หัวข้อ : เมื่อToki2เกิดตรงข้าม ตอนเก่าเอามาเรียบเรียงใหม่ ตอน9-11
ข้อความ :
เมื่อToki2เกิดตรงข้าม ตอน9 เดทคู่ในวันคริสต์มาส
ณ. ปลายเดือน12ปี99

ช่วงเวลาบ่ายก่อนชั่วโมงเรียน
ณ.ที่บอร์ดประกาศผลสอบ
ครับตอนนี้ผลสอบMidเทอม2ออกแล้ว ผมยืนมองผลสอบอย่างภูมิใจ อืมใช้ได้แฮะคะแนนรวม 420 คะแนน อะฮ้ามิโฮะได้คะแนนภาษา 78 คะแนน ก็แหงล่ะครับอุตส่าห์ติวให้ หลังจากวันนั้นผมก็นัดเธอมาติวที่บ้านแทน ไม่งั้นน้องเธอตีกัน ไม่ได้เรียนพอดี
ขณะที่ผมดูคะแนนเพลินๆนั้นทาคุมิก็เดินเข้ามาคุยกับผม
ทาคุมิ-ไง...คุง
ผม-อื้อ!
ทาคุมิ-นี่...คุง วันศุกร์นี้นายว่างรึป่าว...คุง
ผม-ก็ว่างอยู่นะทำไมเหรอ?
ทาคุมิ-ไปเดทคู่ด้วยกันไหม?
ผม-เดทคู่? กับแกเนี่ยนะ? อะไรกัน ไอ้เจ้า K.W.E. อุตส่าห์เปลี่ยนนิสัยจากกะเทยเป็นแมนให้(จริงนะไม่เชื่อลองเทียบตอนแรกดูดิ จำได้ป่าวเอ่ย อิอิ)แกยังจะหันเหไปเป็นอีกทำไมเนี่ย?
ทาคุมิ-ไม่ใช่(โว้ย)! ที่เดทคู่นี่ไม่ใช่หมายถึงคู่ฉัน(ว้อย) หมายถึงเดทกับผู้หญิง 2 คนต่างหากเล่า คิดอะไรของแก(วะ)เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจจริงๆซะหรอก ตัวเองก็
ผม-เฮ้ย!?
ทาคุมิ-ฮะฮะ ล้อเล่นน่า เจอกันเสาร์นี้ 9 โมงนะ
ผม-เออ...(เสียวสันหลังวูบเลยเรา)

วันเสาร์เวลา 8.50 นาฬิกา แน่นอนผมเป็นผู้รอที่ดีต้องมาก่อน...ไม่ใช่หรอกเมื่อคืนซัดกาแฟมากไปหน่อยต่างหากตายังค้างอยู่เลย ไม่น่าเลยเรา
ผม-อืม อีก 15 นาที เจ้าทาคุมิมันจะชวนใครมาน้า? อ๊ะทาคุมิ!ทางนี้ๆ
ทาคุมิ-ไง...คุง
ผม-เออ แล้วนายชวนใครมาเดทคู่กันเนี่ย?
ทาคุมิ-อ๋อ มาแล้วนั่นไง...หาเองนะผมสีแดงกับฟ้านายรู้จักดีล่ะ
ผม-ไหน ไหนอ๊ะ เจอแล้ว! อืมผู้หญิง2คน คนหนึ่งสูงประมาณ 157 ผมสีแดงมาประตูทางซ้าย กับ อีกคนสูงประมาณ 166 ผมสีฟ้ามาประตูทางขวา อืมอืม
เฮ้ย! งั้นก็ฮิคาริกับโคโตโกะ น่ะสิ! เฮ้ย! ทาคุมิ แกไปชวน 2 คนนี้มาคู่กันได้ไงฟะ!
ผมหันไปว้ากทาคุมิเพราะ 2 คนนี้ไม่ถูกกันอย่างมากแล้วชวนเดทคู่ยังงี้ผมก็ตายดิ ทาคุมิ! ง่ะ! ทาคุมิมันหนีไปแล้ว ผมเจอทาคุมิเล่นเข้าซะแล้ว หนอยแน่!
ฮิคาริ-อ้าว! ...จัง มายืนบ่นอะไรเนี่ย?
ผม-!!! อ๊ะ ฮิคาริ! ปะปล่าวหรอก เห็นทาคุมิรึปล่าวเนี่ย?
ฮิคาริ-อ๋อ ทาคุมิ เหรอเห็นสิ เมื่อกี้วิ่งแยกออกไปแล้วนี่ไม่เจอกันเหรอ?
ผม-.....แก ทาคุมิ! แก!เอานุ๊คกับนาปาล์มมาวางใส่ฉันซะแล้ว แก๊
โคโตโกะ-มีอะไรหรือ...ซัง
ผม-...อึ๋ยโคโตโกะ
และแล้วสองสาวก็เจอกันจนได้ แน่นอนครับเกิดศึกแย่งชิงแน่นอน
ฮิคาริ-โคโตโกะ หล่อนมาทำอะไรที่นี่เนี่ย!
โคโตโกะ-แล้วเธอล่ะ! ทาคุมิชวนฉันมาเดทกับ...ซังย่ะ
ว่าแล้วโคโตโกะก็ควงแขนผมเย้ยฮิคาริ แน่นอนคู่ปรับกันยอมกันได้ที่ไหนล่ะฮิคาริก็คว้าแขนผมอีกข้างคุยเย้ยโคโตโกะคืนบ้าง แถมมีการพูดเยอะเย้ยทิ้งท้ายด้วย
ฮิคาริ-ทาคุมิก็ชวนฉันมาเดทกับ...จังเหมือนกันย่ะ! นี่นี่...จัง เราไปเล่น เวอร์ชวลฮาซาร์ด ด้วยกันเถอะปล่อยยัยโคโตโกะไว้ที่นี่แหละ
ก็อย่างว่าล่ะคู่ปรับกันนี่ยอมกันได้ที่ไหนล่ะ โคโตโกะก็ดึงแขนผมไปอีกทางแถมเย้ยคืนอีกต่างหาก
โคโตโกะ-นี่นี่...ซังอย่าไปสนฮิคาริเลย เราไปตำหนักหมดดูกันเถอะ!
ว่าแล้วทั้งสองก็ดึงแขนผมไปคนละทาง อย่างกับเด็กแย่งหุ่นยนต์ยังไงยังงั้น เจ็บเหมือนกันนะเนี่ยไม่ใช่ไม่เจ็บ ทำไมเหรอ?ก็คุณเธอทั้ง2เล่นกระชากแขนผมเลยนี่ ผมต้องหาทางทำอะไรให้ทั้งสองเลิกซะที ไม่งั้นระเบิดกระจายแน่อีกอย่างแขนผมจะเป็นตะคริวแล้ว ว่าแล้วผมจึงพูดตัดบทออกมาดังๆ
ผม-นี่! หยุดก่อนเถอะครับ! เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะไปด้วยทั้ง2คนเลย! ขืนแย่งกันอย่างนี้ก็ไม่ได้ไปซักทีล่ะครับ!
ฮิคาริ-จะดีเหรอ? ไปกับยัยโคโตโกะ ล่ะป่วนแย่
โคโตโกะ-เชอะชั้นก็ไม่ได้ไปกับหล่อนนักแหละ!
ผม-งั้น ตกลงนะ (ผมชิงพูดก่อนล่ะไม่งั้นไม่ได้ไปแน่)
เป็นอย่างที่เข้าใจครับหลอนกันไปข่มกันมาตลอด
ฮิคาริ-ไปเวอร์ชวลฮาซาร์ดก่อนเลยนะ ยัยโคโตโกะ ไม่กล้าไปหรอก กลัวผีจะตายไป
โคโตโกะ-อย่ามาดูถูกกันนะยะ ไปก็ไปสิ

