|
หัวข้อ : Acentharia.. ตามรักข้ามมิติ ข้อความ :
โตเกียว . 10 มิ.ย. 1995 เวลา 9.47 น. คฤหาสถ์บ้านตระกูลโทชิกาวาที่เคยเงียบเหงามาวันนี้คึกคักวุ่นวายเป็นพิเศษ ที่แท้หลังจากประมุขคนก่อนเสียชีวิตได้ยกมรดกทั้งหมดให้กับ ดร.ยามากิ ผู้เป็นบุตรชายคนเดียวรับช่วงสืบต่อแทน ดร.ยามากิถูกส่งไปเรียนในต่างประเทศตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากที่เรียนจบแพทย์ได้ทำงานให้กับสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่งในอเมริกา ก็ตั้งรกรากแต่งงานมีครอบครัวอยู่ทางโน้นไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ครั้งนี้ได้รับคำสั่งจากบิดาผู้ล่วงลับให้กลับมาดูแลธุรกิจของตระกูล จึงตัดสินใจพาครอบครัวเดินทางกลับมาตุภูมิ รถบรรทุกคันใหญ่จอดเทียบบนลานตึก คนงานชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันขนของเข้าไปในตัวตึก บุรุษใส่แว่นตากรอบทอง ท่าทางสง่าภูมิฐาน วัยประมาณสี่สิบเศษผู้หนึ่งเดินออกมาจากตัวตึกใหญ่ เหลียวซ้ายมองขวาคล้ายกำลังหาใคร ค่อยเห็นหญิงผู้สูงวัยกว่าอีกคนหนึ่งกำลังเดินมาทางด้านนี้ พี่โมริ..เห็นเด็กสองคนนั้นบ้างมั้ย อ๋อ..คงอยู่กันที่หลังบ้านน่ะค่ะ คุณผู้ชายมีอะไรหรือเปล่า..จะให้คนไปตามให้เอามั้ยคะ..? อืมม์..ให้ใครไปตามพวกเขามาพบฉันที่ห้องหนังสือหน่อยก็แล้วกัน ค่ะ...! ฟังว่า ภรรยาของ ดร.ยามากิเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทิ้งบุตรชายหญิงไว้คู่หนึ่ง บุตรชายคนโตชื่อ มาซาอิ บุตรีคนน้องชื่อ ซายูริ ส่วนสตรีสูงวัยกว่าผู้นี้เป็นบ่าวคนสนิทที่ติดตามเขามานาน อีกทั้งยังเคยเป็นพี่เลี้ยงเขาสมัยเยาว์วัย ถึงแม้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก็ยังติดตามมาช่วยเลี้ยงบุตรชายหญิงทั้งสองให้เขา โมริปีนี้อายุห้าสิบเจ็ดปี แต่ก็ยังแข็งแรง ดร.ยามากิไม่เคยถือว่าแกเป็นบ่าว กลับให้เกียรติเสมอญาติสนิทคนหนึ่ง คฤหาสถ์โทชิกาวามีอาณาบริเวณกว้างขวางก่อสร้างกำแพงอิฐสูงรายรอบ ริมกำแพงด้านหลัง ปลูกต้นสาลี่ต้นใหญ่ กำลังออกผลเหลืองอร่ามน่ากินเต็มต้น เด็กหนุ่มร่างสูงใบหน้าคมเข้มคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นสาลี่ มือเท้าสะเอว เงยหน้ามองเด็กสาวไว้ผมเปียยาวสองเส้นหน้าตาหมดจดสวยน่ารักคนหนึ่ง ซึ่งนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนต้นเก็บลูกสาลี่กัดกินอย่างเอร็ดอร่อย นี่น้ำใจจะไม่ปันส่งลงมาบ้างเลยรึไง เฮอะ.. ก้อไหนบอกว่าไม่อยากกิน ทีให้ปีนขึ้นมาเก็บแล้วบอกว่าไม่ชอบกินสาลี่ มาตอนนี้แล้วเปลี่ยนใจ ช่วยไม่ได้ อยากกินก็ปีนขึ้นมาเองซีคะ ดี.. งั้นวันหลังอย่ามาชวนพี่เป็นคู่ซ้อมให้ก้อแล้วกัน คนอะไรใจจืดใจดำ.. เด็กสาวกระพริบตาอย่างนึกขึ้นมาได้ รีบเปลี่ยนท่าทีปั้นรอยยิ้มส่งเสียงอ้อนเอาใจ โถ..ผู้ชายอะไรขี้ใจน้อยจัง พี่ชายรอเดี๋ยวนะน้องจะเก็บให้... เอาลูกไหนดีเอ่ย ? อ้อ..ลูกนี้ใหญ่ดีน้องจะเก็บให้พี่นะ.... เด็กหนุ่มอมยิ้มเล็กน้อย ทันใดพลันพบเห็นบางอย่างผิดท่า เฮ้ยซายูริ..ตรงนั้นอันตรายนะระวังหน่อยนะ.... ร้องเตือนไม่ทันขาดคำ ได้ยินเสียงหักดังเป๊าะ กิ่งไม้ไม่สามารถทานน้ำหนักคนได้ พลันหักโค่น ทำให้ร่างเด็กสาวร่วงวูบลงมา เห็นแน่ชัดว่าต้องได้รับบาดเจ็บ ทันใดนั้นเธอพลันพลิกกลับตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็วดุจแมวปราดเปรียว ทิ้งปลายเท้าทั้งสองสัมผัสพื้นดินอย่างปลอดภัย แต่ทว่าก็เป็นเวลาเดียวกับที่เด็กหนุ่มนั้นถลันกาย ยื่นมือเข้ามาหมายช่วยรับ ดังนั้นความปรารถนาดีต้องการช่วยเหลือจึง็กลับกลายเป็นปะทะชนใส่ จนล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นทั้งสองคน โอย..!!.. ซายูริร้องขึ้นเสียงดังลั่น ผู้เป็นพี่ชายรีบลุกขึ้น ยืนหัวเราะพลางประคองน้องสาว ขอโทษจ๊ะ ฮึ..ทำคนอื่นเจ็บแล้วยังหัวเราะอีก... อ้าว..ก้อพี่ไม่ตั้งใจนี่นา มาเจ็บตรงไหนพี่จะช่วยนวดให้นะ ตะกี้พี่ตกใจไปหน่อยอย่าโกรธนะคนดี คิดไม่ถึงว่าท่าแมวเก้าชีวิตของเธอ จะฝึกได้ถึงขั้นสามารถใช้ออกอย่างอัตโนมัติแล้ว...ขอแสดงความยินดีด้วยนะ อันที่จริงซายูริไม่ได้เจ็บอะไรมากเพียงแต่แกล้งมารยาร้องไปยังงั้น เห็นพี่ชายเข้ามางอนง้อเอาใจค่อยยิ้มออกยืดกายยืนขึ้น ความจริงปีนี้เธออายุยังไม่สิบสี่ปีเต็มด้วยซ้ำ แต่รูปร่างส่วนสูงและพัฒนาการทางร่างกายที่เจริญเร็วกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกัน จึงทำให้เธอดูเป็นสาวกว่าอายุจริง หากไม่บอกให้ทราบ ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่าพี่น้องคู่นี้อายุห่างกันอยู่ถึงสามปี อย่าว่าแต่ซายูริเรียนก่อนอายุหลายปี จนไล่ตามทันพี่ชาย ได้อยู่ชั้นเรียนและห้องเดียวกับอีกฝ่ายมาตลอด เมื่อบวกกับความสนิทสนมใกล้ชิดติดกันราวตังเมของพี่น้องคู่นี้ ถึงกับมีบางคนที่เข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดกันด้วยซ้ำ เสียงร้องเรียก..คุณชาย..คุณหนู ทำให้ทั้งสองรีบปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า หันไปทางคนงานวัยฉกรรจ์ที่วิ่งเข้ามา ที่แท้พวกคุณอยู่กันที่นี่เอง... นายท่านให้มาเชิญคุณทั้งสองไปพบที่ห้องหนังสือครับ... ดร.ยามากิเรียกทั้งสองไปพบเพื่อบอกเรื่องโรงเรียนที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ กับเรื่องการเข้าเรียนพิเศษคอร์สปรับหลักสูตรเพื่อ จะได้ลดปัญหาเวลาไปเรียนกับเพื่อนๆ พ่อได้โทรไปติดต่อครูพิเศษไว้แล้วนะ เย็นนี้ก็เริ่มเรียนกันได้เลย เอาล่ะ..ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว อีกสักครู่จะได้ลงมาทานอาหารว่างพร้อมกัน... ซายูริทำหน้าเบื่อหน่ายหมุนกายออกไปอย่างเกียจคร้าน รอจนน้องสาวลับกายออกไปจากห้อง มาซาอิค่อยขยับเข้ามาที่ข้างๆบิดา คุณพ่อครับ..จริงสิ แล้วเรื่องวันเกิดของซายูริ ปีนี้จะจัดยังไงดี ไม่ต้องห่วง พ่อสั่งกับป้าโมริไว้แล้ว.... เราอย่าเพิ่งบอกน้องก่อนนะครับ.. อ้าว...ทำไมล่ะ ? คือ..ผมมีอะไรจะเซอร์ไพร้ซ์เค้าน่ะครับ.. ผู้เป็นบิดาส่ายหน้า มองหน้าเขาแล้วหัวร่อหึหึ นี่คงวางแผนจะแกล้งอำอะไรน้องอีกล่ะสิ.. มาซาอิยิ้มอย่างมีเลศนัย เผยเห็นฟันเขี้ยวซี่เล็กๆทั้งสองข้างเพิ่มเสน่ห์น่ารักในรอยยิ้มชวนสะดุดตาอยู่ไม่น้อย มาซาอิ..ลูกอย่าเอาแต่เล่นนะ ขยันเรียนหน่อย ระวังเถอะจะเรียนแพ้น้อง แพ้ยัยซายูริไม่เป็นไรครับ สำหรับเค้าผมยกไว้ให้คนหนึ่งอยู่แล้ว... กล่าวจบหมุนกายวิ่งออกไป .. ดร.ยามากิ มองตามหลังบุตรชาย ขบคิดเล็กน้อย สีหน้าทอแววครุ่นคิดบางอย่าง ถึงกับทอดถอนใจออกมา บ่ายสามโมงเศษๆของวันเดียวกันนั้น.... ซายูริในชุดเสื้อยืดหนาตัวใหญ่หลวมโคร่งสีครามกับกางเกงยีนส์ซีดรองเท้าผ้าใบ บนศีรษะสวมหมวกกันน็อคเล่นกีฬาสีดำเก็บผมไว้ในหมวก มองเผินๆดูคล้ายเด็กผู้ชาย คว้าสเกตบอร์ดอันโปรดที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากอเมริกา แอบออกมาสไลด์เล่นตามลำพังบนถนนข้างบ้าน จนมาถึงสวนสาธารณะ ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลจากบ้านเท่าใดนัก ลีลาการเล่นสเกตบอร์ดอันคล่องแคล่วชำนาญของเธออยู่ในสายตาของชายสวมแว่นตาสีดำในรถเก๋งสีเทา ที่จอดอยู่มุมแห่งหนึ่งของสวนตลอดเวลา ชายลึกลับกวาดสายตาสำรวจมองรอบข้างเที่ยวหนึ่ง ค่อยหยิบกล้องวีดิโอมือถือขนาดกระทัดรัดออกมาถ่ายรูปเด็กสาว แล้วค่อยๆเลื่อนกระจกรถ ซึ่งติดฟิล์มกรองแสงสีเข้มขึ้นขับรถเคลื่อนออกไป ทั้งหมดนี้ไม่มีใครทันพบเห็นพิรุธ แม้แต่ซายูริเองก็ไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย....! รถของชายลึกลับเพิ่งแล่นจากไป ที่มุมสนามอีกด้านหนึ่งพลันบังเกิดเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หันขวับไป เห็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง กำลังถูกชายคนหนึ่งฉกชิงกระเป๋า คนร้ายวิ่งออกทางด้านข้างของสวนสาธารณะ เด็กสาวไม่ขบคิดรีรอ รีบพุ่งกายตามติดไปทันที สเกตบอร์ดทะยานข้ามพุ่มไม้ดัดสูงท่วมสะเอว ตัดผ่านสนามหญ้าไล่ตามคนร้ายไปติดๆ คนร้ายแม้มีฝีเท้ารวดเร็วแต่ไหนเลยจะสู้ล้อสเกตบอร์ดของเธอ ในที่สุดกวดตามจนทันค่อยทะยานขึ้นจากสเกตบอร์ด กระโดดถีบใส่กลางหลังคนร้ายจนผงะล้มไปข้างหน้าอย่างเสียหลัก กระเป๋าถือที่แย่งชิงมาหลุดกระเด็นจากมือ คนร้ายเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างแข็งแรง พอหันมาเห็นซายูริซึ่งอยู่ในคราบเด็กหนุ่มร่างเล็กบอบบางจึงบังเกิดความต่อสู้ คว้าท่อนไม้ซึ่งวางอยู่ใกล้มือ ผุดลุกขึ้นหวดเข้ามา ซายูริก้มหัวหลบวูบ ใช้ปลายเท้าสะกิดสเกตบอร์ดพุ่งเข้าชนใส่ปลายคางคนร้ายล้มลงอีกครั้ง ค่อยสะอึกกายเข้าไปเก็บกระเป๋าถือที่บนพื้น เหลียวหน้ามาทางคนร้ายที่พยายามลุกขึ้นด้วยอาการมึนงง กำหมัดชูร่าขึ้นยิ้มพลางออกปากท้าทาย .ถ้าอยากจะเอาอีกสักหมัดก็เข้ามาได้เลยนะ หากทว่าคนร้ายคงไม่อยากคิดผิดเป็นรอบที่สอง ฝีไม้ลายมือของอีกฝ่ายสะกดความกล้าหาญคิดต่อสู้ของมันจนหดหาย พอลุกยืนขึ้นตั้งหลักได้ ก็รีบวิ่งหนีจากไปอยากรวดเร็ว ซายูริแสยะปากไล่หลังอีกฝ่ายอย่างซุกซน กระโดดขึ้นบนสเกตบอร์ดสไลด์กลับไปหาหญิงผู้เคราะห์ร้ายยื่นกระเป๋าถือส่งคืนให้ หญิงกลางคนกล่าวขอบคุณเธอหลายคำ ทั้งยังมอบเงินสามพันเยนให้เป็นรางวัล เด็กสาวแม้ปฏิเสธแต่ก็ถูกขอร้องให้จนต้องจำใจรับไว้ หญิงกลางคนพยายามถามชื่อและที่อยู่ของเธอ แต่ซายูริไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูบิดาจึงไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย รีบบอกขอตัวล่าถอยออกมาโดยเร็ว ริมถนนข้างสวนสาธารณะอีกด้านหนึ่ง ชายแก่รูปร่างผอมแกร็นเร่ขายเหรียญเงินเก่าๆ นั่งพักเหนื่อยอยู่บนเก้าอี้ยาวข้างทาง พอซายูริเดินผ่านก็ร้องเรียกขึ้น คุณหนู..ช่วยซื้อของอุดหนุนคนแก่หาเงินซื้อข้าวกินสักมื้อเถอะนะครับ.. เด็กสาวชะงักเท้าหันมองอย่างสงสาร ก้มมองเงินรางวัลในมือขบคิดเล็กน้อยค่อยเดินเข้าไปหา หนูมีเงินอยู่สามพันเยน คุณตามีอะไรจะขายให้หนูได้บ้างล่ะคะ.. ชายชรามองหน้าเด็กสาวแล้วยิ้ม ล้วงตลับกลมสีเงินอันหนึ่งออกมาจากในอกเสื้อยื่นส่งให้เธอ เอาอันนี้ก้อแล้วกันนะ ตลับเงินอันนี้เป็นของเก่า ผมเห็นแก่ที่คุณหนูเป็นเด็กดีจะยินดีขายให้คุณหนูแค่สามพันเยนก็พอ ซายูริรับตลับเงินมาพลิกๆดู รู้สึกว่ามันเป็นตลับธรรมดาๆไม่น่าจะมีราคาค่างวดถึงสามพันเยน อีกฝ่ายกลับยึดถือมันคล้ายเป็นของเก่าล้ำค่าก็ไม่ปาน หากแต่เธออยากจะช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจว่าจะได้รับอะไรตอบแทนมา ในเมื่อชายชรามอบตลับเก่าๆให้ก็รับไว้ จากนั้นยื่นส่งเงินสามพันเยนให้กับชายชราผู้นั้นไป แต่ว่าคุณหนูต้องรับปากเรื่องหนึ่งก่อนนะ..