|
หัวข้อ : ***เทพบุตรผู้พิทักษ์ ตอนที่ 7 จอมดาบคิจิ *** ข้อความ : คาลาธหนีหลบรอดจากการติดตามของศัตรูหลงเข้าไปทางหลังเขา ..กลางป่ารกครึ้ม แมกไม้ปกคลุมมืดมิด แม้แสงดาวก็มิอาจเล็ดลอดลงมา ขณะวิ่งไปโดยมิได้จำแนกทิศทาง พลันรู้สึกใต้ฝ่าเท้าเหยียบใส่อากาศธาตุ.. ร่างร่วงวูบลงสู่เบื้องล่าง ที่แท้นั่นเป็นหลุมลึกราวครึ่งคีปะ (1 คีปะประมาณ 5 เมตรเศษๆ )หลังหนึ่ง คาดว่าคงเป็นหลุมดักสัตว์ที่นายพรานขุดไว้นานแล้ว บัดนี้มีเพียงเถาวัลย์งอกเงยปกคลุมปากหลุมไว้ ใต้หลุมเป็นทรายร่วนและมืดแทบไม่เห็นแม้ฝ่ามือ ชายหนุ่มล้วงกลักไฟอันหนึ่งออกมา จุดไฟส่องดูรอบๆเพียงเห็นว่าในนี้ท่าทางจะปลอดภัยดี จึงรีบดับไฟแล้วถือโอกาสเอนตัวลงนอนพิงหลับเอาแรง เช้าตรู่..แสงสว่างส่องลอดถึงก้นหลุมผ่านม่านเถาวัลย์ที่ถูกคาลาธเบิกไว้เป็นช่องกว้างตอนร่วงตกลงมา ชายหนุ่มยกมือขยี้ตาบิดกายราวเกียจคร้านขับไล่ความเมื่อยขบและง่วงนอน ใต้หลุมยามนี้สว่างจนพอมองเห็นจนทั่ว.. สายตาของเขาจึงค่อยสังเกตพบว่าผนังหลุมด้านหนึ่งมีปากอุโมงค์เล็กๆ คาดว่าคงทอดตัวยาวลึกเข้าไปในภูเขา.. ขบคิดเล็กน้อยอย่างลังเล..สุดท้ายก็ไม่อาจเอาชนะนิสัยอยากรู้อยากเห็นของตนเองได้.. ดังนั้นจึงตัดสินใจมุดเข้าไปดู เข้าสู่ปากอุโมงค์แคบ เพดานเตี้ยๆ จนร่างสูงต้องย่อตัวลงแทบคุกเข่าคลาน แต่เมื่อผ่านไปสักหนึ่งคีปะเศษๆ อุโมงค์ค่อยกว้างและเพดานสูงขึ้นจนเขายืดกายเดินไปอย่างสบายๆ เดินต่อตามรายงานที่ทั้งมืดและอับชื้น ดีที่ในมือเขามีกลักไฟออกมาจุดนำทาง ทำให้พอเห็นรอบข้างเป็นผนังหินที่ดูเหมือนสร้างจากน้ำมือมนุษย์มากกว่าเกิดจากธรรมชาติ สุดปลายทางอุโมงค์เป็นทางตัน.. คาลาธถึงกับถอนใจออกมาอย่างหงุดหงิด กำลังนึกสบถในใจว่าอุตส่าห์มาเสียเที่ยว แต่แล้วก็พลันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา ลองเคาะนิ้วสำรวจบนพื้นผนังถ้ำเบื้องหน้า ก็พบว่าเสียงที่สะท้อนกลับมากังวานผิดปกติ ดูท่าว่าคงยังมีอีกห้องหนึ่งซึ่งถูกกั้นด้วยแผ่นศิลานี้ ดังนั้นใช้มือลูบคลำเพื่อหาทางจะลองทลายผนัง ลูบไปลูบมาบังเอิญปลายนิ้วไปสัมผัสกดโดนปุ่มหินบางอย่างบนผนังนั้นยุบตัวลง ทันใด..บังเกิดเสียงดังครืนครั่น..และแล้วแผ่นศิลาแผ่นนั้นก็ค่อยๆเลื่อนยกตัวขึ้น.. ที่แท้นี่เป็นประตูกลบานหนึ่ง !! คาลาธก้าวเท้าเข้าไป.. เห็นห้องเบื้องหน้ามืดสลัวมีแสงสว่างเล็กๆหลายลำสาดลอดเข้ามาทางช่องเล็กๆบนเพดาน ท่านเป็นใคร ? เสียงบุรุษเสียงหนึ่งทักขึ้นเย็นยะเยือก..