หัวข้อ : Banish from Eden (chapter 8) : ตั้งหลัก
ข้อความ : ประตูไม้ขัดมันถูกกระแทกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องนั้นต่างหันมามองชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ก้าวดุ่มๆเข้ามา จอห์นนี่เดินกระแทกส้นรองเท้าเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวใคร เอนาสและซิดที่นั่งอยู่ข้างในห้องหันมามองจอห์นทั้งสองคน ในมือของผู้บุกรุกมีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกขยุ้มอยู่ด้วย
“ นี่หมายความว่ายังไงกัน!!!! ” เพียงแค่เสียงตะโกนของจอห์นนี่ก็ทำให้คนอื่นออกไปจากห้องได้กว่าครึ่งทีเดียว
ใบหน้าของจอห์นนี่ไม่ได้ซ่อนอารมณ์โมโหเอาไว้เลย เท้าที่ก้าวมาทางโต๊ะของเอนาสกระแทกมาด้วยความโกรธโดยไม่ปิดบังอะไร กระดาษในมือถูกกระแทกลงกับโต๊ะ หางตาของเอนาสมองเห็นลายละเอียดที่เขียนไว้เล็กน้อย มันเป็นคำสั่งเคลื่อนย้ายกำลังพลที่เขาเพิ่งจะส่งไปเมื่อไม่นานนี้เอง
“ กำลังรบของยานข้าศึกพอที่จะละลายไอโอได้ทั้งดวงเลยไม่ใช่เรอะ.. แล้วทำไมถึงส่งยานลาดตระเวนขนาดเล็กขึ้นไปอีก ถึงจะบอกว่าเป็นรุ่นติดสนามพลังด้วยก็เถอะ เรากำลังจะส่งคนไปตาย.... ” มือของจอห์นที่กดลงบนโต็ะไม้จนลั่นเอี๊ยด...

“ สงบสติของนายก่อนดีกว่าน่าจอห์น... ที่นี่มันที่สาธารณะนะ ” เอนาสเอ่ยเรียบๆ
“ ชั้นสงบไม่ไหวหรอก หน่วยชั้นสองร้อยกว่าคนถูกส่งขึ้นไปคุมยานนั่น แกส่งพวกเขาไปตายชัดๆ ” ความโกรธของจอห์นนี่ออกมาในรูปของประกายไฟฟ้า ซิดหมายจะเข้าไปตบไหล่ให้จอห์นใจเย็นลงบ้างก็ยังถูกประกายไฟฟ้านี้เล่นงานจนมือชา

“ ชั้นขอให้นายสงบลงหน่อยดีกว่า.. ” เสียงกับใบหน้าที่แข็งกร้าวของเอนาสส่งความกดดันออกมารุนแรง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบทันที จอห์นนี่เริ่มขยับตัวออกห่างไปเล็กน้อย
“ เอาล่ะ ชั้นเข้าใจนายดี รายละเอียดทั้งหมดของแผนนี้ไม่ถึงมือนายก็เพราะเหตุผลทางการทหารนิดหน่อย ในเมื่อนายข้องใจขนาดนี้ นายก็จะได้คำอธิบาย ”
ทันทีที่เอนาสพูดจบประโยค ผนังด้านหลังของเอนาสก็ค่อยๆเลื่อนออกเป็นมอนิเตอร์หลายขนาดเรียงรายอยู่เต็มผนัง ซิดที่รออยู่แล้วก็ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับกดลงไปที่บางส่วนของจอภาพ

