|
หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 32 - Blind Guardian 12 (ความปรารถนา 3 ประการ) - ข้อความ : " เฮ้ย!!! จะบ้าเรอะ นกแก้วนกเกิ้วอะไรวะ!!! " รัซเซลล์ตะโกน " ไม่ได้ฟังที่ชั้นแนะนำตัวตะกี้เรอะ " ฟีนิกซ์ย้อนมากวนๆ ทำเอารัซเซลล์ฉุนขาด ตะโกนลั่น " ไอ้บ้านี่!!! ซ่ามากไปแล้ว!!!! " พร้อมกับพุ่งร่างปราดรวดเดียวเข้าไปถึงตัวของฟีนิกซ์ในพริบตา แล้ววาดเท้าเตะเปรี้ยงออกไปทันทีโดยไม่มีใครสามารถ ห้ามอะไรรัซเซลล์ได้ แต่แล้วรัซเซลล์ก็กลับเป็นฝ่ายต้องแปลกใจซะเอง เมื่อร่างของฟีนิกซ์ที่ยืนอยู่ตะกี้นี้ดันหายวูบไปต่อหน้าต่อตาเขาราวกับภาพลวงตา ในขณะที่เขากำลังงงนั้นเอง " เก่งจังเลย " เสียงกวนโอ๊ยของฟีนิกซ์ดังมาจากด้านบน รัซเซลล์เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าตอนนี้ฟีนิกซ์ขึ้นไปอยู่บนด้านหนึ่งของจอมปลวกดินที่วอลโดสร้าง ขึ้นมาเสียแล้ว และกำลังนั่งยองๆ มองลงมาอย่างกวนๆ " ใช้พลังไปขนาดนั้นแท้ๆ ยังเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้ " " เดี๋ยวก็เตะลิ้นขาดซะหรอกวะ!!! " รัซเซลล์คำรามลั่นพร้อมกับหมุนตัวเตะเท้าซ้ายออกไป ส่งพลังลมสุริยะพัดเป็นวงคล้ายวงแหวนลมขนาดใหญ่ ขึ้นไปหาฟีนิกซ์อย่างรวดเร็ว แต่ฟีนิกซ์ก็เกร็งพลังเป็นออร่าสีแดงเลือดนกออกมาป้องกันลมสุริยะของรัซเซลล์ไว้ได้ แต่ความแรงของพลังก็ทำเอาฟีนิกซ์สะท้านไปทั้งร่าง ถอยหลังไปสามก้าว จังหวะนั้นเอง รัซเซลล์กระโจนตามขึ้นไปหาฟีนิกซ์อย่างรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อพร้อมกับกวาดเพลงเตะเข้าใส่เป็นชุดๆ ด้วยกระบวนท่า วายุพลิกฟ้า ที่เคยต้อนเคนนี่จนจนมุมมาแล้วในตอนที่ 3 ฟีนิกซ์อยู่ต่อหน้ากระบวนท่าร้ายกาจเช่นนี้กลับไม่มีอาการตกใจแม้แต่น้อย กลับยิ้มอย่างยินดี นัยน์ตามีแวว***ม แล้วหายตัววูบไปอีกครั้ง คราวนี้กลับไปลอยอยู่ด้านหลังของรัซเซลล์ที่ตอนนี้ขึ้นมาอยู่บนจอมปลวกดินแล้ว ทว่า ร่างนั้นหาใช่ร่างมนุษย์อีกแล้ว ทั่วร่างนั้นเต็มไปด้วยขนสีแดงสดๆ ปานชโลม ด้วยเลือด สองเท้ากลายเป็นเท้านก สองมือมีขนสีเดียวกับทั่วร่างปกคลุม และมีเล็บแหลมคมงอกออกมา ไม่ได้กลายเป็นปีกเหมือนกับไอร่าเวลาแปลงร่าง ตรงกันข้าม ปีกกลับงอกออกมาจากแผ่นหลังโดยตรง กางออกกว้างจนเงาปีกบังรัซเซลล์มิด ส่วนหัวนั้นมันก็คือส่วนหัวของนกแก้วนั่นแหละ จะผิดแปลกไปจาก นกแก้วธรรมดาตรงที่ดวงตามีประกาย***มชอบกล ส่วนปากที่งองุ้มนั้นกลับยาวกว่าปากนกแก้วธรรมดานิดหน่อย และงุ้มน้อยกว่าเล็กน้อย มุมจะงอยปากนั้นคล้ายจะ แสยะยิ้ม ไม่มีใครมองเห็นเลยแม้แต่น้อยว่าฟีนิกซ์กลายร่างตอนไหน " กลายร่างได้เร็วขนาดนี้เลยรึเนี่ย!!?? " แอรอนที่ยืนดูอยู่ข้างล่างกับคนอื่นนึกในใจอย่างตื่นตะลึง รัซเซลล์กำลังยืนตะลึงกับความเร็วอันมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อของฟีนิกซ์ ในตอนนั้น หูของเขาก็แว่วเสียงอย่างหนึ่ง เป็นเสียงหัวเราะเล็กๆ ดังเป็นจังหวะๆ เหมือนเสียงเด็ก แต่กลับฟังดูสยองขวัญชอบกล (ลองนึกถึงเสียงเด็กผีในบทที่ 1 ของเกม Clock Tower -Ghost Head- ดู