หากทุ้มหนักแฝงความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง ฟังจากน้ำเสียงนี้คาดว่าเจ้าของเสียงคงอายุยังไม่มากนัก คาลาธเหลียวขวับไปยังทิศต้นเสียง สายตาที่เริ่มชินต่อแสงอันสลัวๆ ค่อยสังเกตเห็นร่างชายผู้หนึ่งที่นั่งเอนพิงฝาผนังตรงมุมมืดของห้องหลังนั้น.. เขาไม่อาจเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดตา..หากสัมผัสพิเศษสำหรับผู้ฝึกพลังฝีมือเช่นเขา.. กลับรับรู้ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามก็ต้องเป็นผู้มีพลังฝีมือเช่นกัน.. ข้าหลบหนีศัตรูหลงเข้ามา.. เขาบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกันเองและเป็นมิตร แล้วท่านล่ะ..ไปนั่งทำอะไรมืดๆอยู่ตรงนั้น.. ท่านไม่ได้ถูกพวกมันจับกุมตัวมาเหมือนข้าหรือ ? หา..อะไรนะ ? นี่ท่านถูกจับกุมอยู่หรือ.. ถามออกไปแล้วฉุกใจคิดนึกขำตนเอง.. อย่าบอกนะว่า.. เขาหนีเสือปะจรเข้.. อุตส่าห์หลบหนีจากห้องขังของคนลึกลับพวกนั้นแล้วสุดท้ายก็พาตัวเองเข้ามาในห้องขังอีกที่หนึ่ง.. อืม..คาดว่ามันคงไม่ซวยถึงขนาดนั้นหรอกนะ ขบคิดถึงตอนนี้แล้วหัวเราะหึหึกับตนเอง พลางเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆชายผู้นั้น ในระยะใกล้บวกกับสายตาที่เริ่มชินกับความมืด ค่อยมองเห็นว่าคนผู้นั้นสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายาวรุงรังยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง หนวดเคราใต้คางทั้งยาวทั้งรกครึ้มราวนกเข้าไปทำรังได้ ไม่อาจคำนวณอายุแน่นอน..แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึก ..องคาพยพบนใบหน้านั้นคมคายยิ่ง หน้าผากกว้างโหนกแก้มนูนชัด จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเบา ดวงตากระจ่างในความมืด..แฝงแววเยือกเย็นสุขุม.. ถึงกับมิอาจปฏิเสธว่านี่เป็นใบหน้าอันหล่อเหลา..ทั้งยังคุ้นตาราวกับเคยพบเห็นที่ใด..หากนึกไม่ออก ใครจับท่านไว้ที่นี่ ? เขาอดถามมิได้.. เจ้าแม่กาลี.. ประมุขแห่งนิกายมารฟ้าอันชั่วร้าย.. อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบ..เฉื่อยชา.. แต่ก็เจือปนความเป็นมิตร เจ้าแม่กาลี.. นิกายมารฟ้า ?.. ไม่รู้ว่าจะเป็นพวกคนกลุ่มเดียวกับที่ตามล่าข้ารึเปล่านะ.. นางมารผู้นั้นผมสีม่วงทอง.. งามปานเทพสุรางคนา หากแต่***มโหดจิตใจอำมหิต คาลาธถึงกับตบเข่าดังผาง งั้นใช่เลย.. แสดงว่าพวกเราก็มีศัตรูร่วมกัน จริงสินะ.. ข้าชื่อคาลาธ.. ท่านชื่อไร ? ชายลึกลับนิ่งไปครู่หนึ่งหาตอบคำไม่ หากเบือนหน้ามาถามไปอีกเรื่อง ท่านเคยได้ชื่อ..