“ คิดว่าจอห์นคงยังไม่รู้จักเค้าล่ะนะ คนๆนี้เพิ่งจะบรรจุเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวของเราเอง เซเนก้า เอรีนัส ในการรบครั้งนี้เค้าจะเป็นกุญแจสำคัญของเรา ”
จอห์นนี่เกือบจะน้อตหลุดเพราะท่าทางของซิดอยู่หลายทีเหมือนกัน แต่ว่าแรงกดดันจากเอนาสก็ทำให้เงียบลงไว้ได้
“ เซเนก้าจะคอยเข้าไปอยู่ในเครือข่ายสัญญาณของข้าศึก คอยสนับสนุนเราด้านข่าวการเคลื่อนไหวของแอมเมอริค จะผิดพลาดก็แค่เหตุการณ์กลางเมืองเท่านั้นเอง เรารู้ช้าเกินไป... ”
“ หมายความว่ายังไง.. เข้าไปอยู่ในเครือข่ายงั้นเรอะ ” จอห์นนี่ถามงงๆ
“ ใช่.. จากระบบคอมพ์ต่างๆที่ข้าศึกใช้งานอยู่ หรือว่าจะเป็นช่องสัญญาณต่างๆก็ได้ ”

ดูเหมือนว่าจอห์นนี่จะยังไม่พอใจกับคำอธิบายซักเท่าไหร่ ซิดเลื่อนมือไปที่จอภาพอีกครั้ง
“ เซเนก้าเป็นทหารอีกแบบที่ออกจะต่างกับพวกเรานิดหน่อย “
ภาพสามมิติของเซเนก้าปรากฏบนจอภาพ ลักษณะของสมองที่แสดงออกมาทำให้จอห์นนี่ประหลาดใจ ก้อนสมองที่เห็นไม่มีรอยหยักแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับลูกโป่งลูกนึงมากกว่า
“ เค้าเป็นหน่วยข่าวกรองโดยเฉพาะ ขอแค่มีคอนเนคเตอร์ระหว่างเรากับเป้าหมายก็พอแล้ว ที่ตัวของเซเนก้าจะมีช่องต่อกับสายสัญญาณต่างๆโดยที่สามารถทำงานผ่านระบบของอีกฝ่ายได้โดยตรง สมองของเค้าได้รับการผ่าตัดให้สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยเซลล์สมองที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเนื้อสมอง... แต่เป็นการทำให้เซลล์สมองเล็กลงกว่าปรกติประมาณ 40 เท่า แค่คิดเลขซักสี่รึห้าสิบหลักน่ะมันหมูไปแล้ว.... ถ้ามีเซเนก้าแทรกซึมอยู่ในระบบสั่งการของอีกฝ่ายหนึ่งละก็ เราสามารถล่วงหน้าพวกแอมเมอริคไปก่อนหนึ่งขุมทุกทีนั่นแหละ ”

ความภาคภูมิใจในน้ำเสียงของซิดทำให้จอห์นนี่รู้สึกขยะแขยง ไอ้หมอคนนี้มันเห็นมนุษย์เป็นอะไรกันแน่เนี่ย....
“ ยังไงชั้นก็ไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรอยู่ดี ไอ้สมองลูกโป่งนี่มาเกี่ยวอะไรกับด้วยล่ะ ”
“ การทหารที่ดีสามารถวัดได้จากหน่วยข่าวกรอง จากความสามารถของเซเนก้า หน่วยข่าวกรองของเราจะเทียบเท่าได้กับหน่วยข่าวในสมัยโลกเก่าเลยทีเดียว ผมรับรองว่าจะไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียวในการรบครั้งนี้ ” ซิดกล่าวด้วยความมั่นใจ แต่จอห์นนี่กลับประหลาดใจมากกว่าที่ได้ยินดังนั้น
“ เหอะๆๆ อย่ามาพูดตลกดีกว่าน่าหมอ นี่ไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์นะ.. สงครามกินเนื้อที่เกินกว่าหนึ่งพาร์เซคนี่ยังจะไม่มีคนตายอีกเหรอ.... แค่มีไม่ถึงร้อยผมก็ว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว “

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังโต้เถียงกันอยู่ เอนาสดึงกระดาษออกมาจากรางพิมพ์ของเครื่องคอมพ์ รายละเอียดข้างในข้างในกระดาษเหมือนกับแผ่นที่จอห์นนี่เอามาไม่ผิดเพี้ยน ปากกาของเอนาสตวัดลายเซ็นลงไปเป็นการยืนยันก่อนที่จะยื่นให้จอห์นนี่
“ เอาเป็นว่าผมยังยืนยันคำสั่งเดิมก็แล้วกัน ครั้งนี้ผมจะถือว่าเป็นการร้องเรียนให้ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ถ้ามีมากกว่านี้ล่ะก็ผมจะปฏิบัติตามวินัยทหารเหมือนกับคนอื่นๆ.. ”
“ แต่ว่า... ”
“ ไม่มีแต่ จอห์น... ” เอนาสส่งบรรยากาศกดดันจอห์นนี่เต็มที่

คำสั่งเคลื่อนกำลังพลแผ่นใหม่อยู่ในมือจอห์นนี่เป็นที่เรียบร้อย ภาพของเอนาสขณะกำลังหันไปพูดบางอย่างกับซิดทำให้จอห์นนี่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ ไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว อีกไม่นานคงมีการแทรกแซงจากมือที่สามแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกแอสสินอตหรือว่ากลุ่มพ่อค้านอกรีตนั่น หน้าที่ของนายคือกำจัดตัวขัดขวางแผนการของเราทั้งหมด “ เอนาสกำชับอีกที จอห์นนี่ก็ได้แต่นิ่งเงียบ

“ แล้วผมต้องทำยังไงกับแมคไบรวาร์ดล่ะ.... อัลไนซิส แมคไบรวาร์ดน่ะ ”

ประโยคนี้เรียกความสนใจของซิดและเอนาสได้เต็มๆ เอนาสชงักไปครู๋หนึ่งก่อนที่จะตอบออกมา
“ นายได้เรื่องนี้มาจากไหน ”
“ ไม่ต้องได้มาจากไหนหรอก ผมว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงๆขึ้นไปคงจะรับสัมผัสได้ทุกคนนั่นแหละ ต่อให้ไม่อยากรู้ก็คงจะจับพลังรุนแรงหลังจากการระเบิดกลางเมืองนั่นได้แน่ๆ ระดับพลังขนาดนี้นอกจากแมคไบรวาร์ดแล้วจะมีใครอีก... ”

“ มันก็ใช่... แต่เค้าอยู่เหนืออำนาจของเราที่จะทำอะไรได้ ถึงนายอยากจะจัดการก็ไม่ได้อยู่ดี... ” เอนาสตอบโดยไม่มองหน้าจอห์น
“ แล้วจะปล่อยให้เค้าที่ว่าลอยชายไปเรื่อยๆพร้อมกับพลังมหาศาลขนาดนั้นเนี่ยนะ ”
“ เค้าจะไม่มายุ่งกับเราหรอก.. ” อำนาจที่แฝงมาในน้ำเสียงของเอนาสบังคับให้จอห์นต้องยอมรับโดยไม่มีข้อโต้เถียงใดๆ

“ อีกไม่นานก็จะถึงตาของคารอน... แล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง ”

....................................

รถบุโรทั่งสั่นสะเทือนมาตลอดทางที่เคโรพยายามลัดเลาะไปมา ซากปรักหักพังทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้ง หลังจากขลุกขลักอยู่หลายหน ด้วยความใจร้อนบวกกับเสียงเร่งของแจมมาสเตอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ในที่สุดเคโรก็โผล่ออกมานอกเมืองจนได้

“ เอาล่ะ.. อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว เฮียอดทนหน่อยก็แล้วกัน ”
“ อูยยซซ.... ยังจะมีแย่กว่านี้อีกเรอะ ที่แกขับเขย่ามาตลอดทางนี่ชั้นก็แทบตายแล้ว ”
“ แหะๆๆ ก็ผมรีบนี่เฮีย... อีกแป็บเดียวๆ ”
พอจบประโยคเคโรก็เหยียบคันเร่งลงไปอีกคล้ายจะเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง ความสั่นสะเทือนจากการเร่งเครื่องทำให้แจมมาสเตอร์ร้องครวญครางไปตลอดทาง..