จะเห็นภาพได้ชัดเจนมาก) ซึ่งแท้จริงก็คือเสียงของฟีนิกซ์ที่แปลงเสียงหัวเราะตามประสานกแก้วนกขุนทองนั่นเอง " อะ.. ไอ้บ้า!!!! " รัซเซลล์คำรามดังลั่นพร้อมกับหมุนตัวกลับสะบัดท่าเตะชุดอีกท่าหนึ่งที่มีชื่อว่า ลมเย็นยะเยือก จู่โจมใส่ฟีนิกซ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศทันที โดยท่านี้ในจังหวะที่เตะก็จะปล่อยลมสุริยะออกมาหมุนอยู่รอบขาเพื่อเพิ่มพลังโจมตี และยังปล่อยบางส่วนออกไปโจมตีส่วนอื่นของศัตรูอีกด้วย ฟีนิกซ์เองก็กระพือปีกลอยอยู่กลางอากาศ เกร็งออร่าสีแดงมาไว้ที่เท้าทั้งสอง เตะออกไปรับการโจมตีของรัซเซลล์เหมือนกัน พร้อมกันนั้น มือทั้งสองข้าง ก็เปล่งประกายออร่าคอยปิดป้องการโจมตีด้วยพลังลมสุริยะของรัซเซลล์ไว้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังยิงออร่าสีแดงเลือดนกออกจากขนปีกไปเหมือนยิงกระสุนน้ำเข้าใส่รัซเซลล์ ทำให้รัซเซลล์ต้องใช้ลมสุริยะบางส่วนมาคอยป้องกันไม่ให้ออร่าเหล่านั้นเข้าถึงตัวได้ เพราะถ้าโดนเข้าแม้แต่นิดเดียว เนื้อและกระดูกส่วนที่โดนจะถูกกัดกร่อนจนเหลือเพียงแค่ ฝุ่นกองหนึ่งทันที ทั้งสองคนปะทะกันในลักษณะนี้อยู่ซักพักหนึ่ง จู่ๆ ฟีนิกซ์ก็ถีบตัวอย่างแรง ทะยานถอยออกจากการปะทะนั้นดื้อๆ แต่ดูเหมือนรัซเซลล์จะไม่ยอมเลิก เพราะลมสุริยะเปล่งประกายเป็นสายรอบตัวแล้วพาร่างของรัซเซลล์ ฟีนิกซ์มองมายังรัซเซลล์ด้วยประกายตายินดีอย่างบ้าคลั่ง ส่วนรัซเซลล์นั้นสีหน้าบอกให้รู้ว่ากำลังเหนื่อยเต็มทีแล้ว แต่ดวงตากลับยังเต็มไปด้วยแววโกรธ แทบคลั่ง ต่างฝ่ายต่างสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็ปะทะกันเสียงดังลั่น ฝ่ายพวกข้างล่างนั้นแม้จะรู้ดีว่านี่เป็นการต่อสู้ที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปห้ามยังไง เพราะไอ้สองคนนั่นมันดันบินขึ้นไปสู้บนฟ้าซะนี่ ส่วนคนที่น่าจะแยกการต่อสู้นี้ได้อย่างสตันก็ไม่ทำอะไร เป็นแต่จ้องมองแสงสีแดงเลือดนกและแสงสีเขียวอ่อนวิ่งขนานกันไปบนอากาศพร้อมกับพุ่งชนกันเป็นระยะๆ แสงทั้งสองวิ่งวนไปมากลางอากาศพร้อมกับชนกันเป็นระยะๆ แบบนั้นไปจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ดวงแสงทั้งสองปะทะกันจังๆ อย่างรุนแรง ทั้งแสงสีแดงและแสงสีเขียวผละจากกันทันที ที่จริงต้องเรียกว่าต่างฝ่ายต่างกระเด็นด้วยความแรงของการปะทะกันมากกว่า โดยแสงสีแดงกลายเป็นฟีนิกซ์ ในร่างสมิงนกแก้วลงไปยืนชันเข่าอยู่กับพื้นด้านหนึ่ง ส่วนแสงสีเขียวที่กลายเป็นรัซเซลล์กระเด็นไปลงในทิศตรงกันข้าม ความแรงของการปะทะยังส่งผลให้ ร่างของทั้งสองที่อยู่ในท่าชันเข่าเอามือข้างหนึ่งยันพื้นนั้นต้องลากกับพื้นดินอีกกว่า 4 เมตร ที่แขนซ้ายของรัซเซลล์มีควันสีแดงลอยขึ้นมา พร้อมกับมีอออร่าสีแดงเลือดนกคล้ายน้ำจับอยู่!!! ฝ่ายฟีนิกซ์เองก็ได้แผลไปบ้างเหมือนกันราวๆ 4-5 แห่งจากพลังลมสุริยะของรัซเซลล์ ได้เลือดไปพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับแผลเดียวที่เกิดจากพลังของฟีนิกซ์ แล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลย " ออร่าของชั้นมีคุณสมบัติเหมือนกับกรดชนิดร้ายแรงที่กัดกร่อนทุกสิ่งให้กลายเป็นฝุ่นไปในพริบตา