หัวข้อ : Banish from Eden : อสนีบาต
ข้อความ : ...................................

ความพลุกพล่านในเมืองใหญ่ทำให้แจมมาสเตอร์เบื่ออย่างรวดเร็ว นอกจากร่างกายของสาวน้อยบางคนแล้วแจมมาสเตอร์ก็แทบจะไม่ได้มองอะไรอีก แสงสีและความวุ่นวายของเมืองใหญ่เช่นนี้ทำให้ความรู้สึกของเค้าขมวดเครียดขึ้นเรื่อยๆ ฝีเท้าของแจมมาเสเตอร์เร่งขึ้นทุกขณะจิตจนทำให้เคโรกับกิฟท์ที่ตามมาต้องคอยเรียกให้ช้าเอาไว้
“ นี่เฮีย.. เฮียจะรีบไปไหนหรือ ” เคโร่พูดพร้อมกับปาดเหงื่อ มืออีกข้างก็กุมข้อมือของกิฟท์ไว้
แจมมาสเตอร์ไม่ได้หันมาตอบแต่ก็รั้งฝีเท้าไว้เพื่อรออีกสองคนที่เหลือ ด้านขวาเป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างหรูออยู่ซักหน่อย แจมมาสเตอร์รอจนกระทั่งทั้งคู่เห็นตัวเองแล้วจึงเลี้ยวเข้าไปที่ประตูร้าน บริกรที่รออยู่ก็เปิดประตูให้พร้อมกับโค้งคำนับกระเป๋าตังค์ที่กำลังจะเข้ามา

“ สอง เอ่อ สามคนก็แล้วกัน จัดที่เงียบๆให้หน่อยนะ ”
แจมมาสเตอร์เอ่ยเสียงเครียด มือขวาล้วงกระเป๋าพร้อมกับดีดเครดิตสากลเป็นทิปยืนยันความต้องการให้บริกร จำนวนเครดิตที่บริกรได้ทำให้แจมมาสเตอร์กลายเป็นพระราชาในค่ำคืนนี้ไปทันที

“ เอ้อ.. กว่าเฮียจะพักได้ ไม่รู้จะรีบทำไมนักหนานะ ” เคโรที่เดินเข้ามานั่งลงอย่างหมดแรง กิฟท์ที่เหนื่อยมาจากเหตุการณ์เสี่ยงต่อร่างกายเมื่อครู่ก็นั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองด้วยอาการเดียวกัน
“ ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ไม่อยากเดินถนนที่มีคนเยอะๆเท่านั้นแหละ ” แจมมาสเตอร์พูดพร้อมกับจิบน้ำที่บริกรเอามาให้
“ อ้าว ไอ้ผมก็นึกว่าอะไร ” มุมปากของเคโรยิ้มยียวน
“ หรือว่ามีความหลังกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองใหญ่อย่างนี้ครับ.. หืออออ.. ” เสียงล้อเลียนดังได้ไม่นานก็ถูกกลบด้วยเสียงข้อนิ้วของเฮียแจมประเคนลงบนกระโหลกของเคโรดังสนั่น

“ ความหลังโคโลนีแกน่ะสิ.. มันไม่หวานขนาดที่ชั้นจะนึกถึงหรอกว้ย ” แจมมาสเตอร์สั่งสอนลูกน้องด้วยถ้อยทีเอ็นดู เคโรที่กระโหลกร้าวหมายจะอ้าปากพ่นพิษก็หุบลงอีกครั้งเมื่อเฮียแจมเงื้อข้อมือพร้อมกับเกร็งหลังแหวนค้างไว้ กิฟท์เห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้
“ ถ้าเคโรไม่ได้ฟัง คนที่บังเอิญมาด้วยกันอย่างชั้นจะได้ฟังรึเปล่าคะ “
“ จะเอาอย่างนั้นเลยเหรอ.. ” แจมมาสเตอร์อึดอัดกับความอยากรู้อยากเห็นของคนทั้งสอง
เคโรและกิฟท์พยักหน้าช้าๆ แววตาของเคโรส่งประกายลุกวาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ มันเป็นเรื่องตั้งแต่สมัยหนุ่มๆแล้วน่ะ ก่อนที่ชั้นจะมาร่อนเร่รวมกับเจ้าเคโรขี้งกนี่... ” แจมมาสเตอร์เริ่มเกริ่นโดยไม่เต็มใจนัก

