|
หัวข้อ : ตำนานBlade of fury (ดาบแค้นคนคลั่ง) ข้อความ : Blade of fury (ดาบแค้นคนคลั่ง) Story by Hazard Chapter-1 เริ่มเรื่องด้วยเรื่องราวของชีวิตหนุ่มน้อยธรรมดา ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ชื่อของเขาคือ แมคคลาวด์ เขาเป็นชาวนาธรรมดาใช้ชีวิตธรรมดาผ่านวันเวลาอันแสนจะธรรมดา ทำไร่ไถนา มีความไฝ่ฝันเล็กๆว่าจะสร้างครอบครัวที่เปี่ยมสุขแล้วใช้ชีวิตสุขสงบไปจนแก่เฒ่า แต่แล้วความซวยก็มาเยือน วันหนึ่งขณะที่เขากำลังพักผ่อนจากการทำไร่อันแสนเหน็ดเหนื่อย เขาได้พบกับชายแปลกหน้า นาม จอมดาบ รามิเรส ชายแปลกหน้าอยู่ในสภาพหิวโหย และเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง ด้วยความมีน้ำใจชายหนุ่มจึงได้ให้ความช่วยเหลือ รามิเรส เกิดถูกชะตาและต้องตาต้องใจในคุณสมบัติและลักษณะของแมคคราวเข้าอย่างจัง จึงได้เอ่ยปากรับเขาเป็นลูกศิษย์ ไอ้หนุ่มถ้าข้ารับเจ้าเป็นศิษฐ์รับรองเจ้าจะเป็นนักดาบที่เก่งกาจที่สุด แต่แล้วแมคคราวก็ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า เขามีไร่นาที่จะต้องทำกะความฝันเล็กๆของเขาอยู่แล้วการเป็นนักดาบหรือเรื่องที่จะเก่งกาจอะไรนั่น ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจ อาา เขาพูดผิดไปไม่กี่คำจริงๆ(รามิเรสบันดาลโทสะ)ตะวาดว่านักดาบไม่จำเป็นต้องทำไร่! ไม่จำเป็นต้องมีครอบครัว! พร้อมกับตวัดดาบทำลายที่นาและหมู่บ้านของเขาในดาบเดียว!<Zoom เสียงตวัดดาบ> และในขณะที่ชายหนุ่มกำลังช๊อคจนหัวหงอกอยู่นั้น รามิเรสก็ลากร่างอันไร้สติ ของเขาจากไป พร้อมกับคำพูดที่ว่า ไปกันเถอะศิษย์รักการฝึกนรกรอคอยเจ้าอยู่ HO HO HO HO HO วันเวลาผ่านไป จากเด็กหนุ่มกลายเป็นชายฉกรรจ์ ด้วยร่างอันกำยำที่เกลื่อนกลาดไปด้วยรอยแผลเป็น และหัวใจที่สุมเพลิงแค้นอัดแน่นเต็มอก การฝึกนรกของรามิเรส ได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจ หลายครั้งหลายคราที่เขาจับดาบเข้าต่อสู้พื่อล้างแค้นให้คนในหมู่บ้านแต่ก็พ่ายแพ้ ซะทุกครั้งไปแม้จะลอบจู่โจมหรือพยายามซักเท่าไหร่ แต่ทุกครั้ง ก็ล้มเหลว พ่ายอย่างอนาถ(รามิเรสเก่งเกินไป)อ่อนหัด! แอ๊ก! อ่อนหัด! โอ๊ย อ่อนหัด! อ๊ากกเจ็บใจนัก! แล้ววันเวลาก็ล่วงเลยไปอีก ในที่สุดชายหนุ่ม ก็บรรลุถึงวิชาดาบที่เหนือกว่ามนุษย์หน้าไหนจะจินตนาการไปถึง ดาบที่ฉีกอากาศ ตัดสายน้ำ ผ่าภูเขาทั้งลูก ในที่สุดเขาก็มั่นใจ ความแค้นจะได้รับการชำระล้าง แต่แล้ว.. เมื่อเขาไปถึงที่อยู่ของรามิเรส ก็พบว่า ตาแก่นั่นแก่ตายเสียแล้ว ไม่จริงงง!. จากข้อความที่เหลือทิ้งไว้ในจดหมาย