|
หัวข้อ : ***เทพบุตรผู้พิทักษ์ ตอนที่ 11+12 *** ข้อความ : ================================================================ ตอนที่ 11 ท่านหญิงน้อยจอมแก่น ข่าวร้าย ?.. หรือว่า ท่านลุงสี่ ?? ไม่เกี่ยวกับท่านลุงสี่.. เจ้ายังจำนางปีศาจน้อยวังใต้ได้ไหม ? ตอนนี้นาง.. นางมาถึงเมืองหลวงแล้วนะ หา ริวจิลอึ้งไปเป็นครู่.. อ้าปากค้างตะกุกตะกักตกใจ .. ท่าน..หมายถึงท่านหญิงน้อยราเธริ.. วังสยบทักษิณ ? ซาทากะส่งเสียงดังอืมในลำคอ ริวจิลยกมือตบหน้าผากตนเองเบาๆทำตาเหลือกขึ้นบน โอย.. ข่าวร้ายที่สุดในรอบปี... ไม่รู้คราวนี้ยายปีศาจน้อยนั่นจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย ที่แท้.. สี่แม่ทัพพิทักษ์บัลลังก์โดยเรียงตามลำดับอาวุโสประกอบด้วย จ้าวพิชิตอุดรซาฮัส ซึ่งเป็นบิดาของซาทากะ รองลงมาคือจ้าวสยบทักษิณไรเซน อันดับสาม..จ้าวปราบประจิมซิปิด และอันดับสี่คือจ้าวพิทักษ์บูรพาไทอิล ในทั้งบุคคลสี่นี้.. ซาฮัสและไรเซนล้วนอายุสี่สิบเศษแต่งงานมีครอบครัวบุตรธิดาเติบใหญ่เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว มีเพียงซิปิดกับไทอิลซึ่งยังครองตัวเป็นโสดและล้วนอายุอ่อนกว่าพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองเกือบสิบปี ไรเซนเป็นทายาทแห่งสกุลนูลาส บรรพบุรุษของเขาล้วนเป็นขุนนางใหญ่มาหลายชั่วอายุคน เมื่อครั้งที่สกุลฟาตัสก่อกบถโค่นบังลังก์.. บิดาของไรเซนถือเป็นผู้นำในขบวนการกู้บัลลังก์ที่ปกป้องคุ้มครองรัชทายาทน้อยฟาลอสพาหลบหนีไปก่อตั้งขุมกำลังลับอยู่ที่ไมซาล โดยจับมือกับราชสกุลไคจินแห่งไมซาลหวนกลับมาปราบกบถฟาตัสจนสำเร็จ น่าเสียดายที่ท่านนูลาสเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวก่อนที่จะได้ทันเห็นองค์ฟาลอสขึ้นครองบัลลังก์ แต่องค์ฟาลอสทรงตอบแทนท่านและเหล่าลูกหลานอย่างเต็มที่ ในวันขึ้นเถลิงถวัลย์ราชย์ก็ได้ทรงมีราชโองการร่วมเสวยน้ำสาบานเป็นพี่น้องกับสี่แม่ทัพพิทักษ์บัลลังก์ ให้ทั้งสี่ดำรงฐานันดรศักดิ์ชั้นจ้าว เท่ากับเป็นการประกาศยกย่องบุคคลทั้งสี่สกุลขึ้นเสมอเชื้อพระวงศ์นั่นเอง จ้าวสยบทักษิณไรเซน มีกองกำลังทหารในความปกครองอันเข้มแข็งดูแลหัวเมืองทางใต้ เขาเป็นหม้ายมาหลายปี มีบุตรีสองคนคนโตปีนี้อายุสิบแปดนาม..ราเธริ ส่วนคนน้องอายุสิบหกนาม..ราธีน่า ซึ่งทั้งสองล้วนได้รับฐานันดรศักดิ์เป็น ท่านหญิง มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก เมื่อหกปีก่อน.. ไรเซนเคยพาท่านหญิงราเธริคนพี่มาเที่ยวเมืองหลวงในงานประกาศแต่งตั้งองค์รัชทายาท พวกริวจิลสี่พี่น้องจึงเคย ปะทะ กับนางมาก่อน ความซุกซนแสนแก่นแก้วไม่กลัวใครของนาง สร้างความปวดเศียรเวียบเกล้าแก่พวกเขาจนแอบตั้งฉายาให้นางลับๆว่า นางปีศาจน้อยวังใต้ ห่างหายไปหกปี..บัดนี้ต้องมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ทราบคราวนี้จะมีการ ปะทะ กันเหมือนเมื่อวัยเด็กครั้งกระโน้นอีกหรือไม่ ? เมื่อครู่ข้าเข้าวังหลวงไปเข้าเฝ้ามา.. ขากลับพบท่านลุงรองด้วย ซาทากะเล่าให้ฟัง .. เขาบอกว่าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงเมื่อตอนบ่ายวันนี้เอง คราวนี้พาท่านหญิงมาทั้งคู่เลย และเท่าที่ข้าได้ยินกิตติศัพย์มาฟังว่า คนน้อง..ที่ชื่อท่านหญิงราธีน่า น่ะ..ร้ายกาจยิ่งกว่านางปีศาจน้อยคนพี่เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว.. ริวจิลทรุดลงนั่งบนขั้นบันไดบ่นพึม เฮ่อ.. เจ้าชายก็ไม่อยู่เสียด้วย นางไม่เกรงใจพวกเราแน่ ..จากกันครั้งที่แล้วนางเอ่ยปากฝากอาฆาตไว้หลายคำ.. สงสัยคราวนี้พวกเราจะถูกนางปั่นหัวตายคามือรึเปล่านะเนี่ย เฮอะ.. ลูกผู้ชายอกสามศอกไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน แต่เจ้าแค่ได้ยินชื่อพวกนางก็ขวัญหนีดีฝ่อซะแล้ว.. ใช้ไม่ได้จริงๆ เสียงหนึ่งแค่นดังขึ้น คาลาธไม่ทราบมายืนฟังอยู่ตั้งแต่เมื่อใด ในเสียงกล่าวก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาน้องชายทั้งสอง ค่อยยื่นมือตบไหล่ซาทากะกับริวจิล ยิ้มพลางเอ่ยปลอบโยน ไม่ต้องกลัว..พี่ชายรองของเจ้า..คาลาธอยู่ตรงนี้ทั้งคน ต่อให้มาสักสิบนางปีศาจน้อยวังใต้ก็ไม่คณนามือข้าหรอก.. ใช่แล้ว.. ริวจิลตบมือผางชอบใจ ..จ้าวปีศาจอยู่ตรงนี้ทั้งคน พวกเราจะไปกลัวแค่นางปีศาจน้อยคนหนึ่งทำไม.. จากนั้นกลอกตาวูบคล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ กระโดดปราดขึ้นร้องว่า พี่รอง.. คราวก่อนนางปีศาจน้อยแกล้งเราซะเจ็บแสบ คราวนี้เราชิงตัดไม้ข่มนามนางก่อนดีหรือไม่.. คนพี่รองพอฟังสะอึกเล็กน้อย อึกอักอยู่ครู่หนึ่งแล้วแสร้งทอดเสียงถอนหายใจยาวๆ แต่ข้า..คาลาธเป็นลูกผู้ชาย.. ไม่ข่มเหงรังแกสตรีก่อน ข้าว่าเรารอดูท่าทีนางไปก่อนดีกว่า หากนางมาคราวนี้อยู่อย่างสงบเรียบร้อยก็แล้วไป แต่ถ้านางมาก่อกวนพวกเจ้าก็บอกพี่ชายได้เลย.. ข้าจะจัดการให้เอง.. กล่าวจบก็รีบหมุนกายกลับเรือนที่พักไป ก่อนที่เจ้าน้องชายจอมยุ่งจะเอ่ยชวนก่อการอันใดต่อ ริวจิลยืนกลอกตาโคลงศีรษะเม้มปากขมุบขมิบไปมาอย่างครุ่นคิด.. ครู่หนึ่งก็คลี่ยิ้มกว้างหันมาทางพี่ชายสามที่ทำท่าจะชักเท้าเดินหนี หากแต่ถูกมือยาวคว้าหมับไว้ทัน พี่สาม..