนิดเลย และทั้ง “คอธ” หรือ “คายน์” จะนำมาซึ่งพลังฝีมือ โดยที่บุคคลผู้นั้นแม้ไม่ได้ผ่านการฝึกปรือมาก็ตาม บุคคลในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้แก่ กษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง กับผู้ที่ถือกำเนิดโดยจุติแห่งเทพ

สำหรับเจ้าชายผู้มีฐานะองค์รัชทายาทนั้น ยิ่งมีสายเลือดที่บริสุทธิ์(เทพเจ้า)เพียงใดก็จะยิ่งได้รับความกรุณาจากองค์เทพเจ้ามากเป็นพิเศษ นับตั้งแต่รัชสมัยรามิเนียลที่หกเป็นต้นมายิ่งมีเลือดเทพเจ้าที่บริสุทธิ์พิเศษเพราะ มีเรื่อง (อันนี้จะมีบันทึกอยู่ในเรื่องต้นฉบับภาค 1 วัรบุรุษวังรัชทายาท ) เล่ากันว่าพระมารดาขององค์รามิเนียลที่หกเป็นพระธิดาขององค์เทพมังกร ด้วยเหตุนี้องค์รามิเนียลที่หกจึงมีเลือดเทพเจ้าอยู่กึ่งหนึ่ง และทรงมีพระเชษฐาอีกองค์ซึ่งมีเลือดเทพกึ่งหนึ่งเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เมื่อเจ้าชายมัสฟาจินโอรสแห่งรามิเนียลที่หกอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงผู้เป็นพระธิดาของพระเชษฐาธิราช โอรสคู่แฝดของเจ้าชายมัสฟาจิน คือเจ้าชายฟาเซนย่า กับเจ้าชายเซซิออลจึงได้รับพรจากองค์เทพมังกรตอนแรกประสูติเป็นพลัง “คอธ” วัฒนะ ซึ่งบันดาลให้ร่างกายเติบโตขึ้นเท่ากับเด็กชายหกหรือเจ็ดขวบทันที…

เจ้าชายเมราซัสก็นับเป็นเจ้าชายที่มีเลือดแห่งเทพที่บริสุทธิ์มากเช่นกัน เพราะพระมารดาไม่ใช่มนุษย์ ( ขอเอ่ยแค่นี้พอนะคะ.. นางผู้เป็นพระหทัยขององค์ฟาลอส ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าชายเป็นใครนั้น.. ไว้ค่อยเอ่ยถึงในเรื่องเถอะ บอกแค่ว่าตอนนี้ องค์ฟาลอสไม่มีพระมเหสีเคียงพระวรกาย เพราะพระทัยของพระองค์ไม่เคยลืมเลือนพระนางผู้นั้น แม้จะอยู่ต่างกันคนละภพก็ตาม และชะตาชีวิตของเจ้าชาย ต่อมาจะประสบกับชะตากรรมมากมาย ก็เพราะการจงใจกลั่นแกล้งจากเทพองค์หนึ่ง ( อันนี้เป็นเทพจริงๆค่ะ ไม่ใช่มนุษย์ ) ..เป็นใคร ? และสาเหตุจากอะไร ? ( คำเฉลยคงปรากฏอยู่ในตอนท้ายๆเรื่องไปโน่นล่ะค่ะ )

…………………………………………………………………

5. งั้นเรื่องราวส่วนใหญ่ของนิยายเรื่องนี้คืออะไรกันแน่..

“เทพบุตรผู้พิทักษ์” เป็นนิยายที่ยาวและซับซ้อน กล่าวถึงชีวิตและชะตากรรมของบุคคลมากมาย ความรัก ความแค้น สายเลือดและน้ำมิตร เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการช่วงชิงความเป็นใหญ่ระหว่างฝ่ายเทพและมาร โดยมีบัลลังก์และแผ่นดินเป็นเป้าหมายของทั้งสองฝ่าย คำว่า ”เทพบุตรผู้พิทักษ์” ไม่ได้หมายความแค่ “สี่ขุนพลผู้พิทักษ์” แต่หมายถึง ผู้พิทักษ์ปกป้องบัลลังก์และแผ่นดิน และหมายถึงวีรบุรุษผู้พิทักษ์ธรรม ปราบมารร้ายสร้างสันติสุขให้กับประชาชนอีกด้วย

การเดินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ จะใช้สี่ขุนพลผู้พิทักษ์องค์รัชทายาทเป็นตัวละครเด่นนำเรื่อง ทั้งสี่เป็นพี่น้องร่วมสาบานที่เป็นกำพร้าซึ่งถูกเลี้ยงมาด้วยกันฝึกวิชามาด้วยกันมีความสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวดุจร่วมสายโลหิต คนทั้งสี่ประกอบด้วย ชิรินซึ่งเป็นพี่คนโต ซึ่งอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษ คาลาธ..พี่คนรอง ซึ่งนิสัยร่าเริง ฉลาดกลอกลิ้งเชี่ยวชาญเรื่องการปลอมแปลงตัว ซาทากะ..พี่คนที่สาม ผู้ปราดเปรื่องศิลปะทุกแขนงและมีวิชาแพทย์เป็นเลิศ นิสัยหยิ่งยโสเย็นชา และริวจิล.. น้องคนเล็ก ที่ร่าเริงอ่อนโยน นิสัยใสๆขี้เล่นคล้ายเด็กๆ ทั้งสี่ต่างได้รับการถ่ายทอดวิชาการมาคนละแขนงจากเซซิออล เมื่อผนึกกำลังรวมกัน จะบังเกิดเป็นพลังที่สะท้านแผ่นดิน

แต่มารย่อมไม่ยอมให้ทั้งสี่ผนึกกำลังกันแน่ ความรักสมานฉันท์ระหว่างพี่น้อง อันบริสุทธิ์..อะไรเล่าจึงสามารถเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน .. ความแค้น ..การผิดใจกันทั้งเรื่องของความรักและความเข้าใจผิดเป็นดั่งมารในใจที่ทำให้พวกเขาต้องหันมาประหัตประหารกันในที่สุดจริงหรือ ? กลแห่งมารจะมีอำนาจเพียงพอที่จะสามารถเข้ามาทำลายความรักและมิตรภาพระหว่างพวกเขาได้หรือไม่ ?

ในขณะที่สี่ขุนพลผู้พิทักษ์คือผู้เดินเรื่อง และลงมือในปฏิบัติการต่างๆ เจ้าชายเมราซัส ก็เป็นตัวเอกตัวหนึ่งซึ่งเป็นแกนของเรื่องทั้งหมด เพราะเขาคือศูนย์รวมแห่งจิตใจของพวกชิรินทั้งสี่พี่น้อง และได้เป็นผู้นำแห่งฝ่ายเทพที่ทำการปราบฝ่ายมารในที่สุด

จากที่มีเจ้าชายและสี่ผู้พิทักษ์ที่ถือเป็นแกนในการเดินเรื่อง ก็จะมีตัวละครเด่นๆอีกหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์กับตัวเอกทั้งห้านี้ ทั้งเป็นมิตร ศัตรูคู่แค้น เป็นบุคคลร่วมสายเลือด เป็นบุคคลที่รัก บุคคลที่ชัง ฯลฯ พัวพันกันไปตลอดทั้งเรื่อง


……………………………………………………

เรื่องย่อของ “ เทพบุตรผู้พิทักษ์ ภาค 1 “

(ย่อตอนที่ 1- 12 )

ภายหลังแผ่นดินสงบมาหลายปี นิกายมารฟ้าก็ปรากฏขึ้น ก่อกวนจนแผ่นดินต้องปั่นป่วน ราชบัลลังก์แทบสั่นคลอน เริ่มต้นจาก ไทอิลได้รับจดหมายเชิญเข้าร่วมเป็นเกียรติในงามชุมนุมชาวยุทธที่ค่ายไนจา คาลาธขอตามไปด้วยระหว่างทางถูกคนลึกลับมาลอบทำร้าย ทั้งยังใช้อุบายแยกทั้งสองออกจากกัน โดยทิ้งหลักฐานในตัวคนร้ายว่าเป็นคนของหุบเขาไผ่เขียว