ยานสีเงินขนาดไม่ใหญ่มากถูกพรางด้วยกิ่งไม้ใบหญ้าเป็นอย่างดี รถบุโรทั่งของเคโรหักเลี้ยวอย่างแรงจนฝุ่นกระจายเป็นวงโค้ง ซี่โครงที่หักอยู่แล้วของแจมมาสเตอร์ก็ยิ่งส่งความเจ็บปวดออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก เคโรจัดการอุ้มกิฟท์ขึ้นจากเบาะหลังบ่ายหน้าไปที่ยานของตัวเอง ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปที่ประตูยาน ร่างของชายคนหนึ่งก็โผล่พรวดออกมายืนขวางหน้าเคโรเอาไว้ ปืนพกกระบอกโตถูกเล็งจ่อมาที่หน้าผากของเคโร

ปังงงงง.....

“ เฮ้ย !!!!! ” เคโรสะดุ้งสุดตัว ด้วยความกลัวทำให้เข่าของเคโรอ่อนลงทันที กระสุนผ่านแนวเส้นผมไปไม่ถึงนิ้ว กลิ่นไหม้จากดินปืนโชยไปทั่ว ร่างของกิฟท์หลุดจากมือของเคโรแต่ถูกช้อนไว้ในอ้อมแขนของชายลึกลับขณะที่เคโรค่อยๆกลิ้งลงมาจากประตูทางเข้า

“ แกเป็นใคร... ” แจมมาสเตอร์ฝืนตัวลุกขึ้นยืน อาการบาดเจ็บทำให้เม็ดเหงื่อจำนวนมากพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ปืนพกที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกดึงออกมาเล็งไปที่เป้าหมาย
เงาตะคุ่มๆนั้นยกปืนขึ้นเหนือศีรษะแล้วค่อยๆเดินออกมาจากเงามือด้านใน
“ ผมเอง เน็กซ์.... ”
เมื่อเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน แจมมาสเตอร์ก็มีท่าทีผ่อนคลายแล้วก็ลดปืนลง ความเครียดที่สะสมมานานบวกกับความเจ็บปวดที่แล่นแปร็บขึ้นมาทำให้แจมมาสเตอร์หมดสติไป ส่วนเคโรที่เฉียดตายมาหยกๆเมื่อเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นหมายจะเอาเรื่องเน็กซ์ให้ได้

“ แกมาทำอะไรที่นี่วะ ยังไม่รีบพาเฮียเค้าเข้าไปอีกเรอะ ”
“ ตาบอดรึไง ชั้นอุ้มกิฟท์อยู่นะว้อย แกนั่นแหละรีบประคองเจมมาสเตอร์เข้ามาในนี้เร็วๆเลย เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว ”
“ นึกว่าชั้นไม่รีบรึไง ” เคโรเถียงข้างๆคูๆ
“ ไม่ถึงขนาดที่ชั้นว่าแน่ๆล่ะ ตอนนี้ไอโอจะกลายเป็นสนามรบไปแล้ว คนนอกอย่างเราต้องรีบเผ่นให้เร็วที่สุด ”
“ งวดนี้คู่ไหนอีกล่ะ แอมเมอริคอีกล่ะสิ ”
“ ชั้นไม่รู้หรอกว้ย.. มันมั่วไปหมดแล้ว อีกไม่กี่นาทีเดี๋ยวยูรอคก็คงออกมาลาดตระเวนถึงที่นี่แล้ว แกยังจะมาถามโน่นถามนี่ให้มันมาเรื่องอีกเรอะ ”