เดี๋ยวซี่ เฮ่อ.. เจ้าคิดจะก่อเรื่องใดอีก.. ข้าไม่เอาด้วยนา อยากเล่นก็ไปชวนพี่รองโน่น พี่ชายสามชิงออกตัวอย่างรู้ทัน แกะมือน้องชายที่จับกุมแขนแล้วหันกายเดินจากไป เวลานั้นซันจิกับพีจาร์เดินผ่านมาทางนี้พอดีจึงถูกริวจิลกวักมือเรียกเข้าไปหา ชายหนุ่มโอบแขนรั้งคอเด็กหนุ่มรับใช้ทั้งสองเข้ามาใกล้แล้วกระซิบกระซาบเบาๆ .. ไม่รู้ถ่ายทอดแผนการใดกันแน่.. เห็นทั้งสองพยักหน้าหงึกๆแล้วยิ้ม..!! . จวนรับรองจ้าวสยบทักษิณตั้งอยู่คนละฟากถนนกับจวนรับรองของไทอิล เนื่องจากนานครั้งที่ท่านไรเซนจะขึ้นเมืองหลวง ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงไม่ค่อยได้รับการขยับขยายต่อเติมจากเจ้าของบ้านเท่าที่ควร แต่กระนั้น..ถึงแม้ภายในจวนจะไม่โอ่อ่าเท่าจวนจ้าวพิทักษ์บูรพา หากก็ยังได้รับการดูแลปัดกวาดสะอาดเรียบร้อย รอบบ้านจัดสวนร่มรื่นน่าอยู่ไม่น้อย.. จ้าวสยบทักษิณไรเซน เป็นบุรุษวัยกลางคนรูปร่างสันทัด เค้าใบหน้าเมตตาการุณย์ เวลานี้อยู่ในชุดลำลองอยู่กับบ้านแบบชายชาวโอเมรอสผู้มีอันจะกิน ซึ่งจะเป็นกางเกงขายาวคร่อมตาตุ่ม เสื้อผ้าเรียบลื่นแขนยาวเสมอข้อศอก ผ่าหน้าไม่มีปก ลำตัวหลวมยาวจนคร่อมเข่ามีเชือกไหมฟั่นเส้นขนาดปลายนิ้วก้อยรูดรัดไว้หลวมๆตรงสะเอว ผมสีเงินปล่อยยาวปละบ่า เพียงใช้แถบผ้าไหมปักดิ้นลายทองผูกคาดไว้บนหน้าผากเพื่อมิให้ผมปรกหน้า ท่านไรเซนกำลังนั่งสนทนาอยู่กับไพก้อน..หัวหน้าองครักษ์แห่งวังพิทักษ์บูรพาของไทอิล เกี่ยวกับเรื่องของไทอิลอยู่บนศาลากลางสนามหญ้าหน้าจวน ข้างกายของท่านยืนไว้ด้วยชายหนุ่มใบหน้าเคร่งขรึม แต่งกายในเครื่องแบบองครักษ์สีเหลือง อันเป็นสีประจำวังสยบทักษิณ คนๆนี้ก็คือ..หัวหน้าองครักษ์แห่งวังสยบทักษิณ..มีนามว่า..เซธ ยามนั้นบังเกิดสุ้มเสียงดังเจื้อยแจ้วสดใสร้องเรียก ท่านพ่อ ดรุณีสองนางจูงมือกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากภายในจวนตรงเข้ามาทางนี้ นางแรกที่นำหน้าเป็นเด็กสาวอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ใบหน้าใสจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตากลมโตทอประกายซุกซนเอาแต่ใจ ยามวิ่งดูไปราวกระต่ายน้อยปราดเปรียว หากมิใช่ถูกมือพี่สาวฉุดรั้งไว้ ป่านนี้คงตัวปลิววิ่งเข้ามาชนใส่คนที่นั่งอยู่บนศาลาแล้ว ส่วนหญิงสาวคนพี่ที่เดินรั้งหลังอายุราวสิบแปดสิบเก้า ..ดวงหน้าหวานซึ้งหมดจด รูปร่างสูงบางเพรียวระหง กิริยานุ่มนวลเรียบร้อยแฝงท่วงท่างามสง่าดั่งนางพญา ท่านไรเซนเงยหน้ามองบุตรีสุดที่รักทั้งสองแล้วอดยิ้มมิได้ เธรี่ ธีนี่ นั่นลูกจะไปไหนกันหรือ..? ท่านพ่อ.. ขออนุญาตให้ข้ากับพี่ใหญ่ออกไปเที่ยวในตัวเมืองนะ..นะ.. เด็กสาวคนน้องเข้ามากอดคลอประจบผู้เป็นบิดา หากท่านไรเซนกลับสั่นหน้าช้าๆ ยิ้มอย่างใจดี อะไรกัน.. พวกเจ้าเพิ่งมาเมืองหลวง..รู้จักที่ทางซะที่ไหน.. เมืองหลวงออกกว้างขวาง..ประเดี๋ยวก็หลงหรอก อืม..เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน.. ให้เซธไปเป็นเพื่อน.. พ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง.. ท่านหญิงราธีน่าผู้น้องลอบแบะปากอย่างเบื่อหน่าย แล้วช้อนตาขึ้นมองพี่สาว เห็นอีกฝ่ายหลิ่วตาเล็กน้อยคล้ายส่งสัญญาณบางอย่าง จึงพยักหน้ากับบิดาอย่างยินยอมไม่ขัดใจ .. ขอเพียงแค่สามารถได้ออกไปเที่ยวข้างนอก ไม่ต้องจับเจ่าอยู่แต่ในจวนน่าเบื่อหน่าย จะให้ทำอย่างไรเวลานี้พวกนางก็ล้วนต้องยอมทั้งสิ้น !! .. บนท้องถนนกลางเมืองหลวงทั้งผู้คนทั้งรถม้าสัญจรสวนกันไปมาจนจอแจ ร้านรวงสองข้างทางใหญ่โตตบแต่งอย่างสวยงาม การค้าดูคึกคักอย่างยิ่ง สองพี่น้องเกี่ยวก้อยจูงกันเดินเข้าร้านโน้นวิ่งเข้าร้านนี้ ชี้ชวนดูข้าวของอย่างเพลิดเพลินสำราญใจ ความจริงออกมาเที่ยววันนี้สนุกอย่างยิ่ง หากมิใช่พอเหลียวหลังไปเห็นเซธเดินคุมแจไม่ยอมห่าง..นั่นจึงเป็นความรำคาญหนึ่งเดียวของพวกนาง ท่านหญิงราเธริผู้พี่สาวหรุบตาต่ำขบคิดเล็กน้อยแล้วค่อยยิ้มออก กระซิบบอกข้างหูน้องสาวแล้วชวนกันเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้า จากนั้นก็เลือกซื้อชุดมาคนละสี่ห้าชุด คนขายห่อใส่ถุงมาให้ ท่านหญิงราธีน่าก็ยื่นให้เซธช่วยถือ จากนั้นสองพี่น้องก็เข้าไปเดินเลือกดูพวกโถเซรามิคสำหรับใส่ของจุกจิก ..ซื้อเสร็จก็ส่งให้เซธช่วยถือ..!! ชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ท่านหญิงทั้งสองเดินเข้าออกถึงสี่ห้าร้าน.. ส่วนเซธนั้นทั้งแบกทั้งหอบทั้งหิ้วข้าวของเต็มมือ คราวนี้หากพวกนางซื้อของอีกมีหวังว่าเขาต้องใช้ปากช่วยคาบไว้อย่างแน่นอน ท่านหญิง.. ท่านไมซื้อซะมากมายขนาดนี้ ความจริงท่านก็มีออกเยอะแยะแล้ว.. คนช่วยถือของชักเริ่มโอดครวญ ท่านหญิงราธีน่าหันขวับมาเชิดปากสูงชัน ใช้แค่นี้ก็ทำเป็นบ่น.. เหนื่อยนักทีหลังก็ไม่ต้องมาเดินตามพวกเราก็ได้.. มางั้นข้าถือเองก็ได้.. เซธรีบบอกปฏิเสธว่าไม่เป็นไร ท่านหญิงราเธริผู้เป็นพี่สาวลอบขยิบตาให้น้อง จากนั้นแสร้งส่งเสียงถอนใจยาวๆ กล่าวเสียงอ่อนหวาน ธีนี่.. ว่าไปแล้วพวกเราก็ออกจะใจดำเกินไปนะ.. ดูสิ..ซื้อเพลินให้ท่านหัวหน้าเซธถือของซะหนักขนาดนี้ พี่ว่าเราซื้อมากเกินไปแล้วนะ เอางี้เถอะ..