หัวข้อ : ตำนานBlade of fury (ดาบแค้นคนคลั่ง)
ข้อความ : Blade of fury (ดาบแค้นคนคลั่ง)
Story by Hazard
Chapter-1
เริ่มเรื่องด้วยเรื่องราวของชีวิตหนุ่มน้อยธรรมดา ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ชื่อของเขาคือ” แมคคลาวด์“ เขาเป็นชาวนาธรรมดาใช้ชีวิตธรรมดาผ่านวันเวลาอันแสนจะธรรมดา ทำไร่ไถนา มีความไฝ่ฝันเล็กๆว่าจะสร้างครอบครัวที่เปี่ยมสุขแล้วใช้ชีวิตสุขสงบไปจนแก่เฒ่า
แต่แล้วความซวยก็มาเยือน วันหนึ่งขณะที่เขากำลังพักผ่อนจากการทำไร่อันแสนเหน็ดเหนื่อย เขาได้พบกับชายแปลกหน้า นาม “ จอมดาบ รามิเรส “ ชายแปลกหน้าอยู่ในสภาพหิวโหย และเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง ด้วยความมีน้ำใจชายหนุ่มจึงได้ให้ความช่วยเหลือ รามิเรส เกิดถูกชะตาและต้องตาต้องใจในคุณสมบัติและลักษณะของแมคคราวเข้าอย่างจัง จึงได้เอ่ยปากรับเขาเป็นลูกศิษย์ “ ไอ้หนุ่มถ้าข้ารับเจ้าเป็นศิษฐ์รับรองเจ้าจะเป็นนักดาบที่เก่งกาจที่สุด” แต่แล้วแมคคราวก็ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า เขามีไร่นาที่จะต้องทำกะความฝันเล็กๆของเขาอยู่แล้วการเป็นนักดาบหรือเรื่องที่จะเก่งกาจอะไรนั่น ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจ อาา เขาพูดผิดไปไม่กี่คำจริงๆ(รามิเรสบันดาลโทสะ)ตะวาดว่า”นักดาบไม่จำเป็นต้องทำไร่! ไม่จำเป็นต้องมีครอบครัว!” พร้อมกับตวัดดาบทำลายที่นาและหมู่บ้านของเขาในดาบเดียว!<Zoom เสียงตวัดดาบ> และในขณะที่ชายหนุ่มกำลังช๊อคจนหัวหงอกอยู่นั้น รามิเรสก็ลากร่างอันไร้สติ ของเขาจากไป พร้อมกับคำพูดที่ว่า “ ไปกันเถอะศิษย์รักการฝึกนรกรอคอยเจ้าอยู่ HO HO HO HO HO”
วันเวลาผ่านไป
จากเด็กหนุ่มกลายเป็นชายฉกรรจ์ ด้วยร่างอันกำยำที่เกลื่อนกลาดไปด้วยรอยแผลเป็น และหัวใจที่สุมเพลิงแค้นอัดแน่นเต็มอก การฝึกนรกของรามิเรส ได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจ หลายครั้งหลายคราที่เขาจับดาบเข้าต่อสู้พื่อล้างแค้นให้คนในหมู่บ้านแต่ก็พ่ายแพ้ ซะทุกครั้งไปแม้จะลอบจู่โจมหรือพยายามซักเท่าไหร่ แต่ทุกครั้ง ก็ล้มเหลว พ่ายอย่างอนาถ(รามิเรสเก่งเกินไป)”อ่อนหัด!” “ แอ๊ก!” ”อ่อนหัด!” “ โอ๊ย” ”อ่อนหัด!” “อ๊ากกเจ็บใจนัก!”
แล้ววันเวลาก็ล่วงเลยไปอีก
ในที่สุดชายหนุ่ม ก็บรรลุถึงวิชาดาบที่เหนือกว่ามนุษย์หน้าไหนจะจินตนาการไปถึง ดาบที่ฉีกอากาศ ตัดสายน้ำ ผ่าภูเขาทั้งลูก ในที่สุดเขาก็มั่นใจ ความแค้นจะได้รับการชำระล้าง แต่แล้ว.. เมื่อเขาไปถึงที่อยู่ของรามิเรส ก็พบว่า ตาแก่นั่นแก่ตายเสียแล้ว…” ไม่จริงงง!.” จากข้อความที่เหลือทิ้งไว้ในจดหมาย” ศิษย์รัก เมื่อเจ้าสำเร็จเพลงดาบข้าคงไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ขอให้เจ้าได้เป็นนักดาบที่หนึ่งในแผ่นดินให้สมกับที่ข้าตั้งความหวังเอาไว้ น่าเสียดายนะที่เจ้าไม่ได้ฆ่าข้ากะมือ^^ ป ล เรื่องหลังของข้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจัดการตัวเองได้” และแล้วกระท่อมทั้งหลังก็ระเบิด(ก่อนตายลงอาคมเวทไฟเอาไว้)แน่ล่ะแมคคลาวด์ รอดตายออกมาจากกระท่อมได้แบบหวุดหวิด “ อ๊ากก ไอ้แก่เดนตาย ตายแล้วยังไม่วาย” “ โป๊ก!“ “โอ้ย!” อะไรบางพลันอย่างตกใส่หัวของเขา