หายนะ... แสงสีขาว.... ตายๆๆๆๆๆ

“ หมอบลง!!!!... ” เสียงร้องของกิฟท์ทำให้ทั้งเคโรและแจมมาสเตอร์พุ่งหลาวลงไปหลบหลังโต๊ะด้วยความตกใจ คนที่นั่งจัดการมื้อเย็นของตัวเองต่างหันมามองที่โต๊ะอันวุ่นวายของแจมมาสเตอร์

เปรี้ยยยงงงงงง... หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีเสียงระเบิดดังสนั่น... ถนนด้านหน้าของร้านอาหารสว่างวาบด้วยแสงสีขาวแสบตา เครื่องเรือนที่อยู่ติดกับกระจกหน้าร้านต่างก็ปลิวกระเด็นเข้ามาด้านใน ด้วยอานุภาพความร้อนของแสงทำลายล้างที่ตกลงมา กระจกพร้อมกับแขกที่อยู่บริเวณด้านหน้าของร้านถูกลบออกไป เหลือเพียงเศษทรากของวัสดุก่อสร้างกับอวัยวะบางส่วนที่กระจัดกระจายเต็มพื้นที่โล่งของร้านอาหาร

“ น.. นี่มันอะไรกันเนี่ย ” เคโรที่มอมแมมเพราะเศษหินเศษปูนมุดออกมาจากซากโต๊ะที่ปกป้องพวกเขาไว้ได้หวุดหวิด ภาพของความหายนะทำให้เหงื่อของเคโรเย็นเฉียบ นอกจากรัศมีรอบๆตัวของพวกเค้าแล้ว ร้านอาหารก็แทบไม่เหลือสภาพเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างถูกเผาเสียหายโดยที่ไม่มีเปลวไฟแม้แต่น้อย เศษร่างของคนที่เข้ามาในร้านทำให้ท้องของกิฟท์ปั่นป่วนอย่างแรง

“ เลเซอร์สงคราม.. เจ้าโรติ ” แจมมาสเตอร์พึมพำพร้อมกับกำหมัดแน่น

.........................................

“ เป้าหมายถูกทำลายครับ.. กำลังเช็คผลเสียหายที่แน่นอน ” รายงานจากเจ้าหน้าที่เรดาห์พูดขึ้นเต็มเสียงหนักแน่น โรติที่กำลังมองแผนที่ของดวงจันทร์ไอโออยู่เริ่มขยับคันบังคับ แผนภาพสามมิติแสดงให้เห็นกองยานที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังดาวอังคาร แน่นอนว่าระบบป้องกันภัยในบริเวณนั้นถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว

รอบทรงกลมที่แสดงดาวอังคาร จุดสีแดงเล็กน้อยรายล้อมอยู่บริเวณดวงจันทร์ไอโอ ห่างไม่เกิน ระยะวงโคจร ถัดไปอีกด้าน.. หลังดาวอังคารก็มีจุดสีเขียวจัดขบวนรบเป็นกลุ่มหมอกเกือบจะเหมือนครึ่งวงกลม จุดสีเขียวเหล่านั้นขยายตัวออกมาเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าโรติกำลังรอจนถึงจังหวะที่จุดเหล่านั้นจะเข้าตำแหน่งที่เค้าวางเอาไว้... ดาวเทียมก็เข้าประจำตำแหน่วเรียบร้อยแล้ว นิ้วมือที่แตะไกบนคันบังคับไว้ค่อยเพิ่มแรงกดขึ้นเรื่อยๆ
“ เตรียมพร้อมนัดที่สองในอีก 30 นาที ” คำสั่งของโรติก้องไปทั้งสะพานเดินเรือ...

..........................................

กองยานลักษณะประหลาดมากมายหลายแบบที่จับกลุ่มอยู่รอบไอโอต่างก็แตกตื่นกับการโจมตีดวงจันทร์เบื้องล่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นอย่างยิ่ง สายสื่อสารทุกสายถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะยานขนาดใหญ่ที่เป็นยานธงของกองบัญชาการยานรวมมิตรเหล่านี้
“ รีบคุ้มกันยานสัมภาระก่อน แจ้งเวลาวาร์ปที่เร็วที่สุดมาด้วย ”
เสียงของชายคนหนึ่งที่นั่งเก้าอี้กัปตันในห้องควบคุมของยานธงดังกล่าวสั่งการถอยทัพอย่างเร่งด่วน ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะค่อยๆคลี่คลายลงด้วยฝีมือควบคุมของชายคนนี้อยู่บ้างแล้ว

“ นี่ไซ !!! แกจะอธิบายว่ายังไง... หาาา ” คำถามที่มาพร้อมกับเสียงโครมครามจากประตูด้านหลังเรียกให้กัปตันคนนั้นหันกลับไปดู
ไซ ฮาซาร์ด กัปตันของกองกำลังป้องกันตัวเองย่อยๆแห่งนี้หันไปพบกับชายอีกคนที่เข้ามาด้วยอารมณ์คุกรุ่น เส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆตลอดเวลา
“ แกบ้าอะไรขึ้นมา อยู่ดีๆก็ไปถล่มเมืองของเค้าเล่นอย่างนั้นได้ยังไง ”
“ ถ้าชั้นมีอาวุธขนาดนั้นอยู่บนยานละก็.. ชั้นยึดจักรวาลไปได้ตั้งนานแล้ว ”
“ ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย แสงฉิบหายนั่นมาจากยานของแกชัดๆ ” อารมณ์ของผู้บุกรุกยังคงเดือดอยู่
“ ไม่ใช่จากยานชั้น... จากข้างหลังต่างหาก เอาล่ะเน็กซ์.. ใจเย็นๆแล้วก็นั่งลงฟังก่อนก็แล้วกัน ” ไซชี้ไปที่เก้าอี้ข้างหลัง เน็กซ์ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี

“ จากข้างหลังนี่หมายความว่ายังไง เมื่อกี๊ชั้นเห็นชัดๆว่าแสงเลเซอร์มาจากยานของแกพุ่งลงไปที่ผิวดวงจันทร์ข้างล่างนั่น รับรองได้เลยว่าอีกไม่เกินสิบนาทียูรอคยิงขึ้นมาแน่ ” เน็กซ์เริ่มระรัวคำถามมากมายให้ไซ
“ นั่นไม่สำคัญหรอก.. ชั้นจัดการได้น่า ”
“ อะไรของแก ... นี่แกยัง
“ ตอนนี้แกต้องลงไปรับคนก่อน คณะเจรจากับพลเรือนของเราบางส่วนยังอยู่ที่ข้างล่างนั่นเลย ” ไซขัดคำถามของเน็กซ์ด้วยภารกิจของเจ้าตัวเอง เน็กซ์นิ่งเงียบไปซักพัก

“ กิฟท์ลงไปด้วยรึเปล่า... ” ความหนักแน่นในคำพูดของเน็กซ์ทำให้ไซวางใจ
“ ไม่งั้นชั้นจะเรียกแกเรอะ.. อ้าว.. เฮ้ย!!! “

ประตูอัตโนมัติแทบจะถูกพังออกเพราะความเร่งร้อนของเน็กซ์ ยังไม่ทันที่ไซจะได้พูดอะไรเน็กซ์ก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับตอนที่เข้ามา

.......................................