ให้เขาเอาของไปเก็บที่จวนก่อนดีมั้ย.. เซธโพล่งขึ้น แล้วพวกท่าน จวนก็อยู่ไม่ไกลแค่ไม่ถึงเซลลิเอง ( 1 เซลลิประมาณ 500 กว่าเมตร) .. ท่านรีปไปรีบมานะ.. พวกเราจะเข้าไปสั่งขนมมานั่งรับประทานพลางรอท่านอยู่ที่ร้านอาหารตรงโน้นก็แล้วกัน.. องครักษ์หนุ่มลังเลเล็กน้อย แต่พอพวกนางเร่งรัดพร้อมกับรับปากขันแข็งว่าจะรออยู่ไม่ไปไหน เขาจึงค่อยกวักมือเรียกรถม้าขับพาไปส่งที่จวน สองสาวพอเห็น ตัวน่ารำคาญ ถูกขจัดออกไปต้องหันมายื่นตบมือกันและกันแล้วหัวเราะ ฮ่า สำเร็จ..!! จากนั้นท่านหญิงน้อยคนน้องก็ฉุดมือพี่สาววิ่งตัวลิ่ว . เดินเที่ยวจนคอแห้งจึงชักชวนกันแวะขึ้นไปนั่งบนชั้นสองของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ท่านหญิงราธีน่ามองผ่านหน้าต่างออกไปยังสิ่งก่อสร้างที่ก่อกำแพงสูงท่วมศีรษะล้อมรอบบนฟากถนนด้านตรงข้าม อดอุทานมิได้ โอ้โห..จวนหลังนั้นกว้างขวางใหญ่โออ่าโตยังกะวังเลยนะพี่.. ไม่รู้ของขุนนางคนไหนนะ หือ.. ใครบอกว่าจวนขุนนางกันล่ะ.. นั่นน่ะ..คือวังรัชทายาทไง ด้านนี้เป็นด้านข้างของวัง.. ถ้าจะเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้าก็ต้องเลี้ยวอ้อมมุมถนนตรงโน้น ฮ้า.. วังรัชทายาทเหรอ.. ฟังว่าที่นั่นเป็นถ้ำเสือวังมังกร..อยากเข้าไปดูข้างในจัง ไม่ล่ะ.. ทำไมล่ะ.. จำได้พี่เคยเล่าว่าเมื่อก่อนพี่เคยเข้าไปในนั้น นั่นมันเป็นสมัยเด็กๆ แต่ตอนนี้พวกเราต่างก็โตกันแล้ว.. ขืนซุกซนจะอับอายถึงท่านพ่อนะ.. ท่านหญิงคนน้องไม่เถียงหากแต่ทำจมูกย่นอย่างไม่ค่อยยอมรับนัก ยามนั้นในร้านอาหารมีชายวัยรุ่นสองคนนั่งอยู่โต๊ะถัดไป ส่งสายตาจับจ้องมองมาที่ท่านหญิงทั้งสองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม คนหนึ่งอดรนทนใจไม่ไหว ลุกขึ้นเดินเข้ามาทักทายกล่าววาจาแทะโลม จึงถูกฝ่ามือของท่านหญิงราธีน่าตบใส่เข้าไปใบหน้าดังฉาดใหญ่ คนถึงกับล้มกลิ้งไปกับพื้น คนที่ถูกตบยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างมึนๆ ความอับอายเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น ส่งเสียงกล่าวอาฆาต แล้วหันไปชักชวนเพื่ออีกคนตรงเข้ามาที่โต๊ะของสองสาวหมายฉุดคร่า.. สองพี่น้องลุกขึ้นสู้ อย่าเห็นพวกนางอ้อนแอ้นบอบบาง แต่ก็ผ่านการเรียนรู้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้แบบบุรุษมาแล้วเช่นกัน หากแต่ครั้งนี้กลับเผชิญสองนักเลงเจ้าถิ่นซึ่งมีฝีมือพอดู ดังนั้นจึงสร้างความตึงมือแก่พวกนางอยู่บ้าง ยามคับขันจวนเจียนจะเสียที พลันปรากฏพัดจีบด้ามหนึ่งคลี่เข้ามาขัดขวาง สองนักเลงวัยรุ่นชะงักเล็กน้อย พัดจีบยาวด้ามไม้พอหุบกลับ ไม่ทันเห็นเจ้าของพัดเล่มนั้นชัดตา พัดเล่มนั้นก็ตวัดวูบเข้ามาฟาดใส่คนทั้งสองจนร่างกระเด็นผลิดปลิวไปคนละทิศละทาง คราวนี้พวกมันค่อยรับทราบว่าได้มาเจอยอดฝีมือแท้จริงเข้าให้แล้ว ดังนั้นพอประคับประคองตัวเองลุกขึ้นได้ ก็หันกายโกยแน่บวิ่งจากไปทันที..! สองท่านหญิงค่อยกันมาทางผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วย เห็นอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุประมาณไม่เกินยี่สิบปี รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เค้าใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม แต่งกายเรียบง่ายบุคลิกจนดูคร่ำครึคล้ายดั่งเหล่าบัณฑิตคงแก่เรียน เขาพอขับไล่นักเลงสองคนนั้นไป ก็หันกายออกจากร้าน หาได้เอ่ยปากถามไถ่สองสาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งยังคล้ายไม่สนใจจะรับคำขอบคุณจากพวกนางแม้แต่น้อย ท่านหญิงราเธริมองตามเงาหลังของเขาออกไป ดวงตาคู่งามฉายแววแปลกใจและเลื่อมใส ในขณะที่ท่านหญิงราธีน่าคนน้องลอบค้อนใส่อย่างหมั่นไส้ !! ยามนั้น..เซธตามมาถึงพอดี ครั้นเห็นสภาพของพวกนางทั้งสองถึงกับตระหนกอย่างยิ่งโพล่งถามว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านหญิงราธีน่ากลอกตาวูบ รีบชี้ไปทางชายหนุ่มที่ช่วยพวกนางไว้เมื่อสักครู่ร้องว่า เซธ.. มันรังแกพวกเรา.. ท่านช่วยจัดการให้เราด้วย.. เซธส่งเสียงรับคำ หันขวับไปทางประตูที่ชายหนุ่มเพิ่งลับกายจากไปเมื่อครู่ ดวงตาฉายแววโกรธแค้นวูบ พุ่งกายตามออกไปทันที ท่านหญิงราเธริหันมาตีเผี๊ยะใส่แขนน้องสาวเบาๆ เจ้านี่..ซนจริงๆ ไปบอกเซธยังงั้นทำไม เด็กสาวคนน้องหัวเราะฮิฮะ.. แหมพี่.. ก้อนายนั่นท่าทางหยิ่งชะมัด ขืนไม่ทำแบบนี้แล้วจะรู้เหรอว่าเขาเป็นใคร.. รีบตามไปกันเถอะ จะได้ทันดูเรื่องสนุกๆไง . เซธไล่ติดตามชายหนุ่มผู้นั้นจนทัน แล้วส่งเสียงเรียกให้อีกฝ่ายหยุด ชายหนุ่มผู้ถือพัดจีบชะงักเท้าเบือนหน้ามา สีหน้าแม้เฉื่อยชา หากแววตางงเล็กน้อย..เลิกคิ้วเป็นเชิงถามไถ่ ทว่าเซธหาได้พูดอะไรไม่ กางกรงเล็บจู่โจมเข้ามาทันที กระบวนท่าราวพยัคฆ์ตะปบเหยื่อแฝงพลังอันเกรี้ยวกราด ชายหนุ่มซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร หากฝีมือดูจะเหนือกว่าเซธมากนัก เขาเพียงเบี่ยงกายสลับเท้าหลบหลีกไปมาเล็กน้อยก็สามารถหลบพ้นกรงเล็บของเซธอย่างง่ายดาย ท่าเท้าที่ก้าวราวพลิ้วไปมาบนปุยเมฆแฝงความงามสง่าอย่างยิ่ง เซธไม่สามารถแตะต้องแม้ชายเสื้อของเขาได้ สองสาวพี่น้องยืนดูจนปากอ้าตาค้างด้วยความเลื่อมใส โดยเฉพาะท่านหญิงราเธริคนพี่ ..ในใจคล้ายถูกจุดประกายพิเศษพิสดารขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก.. ..เขาเป็นใครกันหนอ ? ..ช่างเลิศล้ำ..และงามสง่านัก..!! เห็นสีหน้าชายหนุ่มปริศนาทอแววรำคาญขึ้น ทะยานร่างขึ้นไปบนกำแพงสูงแค่นเสียงเย็นชา พวกท่านคิดล้อเล่นอะไรกันแน่ ? เฮอะ.. ล้อเล่นหรือ ? เซธร้องสวนตอบ เจ้าบังอาจล่วงเกินท่านหญิงของเรา..สมควรรับโทษ.. ล่วงเกินอันใด ? ชายหนุ่มบนกำแพงกอดอกพลางขมวดคิ้ว อ้อ.. ข้าเข้าใจแล้ว เฮอะ.. เอาเถอะ..