ณ.บ้านผีสิงของเกมส์เวอร์ชวลฮาซาร์ด

ปัง! ปัง! เปี้ยง! ปัง! ปัง! ปัง!
ผม-งา~~~~~~~~ ทั้ง2แข่งกันใหญ่เลย ลืมผมไปแล้วมั้งเนี่ย
ปัง! ปัง! เปรี้ยง! ปัง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
โคโตโกะ-ไงฮิคาริ้ อิอิ คะแนนน้อยจังน้าาา เก่งกว่านี้ก็มาใหม่ได้นะ
ฮิคาริ-หนอย อ่อยให้ย่ะ! แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร
ผม-นี่ นี่ ไปเล่นอย่างอื่นเถอะอย่าทะเลาะกันเลย
ผมพูดเปลี่ยนบรรยากาศในใจก็นึกแค้นเจ้าทาคุมิ แก! บังอาจตลบหลังฉันได๊~~~~~~ ทันใดนั้นเองผมก็เหลือมไปทางขวามือ อ๊ะ!นั่นทาคุมินี่ หนอยแก!หนีฉันมาแอบจีบสาวต่างโรงเรียนที่ร้านไอติมเองเรอะแก
ว่าแล้วผมก็ขอตัวแยกกับฮิคาริกับโคโตโกะ
ผม-เดี๋ยวขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะรอเดี๋ยวละกัน
ฮิคาริ-เร็วนะ อยู่กับโคโตโกะ อึดอัด
โคโตโกะ-นั่นสิ...อยู่กับฮิคาริแล้วคัน(น่านเลียนแบบโฆษณาให้)
ผม-น่า แป๊บเดียวเอง (ชอบทะเลาะกันจริงคู่นี้)
ว่าแล้วผมก็ปลีกตัวมาทางทาคุมิ ผมค่อยๆเข้าไปหามันอย่างช้าๆอย่างไม่ให้มันรู้ตัวไม่งั้นมันหนีผมแน่โดยเสียงที่ผมเดินเข้าไปนั้นถูกเสียงเครื่องเล่นกลบซะสนิท(แล้วจะย่องทำไมว้า) ผมเข้าไปใกล้มันเข้าไปทุกทีแล้ว มันไม่รู้ตัวเลยว่าเงามรณะได้คืบคลานมาข้างหลังอย่างช้าๆแล้ว ผมชักวัตถุสีดำยาวออกมาเพื่อเตรียมแทงมัน(ไม่เกี่ยว ท่อนนี้แต่งเล่นข้ามไปอ่านท่อนต่อไปเถอะ)
คนเรามักมีความรู้สึกสังหรณ์เมื่อมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวเองเสมอ แต่ของเจ้าทาคุมิมันไม่ธรรมดาจริงๆ ทันทีที่ผมจะเอื้อมมือเข้าไปจับมัน มันก็หันมามองทันทีเราทั้งสองก็สบตากันเต็มๆ ผมจึงชงักเพื่อฟังคำแก้ตัวของมัน มันก็อ้ำอึ้งพักหนึ่งแล้วก็พูดแบบตะกุกตะกักแบบรู้ความผิดตัวเอง
ทาคุมิ-อะอึ๋ย...คุง อ่า คะคือ
ผม-............
ทาคุมิ-อะเอ่อ
ผม-...........
ทาคุมิ-นี่ๆข้างบนๆ!ลองมองดูสิ!
มันทำท่าเงอะงะชวนเชื่อ ผมไม่ทางหลงกลนี้หรอก คิดเหรอว่าจะหลอกให้ฉันหันไปทางอื่นแล้วหนีใช่ไหม มุขตื้นๆ ผมดูออกจึงพูดสวนไป
ผม-ใครจะโง่หลงกลแก มาให้ฉันเตะซะดีดี!แก หลอกฉันมาซวยเรอะ
โป้ก!!!!!
ผม-!!!!!!โอ้ย!!!!อะไรตกมาว้าเนี่ย!!!!!!
มันพูดจริงนี่หว่า ป้ายโฆษณาไม้อัดบนร้านไอติมร่วงลงมาที่ผมยืนอยู่พอดี แต่ท้ายสุดมันก็หนีผมไปจนได้ผมคิดเรื่องนี้ไม่ผิด ผมบ่นออกมา แก!ทาคุมิไวนักนะแก แน่นอนครับทาคุมิมันไม่รีบกลับแน่นิสัยอย่างมันต้องหลีสาวที่สวนสนุกต่อแน่ผมจึงจะรีบออกตามล่ามันไม่งั้นวันนี้กลับไม่ได้แน่
ทันใดที่ผมกำลังจะตามหานั้นฮิคาริก็เข้ามาที่ผมยืนอยู่ เธอคงเห็นเหตุการ์ณเมื่อครู่แน่ แล้วเธอก็พูดทักผม
ฮิคาริ-เป็นอะไรรึปล่าว...จัง
ผม-ไม่เป็นไรหรอก นิดเดียวเอง
ฮิคาริ-หัวโนเลย เนี่ยซวยเพราะโคโตโกะแหงเลย
โคโตโกะ-น้อยๆหน่อยหล่อน หล่อนน่ะแหละตัวซวย อยู่ใกล้...ซังมากกว่าฉันอีก! โถ...ซังไม่เป็นไรมากใช่ไหม เราไปเดทกันต่อเถอะ อย่าไปสนฮิคาริเลย
ว่าแล้วทั้งคู่ก็เมินใส่กันทันที
ฮิคาริ+โคโตโกะ-ฮึ!
สถานการณ์เริ่มแย่ใหญ่แล้ว ถ้าไม่ให้เจ้าทาคุมิมันมาแยกออกไปสักคนล่ะก็ ผมมีหวังที่จะต้องเสียเพื่อนรัก(รึปล่าวหว่า?)2คนนี้ไปแน่ แต่ที่ผมทำได้ตอนนี้คือต้องพยายามเป็นตัวบัฟเฟอร์ ที่คอยทำให้ทั้งกรดและเบสเป็นกลางให้ได้มากที่สุดในตอนนี้ เพราะถ้าระเบิดขึ้นมาผมโดนลูกหลงเต็มๆแน่ไม่ว่าจะกรดหรือเบส ว่าแล้วผมจึงเอ่ยขึ้นมาตัดบทอีกรอบ
ผม-อ่า...ทั้ง2คนคราวนี้เราไปตำหนักหมอดูกันเถอะ
ฮิคาริ-งมงายน่า! เนี่ยติดโคโตโกะมาแหงเลย
โคโตโกะ-นี่! ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะยะ
ฮิคาริ-แล้วจะทำไมล่ะ!
ผม-เอาน่า ลองดูเถอะฮิคาริ นี่ไงนี่ไง เขารับดูเรื่องความรักด้วยนา
โคโตโกะ-เราไปกันเองก็ได้อย่าไปสนฮิคาริเลย...ซัง
ฮิคาริ-อืม ความรักเหรอ ลองไปดูก็ได้ อยากรู้เหมือนกันว่าโคโตโกะ จะได้ใครเป็นแฟนน้อ คงจะตลกน่าดู
โคโตโกะ-เชอะ ของพรรค์นี้ไม่ลองไม่รู้ย่ะ อาจดีกว่าหล่อนก็ได้
ในที่สุดก็ได้ข้อตกลง เราทั้ง3จึงไปที่ตำหนักหมอดู
ผม-โอ้โห แถวยาวจังแฮะ
ฮิคาริ-ไม่ต้องดูก็ได้มั้ง...จัง เอาเวลาไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า
ผม-ไม่เป็นไรน่าเสร็จเร็วจะตายไปรอแป๊บเดียวเอง ผมพูดให้เธอใจเย็นอีกอย่างกันไว้ไม่ให้ทะเลาะกันกับโคโตโกะอีก
ขณะที่ผมกำลังรอเข้าแถวอยู่นั้นผมก็เหลือบมองไปข้างหลังแบบบังเอิญ อ๊ะ! ทาคุมิ มันพาสาวคนอื่นอีกแล้วมาต่อแถว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าผมอยู่ข้างหน้าแค่ไม่กี่คนเอง แน่นอนคราวนี้ผมไม่ยอมให้เกิดแบบครั้งที่แล้วแน่ อีกอย่างสถานการณ์ตอนนี้เลยร้ายสุดขีด ปล่อยไว้ไม่ได้อีกแล้ว ผมจึงคิดแผนขึ้นมาได้
แล้วก็ถึงคิวของผมสักที ผมก็พาฮิคาริกับโคโตโกะเข้าไป เจ้าทาคุมิก็มัวแต่หลีสาวอยู่นั่นแหละ ไม่ได้สนใจผมเลย เข้าทาง ผมพาทั้ง2คนเข้าไปทำนาย ครับอย่างที่พวกเราเคยเล่นกันหุ่นยนต์จะทำนายให้ เสร็จแล้วผมก็ให้ทั้ง2ออกไปก่อนโดยผมอ้างว่าจะหาของที่ทำตกตอนทำนายไว้ คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าทาคุมิสักที
มันเดินเข้ามากับสาวโดยไม่รู้อะไรเลยว่าผมเตรียมการไว้แล้ว ว่าแล้วมันก็สังเกตแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร มันก็เลยเอ่ยถามขึ้นมา
ทาคุมิ-อ้าว วันนี้ไม่เห็นเป็นหุ่นยนต์นี่นา ช่างเถอะ ดูดวงให้พวกเราทีนะครับหมอ
ว่าแล้วมันก็เขยิบตัวเข้าไปชิดกับสาวที่มันพามา แล้วการทำนายอันแม่นยำก็เริ่มขึ้น
หมอดู-คุณกำลังหนีเพื่อนคุณมาใช่ไหม?................................................
ทาคุมิ-!!!
หมอดู-คุณแกล้งเขาโดยการชวน2สาวที่ไม่ถูกกันมาให้เขาป่วนใช่ไหม?...................................................
ทาคุมิ-โอ้โหแม่นจังเลย แล้วยังไงต่อฮะ
หมอดู-แล้วเขาก็แค้นคุณมากด้วย เขากำลังตามหาคุณตาลีตาเหลือกเชียวล่ะ....................................................
ทาคุมิ-แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ
ผม-ก็ปลอมตัวเป็นหมอดูอยู่นี่ไง! แล้วคำทำนายต่อไปคือ คุณจะต้องเจ็บตัวแน่นอน! แก ทาคุมิ! คราวนี้ไม่รอดแน่
ทาคุมิ-เฮ้ย! ...คุง ปลอมตัวเป็นหมอดูเหรอเนี่ย เอ่อ คือ ฉันอธิบายได้นะ คือฉัน ฉันจะ เอ่อ ทดสอบความสามารถในการไกล่เกลี่ย นายไง
ผม-แล้วไง!
ทาคุมิ-ก็ ก็ เอ่อ ! เฮ้ย อย่า! ฉัน โทษที ! ไม่!!! อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา
ผมใช้วัตถุสีดำกระหน่ำมันจนยับ(เอาอีกแล้วเรา) สนับมือไง เอ้อ (เดี๋ยวก็เป็นฟิกเรทอีกหรอกเรา ได้อิทธิพลมาเต็มเลยเรา) ส่วนสาวที่มันพามาด้วยก็ตกใจหนีไปแล้วล่ะผมเลยละเลงได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
ครู่ใหญ่ต่อมา ทาคุมิกับผมเดินออกมาจากตำหนักดูดวง ผมออกมาในสภาพเหงื่อแตกท่วม ทาคุมิออกมาในสภาพน่วม (เอ แล้วคนอื่นมันจะมองเราไปทำอะไรกันมาฟะเนี่ย)
ทาคุมิ-โอย~~~~~
ผม-ฮึ สำนึกรึยังฮะ! คราวหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ นายก็รู้ใช่ไหมว่า2คนนี้ไม่ถูกกัน ทำฉันซวยแทบแย่
ทาคุมิ-สำนึกแล้วคร้าบ
ผม-สำนึกก็ดีแล้ว ไป! ไปดึงใครสักคนออกมาเลยไม่งั้นเดี๋ยวตูมขึ้นมามันจะสายเกินแก้
ว่าแล้วทาคุมิมันก็ไปคุยกับ2สาวครู่ใหญ่มันก็พาฮิคาริไปเดินเที่ยวได้โดยไม่มีปัญหา อื้อหือ มันเก่งเรื่องจีบสาวจริงๆ ทั้งที่ทั้ง2คนนี้กำลังทะเลาะกันรุนแรง มันก็อุตสาห์ไปยุติสงครามใจกลางสวนสนุกลงได้โดยง่าย ส่วนผมก็แยกไปกับโคโตโกะคนละทางกับฮิคาริ รอดไปทีเรา
และแล้วตอนเย็นก็มาถึง ผมซึ่งคู่กับโคโตโกะ ก็มาเจอกันกับคู่ทาคุมิกับฮิคาริ เพื่อลากันก่อนกลับ
ผม-งั้นวันนี้แค่นี้ละกันนะ
โคโตโกะ-อื้อ ขอบใจมากนะ...ซัง สนุกมากเลย
ฮิคาริ-แล้วมาด้วยกันอีกนะ...จัง แต่ยัยโคโตโกะ ไม่ต้องมาก็ได้
โคโตโกะ-เชอะ หล่อนน่ะแหละ
แล้วทั้ง2ก็แยกกันกลับบ้าน
ฮิาคริ+โคโตโกะ-ไปก่อนน้า
ผม-ฮืม! เฮ้อรอดตายซะที ยังไงก็ขอบใจมากนะทาคุมิที่ชวนมา แม้จะวุ่นวายไปหน่อย
ทาคุมิ-เชอะ อัดมาเต็มๆหมัดเลยนะ เจ็บชมัด
ผม-น่า โทษที คนมันกำลังเดือดนะ
ทาคุมิ-แต่ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะฮ้า
ผม-เฮ้ย!?
ทาคุมิ-ฮะฮะ ล้อเล่นน่า ไปก่อนะแล้วเจอกัน
ผม-เออ.... ตกใจอีกแล้วตู สุดท้ายมันกลับใจได้จริงรึป่าววะเนี่ยไอ้เจ้าทาคุมิ