ศิษย์รัก เมื่อเจ้าสำเร็จเพลงดาบข้าคงไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ขอให้เจ้าได้เป็นนักดาบที่หนึ่งในแผ่นดินให้สมกับที่ข้าตั้งความหวังเอาไว้ น่าเสียดายนะที่เจ้าไม่ได้ฆ่าข้ากะมือ^^ ป ล เรื่องหลังของข้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจัดการตัวเองได้ และแล้วกระท่อมทั้งหลังก็ระเบิด(ก่อนตายลงอาคมเวทไฟเอาไว้)แน่ล่ะแมคคลาวด์ รอดตายออกมาจากกระท่อมได้แบบหวุดหวิด อ๊ากก ไอ้แก่เดนตาย ตายแล้วยังไม่วาย โป๊ก! โอ้ย! อะไรบางพลันอย่างตกใส่หัวของเขา แล้วเขาก็ได้พบกับดาบที่กระเด็นออกมาเพราะแรงระเบิด ในจดหมายที่อยู่ในกล่องดาบ มีข้อความเขียนไว้ว่านี่เป็นดาบสุดรักสุดหวงของข้า ข้ามอบให้เจ้าศิษย์รัก (แมคคลาวด์ตั้งใจว่าจะทำลายให้หายแค้น)แต่เมื่อหยิบดาบก็มีกระดาษอีกใบหล่นลงมาเขียนไว้ว่า ติดกับแล้วไอ้โง่ ฉับพลัน ดาบก็กลายร่างเป็นปีศาจ ชื่อ อาม่อน ! อาม่อน ปีศาจร้ายแห่งดาบผู้ ใดที่ประสบพบพาน หากไม่สามมารถสยบมันลงได้ ชีวิตและวิญญาณของเขา จะตกเป็นทาสของดาบมารตลอดไป ความแค้นที่ไม่รู้จะลงกับใคร ลงกับมึงนี่แหละ Zoom! ก่อนที่อาม่อนจะทันเคลื่อนไหวชั่วพริบตา ร่างก็ขาดเป็นเสี่ยงๆ ไม่น่าเชื่อข้าแพ้มนุษย์ ปึ๊ก! แอ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! (เสียงเท้ากระทืบซ้ำ) แล้วอาม่อนก็สลายกลายเป็นดาบเช่นเดิม ไอ้แก่! คิดหรือว่าตายแล้วเรี่องมันจะจบ ข้าจะตามไปล้างผลาญแกให้ถึงในนรกเลย! ว่าแล้วแมคคลาวด์ก็หยิบดาบขึ้นมาเชือดคอฆ่าตัวตาย แต่แล้ว รอยแผลจากดาบก็หายไปในทันที และมีเสียงก้องจากดาบซึ้งเป็นเสียงของอาม่อนว่า ในนามข้าอาม่อน ดาบมาร ขอสัตย์สาบานต่อท่านนายเหนือแห่งข้า นับแต่นี้ต่อไปตราบใดที่ท่านยังมิพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดตราบนั้นชีวิตของท่านจะ เป็น อมตะๆๆๆๆๆๆๆ! (แอ๊คโค่วว) ณ สุดขอบฟ้าอันแสนไกล แมคคราวเหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของตาแก่ รามิเรสดังกังวาลมาแว่วๆ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!! Chapter-2 ท่ามกลางป่าเปลี่ยวร้าง ในคืนเดือนพร่างพรายที่มีลมพายุโหมกระหน่ำ ชายชุดดำยืนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อม ของเหล่านักรบกระหายเลือด รังสีอำมหิต อัดแน่นอยู่ในมวลอากาศ ฉับพลันบรรยากาศก็โหมกรรโชก ดุจเปลวเพลิง ประกายดาบ เคลื่อนไหวท่ามกลางความมืดมิด นักรบเถื่อน พุ่งทะยาน จากทุกทิศทาง เหมือนสัตว์ร้าย! ฉั้วะ! สึบ! ปึ๊ก! กร๊อบ! ขวานจามลงหัว