คราวนี้ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับข้า ว่าต่อไปอย่างได้แส่ยื่นมือช่วยเหลือเรื่องของชาวบ้านอีก ท่านหญิงราเธริเห็นเขามีโทสะอดรู้สึกสำนึกละอายใจมิได้ รีบสาวเท้าเข้าไปกล่าวขอโทษ น้องสาวข้ายังเยาว์วัย จึงซุกซนล้อเล่นรุนแรงเกินไป..ขอท่านโปรดอย่าถือสาเลยนะ นางเพียงอยากรู้ว่าท่านเป็นใครเท่านั้น เซธส่งเสียงอุทานดังอ้าว..หันมองคนโน้นทีคนนี้ที พริบตานั้นจึงค่อยเข้าใจ ว่าตนเองถูกหลอกใช้แล้ว ชายหนุ่มบนกำแพงค่อยพลิ้วกายกระโดดลงมา หากแต่หาได้กล่าวอันใดไม่ ขณะจะหันกายจากไป พลันได้ยินเสียงใสเสนาะคุ้นดูเสียงหนึ่งร้องเรียกทักทายขึ้น อ้าว.. ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงน้อย.. มาทำอะไรอยู่แถวนี้คะ ? ทั้งหมดในที่นั้นหันขวับไปเห็นเรน่ากับเทย่า สองสาวใช้คู่ใจของไทอิลวิ่งข้ามถนนตรงมาทางนี้ เรน่าค่อยหันไปทางชายหนุ่มที่ถือพัดจีบผู้นั้น ย่อกายเล็กน้อยเป็นเชิงคารวะก่อนเอ่ยปาก คุณชายสามโปรดอย่างถือสาพวกนางเลยนะคะ.. ท่านหญิงทั้งสองก็คือบุตรีของท่านจ้าวรองไรเซนเองค่ะ ชายหนุ่มที่ถือพัดจีบเลิกคิ้วเล็กน้อยส่งเสียงดังอ้อ.. ค่อยหันกายเดินจากไปหาได้พูดอะไรต่อไป ท่านหญิงราเธริมองตามเงาหลังของเขาไปอย่างไม่ใคร่สบายใจนัก ค่อยหันมาถาม เขาเป็นใครเหรอ.. ทำไมพวกเจ้าเรียกเขาว่าคุณชายสาม ? อ๋อ.. เขาคือขุนพลผู้พิทักษ์ของเจ้าชายเมราซัสไงคะ.. คุณชายซาทากะน่ะค่ะ ท่านหญิงราธีน่าร้องดังอ๋อ..แล้วเอียงคออย่างสงสัย เอ..ได้ยินว่าเขาคือบุตรชายของท่านลุงใหญ่ไม่ใช่เหรอ เขามีฐานะเป็นถึงท่านชายนะ ท่านไปเรียกเขาแค่ คุณชายล่ะ ? อย่าเชียวนะคะอย่า เทย่ารีบร้องเตือน อย่าไปเรียกเขาว่าท่านชายซาทากะเด็ดขาด เขาโกรธตายแน่.. ทำไมล่ะ ? แววตาใส..ทอแววกังขาอย่างยิ่ง เทย่าขยับริมฝีปากหากเรน่ารีบสะกิดห้ามไว้ ชิงสอดคำขึ้น จริงสิ..ท่านหญิงไปเที่ยวไหนมาบ้างแล้วคะ ให้บ่าวนำเที่ยวต่อดีมั้ย.. พอเอ่ยถึงเรื่องเที่ยว ท่านหญิงผู้น้องก็ไม่สนใจเรื่องของชายหนุ่มซาทากะผู้นั้นอีก รีบโห่ร้องส่งเสียงรับคำทันที มีเพียงท่านหญิงราเธริที่เหลียวหน้ามองไปทางทิศที่ชายหนุ่มจากไปเมื่อครู่ จิตใจราวจะล่องลอยตามร่างงามสง่าไปด้วย ..คุณชายสาม..ซาทากะ.. ..เขานั่นเอง !! . ================================================================= ตอนที่ 12 แผนสั่งสอนท่านหญิงน้อย ไรเซนพอทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตำหนิบุตรีทั้งสองและเซธที่เสียมารยาทต่อซาทากะ โดยเฉพาะท่านหญิงราธีน่าที่โดนดุหลายคำ ในใจถึงกับขุ่นเคืองอย่างยิ่งประสาเด็ก..พาลรู้สึกหมั่นไส้พวกสี่ขุนพลผู้พิทักษ์ของเจ้าชายรัชทายาทไปจนหมดทุกคน.. ทางด้านวังรัชทายาท.. ซันจิกับพีจาร์ซึ่งได้รับสั่งจากจิวจิลมาดูลาดเลาที่จวนจ้าวสยบทักษิณก็กลับมารายงาน ว่าท่านหญิงทั้งสองไม่อยู่ที่จวน ทำให้พวกตนไม่สามารถดำเนินตามแผนที่วางไว้ได้ ทั้งสามเดินพลางสนทนากันมาพลาง สายตาของซันจิคล้ายเหลือบมองเห็นสิ่งใดจึงสะกิดแขนริวจิลให้ดู ริวจิลมองตามนิ้วชี้ ..เห็นทาซากะกำลังยืนสีหน้าบูดบึ้งอยู่บนสะพานหินในอุทยาน ดังนั้นจึงเดินเข้าไปทัก พี่สาม.เป็นไรไป หน้าตายังกะโดนผึ้งต่อยมาแน่ะ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า ? เฮอะ.. ยิ่งกว่าโดนเสือไล่กัดมาซะอีก ผู้หญิงอะไรไร้เหตุผลสิ้นดี !! ใคร.. ผู้หญิงที่ไหน.. เกิดอะไรขึ้น ? น้องชายสี่รัวคำถามเป็นชุดๆด้วยความงุนงง เขาทราบดีว่าพี่ชายคนนี้มีนิสัยประหลาดประการหนึ่ง คือมีอคติกับผู้หญิงมาตั้งแต่เด็กๆ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า ..พวกผู้หญิงจุ้นจ้านวุ่นวายพูดมากจ๊อกแจ็กน่ารำคาญ แล้วก็..ฯลฯ ที่สำคัญ..ส่วนใหญ่เอาแต่ใจและไร้เหตุผล โดยเฉพาะผู้หญิงที่ สวย และ สูงศักดิ์ มักจะยิ่งเรื่องมากเป็นพิเศษ ริวจิลยังทราบดี จุดบ่อเกิดแห่งคติทั้งมวลนี้ สาเหตุเริ่มต้นมาจากเมื่อครั้งที่มีเรื่องโดนท่านหญิงราเธริกลั่นแกล้งเอาเมื่อตอนเด็กๆ ทำให้ซาทากะและพี่น้องทั้งสี่โดนองค์ฟาลอสลงโทษกักบริเวณในห้องสามวัน ทำให้เขารู้สึกเข็ดหลาบฝังใจมาถึงทุกวันนี้ ยามนั้นคาลาธเดินผ่านมา พอดีได้ยินประโยคร้องถามของริวจิล พลอยรู้สึกสนใจอดเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยมิได้ ช่วยคาดคั้นถามสาเหตุของเรื่องราวต่างๆจากซาทากะจนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อตอนช่วงบ่าย เห็นมั้ยล่ะ ? ริวจิลร้องขึ้น พวกนางเริ่มลงมือแล้ว.. ข้าบอกแล้วไงว่าพวกนางต้องไม่ปล่อยพวกเรา พี่รอง..จะให้ยอมนางดูถูกหยามศักดิ์ศรีพวกเราเหมือนเมื่อตอนเด็กๆไม่ได้แล้วนา.. เรื่องนี้..ท่านต้องลงมือเองแล้วล่ะ เอ่ยถึงตอนท้ายเห็นสีหน้าพี่ชายรองจมอยู่ในแววครุ่นคิด ก็รู้ว่าวาจากระตุ้นของตนเองได้ผล ..อดหันไปลอบหลิ่วตากับพวกซันจิ พีจาร์ด้วยความสบใจมิได้ แผนเสี้ยมเขาให้ชนกันของตนเองนับว่ากำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ขอเพียงพี่ชายรองคาลาธยอมเข้ามาร่วมวงด้วย คราวนี้เห็นทีต้องมีเรื่องสนุกๆตามมาอีกแน่ .. เวลานั้นเอง.. ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งเข้ามารายงานว่า ท่านจ้าวไรเซนมาเยือนวังรัชทายาท เวลานี้ท่านชิรินกำลังต้อนรับอยู่ที่ห้องรับรองอาคันตุกะ อีกฝ่ายให้ตนมาเชิญท่านซาทากะไปพบ.. แล้วมีใครมาด้วยกับท่านไรเซนไหม ? ริวจิลเรียบเคียงถาม ยังมีท่านหญิงอีกสองนาง แล้วก็ ท่านเซธ..