คาลาธถูกจับตัวไป (เขาแกล้งถูกจับซะมากกว่า) จนได้ทราบความลับว่าจอมดาบคิจิ ที่ออกอาละวาดฆ่าคนเป็นว่าเล่นนั้น เป็นตัวปลอม ที่ได้รับคำสั่งปฏิบัติการจากเจ้าแม่กาลี ประมุขแห่งนิกายมารฟ้ามาอีกที โดยตัวจริงโดนยาสยบไว้และขังอยู่ในคุกใต้ดิน คาลาธช่วยคิจิเป็นอิสระและตามทวงดาบวิเศษคู่มือคืนจากคิจิปลอมได้ แต่เสียดายที่ปล่อยคนร้ายหลบหนีไป ส่วนคาลาธแม้หลบหนีจากเงื้อมมือเจ้าแม่กาลีได้ แต่ก็ได้ทำสร้อยและจี้ห้อยคอที่เขาติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆหายไปในค่ายมาร โดยเจ้าแม่กาลีเก็บไว้ได้ … สร้อยเส้นนี้ที่แท้ซุกซ่อนปริศนาใดไว้ ?

ทางด้านไทอิลเข้าใจว่าคาลาธถูกคนของหุบเขาไผ่เขียวจับตัวไป ดังนั้นจึงรุดไปที่หุบเขาไผ่เขียว แล้วเขาก็พบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการถูกใส่ร้าย เจ้าหุบเขาไผ่เขียว คาเดม่อนเป็นยอดฝีมือที่มีความเป็นมาอันลึกลับ คนผู้นี้ให้การต้อนรับไทอิลอย่างดี แต่ดูเหมือนอาจารย์ของเขา ฉายาผู้เฒ่าสายฟ้าจะไม่ค่อยชอบหน้าไทอิลนัก ผู้เฒ่าสายฟ้าบันดาลโทสะฟาดไทอิลบาดเจ็บ แต่ก็ยอมรับการขอร้องจากคาเดม่อน ช่วยใช้พลัง “คอธ” เข้ารักษาไทอิลจนทุเลา คาเดม่อนมีลูกสาวสวยคนหนึ่งชื่อ “ธิเดลล่า” ไทอิลพอเห็นนางก็รู้สึกสะดุดใจมาก แต่ธิเดลล่ากลับไม่ชอบหน้าเขาสักเท่าไร

ทางด้านคาลาธสบทบกับพี่น้องและเจ้าชายเมราซัสระหว่างทาง เจ้าชายให้ทั้งหมดกลับเมืองหลวงไปก่อน ..ที่แท้เขาไปไหน ? เจ้าชายไม่ยอมบอก..แต่ดูเหมือนพวกชิรินทั้งสี่จะพอคาดเดาได้เพียงแต่ไม่พูด ที่เมืองหลวงนั้น เจ้าสยบทักษิณไรเซนพาท่านหญิงผู้เป็นบุตรีสองคนมาเมืองหลวง ในอดีตตอนวัยเด็กเจ้าหญิงราเธริเคยมีเรื่องกับพวกคาลาธมาก่อน ครั้งนั้นซาทากะโดนเอาหนักกว่าเพื่อนจนเก็บเป็นความเข็ดขยาดอยู่ในใจ ดังนั้นพอทราบว่านางมาอีกก็อดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้ ริวจิลซึ่งมีนิสัยซุกซนแบบเด็กๆอยากเล่นสนุกแก้เผ็ดนาง จึงยุยงคาลาธให้วางแผนแกล้งนาง ตอนแรกคาลาธไม่อยากยุ่ง แต่เพราะว่าซาทากะโดนท่านหญิงคนเล็ก.. ราธีน่า แกล้งเอาก่อนเขาก็เลยวางแผนแกล้งนางกลับ

