หัวข้อ : Banish from Eden : บทบู๊ที่รู้ผลแล้ว...
ข้อความ :
..................................

ซิดเดินมาที่สะพานเดินเรือในยานของเอนาส เอนาสที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการกำหนดเส้นทางเดินเรือไม่ได้สังเกตุเห็นว่าซิดไม่ได้เดินมาคนเดียว ด้านหลังมีชายผมเงินท่าทางเหม่อลอยเดินตามหลังซิดมาติดๆ ที่คอมีสร้อยสีดำห้อยหัวกระสุนที่บุบไปอยู่

“ ไงเอนาส... ผมพาคนมาให้รู้จักแน่ะ ” ซิดลากตัวคนที่ตามมาข้างหลังให้ขึ้นมายืนคู่กัน
“ นี่นายไม่รู้รึไงว่าเค้าห้ามคนนอกเข้ามาที่สะพานเดินเรือ แล้วนายไม่ได้กำลังผ่าตัดอยู่รึไง ”
เอนาสสงสัยเพราะได้ยินว่าเสมียนที่โดนยิงเพิ่งจะถูกส่งเข้าห้องผ่าตัดไปเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้วนี่เอง ยานของเขาลอยอยู่เหนือไอโอเพื่อที่จะจัดการคุ้มกันขบวนยานของพวกพ่อค้าระหว่างดาว ระยะนี้พวกมันรวมตัวกันหนาแน่นมากขึ้นมาก การมาครั้งนี้นอกจากจะมาติดต่อการค้าแล้ว จุดประสงค์ที่เอนาสรู้โดยไม่ต้องอาศัยพลังของเขาก็มีอยู่ การมาแสดงแสนยานุภาพอันกระจ้อยร่อยนี้ทำให้เขารำคาญอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับหัวหน้ากองยานของพ่อค้านั่น ไซ ฮาซาร์ด...

“ นี่คุณกำลังดูหมิ่นผมอยู่นะเนี่ย การกระทบกระเทือนทางสมองแค่นั้นไม่ทำให้เขาเป็นอันตรายหรอก ร่างกายของเขาทนทานต่อการกระแทกมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ”
“ เดี๋ยวๆ นี่นายกำลังพูดถึงใคร... ”
“ ก็เสมียนที่ถูกมือแม่นยิงเอาไง... เขาอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว ”
เอนาสมองชายที่ซิดอ้างว่าเป็นเสมียนที่ถูกยิง จากที่เขาจำได้... นอกจากใบหน้าที่คล้ายกันแล้วก็ไม่มีอะไรเหมือนกันอีกเลย ผมสีดำตัดสั้นในตอนแรกกลายเป็นสีเงินยาวเคลียไหล่ ใบหน้าที่ซีดเซียวยังคงเหมือนเดิมแต่ว่าดวงตาไม่แสดงแววของชีวิตออกมาเลย คล้ายกับว่าคนๆนี้ไม่มีชีวิตแต่อย่างใด เป็นเพียงแต่ตุ๊กตาของซิดเท่านั้น

“ เค้าไม่เห็นเหมือนคนที่ชั้นรู้จักเลย ” เอนาสแย้ง
“ อ้าว... ก็คุณแทงบัญชีว่าเค้าตายไปแล้วไม่ใช่รึ ที่ผมแปลงใบหน้าของเค้านิดหน่อยก็เพื่อความสะดวกของคุณเองด้วยนะ อ้อ... ผมต้องขอบคุณไซเลนท์เดดจริงๆที่ส่งเค้ามาให้ ผมอุตส่าห์ตามหาเค้าแทบแย่เลย ไม่นึกว่าจะมาเจอเอาป่านนี้ ”
“ อะไรกันน่ะ ชั้นงงไปหมดแล้ว.... ”
“ คุณยังจำโครงการทดลองผสมเทียมของผมเมื่อห้าปีก่อนได้รึเปล่า .. ผมยังบ่นเสียดายผลการทดลองคนนั้นที่คุณให้เอาไปปล่อยอยู่ไม่หายทีเดียว ที่คุณเคยบอกผมว่าต้องการทหารที่ทนทานสำหรับโจมตีแอสสินอตน่ะ ถ้าคุณรู้ว่าเค้าเป็นใครล่ะก็ คุณลืมทีมของผมที่กำลังทดลองอยู่ที่โฟบอสไปได้เลย... ”
“ ....... ” เอนาสนิ่งเงียบแม้ว่าจะจำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับโครงการที่เป็นความผิดของเขาเอง
“ เค้าเป็นผลผลิตที่คุณไม่ต้องการไง เซลล์ที่ผมเพาะเลี้ยงมากับมือ... “