หัวหน้าองครักษ์วังจ้าวสยบทักษิณขอรับ.. ไหมล่ะ ..!! ริวจิลหันมาครางเบาๆกับพี่ชายทั้งสอง นางปีศาจน้อยนั่นต้องไปฟ้องที่ลุงรองอีกแน่เลย .. ไม่รู้คราวนี้พวกนางจะมาไม้ไหนนะ.. พี่รอง จะเอาไงดี ? ซาทากะมองหน้าพี่ชายรองอย่างขอความช่วยเหลือ ความร้ายกาจของท่านหญิงวังสยบทักษิณนับว่าวันนี้เขาก็ได้รับทราบมาแล้ว ..เขาจะไม่หวั่นไหวกริ่งเกรงสักนิดหากฝ่ายตรงข้ามเป็นเหล่ามารยอดฝีมืออันชั่วร้าย ให้ต่อสู้กันด้วยฝีมือเขาไม่เคยกลัวใคร ..แม้ความตายจะมาเยือนถึงเบื้องหน้าเขาก็จะไม่ขมวดคิ้วสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แต่ให้ปะทะกับพวกผู้หญิงสูงศักดิ์ที่ไร้เหตุผลเช่นพวกนาง.. แค่คิดเขาก็รู้สึกเหน็บหนาวแล้ว.. คาลาธปั้นสีหน้าราวกับกำลังเผชิญศึกใหญ่ วางท่ามาดมั่นเป็นผู้บัญชาการเต็มที่ หลังจากกลอกตาโคลงศีรษะไปมาอย่างครุ่นคิด ครู่หนึ่งดวงตาพลันจุดประกายวาบขึ้น มุมปากคลี่ยิ้มกว้างออกมา ดีดนิ้วดังเป๊กร้องเบาๆ ..รู้แล้วล่ะ.. ทำไงพี่รองทำไง.. ? ริวจิลรีบถามอย่างตื่นเต้น จอมแผนการยิ่มกริ่มยังไม่บอกในบัดดล หันไปยื่นมือตบไหล่น้องชายอีกคน ในเมื่อลุงรองให้เจ้าไปพบ ก็ไปพบเขาเถิด ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น พี่รองมีแผนการจัดการพวกนางให้เจ้าแล้ว.. ถ้าท่านรับรองแบบนี้งั้นข้าก็ค่อยวางใจ ซาทากะผงกศีรษะรับคำ ไม่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขากับพี่ชายคนนี้มักมีเรื่องวิวาทะและชกต่อยกันบ่อยครั้งเพียงใด แต่ในใจของเขาก็ยังคงเลื่อมใสและยอมรับต่ออีกฝ่ายเสมอมา ..โดยเฉพาะในเวลาที่ทุกคนต้องเผชิญศึกร่วมกันเช่นตอนนี้ !! ซาทากะลับกายไปแล้ว.. คาลาธค่อยกวักมือเรียกริวจิลและพวกซันจิพีจาร์เข้ามาใกล้ๆ ยื่นมือโอบคอทั้งสามเข้ามาเป็นวงแคบๆ เพื่อกระซิบบอกแผนการ ทั้งหมดพอรับฟังต่างพากันยิ้มออกมา.. โดยเฉพาะริวจิลถึงกับตบมือเบาๆชอบอกชอบใจ แล้วยกนิ้วหัวแม่มือชมเชยให้กับพี่ชาย.. โอย . จ้าวปีศาจคาลาธยอมกระโดดลงมาร่วมทำศึกแล้ว.. แผนการของเขาคราวนี้ไม่ทราบจะก่อกวนเรื่องวุ่นๆอะไรขึ้นมาอีก !! ภายในห้องรับรองอาคันตุกะ ซึ่งเป็นห้องด้านหน้าของอาคารใหญ่หลังแรกสุด ภายในห้องกว้างโอ่โถง หน้าต่างติดผ้าม่านบางใสชั้นใน แล้วปล่อยผ้าม่านหนาหนักสีม่วงอ่อนอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ห้องดูสว่างไสวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสงบเคร่งขรึม โต๊ะเก้าอี้ไม้สักบุนวมผ้าสักหลาดสีม่วงจัดวางเป็นระเบียบล้วนทำด้วยฝีมือช่างเอก ตู้โชว์ลงรักสลักลายกนกสวยงาม บนผนังทาสีขาวนวล แขวนภาพวาดของจิตรกรเอกหลายใบ ดูจากการตบแต่งเช่นนี้ ราวจะบ่งบอกถึงรสนิยมความเป็นผู้นิยมรักในภาพวาดและอักษรของเจ้าของสถานที่ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับท่านหญิงราเธริกลับรู้สึกคลางแคลงใจอยู่บ้าง ด้วยทราบดีว่าท่านเจ้าของวังผู้นี้ซึ่งก็คือเจ้าชายเมราซัสนั้น ยังทรงพระเยาว์เพียงแค่สิบหกชันษาเท่านั้น จะซาบซึ้งถึงศิลปะสักเพียงใด หากก็ได้รับความกระจ่างเพิ่มขึ้น เมื่อชิรินอธิบายว่า.. ห้องๆนี้เป็นซาทากะออกแบบและคอยดูแลให้มัณฑนากรตกแต่งด้วยตนเอง คิดไม่ถึง..คุณชายสามซาทากะ ไม่เพียงรูปงามฝีมือเลิศล้ำ.. ทั้งยังเป็นผู้มีรสนิยมทางศิลปะถึงเพียงนี้ อายุเพียงแค่นั้น ได้ยินว่ามากกว่านางแค่ปีสองปีเอง ชมชอบเรื่องดนตรี ภาพวาดและอักษร ดีเหลือเกิน.. ที่ชอบเหมือนกันเลย.. ท่านพ่อ..ข้างอยากออกไปเดินเล่น ท่านหญิงน้อยคนน้องกระซิบบอกบิดาเบาๆ น่าเบื่อจะตาย.. คุยกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ภาพวาด บทกลอน..ฮึ ชิรินได้ยินต้องเหลียวหน้ามายิ้ม ถ้าเจ้าอยากจะออกไปเดินเล่นก็ได้นะ.. ในอุทยานตอนนี้กล้วยไม้กำลังบานสวยงามมากเชียวล่ะ ขอบคุณค่ะพี่ชิริน.. ท่านหญิงราธีน่ายิ้มหวานให้เขา ในตอนแรกที่ถูกบิดาตำหนิทำให้นางนึกอคติต่อสี่ผู้พิทักษ์องค์รัชทายาทนั้น ครั้นพอมาเจอเขาผู้นี้ทำให้ความคิดเชิงลบหลายอย่างในใจถูกชะล้างออกไปไม่น้อย ชิรินอ่อนโยนและมีท่าทางเป็นพี่ชายที่ใจดีเกินคาดจริงๆ หากไม่นับนายซาทากะขี้เก๊กคนนั้น.. ยังมีอีกสองคนที่เหลือจะเป็นอย่างไรหนอ.. ชักอยากเจอเสียแล้วสิ พี่ใหญ่.. ไปเดินเล่นด้วยกันมั้ย ? คนน้องเอ่ยชวนพี่สาว อีกฝ่ายยิ้มพลางส่ายหน้า.. หากเด็กสาวก็ไม่คะยั้นคะยอ เพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เฮอะ.. ทำไมจะไม่รู้ว่า พี่สาวของตนอยากพบหน้าใครบางคนที่กำลังถูกตามตัวมาที่นี่มากกว่า ไรเซนรู้ฤทธิ์เดชบุตรีคนนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นย่อมไม่วางใจให้นางออกไปเดินเล่นคนเดียว จึงสั่งให้เซธตามไปเป็นเพื่อน องครักษ์หนุ่มลอบถอนใจเบาๆแล้วฝืนยิ้ม ก่อนจะน้อมกายรับคำสั่ง แล้วสาวเท้าเดินตามท่านหญิงน้อยด้วยความรู้สึกหนาวๆร้อนๆ ทั้งสองเพิ่งลับกายออกไป ซาทากะก็เข้ามา ค้อมคำนับทำคารวะต่อไรเซนตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อขุนนางชั้นสูง ผู้อาวุโสรีบลุกจากเก้าอี้เข้ามายื่นมือจับไหล่ประคองหลานชายให้ยืดกายตรงด้วยความยินดีที่ได้พบอย่างเป็นกันเอง เป็นไงซาทากะ.. ไม่ได้เจอกันตั้งนานสบายดีหรือ ? ขอบคุณท่านลุงรอง.. ผู้หลานสบายดี เฮ่อ.. ข้าเพิ่งมาถึง.. คิดไม่ถึงว่าน้องสาวจอมซนของเจ้ากลับไปมีเรื่องล่วงเกินเจ้าเมื่อตอนบ่าย ดังนั้นจึงพานางมาขอขมาเจ้าด้วยตนเอง .. ตัวการจริงๆกำลังออกไปเดินเล่นอยู่ แต่เธรี่ที่เป็นพี่สมควรรับโทษหนักที่สุด ..