หัวข้อ : Banish from Eden ; จิตยามค่ำคืน
ข้อความ :
.....................................

ความอึกทึกวุ่นวายยามกลางคืนในบาร์แห่งนี้แสดงออกมาอย่างไม่อายใคร เสียงดนตรีที่ดังกึกก้องสลับกับเสียงร้องที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ผู้คนมากมายเดินเข้าออกประตูหมุนที่ขยับไม่ได้พัก กลิ่นของแอลกอฮอลล์ผสมโชยตลบอบอวลล้อมรอบสถานที่นั้นอยู่ตลอดเวลา คนที่หมดสภาพหลายคนถูกโยนออกไปขณะที่อีกหลายคนเดินเข้ามาพร้อมกับความกระหายด้านต่างๆ

ที่มุมมืดมุมหนึ่งในบาร์แห่งนั้นเอง กลุ่มชายวัยรุ่นที่มีหลายคนยืนรุมล้อมหญิงสาวท่าทางตื่นกลัว ลักษณะกักขฬะของกุ๊ยกลุ่มนั้นทำให้ คนที่อยู่ในบาร์ต่างก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยเพราะความที่ไม่อยากหาเหามาเพิ่มเติม หญิงสาวเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าแต่ว่าเหมือนยิ่งยุยงให้คนกลุ่มนั้นได้ใจ มือไม้ของบางคนเริ่มปฎิบัติการต่ำช้าต่อเรือนกายของอีกฝ่าย.....

“ อ้าาากกกซซซ มีดๆๆๆๆ ” มือข้างหนึ่งถูกชูขึ้นมา ฝอยเลือดสดๆกระจายออกมากลางอากาศ

ฝูงชนแตกฮือออกทันที แต่ว่ากลุ่ม.. อัน-ทะ-พาล กลุ่มนั้นกลับบีบวงเข้าไปอีก หญิงสาวท่าทางสิ้นหวังอยู่ภายใต้ภัย(หน้า..)มืด คนที่ถูกมีดโดนถีบกันออกไปจากวงโดยไม่มีใครสนใจ

โอ้ย... พลั่ก.. ตุ่บ.. อ้าากกซซ ... ครึ่ก.. กร้อบบ

เสียงร้องของฝูงกุ๊ยหลายคนดังลั่น มือของคนที่เอื้อมเข้าไปหาหญิงสาวต่างอยู๋ในสภาพที่บิดเบี้ยว ข้อต่อต่างๆของคนเหล่านั้นบิดอยู่ในสภาพฝืนธรรมชาติ เมื่อเห็นเพื่อน(ร่วม..)ฝูงบาดเจ็บ คนที่เหลือก็หยิบอาวุธออกมาจากที่ซ่อน คนที่ไม่มีอาวุธก็หันไปคว้าขวดแก้วมาแปรรูปเป็นของมีคมด้วยความชำนาญ บริกรก็คว้าสมุดออกมาจดบันทึกคะเนความเสียหายด้วยความชำนาญไม่แพ้กัน ผู้ชมกระจายออกเป็นวงให้มวยหมู่ประจำคืนนี้ได้ออกมือออกเท้าให้ชม

“ พวกแกออกไปจากที่นี่ซะ คนที่อยู่ในนี้ไม่ต้องการพวกแก ” เสียงของชายหนุ่มที่ยืนขวางร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วยท่าทีองอาจ
“ เรื่องของหมา คนไม่เกี่ยวอย่าสอดเว้ยยยยย ” เสียงเห่าหอนดังมาไม่ขาดสาย ฝูงกุ๊ยเริ่มเดินวนออกไปรอบพลางควงอาวุธในมือไปมา จนสบจังหวะก็มีหนึ่งในนั้นพุ่งเข้าไปพร้อมกับมีดพกเล็งที่กลางหลังของพระเอกประจำคืนนี้