จอมดาบศิลาเย็น..คิจิหรือไม่ ? เฮอะ..เจ้าหมอนั่นชื่อฉาวโฉ่ไปทั่วแผ่นดิน ใจคออำมหิตฆ่าคนเป็นว่าเล่น..พอๆกับนางมารผู้นั้น.. ดูเหมือนว่ามันจะเป็นบริวารเอกคนหนึ่งของเจ้าแม่กาลี.. ท่านถามถึงมันทำไม .. ท่านมีความแค้นกับมันด้วยหรือ ? ชายลึกลับแค่นเสียงดังเฮอะในลำคอ กล่าวว่า ท่านเข้าใจผิดแล้ว.. คิจิไม่ใช่คนชั่วร้าย.. เขายังไม่เคยฆ่าคนแม้ศพเดียว.. เชอะ.. ไม่ฆ่าศพเดียวแต่ฆ่าไปหลายศพต่างหากใช่ไหม ? ชายหนุ่มย้อนถาม ความจริงตอนแรกที่ข้าเคยได้ยินชื่อคนผู้นี้ ฟังว่ามันเป็นลูกผู้ชายจิตทระนงเปี่ยมคุณธรรม.. ข้าเห็นกับตาว่ามันอยู่ข้างกายนางมารนั่น คาดว่าคงหลงเสน่ห์นางมารจนยอมเสนอตัวเข้าสวามิภักดิ์.. แล้วก่อเรื่องเลวร้ายต่างๆทำงานให้นางกระมัง.. ไม่เป็นความจริง.. คิจิคนนั้นเป็นตัวปลอม หือ ท่านรู้ได้อย่างไร ? เพราะว่า.. ชายลึกลับสูดลมเข้าอดลึกๆ ก่อนตอบเสียงทุ้มหนัก เพราะคิจิตัวจริงกำลังถูกคุมขังอยู่ ณ ที่นี้.. อยู่ข้างกายท่านตรงนี้ต่างหาก.. หา คำตอบนั้นเหนือความคาดหมายของคาลาธอย่างยิ่ง สะกดจนเขาถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ หมายความว่า..ท่านคือคิจิ ชายลึกลับพยักหน้า คาลาธมองหน้าคนผู้นั้นอีกครั้ง ค่อยรู้สึกว่าจริงด้วย ใบหน้าของอีกฝ่ายที่เขารู้สึกว่าคุ้น ก็เพราะว่านี่ช่างคล้ายจอมดาบศิลาเย็นคิจิคนที่เขาเพิ่งต่อสู้มาเมื่อคืน เพียงแต่..คิจิคนนั้นไม่มีหนวดยาวปานนี้.. ต้องยิ้มพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย เชื่อแล้ว.. งั้นท่านคงถูกขังอยู่ที่นี่มาปีกว่าแล้วสินะ รู้ได้ไง ? คำนวณเอาจากความยาวของหนวดท่าน เขาตอบยิ้มๆ คิจิยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเองพลันส่งเสียงหัวเราะหึหึเบาๆออกมาเป็นครั้งแรก คาลาธอดรู้สึกถูกชะตากับคนผู้นี้ขึ้นมามิได้ ถามต่อไปว่า นี่ท่านไปพลาดเอาท่าไหนถึงถูกจับ ? มันลอบแพร่พิษสลายพลังใส่ข้า.. จากนั้นก็ช่วงชิงดาบคู่มือข้าไป.. แย่จังนะ.. เขาครางในลำคอเบาๆอย่างเห็นใจ แล้วตอนนี้อาการท่านเป็นไงบ้าง ? พิษแม้ไม่ถึงแก่ชีวิต.. แม้เวลานี้ข้าสามารถลุกเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่สามารถรวบรวมพลังขึ้นมาได้.. ฝีมือข้าถูกสะกดไว้.. เฮ่อ..