ว่าจะเก็บรักษามันไว้ให้ดี ถ้าได้พบเห็นเรื่องประหลาดอะไร ก็ห้ามบอกใครอย่างเด็ดขาด ต้องเก็บมันไว้เป็นความลับ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับวาสนา อย่างเช่นพวกเรา เพราะมีวาสนาต่อกันวันนี้จึงได้พบกัน ชายชราพูดราวพร่ำเพ้อตามประสาคนแก่ เธอก็ส่งเสียงรับคำโดยไม่ขัดใจ หากแต่ไม่ได้ยึดถือเป็นเรื่องจริงจัง กล่าวขอตัวหันกายออกมาได้สองสามก้าว ครั้นหันกลับไปมองอีกครั้ง พลันพบว่าอีกฝ่ายไม่ทราบจากไปตั้งแต่เมื่อใด ถึงกับรู้สึกแปลกใจ ไปเร็วจังแฮะ.. พลันได้ยินเสียงร้องเรียก ..ยัยซายูริ..มาซนอยู่แถวนี้นี่เอง..น่าตีจริงๆ... เหลียวหน้าไปก็เห็นมาซาอิเดินทำหน้าดุเข้ามา ถึงเวลาเรียนพิเศษแล้วนะ กลับบ้านได้แล้ว . พี่ใหญ่..พี่เห็น... ซายูริคิดถามหาชายชรา แต่มาซาอิชิงกล่าวตัดบท รีบกลับบ้านเหอะ นี่แอบหนีมาเที่ยวยังงี้ ถ้าคุณพ่อรู้เธอโดนดุแน่... เธอเอียงหน้า อ้อนเบาๆ พี่คงไม่ใจดำให้คุณพ่อดุน้องได้ลงคอหรอกนะ ใช่มั้ยคะ ก็ไม่แน่นะ... มาซาอิแสร้งทำเมิน ลอยหน้าไม่สนใจ .ถ้าเธอซนมากไม่เชื่อฟัง พี่อาจจะฟ้องคุณพ่อให้รู้เข้าสักวันคอยดูเถอะ.. แหม..พี่ใหญ่ก้อ...! เด็กสาวขยี้เท้าเบาๆตัดพ้ออย่างงอนๆ ก่อนที่จะเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย . และในคืนวันเดียวกันนั้น .. ความจริงซายูริแทบลืมเลือนเรื่องชายชรากับตลับเงินนั้นไปแล้ว จนกระทั่งก่อนเข้านอนคืนนั้น ก็พลันเหลือบเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ทั้งๆที่เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้วางไว้ตรงนั้น หยิบมันขึ้นมาพิจารณาดูอีกครั้ง ลองพยายามแกะเปิดฝาตลับแต่ก็เปิดไม่ได้ แม้ใช้ปลายมีดแงะก็แงะไม่ออก ต้องรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ขว้างซัดมันใส่ฝาผนังห้อง ทันใด.. เห็นตลับเงินลอยหวือไปกระทบฝาผนังแล้วสะท้อนลอยกลับมาในมือเธออีกครั้ง มาบัดนี้เด็กสาวค่อยพบว่าได้เจอกับเรื่องประหลาดเข้าแล้ว ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด แล้วทดลองซัดออกไปใหม่ คราวนี้มันกลับหล่นตุ๊บลงบนพื้นไม่ลอยกลับมาอีก เอ..รึว่าเมื่อตะกี้คงเป็นความบังเอิญ ? พึมพำพลางรู้สึกนึกขันตนเองที่งมงายใกล้จะเหมือนชายชราเมื่อตอนกลางวันไปอีกคน จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก อ้าปากหาวคำหนึ่ง ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็เข้าสู่นิทราหลับไหลไปอย่างรวดเร็ว และแล้วในคืนนั้น .. ซายูริไม่ทราบว่า ตนเองนอนหลับไปนานเท่าใด จนกระทั่ง .. อาเซนธาเรีย.....อาเซนธาเรีย... เสียงเรียกคล้ายดังอยู่ข้างหู คล้ายกับแว่วลอยมาจากที่ไกลแสนไกล ด้วยน้ำเสียงที่ฟังคุ้นหู ดั่งราวกับนานมาแล้วเคยได้ยินมา เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้น จึงแลเห็นบุรุษหนึ่งไม่ทราบมายืนอยู่ที่ปลายเตียงตั้งแต่เมื่อใด... เขาอยู่ในเสื้อกางเกงสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งถูกห่อหุ้มภายใต้เสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ตลอดทั้งร่างเปล่งบุคลิกภาพเข้มแข็งงามสง่า ราวเทพบุตรในเทพนิยาย ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงิน ปกปิดโฉมหน้าไว้ แม้ดูลี้ลับแต่ก็ไม่ให้ความรู้สึกน่ากลัวแม้แต่น้อย ... คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง...? อาเซนธาเรีย..ในที่สุด..ฉันก็ตามหาเธอพบจนได้.. คุณหมายถึงใคร ฉันชื่อโทชิกาวา ซายูริ คุณคงจำคนผิดแล้วมั๊ง ไม่เป็นไร เธอยังคงลืมความทรงจำไปทั้งหมด ฉันไม่ตำหนิเธอที่จำฉันไม่ได้ ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งความทรงจำของเธอจะต้องกลับคืนมา.... คุณพูดเรื่องอะไร..โอ...นี่ฉันคงกำลังฝันอยู่แน่ๆ ตอนนี้ฉันพูดอะไรไปเธอก็คงไม่เข้าใจ มาสิ ฉันจะพาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่ง...ตามฉันมาสิ.. ซายูริรู้สึกดั่งคล้ายต้องมนต์สะกด ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองเชื่อฟังคำสั่งของเขาอย่างว่าง่ายเช่นนั้น .เมื่อชายหน้ากากเงินยื่นมือส่งมาให้ เธอก็จับมือเขาเอาไว้ จากนั้นก็คล้ายลืมตัวไปชั่ววูบ มาได้สติอีกครั้งเมื่อพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ภายในถ้ำโล่งกว้างแห่งหนึ่ง ถ้ำแห่งนี้พิเศษพิสดารต่างจากถ้ำทั่วไป ผนังถ้ำคล้ายเคลือบคลุมด้วยผลึกแก้วหลากสีสันอันงดงาม ที่นี่เป็นที่ไหนกันเนี่ย..? ถ้ำนี้สวยจังเลย.... ที่นี่คือโลกแห่งความฝัน.. เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ...พวกเราเคยพบกันครั้งแรกในสถานที่แบบนี้ เธอพอจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้วหรือยัง... คุณยิ่งพูดฉันก็ยิ่งงงไปหมดแล้ว...นี่เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่.?. เรื่องทั้งหมดเล่าไปแล้วยาวมาก มันอาจทำให้เธอหัวเราะไม่เชื่อและก็อาจจะรู้สึกตระหนกสับสน ให้มันค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ก่อนอื่นฉันจะช่วยฟื้นฟูพลังของเธอกลับคืนมาก่อน เมื่อเธอกลับไปเป็นอาเซนธาเรียคนเดิมได้แล้ว ความจำของเธอก็จะกลับคืนมาเอง อาเซนธาเรียเป็นใคร และคุณเป็นใคร..? ตอนนี้ฉันจะยังบอกอะไรเธอไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันไม่ใช่ศัตรูของเธอก็แล้วกัน ฉันขอให้เธอโปรดไว้วางใจในตัวฉัน เพราะทุกอย่างที่ฉันทำไปล้วนแต่เพื่อเธอทั้งสิ้น.... เมื่อเขายื่นมือโบกไปข้างหน้าคราหนึ่งสภาพรอบข้างก็แปรเปลี่ยนกลับกลาย เป็นลานกว้างบนยอดเขาสูง ท้องฟ้าราตรีเบื้องบนงดงาม พระจันทร์เต็มดวง ยามเมื่อลมภูเขาพัดโชยมา เด็กสาวถึงกับสะท้านห่อกายอย่างเหน็บหนาวยกมือกอดอกอย่างลืมตัว ชายหน้ากากเงินปลดเสื้อคลุมของเขาค่อยๆห่มบนไหล่ให้เธออย่างอ่อนโยน พริบตานั้นความรู้สึกอบอุ่นประหลาดชนิดหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ซายูริช้อนตาขึ้นมองเขาเป็นเชิงขอบคุณ ในใจอดคิดฟุ้งซ่านมิได้ ความรู้สึกนี้.. ทำไมเราคล้ายกับเคยสัมผัสมาก่อน เขาเป็นใครกันนะ ทำไมเขาช่างดีกับเรานักและทำไมเราถึงมีความรู้สึกที่ดีต่อเขาด้วย ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้จักเขามาก่อนแม้แต่น้อย เอ..