........................................................

เมื่อToki2เกิดตรงข้าม ตอน10 เหตุเกิดที่ลานสกี
ณ.ฤดูหนาวต้นเดือนมกราคม ปี2000

ช่วงนี้ยังเป็นช่วงหยุดหลังสอบเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เหลืออีกไม่กี่วันก็เรียนตามปกติแล้วพรุ่งนี้ก็วันอาทิตย์ซะด้วย จะปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆก็ไม่ดีเหลืออีกแค่2ปีเอง ชวนสาวไปเดทดีกว่าว่าแล้วก็โทรหาซะเลย ตอนนี้ก็หน้าหนาวตามกระแสหน่อยไปเล่นสกีดีกว่า อืมโทษชวนใครดี อา!โทรหามิยูกิดีกว่าดูท่าเธอชอบเล่นสกีด้วย
.........TELLLLL.......
?เอทำไมไม่มีใครรับเลยท่าทางไม่อยู่แฮะ ไปไหนของเขากันน้า......ช่างเถอะโทรหาคาโอริซังแทนก็ได้ว้า เธอก็ชอบเล่นกีฬาเหมือนกัน
.........TELLLLL.. กริ๊ก! Yesต้องอย่างนี้สิ
คาโอริ-ฮัลโหล ยาเอะ คาโอริค่า
ผม-อ่า คาโอริเหรอนี่ผม...คุงนะ
คาโอริ-อ้าว...ซังเองเหรอ มีอะไรเหรอ?
ผม-อ๋อ พรุ่งนี้ว่างไม๊ ว่าจะชวนไปเล่นสกีกันหน่อย
คาโอริ-ว่างสิ กำลังเบื่อพอดีเลย หิมะตกเลยไม่ได้เตะบอลมาหลายวันแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยก็ดี
ผม-ดีเลย งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่สถานีรถไฟตอน10.00น.นะ
คาโอริ-ได้เลย บาย