แจมมาสเตอร์ออกมาหยุดยืนหน้าร้านอาหารที่กลายเป็นซากตึกไปเรียบร้อยแล้ว ความอึกทึกที่มีอยู่เมื่อครู่ถูกดับไปหมดสิ้น แสงจากหลอดไฟฟ้าถูกแทนที่ด้วยสีแดงจากพระเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่หลายจุดในเมือง ตึกที่ขนาบถนนทั้งสองด้านต่างถูกหลอมละลาย คอนกรีตที่กลายสภาพเพราะความร้อนกองอยู่ทั่วไป เคโรที่ประคองกิฟท์ออกมาก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นเช่นกัน

“ เฮีย... นี่ผมฝันร้ายใช่มั้ยเนี่ย ” เคโรกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อมองหาคนแต่ว่าก็ต้องผิดหวังมีแต่ร่องรอยของกลุ่มขี้เถ้ากระจัดกระจายอยู่ทั่วไปเท่านั้นเอง
“ รีบไปกันได้แล้ว ดีไม่ดียานของเราอาจจะโดนไปด้วยก็ได้ ”
แจมมาสเตอร์เร่งฝีเท้าไปยังที่ราบที่เคยเป็นถนนสายออกนอกเมือง เคโรเองก็พยายามเขยกตามไปเต็มที่แต่ว่าร่างของกิฟท์ที่เขาแบกอยู่บนไหล่ทำให้เคโรไปได้ไม่เร็วเท่าไหร่นัก

“ ผมไม่ยักกะเชื่อเรื่องที่ว่ามีคนรอดมาจากปอมเปอีเท่าไหร่นักหรอก จนมาได้เห็นกับตาตัวเองนี่แหละ แมลงจะออกจากพายุโดยไม่มีบาดแผลได้จริงๆด้วย ”

ประโยคที่เคโรได้ยินตรึงแจมมาสเตอร์ไว้ตรงถนนนั่นเอง ชายหนุ่มท่าทางสุยุมเยือกเย็นยืนอยู่ตรงหน้าห่างจากแจมมาสเตอร์ประมาณสองสามเมตร ไอน้ำที่พุ่งออกมาเนื่องจากความร้อนเป็นม่านบังหน้าของชายคนนั้นไว้ เคโรรู้สึกว่าตัวเองหนักขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ไหล่ที่แบกกิฟท์ไว้ส่งความเจ็บปวดขึ้นไปที่สมองเพิ่มขึ้นๆไม่ขาดสาย เท้าของเคโรทั้งสองข้างจิกพื้นไว้แน่น

“ แก... อัลไนซิส แกมาที่นี่ทำไม ” แจมมาสเตอร์ปล่อยคำพูดรอดออกมาจากไรฟันที่กัดไว้แน่น
“ ผมก็มาสำรวจเฉยๆนั่นแหละ ไม่นึกเลยว่าจะเจอเพื่อนเก่าในเมืองที่ถูกสาปอย่างนี้ นี่ถ้าเอนาสอยู่ด้วยก็คงจะดี ” รอยยิ้มของอัลไนซิสยิ่งเพิ่มความกดดันให้แจมมาสเตอร์มากขึ้น
“ ไม่ต้องมาทำพูดดีหรอก คนที่แกปรับจิตไปแล้วจะเหลือความเป็นมนุษย์ซักเท่าไหร่เชียว ” มือของแจมมาสเตอร์ค่อยๆเลื่อนไปที่เอว
“ คุณก็พูดเกินไป เอนาสไม่ได้เปลี่ยนไปซักหน่อย แค่มีความภักดีต่อผมอยู่ในจิตใต้สำนึกเท่านั้นเอง ”
“ มันก็ไม่ต่างกับตุ๊กตาเท่าไหร่หรอก.. ” เสียงที่ออกมาแฝงไปด้วยความแค้นล้ำลึกอย่างยิ่ง

ร่างของกิฟท์ที่เคโรแบกอยู่ยันตัวขึ้น เสียงกรีดร้องที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์จากลำคอของกิฟท์ดังกึกก้องสะท้อนระหว่างซากปรักหักพัง ฝุ่นผงที่อยู่บนพื้นใต้เท้าของเคโรแหวกเป็นวงกลมขยายรัศมีออกในพริบตา แจมมาสเตอร์อาศัยจังหวะที่อัลไนซิสสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของหญิงแปลกหน้า ขว้างวัตถุเหลี่ยมสีเงินวาวจากเข็มขัดตรงไปที่หน้าของอัลไนซิส
อัลไสซิสเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย... แท่งสีเงินนั้นก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ แต่ว่าใบหน้าที่เคร่งขรึมก็ชะงักลงด้วยความแปลกใจ วัตถุนั้นสั่นไปมาเล็กน้อยกลางอากาศขณะที่เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้าของอัลไนซิส

“ ESP Chutter... ไม่นึกเลยว่าแกจะทำได้สำเร็จ ”
“ เป็นความผิดพลาดของแกเองที่ปล่อยให้ชั้นรอดออกมาได้ เคโร... เร็วเข้า ” ขณะที่ร้องเรียกแจมมาสเตอร์ก็พุ่งตัวผ่านอัลไนซิสไปโดยที่ไม่เป็นอันตรายใดๆ เคโรกำลังพวักพะวงกับเสียงเรียกของพี่ใหญ่และร่างที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของกิฟท์ วงกลมบนพื้นรอบๆเท้าของเคโรขยายออกไปจนถึง ESP Chutter ตรงหน้าของอัลไนซิส ฟิวส์ตัดพลังจิตที่ลอยอยู่ทำงานอย่างหนักจนตัวมันเองเริ่มมีรอยปริร้าว


จาก : ioroid - 31/12/2000 06:51

ข้อความ : โอ้ยยยยย สนุกเหลือหลาย จินตาการได้เจ๋งจริงๆ ต่อเร็วๆน้าาาา ^ ^

จาก : Cid - 31/12/2000 08:54

ข้อความ : นอกจากร่างกายของสาวน้อยบางคนแล้วแจมมาสเตอร์ก็แทบจะไม่ได้มองอะไรอีก <--- เหอ ๆ ท่านแจมเป็นอย่างนี้เองเร้อ ^^
โฮ่ ๆ ยิงถล่มแล้วเหวย อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเนี่ย ^^

จาก : xelloss - 31/12/2000 09:14

ข้อความ : ยังไม่ได้เล่าอดีตเลยแฮะ
ตอนต่อมาเร็วๆหน่อย

จาก : Jam X - 31/12/2000 10:46

ข้อความ : ต่อด่วนๆเลยครับ

จาก : Angel k - 31/12/2000 11:15

ข้อความ : อ่า.....เรากลายเป็นตุ๊กตาไปแล้วเรอะ

จาก : เอนาส - 31/12/2000 15:49

ข้อความ : เย้-------ได้ออกแล้ว ^^....แต่ทำไม...รู้สึกอิเมจผมมันดูสูงอายุไงไม่รู้นะ ^^;;;;


จาก : Nextผู้กำลังนั่งอึ้งกับจำนวนคนอ่านDPSตอนล่าสุด.... - 31/12/2000 16:16

ข้อความ : หึหึ อีก 30 นาที
/me มือสั่นอยากกดสวิซท์อีกทีจัง -_-;;;
(ตูโหดดีจิง)

จาก : Roticagas - 31/12/2000 16:41

ข้อความ : รีบๆออกตอนใหม่เร็วๆนะท่าน

จาก : naru - 31/12/2000 22:40

ข้อความ : หึ.....หึ..... เอนะซังกลายเป็นตุ๊กตาของผมรึนี่
(-_-)/ ไฮล์ อัลไนซิส ผู้ยิ่งใหญ่!

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 01/01/2001 00:35

ข้อความ : อุ........บรรยากาศมาคุ

จาก : Kindani - 01/01/2001 02:47

ข้อความ : เมื่อไรจะทำออกเป็นเล่มละคะอยากดูคะ

จาก : Iris - 01/01/2001 12:27

ข้อความ : แต่งได้ดีมากค่ะ บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเห็นภาพได้เลย ^-^

จาก : Alicia - 01/01/2001 20:42

ข้อความ : เราเป็นอะไรละนั่น

จาก : GIFT - 02/01/2001 16:31

ข้อความ : มาเพิ่มยอดแล้ว
สนุกดีจัง

จาก : MrT - 03/01/2001 23:07

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1