หรือว่าเวทย์มนต์คาถามีจริง.. หรือว่า...ที่เขาใช้คือเวทย์มนต์คาถา หรือว่า...อาณาจักรภูติมีจริง โอ...ถ้าเช่นนั้นเขาอาจเป็นเจ้าชายจากอาณาจักรภูติก็ได้นะ ชายลึกลับมองเธอด้วยสายตาที่คล้ายแฝงรอยยิ้ม... รึว่า .เขาอาจกำลังยิ้มอยู่ก็ได้ ? ถ้ำเมื่อครู่นี้เป็นเพียงภาพมายา เป็นมิติแห่งความฝัน แต่ที่นี่จึงเป็นโลกแห่งความจริง ดาวดวงนี้ความจริงก็สวยงามไม่น้อย สภาพอากาศก็ไม่เลว บางครั้งฉันก็อดนึกชอบที่นี่มิได้เหมือนกัน.. คุณหมายความว่า ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์..? ดวงตาของเขาปรากฎรอยยิ้มอีกครั้ง ราวกำลังขบขันอะไรบางอย่าง ซายูริรู้สึกคล้ายกับตนเองพูดอะไรผิดไป แต่เขาก็ไม่ยอมเฉลยกลับเอาแต่นิ่งเงียบ ปล่อยให้เธอครุ่นคิดคำตอบไปต่างๆนานา ฉันมีอะไรจะมอบให้เธอ แต่เธอต้องสัญญาก่อน ว่าจะเก็บรักษามันอย่างดี ห้ามทำหายและจะไม่ขว้างปามันทิ้งอีกเป็นอันขาด.. คุณ พูดยังกับว่าฉันเคยทิ้งขว้างของๆคุณ เขาไม่พูดอะไรอีก สอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ล้วงตลับสีเงินรูปร่างกลมแบนขนาดกระทัดรัดเท่ากับตลับแป้งผัดหน้าอันหนึ่งออกมา ซายูริพอเห็นตลับสีเงินอันนั้นถึงกับงงอึ้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงมีตลับเงินคล้ายกับที่ชายชราคนนั้นมอบให้เธอ จากนั้นค่อยฉุกใจคิด ที่แท้ตลับอันนี้เป็นของคุณนั่นเอง... รึว่า...คุณก็คือชายชราคนนั้น.? แล้วเธอคิดว่าใช่หรือเปล่า ? อืม ดูไป..คุณไม่น่าจะแก่ขนาดนั้นนะ.. แต่ก้อไม่แน่คุณอาจแปลงกายได้.. เขาทั้งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่กล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล ...นี่คือตลับวิเศษ มันสามารถจะดลบันดาลในสิ่งที่เธอปรารถนา เมื่อเธอเปิดมันออกมา โม้มั้ง ตลับอันนี้เปิดออกได้ด้วยเหรอ...ฉันเคยลองแล้วแต่ก็เปิดไม่ออก การที่เธอเปิดมันไม่ออก ก็เพราะเปิดไม่ถูกวิธี.. อ้าวเหรอ ...งั้น แล้วที่ถูกวิธีต้องทำยังไงล่ะ.? . ก่อนอื่น เขาชำเลืองมองเธอแว่บหนึ่งก่อนที่จะกล่าวต่อไปช้าๆ ...เธอต้องจูบบนฝาตลับเบาๆ แล้วพูดว่าไอซาเย มิงไวฮายิน ไหนลองพูดซิ ไอซาเย มิงไวฮายิน ซายูริพูดตาม พูดให้ช้าๆชัดๆและนิ่มนวล ลองพูดหลายๆครั้งซิจะได้จำได้ไม่ลืม.. ไอซาเย มิงไวฮายิน.. ไอซาเย มิงไวฮายิน.. ท่องถึงตอนท้ายเงยหน้าขึ้นมอง เห็นแววตาคู่นั้นคล้ายซ่อนรอยยิ้มมีเลศนัยบางอย่าง ราวกับพึงพอใจในคำพูดเหล่านี้อย่างยิ่ง และขบขันในคำพูดเหล่านี้อย่างยิ่ง เด็กสาวฉุกใจคิด ทำไม..ฉันท่องอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย ? เปล่าๆ..เธอท่องได้ดีมากเลย เขารีบบอก แต่ฉัน...รู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆบางอย่าง จริงสิ..มันแปลว่าอะไรเหรอ..? เขาอึ้งไปวูบหนึ่ง แล้วตอบเหมือนตะกุกตะกัก ...แล้ว..สักวันหนึ่ง..เธอก็จะเข้าใจเอง... นึกแล้วว่าเขาต้องตอบแบบนี้.. ซายูรินึกในใจจึงไม่คาดคั้นถามเขาต่ออีก เขาบอกให้เธอลองเปิดตลับเงินวิเศษ ซายูริถามว่าทำไมก่อนเปิดต้องจูบฝาตลับเงิน ครั้งนี้เขายอมอธิบาย บอกว่าเพราะตลับเงินเป็นของวิเศษ มันจึงมีชีวิตจิตใจ หากเธอจูบมันเบาๆ พร้อมกับถ่ายทอดความรักให้กับมัน มันก็จะยอมเป็นทาสทำทุกอย่างให้กับเธอ ซายูริรู้สึกนึกสนุกขึ้นมาจึงทดลองทำดู ยกตลับเงินขึ้นจุมพิตอย่างนุ่มนวลทนุถนอม ไอซาเย มิงไวฮายิน.... หาทันสังเกตไม่ว่าสายตาที่เขากำลังเพ่งมองเธออยู่นั้น คล้ายทอประกายประหลาดพิสดารบางอย่าง ทันใดนั้นเอง..ฝาตลับเงินก็พลันเปิดอ้าออกมา สร้างความตื่นเต้นแกมประหลาดใจ แก่ซายูริจนร้องอุทาน มันเปิดออกแล้ว..มันเปิดได้จริงๆ.ด้วยล่ะ... เห็นมั้ย..ว่าฉันไม่ได้หลอกเธอแม้แต่น้อย... เขากล่าวน้ำเสียงแกมขบขัน ซายูริเพ่งตาพิศมองภายในตลับเงิน เห็นส่วนล่างมีลักษณะคล้ายหน้าปัดเข็มทิศ ในขอบวงกลมขีดแบ่งเส้นรอบวงเป็นสามร้อยหกสิบองศา บนล่างซ้ายขวาสี่ทิศฝังเม็ดกลมเล็กๆสีม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง ตามลำดับ ตรงกลางฝังผลึกรูปดาวห้าแฉกสีแดงสวยงาม ปลายแฉกอันหนึ่งเคลือบสีทองไว้ ราวกับได้จงใจทำเครื่องหมายให้แตกต่างจากแฉกอื่น ในตอนนี้ชี้อยู่ที่เม็ดกลมสีม่วง บนส่วนที่เป็นฝาของตลับเงินติดผลึกแก้วกลมบางสีปรอท มองดูคล้ายจอมอร์นิเตอร์ขนาดเล็กอะไรสักอย่างหนึ่ง มา ฉันจะสอนวิธีใช้ให้นะ ปุ่มสีม่วงนี้จะทำให้เธอกลายร่างเป็นเทพธิดาน้อย ผู้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์ สามารถเสกอาวุธวิเศษออกมาต่อสู้กับศัตรูได้.. โม้อีกแล้วมั้ง.... เด็กสาวหัวร่อหึหึออกมาอย่างไม่เชื่อ แต่เขายังคงอธิบายน้ำเสียงราบเรียบ ...ปุ่มสีน้ำเงินคือกุญแจเปลี่ยนมิติเวลา... เมื่อเธอใช้มัน ประตูแห่งกาลเวลาก็จะเปิดออก เมื่อนั้นเธอสามารถที่จะไปยัง ณ จุดเวลาต่างๆ ที่เธอต้องการได้ ....ส่วนปุ่มสีเขียว คือกุญแจเปลี่ยนมิติตำแหน่ง ซึ่งทำเธอจะสามารถไปยังสถานที่ที่เธอต้องการไป ..ไม่ว่าที่นั่นจะอยู่ไกลแค่ไหน ก็ราวกับว่า...