ตัดมาเลย ณ.ช่วงเวลา9.50น. มาก่อนอีกแล้วคราวนี้จงใจนะ ไม่ใช่ซัดกาแฟแบบคราวก่อนแล้วน่า คาโอริก็ยังไม่มาซะทีแฮะช่วงที่รอนี้ผมก็มองอะไรเล่นๆ อ๊ะ!นั่นมิยูกินี่นามากับทาคุมิด้วย ดูเหมือนมิยูกิจะสังเกตเห็นผมแล้วเธอก็เลยเดินเข้ามาทักผมตามนิสัยเขา พร้อมๆกับทาคุมิ(ฮึ่ม)
มิยูกิ-อ๊า ไง...จัง
ผม-ไงยักกี้(ชื่อเล่น(มั้งนะ))เพิ่งกลับมาเหรอ
ทาคุมิ-กำลังจะไปพอดีเลย
ทาคุมิพูดแทรกขึ้นมา ผมก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมเมื่อวานนี้โทรไปหามิยูกิแล้วถึงไม่มีใครรับ โดนเจ้าหมอนี่ตัดหน้าซะก่อนชักหวั่นๆว่าจะต้องมีศึกแย่งชิงกับหมอนี่ในช่วงท้ายปี3ซะแล้วสิ อ้าคาโอริมาพอดีเลยผมเลยโบกมือเรียกเธอ
ผม-เฮ้~~~ทางนี้คาโอริ
เธอวิ่งเข้ามาหาผมด้วยอาการเหนื่อพร้อมทั้งถามผม
คาโอริ-แฮ่กๆ โทษทีนะ...ซัง มาสายไปหน่อย รอนานไหม?
ผม-ไม่หรอกไปกันเถอะ
ทันทีที่ผมกำลังจะเดินไปที่รถไฟทาคุมิที่กำลังรอรถไฟขบวนเดียวกันใกล้ๆกับผมนั้นก็เข้ามาคุยกับผม
ทาคุมิ-นี่...คุง เรารวมกลุ่มไปด้วยกันทั้ง4คนเลยไหม?
ผมยังไม่ตอบยืนงงกับคำชวนของมันอยู่ มันจะมาไม้ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันอยากเกาะกลุ่มกันเพื่อความสนุกหรืออยากจับปลาสองมือกันแน่ หรือมันมีแผนแบบตอนวันคริสต์มาสอีกกันแน่(ถ้ามันยังไม่เข็ดนะ) มิยูกิที่ยืนอยู่ข้างๆทาคุมิได้ยินเหมือนกัน ตามนิสัยเธอชอบสังสรร เธอก็เลยชวนผมตามนิสัยสนุกบริสุทธิ์ของเธอด้วยเหมือนกัน
มิยูกิ-นี่!ๆ ...จัง ไปเถอะ หลายๆคนคุยกันสนุกดี ไม่เหงาด้วยนา ไปนะไปนะ
เช่นกันคาโอริที่ยืนใกล้ผมก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เธอก็ชวนผมด้วยเหมือนกัน
คาโอริ-ไปหลายคนก็ดีนะ...คุง เล่นกันสนุกเลย
ผมเองก็คงต้องตกลงไปตาม2ที่สาวว่ามา ช่างเถอะเจ้าทาคุมิมันคงบริสุทธิ์ใจน่ะ ผมก็เลยตกลงไปตามนั้น ว่าแล้วพวกเราทั้ง4ก็ไปกันที่ลานสกีด้วยกัน
ณ.ลานสกี
เมื่อไปถึงพวกเราก็เล่นกันอย่างสนุกสนานตามปกติ อืมเจ้าทาคุมิมันก็ปกติดีนี่ เล่นตามภาษาของมันคุยกันสนุกสนาน เราคงคิดไปเองมั้งผมนึกในใจ เราไปเล่นมั่งดีกว่า อา...ทาคุมิมันกำลังคุยเพลินๆกับคาโอริเลย งั้นเราไปเล่นกับมิยูกิแทนดีกว่า
ผม-เฮ้!ยักกี้ เล่นสกีด้วยกันไหม
มิยูกิ-เอาสิ! เอาสิ! แข่งกันนะ...จังใครจะไปถึงข้างล่างก่อนกัน
..................................................................
ครู่ใหญ่ต่อมาพวกเราทั้ง4ก็มารวมตัวกันข้างบนเขา ผมเห็นว่าเราก็เล่นกันมานานพอดูแล้วเลยเอ่ยชวนกลับกัน
ผม-เอาล่ะ เล่นกันสนุกจังเลยวันนี้กลับกันเลยไม๊
คาโอริ-อืมก็ดีนะ เริ่มเหนื่อยเหมือนกัน
มิยูกิ-อืม!กลับเลยก็ดีนะ แหมวันนี้สนุกดีนะ คราวหลังมาอีกนะ
ทาคุมิ-อื้ม!
เมื่อพวกเราพ้องใจกันแล้ว ผมก็หันหลังจะเดินกลับเข้าบ้านพักเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมกลับ โดยทาคุมินำไปก่อน มิยูกิกับคาโอริก็เดินตามไปผมตามหลัง ทันใดนั้นเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น มีลมพัดเข้ามาซึ่งลมนี้ก็แรงไม่ใช่ย่อยเลย อะไรกัน!อากาศแปรปรวนหรือเนี่ย! แย่แล้ว! ผมพยามทรงตัวในสภาพที่ใส่รองเท้าสกีไว้ ด้วยที่ว่าการทรงตัวดีกอร์ปกับน้ำหนักของผมและทิศทางที่ผมยืนอยู่นั้นทำให้ผมสามารถทรงตัวได้โดยลำบาก เรื่องมันน่าจะหยุดแค่นี้ เพราะเจ้าทาคุมิแท้ๆ เนื่องด้วยมันตัวเบาเมื่อลมพัดเข้ามามันเลยถูกลมตีเข้ามันเลยเซถลาไหลมาทางลงเขา เป็นความซวยของ2สาวมิยูกิกับคาโอริที่ตามมาข้างหลังที่กำลังเสียหลักเช่นกัน พวกเธอถูกทาคุมิซึ่งโดนลมพัดเกี่ยวให้ไหลลงตามไหล่เขาเช่นกัน ส่วนผมเองที่อยู่ท้ายสุดนั้น.....ครับผมหนีไม่ทันหรอกโดนเกี่ยวเข้าเต็มๆเลย พวกเราทั้ง4เลยไหลลงไป(เพราะลมแท้ๆ รู้งี้เดินนำทาคุมิก็แล้วเรื่องแล้ว ปล่อยมันตกลงมาคนเดียว)ตามลานสกีที่แสนลาดชัน พวกเราลื่นออกนอกเส้นทางเนื่องด้วยทางแสนชันพวกเราทั้ง4ไม่สามารถหยุดได้
ว้าก!~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ตุ้บ ครืน~~~~~~~~~~ตึง พวกเราทั้ง4ตกลงมาในถ้ำที่ตีนหุบเขา หิมะก็ไหลลงมาปิดทางออกอีก แต่ยังโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก เมื่อเห็นเช่นนั้นผมก็เลยรีบลุกขึ้นมาดูอาการคนอื่น ไม่ไหวเลยมืดไปหมดเลยมองไม่เห็นอะไรเลย ผมจึงเอื้อมมือเข้าไปหยิบไฟฉายในกระเป๋าหลัง ทันใดนั้นเองก็มีคนมากอดผม สงสัยมิยูกิแหงเลยแล้วเธอจะบอกขอโทษเรา ผมคิดงั้น ผมเลยหยิบไฟฉายส่องดูหน้า
ทาคุมิ-ขอโทษ ขอโทษ
เฮ้ย!ทาคุมินี่หว่าปล่อยนะแก โธ่เว้ยก็นึกว่เป็นEventของมิยูกิซะอีก ปล่อย! ทาคุมิมันกอดผมแน่นด้วยอาการของคนที่ตกใจสุดขีด ผมจำต้องเรียกสติมัน เช่นที่ว่าแล้วผมจึงส่งมันไปติดผนังอย่างแรงทันทีด้วยอัตราเร็วประมาณ60Km/Hโดยมีจุดกำเนิดจากพื้นรองเท้าคู่ที่ผมใส่อยู่นั่นเอง(ถอดรองเท้าสกีออกแล้ว) ออกไปนะแก!ย้าก!~~~~~~ป้าบ!
ทาคุมิ-อือ....เอ๋เกิดอะไรขึ้น โอ้ย!แล้วทำไมฉันมาติดผนังยังงี้ ...คุงแกทำอะไรช้าน!
ผม-ก็เรียกสติแกอ่ะเดะ เพราะแกแท้ๆพวกเราถึงติดอยู่ในถ้ำอย่างงี้
ว่าแล้วผมก็รีบไปดูมิยูกิกับคาโอริทันที
ผม-ยักกี้ คาโอริ เป็นอะไรรึปล่าว
มิยูกิ-อือ อะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ช้ำนิดหน่อยเอง
ผม-เฮ้อ โชคดีจัง แล้วคาโอริล่ะ
คาโฮริ-ไม่เป็นไรมากหรอกแค่แขนเคล็ดหน่อยน่ะ
ผม-อืม แล้วจะทำไงต่อดีล่ะเนี่ยทางออกก็ถูกปิด
ทาคุมิ-เราเดินเข้าไปหาทางออกเองกันดีไหม? ทาคุมิเสนอ
มิยูกิ-จะรอดีรึปล่าวล่ะ อาจมีคนเห็นเราตอนไหลลงมาก็ได้นะ
คาโอริ-ไม่นะ ตอนที่ลมพัดคงไม่มีใครทันมองเราหรอก
ผม-........................
สถานการ์ณเริ่มเครียดขึ้นสุดท้ายทาคุมิเลยตัดสินใจอย่างแน่วแน่ขึ้นมา