พูดจบเน็กซ์ก็ค่อยๆประคองกิฟท์เข้าไปด้านในของยาน เคโรหันรีหันขวางอยู่ซักพักก่อนที่จะลงไปประคองแจมมาสเตอร์มาขึ้นยาน หลังจากประตูทางเข้าของยานสีเงินล็อกเรียบร้อยแล้ว กิ่งไม้ใบหญ้าที่สุมอยู่รอบๆตัวยานเพื่อพรางตาก็ถูกไอร้อนจากเครื่องยนต์เป่าลอยออกไป เคโรบังคับยานให้ลอยขึ้นจากพื้นช้าๆก่อนที่จะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆเพื่อฝ่าชั้นบรรยากาศออกไป การบังคับยานในขั้นตอนนี้จะเป็นหน้าที่ของนักบินอัตโนมัติในยานแล้ว เคโรจึงทำเพียงแค่นั่งเฉยๆอยู่บนที่นั่งคนขับเท่านั้นเอง
“ อ้อมไปด้านหลังดาวดีกว่านะ ข้างบนมีพวกแอมเมอริคอยู่ยั้วเยี้ยไปหมดเลย ” เน็กซ์ พูดขณะที่เข้ามาในห้องบังคับการ แม้ว่าเคโรจะไม่ค่อยถูกชะตากับเน็กซ์เท่าไหร่นักแต่ก็ทำตามแต่โดยดี

“ กิฟท์เป็นยังไงบ้างน่ะ ” เคโรถามถึงเพื่อนสาวที่มาด้วยกัน
“ ไม่เป็นอะไรมากหรอก แจมมาสเตอร์สิยังน่าเป็นห่วงมากกว่าเลย ” คำตอบของเน็กซ์ทำให้เคโรเบาใจลงหน่อย ภาพตอนที่กิฟท์ต่อสู้กับตัวประหลาดนั่นทำให้เคโรกังวลกับอาการของเธอมากทีเดียว
“ งั้นก็ไม่เป็นไร แต่ว่าการตกลงสัมปทานการค้าชายแดนนี่สิ น่าเสียดายชมัด ”
“ เออน่า... ดีกว่าต้องเอาชีวิตมาทิ้งนั่นแหละ ตอนที่มาตามหาพวกแกในไอโอแรกๆเจอแต่ทหารเต็มไปหมด กว่าจะหลบกระสุนมาได้แทบตายเลย... ”
“ ทหาร.. พวกแอมเมอริคเข้ามาเคลียร์พื้นที่กันแล้วเรอะ... ”
“ ไม่รู้สิ คงเป็นทหารยูรอคมากกว่านะ ตอนที่ดักฟังวิทยุของพวกทหารนั่นเห็นว่ากันว่ามีหน่วยลอบสังหารเข้ามาในไอโอแล้วน่ะ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นไซเลนท์เดดอีกนั่นแหละ เห็นทหารยูรอคแต่ละคนใส่เกราะกันกระสุนท่วมหัวกันทุกคนเลยนี่ ”

“ โธ่เอ้ย... กะอีแค่คนเดียวจะทำอะไรได้ว้า... ” เคโรส่ายหน้าไปมา
“ ไม่แน่หรอกน่า ถ้าให้เดาคิดว่าพวกแอสสินอตก็คงไม่อยู่นิ่งๆอยู่แล้วล่ะ เดี๋ยวยูรอคอาจจะพลิกกลับมาได้เปรียบมั่งก็ได้ ” เสียงเน็กซ์ที่วิจารณ์สถานกาณ์สงครามที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้เคโรเบาใจลงไปหน่อย หลายครั้งที่ผ่านมาไม่ว่าฝ่ายไหนจะเริ่มก่อน จะเป็นแอมเมอริคหรือว่ายูรอคก็ตาม รับรองว่าทุกครั้งจะต้องมีมือดีจากแอสสินอตสอดเข้ามายุ่งด้วยทุกทีไป
มีอยู่ครั้งนึงที่ยูรอคเกือบจะถล่มกลุ่มโคโลนีของแอมเมอริคบริเวณรอบๆระบบสุริยะได้อยู่แล้วแต่ว่าก็ถูกแอสสินอตลอบเข้าไปสังหารหัวหน้ายุทธการของยูรอคซะก่อน เหตุการณ์คราวนั้นทำให้ทั้งสามฝ่ายต่างก็คุมเชิงกันเรื่อยมา แสนยานุภาพของแอมเมอริค หน่วยลอบสังหารของแอสสินอต แล้วก็ไซคิกเกอร์ของยูรอค...