ท่านหญิงราเธริพอโตเป็นสาวกลับเรียบร้อยสงบเสงี่ยมลง พอได้เจอกับซาทากะอีกครั้งก็รู้สึกชื่นชมเขามาก หากแต่ซาทากะไม่สนใจนางแม้แต่น้อย ทางด้านคาลาธกับริวจิลวางกับดักล่อท่านหญิงราธีน่าเข้าบ้านผีสิง ทำให้นางวิ่งหนีร้องไห้ออกไป คาลาธรู้สึกสะใจ ในขณะที่ริวจิลพอได้เห็นหน้าตาท่าทางอันน่ารักของท่านหญิงน้อยก็หัวใจหวั่นใจรักนางขึ้นมา…


จบตอนที่ 12 ถึงตรงนี้ :-
………


จาก : kjb - 29/01/2001 16:03

ข้อความ : อเฮ้ๆๆ มีบทวิเคราะห์ด้วยนิ ขยันดีจริงๆเลย...

จาก : ioroid - 29/01/2001 18:30

ข้อความ : คือว่ามีคนบ่นบอกมาว่านิยายเรื่องนี้ซับซ้อนอ่านลำบากน่ะค่ะ
โครงเรื่องเดิมแต่งไว้ตอนอยู่ ม.5 ค่ะมีทั้งหมด 12 เล่มจบ (สมุดเรียน)
แต่งให้น้องสาว กับพี่เลี้ยงน้องอ่านน่ะ หลังจากทำการบ้านเสร็จแล้ว
รักเรื่องนี้มากเลย คงเพราะเป็นเรื่องแรกที่เขียนมั้ง..
เวลานี้เลยอดเอามาปัดฝุ่นแล้วนำมาพิมพ์ใหม่โดยเพิ่มเติมรายละเอียดให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น
และใช้สำนวนให้สละสลวย บรรยายฉากให้มากขึ้น (หลังจากโดนคอมเม้นต์ว่าไม่ค่อยบรรยายฉากเลย
ในเรื่องอาเซนธาเรีย) แต่โดยรวมใช้โครงเรื่องเดิมทั้งหมดโดยไม่เปลี่ยนบทตัวละครอะไรเลย

ก็คิดว่าคงจะอ่านลำบากเพราะตัวละครเยอะและเรื่องซับซ้อนมากจริงๆ
ดังนั้นก็เลยทำบทวิเคราะห์ และบทความเสริมออกมาให้อ่านเป็นช่วงๆแบบนี้
ถ้าใครที่อ่านนิยายจีนกำลังภายในเป็นประจำ ก็อาจจะพอคุ้นเคยกับเรื่องที่ตัวละครเยอะ
และโครงเรื่องซับซ้อนซ่อนปมมากมาย
แต่ถ้าคนไม่เคยอ่านก็น่าเห็นใจน่ะค่ะ ตรงนี้เข้าใจและยินดีพิจารณาตนเองจริงๆค่ะ
คนเขียนเข้าใจค่ะ และจะพยายามใช้ภาษาและดำเนินเรื่องให้อ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ
ยังไงก็คอมเม้นต์มาได้นะคะ.. ยินดีรับฟังทุกประการค่ะ
(จะบอกว่าต้นฉบับเดิมอ่านยากกว่านี้อีก ไม่รู้น้องสาวอ่านลงไปได้ไง ตั้ง 2-3 เที่ยว)

จาก : kjb - 29/01/2001 20:41

ข้อความ : อ่า.......อึ้งครับอึ้ง งานเขียนระดับนี้เขียนนิยายขายได้เลยนะ อุตสาหะจริงๆ เขียนตั้งขนาดนั้นเป็นผมคงม่องไปนานแล้ว

จาก : Kero - 30/01/2001 21:50

ข้อความ : โอ้ย คุณkjbพิมพ์ออกเป็นหนังสือนวนิยายขายเถอะ รับรองรุ่งแน่

จาก : Fic T. - 31/01/2001 09:20

ข้อความ : ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
แต่คิดว่าคงต้องปรับปรุง พัฒนาอีกเยอะค่ะ
ฝีมือแค่นี้มิกล้าส่งสำนักพิมพ์หรอก อย่าว่าแต่นิยายสไตล์นี้รู้สึกไม่ค่อยมีที่ไหนรับเลยเนอะ
ก็เลยเอามาให้อ่านกันหนุกๆในเวบดีกว่า... ^O^

จาก : kjb - 31/01/2001 19:15

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1