นายคงเห็นตัวอย่างแล้วสินะ " ฟีนิกซ์พูดแบบกวนนิดๆ พร้อมกับแตะเลือดที่แผลของตัวเองมาละเลงบนลิ้นจนแดงไปหมด " คราวนี้จะทำยังไงล่ะ รัซเซลล์ " ยังไม่ทันที่ฟีนิกซ์จะถามจบ รัซเซลล์ก็ตอบคำถามเสียแล้วด้วยการสะบัดพลังลมสุริยะเส้นหนึ่ง ตัดเนื้อส่วนที่ถูกพลังของฟีนิกซ์ทิ้งไปเสีย เลือดสีแดงเข้มไหล ทะลักออกมาจากบาดแผล แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้นเพราะรัซเซลล์เร่งพลังออร่าออกมาปิดจุดเส้นเลือดเพื่อห้ามเลือดเอาไว้ทัน ส่วนเนื้อส่วนที่รัซเซลล์ตัดทิ้งไปนั้นรัซเซลล์โยนไปทางหนึ่ง ซึ่งก็สลายกลายเป็นฝุ่นในพริบตาก่อนจะทันหล่นถึงพื้น ฟีนิกซ์ผิวปากออกมานิดหนึ่งอย่างชื่นชมและประหลาดใจ " เยี่ยมๆ " เขาพูดในท่านั่งยังงั้นพร้อมกับตบมือแปะๆ ฟังแล้วกวนประสาทมากกว่า " ใช้ความบ้าของตัวเองแก้สถานการณ์ร้ายได้ในพริบตา " จากนั้นก็ลุกขึ้น พร้อมกับคืนร่างเป็นมนุษย์แล้วพูดต่อ " แต่บางครั้งความบ้ามันก็ไม่ช่วยอะไรได้หรอกนะ ในสถานการณ์อย่างนี้ " " อยากจะพูดอะไรกันแน่ " รัซเซลล์ถามห้วนๆ ท่าทางเหมือนพยายามกลั้นความเหนื่อยจากการใช้พลังเอาไว้เต็มที่ " ก็จะบอกน่ะสิ " ฟีนิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง แต่ใบหน้ามีรอยยิ้มเหมือนเดิม " ว่าไอ้เขตป้องกันดินนี่น่ะ เกินกำลังของพวกนาย "ในตอนนี้" ต่อให้พวกนายทั้งหมดรวมพลังกันพังมันก็ไม่สามารถทำให้มันสะเทือนได้หรอก กลับกัน พวกนายทั้งหมดจะถูกพลังสะท้อนกลับของเขตป้องกันกระแทกเละจนหมดนี่ แหงแก๋ " รัซเซลล์รู้สึกฉุนกับคำพูดของฟีนิกซ์มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ เพราะเหนื่อยจนแทบยืนไม่อยู่จากการบ้าใช้พลังรุนแรงปะทะกับฟีนิกซ์ ทั้งๆ ที่เพิ่งใช้พลัง อย่างมหาศาลในสภาพคลั่งไปหมาดๆ จนต้องลงไปนั่งชันเข่าท่าเท่ห์ลุกไม่ขึ้นอยู่อย่างนั้น " ถ้าพวกนายจะทำลายเขตป้องกันนี้ละก็ พวกนายต้องทำแบบนี้ได้ " พูดจบ ฟีนิกซ์ก็ปล่อยออร่าสีแดงของตัวเองออกมารวมตัวกันเป็นรูปนกประหลาดตัวเดิมเกาะอยู่ที่มือ แล้วสั่งให้มันบินไปเกาะที่จุดหนึ่งของจอมปลวกดินทันที มหัศจรรย์ยิ่งนัก!!! เพราะเมื่อร่างของนกประหลาดตัวนั้นสัมผัสกับผิวของจอมปลวกดิน ดินตรงนั้นก็พลันมีควันแดงลอยขึ้นมาพร้อมกับเสียงฟู่ แล้วก็ค่อยๆ ร่วงลงมาเป็นฝุ่นละเอียดเล็กอย่างช้าๆ และคงจะทะลุไปจนถึงข้างในแน่ๆ ถ้าฟีนิกซ์ไม่ดีดนิ้วเรียกให้นกประหลาดนั้นบินกลับมาเกาะที่บ่าขวาของเขา ทั้งหมดในที่นั้นยกเว้นฟีนิกซ์มีสีหน้าตะลึงลาน " อะไรกัน.. " เทเรซ่าพึมพำออกมา สีหน้ายังคงตะลึงลาน " ไม่น่าเป็นไปได้ " จินก็พึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อเหมือนกัน " มีคนที่มีความสามารถแบบนี้อยู่ในโลกด้วยงั้นรึ " แอรอนนึกในใจด้วยสีหน้าสยอง " ... " สตันไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ทั้งไม่ทำสีหน้าอย่างไร แววตาก็ไม่ปรากฏแววตะลึงลานเช่นคนอื่น ฟีนิกซ์หันไปมองไล่ใบหน้าของทุกคนไปทีละคน ทำสีหน้าเหมือนจะภูมิใจที่ทำให้ทุกคนมีสีหน้าเช่นนี้ได้ แล้วจึงมาหยุดที่รัซเซลล์ที่ทำหน้าตกตะลึง เหมือนถูกผีหลอก " พลังของชั้นเรียกว่า 13 ทาสโลหิต ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าหนูตัวนี้ " ฟีนิกซ์อธิบายพร้อมกับเอานิ้วไปเล่นกันเจ้านกประหลาดที่เรียกว่า ทาสโลหิต บนไหล่ขวา " และเพราะมันไม่ใช่การโจมตี เป็นแค่การกัดกร่อนหรือสลายสิ่งของเท่านั้น ดังนั้น การสะท้อนพลังโจมตีกลับ จึงทำอะไรมันไม่ได้ " รัซเซลล์นั่งชันนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่พักหนึ่งแล้วพูด " แล้วอยู่ดีๆ แกมาพูดแบบนี้ให้ชั้นฟังทำไม " " เพราะชั้นจะมอบความปรารถนาให้นาย 3 ประการน่ะสิ " รัซเซลล์มีสีหน้างง " ความปรารถนาอะไร? ยังไง? แล้วอยู่ดีๆ แกจะมามอบความปรารถนาให้ชั้นทำไม? " เขาถามด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ " เพราะชั้นถูกใจนายน่ะสิ " ฟีนิกซ์พูด " ชั้นได้เห็นความบ้าของนายตั้งแต่ตอนที่สู้กับทหารเพื่อช่วยนักเรียน สู้กับวอลโดเพื่อปกป้องเทเรซ่า กระทั่งใช้พลังของ ตัวเองยกซากตึกทั้งหลังเอาไว้ไม่ให้พังลงมาเพื่อป้องกันนักเรียนและเพื่อนๆ ทั้งหมดนั่นเป็นการกระทำของคนบ้าขาดสติแบบเต็มร้อย ซึ่งก็เหมือนกับชั้นเป๊ะ " รัซเซลล์มีสีหน้าเลี่ยนๆ ยังไงชอบกลเพราะไม่รู้จะรู้สึกยังไงกับคำพูดที่เหมือนกับชมและด่าไปในตัวของฟีนิกซ์ " แล้วนกแก้วโลหิตในตำนานเองก็มอบความปรารถนาของมันให้กับคนที่ถูกใจเท่านั้นละ โอกาสแบบนี้นับว่าหายากนา น่าจะรีบๆ คว้าไว้ซะนะ เพื่อนฝูง " " ทำยังกับว่าชั้นมีอะไรจะขอจากไอ้พั้งค์หน้าเห่ยอย่างแกงั้นละ " รัซเซลล์แดกดัน " อย่าทำเหม่อไปหน่อยเลยน่า " ฟีนิกซ์ถามสวน " นายก็มีความปรารถนาในใจอยู่ข้อนึงแล้วนี่นา " รัซเซลล์นิ่งอึ้ง เถียงไม่ออกเพราะที่ฟีนิกซ์พูดนั้นจริงทุกอย่าง " รึถ้าจะไม่เอา ชั้นก็จะไปล่ะนะ " ฟีนิกซ์แกล้งพูดขึ้นมาพร้อมกับทำท่าจะเดินออกไปจริงๆ ยังดีที่รัซเซลล์เรียกเอาไว้ทัน " เฮ้ย!!! เดี๋ยว!!! " แล้วพูดต่อด้วย " โอเคๆ ชั้นยอมแพ้ ชั้นขอรับพรทั้ง 3 ข้อจากแกก็ได้ " ฟีนิกซ์หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ บางอย่าง แล้วพูด " ถ้างั้น บอกมาซิ ความปรารถนาข้อแรกของนายคืออะไร " " เปิดทางให้ทุกๆ คนที่ถูกขังอยู่ในเศษกองดินบ้าๆ นั่นออกมาที " รัซเซลล์ตอบออกมาแบบไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับยันตัวยืนขึ้น " นายจะได้ตามที่ขอ " ฟีนิกซ์พูด " แล้วข้อสองล่ะ " ข้อนี้รัซเซลล์นิ่งคิดอยู่นานเพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะขออะไรดี ฟีนิกซ์เห็นท่าทางใช้ความคิดของรัซเซลล์คงรู้สึกขันๆ ชอบกล จึงพูดเสนอแนะ " ถ้านายนึกไม่ออก เดี๋ยวชั้นช่วยทำให้นึกออกเอง " " อะไร? " " ในกลุ่มของพวกนายน่ะมี 'คนทรยศ' อยู่คนนึงนี่นะ " ฟีนิกซ์พูดเหมือนพูดลอยๆ " คนที่ทรยศต่อกองทัพของเราแล้วไปเข้าร่วมกับพวกนายแทนไงล่ะ " รัซเซลล์นิ่งคิดอยู่นิดหนึ่ง แล้วก็นึกออกว่าฟีนิกซ์หมายถึงใคร นักอ่านทุกท่านก็คงนึกออก " และโทษสำหรับการทรยศต่อกองทัพก็คือ... " ฟีนิกซ์ยังไม่ทันพูดจบ เสียงของรัซเซลล์ก็แทรกขึ้นมาซะก่อน " ความปรารถนาข้อที่สอง!!! " น้ำเสียงของรัซเซลล์เต็มไปด้วยความกระแทกกระทั้น " ชั้นขอชีวิตของ 'คนทรยศ' คนนั้น ได้มั้ย " " นายจะได้ตามที่ขอ " ฟีนิกซ์พูดอย่างยินดี " แล้วข้อสามล่ะ " รัซเซลล์ทำหน้าคล้ายจะคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูด " ชั้นยังนึกไม่ออกเลย เก็บไว้ก่อนได้มั้ย " " ... ตามใจนาย " ฟีนิกซ์ว่า " เอาล่ะ ทีนี้ก็มาว่ากันเรื่องค่าตอบแทนสำหรับความปรารถนาทั้งสองข้อที่นายขอไปดีกว่า " รัซเซลล์เบิกตาด้วยสีหน้างง " อะไรวะ? " ฟีนิกซ์เห็นสีหน้างงของรัซเซลล์ก็ส่ายหน้าช้าๆ ทำสียงจุ๊ๆ ดูน่าเข้าไปเตะเป็นกำลัง แล้วพูด " ไม่ได้น้าๆ นายลืมไปแล้วเรอะว่า นกแก้วโลหิตในตำนาน คือข้ารับใช้ แห่งพญามาร พวกมารเป็นพวกที่รักษาสัญญาอย่างเคร่งครัดก็จริงอยู่ แต่สัญญานั้นจะต้องมีค่าตอบแทนที่สูงค่าพอกันมาแลกด้วย " รัซเซลล์เข้าใจเจตนาของฟีนิกซ์ในทันที " ก็ได้ " เขาตอบ " แกจะเอาอะไรก็ว่ามา " เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆ ฟีนิกซ์นั้นยังไม่ตอบ แต่ยืนคิดในท่ากวนตีน สร้างความโมโหให้กับรัซเซลล์มาก แต่ก็พยายามอดทนเอาไว้ " ขออะไรก็ได้ ยกเว้นชีวิตใดชีวิตหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชีวิตของกลุ่มพวกเราและคนที่อยู่ในนั้น โอเค้ ไม่งั้นแกโดนเตะยับแน่ " ฟีนิกซ์ไม่ตอบคำ แต่พยักหน้าขึ้นลงช้าๆ เป็นเชิงกวนโอ๊ยเท่านั้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบและความอึดอัดอย่างมาก พวกแอรอนที่ยืนห่างจากจุดที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่ค่อนข้างมาก แต่ก็จับที่ทั้งสองคุยกันได้คร่าวๆ เพราะทั้งสองคนคุยออกมาดังมาก ทั้งหมดรู้สึกถึงบรรยากาศน่าอึดอัดนี้เช่นกัน ไม่มีใครพูดอะไรซักคำ ต่างจ้องมองไปที่จุดที่ทั้งคู่ยืนจ้องกันตาไม่กะพริบอย่างเงียบกริบ ฟีนิกซ์ยืนอยู่ในท่าของคนใช้ความคิดแบบนั้นอยู่อีกพักหนึ่งก็คลายจากท่าใช้ความคิดกวนๆ นั้น แล้วประกาศก้องให้ทุกคนได้ยิน " ชั้นขอ 'โลกครึ่งซ้ายที่นายมองเห็นมาทั้งหมด' เพื่อแลกกับการเปิดทางให้ทุกคนออกมาได้!!! และขอ 'โลกครึ่งขวาที่นายมองเห็นมาทั้งหมด' เพื่อแลกกับชีวิตของ 'คนทรยศ' คนนั้น!!! " ทั้งหมดมีสีหน้าตะลึงลานกับคำขอที่คนประสาทปกติไม่ขอกันของฟีนิกซ์ เข้าใจดีว่าที่ฟีนิกซ์ต้องการนั้นคืออะไร ต่างยืนตัวแข็งเป็นหิน ยกเว้นคนคนนี้ " เฮ้ย!!! แกน่ะจะงี่เง่าก็ให้มันน้อยๆ หน่อยโว้ย!!!! " แอรอนคำรามลั่นอย่างอดรนทนไม่ได้อีกต่อไป พร้อมกับกระโจนออกจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่เข้าหาฟีนิกซ์ กะจะเล่นงานให้เละ แต่ยังไม่ทันที่แอรอนจะกระโจนถึง เส้นสีเขียวเป็นสายของลมสุริยะก็พัดมาขวางหน้าของเขา พื้นดินตรงหน้าถูกฟาดแตกเป็นรอยใหญ่ " ทำอะไรของแกวะ!!! รัซเซลล์!!! อันตรายนะโว้ย!!! " แอรอนตะโกนมาด้วยสีหน้าโกรธปนงง แต่แล้วก็ต้องหุบปากโดยฉับพลันเมื่อรัซเซลล์หันขวับมาจ้องหน้าเขา ด้วยสายตาดุดันเต็มที่ พร้อมกับเค้นเสียงหนักๆ ทีละคำว่า " อย่า-ยุ่ง!!! " ด้วยเหตุนี้ แอรอนจึงจำต้องถอยกลับไปรวมอยู่กับพวกจิน เทเรซ่าและสตันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเห็นว่าแอรอนคงจะไม่มายุ่งอะไรด้วยแล้ว รัซเซลล์ก็หันกลับไปหาฟีนิกซ์ " ชั้นให้เวลาคิดซักเดี๋ยวก็ได้ " ฟีนิกซ์พูด " แต่เร็วๆ หน่อยล่ะ เพราะอากาศข้างในจอมปลวกดินนี่เหลือไม่มากแล้วนะ " รัซเซลล์ยืนหลับท่าด้วยสีหน้าใช้ความคิดอย่างหนัก เป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทอย่างแอรอนจะเห็นรัซเซลล์ที่มีนิสัยติดจะทำอะไรเป็นเล่นไปหมด มีท่าทางใช้ความคิด อย่างเคร่งเครียดขนาดนี้ อันที่จริงแอรอนมีความคิดที่จะบอกให้รัซเซลล์เลิกความคิดบ้าๆ ที่จะเอา "โลกทั้งหมดที่ตัวเองเห็นมา" ไปแลกกับคำขอนั้น แต่เมื่อเห็น ท่าทางเคร่งเครียดจริงจังของรัซเซลล์แล้ว แอรอนก็จำต้องยกเลิกความคิดนั้นไป รัซเซลล์อยู่ในท่าทางนั้นอยู่นานพอสมควร ก่อนจะลืมตาขึ้น แล้วหันไปบอกกับฟีนิกซ์ " โอเค ชั้นให้แก " รัซเซลล์พูดพร้อมกับยื่นมือขวามาอยู่ในระดับหน้า ในท่าชูนิ้วชี้และนิ้วกลางที่งองุ้มเล็กน้อยเหมือนตะขอ แล้วทิ่มนิ้วนั้นไปที่ตาทั้งสองข้างของตัวเองทันที เกือบจะวินาทีเดียวกันนั้น ฟีนิกซ์ก็พุ่งพรวดออกมาจากตำแหน่งที่ตัวเองยืนอยู่ มาถึงหน้าของรัซเซลล์ในพริบตา พร้อมกับสะบัดมือไปยุดมือขวาของรัซเซลล์ไว้แน่น " ทำอะไรน่ะ " รัซเซลล์ถามออกมาด้วยสีหน้างง " แกตะหากจะทำอะไร!! " เสียงพูดด้วยอาการตำหนินิดๆ ของฟีนิกซ์ดังขึ้น " ก็จะให้ 'โลกที่ชั้นเห็นมาทั้งหมด' กับแกไง " " แล้วทำแบบนี้เนี่ยเรอะ " ฟีนิกซ์ตะโกน " ทำแบบนี้เดี๋ยวตาสวยๆ ของนายก็พังหมดสิวะ " " แล้วเกี่ยวอะไรกับแกด้วยล่ะ " รัซเซลล์ย้อน " เกี่ยวเด้!!! " ฟีนิกซ์สวน " ก็ชั้นเป็นคนที่บอกว่าจะเอา "โลกที่นายเห็นมาทั้งหมด" จากนาย ดังนั้น ชั้นคือผู้ที่มีสิทธิ์กำหนดวิธีการที่จะเอามันไป ไม่ใช่นาย " รัซเซลล์ทำหน้างงเต๊กกับเหตุผลโลกไหนไม่รู้ของฟีนิกซ์ แล้วจึงถาม " แล้วแกจะทำยังไงล่ะ " " แบบนี้ไง " ฟีนิกซ์พูดพร้อมกับตวัดมือขวามาวางไว้ที่ลูกตาซ้ายของรัซเซลล์อย่างรวดเร็ว ที่มือข้างนั้นปรากฏประกายสีแดงของพลัง 13 ทาสโลหิต ฟีนิกซ์ยิ้มโหดๆ แล้วพูด " ทำแบบนี้ลูกตาสวยๆ ของนายก็ไม่ต้องกลวงโบ๋ไปแล้ว " พูดจบ พลังออร่าบนมือขวาของฟีนิกซ์ก็ส่องประกายแรงวาบขึ้นมา ออร่าสีแดงคล้ายน้ำเลือดไหลเข้าไปในตาของรัซเซลล์อย่างรวดเร็ว ผ่านลูกตาทั้งลูกไป ยังส่วนหลังของลูกตาที่เชื่อมกับประสาทตา แล้วจัดการ สลาย เนื้อเยื่อบริเวณที่เชื่อมประสาทตากับจอตาทันที รัซเซลล์รู้สึกราวกับว่าตะเกียงหรือไฟฟ้าอะไรซักอย่างที่อยู่ทางด้านซ้ายดับวูบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเขายืนงงปรับตัวไม่ทันไปชั่วขณะ " รับค่าตอบแทนไปแล้ว " ฟีนิกซ์พูดขึ้นพร้อมกับเรียกพลังออร่ากลับออกจากตาของรัซเซลล์มายังมือ " ทีนี้ก็ต้องทำตามสัญญาสินะ " พูดจบ เขาก็ยื่นมือซ้ายที่ว่างอยู่ไปยังด้านหนึ่งของจอมปลวกดินนั้น ประกายออร่าสีแดงเลือดนกปรากฏขึ้นที่มือของฟีนิกซ์แล้วพุ่งออกไปทันที ทันที ออร่านั้นแปรรูปช้าๆ ไปเป็นรูปนกประหลาดที่เรียกว่า ทาสโลหิต อีกตัวหนึ่ง บินไปยังด้านหนึ่งของจอมปลวกดินนั้น พร้อมกับสะบัดอะไรบางอย่างคล้ายขนปีก เข้าใส่ผนังจอมปลวกดินทันที เกิดเสียงฟู่ๆ พร้อมกับผนังจอมปลวกดินด้านนั้นเริ่มจะค่อยๆ สลายอย่างช้าๆ ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนร้ายแรงของทาสโลหิต