มันอยู่เบื้องหน้าเธอเพียงก้าวเดียว ถ้าทำได้จริงๆก็น่าสนุกดีนะ.... ...ข้อแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนมิติเวลากับการเปลี่ยนตำแหน่ง ก็คือ..ระยะทางและเวลา... กล่าวคือ การเปิดประตูเปลี่ยนมิติเวลา ณ ที่ประตูมิติเวลาเปิดออก สถานที่จะเป็นที่เดิม มีเพียงเวลาที่เปลี่ยนแปลง แต่ในการเปลี่ยนมิติตำแหน่ง ...ระยะทาง... จะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไป โดยที่เวลาจะดำเนินไปตามปกต ิ จึงเสมือนกับการเดินทางไปยังอีกสถานที่หนึ่งในชั่วพริบตา ...นี่จึงทำให้เกิดการเคลื่อนที่ที่เร็วกว่าแสง หากว่าผู้ใช้มีพลังที่สูงมากๆ ก็อาจสามารถเดินทางข้ามกาแลกซี่ที่อยู่ห่างไกลไปนับพันปีแสงได้... ฟังดูก็มีหลักการดีนะ.. ยังกับเอาเวทย์มนต์คาถา ผสมกับวิทยาศาสตร์เลยล่ะ.. ดวงตาของเขา ทอประกายแย้มยิ้มอ่อนโยนขึ้นอีกครา บางทีสักวันหนึ่งมนุษย์อาจจะค้นพบว่า ความจริงแล้วเวทย์มนต์คาถาก็คือเทคโนโลยีที่ล้ำยุค เพียงแต่คนส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถควบคุม และใช้มันได้ หากแต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ใช้มันเป็น ซายูริรับฟังจนนิ่งอึ้ง รู้สึกว่าที่เขาพูดทุกถ้อยคำล้วนอยู่บนหลักการแห่งเหตุผล หากฟังให้ดีๆทั้งหมดไม่ใช่เรื่องงมงายไร้เหตุผลแม้แต่น้อย ดังนั้นพอฟังอดยิ่งรู้สึกคล้อยตามไปด้วยมิได้ สำหรับปุ่มสีเหลือง.. เขาอธิบายต่อไปช้าๆ ..เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงของผู้ใช้ตลับเงินวิเศษอันนี้ อาจทำหน้าที่เป็นเรด้าร์ช่วยจับทิศทางของศัตรู หรือแจ้งบอกตำแหน่งตนเอง คำนวณตำแหน่งเป้าหมาย หรือใช้เปรียบเทียบพลังงานของตนเอง กับของตรงข้าม ตลอดจนยังใช้ร่วม กับการใช้ปุ่มสีน้ำเงิน และเขียว นอกจากนี้...ก็อาจใช้ในการสื่อสาร ติดต่อกับแหล่งรับสัญญาณคลื่นวิทยุต่างๆ และยังใช้ส่งสัญญาณติดต่อกับฉันก็ได้ ในด้านที่เป็นฝาตลับ จะทำงานคล้ายจอมอร์นิเตอร์ขนาดเล็ก ..วิธีใช้ปุ่มสีเหลืองนี้แม้นับว่ายุ่งยากมากกว่าปุ่มอื่นๆ แต่มันก็มีความสำคัญมากไม่แพ้อีกสามปุ่ม แล้วฉันจะค่อยๆสอนเธอ.. ฟังดูแล้วมันยังกับเป็นอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์เลยนะ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคาถาเข้ามาร่วมด้วย จึงแปลกๆดี..? ซายูริกล่าวพึมพำอย่างสงสัย ก็แล้วแต่เธอจะคิดนะว่ามันเป็นอะไรกันแน่.. เพียงแต่ก่อนที่ฉันจะสอนวิธีใช้มันต่อเธอ ..เธอจะต้องรับปากสัญญากับฉันก่อนสามข้อก่อน... สามข้อว่ายังไงเหรอ..? ข้อแรก..เธอต้องปกปิดทุกสิ่งที่เธอรู้ ไม่ว่าจะเป็นความพิเศษของตลับเงินอันนี้ ..วิธีการใช้.. ตลอดจนเรื่องของฉัน ....ทุกอย่างต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามบอกใครให้รู้อย่างเด็ดขาด แม้กระทั่งคนที่เธอคิดว่าไว้ใจได้ที่สุดก็ตาม เธอทำได้มั้ย..? จะเอากันขนาดนั้นเชียว แต่ก็ได้..ฉันสัญญา ข้อสอง..ห้ามใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อ ให้ใช้เมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น... ตกลง การที่ฉันต้องกำชับเช่นนี้ก็เพราะว่า การออกคำสั่งให้ตลับวิเศษทำงาน หาใช่ว่าใครที่รู้วิธีการใช้ก็ทำได้ ประการสำคัญ คนผู้นั้นต้องมีพลังพิเศษอยู่ในร่าง ยามเมื่อเธอออกคำสั่งต่อตลับวิเศษ พลังส่วนหนึ่งของเธอจะถูกดึงออกมาใช้ ฉันกลัวว่าเธอจะลืมตัว ใช้พลังออกมาจนเกินตัว แล้วอาจมีผลทำร้ายให้เธอบาดเจ็บได้... ซายูริชูสองนิ้วขึ้นร้องว่า .ด้วยเกียรติของข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะรักษาคำสัญญาทั้งหมดด้วยชีวิตของข้าพเจ้าเอง...อ้าว..แบบนี้พอใจรึยัง ? เสียงแม้ฟังจริงจัง หากแต่สีหน้าก็ยังทะเล้นอยู่ดี ดวงตาของเขาคล้ายกับทอแววกังวลอยู่บ้าง.. เขายอมรับว่า เขาไม่อยากที่จะเชื่อในคำพูดของเด็กสาวคนนี้สักเท่าใดนัก จะอย่างไรเธอก็มีนิสัยยังเป็นเด็กที่ซุกซนอยู่ไม่น้อย จึงอดห่วงไปต่างๆนานามิได้... แต่สิ่งที่สมควรทำก็จำเป็นต้องทำ ไหนๆเขาก็ได้มาพบเธอแล้วนี่นะ...! ในข้อสอง..นอกจากจะปกปิดเรื่องทุกอย่างไม่ให้ใครรู้ แม้กระทั่งเวลาใช้ตลับเงินวิเศษก็จะต้องใช้ในที่ลับตาคน ห้ามมิให้ใครเห็น และเมื่ออยู่ในร่างแปลง เธอก็ต้องปกปิดฐานะตนเองไว้ตลอด ทั้งนี้ก็เพราะ..ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายตามมาในภายหลัง ซายูริพยักหน้าหงึกๆ ส่งเสียงครางถามอย่างเบื่อหน่าย ค่ะ...ว่าแต่ ข้อสองยังมีอีกยาวไหมค๊าเนี่ย.. ? ส่วนข้อสามนับว่าสำคัญที่สุด ซึ่งเธอจะต้องระวังให้มากนั่นคือเมื่อเธอเดินทางย้อนสู่อดีต จงอย่าพยายามทำการเปลี่ยนแปลงใดใด ต่ออดีตเป็นอันขาด เพราะไม่แน่ว่าสิ่งที่เธอทำลงไป อาจมีผลร้ายกระทบต่อปัจจุบันที่เธออยู่อย่างคาดไม่ถึงก็ได้.. ถ้าคุณไม่ไว้ใจฉันก็ไม่ต้องสอนเรื่องการเปิดประตูกาลเวลาก็ได้นี่นา.. เด็กสาวกล่าวแกมประชด เขาเงียบงันชั่วขณะผงกค่อยศีรษะเห็นด้วย ก็เป็นข้อเสนอที่ดีนะ.. เอ้ย...ไม่ได้นะ . ซายูริร้อนใจร้องเสียงสูง ไหนๆจะสอนก็ต้องสอนให้หมดสิ..ไม่งั้นไม่ยอม คนลึกลับหน้ากากเงินถึงกับหัวเราะหึหึออกมา.... เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาหัวร่อ ช่างเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่นและน่าสนิทสนมยิ่งนัก ทั้งนี้เพราะนับตั้งแต่ปรากฏกาย เปลือกนอกของเขาแม้อ่อนโยนแต่ก็แฝงความเคร่งขรึมสำรวมอยู่ตลอดเวลา ซายูริลอบมองสำรวจเขาแว่บหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายแม้ใช้หน้ากากปกปิดโฉมหน้า แต่เธอแน่ใจว่าเขาน่าจะมีอายุยังไม่มากนัก มิหนำซ้ำต้องเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาสง่างามคนหนึ่งอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่เธอรู้สึกคุ้นเคยกับเขาราวกับเคยรู้จักและสนิทสนมกันมานาน ไม่แน่บางที ...