ดาบฟันสะพายแล่ง หอกแทงทะลุท้อง กระบองฟาดกกหู เสียงกระดูกหัก เลือดสาดกระจาย ร่างส่ายกระตุก ลมหายใจของชายชุดดำกำลังจะขาดห้วง คร๊อกๆ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกังวาลดังออกมาจากดาบว่า แกล้งแพ้ โมฆะ! พายุสงบแล้ว เหลือเพียงชายชุดดำร่างโชกเลือด ยืนเกาตูดอยู่ท่ามกลางซากศพ ท่าทางของเขาแม้สงบ แต่ก็กำลังขุ่นมัวเป็นอย่างยิ่ง ชิ! หยวนๆหน่อยไม่ได้หรือไง เขากล่าวอย่างหงุดหงิด นี่ท่านคิดว่าข้าโง่ รึไง ดาบมารว่าชีวิตอมตะที่มนุษย์ต่างก็ปราถนาทำไมท่านถึงคิดทิ้งขว้างมันไม่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่ได้อยากได้นี่หว่า เขาโวยวาย อยากตายอ่ะ! ได้ยินไหมอยากตายยยยยยยยย! นั่นคือสำเนียกสุดท้ายที่ดังสะท้อนก้องกังวาลแล้วแว่วหายไป ในความมืดของป่าเขา ด้วยชีวิตอมตะที่ถูกยัดเยียดให้แมคคราว ได้ออกเดินทางหาวิธีที่จะพ้นคำสาป วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า ด้วยเงื่อนไขแห่งสัญญาเลือดที่ว่าตราบใดที่ไม่พ่ายแพ้ชีวิตจะไม่มีวันดับสูญ แม้อายุขัยก็จะไม่มีวันสิ้นสุดทำให้เขาได้แต่หาคู่มือที่แข็งแกร่งเพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้ แต่ เขาแกร่งเกินไปจะเดี่ยวหรือจะหมู่ จะมนุษย์หรือปีศาจล้วนดับอนาถภายใต้คมดาบของเขาวันเวลาผ่านไป ผู้คนได้เรียกขาน เขาเป็นนักดาบมารอมตะ เบลด คำล่ำลือได้กล่าวขานถึงความเป็นอมตะและความกระหายเลือดของเขาดุจเป็นเรื่องราวของมารร้ายในเทพนิยายโบราณ วันเวลาก็ล่วงเลยผ่าน เขาก็ยังไม่พ่ายแพ้ให้กับผู้ใดและที่สำคัญผลจากการต่อสู้อันยาวนานกลับทำให้วิชาดาบของเขายิ่งพัฒนาขึ้นไปอีก(แบบว่าเก่งนรกกว่าเดิมอีก) วันหนึ่งขณะเบลดกำลังเดินทอดหุ่ยอยู่ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งทางทิศใต้เขาได้ยินข่าวว่ามีผู้กล้ากับพรรคพวกกำลังเดินทางไปต่อสู้กับจอมมารที่อาละวาดอยู่ทางทิศเหนือสุดปลายทวีป จากคำล่ำลือ จอมมารเป็นปีศาจร้ายอันน่าสพรึงกลัว และผู้กล้าที่หาญต่อกรนั้นเป็นนักดาบอัจฉริยะที่หลายร้อยปีจะมีซักคน อา ความหวัง จะผู้กล้าหรือปีศาจก็ได้ทั้งนั้น เบลดไม่รอช้าออกเดินทาง มุ่งหน้าขึ้นเหนือในทันที ณ ปราสาทมาร ห้องของจอมมารผู้กล้าและพรรคพวกได้ต่อสู้บุกบั่นมาจนประจัญหน้ากับจอมมาร ในที่สุด การต่อสู้เดิมด้วยพันชะตาของโลก ระหว่างธรรมะกับอธรรมกำลังจะอุบัติขึ้นแล้ว ทันใดนั้นเองเบลดก็ปรากฏตัวเข้าขัดจังหวะท้าประลองกับผู้กล้า และเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมในการต่อสู้ เบลดฆ่าพรรคพวกของผู้กล้าจนหมด ดุจบ้าคลั่งและฟั่นเฟือน รัศมีของอาวุธศักดิสิทธิ์เปล่งประกาย เพลิงแค้น คลื่นปราณและพลังจิตของผู้กล้าเข้าสู้สภาวะสูงสุด คมดาบของผู้กล้าพุ่งเข้าหาเบลด อย่างร้อนแรง แต่ชั่วพริบตาทุกอย่างก็จบลง ร่างผู้กล้าขาดเป็นเสี่ยง ห่วะ..