แล้วเขาก็ได้พบกับดาบที่กระเด็นออกมาเพราะแรงระเบิด ในจดหมายที่อยู่ในกล่องดาบ มีข้อความเขียนไว้ว่านี่เป็นดาบสุดรักสุดหวงของข้า ข้ามอบให้เจ้าศิษย์รัก (แมคคลาวด์ตั้งใจว่าจะทำลายให้หายแค้น)แต่เมื่อหยิบดาบก็มีกระดาษอีกใบหล่นลงมาเขียนไว้ว่า “ ติดกับแล้วไอ้โง่” ฉับพลัน ดาบก็กลายร่างเป็นปีศาจ ชื่อ อาม่อน !
อาม่อน ปีศาจร้ายแห่งดาบผู้ ใดที่ประสบพบพาน หากไม่สามมารถสยบมันลงได้ ชีวิตและวิญญาณของเขา จะตกเป็นทาสของดาบมารตลอดไป “ความแค้นที่ไม่รู้จะลงกับใคร ลงกับมึงนี่แหละ” Zoom! ก่อนที่อาม่อนจะทันเคลื่อนไหวชั่วพริบตา ร่างก็ขาดเป็นเสี่ยงๆ” ไม่น่าเชื่อข้าแพ้มนุษย์ ” “ ปึ๊ก! แอ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! (เสียงเท้ากระทืบซ้ำ) แล้วอาม่อนก็สลายกลายเป็นดาบเช่นเดิม
“ ไอ้แก่! คิดหรือว่าตายแล้วเรี่องมันจะจบ ข้าจะตามไปล้างผลาญแกให้ถึงในนรกเลย! “ ว่าแล้วแมคคลาวด์ก็หยิบดาบขึ้นมาเชือดคอฆ่าตัวตาย แต่แล้ว รอยแผลจากดาบก็หายไปในทันที และมีเสียงก้องจากดาบซึ้งเป็นเสียงของอาม่อนว่า“ ในนามข้าอาม่อน ดาบมาร ขอสัตย์สาบานต่อท่านนายเหนือแห่งข้า นับแต่นี้ต่อไปตราบใดที่ท่านยังมิพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดตราบนั้นชีวิตของท่านจะ เป็น อมตะๆๆๆๆๆๆๆ! “(แอ๊คโค่วว)
ณ สุดขอบฟ้าอันแสนไกล แมคคราวเหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของตาแก่ รามิเรสดังกังวาลมาแว่วๆ
“ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!”
Chapter-2
ท่ามกลางป่าเปลี่ยวร้าง ในคืนเดือนพร่างพรายที่มีลมพายุโหมกระหน่ำ ชายชุดดำยืนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อม
ของเหล่านักรบกระหายเลือด รังสีอำมหิต อัดแน่นอยู่ในมวลอากาศ ฉับพลันบรรยากาศก็โหมกรรโชก ดุจเปลวเพลิง ประกายดาบ เคลื่อนไหวท่ามกลางความมืดมิด นักรบเถื่อน พุ่งทะยาน จากทุกทิศทาง เหมือนสัตว์ร้าย!
“ ฉั้วะ!” “ สึบ!” “ ปึ๊ก! “ กร๊อบ! “ ขวานจามลงหัว ดาบฟันสะพายแล่ง หอกแทงทะลุท้อง กระบองฟาดกกหู
เสียงกระดูกหัก เลือดสาดกระจาย ร่างส่ายกระตุก ลมหายใจของชายชุดดำกำลังจะขาดห้วง” คร๊อกๆ“ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกังวาลดังออกมาจากดาบว่า “ แกล้งแพ้ โมฆะ! “
พายุสงบแล้ว เหลือเพียงชายชุดดำร่างโชกเลือด ยืนเกาตูดอยู่ท่ามกลางซากศพ ท่าทางของเขาแม้สงบ แต่ก็กำลังขุ่นมัวเป็นอย่างยิ่ง “ ชิ!” “หยวนๆหน่อยไม่ได้หรือไง” เขากล่าวอย่างหงุดหงิด
“ นี่ท่านคิดว่าข้าโง่ รึไง” ดาบมารว่า”ชีวิตอมตะที่มนุษย์ต่างก็ปราถนาทำไมท่านถึงคิดทิ้งขว้างมันไม่เข้าใจจริงๆ”
“ก็ไม่ได้อยากได้นี่หว่า” เขาโวยวาย “อยากตายอ่ะ! ได้ยินไหมอยากตายยยยยยยยย!” นั่นคือสำเนียกสุดท้ายที่ดังสะท้อนก้องกังวาลแล้วแว่วหายไป ในความมืดของป่าเขา