เอนาสรู้สึกเย็นฝ่ามือวูบ ซิดเผยรอยยิ้มเยือกเย็นเช่นเคย...

“ ผมขอแนะนำให้รู้จัก มนุษย์เครือข่ายข้อมูลคนแรกที่เคยมีมา... เซเนก้า เอรีนัส ”
เสียงของซิดเรียกความสนใจของทหารที่ประจำการอยู่บนสะพานเดินเรือ ซิดยังคงหัวเราะเนิ่นนานต่อไปขณะที่เอนาสเบือนหน้าหนี.. หนีเหยื่อความบ้าบิ่นของเขาเองเมื่อห้าปีที่แล้ว

.............................

“ เป็นไงบ้างล่ะ คุณซามูไร แค่ถือดาบก็หนักแล้วหรือ ” เสียงใต้หน้ากากราวกับจะเยาะเย้ยอีกฝ่าย
ฮาโมคิมีท่าทีอ่อนแรงลงไปจนเห็นได้ชัด ปลายดาบที่ตอนแรกชี้ไปที่หน้าของเซซิล ขณะนี้ตกลงจนเกือบจะจิ้มพื้น ฮาโมคิยกมือขึ้นมากำเหมือนจะพยายามเร่งพลังที่หลงเหลืออยู่ในร่าง แต่ว่ามือไม่ยอมฟังเขาซะแล้ว นิ้วทั้งห้าที่ไร้เรี่ยวแรงคลายออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ แก.. แกใช้อะไรกันแน่ ” เข่าของฮาโมคิค่อยๆทรุดลงไป
“ ข้าไม่ยักกะรู้ว่าทหารแอสสินอตโง่ขนาดนี้นะเนี่ย แค่พิษก็ไม่รู้จัก ” เซซิลพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหา แต่ว่าฮาโมคิก็รวบรวมแรงที่เหลืออยู่กระโดดถอยออกมาได้อีกหน่อย
“ อย่าฝืนเลย คุณซามูไร ที่แกโดนน่ะแม้แต่ชั้นเองยังไม่แน่ใจเลยว่าถ้าโดนจะรอดรึเปล่า มันเป็นยาตั้งแต่สมัยศตรรวษที่ 20 โน่น รับรองว่าร่างกายแกไม่รู้จักมันแน่ๆ ”
“ แก.. ” ฮาโมคิยังคงขยับถอยไปเรื่อยๆ
เซซิลยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มือข้างหนึ่งล้วงลงไปในอกเสื้อหยิบขวดยาขนาดเล็กออกมา
“ ที่แกระเบิดทิ้งไปเมื่อกี้นี้น่ะ มันเป็นแค่ควันสีธรรมดา.. ขวดเล็กตรงอกเสื้อข้านี่ต่างหาก เค้าเรียกว่าเอธิว-อีเทอร์ มันเป็นสารเคมีที่ออกฤทธ์ต่อกล้ามเนื้อในยุคปลายศตวรรษที่20 แต่ข้านำมาปรับปรุงให้มันดีกว่าเดิมนิดหน่อย ที่แกขยับหนีข้าได้ก็ถือว่าปาฏิหารย์แล้ว ”

ฮาโมคิมองไปมาซ้ายขวา รอบๆตัวของเขาไม่มีช่องว่างพอจะหนีได้อย่างรวดเร็วเลย ยิ่งในขณะที่ร่างกายค่อยๆหมดแรงลงไปทุกทีๆ การก้าวเดินที่เคยว่องไวตอนนี้ต้องลากเท้าอย่างลำบากยากเย็น เซซิลที่ก้าวเข้ามาหาตัวเขาเรื่อยๆหยิบมีดทหารออกมาจากซองด้านหลัง ประกายของโลหะส่องแวววาวในตาของฮาโมคิ

“ ยินดีที่ได้รู้จัก และ ลาก่อน... ” มีดในมือของเซซิลเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ

ฟุ่บบบ...