เขาอาจเป็นคนข้างกายที่เธอนึกไม่ถึงก็ได้ ...เขาเป็นใครกันนะ..? เธอกำลังคิดอะไรอยู่.. ? เสียงเรียกนั้นทำให้เธอสะท้านตื่นจากภวังค์ รีบปฏิเสธแล้วกล่าวกลบเกลื่อนไปเรื่องอื่น ฉันยินดีรับปากคุณทุกข้อ ..แล้วเมื่อไหร่คุณจะเริ่มสอนฉันล่ะ... คืนพรุ่งนี้.....! อะไรนะ...คืนพรุ่งนี้ ? ใช่..คืนนี้เธอกลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยเจอกันใหม่..... เดี๋ยวก่อนซี่.. กล่าวเพิ่งขาดคำรอบข้างกายพลันปรากฏหมอกควันสีขาวหนาทึบขึ้น ซายูริรู้สึกคล้ายกับความรู้สึกขาดหายวูบไปช่วงหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน .... ภายในห้องไหนเลยมีชายลึกลับหน้ากากเงินคนนั้น .หรือว่าทั้งหมดล้วนเป็นความฝัน..? .ช่างเป็นความฝันที่ประหลาดล้ำราวกับเป็นเรื่องจริงก็ไม่ปาน....!! .แต่ทำไม .เธอรู้สึกคล้ายกับได้พบกับเขามาจริงๆ .สุ้มเสียงของเขา..กับ ประกายตาอันอ่อนโยนคู่นั้น ตลอดจนคำสั่งและคำสัญญาต่างๆ ทั้งหมดล้วนประทับอยู่ในความทรงจำของเธอ อย่างลึกซึ้งและแม่นยำอย่างยิ่ง ...นี่เป็นแค่ความฝันจริงๆหรือ ? ซายูริถามย้ำกับตนเองอย่างไม่แน่ใจ ขบคิดเล็กน้อยจึงลุกลงจากเตียงเปิดโคมไฟค้นหาตลับเงินที่เธอโยนทิ้งไปเมื่อคืน ค่อยเห็นมันยังคงวางอยู่ ณ ตรงที่เดิม หยิบขึ้นมาแล้วกลับขึ้นไปนั่งบนเตียง ลองใช้มือแกะเปิดฝามันอีกครั้งก็เปิดไม่ออก จึงหลับตานึกทบทวนความฝันเมื่อครู่ นึกประโยคคาถาที่ชายชุดเงินสั่งให้เธอท่อง จากนั้นค่อยยกตลับเงินขึ้นจูบเบาๆ ไอซาเย มิงไวฮายิน... เสียงกล่าวพอขาดคำปาฏิหาริย์ก็พลันบังเกิดขึ้น...! เห็นฝาตลับที่ปิดแน่นสนิทพลันเปิดอ้าออกช้าๆ ซายูริอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึง ปล่อยตลับเงินหลุดจากมือร่วงสู่บนเตียงอย่างลืมตัว..! เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น....... มาซาอิกับซายูริ วิ่งออกกำลังกายตอนเช้าด้วยกัน แต่ในวันนี้มาซาอิสังเกตว่าน้องสาวมีอาการค่อนข้างเหม่อลอยเล็กน้อย จึงถามอย่างเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น ซายูริหยุดชะงักเท้าลง ขบริมฝีปากพลางครุ่นคิด ค่อยตัดสินใจหันมาถาม พี่ใหญ่คะ พี่เชื่อเรื่องความฝันและเวทย์มนต์คาถามั้ยคะ..? ถามแปลก..เมื่อคืนฝันว่ายังไงเหรอ เล่าให้พี่ฟังสิ เผื่อจะช่วยทำนายฝันให้ ซายูริลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเล่าดีหรือไม่เล่าดี .หนูฝันว่าเห็น. . เอ่ยออกมาได้เพียงแค่นี้ รถยนต์คันหนึ่งพลันแล่นเข้ามาจอดลงข้างๆที่ทั้งสองยืนอยู่ ทำให้สองพี่น้องหยุดการสนทนาเหลียวหน้าไป เห็นคนในรถไขกระจกรถลงชะโงกใบหน้าออกมาถาม ขอรบกวนหน่อยนะครับ...รู้จักทางไปคฤหาสถ์โทชิกาวามั้ย...? ซายูริพอฟังถึงกับสะท้านวาบเข้าไปในใจ รู้สึกซุ่มเสียงนี้ช่างคลับคล้ายกับชายชุดเงินในฝันอย่างยิ่ง รีบหันขวับไปมองหน้าเขา แลเห็นอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสุภาพขับรถยนต์มาเพียงคนเดียว ต้องจับจ้องมองอย่างตื่นเต้นสงสัยโพล่งถามออกไป ที่แท้คุณคือ...? ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวด้วยอย่างงุนงง เพราะไม่นึกว่าจะเจอคำถามด้วยน้ำเสียงแกมประหลาดใจเช่นนี้ ยามกระทันหันจึงไม่ทราบจะตอบไปอย่างไรดี มาซาอิช่วยชี้บอกทางให้ แต่ก็ไม่ได้แนะนำตัวว่าตนเองเป็นใคร ชายหนุ่มนั้นกล่าวคำขอบคุณ หันมาทางซายูริคล้ายคิดจะถามอะไรแต่ก็กล้ำกลืนไว้ ไขกระจกรถขึ้นขับรถจากไป มาซาอิค่อยหันมาถามน้องสาว ..เธอรู้จักเขาเหรอ...? เปล่าค่ะ.. อ้าว ตะกี้ เธอร้องทักเขาเหมือนคนที่เคยรู้จักกันมาก่อนงั้นแหล่ะ... เหรอคะ..เอ่อ.. ก้อไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาคล้ายกับใครบางคนที่หนูรู้จัก.. คล้ายใคร..? หนูก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเหมือนกัน.. ฟังแล้วงงแฮ่ะ..! มาซาอิถึงกับสั่นหัว จากนั้นค่อยนึกขึ้นได้ จริงสิ.. ตะกี้ไหนว่าจะเล่าความฝันเมื่อคืนให้พี่ฟัง เธอเล่าค้างอยู่นะ.. ซายูริหลังจากได้ยินเสียงชายหนุ่มที่หยุดรถทักถามทาง ต้องหวนนึกถึงคำสั่งของชายลึกลับหน้ากากในความฝัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีตัวตน หรือเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่อย่างน้อยนั้นเธอก็ได้พิสูจน์มาเรื่องหนึ่งว่า คาถาที่เขาสอนให้สามารถเปิดตลับเงินได้จริงๆ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอจึงควรรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเขา นั่นคือไม่เล่าเรื่องเหล่านั้นให้ใครฟัง ซายูริ..เป็นอะไรไปรึเปล่า ? มาซาอิรู้สึกเป็นห่วง ที่เห็นน้องสาวมีอาการแปลกๆ มีอะไรก็บอกพี่สิ.. เปล่าค่ะ..พี่ใหญ่เรากลับบ้านกันเถอะ หนูอยากรู้ว่าเขามาหาคุณพ่อทำไม.. เด็กสาวเปลี่ยนเรื่องทันที กล่าวจบไม่รอให้เขาพูดอะไรต่อ รีบฉวยแขนเขาพาออกวิ่ง.....! ที่ี่แท้ชายหนุ่มคนนั้นเป็นลูกศิษย์ของดร.