ด้วยชีวิตอมตะที่ถูกยัดเยียดให้แมคคราว ได้ออกเดินทางหาวิธีที่จะพ้นคำสาป วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า ด้วยเงื่อนไขแห่งสัญญาเลือดที่ว่าตราบใดที่ไม่พ่ายแพ้ชีวิตจะไม่มีวันดับสูญ แม้อายุขัยก็จะไม่มีวันสิ้นสุดทำให้เขาได้แต่หาคู่มือที่แข็งแกร่งเพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้ แต่…เขาแกร่งเกินไปจะเดี่ยวหรือจะหมู่ จะมนุษย์หรือปีศาจล้วนดับอนาถภายใต้คมดาบของเขาวันเวลาผ่านไป ผู้คนได้เรียกขาน เขาเป็นนักดาบมารอมตะ เบลด คำล่ำลือได้กล่าวขานถึงความเป็นอมตะและความกระหายเลือดของเขาดุจเป็นเรื่องราวของมารร้ายในเทพนิยายโบราณ
วันเวลาก็ล่วงเลยผ่าน
เขาก็ยังไม่พ่ายแพ้ให้กับผู้ใดและที่สำคัญผลจากการต่อสู้อันยาวนานกลับทำให้วิชาดาบของเขายิ่งพัฒนาขึ้นไปอีก(แบบว่าเก่งนรกกว่าเดิมอีก)
วันหนึ่งขณะเบลดกำลังเดินทอดหุ่ยอยู่ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งทางทิศใต้เขาได้ยินข่าวว่ามีผู้กล้ากับพรรคพวกกำลังเดินทางไปต่อสู้กับจอมมารที่อาละวาดอยู่ทางทิศเหนือสุดปลายทวีป จากคำล่ำลือ จอมมารเป็นปีศาจร้ายอันน่าสพรึงกลัว และผู้กล้าที่หาญต่อกรนั้นเป็นนักดาบอัจฉริยะที่หลายร้อยปีจะมีซักคน อา…ความหวัง จะผู้กล้าหรือปีศาจก็ได้ทั้งนั้น เบลดไม่รอช้าออกเดินทาง มุ่งหน้าขึ้นเหนือในทันที
ณ ปราสาทมาร ห้องของจอมมารผู้กล้าและพรรคพวกได้ต่อสู้บุกบั่นมาจนประจัญหน้ากับจอมมาร ในที่สุด การต่อสู้เดิมด้วยพันชะตาของโลก ระหว่างธรรมะกับอธรรมกำลังจะอุบัติขึ้นแล้ว ทันใดนั้นเองเบลดก็ปรากฏตัวเข้าขัดจังหวะท้าประลองกับผู้กล้า และเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมในการต่อสู้ เบลดฆ่าพรรคพวกของผู้กล้าจนหมด
ดุจบ้าคลั่งและฟั่นเฟือน รัศมีของอาวุธศักดิสิทธิ์เปล่งประกาย เพลิงแค้น คลื่นปราณและพลังจิตของผู้กล้าเข้าสู้สภาวะสูงสุด คมดาบของผู้กล้าพุ่งเข้าหาเบลด อย่างร้อนแรง
แต่ชั่วพริบตาทุกอย่างก็จบลง ร่างผู้กล้าขาดเป็นเสี่ยง …” ห่วะ..ห่วยชิบ !” “ อาไรวะ! เนี่ยะนะผู้กล้า”เบลดโวยอย่างหัวเสีย จากนั้นก็หันควับไปหาจอมมารที่กำลังนั่งอึ้งอยู่ แล้วพูดว่า “ต่อไปตาแกล่ะอย่าทำให้ผิดหวังล่ะ เข้ามาเลย!” โทสะของจอมมารลุกโหม ไอมารแผ่ขยายออกจากร่าง ร่างของจอมมารกลายสภาพเข้าสู้ร่างที่แท้จริง
อสูรกายยักษ์ คำรามกึกก้อง ลมหายใจชั่วร้ายที่หลอมเหลวแม้หินผา ร่างกำยำมหึมา คุกคามเข้าหาอย่างมุ่งร้าย!
พระจันทร์ขึ้นแล้ว ท้องฟ้ากระจ่างสดใส แสงนวลใยสาดส่องกระทบซากปรักหักพังของปราสาท
ท่ามกลางเศษ อิฐหักและเสาปราสาท เรี่ยราดไปด้วยชิ้นส่วนซากที่ครั้งหนึ่งเคยจอมมารอันน่าสะพรึงกลัว ในความเงียบสะงัดมีเพียงเสียงสะอื้น ที่เค้นออกมาจากความรู้สึกเบื้องลึกของลูกผู้ชาย กรามที่ขบจนแน่น น้ำตาที่อาบแก้ม สองมือที่สั่นระริก มีเพียงเสียงครวญอันแผ่วล้าลอดออกมาว่า “ ทำไมปีศาจถึงห่วยแบบนี้” “ไม่มีเก่งกว่านี้แล้วหรือไง” “ฮึกๆ”(เสียงสะอื้น)
“ ทำไม “ “ ทำไม “ เสียงของเขาค่อยๆดังจนกลายเป็นตะโกนก้อง ” ทำมายยยยยย! “ เบลดกู่ร้องในที่สุด
แล้วอาม่อนก็ได้แต่อึ้ง ”……………”