ฐานะที่ไม่ดูแลน้อง ท่านไรเซนเอ่ยบอกเขาอย่างอารมณ์ดี จากนั้นกวักมือเรียกบุตรีคนโต อ้าว..เธรี่.. ยังไม่เข้ามาขอโทษพี่เขาอีก ท่านหญิงราเธริลุกจากเก้าอี้เดินชดช้อยเข้ามา ค่อยย่อกายเล็กน้อยทำท่าจะขอขมา หากชายหนุ่มชิงโบกมือห้ามกล่าวเสียงเรียบ ช่างเถอะ..ไม่เป็นไร ชิรินยิ้มเล็กน้อยกล่าวเสริมขึ้น ..อันที่จริงต่างก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น ท่านลุงรองไม่น่าเกรงใจกันปานนี้ หญิงสาวยิ้มอ่อนหวานกล่าวขอบคุณเบาๆ ช้อนตาขึ้นมองใบหน้างามสง่าของชายหนุ่มเบื้องหน้า ก่อนเอ่ยปากชวนสนทนา จริงสิคะ.. ได้ยินมาว่า พี่ซาทากะชอบการเขียนภาพและแต่งบทกลอน ปกติข้าก็สนใจเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน.. อืม.. ไม่ทราบว่าข้าจะมีวาสนาได้ชมผลงานของพี่บ้างไหม ? คนถูกถามเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย แม้รู้สึกว่าคราวนี้นางมาแปลก ดูปีศาจน้อยนางนี้จะนุ่มนวลสงบเรียบร้อยผิดคาด แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนกันแน่ ขณะนึกหาคำพูดปฏิเสธอยู่นั้น ท่านไรเซนก็กล่าวเสริมว่า ใช่แล้ว พี่ซาทากะของเจ้าเขาปราดเปรื่องเรื่องศิลปะแทบทุกแขนง ทั้งดนตรี อักษรและภาพวาดทีเดียว นับว่าเจ้าขอคำแนะนำได้ถูกคนแล้ว ซาทากะ.. ว่างๆก็ฝากช่วยสั่งสอนแนะนำน้องบ้างนะ ข้า ชายหนุ่มอึกอัก..ในใจนึกรำคาญเงียบๆ ท่านลุงรองชมเชยหลานเกินไปแล้ว . น้องสาม.. ชิรินส่งเสียงเรียกเป็นเชิงให้อีกฝ่ายทำตามคำขอร้องของฝ่ายผู้มาเยี่ยมเยือน ซาทากะได้แต่ลอบถอนใจ อย่างนั้นก็ได้.. แต่ขอเป็นวันหลังนะ.. วันนี้บังเอิญข้ามีธุระ ข้าขอตัวก่อน.. อำลาท่านลุงรอง กล่าวจบก็ก้มตัวคำนับเล็กน้อย ก่อนจะหันกายก้าวยาวๆออกจากห้องไป ชิรินส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา รีบหันมากล่าวขอโทษไรเซนด้วยความเกรงใจ น้องชายข้าคนนี้ก็เป็นอย่างนี้เอง.. ท่าทางแข็งๆไม่ค่อยรับแขก แต่แท้จริงในใจไม่มีอะไรหรอก ต้องขอโทษท่านลุงด้วยจริงๆ หึหึ.. ช่างเถอะ ไม่เป็นไร.. ผู้อาวุโสยิ้มอย่างไม่ถือสา พ่อของเขาก็นิสัยเป็นแบบนี้ล่ะ น้ำเสียงในตอนท้ายราวจะรำพึงเบาๆกับตนเอง .. อุทยานวังรัชทายาทกว้างขวางตระการ มีทั้งสวนน้ำสวนนกและสวนดอกไม้ตกแต่งเข้ากันได้อย่างร่มรื่น ราวกับยกสวนสวรรค์ลงมาจากดาวดึงส์ หญิงราธีน่ากับเซธเดินมาบนทางเดินโรยกรวดหลากสีอัน ชี้ชวนกันดูต้นไม้แปลกๆที่ปลูกอยู่ตามรายทางอย่างตื่นตาตื่นใจ เวลาเริ่มเย็นแสงสว่างอ่อนโรยตัว..ยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบสวยงามน่าสนใจไปไปอีกแบบหนึ่ง เดินมาถึงสวนน้ำที่ขุดคูคดเคี้ยว ในคูน้ำปลูกบัวหลากสี น้ำใสเห็นปลาคาร์ปตัวโตสีส้ม สีขาว สีเงินสีทองมากมายแหวกว่ายกันไปมา ความกว้างของคูนี้ประมาณหนึ่งคีปะ สร้างสะพานหินโค้งทอดข้ามไปอีกฝั่งไว้เป็นช่วงๆ บนราวสะพานแกะสลักเป็นรูปสัตว์ในตำนาน มีทั้งพญานาค มังกร ราชสีห์ ฯลฯ ท่านหญิงราธีน่ารู้สึกสนุกสนานอย่างยิ่ง วิ่งขึ้นลงสะพานโน้นไปสะพานนี้ พลางชี้ให้องครักษ์หนุ่มดูปลาในน้ำ ยามนั้นแว่วยินเสียงน้ำตก ชะเง้อมองบนสะพานที่ทอดสูง เห็นข้างหน้ามีภูเขาจำลองลูกหนึ่ง ดังนั้นร้องบอกเซธไปดูน้ำตกจำลองกัน ข้าว่า..เรากลับกันเถอะท่านหญิง.. ป่านนี้ท่านจ้าวคงรอแล้ว ไม่.. ยังสนุกอยู่เลย.. ข้าจะไปดูน้ำตก..เจ้าจะกลับก่อนก็ตามใจ กล่าวจบวิ่งนำหน้าไปตัวลิ่ว.. เซธวิ่งตาม..ร้องเตือน ท่านหญิงระวังเดี๋ยวสะดุดหกล้ม.. ไม่ขาดคำคนพูดกลับหกล้มเสียเอง ..กลิ้งไปข้างทางอย่างไม่เป็นท่า องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นนั่งบนสนามหญ้าสีเขียวเล็กๆที่ตัดเรียบริมทางเดิน พลางเอามือลูบที่ขาของตนเองอย่างงุนงง ตะกี้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างชนกระแทกข้อพับเข่าเข้ามาทางด้านหลัง คล้ายหมัดที่ไร้รูปร่างหากแฝงพลังอ่อนหยุ่นชกเข้ามาอย่างแรง.. แรงจนตนถึงกับล้มกลิ้ง ทว่าหลังจากนั้นกลับไม่ได้ทิ้งร่องรอยความบาดเจ็บใดไว้แม้แต่น้อย.. มันคืออะไรกันแน่.. ? คล้ายๆพลังคอธในตำนาน วิชาอันลี้ลับแห่งเทพเจ้า ? แต่ที่แน่ๆ.. คงไม่ใช่เขาเสียหลักล้มลงเองแล้วอุปาทานไปเป็นอันขาด !! ระหว่างที่ท่านหญิงราธีน่ามุ่งหน้าไปยังน้ำตกจำลอง กระต่ายสีขาวน่ารักตัวหนึ่งก็วิ่งลัดสนามหญ้าข้างทางผ่านหน้านางไป ท่านหญิงน้อยเปลี่ยนความสนใจจากน้ำตกไปเป็นกระต่ายอย่างรวดเร็ว..! กระต่ายน้อยท่าทางเจ้าเล่ห์.. วิ่งพลางหยุดหันหน้ามาทางเด็กสาวคล้ายรีรออีกฝ่าย จนนางย่องเข้ามาใกล้ก็กระโดดหลบหนีต่อ หนึ่งคนหนึ่งกระต่าย ฝ่ายหนึ่งล่อฝ่ายหนึ่งไล่ตาม จนกระทั่งมาถึงบริเวณต้นไม้ครึ้มแถบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว พอพบว่ากระต่ายน้อยตัวนั้นไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว..จมูกก็พลันสูดได้กลิ่นธูปหอม..หูยังได้ยินเสียงครางเบาๆ เด็กสาวสยิวกายขึ้นมาอย่างลืมตัว เหลียวมองไปรอบๆ แสงสว่างเริ่มมัวซัวลง ท้องฟ้าปรากฏแสงหลากสี ..บรรยากาศรอบข้างยิ่งวังเวงน่ากลัว ก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง.. พลางส่งเสียงเรียกหาเซธ.. หากก็ไม่มีเสียงขานตอบ ที่นี่ที่ไหน ? ท่านหญิงน้อยพึมพำ..