ยามากิสมัยตอนอยู่ที่แอลเอ ปัจจุบันเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของฮ่องกง ชื่อ กั๋วอี้เสียน สมัยเป็นแพทย์ฝึกหัด หมอกั๋วอี้เสียนนับว่าเป็นนักศึกษาที่เก่งที่สุดในคณะ จึงเป็นที่รู้จักของอาจารย์แทบทุกคน เพราะว่าเขาไม่เพียงมีความรู้และฝีมือการผ่าตัดเป็นเลิศ ทั้งยังเป็นแพทย์ฝึกหัดที่นิสัยดีมีน้ำใจ เป็นที่รักของคนไข้และเพื่อน ผู้ร่วมงานทั้งหลาย ดร.ยามากิแม้ไม่ได้พบกับเขามาหลายปี แต่ก็ได้ติดตามผลงานของเขามาตลอด วันนี้นึกไม่ถึงว่าลูกศิษย์จะมาเยี่ยมถึงบ้านย่อมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากทักทายถามทุกข์สุข หมอกั๋วอี้เสียนค่อยเล่าว่าหลังจากเรียนจบแล้วก็ได้ทำงานอยู่ที่นิวยอร์คเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครึ่งปีก่อนจึงย้ายกลับฮ่องกง เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ห้าวันก่อนทางโรงพยาบาลได้ส่งเขาเข้าร่วมการประชุมสัมนาทางศัลยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เขาได้ข่าวว่าดร.ยามากิและครอบครัวย้ายกลับมาตุภูมิจึงถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียน แล้วนี่จะกลับฮ่องกงเมื่อไหร่...? การสัมนาได้เสร็จไปตั้งแต่เมื่อวานครับ ผมคิดว่า..จะอยู่เที่ยวต่อเป็นการพักผ่อนสักสามสี่วันแล้วค่อยกลับฮ่องกงน่ะครับ.. ก้อดี..งั้นขอเชิญทานข้าวด้วยกันที่นี่สักวันนะ...วันไหนดีล่ะ พลันได้ยินเสียงเรียก คุณพ่อ เห็นมาซาอิกับซายูริเดินเข้ามาด้วยกัน จึงกวักมือเรียกทั้งสองเข้ามาแนะนำให้รู้จักกับหมอกั๋วอี้เสียน หมอกั๋วอี้เสียนใช้ภาษาญี่ปุ่นพูดคุยตลอดเวลา จนมาซาอิอดกล่าวชมเชยมิได้ สำเนียงของคุณเหมือนเจ้าของภาษาเลยนะครับ จนผมคิดว่าคุณเป็นคนญี่ปุ่นเสียอีก หมอกั๋วเขาเป็นคนเก่งหลายอย่าง ดูเหมือนยังเป็นนักเรียนแพทย์ที่อายุน้อยที่สุดในรุ่นด้วย ใช่มั้ย ถ้าฉันจำไม่ผิดน่ะ..? ดร.ยามากิเอ่ยชมเขาต่อหน้าลูกๆ จนเจ้าตัวถึงกับยิ้มเขินพูดไม่ออก ซายูริลอบสังเกตมองดูเขาอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าเขามีหลายอย่างที่คลับคล้ายชายชุดเงิน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ดวงตาและน้ำเสียง แต่ขณะเดียวกันก็มีบางอย่างที่แตกต่าง... ..สิ่งๆนั้นก็คือความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา...! เด็กสาวพบว่า..ความรู้สึกที่เธอมีต่อชายลึกลับหน้ากากเงินนั้น เหมือนกับคนที่เคยรู้จักคุ้นเคยกันมานาน และอีกฝ่ายก็สื่อตอบต่อเธอ ด้วยความรู้สึกนั้นเช่นเดียวกัน แม้เธอกับเขาจะถูกกีดกั้นด้วยหน้ากากและปริศนาอันลี้ลับ แต่เธอก็ยังคงรู้สึกต่อเขาราวญาติสนิทคนหนึ่งก็ไม่ปาน แตกต่างจากความรู้สึกที่มีต่อหมอกั๋วอี้เสียนผู้นี้ ทั้งๆที่เขามาอย่างเปิดเผย แต่เธอยังคงรู้สึกต่อเขาราวคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แม้ทั้งหมดจะพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง แต่ระหว่างเธอกับเขากลับคล้ายยังคงมีอะไรบางอย่างที่กางกั้นต่อกันอยู่ หรือว่าบางทีเธออาจคิดมากไปเอง.. ? ชายลึกลับหน้ากากเงินเป็นบุคคลในฝัน ส่วนหมอกั๋วอี้เสียนเป็นบุคคลในโลกของความจริง คนทั้งสองจะเป็นคนๆเดียวกันได้อย่างไร..?! คืนนั้น...... ซายูรินอนถือตลับเงินพลางครุ่นคิดเรื่องของชายลึกลับหน้ากากเงินและหมอกั๋วอี้เสียนจนหลับไปโดยไม่รู้ตัว..แล้วเธอก็ถูกปลุกด้วยเสียงเรียก ..อาเซนธาเรีย... ที่ข้างหูเหมือนเมื่อคืนก่อน เด็กสาวลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย เหลียวหน้าไปเห็นเขายืนอยู่ข้างๆ จึงรีบยื่นมือหยิกแขนตนเองโดยแรงจนร้องโอยออกมา ชายลึกลับหน้ากากเงินถามอย่างแปลกใจ เธอทำอะไรของเธอ..หยิกตัวเองทำไม..? ก้อฉันอยากรู้ว่าตอนนี้ฉันหลับหรือตื่นกันแน่น่ะสิ.. เธอเป็นคนที่ฉลาด ฉันรู้ว่าเธอคงรู้ว่าตนเองกำลังหลับหรือตื่น เพราะถ้าเธอเห็นว่าเรื่องที่เธอพบกับฉันเป็นความฝันอันเหลวไหล เธอคงจะไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับฉัน ขอบใจมากที่เธอปกปิดเรื่องนี้ไม่เล่าให้ใครฟัง เพียงแต่เมื่อเช้านี้ เธอก็เกือบไปแล้วเหมือนกันนะ คุณ...คุณรู้ด้วยเหรอ..? " เราจากกันมานานแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้เธอห่างสายตาฉันไปอีก จำไว้นะอาเซนธาเรีย..ทุกแห่งหนที่เธออยู่ ฉันจะเป็นเงาที่ติดตามปกป้องคุ้มครองเธอเสมอ . น้ำเสียงและคำพูดที่อบอุ่นทำให้เด็กสาวยิ้มอย่างตื้นตัน กล่าวอย่างเขินๆ ไหนว่าวันนี้จะสอนวิธีใช้ตลับเงินให้ฉันล่ะคะ ? ฉันย่อมสอนให้เธอแน่ ว่าแต่จะเรียนกันตรงนี้เลยหรือ.. แล้วคุณว่า..ที่ไหนดีล่ะ..? " เขาไม่ตอบ กลับสั่งให้เธอหลับตาลง .... และเมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองยืนอยู่กลางถ้ำผลึกพิสดาร ซึ่งเขาเคยพาเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าที่นี่กว้างและเงียบสงบ ปราศจากเสียงรบกวนเหมาะกับเป็นที่เรียนวิชามากที่สุด ...