Chapter-3

วันเวลาของมนุษย์นั้นสั้นนักแต่วันเวลาของเขากลับยาวนานไม่สิ้นสุด วันแล้ววันเล่าดินแดนแล้วดินแดนเล่าหรือจะคนแล้วคนเล่าหามีใครพิชิตเขาได้สมใจหมาย จะกี่นักรบกี่อสูรกาย ล้วนล้มตายใต้คมดาบของเขาจนหมดสิ้น
หลายปีผันผ่านฤดูกาลเปลี่ยนแปร แมกไม้สายน้ำภูผายังมีวันเปลี่ยน มีแต่เขาที่ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม อยากตายก็ก็ไม่สมดังหวัง “ อยากตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
ทุกวันเวลาทุกลมหายใจ แต่ก็ไม่ตาย T_T
ฤดูร้อนมาเยือน เป็นครั้งที่เท่าไหร่ เขาไม่เคยจดจำ สิ่งเดียวที่เขารู้คือทิศทางที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไปคืออาณาจักรใหญ่ที่มีกำลังทหารเข้มแข็งและมีนักรบที่ร้ายกาจเป็นที่เลื่องลือ ตลอดหายปีที่ผ่านมาเขามุ่งหน้าเสาะหาผู้คนที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจจากดินแดนนึงสู่ดินแดนนึง เพื่อแสวงหาความพ่ายแพ้และความตาย
ป้อมฟาเรนไฮด์ คือปราการรบอันยิ่งใหญ่ ด้วยกำแพงที่สูงเสียดฟ้าและถูกโอบล้อมไปด้วยหุบเขาสูงชันรอบด้าน นอกจากอัศวินมังกร ภายในป้อมแล้วยากนักที่จะเข้าออกได้ เรื่องตีหักหรือบุกทำลายเป็นไปได้แต่เพียงความฝันสามวันหลังจากเบลดเดินทางไปถึง อัศวินมังกรก็สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
อาณาจักร ลูทแลนด์ ปกครองด้วยวงศ์กษัตริย์นักรบที่เข้มแข็งมีประวัติศาสตรยืนนานมานับร้อยๆปี มีกองทัพอัศวินอันเลื่องชื่อ และเข้มแข็ง สิ้นสุดสายเลือดราชวงศ์ หลังจากดาบมารไปเยือนถึงเมืองหลวง
กาลเวลาก่อเกิดและดับสูญ ดาบมารเบลดกลายเป็นตำนานที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดแต่ใครจะรู้ว่า ดาบมารที่แสนจะร้ายกาจ กำลังนั่งแคะขี้มูก ตกปลาแก้เซ็ง อย่างเบื่อหน่ายชีวิต
“ เต่าจ๋าเต่า ” “ เต่ารู้ใช่ไหมว่าการมีชีวิตอยู่นานๆมันน่าเศร้าแค่ไหน” ว่าแล้ว ก็อุ้มเต่าทะเลขึ้นมากอดพร่ำรำพันน้ำตาไหลพราก
ขณะที่เต่าทะเลเคราะห์ร้ายพยายามดิ้นหนีอย่างสุดชีวิต เบื้อหลังของเบลด ก็ปรากฎชายหนุ่มถือดาบ ยืนจังก้าอยู่จิตของชายหนุ่มคมกริบและเย็นชาดุจใบมีดน้ำแข็ง แผ่พุ่งตรงมาสู่ร่างของเบลดอย่างมุ่งร้าย