ผนังค่อยๆ ถูกกินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เพียงแค่พริบตาเดียว ผนังด้านนั้นก็ถูกกัดจนเป็นช่องคล้ายปากถ้ำขนาดพอจะให้คนลอดออกมาได้ทีละ 4-5 คน เชื่อมถึงจุดที่ติดกับพื้นดิน เผยให้เห็นแสงสว่างสีเขียว จากรูนเขตป้องกันที่เคนนี่กับคณะฯ ภาควิชาอักษรรูนตีเอาไว้ ฟีนิกซ์ดีดนิ้วมือซ้ายทีหนึ่ง ออร่าสีแดงที่จับอยู่ตามขอบช่องทางออกนั้นก็พุ่งกลับมารวมตัวกับทาสโลหิตที่บินอยู่กลางอากาศ แล้วทาสโลหิตนั้นก็บินกลับมาที่มือซ้าย ของฟีนิกซ์แล้วหายไปในมือซ้ายนั้นทันที " ความปรารถนาข้อแรกสมบูรณ์ " ฟีนิกซ์พูด " เหลือข้อ 2 ที่ชั้นยังไม่ได้ให้นาย และข้อ 3 ที่นายไม่ได้ขอ " สิ้นคำสุดท้าย ฟีนิกซ์ก็ขยับมือขวาไปแตะบริเวณเหนือลูกตาขวาที่ยังดีอยู่ของรัซเซลล์ทันที " ขอถามอะไรอย่างนึงก่อนได้มะ " ฟีนิกซ์ถาม " ตามใจ " " ความปรารถนาข้อแรกชั้นทำให้แกแล้วก็จริง แต่แกไม่กลัวเรอะว่าชั้นจะเบี้ยวข้อ 2 " ฟีนิกซ์ถามพร้อมกับยักคิ้วให้หน่อยนึง รัซเซลล์นิ่งไปกับคำถามของฟีนิกซ์อยู่ครู่นึงก็ตอบ " พวกมารเป็นพวกที่รักษาสัญญาเสมอ แกพูดไว้เองไม่ใช่เรอะ " แล้วต่อด้วย " ยิ่งถ้าได้รับค่าตอบแทนแล้วด้วยแล้ว ไม่มีทางที่พวกมันจะผิดสัญญา " ฟีนิกซ์หัวเราะเฮะๆ กับคำตอบของรัซเซลล์ " แต่ถ้าเกิดแกไม่รักษาสัญญาขึ้นมาละก็ ชั้นจะใช้ความปรารถนาข้อที่ 3 " ฟีนิกซ์เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ " แล้วนายจะขอว่าอะไร " " ขอให้แก 'ตาย' ให้ดู!!! " คราวนี้ฟีนิกซ์มีสีหน้าตะลึงไปนิดหน่อยกับคำพูดของรัซเซลล์ แต่เป็นไปครู่เดียวเขาก็ทำหน้าเป็นปกติ แล้วพูด " ถ้านายขอแบบนั้นจริง ค่าตอบแทนสำหรับชีวิตของชั้นคือ ชีวิตของนาย " " ชั้นว่าไม่ว่ะ " รัซเซลล์สวนทันควัน " เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริง แกจะต้องตายก่อนที่จะรับชีวิตของชั้นไป!!! " ประโยคหลังนี้รัซเซลล์พูดพร้อมกับส่งประกายดุดันทั้งจากตาข้างที่บอดและไม่บอดไปหาฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์คล้ายจะถูกประกายอำมหิตในดวงตาของรัซเซลล์ ที่มองลอดผ่านง่ามนิ้วของเขา กดดันจนนิ่งไปอยู่ครู่ใหญ่ ครู่ใหญ่ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างคล้ายจะพอใจ แล้วพูดพึมพำกับตัวเอง " มันต้องแบบนี้สิ นักรบที่แข็งแกร่งและ***มหาญแบบนี้แหละ " สิ้นเสียงของฟีนิกซ์ ออร่าสีแดงก็ส่องประกายวาบที่ตาของรัซเซลล์อีกหน แล้วก็ดับหายไป พร้อมกับตะเกียงทางด้านขวาของรัซเซลล์ที่ดับตามไปด้วย รัซเซลล์ยืนงงไปชั่วขณะกับความรู้สึกของการเป็นคนตาบอดโดยสมบูรณ์ ตอนนี้เขารับรู้เพียงแค่ความเย็นของสายลมที่พัดมาถูกตัว และเสียงของฟีนิกซ์ ที่ดังมาว่า " ความปรารถนายังเหลืออีกข้อ เมื่อไหร่ที่นายต้องการ ชั้นจะมาปรากฏตัวต่อหน้านายอีก " จากนั้นก็ได้ยินเพียงเสียงเคลื่อนไหวจากไป พร้อมกับเสียงบ่นเบาๆ ว่า " เสียดายรองเท้าวุ้ย " นิดหน่อย รัซเซลล์ถึงกับปิดปากหัวเราะเบาๆ ด้วยความขบขัน แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวใดๆ อีก ได้ยินเสียงวิ่งมาทางเขาอย่างเร่งร้อนประมาณ 4 