ก่อนที่จะสอนวิธีการใช้ตลับเงินวิเศษ ฉันจะสอนวิธีฝึกและควบคุมพลังในร่างต่อเธอก่อน คนทุกคนล้วนมีพลังงานพิเศษส่วนหนึ่งอยู่ในกาย ต่างกันตรงที่ใครจะมีมากมีน้อย และรู้จักควบคุมและเรียกใช้มันออกมาได้อย่างไรเท่านั้น อันดับแรกในการฝึกพลังเธอต้องฝึกทำจิตให้นิ่งสงบ... เขาสอนอย่างจริงจัง ซายูริก็เรียนอย่างตั้งใจ โชคดีที่เธอสนใจวิชาการต่อสู้ฝึกกังฟูมาตั้งแต่เล็ก และเคยเรียนการฝึกลมปราณมาก่อน ซึ่งมีหลักการคล้ายกับที่เขากำลังสอนในตอนนี้ จึงทำให้เธอใช้เวลาฝึกกับเขาเพียงเที่ยวเดียวก็สามารถเข้าใจเคล็ดวิธีการควบคุมพลังในร่างได้อย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นชายลึกลับหน้ากากเงินค่อยสอนให้เธอท่องคาถา ซึ่งมีทั้งหมดหลายประโยค ล้วนเป็นภาษาที่แปลกพิสดารแปลไม่ออกทั้งสิ้น เธอถามเขาว่านี่เป็นภาษาของประเทศไหน แต่เขาก็ไม่ตอบ เพียงบอกว่าตลับเงินฟังภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษไม่ออก ถ้าเธอจะสั่งให้มันทำงานอะไร จึงต้องใช้ภาษาที่มันฟังเข้าใจเท่านั้น ความจริงคาถาคำสั่งมีมากมาย แต่เขาจะสอนเฉพาะคาถาที่สำคัญและจำเป็นก่อน วันข้างหน้า เมื่อความทรงจำของเธอ กลับคืนมา เธอก็จะนึกคาถาที่เหลือทั้งหมดออกได้เอง โดยไม่ต้องให้เขาสอน คืนนี้....ทั้งสองอยู่ด้วยกันยาวนานจนฟ้าใกล้สว่าง ซายูริพอกลับถึงห้องล้มตัวลงนอนก็ผล็อยหลับไปทันที เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงเรียกเธอโงหัวขึ้นจากผ้าห่มอย่างงัวเงีย ก่อนที่จะยื่นมือตบปิดเสียงนาฬิกาแล้วล้มตัวลงนอนต่ออีกครั้ง..... < โปรดติดตามตอนต่อไป > จาก : kjb - 29/01/2001 00:12 โฮมเพจ : http://www.geocities.com/acentharias |
|
ข้อความ : โอ้วววววววว เจ๊ KJB มา post Fic ถึงที่นี่เลยรึครับ ^^
เอาล่ะสิ คราวนี้ของจริงมาแล้ว..... พบ Acentharia..... fiction ขนาดยาวถึงยาวมาก 40 กว่าตอนขึ้นไป.....ไม่ได้เข้าเว็บไปดูตั้งนาน ไม่รู้ป่านนี้ไปถึงภาคอะไรแล้ว จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 29/01/2001 00:41 |
|
ข้อความ : อ๋อ.. คงไม่โพสต์จบหรอกนะคะ (ไม่งั้นก็หอบแฮ่กๆๆพอดี ^O^ )
เพียงแต่เอามาทดลองโพสต์ดูเป็นไตเติ้ลเท่านั้น ว่ามีใครเคยอ่านมั่ง แต่ถ้ามีอ่านกันแล้วก็ไม่เป็นไรจ้า.. ^O^ ถ้าใครสนใจอ่านก็ขอเชิญที่เวบนะคะ ตอนนี้เวบอาเซนธาเรียหยุดอัปเดทชั่วคราวค่ะ แต่อาเซนธาเรียภาค 1 ( 54 ตอน) จะมาลงจนครบที่ http://www.geocities.com/acentharias/acentharia_bb.htm นะคะ พอดีกำลังจะเขียนภาค 2 และภาคพิเศษน่ะ ก็เลยเอามาไตเติ้ลไว้พลาง แหม.. ของจริงที่ไหนคะ พูดซะเขินหมดเลย มือสมัครเล่นเท่านั้นแหล่ะ ส่วนที่นี่คงลง "เทพบุตรผู้พิทักษ์" ไปพลางๆก่อนจนกว่าจะเบื่อนะคะ แค่เรื่องนี้ก็คำนวณคร่าวๆไว้แล้วว่า คง 100 กว่าตอนล่ะค่ะ (ว่าแต่ LiXeon (L.X.) , Xaimuilus เนี่ยใครน้า..อยากรู้จัง ^O^ ) จาก : kjb - 29/01/2001 07:55 |
|
ข้อความ : แอะ มือสมัครเล่นอะไรกันล่ะครับ แต่งเก่งจะตาย ^^;;;;
/me หวั่น ๆ เอื้อก คนเก่งโผล่มาอีกคนแล้ว ว่าแต่.....ห้าสิบกว่าตอนเลยเนี่ยนะกว่าจะอ่านจบคงอ้วกพอดีล่ะคับ เหอ ๆ จาก : xelloss - 29/01/2001 11:21 |
|
ข้อความ : Sugoi!!!!
/me Check Web. Check Web. ^-^ จาก : MrT - 29/01/2001 12:12 |
|
ข้อความ : ห้า-สิบ-สี่-ตอน~~~~~~~~~~~
/me หมอบลงคารวะทั่นเคจีบี ( หยั่งงี้cia สู้ไม่ได้เด็ดๆ..อ้าวไม่เกี่ยว ^^ ) แต่งได้ถึงขนาดนี้ต้องเรียกว่า"เยี่ยม"แล้วค่ะ จาก : yagami - 29/01/2001 12:26 |
|
ข้อความ : เวงกำ เวงกำ ขอโทษอย่างยิ่งค่ะ คุณkjb ไม่ใช่ kgb งานนี้หน้าแตกเย็บไม่ติด ขออภัยจริงๆค่ะ T-T เซ่อซ่าจริงจริ๊งตู จาก : yagami - 29/01/2001 12:30 |
|
ข้อความ : เหอ เหอ เหอ เห็นบอกว่า54ตอนแล้วก็นับถิอจริงๆ พอหันกลับมามองตัวเองก็ เฮ้อ............เมื่อไหร่ตอนต่อไปจะออกมาก็ม่ายรู้ ว่าแล้วก็กลับไปนั่งเทียนเขียนต่อ บรืนนนนนนนนนนนน!!!!!!! จาก : Blackjoker[EXP] - - [email protected] - 29/01/2001 12:57 |
|
ข้อความ : เอ่อ คุณยากามิครับไม่ต้องเศร้าไปหรอกเพราะผมก็เข้าใจผิดไปในตอนแรกว่าเป็น kgb เหมือนกันแต่มาอ่านทวนอีกทีก็เลยทราบเลยทำให้ไม่หน้าแตก คุณก็แค่ดวงไม่ดีเท่านั้นเอง ^^;;; จาก : xelloss - 29/01/2001 13:43 |
|
ข้อความ : เหอๆๆ ตอนอ่านรอบแรกจบ ลมแทบจับ -_-"""
(แต่ว่าชื่อจีนๆ ยังงี้จำยากดีแท้.....) ....ตอนแรกนึกว่า นิยายแปลนะนั่น แต่งเข้าไปได้ยังไงตั้ง 50 กว่าตอน จาก : Roticagas - 29/01/2001 14:55 |
|
ข้อความ : โห 100ตอนเลยรึครับ จาก : kumagift - 29/01/2001 15:42 |
|
ข้อความ : แหะๆๆ...
ใช่ค่ะ 100 ตอน แต่ว่าตอนของเทพบุตรผู้พิทักษ์จะสั้นครึ่งต่อครึ่งเมื่อเทียบกับอาเซนธาเรียนะคะ อย่างเช่นตอนที่ 1 ของอาเซนธาเรียที่นำมาลงข้างบนนี้ประมาณเกือบ 20 หน้ากระดาษ A 4 ค่ะ ในขณะที่ตอนของเทพบุตรผู้พิทักษ์ที่นำมาลงในแต่ละตอนจะประมาณ 7- 9 หน้ากระดาษ A 4 เองค่ะ จาก : kjb - 29/01/2001 16:09 |
|
ข้อความ : มีเรื่องยาวให้อ่านกันอีกแล้ว อาาาาาา... ^^ จาก : ioroid - 29/01/2001 18:28 |
|
ข้อความ : ขยันจริงๆเลยครับ ^^ จาก : Angel k - 29/01/2001 18:40 |
|
ข้อความ : เก่งจังครับ
สำหรับเรื่องนี้ แค่ ตอนแรกก็สนุกแล้ว.. จาก : illusion - 29/01/2001 20:51 |
|
ข้อความ : เนื้อเรื่องน่ารักดีค่ะ ตลับวิเศษนี่ถ้าใช้ได้เก่งๆนางเอกแทบจะไร้เทียมทานเลยนะคะ ^-^ จาก : Alicia - 29/01/2001 23:59 |
|
ข้อความ : ห้า สิบ สี่ ตอน O_o !!!!
อ่าาา ยาวโคตร .......... จาก : Johnny - 30/01/2001 08:56 |
|
ข้อความ : -/กึก/-....
... ..... อ่า.......... ชิ...... /me เริ่มปั่นฟิกฯ จาก : -----ROGER----- - 30/01/2001 18:13 |
|
ข้อความ : (ว่าแต่ LiXeon (L.X.) , Xaimuilus เนี่ยใครน้า..อยากรู้จัง ^O^ ) <--- เจ๊ KJB จำผมไม่ได้รึครับ : ) ก็ที่เคยคุยกันทาง ICQ ไง #73846812 จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 30/01/2001 20:52 |
|
ข้อความ : โอโห้ สุดยอดจริงๆครับ จาก : K.W.E. - 31/01/2001 09:24 |