ที่ผ่านมาแม้โชคร้าย..แต่คราวนี้นับว่าท่านโชคดีที่มาเจอข้า. ข้าพอมียาเม็ดขจัดร้อยพิษอยู่เม็ดหนึ่ง ให้ท่านก็แล้วกัน.. กล่าวพลางควานมือล้วงกระปุกเล็กๆใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ในกระปุกมียาเม็ดสีแดงขนาดเท่าเม็ดลำไยอยู่เม็ดหนึ่ง ยื่นส่งให้กับคิจิ อีกฝ่ายรับไปถือไว้แล้วช้อนตาขึ้นมองหน้าเขา นี่.. ยาน่ะเขามีไว้ให้กิน ไม่ได้มีไว้ให้ถือ.. รีบกินลงไปเถอะ..ยาวิเศษเม็ดนี้สามารถคืนพลังฝีมือกลับมาให้ท่านได้.. ยาเหลือเพียงเม็ดเดียว ท่านให้แก่ข้าเสีย..แล้วตัวท่านล่ะ ? ไม่เป็นไร.. ไว้ข้าค่อยไปขอทำเบิกมาใหม่.. คิจิพยักหน้ากล่าวคำขอบคุณ ค่อยส่งยาเข้าปากแล้วกลืนลงไป ท่านคงเป็นท่านคาลาธ.. ขุนพลผู้พิทักษ์อันดับสองแห่งวังรัชทายาทกระมัง ? ท่านก็รู้จักข้า ? ยาเม็ดขจัดร้อยพิษฟังว่าปรุงโดยเจ้าชายเมราซัส และท่านขุนพลซาทากะ แห่งวังรัชทายาทผู้มีวิชาแพทย์เป็นเลิศในปฐพี.. นับว่าเป็นยาวิเศษที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ส่วนตัวท่านก็มีนามว่า.. คาลาธ อืม.. ใช่ก็ใช่.. เขาได้แต่ยอมรับ เพราะไม่เห็นว่าจำเป็นต้องปกปิดไปทำไม กินยาแล้ว.. นั่งพักสูดลมหายใจลึก ทำใจให้สบายรอยาออกฤทธิ์สักพัก พอพลังฝีมือท่านฟื้นกลับมา เราค่อยมาหาทางออกไปจากที่นี่กันเถอะ.. . คาลาธนำทางคิจิย้อนออกมาทางอุโมงค์ จนถึงหลุมดักสัตว์ที่เขาตกลงมาเมื่อคืน ค่อยเอื้อมดึงเถาวัลย์ลงมาหลายเส้น ผูกเข้ากันเป็นเส้นยาว แล้วโยนขึ้นไปเกี่ยวกับโคนไม้ต้นหนึ่งใกล้ปากหลุม ด้วยฝีมือของคนทั้งสอง ..จากนั้นไปก็สามารถปีนป่ายขึ้นจากหลุมได้อย่างง่ายดาย.. คิจิยืดกายยืนตระหง่านแหงนหน้าตั้งตรงมองท้องฟ้า สูดลมเข้าปอดลึกๆ นี่เป็นอิสระภาพครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกขังอยู่ภายใต้ห้องศิลาหลังนั้นเกือบสองปี คาลาธอดมองสำรวจคนๆนี้มิได้.. ภายใต้แสงสว่างของโลกภายนอก..จึงเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดตา คิจิผู้นี้มีเรือนร่างสูงใหญ่สง่างาม แม้จะผ่ายผอมไปบ้างเนื่องจากถูกขังไว้นาน หากก็มิอาจลดทอนบุคลิกห้าวหาญองอาจนั้นลงไปได้แม้แต่น้อย ถึงคนสองคนจะมีหน้าตาเหมือนกัน หากคิจิคนนี้ช่างแตกต่างจากคิจิปลอมอันชั่วร้ายคนนั้นราวฟ้ากับดิน.. พริบตานั้นคาลาธพลันนึกถึงคนผู้อีกหนึ่งขึ้นมา เป็นไทอิล.. ดูเหมือนทั้งสองคนนี้จะมีคุณสมบัติที่คลับคล้ายกัน เปิดเผย...