“ เจ้าเป็นใคร?” เบลดถาม
“ ข้าคือ ทายาทของผู้กล้าที่ถูกเจ้าฆ่าตายเมื่อยี่สิบปีก่อน” “นักดาบมารเบลดข้ามาฆ่าเจ้า!”
“ อะไรนะ?” “ มาฆ่าข้า งั้นก็แปลว่าเจ้าเก่งงั้นสิ” “ อาม่อน! เฮ้ย อาม่อน! การต่อให้นี่ไม่ถือว่าผิดกฏใช่ไหม”
“ ไม่ผิดกฏ ถ้านายท่านแพ้เพราะต่อให้ก็หมายถึงความประมาทแน่นอนไม่ผิดกฏ” อาม่อนกล่าว
ว่าแล้วเบลดก็ชักดาบด้วยมือซ้ายแล้วตัดแขนข้างขวา ปักดาบลงตรงหน้าแล้วใช้นิ้วควักลูกตาทั้งสองจนบอดไป
“ เข้ามาเลยไอ้หนู!”
เด็กหนุ่มแม้จะตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ความรู้สึกที่เกิดจากการถูกเหยียดหยาม ผสานกับเพลิงแค้น ลุกโหมรุนแรงยิ่งกว่า ดาบเหล็กกล้าถูกกระชากออกจากฝัก ทะลวงกระหน่ำเข้าหา เป้าหมายอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงคมดาบฝ่าอากาศ ลิ่มเลือดสาดกระจาย เศษฝุ่นผงธุลีทรายฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ
แขนข้างที่ขาดต่อติดกันแล้ว ตาทั้งสองข้างกลับมามองเห็นดังเดิม ภาพที่เบลดเห็นคือใบหน้าอันหล่อเหลาและนัยน์ตาที่เบิกโพรงแสดงออกถึงวาระสุดท้าย กับเศษชิ้นส่วนร่างกาย ที่กระจัดกระจายไปทั่วชายหาด
“ เฮ้อ” เขาถอนหายใจ “ ทำไม” “ รีบมาตอนนี้ไอ้หนู” “ทำไมไม่มาช้ากว่านี้ซักสิบปีรอให้เก่งกว่านี้แล้วค่อยมา”
“ สวรรค์ทำไม ไม่ทำอะไรบ้างง!” เบลดกู่ร้อง
“ สวรรค์บ้า สวรรค์บัดซบ สวรรค์เฮงซวย!”
ฉับพลัน! เมฆบนฟ้าก็แยกออกเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั้วทั้งแผ่นฟ้า “ เปรี๊ยง!” “แอ๊ก!” (ไรดีน)
แต่เขาก็ไม่ตาย แค่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด่าต่อ “ เปรี๊ยง!” “ เปรี๊ยง!” “ เปรี๊ยง!” “ เปรี๊ยง!”
“ เปรี๊ยง!” “ เปรี๊ยง!” “ หงิก ”
“ แน่จริงเอาให้ตายสิวะ! โธ่เอ้ย!”
สิ้นเสียงเมฆบนฟ้า ก็เคลื่อนไหวหมุนวนเป็นเกลียวเหมือนจะรวบรวมพลัง( กีก้าดีนกำลังมา )
“ ชิ เลิกก็ได้วะ!” “ ไม่ตายแต่เจ็บแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกัน”
ว่าแล้วเบลดก็พาเอาสารรูปที่เกือบจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเพราะโดนฟ้าผ่าเดินหายลับไป

