|
หัวข้อ : เรื่องสั้นดีๆรับวันปีใหม่ ข้อความ : บะหมี่ชามเดียว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ในคืนส่งท้ายปีเก่าต่อนรับปีใหม่ ที่ร้านบะหมี่'ฮ้อกไก'ริมถนนซับโปโร เถ้าแก่ของร้านเป็นคนใจดี ส่วนเถ้าแก่เนี้ยอัธยาศรัยใจคอดี การกินบะหมี่โซบะในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่น ร้านฮ้อกไกขายดีคนแน่นทั้งวัน กระทั่งเวลา 22.00 น. ลูกค้าหมดจะปิดร้านอยู่แล้ว ประตูร้านก็ถูกเปิดออก ผู้หญิงแต่งตัวซอมซ่อคนหนึ่งพาเด็กชาย 2 คนเข้ามา "เอ่อ...ขอบะหมี่น้ำซักชามได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ ได้ค่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ" เถ้าแก่เนี้ยกุลีกุจอเชิญให้นั่งที่โต๊ะเบอร์ 2 แล้วตะโกนสั่งบะหมี่ เถ้าแก่ชะโงกดู เห็นมากันสามคนเลยสั่งบะหมี่เติมลงไปอีกครึ่งก้อน ต้มได้ชามเบ้อเริ่ม ทั้งเถ้าแก่เนี้ยและสามแม่ลูกต่างไม่รู้เรื่อง นั่งล้อมชามบะหมี่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย ค่าบะหมี่ 150 เยน ทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยต่างกล่าวขอบคุณและอวยพรปีใหม่ ผ่านไปอีกหนึ่งปี อีกครั้ง...ใกล้ปิดร้าน หญิงวัยกลางคนซอมซ่อคนเดิมกับลูกชายทั้งสองมาอีก "ขอบะหมี่ชามนึงได้มั้ยคะ" เถ้าแก่เนี้ยพาไปนั่งโต๊ะตัวเดิมแล้วไปกระซิบบอกเถ้าแก่ให้ทำบะหมี่สามชามเลยดีกว่า "ไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นพวกเขาจะอายและไม่สบายใจรู้มั้ย"ว่าพลางเอาบะหมี่อีกครึ่งก้อนใส่เพิ่มไปอีก "หอมจังเลย... ยอดไปเลย... อร่อยจังเลย..." ปีที่สาม กิจการของร้าน'ฮ้อกไก'ดีมาก สองตายายวุ่นทั้งวันจนไม่มีเวลาคุยกัน แต่พอใกล้ปิดร้านก็เริ่มกังวล ในที่สุดสองตายายช่วยกันเปลี่ยนป้ายราคาบะหมี่'ชามละ 200 เยน'เป็น'ชามละ 150 เยน'และเอาป้าย'จองแล้ว'ไปวางไว้ที่โต๊ะเบอร์ 2 เวลา 22.30 น. สามคนแม่ลูกก็เข้ามาในร้านเหมือนเช่นเคย คราวนี้ผู้เป็นแม่สั่งบะหมี่สองชาม เถ้าแก่เนี้ยพาแม่ลูกไปนั่งที่โต๊ะเดิม เถ้าแก่ใส่บะหมี่ลงไปในหม้อต้ม 3 ก้อน แม่ลูกกินไปคุยไป ดูเหมือนมีความสุขมาก สองตายายเจ้าของร้านเงี่ยหูฟังบทสนทนาแล้วน้ำตาซึม เมื่อรู้ว่าครอบครัวนี้เริ่มลืมตาอ้าปากได้ แม่ได้โบนัสและเบี้ยขยัน ลูกชายคนโตช่วยทำงานส่งหนังสือพิมพ์ก่อนไปโรงเรียน คนเล็กช่วยงานบ้านตัวเป็นเกลียว