|
หัวข้อ : Banish from Eden (chapter 7) : ความมืดกับดอกไม้ไฟ ข้อความ : มือของเซโร่ตอนนี้เย็นเฉียบ เสียงกึกก้องเมื่อครู่เป็นสัญญาณบุกจากโรติตามที่ตกลงกันไว้ ป่านนี้นอกเมืองคงกลายเป็นสุสานหินหลอมละลายไปแล้ว ดาวเทียมของโรติจะใช้เวลาระบายความร้อนแล้วก็ชาร์จพลังงานประมาณ 30 40 นาที ไม่สิ.. คงจะเป็นสามสิบนาทีมากกว่า หน้าที่ของเขาคือเข้าไปล่อให้คารอนออกมาจากที่คุ้มกัน ส่วนไวท์ฮาร์ทจะเข้าไปก่อกวนแนวรับอีกด้านหนึ่ง น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เห็นวิธีการรบของไวท์ฮาร์ทด้วยตาตนเอง การที่ไวท์ฮาร์ทสามารถเข้ามาหยิบรูปถ่ายออกจากกระเป๋าเสื้อได้โดยที่ตัวเค้าเองไม่รู้สึกตัวคงจะเป็นปริศนามากกว่าไสยศาสตร์แน่นอน เพียงแต่ว่าเค้ายังไม่รู้เทคนิคนั่นเท่านั้นเอง ทหารลาดตระเวนของยูรอคกำลังเดินผ่านที่ซ่อนของเค้าไป การวางกำลังป้องกันมีมากขึ้นกว่าเดิมมาก คิดว่าอีกไม่ถึง 20 นาทีดี คารอนก็คงจะหลบไปขึ้นยานที่ไหนซักแห่ง แม้ว่าเขากับไวท์ฮาร์ทจะไม่สามาถจัดการกับคารอนได้ก็ตาม แต่ถ้าทำให้คารอนออกไปที่โล่งได้ล่ะก็ ทีกับไรเฟิลที่ซุ่มอยู่ก็คงจะจัดการได้ไม่ยากนัก ทั้งหมดคงจะเรียบร้อยดี ถ้าเขาสามารถหนีออกไปได้ทันก่อนที่โรติจะยิงลงมาอีกครั้ง.... สัญญาณจากวิทยุสื่อสารของเซโร่ดังขึ้นเบาๆ นี่เซโร่.. ต้องการความช่วยเหลือรึไง รีบมาทางนี้ด่วนเลย พวกมันรู้ตัวกันแล้ว.. เสียงของไวท์ฮาร์ทแปร่งๆไปหน่อยก่อนที่จะเงียบไป ลางสังหรณ์ของเซโร่กระตุ้นเตือนอยู่ ภาพของไวท์ฮาร์ทในความจำของเขาลอยขึ้นมาเด่นชัด บางอย่างเตือนความสงสัยของเซโร่แต่ก็ถูกลืมไปในเวลาไม่นาน ยังไงซะเวลาที่จะเก็บหมอนั่นยังคงมีอีกนาน หากว่าเขาใจร้อนเอาตอนนี้คงจะเป็นผลเสียมากกว่า เครื่องมือสื่อสารของเซโร่ถูกกดไล่หาตำแหน่งของทีและไวท์ฮาร์ท จุดสีขาวที่ควรจะมีสองกลับมีแค่จุดที่ห่างออกไปไกลเพียงจุดเดียว.. คงจะเป็นทีที่คอยดักซุ่มอยู่ เซโร่ลุกขึ้นพร้อมกับหยิบปืนพกออกมาจากซอง กระสุนถูกเช็คแล้วก็ขึ้นไกค้างเอาไว้ ประสาททุกเส้นทุกส่วนขมวดเกลียวขึ้นตามสัญชาติญาณ ตำแหน่งที่เช็คจากสัญญาณเสียงของไวท์ฮาร์ทเมื่อครู่ห่างไปไม่ไกลเท่าไร คาดว่าคงไม่เกินสิบนาทีถ้าหากว่าเขาเร่งฝีเท้าสักหน่อย เสียงสัญญาณของวิทยุดังขึ้นมาเป็นระยะๆแต่ว่าไม่มีเสียงพูดใดๆออกมา โธ่เอ้ย... เวลาเดือดร้อนละเรียกเอาๆ เซโร่ปิดวิทยุหลังจากที่เช็คตำแหน่งของไวท์ฮาร์ทเป็นครั้งสุดท้าย