ทาคุมิ-เราไปหาทางออกกันเองเถอะ
ผม-เราน่าจะรอคนมาช่วยนะ ผมบอกไปอย่างใจเย็น
ทาคุมิ-ไม่ล่ะกว่าจะมีคนมาช่วยมีหวังหิวตายพอดี นายไม่ไปฉันไปคนเดียวนะ
เมื่อมันพูดถึงขั้นนี้แล้วผมจึงตกลงไปกับมันไม่งั้นมันอาจใช้คารมอันเป็นต่อดึง2สาวนี้ไปด้วยก็ได้ ผมจึงออกนำไปตามถ้ำซึ่งมีทางเดินเข้าไปเป็นอุโมงค์ ผมเดินมาประมาณเกือบ10-15นาทีได้เส้นทางก็แสขขรุขระข้างทางก็เป็นน้ำแข็งแหลมๆ ในใจก็คิดพะวงว่าถ้าถ่านไฟฉายหมดกลางขึ้นมาจะทำไงดี มืดอย่างงี้ทางขรุขระอย่างนี้ขืนไม่เห็นทางมีแต่ตายกับตายเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็มีแต่ไปต่อเท่านั้น ผมเดินนำมาต่อจนมาชงักกับทางข้างหน้า มันเป็นถ้ำที่เหมือนห้องโถงกว้างๆข้างบนเพดานเป็นน้ำแข็งย้อยอันแสนสวยงามแสงไฟฉายสะท้อนไฟไปมาสว่างจ้าน่าดูแต่ความสวยงามนั้นอันตรายยิ่งนัก ผมรู้สึกปอดๆจึงรีบบอกให้พวกเรารีบเดินผ่านตรงนี้ไปเร็วๆ ขณะที่ผมกำลังรีบเดินผ่านไปนั้นน้ำแข็งย้อยแท่งแหลมคมกว่าใบมีดบนเพดานเหนือหัวผมก็เกิดร่วงลงมาแบบไม่รู้ตัว ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นคาโอรินั้นได้ไหวตัวทันซะก่อนเหลือขึ้นไปเห็นน้ำแข็งที่กำลังตกลงมาอย่างเร็วนั้น
คาโอริ-...อันตราย! เปรี้ยง!
ป้าบ! ฉึก!
มิยูกิ+ทาคุมิ-กรี้ด~~~~~~~~~
.....................ทั้ง2คนยังอึ้งอยู่ที่เห็นผมติดผนังโดนคาโอริเตะผมออกมาจากจุดอันตรายทันพอดี น้ำแข็งที่ตกลงมาฝังไปในดินอย่างลึกมาก ซึ่งบ่งบอกถึงความรุนแรงไม่ว่าจะโดนส่วนไหนของร่างกาย
ผม-อ้อย! ขอบใจที่ช่วยนะ แต่เปลี่ยนเป็นผลักแทนไม่ได้เหรอ โอยเตะเข้าสีข้างเต็มๆเลยนะ
คาโอริ-แฮะๆโทษทีๆมือมันเคล็ดน่ะ
เปรี้ย! เปรี้ย! เปรี้ย!
ผม-เห? เสียงอะไรน่ะ ผมเหลือขึ้นไปดูบนเพดาน เฮ้ย!น้ำแข็งย้อยกำลังจะร่วงลงมา วิ่งเร็วๆ
ผม-เพราะเธอเตะฉันใส่กำแพงแท้ๆ วิ่งเร็วพวกเรา ตึก! ตึก! ตึก!
คาโอริ-โทษที มันไม่มีทางเลือกนี่ ตึก! ตึก! ตึก!
มิยูกิ-ว้าย! ตึก! ตึก! ตึก!
ทาคุมิ-ว้าก!!!ตึก! ตึก! ตึก!
ครืน!!!!!! ฉึก!!!!!! ฉึก!!!!!!!!!!!!!!!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทันเวลาแบบฉิวเฉียด พวกเรารอดได้ทั้งหมด
ผม-แฮ่กๆ ทันเวลาพอดี อันตรายชมัด รีบไปต่อเถอะเราไม่มีเวลามากแล้วเพราะเราใช้ไฟฉายมานานพอดูแล้ว
ผมรีบนำทางต่อสถานการ์ณเริ่มอึดอัดมากขึ้น ผมแก้ไขไม่ได้แล้วเพราะผมเองก็เกือบตายมาเหมือนกันทำได้แค่เป็นผู้นำที่สงบนิ่งที่สุดเท่านั้น เราเดินไปต่อสักพักก็มีทางแคบๆที่ต้องผ่านไปเป็นทางพอให้เดินไปย่างช้าๆเพราะมันกว้างประมาณตรอกแคบเท่านั้นเองข้างๆก็เป็นทางน้ำใต้ดินอันแสนเชี่ยว ตกไปล่ะไม่เหลือแน่ ผมยืนท้ายให้ทาคุมิไปก่อน เพราะผมต้องคอยส่องไฟ ทาคุมิเดินข้ามไปอีกฟากได้โดยสวัสดิภาพ(ส่งมันเป็นหนูลองยา) คราวนี้คาโอริก็ค่อยๆเดินตามไป ขณะที่มิยูกิกำลังจะเดินไปผมซึ่งส่องไฟอยู่ข้างหลังรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกเหมือนไดโกะในสิงห์ผจญเพลิงยังไงยังงั้น ผมจึงหันไปมองข้างหลังปรากฎว่าเพดานกำลังจะถล่มมะรอมมะร่อแล้ว ผมเห็นไม่ทันการแล้วผมเลยรีบวิ่งไปคว้าตัวมิยูกิแบบไม่รีรอ ครืน~!!!โครม!!! จริงด้วยเพดานถล่มมาจริงด้วย ทันรึปล่าวนี่ ฮึบ!
ตูม! ตูม!
ทาคุมิ+คาโอริ-กรี้ด~~~~~(อีกแล้ว)
...........................
ผม-นี่ยักกี้ลุกทีเถอะ จะนั่งทับฉันอีกนานไหมหนักนะ
มิยูกิ-อา อา อ๊ะ! โทษที โทษที ขอบใจนะ เกือบไปแล้วดีที่กระโดดทัน แย่จังหิมะอุดทางกลับแล้วล่ะ
แย่ชมัดบรรยากาศอึดอัดสุดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วมีอย่างเดียวคือต้องไปให้ถึงที่สุดเท่านั้น กลับก็ไม่ได้ทางถูกปิดแล้ว โชคดีคราวนี้เส้นทางไม่มีอุปสรรคอะไรแล้วผมเดินตรงมานานพอดูทั้ง3คนข้างหลังผมก็ตามโดยเงียบ โดยเฉพาะเจ้าทาคุมิเจ้าของความคิด พวกเราเดินมากันอย่างเงียบๆนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วโดยยังมีความหวังเล็กๆว่าปลายทางต้องมีทางออก แต่แล้วความหวังของพวกเราต้องดับวูบเมื่อปลายทางที่พวกเราพึ่งมาถึงนี้เป็นทางตัน ผมยืนพิงผนังทางตันก้มหน้า มิยูกิทรุดตัวลงไปนั่งกองบนพื้น ทาคุมิก้มหน้าเงียบ คาโอริหันหน้าเข้าหากำแพง ทุกคนกำลังเครียดสุดๆความท้อแท้ประดังเข้ามา และถ่านไฟฉายก็หมดลง ความมืดเข้ามาครอบครุมทั่วทิศ
ว้าก!!!!~~~~~~~~~ ผมระบายความอึดอัดอย่างที่สุดโดยการถีบผนังอย่างแค้นสุดๆ โว้ย! ตึง! ว้าก! ตึง! ผมถอยมาอย่างไกลกระโดดถีบผนังเต็มที่โดยไม่คิดแล้วขาจะหักก็ช่างด้วยความอึดอัดที่ทับถมอย่างไม่มีทางเลือก ทั้ง3คนยังเงียบโดยเข้าใจสถาณภาพของตัวเองดี ว้าก! ปึง! ผมถอยตัวมาอีกครั้งกวิ่งกระโดถีบเต็มแรง เปรี้ยง! โครม! หา! โครมเหรอ!
ผม-!?!?!?
ปรากฎว่าผนังที่กันอยู่นั้นก็พังลง ไม่น่าเชื่อผนังที่กั้นนี้ไม่หนาเท่าไรเลย อาจเป็นเพราะความเครียดเลยทำให้มองข้ามเรื่องนี้ไปเลย พวกเราทั้ง4รีบวิ่งออกมาจากถ้ำ อา...แสงแดดนี้สายลมนี้ ผมกำลังจะหายเครียดอยู่แล้ว แต่เมื่อผมมองไปข้างหน้าปรากฎว่า ปรากฎว่า เรามาอยู่หน้าถ้ำที่เราตกมาตอนแรก นี่เราเดินอ้อมใจกลางภูเขาหิมะมาโผล่ด้านตรงข้ามหรือนี้ แต่ที่แค้นสุดๆเมื่อผมเห็นถ้ำที่เพิ่งเปิดทางออกเสร็จโดยคนงานกับหน่วยกู้ภัยแต่ละคนหน้ายังกับตาลุงภารโรงในโลโก้ห้องสุเคเบยาโร พวกเขายังงงเราเลยว่ามาโผล่ที่นี่ได้ไง ผมรู้สึกเครียดอีกครั้ง เปรี้ย!
ผม-ทาคุมิ! ไอเดียแกดีมากนะ อยู่เฉยๆไม่มีใครเจองั้นเหรอ? ฮึ่ม ทำฉันเกือบตายหลายหนแล้วนะ อย่าหนีนะมาให้ฉันอัดแกซะดีๆ!
ทาคุมิ-อ๊า~~~~~~~ ไม่ใช่นะฟังก่อนสิอย่าน้าาาาาา~~~~~!
มิยูกิ+คาโอริ-ฮะฮะฮะ
ผม-คราวหลังฉันจะไม่มาเดทหมู่กับแกแล้วเจ้าทาคุมิ