Epilogue
กาลเวลาเหมือนสายน้ำ เรื่องราวของประวัติศาสตร์ก็เหมือนกับสายลม ตำนานของดาบมารได้สาบสูญไปตามกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงในที่สุด ยุคสมัยที่หมุนเปลี่ยนเวียนไปจากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ เรื่องราว บันทึก เรื่องเล่านิทานตำนานก็สาปสูญไปในที่สุด
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ปี ค ศ ????งานแสดงโบราณวัตถุก่อนประวัตติศาสตร์
“ แม่ๆ ดูนี่สิ” เสียงร้องเรียกอันไร้เดียงสาของเด็กชายวัยกำลังซนร้องเรียกแม่ให้ดูอะไรบางอย่าง
“ หือ?รูปปั้นหิน ทำไมหรือลูก?” ผู้เป้นแม่ถามอย่างแปลกใจที่บุตรชายให้ความสนใจต่อรูปปั้นก่อนยุคประวัตติศาสตร์มากกว่าขนมที่เธอเดินไปซื้อมาให้
“ หน้าตารูปปั้นเหมือน น้าคนที่ยืนเกาตูดอยู่ตรงนั้นเด๊ะเลย ^^” End




จาก : Hazard (ฮาจัง) - 19/01/2001 23:47

ข้อความ : วะฮะเหยๆๆๆๆ

จาก : Gnorm - 20/01/2001 02:43

ข้อความ : ไม่มีบทเริ่มจอมมารมั่งเลยเหรอ ^^

จาก : ioroid - 20/01/2001 08:06

ข้อความ : สนุกสุดๆล่ะครับ ใช้ภาษาก็แจ๋วไปเล้ย เอาอีกครับๆ จอมมาร เจ้าชาย โลมา เอามาให้หมด เหอๆๆ ^ ^

จาก : Cid - 20/01/2001 10:27

ข้อความ : ไม่มีตอนลูกสาวทั้ง7เหรอ.... คือมันไม่ค่อยรู้อ่ะ อยากอ่าน ^_^

จาก : Choco - 20/01/2001 22:10

ข้อความ : สุดยอดเกินกว่าจะบรรยาย

จาก : PH - 21/01/2001 00:39

ข้อความ : วะฮ่า ๆ ๆ ๆ สุดยอดเกินคำบรรยายจริง ๆ ครับ นับถือ ๆ อ่านไปตอนแรก ๆ อุ....คนอะไรโคตรซวยเลยจะล้างแค้นศัตรูก็ดันตายก่อน พอจะฆ่าตัวตายก็ดันเป็นอมตะ ผู้กล้ากับจอมมารเหมือนจะเก่งแต่ก็พินาศ ^_^;;;;

จาก : xelloss - 21/01/2001 09:17

ข้อความ : อ่านตั้งนาน สรุปแล้วพระเอกแม่งก็ยังไม่ตายอีก เก่งเป็นบ้าเลย

จาก : Fic T. - 21/01/2001 13:20

ข้อความ : better that you told me, give you **** keep the last * for the next story ok

จาก : re-qual - 22/01/2001 09:26

ข้อความ : อ่านแล้วขำกลิ้งจริงๆ
น่าจะทำเป็นการ์ตูนมาขายนะ
อิๆๆๆๆ

จาก : ไซโต้ ฮาจิเมะ - 28/01/2001 00:23

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1