เลี้ยวแยกหน้าก็จะถึงแล้ว มือของเซโร่กระชับปืนพกให้ถนัดก่อนที่จะค่อยๆก้าวออกไป สุดทางเดินที่เขาคาดว่าเป็นตำแหน่งของไวท์ฮาร์ทยังมืดสนิท เสียงก้องของรองเท้าทหารทำให้เซโร่รู้ว่าตนเองอยู่ในโกดังที่ไหนซักแห่ง สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้วแฮะ... ไวท์ฮาร์ท.... เสียงของเซโร่สะท้อนไปมาหลายครั้งแต่ไม่มีอะไรโต้ตอบกลับมา เสียงทึบบางอย่างกระทบพื้นเบาๆ ปืนของเซโร่เล็งไปที่นั่นแล้วก็ลั่นไกอย่างแม่นยำ กระสุนกระทบกับพื้นเหล็กอย่างจังแล้วก็เงียบลง ไหล่ของเซโร่ถูกกดด้วยน้ำหนักมือที่แทบจะไม่รู้สึกเอาเลย มืออาชีพเค้ายิงปืนกันอย่างนี้เรอะ เสียงของไวท์ฮาร์ทดังขึ้นข้างหูของเซโร่ ความเย็นยะเยือกในน้ำเสียงทำให้เซโร่เริ่มประสาท เฮ้ย... แกอย่าเข้ามาพูดข้างหูชาวบ้านอย่างนี้ได้มั้ย ไวท์ฮาร์ทเพียงแต่ยักไหล่ ไม่ต้องมาทำกวนเท้าเลย อุตส่าห์มาตามที่แกเรียกแล้วยังมาเต๊ะท่าอีก ชั้นไม่ได้เรียก.. ไวท์ฮาร์ทตอบเสียงนิ่งสนิท เซโร่งุนงงกับคำตอบที่ได้ยิน คำพูดของไวท์ฮาร์ทก็ไม่ได้เหมือนคำโกหกเท่าไหร่ ถ้าไวท์ฮาร์ทไม่ได้เรียก... กับดัก... ปืนพกของเซโร่ถูกดึงออกมาจากซองด้วยความรวดเร็ว ไวท์ฮาร์ทเองก็เข้าใจสถานการณ์เหมือนกัน ทั้งคู่ต่างร ะวังตัวต่อสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์นี้ เสียงฝีเท้าของเซโร่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ โดยมุ่งไปที่ทางเดินฝั่งตรงข้าม ท่ามกลางความมืดอย่างนี้.. เพียงแค่เดินห่างออกไปไม่ถึงเมตรไวท์ฮาร์ทก็หายตัวไปเสีย แล้ว ผิวหน้าของเซโร่รู้สึกได้ถึงกระแสลมวูบหนึ่ง ไม่สิ... ลมจะพัดตึกอย่างนี้ได้ไงเล่า เซโร่กระโดดหลบไปด้านหลังขณะที่ปืนยังคงเล็งไปที่เดิม เสียงการต่อสู้ดังอยู่พักหนึ่ง คงจะเป็นไวท์ฮาร์ทแน่ๆ... นิ้วที่สอดอยู่ที่ไกปืนยังคงนิ่งอยู่ ถ้าเขายิงไปอาจจะโดนไวท์ฮาร์ทได้ ยัง.. ยังต้องเก็บมันไว้ก่อน ไม่ต้องพยายามดิ้นรนหรอก.. อีกเดี๋ยวยาก็จะออกฤทธิ์แล้ว เสียงของอีกฝ่ายพูดในความมืด ร่างของไวท์ฮาร์ทกระเด็นออกมาชนกับเซโร่อย่างจัง แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องโถงอย่างนุ่มนวล ร่างของไวท์ฮาร์ทพยายามขยับตัวขึ้นตั้งท่า สายตาของเซโร่ปรับโฟกัสต่อความสว่างของแสงจันทร์ได้ในเวลาไม่นาน ด้านตรงข้ามของลังไม้ที่สุมอยู่เต็มสองข้างทางนั่นเอง เงาของคนสองคนยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด เซโร่ประคองไวท์ฮาร์ทขึ้นมา ท่าทางไวท์ฮาร์ทจะเจอกับเจ้ายักษ์ทางขวามือถึงได้ปลิวมาไกลขนาดนี้ ในมือของอีกคนหนึ่งกำลังถือขวดแก้วยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าผู้บุกรุกจากแอมเมอริคทั้งสองคน เซโร่กลั้นหายใจทันที ยาพิษ.. ดูท่าว่าเราจะชนตอเข้าแล้วสิ... เซโร่ค่อยๆหยิบปืนอีกกระบอกขึ้นมา มือทั้งสองข้างกระชับด้ามปืนไว้แน่น เคียวของไวท์ฮาร์ทสะท้อนกับแสงจันทร์ที่ค่อยๆถูกเมฆกลืนหายไป ปอดของเซโร่เริ่มร้องขออออกซิเจนแล้ว ความมืดอันน่ากลัวเริ่มเข้ามาปกคลุมโกดังอีกครั้ง เสียงของวิทยุสื่อสารกระชากสติของเซโร่กลับมา เซโร่อาศัยความมืดหลบไปด้านหลังลังไม้ พยายามค่อยๆสูดหายใจอย่างระมัดระวัง นี่ทีพูด.. ตอนนี้นายอยู่ไหน เสียงของทีทำให้เซโร่ดีใจอย่างน่าประหลาด กำลังซวยอยู่ แกรีบมาสนับสนุนชั้นให้หน่อย ตอนนี้ชั้นกับไวท์ฮาร์ทกำลังติดอยู๋ที่โกดังทางใต้ มีพวกมันดักอยู่สองคน ท่าทางว่าจะมีอาวุธเคมีอีกต่างหาก เสียงแกรกกรากของคลื่นวิทยุเงียบสนิท เซโร่พยายามติดต่อโดยอาศัยช่องสัญญาณเดิมแต่ว่าก็มีคลื่นรบกวนตลอดเวลา หลังจากใช้ความพยายามอยู่หลายครั้ง ในที่สุดวิทยุสื่อสารก็ถูกขว้างออกไปในความมืด แม้แต่เสียงลมหายใจของไวท์ฮาร์ทยังทำให้เซโร่รับรู้ถึงความหวาดกลัวจับใจ ................................................. หัวหน้าครับ มีกองยานกำลังฝ่าชั้นบรรยากาศขึ้นมาครับ บนหน้าจอปรากฎภาพยานขนาดเล็กจำนวนหนึ่งกำลังเร่งความเร็วผ่านชั้นอากาศที่เบาบางของไอโอขึ้นมาด้านบน ขึ้นมาหากองยานของโรติที่มีมากกว่าประมาณ 5 เท่า.. กำจัดฝูงยุงนั่นซะ หน่วย 3 โอบล้อมจากด้านขวาบังดาวเทียมสี่ดวงที่อยู่ในซีกนั้นไว้ หน่วย 7 กับหน่วย 4 ยิงจากระยะไกลสุด ถล่มมันให้ร่วงให้หมด โรติสั่งการอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้องปะทะกับยานขนาดเล็กที่ไวกว่ามาก ดังนั้นโรติจึงเลื่ยงการเข้าปะทะเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ตอนนี้ยังจำเป็นที่จะต้องเก็บยานรบหนักไว้ก่อน แค่การระดมยิงจากระยะไกลก็เพียงพอแล้ว... กองยานของแอมเมอร์ริคเคลื่อนตามที่โรติสั่งการทันที กระสุนจำนวนมากพุ่งไปหายานขนาดเล็กเหล่านั้น จุดแสงมากมายจากการระเบิดปรากฎบนมอนิเตอร์ เป้าหมายไม่เป็นอะไรเลยครับ ยานศัตรูใช้สนามพลัง.. กำลังวิเคราะห์ชนิดของสนามพลังอยู่ครับ โฮ่... ยานเล็กๆยังมีสนามพลังอีกเรอะเนี่ย สนามพลังนั้นทำให้โรติหัวเราะ ยานที่มากับเขาคราวนี้อยู่ในระดับสงครามทำลายดาวเคราะห์ทั้งสิ้น กองหนุนของเขาก็ยังมียานระดับดาวฤกษ์อีกสี่ลำคอยอยู่ แม้ว่าจะส่งยานขนาดนั้นมาอีกซักเท่าไรก็ไม่ระคายผิวอยู่แล้ว ยูรอคก็ยังอุตส่าห์ติดสนามพลังไว้ให้ฝูงยุงกระจ้อยร่อยนั่นทำไมก็ไม่รู้ ยิงตรึงกำลังข้าศึกไว้ก่อน หน่วย 2 หน่วย5 หน่วย 6 โจมตีจากปีกทั้งสองข้างบีบขบวนยานข้าศึกให้อยู่ในแนวเส้นตรงจากยานธง ระยะห่างไม่เกิน 0.5 พาร์เซ็ค ปล่อยสัญญาณรบกวนช่องสื่อสาร ถ่วงเวลาไว้จนถึงกำหนดของปืนใหญ่อนุภาค ปรับระดับเหนี่ยวนำประจุมิวออนสูงสุด แม้ว่าทหารสื่อสารจะแปลกใจในตัวคำสั่งอยู่แต่การสั่งการก็ถูกถ่ายทอดลงไปให้แต่ละหน่วย ยานที่ได้รับคำสั่งเริ่มปรับรูปขบวนตามแผน มือของโรติที่ถือไกบังคับอยู่ก็เริ่มผลักไปมา โฟกัสของเลเซอร์เล็งไปที่กึ่งกลางของกองยานยูรอคที่ค่อยๆถูกบีบเข้ามาหาเซนเตอร์ตรงกลางเป้าของเขา ด้วยระดับเหนี่ยวนำประจุสูงสุดกับปริมาณเหล็กของยานยูรอครวมกันคงจะเป็นพลุไฟที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ดวงจันทร์ไอโอเคยมีมาเป็นแน่ ดูท่าว่า ที ไวท์ฮาร์ทแล้วก็เซโร่คงจะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกสี่สิบนาทีแล้วล่ะมั้ง.... จาก : ioroid - 14/01/2001 07:02 |
|
ข้อความ : ตัดมาด้านนี้แล้วรึ จาก : Jam X - 14/01/2001 08:37 |
|
ข้อความ : หึหึ จาก : Psy - 14/01/2001 09:47 |
|
ข้อความ : โอวว มันส์หยดอะ...หุๆๆๆ จาก : Cid - 14/01/2001 09:54 |
|
ข้อความ : ( ' ' )oO(ทำไมเรามีความรู้สึกว่าเราพลาดเนื้อเรื่องบางส่วนไปแฮะ....)
/me กลับไปอ่านตอนเก่า ๆ หึ ๆ ถือขวดแก้รื้อ ใครน้ออออ~~~~~~ จาก : xelloss - 14/01/2001 10:56 |
|
ข้อความ : อ้ากกกกกกก...โดนยาพิษเข้าแล้ว จาก : naru - 14/01/2001 14:51 |
|
ข้อความ : starwars? จาก : SIZER - 14/01/2001 15:56 |
|
ข้อความ : ตั้งแต่ เอนเคาน์เตอร์ ........ ท่าทางท่านชอบ Sci-Fi จาก : Johnny - - [email protected] - 14/01/2001 16:35 |
|
ข้อความ : -_- (อืมม์ เห็นเป็นฉาก star war เลยแฮะ) จาก : Roticagas - 14/01/2001 16:44 |
|
ข้อความ : บรรยายเรื่องวิทย์เก่งจริงๆครับ ^^ จาก : Angel k - 14/01/2001 19:26 |
|
ข้อความ : นั่งดูเขารบกันอย่างเงียบๆ....