ด้วยท่วงท่าที่รวดเร็ว มีดในมือของกุ๊ยคนนั้นหลุดตกมาอยู่ที่พื้น พร้อมกับใบหน้าของเจ้าของกองอยู่ด้วยกันในลักษณะบิดเบี้ยว ร่างของชายหนุ่มล็อกแขนอีกฝ่ายกดลงบนหัวไหล่ มือของพระเอกกดประสานมือของอีกฝ่ายพร้อมกับถ่ายแรงลงไป ส่งผลให้เสียงร้องลั่นแผดออกมาจากปากของมันผู้นั้นทันที

“ ชั้นขอให้ไอ้บ้านี่เป็นตัวสุดท้าย พวกแกกลับออกไปได้แล้ว ”
“ ชั้นจะนับนิ้วมัน ใครที่อยู่ที่นี่ตอนที่ชั้นนับเสร็จละก็.. ” นิ้วของชายหนุ่มบิดเล็กน้อย

“ อ๊ากกซซซ... ” ข้อนิ้วโป้งของกุ๊ยคนนั้นบิดงอกลับด้านจนชิดกับหลังมือ

“ 1... 2... 3... 4... 5.... 6...
เสียงนับดังพร้อมๆกับเสียงข้อต่อนิ้วที่ลั่นตามมาติดๆ ฝูงมิจฉาชนที่เห่าหอนอยู่รอบๆต่างก็กรูกันไปที่ทางออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของพวกนั้นต่างหวาดกลัวต่อพระเอกนิสัยผู้ร้ายคนนี้จับใจ เพียงพักเดียวก็เหลือเพียงคนที่ข้อนิ้วหลุดออกจากกันจนหมด นอนตาเหลือก น้ำลายฟูมปากอยู่ด้านล่างพระเอกประจำค่ำคืนนี้

เสียงโห่ร้องเป่าปากจากผู้ชมรอบๆดังอย่างถึงใจยิ่งนัก ชายหนุ่มโค้งไปรอบๆพร้อมกับดึงมือของหญิงสาวที่ยังตื่นตระหนกให้ลุกขึ้น บริกรเมี่อเห็นเหตุการณ์สงบแล้วก็ไปเรียกพาร์ทเนอร์ร่างยักษ์ออกมาด้วยพร้อมกับคว้าบิลค่าเสียหายตรงมาที่เกิดเหตุ พระเอกจำเป็นจึงต้องเผ่นออกไปนอกร้านก่อนที่จะได้เล่นบทเลิฟซีนตอนจบซะก่อน เสียงปรบมือดังเป็นแบคกราวน์จนกระทั่งเงียบเสียงไปในที่สุด

“ ฟิ้ว.. เกือบไปแล้วนะคุณผู้หญิง ” เสียงของหนุ่มอีกคนที่เข้ามาประคองหญิงสาวขณะเดินออกจากร้าน
“ ขอบคุณในความหวังดีค่ะ ” แม้ว่าจะเป็นคำขอบคุณแต่ว่าเสียงก็เย็นชาอยู่ในที
“ อย่าเย็นชาอย่างนั้นสิครับ คุณกิฟท์... ผมอุตส่าห์เก็บมีดมาคืนคุณนะเนี่ย ” รอยยิ้มของอีกฝ่ายปรากฎที่มุมปากขณะที่มือขวาก็ยื่นมีดสั้นด้ามกระชับมือให้หญิงสาว รอยเลือดถูกเช็ดจนเกลี้ยง

ใบหน้าของเจ้าของมีดมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ
“ นายรู้ชื่อชั้นได้ยังไง “
“ มันเป็นความลับทางราชการน่ะครับ ”
“ เอามานี่นะ.. ”
มือของกิฟท์พยายามที่จะคว้าเอามีดของตัวเองคืนแต่ก็ไม่สำเร็จ อีกฝ่ายเอียงตัวหลบไปมาเหมือนกับรู้ว่าหญิงสาวจะเอื้อมมือไปทางไหน
“ นี่... นายจะเอายังไงกันแน่ ” เสียงหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็เริ่มยิ้ม
“ ผมอยากให้คุณออกไปกับผมหน่อยเท่านั้นแหละ ”
“ อ.. ไอ้บ้า... ”