เข้มแข็ง..ห้าวหาญ..เปี่ยมคุณธรรม !! หรือนี่คือบุคลิกภาพอันเที่ยงแท้ของลูกผู้ชายชาตรี !! .. คิจิ.. แล้วนี่ท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไป ? เขาอดเอ่ยถามขึ้นมิได้ ประการแรกคงต้องชิงดาบคู่มือกลับคืนมา..จากนั้นกระชากหน้ากากของคิจิปลอมให้โลกรู้.. พิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ตนเอง.. อืม.. ข้าได้ยินนางมารผู้นั้นสั่งคิจิปลอมไปก่อกวนงานชุมนุมยอดฝีมือที่ค่ายไนจาในวันนี้.. เพียงแต่เมื่อคืนมันสูดโดนควันพิษของข้าเข้าไป ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแผนการให้คนอื่นไปแทนหรือไม่ ต่อให้เปลี่ยนคนก็คงไม่เปลี่ยนแผน.. ลองไปที่นั่นก็แล้วกัน.. เผื่ออาจจะได้เห็นอะไรน่าสนใจในงาน .. งั้นข้าไปด้วย คิจิพยักหน้าตอบตกลงตามนี้ ขณะหันกายออกมาได้สามก้าว พลันพบว่าอีกฝ่ายยังคงหยุดยืนกับที่ไม่เคลื่อนไหว อดเหลียวหน้ากลับไปอีกครั้งมิได้ เห็นคาลาธหน้าซีดเผือดเล็กน้อย คล้ายกับได้รับความตระหนกบางอย่าง แต่พอเห็นเขาหันมาก็รีบสลายสีหน้ากลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว เป็นไรไป..? เปล่า..ไม่มีอะไร.. ท่านล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน.. ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระสำคัญอีกอย่าง.. ให้ข้าช่วยอะไรไหม ? ไม่ต้อง ท่านไปเถอะ.. ข้าจัดการธุระเสร็จแล้วจะรีบตามไป.. งั้นตามใจ.. คิจิลับกายไปแล้ว.. คาลาธยังคงยืนอยู่กับที่ตรงนั้น ล้วงมือควานลูบไปในคอเสื้อพลางพึมพำอย่างไม่สบายใจ หายไปไหน.. อย่าหายนะ.. ที่แท้เขาเพิ่งรู้สึกว่า.. สร้อยและจี้คริสตัลที่คล้องคออยู่ตั้งแต่เล็กแต่น้อยได้หายไป.. พยายามนึกทบทวนย้อนกลับไปเมื่อคืน จำได้ว่าตอนที่เจ้าแม่กาลีซัดมีดบินฝ่าเข้ามาในม่านระเบิดควัน คมมีดเย็นเฉียบเฉียดผ่านข้างลำคอเขาไปอย่างหวุดหวิด จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ยินเสียงดังกลิ๊กราวมีอะไรร่วงตกลงบนพื้น แต่ในช่วงเวลาอันฉุกละหุกไม่ได้ทันฉุกใจคิด.. ไม่รู้ว่าสร้อยยังตกอยู่แถวนั้นอีกหรือไม่.. คิดถึงตรงนี้พลันตกลงใจยอมเสี่ยงภัยขอย้อนกลับไปดูที่ค่ายมารนั่นอีกครั้ง จาก : kjb - 28/01/2001 14:36 |
|
ข้อความ : อืมมมม ขอแนะนำว่าค่อยๆลงทีละตอนก็ได้ ลงทีละ2ตอนอย่างนี้ เรื่องบนมีแต่คนตอบ เรื่องข้างล่างก็เหงาแย่นะสิ จาก : Fic T. - 29/01/2001 22:38 |