..................................................

เมื่อToki2เกิดตรงข้าม ตอน11 เรื่อง...มันเกิดในเดือนกุมภา
เช้าศุกร์ที่11กุมภาพันธ์ปี2000

เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งจ็อกกิ้งมาทางลานว่าง ไม่ใช่หนุ่มคนไหนหรอกผมเองแหละ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ...... ฟู่ ...... เฮ้อ! ได้เหงื่อดีจัง ผมหายใจเข้าออกแรงๆหลังจากการวิ่งเบาๆมาเป็นเวลาระยะหนึ่ง เพื่อเป็นการผ่อนคลายพลางยืดเส้นไปด้วย
อากาศช่วงเช้าของวันหยุดนขัตตฤกษ์ของต้นช่วงเดือนนี้อากาศช่างดีจริง ผมจึงใช้เวลาในวันหยุดนี้พักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ามาเป็นเวลานานทั้งเรียนและเดท(ไอ้อันนี้แหละตัวดีเหนื่อยบรมเลย)โดยการมาวิ่งจ๊อกกิ้งเพื่อสุขภาพเลย ผมออกวิ่งจากบ้านจนมาถึงโรงเรียนมัธยมฮิบิคิโน ไกลเหมือนกันนะนับ10กิโลเมตรเชียวนะ แสดงว่าผมแข็งแรงไม่ใช่เล่น..........(อย่าโกหกดีกว่า...ครับจริงๆแล้วผมขึ้นรถไฟมา แล้วออกวิ่งจากสถานีรถไฟไปไม่ถึง2กิโลเมตรเลย แฮะๆก็บ้านอยู่ไกลนี่วิ่งจริงๆไม่ไหวหรอกขนาด2กิโลเมตรยังหอบเลย) หลังจากที่วิ่งมาจนเหนื่อยพอแล้วผมจึงเปลี่ยนมาเป็นเดินแทน ว่าจะเดินกลับบ้านไปอาบน้ำนอนดูทีวีสบายใจเปรมปรีย์ ผมเดินลงมาจากเนินของโรงเรียนเดินมาจนถึงร้านขายขนมแล้วจึงข้ามถนนมายังที่ว่าง ตอนนี้ก็ไม่ว่างแล้วล่ะเหมือนจะมีอะไรมาตั้งแสดงสักอย่างนี่แหละ หลังข้ามถนนมาผมก็ชงักไปชั่วเวลาหนึ่งเมื่อผมเห็นลิงตัวหนึ่ง...
ผม-ตัวอะไรวุ้ยเนี่ยใช่ลิงแน่รึล่าวหว่า? ผมก้มเข้าไปดูใกล้ๆลิงตัวเล็กๆตัวที่ว่า
???-กี กี่ กี๊~~~~ ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงทราบบ้างแล้วว่าผมจะเจอใคร โดยเฉพาะ...สมาคม----ปี้บ-----ของเรา
เอ...ลิงนี่หว่า ผมยืนดูด้วยความสนใจ ผมจึงยื่นมือโดยกะจะลูบหัวทันใดนั้น ง่ำ!...จ๊าก!!! มันกัดนิ้วผ้มมมม
ผม-จ้ากกกกก ซี้ดดดดด~~~~
ขณะที่ผมยืนกุมอยู่(นิ้วนะไม่ใช่...เอ้อ...ไม่ใช่แบบโฆษณาน่ะ) ก็มีเสียงประมาณว่าเป็นเด็กน่ะ บ่นมาทางข้างหลังผม " เดย์จี้! " อะอ๋า!เสียงน่ารักจังแฮะ ผมหันหลังไปมองต้นเสียง เธอกำลังเดินเข้ามาหาผมเพื่อขอโทษแทนลิงตัวนั้น
สุมิเระ-ขอโทษแทนเดย์จี้ ลิงของฉันด้วยนะคะ
ผม-ไม่เป็นไรมิได้ครับ เอ่อ คุณ....เอ่อ
สุมิเระ-หนูชื่อสุมิเระค่ะ เธอเอ่ยแนะนำชื่อตัวเองอย่างนอบน้อมตามมารยาทเด็กกับผู้ใหญ่(ไม่โลนะ)
ผม-สุมิเละ! ใช่ไหมครับ ผม...คุงครับ ผมแนะนำตัวบ้าง
สุมิเระ-สุมิเระค่ะ! ฟังให้ดีหน่อยสิคะ ชื่อออกจะเพราะเสียหมด
ผม-ตายล่ะ! ขอโทษทีฟังไม่ชัด เอ้อ ว่าไปแล้วพี่(นั่นเลยขึ้นพี่เลยนะ ผมเริ่มพูดตีสนิท)ไม่คุ้นหน้าน้องเลยนา ไม่ใช่คนเมืองนี้เหรอ?
สุมิเระ-ค่ะ คือครอบครัวหนูเป็นคณะละครสัตว์ค่ะ เลยตระเวณไปทั่ว ช่วงนี้ก็มีคิวแสดงที่เมืองฮิบิกิโนน่ะค่ะ
ผม-อ๋อ! ใช่คณะที่ชื่ออะไรน้า นึกไม่ออกเห็นในฮิบิกิโนวอชเชอร์ อืม...อา!ใช่ๆทาเคฮิโหล!เซอร์คัสใช่ไหม?
สุมิเระ-ทาเคฮิโร! เอ...อะไรของพี่นะ
เธอเริ่มอารมณ์เสียกับการที่ผมพูดผิดซะแล้ว ผมจึงพูดตัดบทไป
ผม-อ่า ลิงตัวนี้น่ารักจังชื่ออะไรเหรอเนี่ย?
สุมิเระ-อ๋อ ตัวนี้น่ะเหรอ มันชื่อเดย์จี้ค่ะ
ผมเดินเข้าไปทักลิงน้อยตัวนี้อีกรอบพลางทักชื่อมัน
ผม-ไงจ๊ะ เดจิโกะ! (นั่นๆ ไหนบอกว่าไม่โลไง)
สุมิเระ-อะแฮ่ม! เอ่อมันชื่อเดย์จี้!ค่ะ หูพี่ไม่ดีหรือคะ
สุมิเระเริ่มรำคาญมุขผมขึ้นอีกแล้ว
ผมมองไปทางเด็กน้อยน่ารักคนนี้ เธอยืนย้อนแสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ตัดมาทางข้างหลังเธอสะท้อนกับผมเป็นแสงน้ำเงินเรื่อๆระยิบระยับ โอว...เธอมีเสน่ห์แบบเด็กๆจริงๆ
ใจผมเต้นตึกตัก ผมมองไปทางเธอ เธอก็มองมาทางผม ตาเธอก็กลมน่ารักบ้องแบ้วด้วย ดูมีเสน่ห์อีกเช่นกัน น่ารักมาก ผมอดใจไม่ไหวถลาเข้าไปหาเธอ ระยะห่างแค่นั้นเธอหนีผมไม่ได้แน่ ผมพุ่งเข้าไปกอดเธอด้วยความรวดเร็วชนิดที่เธอตั้งตัวไม่ทัน บรรยากาศช่วงนั้นเป็นใจเหลือเกินไม่มีคนผ่านมาซะด้วย หัวใจผมเต้นแรงลมหายใจร้อนรุ่ม เลือดลมสูบฉีดอย่างแรงทั่วทั้งร่างกาย เหงื่อผมเริ่มออก ผมดึงเธอเข้ามากอดอย่างแน่น มือที่โอบข้างหลังทั้ง2ข้างก็เอื้อมไปที่.....พร้อมทั้ง......
"นี่! ...คุง คิดอะไรอยู่น่ะ?" สุมิเระเห็นผมยืนยิ้มแปลกๆน่าตาจริงจัง เธอคงสงสัย
เฮือก!? ผมสดุ้งอย่างแรงจนหลุดออกจากภวังค์ เฮ้ย!นี่เรากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ยเรา ไม่น้า~~~เราไม่ใช่โลลิคอนนะเฟ้ย(หึ หึ นายอย่าหนีความจริงเลย...คุง นี่แหละอาการขั้นต้นแล้ว) โอยกลับก่อนดีกว่าไม่งั้นคิดมากแน่ผมจึงลาสุมิเระ
ผม-งั้นพี่ไปก่อนนะ ไว้ว่างๆพี่จะมาดูน้องแสดงนะ ว่าแล้วผมก็ออกวิ่งกลับ
"ต้องมาจริงๆนะ" สุมิเระตะโกนตามหลังผมมาด้วยน้ำเสียงของคนที่ดีใจ เธอคงเหงาเพราะต้องตระเวณไปทั่วจนไม่มีเวลาเข้าสังคมคบเพื่อนน่ะ