ห่วยชิบ ! อาไรวะ! เนี่ยะนะผู้กล้าเบลดโวยอย่างหัวเสีย จากนั้นก็หันควับไปหาจอมมารที่กำลังนั่งอึ้งอยู่ แล้วพูดว่า ต่อไปตาแกล่ะอย่าทำให้ผิดหวังล่ะ เข้ามาเลย! โทสะของจอมมารลุกโหม ไอมารแผ่ขยายออกจากร่าง ร่างของจอมมารกลายสภาพเข้าสู้ร่างที่แท้จริง อสูรกายยักษ์ คำรามกึกก้อง ลมหายใจชั่วร้ายที่หลอมเหลวแม้หินผา ร่างกำยำมหึมา คุกคามเข้าหาอย่างมุ่งร้าย! พระจันทร์ขึ้นแล้ว ท้องฟ้ากระจ่างสดใส แสงนวลใยสาดส่องกระทบซากปรักหักพังของปราสาท ท่ามกลางเศษ อิฐหักและเสาปราสาท เรี่ยราดไปด้วยชิ้นส่วนซากที่ครั้งหนึ่งเคยจอมมารอันน่าสะพรึงกลัว ในความเงียบสะงัดมีเพียงเสียงสะอื้น ที่เค้นออกมาจากความรู้สึกเบื้องลึกของลูกผู้ชาย กรามที่ขบจนแน่น น้ำตาที่อาบแก้ม สองมือที่สั่นระริก มีเพียงเสียงครวญอันแผ่วล้าลอดออกมาว่า ทำไมปีศาจถึงห่วยแบบนี้ ไม่มีเก่งกว่านี้แล้วหรือไง ฮึกๆ(เสียงสะอื้น) ทำไม ทำไม เสียงของเขาค่อยๆดังจนกลายเป็นตะโกนก้อง ทำมายยยยยย! เบลดกู่ร้องในที่สุด แล้วอาม่อนก็ได้แต่อึ้ง Chapter-3 วันเวลาของมนุษย์นั้นสั้นนักแต่วันเวลาของเขากลับยาวนานไม่สิ้นสุด วันแล้ววันเล่าดินแดนแล้วดินแดนเล่าหรือจะคนแล้วคนเล่าหามีใครพิชิตเขาได้สมใจหมาย จะกี่นักรบกี่อสูรกาย ล้วนล้มตายใต้คมดาบของเขาจนหมดสิ้น หลายปีผันผ่านฤดูกาลเปลี่ยนแปร แมกไม้สายน้ำภูผายังมีวันเปลี่ยน มีแต่เขาที่ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม อยากตายก็ก็ไม่สมดังหวัง อยากตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกวันเวลาทุกลมหายใจ แต่ก็ไม่ตาย T_T ฤดูร้อนมาเยือน เป็นครั้งที่เท่าไหร่ เขาไม่เคยจดจำ สิ่งเดียวที่เขารู้คือทิศทางที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไปคืออาณาจักรใหญ่ที่มีกำลังทหารเข้มแข็งและมีนักรบที่ร้ายกาจเป็นที่เลื่องลือ ตลอดหายปีที่ผ่านมาเขามุ่งหน้าเสาะหาผู้คนที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจจากดินแดนนึงสู่ดินแดนนึง เพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้และความตาย ป้อมฟาเรนไฮด์ คือปราการรบอันยิ่งใหญ่ ด้วยกำแพงที่สูงเสียดฟ้าและถูกโอบล้อมไปด้วยหุบเขาสูงชันรอบด้าน นอกจากอัศวินมังกร ภายในป้อมแล้วยากนักที่จะเข้าออกได้ เรื่องตีหักหรือบุกทำลายเป็นไปได้แต่เพียงความฝันสามวันหลังจากเบลดเดินทางไปถึง อัศวินมังกรก็สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ อาณาจักร ลูทแลนด์ ปกครองด้วยวงศ์กษัตริย์นักรบที่เข้มแข็งมีประวัติศาสตรยืนนานมานับร้อยๆปี มีกองทัพอัศวินอันเลื่องชื่อ และเข้มแข็ง สิ้นสุดสายเลือดราชวงศ์ หลังจากดาบมารไปเยือนถึงเมืองหลวง กาลเวลาก่อเกิดและดับสูญ ดาบมารเบลดกลายเป็นตำนานที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดแต่ใครจะรู้ว่า ดาบมารที่แสนจะร้ายกาจ กำลังนั่งแคะขี้มูก ตกปลาแก้เซ็ง อย่างเบื่อหน่ายชีวิต เต่าจ๋าเต่า เต่ารู้ใช่ไหมว่าการมีชีวิตอยู่นานๆมันน่าเศร้าแค่ไหน ว่าแล้ว ก็อุ้มเต่าทะเลขึ้นมากอดพร่ำรำพันน้ำตาไหลพราก ขณะที่เต่าทะเลเคราะห์ร้ายพยายามดิ้นหนีอย่างสุดชีวิต เบื้อหลังของเบลด ก็ปรากฎชายหนุ่มถือดาบ ยืนจังก้าอยู่จิตของชายหนุ่มคมกริบและเย็นชาดุจใบมีดน้ำแข็ง แผ่พุ่งตรงมาสู่ร่างของเบลดอย่างมุ่งร้าย เจ้าเป็นใคร? เบลดถาม ข้าคือ ทายาทของผู้กล้าที่ถูกเจ้าฆ่าตายเมื่อยี่สิบปีก่อน นักดาบมารเบลดข้ามาฆ่าเจ้า! อะไรนะ? มาฆ่าข้า งั้นก็แปลว่าเจ้าเก่งงั้นสิ อาม่อน! เฮ้ย อาม่อน! การต่อให้นี่ไม่ถือว่าผิดกฏใช่ไหม ไม่ผิดกฏ ถ้านายท่านแพ้เพราะต่อให้ก็หมายถึงความประมาทแน่นอนไม่ผิดกฏ อาม่อนกล่าว ว่าแล้วเบลดก็ชักดาบด้วยมือซ้ายแล้วตัดแขนข้างขวา ปักดาบลงตรงหน้าแล้วใช้นิ้วควักลูกตาทั้งสองจนบอดไป เข้ามาเลยไอ้หนู! เด็กหนุ่มแม้จะตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ความรู้สึกที่เกิดจากการถูกเหยียดหยาม ผสานกับเพลิงแค้น ลุกโหมรุนแรงยิ่งกว่า ดาบเหล็กกล้าถูกกระชากออกจากฝัก ทะลวงกระหน่ำเข้าหา เป้าหมายอย่างไม่คิดชีวิต เสียงคมดาบฝ่าอากาศ ลิ่มเลือดสาดกระจาย เศษฝุ่นผงธุลีทรายฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ แขนข้างที่ขาดต่อติดกันแล้ว ตาทั้งสองข้างกลับมามองเห็นดังเดิม ภาพที่เบลดเห็นคือใบหน้าอันหล่อเหลาและนัยน์ตาที่เบิกโพรงแสดงออกถึงวาระสุดท้าย กับเศษชิ้นส่วนร่างกาย ที่กระจัดกระจายไปทั่วชายหาด เฮ้อ เขาถอนหายใจ ทำไม รีบมาตอนนี้ไอ้หนู ทำไมไม่มาช้ากว่านี้ซักสิบปีรอให้เก่งกว่านี้แล้วค่อยมา สวรรค์ทำไม ไม่ทำอะไรบ้างง! เบลดกู่ร้อง สวรรค์บ้า สวรรค์บัดซบ สวรรค์เฮงซวย! ฉับพลัน! เมฆบนฟ้าก็แยกออกเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั้วทั้งแผ่นฟ้า เปรี๊ยง! แอ๊ก! (ไรดีน) แต่เขาก็ไม่ตาย แค่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด่าต่อ เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! หงิก แน่จริงเอาให้ตายสิวะ! โธ่เอ้ย! สิ้นเสียงเมฆบนฟ้า ก็เคลื่อนไหวหมุนวนเป็นเกลียวเหมือนจะรวบรวมพลัง( กีก้าดีนกำลังมา ) ชิ เลิกก็ได้วะ! ไม่ตายแต่เจ็บแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกัน ว่าแล้วเบลดก็พาเอาสารรูปที่เกือบจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเพราะโดนฟ้าผ่าเดินหายลับไป Epilogue กาลเวลาเหมือนสายน้ำ เรื่องราวของประวัติศาสตร์ก็เหมือนกับสายลม ตำนานของดาบมารได้สาบสูญไปตามกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงในที่สุด ยุคสมัยที่หมุนเปลี่ยนเวียนไปจากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ เรื่องราว บันทึก เรื่องเล่านิทานตำนานก็สาปสูญไปในที่สุด พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ปี ค ศ ????งานแสดงโบราณวัตถุก่อนประวัตติศาสตร์ แม่ๆ ดูนี่สิ เสียงร้องเรียกอันไร้เดียงสาของเด็กชายวัยกำลังซนร้องเรียกแม่ให้ดูอะไรบางอย่าง หือ?รูปปั้นหิน ทำไมหรือลูก? ผู้เป้นแม่ถามอย่างแปลกใจที่บุตรชายให้ความสนใจต่อรูปปั้นก่อนยุคประวัตติศาสตร์มากกว่าขนมที่เธอเดินไปซื้อมาให้ หน้าตารูปปั้นเหมือน น้าคนที่ยืนเกาตูดอยู่ตรงนั้นเด๊ะเลย ^^ End จาก : Hazard (ฮาจัง) - 19/01/2001 23:47 |
|
ข้อความ : วะฮะเหยๆๆๆๆ จาก : Gnorm - 20/01/2001 02:43 |
|
ข้อความ : ไม่มีบทเริ่มจอมมารมั่งเลยเหรอ ^^ จาก : ioroid - 20/01/2001 08:06 |
|
ข้อความ : สนุกสุดๆล่ะครับ ใช้ภาษาก็แจ๋วไปเล้ย เอาอีกครับๆ จอมมาร เจ้าชาย โลมา เอามาให้หมด เหอๆๆ ^ ^ จาก : Cid - 20/01/2001 10:27 |
|
ข้อความ : ไม่มีตอนลูกสาวทั้ง7เหรอ.... คือมันไม่ค่อยรู้อ่ะ อยากอ่าน ^_^ จาก : Choco - 20/01/2001 22:10 |
|
ข้อความ : สุดยอดเกินกว่าจะบรรยาย จาก : PH - 21/01/2001 00:39 |
|
ข้อความ : วะฮ่า ๆ ๆ ๆ สุดยอดเกินคำบรรยายจริง ๆ ครับ นับถือ ๆ อ่านไปตอนแรก ๆ อุ....คนอะไรโคตรซวยเลยจะล้างแค้นศัตรูก็ดันตายก่อน พอจะฆ่าตัวตายก็ดันเป็นอมตะ ผู้กล้ากับจอมมารเหมือนจะเก่งแต่ก็พินาศ ^_^;;;; จาก : xelloss - 21/01/2001 09:17 |
|
ข้อความ : อ่านตั้งนาน สรุปแล้วพระเอกแม่งก็ยังไม่ตายอีก เก่งเป็นบ้าเลย จาก : Fic T. - 21/01/2001 13:20 |
|
ข้อความ : better that you told me, give you **** keep the last * for the next story ok จาก : re-qual - 22/01/2001 09:26 |
|
ข้อความ : อ่านแล้วขำกลิ้งจริงๆ
น่าจะทำเป็นการ์ตูนมาขายนะ อิๆๆๆๆ จาก : ไซโต้ ฮาจิเมะ - 28/01/2001 00:23 |