ระเบิดควันปะทุขึ้นที่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาแล้วยกตัวฮาโมคิที่หนักเกือบ 80 กิโลขึ้นอย่างง่ายดาย ฮาโมคิที่งุนงงอยู่ก็ไร้แรงที่จะขัดขืนใดๆ
“ เอ้า.. นี่ของแก เอาคืนไป ” ฮาโมคิที่ตอนนี้ถูกพยุงอยู่ล้วงลงไปในอกเสื้อหยิบขวดยาสีฟ้าในตอนแรกที่เขารับมันไว้ได้ แรงของฮาโมคิที่แม้ว่าจะไม่มีเท่าไร แต่การขว้างก็ยังคงแม่นยำ ขวดใบนั้นตกตรงหน้าเซซิลที่ยังยืนงงอยู่

“ เฮ้ย... ” เซซิลเองก็กระโดดฉากออกมาเหมือนกัน จังหวะนั้นเองชายลึกลับที่เข้ามาช่วยฮาโมคิก็กระโดดออกนอกหน้าต่างออกไป อาศัยแรงกระโดดเพียงสามครั้ง ฮาโมคิก็ลงมาสิ้นสติฟุบอยู่ที่พื้นด้านล่างภายใต้เงาของคนที่ช่วยเหลือเขามาได้อย่างฉิวเฉียด

................................

ที่ใจกลางเมือง ท่ามกลางความจอแจของตลาด ฝูงชนแหวกช่องออกเป็นวงกลมกระจายออกไป ข้าวของที่อยู่ในรัศมีการต่อสู้ของโป่วเกียฮุ้นกับชายร่างใหญ่ถูกทำลายหมดสิ้น เศษวัสดุสีขาวที่เป็นอาวุธของชายคนนั้นกระจัดกระจายไปทั่ว
“ นี่.. นายชื่อ เจ ใช่มั้ย ใจเย็นๆหน่อยสิ ” โป่วเกียฮุ้นร้องเสียงหลง
“ ไม่ต้องพล่ามอะไรทั้งนั้น ” เจดึงแท่งสีขาวที่อยู๋ที่นิ้วโป้งของเขาออกมาอีก โป่วเกียฮุ้นเริ่มเดาอะไรบางอย่างออกบ้างแล้ว
“ กระดูกรึนี่... ”

เจขว้างแท่งกระดูกแหลมมาที่หน้าของโป่วเกียฮุ้น แต่ว่าอีกฝ่ายก็หลบได้ด้วยความเร็วที่พอตัว ยังไม่ทันที่โป่วเกียฮุ้นจะได้ทำอะไรอีก ในมือของเจก็ปรากฎแท่งกระดูกแหลมนั่บสิบแท่ง แววตาอันตรายพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงพุ่งตรงมาที่เขา..

“ เลือดของแกเพื่อน้องสาวข้า... ตายยยย ” สิ้นเสียงก็ปรากฎพายุกระดูกสีขาวพุ่งตรงไปที่โป่วเกียฮุ้น
“ วิญญาณเงาเมฆ... ” ลมปราณของโป่วเกียฮุ้นไหลลงสู่ปลายเท้าทั้งสอง ชั่วพริบตาอาวุธที่ถูกขว้างมาทั้งหมดก็ทะลุผ่านไปโดยโป่วเกียฮุ้นไม่ได้รับอันตรายใดๆ ร่างของโป่วเกียฮุ้นไปโผล่อยู่ที่ด้านหลังของ เจ อย่างรวดเร็วแต่เงียบกริบ ฝ่ามือที่อยู่ระดับเอวก็เกร็งกำลังไว้เต็มที่
“ ฮึ่ย... ฝ่ามือเมฆาล่องลอย... ” มือของโป่วเกียฮุ้นส่งแรงขับทำลายออกไปโดยหมายด้านหลังท้องของเจ แต่ว่ามือของเขาไม่ปะทะกับวัตถุใดๆ ภาพของเจที่อยู่ในม่านตาของเขาก็ค่อยๆเลือนหายไป โป่วเกียฮุ้นเหลียวมองไปรอบๆ ประสาทของเขาสัมผัสจิตของใครในบริเวณนี้ไม่ได้เลย แล้วเจหายไปไหนกัน