แถมเรียงความเรื่องที่แม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำชดใช้หนี้สินที่พ่อทิ้งไว้ และการล้อมวงรับปะทานบะหมี่ชามเดียวสามคนอย่างอร่อยในร้านฮ้อกไกยังได้รับคัดเลือกให้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ผ่านไปอีกปี 21.00 น. สองตายายก็เอาป้าย'จองแล้ว'ไปวางไว้ที่โต๊ะเบอร์ 2 แต่จนปิดร้านก็ไม่มีแม้เงาสามแม่ลูกเลย ปีที่สอง ปีที่สาม ... โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่าง แต่กิจการของร้านดีวันดีคืน เถ้าแก่ตกแต่งร้านใหม่ เปลี่ยนโต๊ะเก้าอี้ ยกเว้นโต๊ะเบอร์ 2 ที่คงไว้ พอมีลูกค้าถาม สองตายายจะเล่าเรื่องเล่าถึงบะหมี่หนึ่งชามให้ฟัง บอกว่าจะเก็บที่นั่งตรงนี้ไว้ให้สามแม่ลูก ลูกค้าที่ได้ฟังเรื่องราวจึงตั้งชื่อโต๊ะเบอร์ 2 ว่า'โต๊ะแห่งความสุข' ผ่านวันที่ 31 ธันวาคมไปหลายต่อหลายปี กระทั่งคืนส่งท้ายปีนี้ เจ้าของร้านค้าระแวกนั้นต่างมารวมตัวฉลองกันที่ร้าน'ฮ้อกไก' กินไปพลางรอฟังเสียงระฆังปีใหม่ไปพลาง และโต๊ะเบอร์ 2 ก็ยังคงว่างเช่นเคย จนกระทั่ง 22.30 น. ประตูร้านถูกผลักออก ชายหนุ่มสองคนสวมสูทท่าทางสุภาพเข้ามา เถ้าแก่เนี้ยรีบออกมาบอกว่าโต๊ะเต็ม ทันใดนก็มีหญิงสวมกิโมโนแทรกกลางเข้ามาระหว่างชายทั้งสองคน "เอ้อ...รบกวนขอบะหมี่สามชามได้ไหมคะ" เถ้าแก่เนี้ยกับเถ้าแก่เพ่งมองแล้วตะลึง พึมพำว่า"พวกคุณ...พวกคุณ" ใช่แล้ว สามแม่ลูกคู่เดิมซึ่งประสพความสำเร็จในชีวิต ตั้งใจจะมาคารวะเถ้าแก่และทานบะหมี่ที่ร้านฮ้อกไก เพราะกำลังใจจากบะหมี่ชามนั้น เด็กชายคนโตจึงได้เป็นแพทย์ น้องชายทำงานธนาคารเกียวโด สองตายายฟังแล้วน้ำตาคลอเบ้า ปาดน้ำตาเสร็จก็พูดว่า"ได้เดี๋ยวนี้แหละจ้ะ บะหมี่น้ำสามชาม" ไม่น่าเชื่อเลย เพียงแค่บะหมี่ไม่กี่ก้อน คำพูดที่จริงใจไม่กี่คำ และคำอวยพรปีใหม่เท่านั้นเอง! ครับ ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีก ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนพบแต่ความสุขนะครับ จาก : เอนะ(ผู้ที่โพสน้อยที่สุดในบอร์ด) - 31/12/2000 17:11 |
|
ข้อความ : แม้ว่าจะเคยอ่านแต่ก็ดีน่อ จาก : ioroid - 31/12/2000 20:45 |
|
ข้อความ : เป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ ^^ จาก : Angel k - 31/12/2000 22:27 |
|
ข้อความ : สวัสดีปีใหม่ครับ จาก : มาโร่ - 01/01/2001 00:56 |
|
ข้อความ : สุขสันต์วันปีใหม่คับ มีความสุขทุกๆคน ^^ จาก : Kindani - 01/01/2001 03:04 |