ใช่ว่าจะไม่ดีหรอกนะ... ยังไงซะพวกพ่อค้าสงครามก็จะได้ประโยชน์จากสงครามที่ไม่รู้จบอย่างนี้เต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่แล้ว...


จาก : ioroid - 25/01/2001 07:28

ข้อความ : โอวววววววว....... เยี่ยมมาก
ทำไมเอนาส , ซิด ดุจังฟะ

จาก : Johnny - 25/01/2001 08:48

ข้อความ : หึ ๆ ๆ จอห์นนี่โผล่แล้วเหวย เหอ ๆ
ความภาคภูมิใจในน้ำเสียงของซิดทำให้จอห์นนี่รู้สึกขยะแขยง ไอ้หมอคนนี้มันเห็นมนุษย์เป็นอะไรกันแน่เนี่ย.... <--- เห็นคำพูดอย่างนี้แล้วนึกแว่บขึ้นมาถึงคินดะนิใน Oratorio 1 เลยแฮะ

จาก : xelloss - 25/01/2001 08:56

ข้อความ : อัลไนซิสลึกลับดีมาก เหมือนกับที่จินตนาการไว้มากเลยครับ

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 25/01/2001 17:11

ข้อความ : ก็นายมันซนนี่หว่า จอห์น...เอ้า.. กาแฟมั้ย...หึหึหึหึหึ

จาก : Cid - 25/01/2001 19:22

ข้อความ : ความสามารถของเซเนก้าน่ากลัวแฮะ...

จาก : Angel k - 25/01/2001 20:00

ข้อความ : หึหึหึหึ...

จาก : นายพลเอนาส - 25/01/2001 20:38

ข้อความ : กี่ตอนเนี่ยกว่าตูจะหาย

จาก : Jam X - 25/01/2001 20:52

ข้อความ : เห็นด้วยกับท่านLiXeonค่ะ อัลไนซิสมีปริศนาเยอะจริงๆ แล้วก็อีกอย่างที่นึกได้จากที่ท่านLiXeonโพสข้างบน คือคุณioroidนี่แต่งเก่งจริงๆนะคะ สามารถดึงอิมเมจของตัวละครที่แต่ละท่านส่งไปลงสมัครออกมาได้เป็นอย่างดี โดยที่ยังสามารถรักษาเนื้อเรื่องไม่ให้มั่วได้ แถมยังเดินเนื้อเรื่องไปได้อย่างกลมกลืนเหมือนตัวละครแต่ละตัวคิดขึ้นมาจากผู้แต่งเพียงคนเดียว เยี่ยมยอดมากๆเลยค่ะ ^-^

จาก : Alicia - 25/01/2001 23:11

ข้อความ : หนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มากเลยครับ

จาก : naru - 25/01/2001 23:16

ข้อความ : ชิ ยังไม่พื้นเลย อัลไนซิสเก่งจัด ต้องใช้กี่คนรุมเนี่ย

จาก : GIFT - 26/01/2001 01:05

ข้อความ : Great!!!!! Agre with Alicia.

จาก : MrT - 26/01/2001 05:12

ข้อความ : /me รอตอนต่อไป.........

จาก : Next - 26/01/2001 09:17

ข้อความ : หึหึ หมอซิดมันใช่คนหรือป่าวเนี่ย.....

จาก : Kindani - 27/01/2001 00:20

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1