3วันต่อมา 14 กุมภา วันว้า~~~เลนไทน์ ของขวัญจากใจขอมอบแด่คุณ
ครับวันวาเลนไทน์มาถึงแล้ว ผมเดินไปโรงเรียนแต่เช้า อืม...ดีสิเข้าทางผมเลยรับช็อคโกแลตแล้วว่าจะชวนเธอไปเที่ยวที่คณะละครสัตว์เลยเป็นการขอบคุณไปในตัว นี่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย อา...ว่าแต่จะชวนใครดีล่ะเนี่ย
ขณะที่ผมเดินคิดไปนั้น ฮิคาริก็วิ่งเข้ามาทักผม ...คุงรอเดี๋ยว!
ฮิคาริ-อ่ะ นี่!ช็อคโกแลตวันวาเลนไทน์ เธอหยิบช็อคโกแลตในกระเป๋าให้ผม
ผมก็รับมาแล้วยิ้มพลางขอบคุณเธอแล้วเดินเข้ามาในโรงเรียน ระหว่างทางก็มีเพื่อนสาวหลายคนให้ช็อคโกแลตผมไม่ว่าจะเป็นโคโตโกะ มิยูกิ คาเอเดโกะ คาโอริ และอากาเนะ(จากที่เคยบอกอ่ะนะว่าสมมุติว่าผมใช้ Action Replay ง่ะฉนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีสาวๆมาให้ช็อคโกแลต หึหึ) แต่ผมก็ยังคืดไม่ตกว่าจะชวนใครไปดี จนเวลาผ่านไปช่วงเที่ยงมิโฮะก็เดินเข้ามาในห้อง อึ๋ย! คู่กัด!เข้ามาทำอะไรเนี่ย เฮ้ย!จำได้ว่าช่วงหลังนี้เราไม่เคยไปกวนอะไรเธอเลยนี่หว่า เธอเดินเข้ามาทางผมอย่างเร็วเอามือล้วงเข้าไนกระเป๋าทำหน้าจริงจังมาก จะหยิบอะไรออกมาเนี่ย มีด!เหรอ
ผม-ว้าก!ใจเย็นๆมีเรื่องอะไรก็ค่อยๆพูดกันก่อน! ผมบอกเธอพร้อมยกมือขึ้นมาเป็นการ์ด มิโฮะมองผมด้วยท่าทีงงๆและพูดว่าผม
มิโฮะ-เป็นอะไรของนายน่ะ? กลัวอะไร เอาช็อคโกแลตมาให้ ไม่ได้มาฆ่านายซะหน่อย
ผม-!? อะไรนะหูฉันฝาดรึปล่าวเนี่ย เธอเนี่ยนะจะเอาช็อคโกแลตมาให้ฉัน
มิโฮะ-ทำไม จะเอาไม่เอา! อุตส่าห์เอามาให้ไม่เอาฉันอัดแน่
กึ๋ย! อารมณ์เธอเริ่มเปลี่ยนแล้ว รับไว้ก่อนเป็นดี ผมรับช็อคโกแลตมาจากเธอ
มิโฮะ-ดี กินเลยสิกินเลย เธอยิ้มบอกผมแบบมีเลศนัย
ผม-คิดอะไรของเธออยู่นะ ผมเองก็เริ่มระแวงว่าเธอจะมีแผนอะไรมาแกล้งผมรึปล่าวเหมือนกัน เอาน่าเราคงคิดมากไปเองเขาคงบริสุทธิใจน่า ผมแกะห่อช็อคโกแลตของเธอรูปทรงแลกๆแฮะ รูปห่อเป็นทรงกระบอก เอ๋!ทำไมช็อคโกแลตมันเหลวๆยังงี้น่ะ "ใช่ช็อคโกแลตแน่เหรอมิโฮ?" ผมถามเธอ
มิโฮะ-คาราเมล น่ะ กินไปเถอะอย่าเรื่องมากเลย เธอกล่าว
เอาเถอะกินก็กิน ผมยกขวดคาราเมลขึ้นมากิน...อึ้ก...!!!
ผม-!?! พรวด! แหวะ แค่กๆๆๆ! ผมสำลักทันทีหลังจากดื่มคาราเมลแปลกๆของเธอเข้าไป
มิโฮะ-ฮะ ฮะ ฮะ อร่อยไหม...คุง ฮะ ฮะ ฮะ เธอหัวเราะใส่ผม
ผม-แหวะ แหวะ ไม่ใช่คาราเมลนี่นา! เธอเอาอะไรมาให้ฉันกินกันแน่เนี่ย!
มิโฮะ-ปลาร้ากลิ่นช็อคโกแลต ไง ฮะ ฮะ ฮะ ไงรสชาติดีไหม ดูเข้ากับเธอดีออก ว่าแล้วเธอก็เดินหัวเราะออกไปนอกห้อง
หนอยเธอหลอกอำกันได้นะ ผมลุกวิ่งไปหาเธอหน้าห้องอย่างเร็วด้วยความโมโหโดยไม่ทันระวังตัว
ปึ้ก! ผมชนกับคนที่จะเดินเข้ามาในห้องอย่างแรง ด้วยความโมโหผมก็ลืมตัวอีกแล้วบ่นออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจว่า"ใครวะ"
เฮ้ย! ผมสดุ้งอีกหนเมื่อคนที่ผมว่าใส่คือ...โฮมุระ เธอกำลังเก็บช็อคโกแลตและจะลุกขึ้นน้ำตาเธอคลอเบ้า ตายล่ะเธอยิ่งเนคนอ่อนไหวอยู่ด้วยต้องหาทางดึงเธอกลับมาก่อนไม่งั้นเรื่องยาวแน่คราวที่แล้วก็ซวยไปที ผมคิด
โฮมุระ-ฮึกๆ
ผม-อ่า..โฮมุระ โทษทีนะเมื่อกี้จะไล่กวดมิโฮะเลยไม่ทันระวังน่ะ
โฮมุระ-อ๋อ นี่ฉันเป็นคนเกะกะใช่ไหม ฮึก! เนี่ยว่าจะเอาช็อคโกแลตมาให้
ผม-โอ๋ ไม่ใช่นะ คือผมไม่ได้ตั้งใจ (หง่ะ รู้สึกเหมือนเป็นเคทาโร่กับชิโนบุเลยยังไงก็ไม่รู้แฮะ)
โฮนุระ-ฮึกๆๆ เธอสะอึ้นใหญ่
ผมก็ไม่รู้จะทำไงก็ได้แต่-ลอบเธอ เงียบซะ เงียบซะ(เงียบเตะๆ ฮึ่ม) ไม่ไหวเธอคงจริงจังมากเราก็ผิดด้วย
ผม-เอางี้ไหม งั้นเพื่อเป็นการขอโทษไ-ดูละครสัตว์ด้วยกันไหม? ผมถามชวนเธอ
โฮมุระ-ละครสัตว์เหรอ?
ผม-ใชช่ๆที่เพิ่งมาตั้งไง ไปนะๆ วันอาทิตย์นี้ด้วย
โฮมุระ-จริงเหรอ ไปสิ
ผม-งั้นตกลงนะ วันอาทิตย์นี้เจอกันที่ป้ายรถเมล์นะ เฮ้อ! หาทางออกได้ซะทีเรา