เสียง ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พอมาถึงตัวเขาก็ส่งเสียงถามอย่างร้อนรน " เฮ้ย!!! รัซเซลล์ ตาแก!! ตาแกเป็นอะไรรึเปล่า!!! " จำได้ว่าเป็นเสียงร้องอย่างตื่นตะลึงของแอรอนอยู่ทางด้านหน้าของเขา เขายังได้ยินเสียงเล็กๆ จำนวนมากร้องอย่างดีใจสุดขีดมาทางทิศที่ฟีนิกซ์เจาะทางออกไว้ให้ พร้อมกับเสียงเดินหลายสิบเสียงทยอยเดินออกมาพร้อมๆ กัน เสียงเดินเล็กๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีเสียงเดินบางส่วนแยกออกมาจากเสียงเดินนั้นตรงมาหาเขา เป็นเสียงเดินเล็กๆ ที่มีเสียงเดินหนักกว่าอีก 2 เสียงดังแทรกอยู่ เสียงเดินเหล่านั้นมาหยุดตรงหน้าของเขาพร้อมกับเสียงถามล้งเล้งจนฟังไม่ได้ศัพท์ที่เขาคุ้นเคยดีนับสิบเสียงของเด็กๆ ในคลาสเรียนของเขา และในเสียงถามล้งเล้งนั้น ก็มีเสียงพูดที่เขาคุ้นเคยที่สุดเสียงหนึ่งดังขึ้น เพราะได้ยินเสียงนี้มาตั้งแต่เจ้าของเสียงยังเป็นเด็กอายุ 13 จนบัดนี้เจ้าของเสียง อายุเกือบจะ 18 ปีแล้ว " เป็นไง โทรมเชียวนะ แกน่ะ " รัซเซลล์เพียงแต่ยิ้มขันๆ กับเสียง ตอบไปว่า " แกเองก็พอกันละวะ " @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ แนะนำตัวละคร ฟีนิกซ์ บลัดเบน อินเฟอร์โน (Phoenix Bloodbane Inferno) อายุ : 25 ปี สูง : 180 ซม. หนัก : 74 กก. Beast Form : นกแก้ว (Parrot) อาชีพ : ทหารในสังกัดหน่วยสมิงมายาของเดธมาคส์ เป็นสมิงที่มีนิสัยเหมือนนักเลงนิดหน่อย กวนโอ๊ยดะไม่เลือก ทำตัวเป็นเป็นฆ้องปากแตก ชอบปรากฏตัวต่อหน้าฝ่ายตรงข้าม โพนทะนาความลับของตัวเองและบางครั้งก็ของหน่วยไปทั่ว ชอบให้เหตุผลที่ไม่รู้ว่าเป็นของโลกไหนหลายหน จนถูกคนอื่นในหน่วยหาว่าทำให้ชื่อ เสียงของหน่วยเสียหาย แต่ถ้าพูดถึงฝีมือแล้ว จัดได้ว่ายอดเยี่ยม รูปแบบพลังออร่าที่เรียกว่า 13 ข้าทาสโลหิต (13 Blood Servants) ที่สามารถ สลายวัตถุของแข็งได้ทุกอย่าง ก็ร้ายกาจชนิดหาคนเทียมได้ยาก และฟีนิกซ์คนนี้ยังเป็นคู่ปรับ ของรัซเซลล์อีกด้วย ฟู่ เขียนตอนที่ 32 ออกมาจนได้สิน่า ตอนนี้อาจจะอัดน้อยคุยเยอะกว่าตอนปกติไปนิดนึง ไม่รู้จะน่าเบื่อไปมั้ย แถมเป็นตอนที่เด่นคนเดียวซะด้วยสิ -_-;;; ไม่เป็นไรๆ บทหน้าคนอื่นก็คงได้เด่นมั่งละน่า ^_^ จาก : Dark Master - 16/01/2001 12:40 |
|
ข้อความ : แหง่ก.....ตาบอดไปแล้วแฮะ.....แล้วอย่างนี้จะทำไงล่ะเนี่ย -_-;;
ถึงจะสู้ไม่เยอะแต่ก็เป็นตอนที่น่าประทับใจตอนหนึ่งครับ ^_^ จาก : xelloss - 16/01/2001 13:32 |
|
ข้อความ : ง่ะ..ม่ายอาววววว รัซเซลล์..ตาบอดแล้วง่า...โฮ...... T_T สงสารง่ะ..แล้วต่อไปจะทำงาย.... จาก : Cid - 16/01/2001 18:25 |
|
ข้อความ : ตาบอด... แล้วจะเป็นไงต่อครับเนี่ย จาก : Angel k - 16/01/2001 19:50 |
|
ข้อความ : :
อ่านๆไปก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก จนกระทั่งฟินิกซ์ถามถึงสิ่งตอบแทนเนี่ยแหละ ใจหายไปเลย T-T ใจแข็งดีนะนาย กล้าดับตะเกียงตัวละครแบบนี้น่ะ (ขอชมเชย) จาก : มิตสึกิ - 16/01/2001 21:45 |
|
ข้อความ : As long as nothing happens to Kenny, I'm fine. จาก : Maro - 19/01/2001 10:23 |