หัวข้อ : เรื่องเล่าคั่นเวลาเล็กน้อย ตอน ดับแก๊งอันธพาล ภาคปลาย
ข้อความ : ตอนนี้นับเป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานที่สุด ฮันเตอร์เกิดลังเลใจไม่กล้ายิง เพราะเกรงว่าช้างจะตื่นและบ้าเลือดยิ่งขึ้น
และมืดๆ อย่างนี้จะล้มมันได้ก็ไม่เกิน 2 ตัว ซึ่งไม่คุ้มกับที่ลงทุนมาซักนิด และช้างที่เหลือก็คงหวนมาเล่นงานอีก ดังนั้น
คืนนี้เขาต้องปราบมันให้หมดโขลง ให้บทเรียนที่มันต้องจดจำไปชั่วชีวิต และเพื่อให้แผนการสำเร็จ เขาต้องกักมันไว้
จนแดดขึ้นให้ได้... แต่จะทำอย่างไร

ในตอนนั้น ช้างทั้งโขลงกำลังจนตรอกในสภาพ "เราถอยกลับไปไม่ได้อีกแล้ว" มันต้องหันหน้าเข้าสู้ ฮันเตอร์อ่าน
ความคิดช้างออก แต่ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะยับยั้งมันอย่างไร
แต่แล้วมูลุมเบ้ ลูกน้องคู่ใจของเขาก็ตัดสินใจให้แทน ด้วยการฉวยคบไฟลุกโชนจากชาวพื้นเมืองคนหนึ่ง และตะโกน
รุกเร้าให้ชาวพื้นเมืองคนอื่นถือคบไฟตามเขาไป

มูลุมเบ้วิ่งเข้าหาดขลงช้างอย่างบ้าคลั่ง กวัดแกว่งคบไฟไปมา แผดเสียงกึกก้องเหมือนปีศาจร้าย พร้อมกับปาคบไฟ
เข้าใส่โขลงช้างทันที ชาวพื้นเมืองทั้งหมดทำตามพร้อมกับส่งเสียงสาบแช่งสนั่นหวั่นไหวในขณะที่ขว้างคบไฟเข้าไป

เจอคนบ้าเลือดเข้า ช้างตัวนำเลยชะงักถอยกลับ ลูกน้องเลยพลอยรวนเรไปด้วย ยกนี้มนุษย์เป็นฝ่ายชนะ แต่ชัยชนะนี้
จะอยู่ได้นานแค่ไหน...

พวกเขากำลังคอยเวลาฟ้าสาง คอยนาทีสังหาร แต่เวลานั้นช่างมาช้าเหลือเกิน ช้างทั้งโขลงพล่านอยู่ในสวน ส่วน
ชาวพื้นเมืองก็ต้องคอยางเสียงกู่ร้องและหาไม้แห้งมาใส่ให้ไฟลุกโชนอยู่เรื่อยๆ แต่ทุกนาทีที่ผ่านไป ยิ่งทำให้ความ
เหนื่อยล้าทวีมากขึ้น ฮันเตอร์ต้องคอยตะโกนปลุกปลอบให้กำลังใจเป็นระยะๆ

เสียงนกเขาคูแว่วมาแล้ว!!!! เป็นสัญญาณว่าวันใหม่กำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า นาทีสังหารกำลังใกล้เข้ามา
ช้างคงรู้ตัวเหมือนกันว่าความตายใกล้เข้ามาทุกที มันส่งเสียงปลุกระดมกันใหญ่ แล้วตัดสินใจสู้ที่นี่ สู้ตรงนี้ สู้จนตาย

ราวตีห้าครึ่ง โขลงช้างก็เริ่มบุกฝ่ากำแพงเพลิงอีก คราวนี้มันวางแผนได้แยบยลกว่าเดิม โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
บุกฝ่าพร้อมๆ กัน
ชาวพื้นเมืองดึงดุ้นฟืนติดไฟจากกองไฟแล้วดาหน้าเข้าหาโขลงช้าง ระดมขว้างเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีใครคำนึง
ถึงความเจ็บปวดจากแผลไฟลวกซักคน โขลงช้างเจอการต่อต้านอย่างหนาแน่นจนต้องถอยกลับไปตั้งหลักอีกหน

เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว มันเริ่มดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดอีก คราวนี้มันใช้กลยุทธ์ใหม่ไม่บุกฝ่ากำแพงเพลิงซึ่งๆ หน้า
แต่เลี่ยงย่ำในลำธารอุมบาเพื่ออ้อมออกอีกด้านหนึ่ง ส่วนอีกสองกลุ่มบุกตรงปลายแนวไฟทั้ง 2 ข้าง ไม่บุกเข้าทาง
ตรงกลาง มันฉลาดไม่เบาเชียวละ เพราะด้วยวิธีกระจายกำลังอย่างนี้ ไม่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องแหวกวงล้อมสำเร็จ

แต่น่าเสียดายที่มันคิดวิธีนี้ได้ช้าไปเสียแล้ว ถ้ามันนึกได้และทำเมื่อ 2-3 ชั่วโมงก่อน มันมีหวังรอดกว่าครึ่ง แต่ตอนนี้
ฟ้าสางแล้ว การเคลื่อนไหวของมันอยู่ในสายตาของฮันเตอร์ พรานมือปราบโดยตลอด

ฮันเตอร์ให้มูลุมเบ้ไปรับมือช้างที่บุกไปทางลำธารอุมบา ส่วนเขาเองวิ่งไปอีกด้าน

นาทีหลั่งเลือดเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!!!!!!!!!