ตัดข้ามมาวันอาทิตย์
ผมยืนรอโฮมุระอยู่ เป็นธรรมดาครับช่วงแรกที่จีบเราต้องมารอก่อนอยู่แล้ว ผมก็ยืนรอสบายใจคิด เอาน่ะมากับใครก็ได้ขอให้เจอสุมิเระเถอะ เฮ้ยไม่ใช่ขอให้ได้ดูการแสดงเถอะ เอ...ชักยังไงๆอยู่แล้วนะเรา
หลังจากที่เดทกับสาวๆแบบโชคดีมาหลายครั้งแล้ว แน่นอนครับต้องมีอุปสรรคในการเดทแน่นอน ขณะที่ผมยืนรอโฮมุระอยู่ดีๆนั้นก็มีพวกนักเลงมาชนใส่ผม
ปึ้ก! ผมเซเล็กน้อย มันหันกลับมามองผมแบบกวนๆ
นักเลง-อะไรของแกว้าเนี่ย เดินยังไงวะ! มันเริ่มหาเรื่องผมก่อน
ผม-ใครกันแน่วะ ยืนอยู่ดีๆมาชนได้ไง ผมยอมได้ที่ไหนล่ะก็เราไม่ผิดนี่
นักเลง-อ้าว วอนนี่หว่า! มันก็ไม่ยอมเหมือนกัน ก็มันตั้งใจหาเรื่องแต่แรกอยู่แล้วนี่
ผม-ทำไมวะ! ได้เดี๋ยวได้เห็นว่านรกมีจริงแน่แกเอ๋ย รู้จักฤทธิ์ Action Replay น้อยไปซะแล้ว ผมคิด
เรื่องดูท่าจะรุนแรงมากขึ้นทุกทีๆแล้ว โฮมุระก็มาเอาซะตอนนี้อีก มีเรื่องกันแบบนี้เราจะดึงเธอมาเกี่ยวไม่ได้ ผมจึงชวนนักเลงเปลี่ยนที่
ผม-เฮ้ย!ที่นี่ไม่ดีแน่ย้ายที่ดีกว่า
เป็นจังหวะที่โฮมุระมาเห็นแบบจะๆพอดี เธอจึงวิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับพูดว่า
โฮมุระ-อย่ามีเรื่องกันเลยนะ ขอร้องเถอะมันไม่ดี
เธอคงกะจะมาห้ามทัพ เคราะซ้ำกระหน่ำซัดครับ เธอดันเหยียบเปลือกกล้วยลื่น คะมำไข้างหน้าล้มไม่ล้มปล่าวอีกต่างหากเธอดันเหวี่ยงส้นเท้าโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นกระบวนท่าแส้เหล็กฟาดเข้าไปที่กลางกระหม่อมนักเลงคนนั้นแบบเต็มๆซะได้ นักเลงคนนั้นก็วูบล้มตึงเลย โฮมุระเองยังงงเลยเธอทำหน้าเหรอหรา
เรื่องยังไม่จบเพราะเพื่อนนักเลงอีก2คนก็มาสมทบพอดี สุดท้ายผมกับเธอและนักเลงทั้ง2คน+ที่สลบ1คนเลยย้ายไปที่สวนสาธารณะข้างแม่น้ำ
เข้าสู่โหมดต่อสู้
Hp6520 Mp3260
ผม-ย้าก! พร้อมเข้ามาเลย
โฮมุระ-หยา! T>_<T....... (ไม่พร้อมสู้เอาซะเล้ย)
นักเลงทั้ง3-แก ตายแน่!
เกจพลังผมขึ้นเต็มก่อน ผมชิงลวมือก่อนล่ะหมัดชุดแรกเข้าไปที่นักเลงคนซ้ายสุด พั๊ว! 9999 ตึง! ปลิดชีพในหมัดเดียวฮ่า นักเลงอีกคนก็เริ่มซีดแล้วแต่ใจดีสู้เสือวิ่งเข้ามาซัดผม ผั้ว!ติดการ์ดผมหมด 3
ผม-โธ่ลดแค่นี้ฝีมือไม่มียังกล้าหาเรื่องฉันอีกนะ ลองนี่หน่อยเป็นไง ฟรีซซโรววววววว
ขณะที่ผมกำลังจะปล่อยน้ำแข็งระดับ2ออกนั้น นักเลงที่สลบจากเท้าของโฮมุระก็ตื่นขึ้นพอดี วิ่งเข้ามาซัดโฮมุระแบบเต็มๆซะด้วย พลั้ว!
โฮมุระ-โอ้ย!.....................
เธอเงียบไป จิตสังหารเธอรุนแรงมากขึ้น ผมชักเสียววูบเสียววาบขึ้นมา
ผม-โฮมุระ !.....นี่เธอคงจะไม่.....
โฮมุระ-............ปึด!
ที่ผมระแวงคือเธอจะดึงนิสัยเดิมมาใช้โดยไม่รู้ตัว ครับแล้วก็เนยังที่คิดจริงๆเธอใช้ลิมิตเบรคทันทีซึ่งรุนแรงกว่าเก่ามาก เธอวิ่งเข้าไปหานักเลงทั้ง2ที่เหลืออยู่นั้น หน้าตาเธอเกรี้ยวกราดมาด เธอวิ่งเข้าไปซัดนักเลงทั้ง2คนละหมัดเท่านั้นแต่แรงสูงจริง 9999! 9999! ไม่เหลือ
นักเลงทั้ง2ลุกขึ้นด้วยอาการโทรมเดินโซเซอีกคนหายไม่ไหนไม่รู้ไวจริง โฮมุระเริ่มสงบลงหน่อยแล้วแต่ยังเงียบอยู่ ผมจึงพูดใส่นักเลงพวกนั้น
ผม-ไง ยังจะเอาอีกไหม
นักเลงพวกนั้นไม่ยอมแต่โดยดี แถมอีกคนยังพาลูกพี่มาอีกก็คงทราบดีว่าใคร ไอ้เต่าซูโม่ที่เป็นลูกพี่(รู้สึกจะชื่อโชตะอะไรนี่แหละ)นั้นพูดกับนักเลง
โชตะ-เฮ้ยไอ้นี่น่ะเหรอที่ทำพวกแก
ว่าแล้วก็วิ่งมาไม่มี่ไม่มีขลุ่ยใช้ฝ่ามืดซัดเข้าที่ผมแต่ผมหลบได้ไอ้เต่านี่เลยหวือไปทางโฮมุระที่ยืนหลังผม
ผม-แย่แล้ว! ระวังโฮมุระ!
ไม่น่าเชื่อโฮมุระเธอซัดเคาน์เตอร์จังหวะเดียวไอ้เต่านั้นลิวไปเลยน็อคเรียบร้อย
พวกนักเลงเห็นไม่ไหวจึงพากันหนีกันหมด เอาไงดีล่ะโฮมุระฟิวส์ขาดยังงี้จะทำไงดี ผมจึงเดินเข้าไปหาเธอ เธอซัดหมัดออกมาเนสันชาตญาณการ้องกันตัวที่รุนแรงมาก ผมหลบได้แบบหวุดหวิดแล้วรีบจับตัวเธอไว้แล้วเขย่าตัวเธออย่างแรว
ผม-โฮมุระ!~ โฮมุระ!~ นี่ผมเองเนอะไรรึปล่าว อาได้ผลครับเธอรู้สึกตัวแล้ว
โฮมุระ-?!? ฮะ!? กะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ฉันเป็นอะไรไจำได้แค่ว่าโดนนักเลงต่อยไปทีนี่นา แล้วนักเลงหายไหนหมดแล้วเนี่ย? ???
อะไรกันเธอจำไม่ได้เลย ผมเลยเล่าเรื่องให้เธอฟังเธอก็หัวเราะสไตล์อ่อนหวานแบบเดิม
โฮมุระ-ฮะ ฮะ ฮะ ฉันเนี่ยเหรอจะสู้นักเลงพวกนั้นได้ น่ากลัวจะตายออก ...คุงนั่นแหละสู้แหมอย่าถ่อมตัวเลย
เธอไม่เชื่อเลยแต่ช่างเถอะยังไงเรื่องก็จบไล้ว แต่ผมคงต้องระวังเรื่องแบบนี้ให้มากขึ้นหน่อยแล้ว
ผม-ว้า เย็นซะแล้วคงไม่ทันไปดูละครสัตว์แล้วล่ะ
โฮมุระ-นั่นสิ ไว้โอกาสหน้าค่อยมาใหม่ละกัน
ผม-อืม นั่นสิวันนี้กลับก่อนล่ะกัน บาย!
โฮมูระ-บายจ๊ะ
แล้วผมก็แยกกับโฮมุระกลับ ฮือ สุดท้ายก็ไม่ได้ไปดูสุมิเระแสดงเลย ฮึก ไว้คราวหน้าก่อนเถอะ ผมบ่นพึมพัมพลางเดินกลับ




.........................................................

อา...ในที่สุดก็รวมมาจนได้เรา อืมตั้งแต่ตอนนี้ไปอยู่ในบอร์ดแล้วนะครับ ขอบคุณที่ตามผลงานมาตลอดนะฮะ
ช่วงหลังนี้มักออกไม่เป็นเวลาแล้วล่ะแฮะๆ ^_^ ไว้เจอกันตอนหน้าแล้วกันนะฮะ



จาก : K.W.E. - 10/12/2000 21:38

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1