“ ต้องขอโทษด้วยนะจอมยุทธ์ ที่ขัดจังหวะ แต่ว่านายกลับไปหาเพื่อนที่โรงแรมดีกว่ามั้ง ” เสียงของชายอีกคนดังมาจากด้านหลังของโป่วเกียฮุ้น

โป่วเกียฮุ้นหันไปหาต้นเสียง ที่นั่นมีภาพของชายอีกคนยืนอยู่ น่าแปลกที่โป่วเกียฮุ้นไม่อาจสัมผัสทั้งจิตของเจหรือว่าของชายคนนี้ได้เลย นี่ก็คงจะเป็นภาพลวงตาเช่นกัน
“ นายเป็นใคร ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงก็ออกมาคุยกันตรงๆ “ โป่วเกียฮุ้นส่งเเสียงท้าทาย
“ เอาเถอะ แต่ชั้นว่านายเชื่อชั้นดีกว่า ป่านนี้เพื่อนนายนอนเป็นหนูลองยาให้จอมพิษของเราไปแล้วละมั้ง “ ภาพของชายคนนั้นพูดเพียงเท่านี้ก็หายไป

ประชาชนที่เห็นการต่อสู้เงียบลงแล้วก็เริ่มโผล่หน้าออกมาดูลานที่เกิดเหตุ แต่ว่าโป่วเกียฮุ้นไม่ได้อยู่ที่นั่นเสียแล้ว ด้วยวิชาตัวเบาของโป่วเกียฮุ้นเองทำให้การกระโดดแต่ละครั้งได้ระยะทางมากกว่าคนทั่วไป ในใจของเขาพุ่งตรงไปที่โรงแรมที่ฮาโมคิพักอยู่ แต่ขณะที่โป่วเกียฮุ้นพุ่งเข้าไปในซอยที่เป็นทางเข้าโรงแรมนั่นเองเบื้องหน้าก็มีคนพยุงร่างของฮาโมคิที่อ่อนเปลี้ยมาขวางหน้าเค้าไว้
“ ใครน่ะ ... ” โป่วเกียฮุ้นร้องเตือนขณะที่เร่งลมปราณพร้อมต่อสู้

ใบหน้าที่อยู่ในเงามืดค่อยๆโผล่ออกมาให้เห็น มือของโป่วเกียฮุ้นคลายออกด้วยความยินดี

“ ท่านพี่ราเซ็น นี่เอง... ”

...............................................

ที่มุมมืดของห้องสี่เหลี่ยมแคบๆในเขตใจกลางเมืองของยูรอค ในห้องที่คนอื่นๆมองข้ามไปนี่เอง ชายสี่คนได้เข้ามาพบหน้ากันเพื่อถามผลงานของแต่ละคน
“ ฟีนิกซ์ นายมีเหตุผลอะไรจะพูดอีก ” เสียงเกรี้ยวกราดของคนที่มีท่าทีเป็นหัวหน้าดังขึ้น
“ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เจบาดเจ็บ เซซิลก็ทำงานพลาด ผมก็เลยเข้าแก้ไขเท่านั้นเอง “ ฟีนิกซ์ตอบด้วยเสียงที่ไม่ทุกร้อนอะไร
“ แล้วที่แกมาขัดขวางชั้นล่ะ ถ้าแกไม่เตือนมัน ป่านนี้ชั้นเป่ามันม่องไปนานแล้ว... “
“ ใจเย็นสิครับ พลโทโยฮันส์ ผมไปขัดขวางคุณตรงไหน ” ฟีนิกซ์ตอบด้วยท่าทีเหมือนเดิม
“ แกจงใจยืนบังช่องเล็งของชั้น ”

ขณะที่ทั้งสองคนโต้เถียงกันอยู่นั่นเอง เจ ก็กระชากผ้าขาวที่พันหน้าอกไว้หลายรอบออก เผยให้เห็นรอยฝ่ามือสีคล้ำที่หน้าอก...
“ ข้าไม่ใช่ทหาร ดังนั้นข้าจะไม่ฟังคำสั่งใครทั้งนั้น ข้ามีวิธีของข้าเอง ”
เสียงที่ดุดันทำให้การโต้เถียงเงียบลง แล้วเจก็เดินออกจากห้องไป

“ เฮ้อ... ไอ้หมอนี่มันก็อย่างนี้แหละ แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะคุณหัวหน้า ” เซซิลถามเนือยๆ
“ พวกแกยังคงต้องตามเป้าหมายเดิม ชั้นจะกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้แม็คไบรวาร์ดรู้ ”
“ อ้าว.. ผมนึกว่านายพลเอนาสเป็นคนสั่งการซะอีก ” ฟีนิกซ์ขัดขึ้น

โยฮันส์ยกมือขึ้นชี้ไปที่ข้างหัวของฟีนิกซ์ อึดใจต่อมาก็มีรูขนาดเล็กสองรูฝังอยู่ที่ผนัง เสียงที่ฟีนิกซ์ได้ยินมีเพียงเสียงอากาศที่ถูกแหวกด้วยความเร็วสูงเท่านั้น ควันจากมือของโยฮันส์กรุ่นลอยอยู่ในอากาศ

“ อย่าถามในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้.. แม็คไบรวาร์ดจะได้รับรายงานทุกเรื่องที่เราทำ เค้ามีอำนาจมากกว่าที่แกคิดนัก.. ”


จาก : ioroid - 04/12/2000 06:54

ข้อความ : /me เริ่มงงว่าใครเป็นใครบ้าง T_T
สนุกดีครับ ^_^

จาก : xelloss - 04/12/2000 10:15

ข้อความ : ชักสับสนแล้วว่าใครอยู่ฝั่งไหน แต่สนุกมากเลย ^-^

จาก : MrT - 04/12/2000 11:59

ข้อความ : หึๆ ได้รับบทยิ่งใหญ่จริงๆ ^^ (แม็คไบรวาร์ด)

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 04/12/2000 13:21

ข้อความ : 55555 สำเร็จ!!! สำเร็จ!!! 555555 ว่าแต่ เซเนก้า นี่มาจากใครรึเปล่าครับ หรือออริจินอล? มันส์มากๆนับถือเลย ^ ^

จาก : Cid - 04/12/2000 16:34

ข้อความ : Seneca Erinus (เซเนก้า เอรีนัส)
จากคุณkuroneko ครับ งานทดลองของคุณเองนะนั่น

อัลไนซิส แม็คไบรวาร์ด น่าจะเป็นพวกบอส นึกว่าชื่อจะออกมาหลังๆซะอีก

จาก : kumagift - 04/12/2000 17:22

ข้อความ : งวดนี้ออกเยอะแฮะ ^^

จาก : angel k - 04/12/2000 21:47

ข้อความ : หึหึหึหึ แม็คไบวาร์ดคอยโยงใยอยู่เบื้องหลังเราอีกทีรึ

จาก : เอนะ - 04/12/2000 21:49

ข้อความ : โอ้. . . . ในที่สุดก็ได้ออกโรงแล้ว

จาก : RaZen (Nagi) - 05/12/2000 07:09

ข้อความ : /me น้ำตานองท่วมคีย์บอร์ด

โฮ โฮ... ในที่สุดเราก็ได้เล่นแล้ว

จาก : max manster - - [email protected] - 05/12/2000 16:13

ข้อความ : โฮ่.......เราออกมากับเค้าแล้ว อิอิ

จาก : Kindani - 06/12/2000 00:46

ข้อความ : สนุกดีครับ

จาก : naru - 07/12/2000 00:17

ข้อความ : sorry come quite late T_T hurr...ma sa tee

จาก : Cecil - 27/12/2000 09:24
โฮมเพจ : http://www.geocities.com/calopachi/

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1