โน่นช้างพลาย 5 ตัว อยู่ห่างไปราว 40 หลา ฮันเตอร์ฝังกระสุนขนาด .500 จากไรเฟิลลำกล้องแฝดเข้าที่ขมองอย่างเหมาะ
เหม็งตัวละนัด ขณะที่กำลังบรรจุกระสุนใหม่ ช้างตัวที่ 3 พุ่งเข้าชาร์จทันที ฮันเตอร์ผลักกระสุนเข้ารังเพลิงกระแทกปิด
ลำกล้องได้ทันเวลากับหัวมหึมาชะโงกอยุ่ห่างจากเขาไม่กี่หลา เขาลั่นไกโดยไม่ต้องเล็ง มันล้มโครมแน่นิ่งเหมือนก้อนหินตก

ช้างอีก 2 ตัวเห็นเพื่อนมีอันแน่นิ่งเอาง่ายๆ แบบนั้นคงได้คิดว่าการทุบหัวฮันเตอร์ไม่ง่ายเหมือนเคยทุบลูกมะพร้าวเล่น
เลยส่งเสียงเป็นเชิงอาฆาตฝากไว้ก่อน แล้วหันหลังโกยแน่บไปในทิศทางตรงกันข้าม แต่คงไปไม่รอด เพราะได้ยินเสียง
ปืนลั่นพร้อมเสียงกระสุนกระทบเป้าดัง "ปุ" มูลุมเบ้เพชฌฆาตดำเริ่มงานสังหารแล้ว!!!

ฮันเตอร์ล้มไปแล้ว 3 ตัว กำลังหันรีหันขวางไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหนดี ก็พอดีได้ยินเสียงชาวพื้นเมืองร้องโวยวายอย่าง
ตระหนก เขารีบวิ่งไปที่เสียงร้อง เห็นช้างตัวหนึ่งกำลังเล่นบ้าๆ เอาหัวดันกระต๊อบทรงเตี้ยตะแหมะแขะอยู่อย่างเมามัน
มันก่งตัวกระแทก 2 ทีกระต๊อบก็ปลิว มนุษย์ตัวดำๆ ในนั้นโดดกระจายออกไปคนละทิศคนละทางเหมือนผึ้นแตกรัง
ฮันเตอร์ลั่นตูมเข้าที่หัวไหล่ ไอ้พลายขี้เล่นหมุนคว้าง เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปลายงวงวิ่งเหย่าๆ หนีเข้าสวนมะพร้าว
แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุด ส่งเสียงคราง แผ่วลง... แผ่วลง... จนเงียบไป...

เสร็จศึกด้านนี้ ฮันเตอร์ก็วิ่งไปสมทบกับมูลุมเบ้ ผ่านซากช้าง 4 ตัว ฝีมือมูลุมเบ้เหมือนกัน ไอ้พวกที่เหลือคงกลัวสุดขีด
หนีเข้าไปรวมกันเป็นกระจุกในสวนมะพร้าว
ชาวพื้นเมืองยกโขยงกันไปดักหน้าช้าง ส่งเสียงตะเพิด พร้อมทั้งตีเกราะเคาะไม้ไล่จนมันทนไม่ไหวต้องหันกลับ.. กลับมา
พบกับฮันเตอร์และมูลุมเบ้ซึ่งคอยทีอยู่

ช้าง 4 ตัวแรกที่โผล่ออกมา เจอกับปืนไรเฟิลกำลังสูงสองกระบอก มันล้มลงทันที 3 ตัว ที่เหลืออีกตัวเผ่นโครมลงลำธาร
อาศัยความรกทึบและความสูงของตลิ่งกำบังตัวหนีข้ามแดนไปได้

ศึกล้างบางแก๊งอันธพาลหนนี้ จอมเกเรโดนสังหารไป 11 เชือก เป็นช้างหนุ่มทั้งสิ้น แต่ละตัวงาหนักประมาณข้างละ 30 ปอนด์
เท่านั้น แต่งางามมาก ขาวสะอาดไม่มีแตกหรือบิ่นเลย

เข้าใจว่าหนีรอดไปประมาณ 5-6 เชือก แต่มันไม่เคยหวนข้ามแดนมาอาละวาดอีกเลย คงขวัญหนีดีฝ่อไปตลอดชีวิต
เจ็บแล้วรู้จักจำเหมือนกันแฮะ

จบ

ปล. เรื่องเล่าคั่นเวลาเล็กน้อยตอนแรกที่ไม่ได้ตั้งชื่อตอนให้ ขอใช้ชื่อตอนว่า ไล่จับ แล้วกันครับ

จาก : Dark Master - 02/01/2001 10:14

ข้อความ : อ่านไปอ่านมารู้สึกสงสารช้างง่ะ

จาก : มาโร่ - 02/01/2001 11:15

ข้อความ : เฮือก!!!! ไป ๆ มา ๆ ช้างน่าสงสารแฮะ -_-;;;;

จาก : xelloss - 02/01/2001 11:45

ข้อความ : ช้างที่น่าสงสาร...T-T

จาก : Angel k - 02/01/2001 13:27

ข้อความ : กลายเป็นตัวประกอบดีเด่นแห่งปีไปซะแล้ว เหอๆๆๆ

จาก : ioroid - 02/01/2001 19:38

ข้อความ : ไม่เลวนี่
หวังว่าคงมีไรมาโชว์ที่มีทติ้งด้วยนะ

จาก : Jam X - 03/01/2001 07:20

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1