พลันเสียงสุนัขก็หอนดังโหยหวนขึ้น เซธ..เซธ เจ้า..เป็น..ใคร..?? เสียงหนึ่งเย็นยะเยือกดังขึ้นทางด้านหลัง ท่านหญิงราธีน่าสะดุ้งโหยงหันขวับไป พบว่าหลังพุ่มไม้ดักเตี้ยระดับสะเอวไม่ทราบยืนไว้ด้วยหญิงชราผมขาวโพลน ใบหน้าเหี่ยวย่นจมูกโด่งแหลมคางเสี้ยม บนร่างสวมเสื้อคลุมยาวสีเทานางหนึ่งตั้งแต่เมื่อใด เจ้าบังอาจนัก.. กล้าดียังไงล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามที่นี่.. ขะ..ข้า.. ไม่ตั้งใจ.. ขอโทษค่ะ.. เด็กสาวตะกุกตะกัก หากสายตาหญิงชรายิ่งฉายแววดุดัน ตวาดเสียงหนักๆ เจ้าต้องถูกลงโทษ ขาดคำเสียงหอนของสุนัขยิ่งดังโหยหวนเด็กสาวถึงกับขนลุกเกรียว หญิงชราเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดหวั่น อา.. เทพอสูรพิโรธแล้ว.. ไป..ไป กับข้า ไปขอขมาองค์เทพอสูรกับเรา เฮอะ.. เทพอสูรที่ไหนกันอยู่ในวังรัชทายาท.. เด็กสาวเชิดปากน้อยๆทำใจดีสู้เสือ ถ้าเจ้าไม่ตามเรามา..หากเทพอสูรยิ่งพิโรธ..เจ้าต้องตายแน่ ท่านหญิงราธีน่าจะอย่างไรก็ยังอายุเยาว์ พอฟังคำขู่อดประหวั่นลนลานมิได้ ไม่กล้าขัดขืนอีก ได้แต่ตามอีกฝ่ายเข้าไปในดงไม้อย่างเชื่อฟัง เห็นกลางดงไม้กระท่อมผุเก่าอยู่หลังหนึ่ง เมื่อมายืนหน้าประตูกระท่อม กลิ่นธูปหอมยิ่งรุนแรงขึ้น หากภายในดูมืดและเงียบวังเวง แผ่ไอเย็นยะเยียบออกมาจับขั้วหัวใจ หญิงชราพาเด็กสาวเข้าไปในกระท่อม ท่านหญิงน้อยเพิ่งก้าวเท้าเข้าไป อะไรบางอย่างตัวดำๆเล็กๆก็วิ่งพล่านผ่านหลังเท้านางไปเป็นพรวน.. ประสาทแปลผลรายงานลงมาทันทีอย่างรวดเร็วว่ามันคือ ฝูงหนู !! กรี๊ด..ด.ด.. เด็กสาวกรีดร้องอย่างตกใจ รีบยกมือขึ้นปิดหน้าตนเอง หมุนกายคิดวิ่งหนี หากมือเย็นแข็งกระด้างดุจคีมเหล็กคว้าหมับไว้ จะไปไหน ฮือ..กลัวแล้ว ปล่อยข้าเถอะ.. ไปขอขมาท่านเทพอสูรก่อน.. หญิงชราลากจูงท่านหญิงน้อยเข้ามา ทันใดนั้น..ห้องมืดทึมอับชื้นพลันสว่างไสวขึ้นด้วยแสงเทียนไขนับสิบที่ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันถูกจุดขึ้นได้อย่างไร.. เด็กสาวเดินก้มหน้าขาแข็งๆก้าวตามหญิงชราตัวสั่นระริก .. ช้อนตาขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆมองไปข้างหน้า เห็นนางพาตนหยุดยั้งลงหน้าโต๊ะบูชาซึ่งจัดวางอยู่ในสุดของห้องๆนั้น หลังโต๊ะบูชาขึงผ้าม่านเก่าคร่ำคร่าสีทึมๆ บนโต๊ะจัดวางกระถางธูปเทียนและถ้วยเครื่องเซ่นปีศาจอันได้แก่เลือดและเหล้าขาว คุกเข่าลง หญิงชราสั่ง เด็กสาวรีบทำตามทำที พลันเสียงเย็นยะเยือกสลับกับเสียงสุนัขหอนก็ดังออกมาจากในห้องหลังผ้าม่าน มาแล้วหรือ.. นังเด็กน้อย.. ฮะ..ฮะ..โฮ้ว.ว..ว.ว.. ความรู้สึกทั้งมวลท่านหญิงน้อยแตกกระจายทันที ร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ รีบก้มศีรษะจรดพื้นตัวสั่นระริก ฮือ.. ข้าไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินท่านเลยนะ ข้าเข้ามาโดยบังเอิญ..จริงๆนะคะ หึหึ.. กลัวหรือ.. เอาเถอะ..เห็นแก่ที่เจ้าอายุเยาว์.. ข้าจะยกโทษให้สักหน..แต่เจ้าต้องกราบข้าสามครั้ง ฮะ..โฮ้ว...ว..ว.. เสียงเย็นดังสะท้าน พร้อมผ้าม่านเลื่อนเปิดออกช้าๆ.. พลันบังเกิดเสียงคำรามลั่นอย่างดุร้าย ร่างใหญ่สีน้ำตาลขนหนาทึบกระโจนพรวดออกมา ยืนจังก้าอยู่บนโต๊ะบูชา เด็กสาวอดเงยหน้าขึ้นมองอย่างลืมตัวมิได้ เห็นนั่นเป็นสัตว์บางอย่างที่คล้ายสุนัข หากบนหัวสวมมงกุฏสีแดง มีเครื่องประดับตกแต่งตามตัว กำลังถลึงจ้องตานาง ส่งเสียงคำรามในลำคอ พลางแยกเขี้ยวใหญ่ ขาวเป็นประกายในแสงเทียน.. ความกลัวของท่านหญิงน้อยพุ่งทะลุถึงจุดสุดขีด รีบกราบลงกับพื้นสามครั้งโดยไม่ต้องเตือนซ้ำ โฮ้ว..ว.ว.ว.ว ฮ๊า..ก.ก.ก.ก.ก. ! เสียงหอนปนคำรามลั่นขึ้นอีกครั้ง.. ฉับพลันแสงเทียนก็ดับวูบโดยพร้อมเพรียง ! ทันใดนั้น .. ท่านหญิง.. อยู่ในนั้นรึเปล่า ? เสียงเซธร้องเรียกหา.. ราวกับเสียงเทพเจ้ามาโปรด ท่านหญิงราธีน่ามิทราบได้ความกล้ามาจากไหน รีบผุดลุกขึ้นวิ่งออกมาจากห้องนั้น ผลักประตูเปิดผางออกไปนอกกระท่อม เห็นเซธยืนหันรีหันขวางอยู่ ถึงกับดีใจจนร้องไห้ออกมาอีกครั้ง วิ่งเข้าไปกอดองครักษ์หนุ่มร้องไห้โฮออกมา เกิดอะไรขึ้น..ท่านหญิง.. ? เซธ.. ฮือ..ข้ากลัว..ไป..ไป..รีบพาข้าไปจากที่นี่.. น่ากลัวเหลือเกิน..เซธ ไม่ต้องกลัวท่านหญิงน้อย.. เซธอยู่ที่นี่ เซธปลอบพลางทำท่าจะเข้าไปสำรวจในกระท่อม หากถูกเด็กสาวฉุดรั้งไว้ เร่งเร้าให้อีกฝ่ายพากลับไปหาบิดา ในที่สุด..เซธได้แต่ยอมให้นางฉุดลากแขนพาวิ่งออกมาจากดงไม้แห่งนั้น โดยที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คนทั้งสองเพิ่งจากไป.. ใบหน้าที่แอบมองอยู่ทางช่องประตูที่เปิดแง้มอยู่ก็หลุบกลับเข้าไปข้างใน เทียนไขถูกจุดสว่างขึ้นมาอีกครั้ง !! หญิงชราลอกหน้ากาก ปลดวิกผมปลอมลงมาโยนทิ้งไปบนพื้น แล้วถลันเข้าไปกอดสุนัขบนโต๊ะ หัวเราะชอบใจ เก่งมากเลยเจ้าซาทากิเพื่อนยาก..ฮ่า ฮ่า เจ้าแสดงละครได้เยี่ยมที่สุด.. ซาทากิ..ไม่แยกเขี้ยวคำรามอีก หากแต่กระดิกหางไปมา เอียงคอปล่อยลิ้นห้อยยาวลงข้างปาก หรี่ตาสุกใสแบบหมายิ้ม ทำเสียง แหะ..แหะ..เหมือนกำลังหัวเราะเช่นกัน เฮ่อ.. ร้ายพอกันทั้งนายทั้งหมา.. ! ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนการของคาลาธ ทั้งหญิงชราและเสียงโหยหวนสะท้านของเทพอสูรล้วนเป็นเขาจัดการปลอมแปลงแต่งขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งท่านหญิงราธีน่าทั้งสิ้น ยามนั้นซันจิที่เป็นคนชักเปิดผ้าม่าน และพีจาร์ที่เป็นคนจุดเทียนไขพากันเดินยิ้มออกมาจากที่ซ่อนกาย มีเพียงริวจิลที่ไม่ยิ้ม.. เขากระโดดลงมาจากขื่อเพดาน ยืนซึมมองออกไปทางประตูอย่างไม่สบายใจ หันมาถามหงอยๆ พี่รอง.. พวกเราทำเกินเลยไปรึเปล่าเนี่ย เฮ้ย..มาสำนึกอะไรได้ตอนนี้ ? ผู้เป็นพี่ชายดุเบาๆ เจ้านี่ก็ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง.. ไหนตอนแรกเป็นตัวตั้งตัวตีมิใช่หรือ ให้วางแผนกลั่นแกล้งนาง แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับไม่กล้าทำ.. ก็ ไม่นึกว่านางจะเด็กขนาดนี้ ยังไม่ทันได้ชักรอกโครงกระดูกให้ดู..ก้อร้องโฮออกมาซะแล้ว.. ใครจะทำลง คาลาธยักไหล่ ช่างเถอะ.. เกาทัณฑ์ยามง้างสุดสายก็ต้องยิงปล่อยออกไป แผนการจัดเตรียมไว้แล้วไม่อาจหยุดดำเนิน ถือว่าแค่นี้พอหอมปากหอมคอ.. ไม่ชักโครงกระดูกก็แล้วไป ว่าแต่คราวต่อไปหากขืนใจอ่อนอีก ก็ไม่ต้องมาชวนข้าวางแผนแกล้งใคร . อีกด้านหนึ่ง ท่านหญิงราธีน่าฉุดแขนเซธวิ่งออกจากดงไม้.. เบื้องนอกฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ผู้ดูแลอุทยานต่างจุดโคมไฟสว่างเป็นจุดๆตามเสาริมทางเดิน ทั้งสองพบกับองครักษ์วังรัชทายาทซึ่งได้รับคำสั่งให้ออกมาตาม จากนั้นติดตามอีกฝ่ายกลับมายังรถม้าที่จอดรออยู่บนลานหน้าตำหนัก ทั้งหมดกำลังจะอำลาชิรินกลับกันแล้ว เพียงรอท่านหญิงน้อยและเซธที่ออกไปเดินเล่นจนหายตัวไปทั้งคู่ ท่านหญิงราธีน่าพอมาถึง ก็วิ่งเข้ามากอดพี่สาวตัวสั่นระริก ฮือๆๆ..พี่ใหญ่.. ข้าเจอปีศาจด้วย.. น่ากลัวมากเลย ปีศาจอะไร ? ชิรินขมวดคิ้วถาม นั่นสิ ท่านไรเซนหัวเราะหึหึในลำคอ ปีศาจอะไรจะกล้าเข้ามาในวังรัชทายาท..? จริงๆค่ะท่านพ่อ เด็กสาวสะอึกสะอื้นบอก ปีศาจสุนัขขนยาวพูดได้ด้วย..น่ากลัว..มีแม่มดด้วย ฮือ ฮือ เรากลับกันเถอะ ข้าไม่มาแล้วล่ะที่นี่.. ไม่มาแล้ว ท่านไรเซธหันไปมองหน้าเซธเป็นเชิงไถ่ถาม แต่เซธก็ตอบไม่ถูก เพราะหลังจากเกิดเรื่องเขาก็ถูกทั้งฉุดทั้งลาก ท่านหญิงไม่ให้เวลาเขาซักถามอะไรเลย สีหน้าอ่อนโยนของชิรินพลันเคร่งขรึมลง พริบตานั้นคล้ายกับรู้ในบัดดลว่าเป็นฝีมือของใคร ขบคิดเล็กน้อยกล่าวปลอบโยนว่า น้องธี่นี่ไม่ต้องกลัว พี่เข้าใจแล้วล่ะ.. มา..ไปกับพี่..พี่จะจัดการสั่งสอนเจ้าปีศาจตัวนั้นให้เจ้าเอง ท่านไรเซนมองหน้าชายหนุ่มแล้วพลันฉุกใจคิดว่าเป็นเรื่องใด อดหัวเราะมิได้ ข้าก็คิดว่าพอเดาออกแล้วว่าฝีมือใคร ฮาฮา.. ช่างเถอะชิริน.. พี่ๆเขาคงเย้าแหย่ล้อเล่นน้องเป็นเรื่องธรรมดา พวกเรารบกวนเจ้ากันนานแล้ว สมควรกลับกันเสียที ท่านลุงรอง ชิรินกล่าวอย่างละอาย ขอโทษแทนเจ้าสองตัวนั่นจริงๆ.. ข้าจะจัดการลงโทษให้เอง ช่างเถอะ.. ช่างเถอะ ดีซะอีก.. คนที่ชอบแกล้งคนอื่นถูกแกล้งซะบ้างก็ดี.. ฮ่าฮ่า . เมื่ออำลาชิรินกลับขึ้นรถม้าเดินทางกลับจวน ท่านหญิงราธีน่ายังข้องใจไม่หาย เล่าเรื่องเทพอสูรและปีศาจพูดได้ให้บิดาและพี่สาวฟัง แล้วถามว่ามีจริงหรือไม่.. ทั้งสองยิ้มอย่างขบขัน ท่านไรเซนจึงค่อยเฉลย เจ้าน่ะ..โดนพี่ชายสองคนนั้นกลั่นแกล้งเอาต่างหากเล่า วังรัชทายาทจะมีปีศาจมาอยู่ได้ยังไง.. พี่ชายสองคนไหน..? ท่านหญิงน้อยย้อนถาม ท่านพ่อหมายถึง..พี่คาลาธกับพี่ริวจิล ใช่มั้ยคะ..? คนพี่สาวคาดเดา ผู้เป็นบิดาพยักหน้า ยังมิวายหัวเราะหึหึต่อ กล่าวอย่างขบขันแกมสั่งสอน ดีแล้ว สม.. ทีนี้จำไว้นะ.. ต่อไปเวลาจะก่อเรื่องกลั่นแกล้งคนอื่น จะได้นึกถึงอกเขาอกเราบ้างว่ารู้สึกยังไง.. ท่านหญิงราธีน่าก้มศีรษะต่ำนิ่งเงียบราวยอมรับ หากในใจลอบพึมพำอาฆาต.. เฮอะ..ฝากไว้ก่อนเถอะนะ..!! ทางด้านวังรัชทายาท ชิรินตามมาที่เรือนพักของคาลาธ เห็นอยู่พร้อมหน้ากันทั้งคู่กับริวจิลในห้องนอน จึงปิดประตูลงมือดุด่าสั่งสอนน้องชายทั้งสองคนเสียพักใหญ่ ตัวก่อเรื่องนั่งบนขอบเตียงก้มหน้ารับฟังอย่างสงบเสงี่ยม ครั้นพอพี่ชายใหญ่ด่าจบเดินออกไป คาลาธก็หงายหลังเอนนอนไปบนเตียงหัวเราะจนตัวขดตัวงอ โอย.. สะใจจริงๆ เห็นนางปีศาจน้อยนั่นกลัวจนร้องไห้ขี้มูกโป่งวิ่งออกไป ต่อให้ถูกด่าก็คุ้มว่ะ ..ฮ่าฮ่า หากแต่ริวจิลกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ลุกเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม !! ภาพใบหน้างามน่ารักของท่านหญิงน้อยผู้นั้นลอยวนเวียนอยู่ห้วงสมองตลอดเวลา เฮ่อ.. บ้าชะมัด นี่ถ้ารู้ว่าปีศาจน้อยนางนี้ สวยน่ารักปานนี้..เขาคงจะไม่กลั่นแกล้งนางเป็นอันขาด..! เปิดฉากก็มีเรื่องกับนางเสียแล้ว.. คงสร้างเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับนางไปยาวนานอย่างแน่นอน.. แล้วต่อไปจะลบล้างเปลี่ยนเป็นสร้างความรู้สึกดีๆต่อกันได้อย่างไรหนอ คงจะยากเย็นแล้วกระมัง !!! ======================================================= ปล.จากผู้เขียน : ขอโทษค่ะ เอามาลงซะหลายตอน คือช่วงนี้จะไม่อยู่หลายวัน เลยลงให้ค่อยๆทะยอยอ่านนะคะ อย่าเพิ่งเบื่อกันเลยนะ.. จาก : kjb - 29/01/2001 16:02 |
|
ข้อความ : แกล้งท่านหญิงจนร้องไห้ขี้มูกเลย ถ้าล้างแค้นกลับจะขนาดไหนวะเนี่ย จาก : Fic T. - 31/01/2001 09:18 |
|
ข้อความ : ฮ่ะๆ อย่างงี้ต้องตามง้อสิเนี่ย
สงสัยเธอคงตอบแทนซะอิ่มแน่ล่ะ จาก : K.W.E. - 01/02/2001 15:02 |
|
ข้อความ : ^^ จาก : MrT - 03/02/2001 04:25 |