พลังบางอย่างพุ่งตรงมากระตุกมือของชายหนุ่มจนมืดที่ถืออยู่กระเด็นตกลงมาที่พื้น กิฟท์ที่เห็นโอกาสดังนั้นก็พุ่งเข้าไปคว้ามีดเล่มนั้นไว้ได้ก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตู ฝูงชนจำนวนมหาศาลทำให้อีกฝ่ายถูกเบียดจนขยับตามออกมาไม่ได้ หลังจากหันซ้ายขวาดูจนแน่ใจแล้ว กิฟท์ก็ออกมาหยุดยืนอยู่ที่ซอยข้างๆพร้อมกับถอนหายใจเฮีอกใหญ่ๆ
“ เฮ้อ... เกือบไปแล้วเชียว อ๊ะ.. ”
ไหล่ของกิฟท์ถูกมือข้างหนึ่งดึงไว้ ด้วยปฎิกิริยาตอบโต้ทำให้มีดที่เพิ่งได้คืนมาพุ่งไปหาเจ้าของมือทันที
“ เฮ้ย!!!! ”
ใบหน้าเจ้าของมีดสบัดหลบด้วยความว่องไว
“ อะ.. เคโรเองเหรอ อย่าทำให้ตกใจแบบนี้สิ “
เคโรปาดเหงื่อที่มีอยู่เต็มใบหน้า กิฟท์หันไปเก็บมีดที่ตกอยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ คราวหน้าคราวหลังก็ระวังหน่อยสิ ชั้นเพิ่งจะเจอคนบ้ามาเมื่อตะกี๊นี้เอง ยิ่งตกใจๆอยู่ ” มีดถูกเสียบเก็บลงไปในซองหนังใต้แขนเสื้อ เคโรมองหน้ากิฟท์หวั่นๆ
“ ยังมีคนทำให้เธอกลัวได้อีกเรอะ ”
“ คนบ้าน่ะสิ ชั้นรึก็อุตส่าห์เล็งดีแล้วเชียว เห็นว่ามันมืดก็เลยประมาทไปหน่อย นึกว่าจะไม่มีคนจับได้แล้วน่ะ ”
“ อ่าว.. แล้วเธอหนีมาได้ยังไงเนี่ย ” เคโรพูดแล้วหันรีหันขวางไปมา
“ ไม่รู้สิ.. อยู่ดีๆมีดในมือหมอนั่นก็กระเด้งออกมาซะอย่างนั้นแหละ พอชั้นคว้ามาได้ก็เผ่นออกมานี่ไง ”
“ เหอะๆๆๆ เธอนี่มันโชคดีตลอดเลยนะ.... เฮ้!!! เฮียแจม... ทางนี้ ”
แจมมาสเตอร์หันมาตามเสียเรียก เคโรที่โบกไม้โบกมือเห็นว่าแจมมาสเตอร์คงจะฝ่าฝูงชนมาลำบากก็เลยคว้ามือของกิฟท์เดินไปด้วยกัน ทั้งคู่เดินหายเข้าไปในกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา การกระทำของทั้งคู่ถูกจ้องมองโดยสายตาคู่หนึ่งในประตูของบาร์ที่กิฟท์เพิ่งจะเดินออกมานั่นเอง