หึหึ จาก : นายพลเอนาส - 14/01/2001 20:01 |
|
ข้อความ : โอ......บรรยายเป็นฉากๆเลยแฮะ จาก : Kindani - 14/01/2001 20:30 |
|
ข้อความ : ยังมียานระดับดาวฤกษ์อีกสี่ลำคอยอยู่<---- ดาวฤกษ์=ดวงอาทิตย์=20เท่าของดาวพฤหัส=ใหญ่กว่าดวงจันทร์ไอโอไม่รู้กี่ร้อยเท่า หยั่งงี้ไม่ต้องส่งทหารไปรบก็ได้มังค่ะ แค่เอายานระดับดาวฤกษ์สักลำบินเฉียดไอโอก็พอ แค่นี้ก็พอทำให้ไอโอแหลกเป็น2เสี่ยงด้วยแรงโน้มถ่วงดึงดูดระหว่างยานกับดาวพฤหัสแล้วละค่ะ ^-^ จาก : Alicia - 14/01/2001 21:49 |
|
ข้อความ : อยากเขียนแนวนี้มั่งจัง คงยากสำหรับผม จาก : Fic T. - 14/01/2001 22:19 |
|
ข้อความ : ถึงคุณ Alicia ครับ ที่เขียนมาว่ายานระดับดาวฤกษ์นี่ ไม่จำเป็นต้องมีขนาดเท่ากับดาวเคราะห์จริงๆนะครับ เฮีย Ioroid อาจจะเปรียบเทียบถึงขนาดอันใหญ่โตของมันเฉยๆ หรืออาจจะตั้งชื่อเรียงตามลำดับความใหญ่ แบบกองทัพเรือ USA ที่แบ่งเรือรบเป็นขั้น Cruiser หรือ Nimitz อะไรทำนองนี้ครับ ^^ ขนาดของยานๆจริงๆ อาจจะเป็นแค่ระดับยานธง (Flag Ship) ก็ได้ (แต่ว่าไป ผมก็ไม่ใช่คนแต่งซะหน่อย ไม่รู้ว่าที่พล่ามมานี่จะถูกรึเปล่า ^^;) จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 16/01/2001 14:02 |
|
ข้อความ : อ่า.. มันเป็นอย่างนี้ครับ
กองยานรบในอวกาศทั่วๆไปไม่อาจแบ่งตามขนาดของยานได้เนื่องจากขนาดของยานจะแตกต่างไปตามจุดประสงค์ที่ใช้งาน เช่นยานขนส่ง หรือยานลาดตระเวนเร็วต่างๆ ดังนั้นจึงได้แบ่งประเภทของยานรบตามอำนาจยิงของยานนั้นๆ 1.ยานพลเรือน-- อำนาจการยิงไม่สูงมาก 2.ยานลาดตระเวน-- อำนาจการยิงสูงกว่ายานพลเรือนเล็กน้อย แต่ว่าความเร็วสูงกว่ามาก 3.ยานระดับวงโคจร-- มักจะเป็นป้อมที่คอยปกป้องน่านฟ้าของดาวนั้นๆ อำนาจการยิงไม่สูงแต่ระยะยิงจะไกลมาก 4.ยานระดับดาวเคราะห์-- อำนาจการยิงปานกลาง ถ้ายิงเต็มที่สามารถทำความเสียหายให้ดาวเคราะห์ขนาดกลางประมาณ 50 % 5.ยานระดับดาวฤกษ์ -- อำนาจการยิงสูง ยิงเต็มที่สามารถทำลายดาวเคราะห์ให้เสียหายได้ 100% หรือ 30%ถ้าเป็นดาวฤกษ์ ถ้ายังไงก็ขออภัยน่อหากว่าเนื้อเรื่องหนักไปทางไซไฟมากเกินไปหน่อย ตอนหน้าคงจะเพลาลงนิดนึงแล้วล่ะขรับ จาก : ioroid - 16/01/2001 19:22 |