“ โธ่เอ้ย.... ที่แท้ก็เป็นพวกเร่ร่อนนี่เอง มิน่าล่ะ ”
ขณะที่สายตาคู่นั้นกำลังจะกลับเข้าไปในร้าน รถสปอร์ตคันใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบที่ริมฟุตบาท ชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ก็ก้าวลงมา
“ เดี๋ยวก่อน คารอน... นายพลเอนาสต้องการพบนายแหนะ ”
“ โธ่เอ้ยหมอ ผมเดาว่าคงไม่ใช่นายพลเอนาสหรอก จะมาอวดการทดลองใหม่อีกล่ะสิ ” คารอนเอ่ยยิ้มๆ
“ เหะๆๆ รู้สึกว่าประสาทนายจะเฉียบคมกว่าเดิมซะอีกแฮะ เอาน่า.. มาคุยกับชั้นก่อนก็แล้วกัน ” ซิดก้าวออกมาจากประตูรถพร้อมกับผายมือเข้าไปด้านใน หลังจากที่ทั้งคู่เข้าไปด้านในแล้วคนขับก็ออกรถอย่างนุ่มนวล
“ ทำไมคนที่ชอบอยู่เงียบๆอย่างนายถึงมาเที่ยวในที่แบบนี้ได้ล่ะ ”
“ ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ต้องการออกมาเที่ยวดูผู้คนเล่นๆแค่นั้นแหละ แต่รู้สึกว่าวันนี้จะโชคดีอยู่หน่อยนึง นอกจากจะได้ดูมวยแล้ว ชั้นยังเจอคนที่หน้าสนใจอีก ”
“ โฮ่.. ใครที่ดึงดูดความสนใจของพันเอกพิเศษคารอนได้อีกละเนี่ย ”
“ ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ว่าชั้นดูเค้าไม่ออกเลย ในหัวของเค้าเป็นสีขาวไปหมด น่าแปลกมั้ยล่ะ ถ้าเธอมีความสนใจอะไรซักอย่างชั้นก็คงจะรู้มากกว่านี้หน่อย ”
“ หือ... ขนาด ESP ของนายยังอ่านไม่ได้อีกเหรอ ”
“ รู้แค่ว่าชื่อกิฟท์นั่นแหละ แล้วรู้มาจากคนอื่นอีกทีด้วย “

คำพูดของคารอนทำให้หมอสะดุดไปนิดหน่อย ความทรงจำของหมอกระตุ้นเตือนถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านไปนานแล้ว ชื่อกิฟท์ทำให้เลือดนักวิทยาศาสตร์ของหมอที่หายไปนานกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง

...............................................


จาก : ioroid - 22/12/2000 06:19

ข้อความ : ตอนนี้สั้นไปนิดแฮะ

จาก : Jam X - 22/12/2000 07:19

ข้อความ : โพสแต่เช้าเลยนะเฮีย ..............

จาก : Johnny - - [email protected] - 22/12/2000 07:45

ข้อความ : สั้นจริง ๆ ด้วยอ่ะ แต่กิฟท์....นายไปทำอะไรเขาน่ะ?

จาก : xelloss - 22/12/2000 10:26

ข้อความ : หึหึหึ... ตอนนี้ใส่มุขเยอะจังนะท่าน ^ ^

จาก : A little lamb who passes by - 22/12/2000 12:09

ข้อความ : อ่า... ทำไมมันสั้นจังอ่ะ

จาก : เอนะ - 22/12/2000 21:00

ข้อความ : ........โหดร้าย มารุมสุภาพสตรีคนเดียวได้ไง

จาก : GIFT - 22/12/2000 21:38

ข้อความ : โอ้... มีบทพูดแล้ว
ขอบคุณครับคุณ ioroid ^^

จาก : Angel k - 22/12/2000 22:19

ข้อความ : โอ้..เราโผล่บ่อยดีแฮะ จะทำอะไรอีกล่ะเนี่ย งานยุ่งจริง...

จาก : Cid - 23/12/2000 01:41

ข้อความ : สั้นไปหน่อยน่อ

จาก : MrT - 23/12/2000 21:33

ข้อความ : สนุกดีน่อ

จาก : psy - 25/12/2000 17:27

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1