หัวข้อ : Banish from Eden : บทบู๊..
ข้อความ :
ภายในห้องสีขาวที่ใหญ่โต มีธงลายทางแดงน้ำเงินพร้อมกับดาวเกือบสี่สิบดวง แขวนอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานขนาดมหึมา ชายวัยกลางคนในชุดสูทกำลังง่วนกับเอกสารในแฟ้มกองโตที่สุมอยู่บนโต็ะขนาดใหญ่นั่น นอกจากตัวของเขาเองแล้ว ภายในห้องยังมีชายอีกคนในชุดทหารพรานสีเขียวเข้มยืนอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะตัวนั้น ในระยะที่ห่างพอสมควร
“ ข่าวดีใช่มั้ย ” เสียงของชายวัยกลางคนเอ่ยโดยไม่สงสัยอะไร
“ ภารกิจเรียบร้อยครับท่านประธานาธิบดี แต่ผมคิดว่าเราคงจะแก้ตัวกับยูรอคได้ยากครับ ” ทหารพรานคนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง ส้นรองเท้าถูกชิดเข้าหากันในท่าวันทยาหัตถ์

“ เราไม่พบคารอนในห้องประชุมครับ ขณะที่ผมกำลังสืบหาที่อยู่ของเป้าหมาย ทีก็ยิงเสมียนในห้องนั้น จากนั้นแอสสินอตก็ก่อความวุ่นวายในห้องประชุมจนเราหลบออกมาได้ ”
“ ฟังดูก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ” ประธานาธิบดียังไม่สนใจเท่าไร
“ แต่มันจะทำให้เราลำบากมากขึ้นน่ะสิครับ หลังจากเหตุการณ์คราวนั้นทำให้ยูรอคเข้มงวดเรื่องการตรวจตามชายแดนเป็นอย่างมาก ถ้าฝ่ายโน้นคิดจะตรวจหาที่มาของกระสุนไรเฟิลละก็ ผมว่าเราจะลำบากนะครับ ”

ชายที่ได้ชื่อว่าประธานาธิบดีวางมือจากงานที่ทำอยู่ บุหรี่ถูกจุดโดยไม่รีบร้อน ควันสีขาวของมันลอยเอื่อยๆออกมาไม่มาก แต่ก็ยังถูกดูดหายไปในช่องเพดาน สีหน้าเหนื่อยหน่ายของประธานาธิบดีทำให้อีกฝ่ายไม่พูดอะไร
“ ผมจะพูดอะไรบางอย่างนะ ซีโร่ ”
“ ถ้าหากว่า ที ทำงานผิดพลาดล่ะก็ ผมจะเป็นคนที่จัดการเขาเอง คุณยังไม่ต้องช่วยผมหรอก การที่เขาเป็นมือดีที่สุดของเราทำให้ผมต้องไว้ใจเขามากเป็นพิเศษ ผมไม่อยากเสียทรัพยากรบุคคลที่มีน้อยอย่างเขาไป แล้วที่คุณทำนอกเหนือหน้าที่ละ คนเฝ้าเรดาห์สามคนนั่นไม่ได้อยู่ในแผนของเราเลยไม่ใช่หรือ ”

ห้องสีขาวบัดนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม ซีโร่ที่ตอนนี้เป็นฝ่ายรับฟังก็ได้แต่ยืนนิ่ง

“ ผมทราบดีครับ ”
“ งั้นก็ดีแล้วล่ะ เวลาสิบนาทีของคุณหมดแล้ว ผมยังมีคนที่ต้องพบอีกมากนะ เชิญ.... ”

รองเท้าบูททหารขยับเดินออกมาจากในห้อง ประตูสีขาวเช่นเดียวกับผนังถูกเปิดออกแล้วปิดอย่างเงียบกริบ ซีโร่ที่กำหมัดแน่นเดินออกมาข้างนอกโดยมีท่าทีเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัด
ฟันของซีโร่ขบกันแน่น มีเพียงเสียงเรียกชื่อเท่านั้นที่หลุดรอดออกมา

“ ที... ”

............................................

เท้าของฮาโมคิยกขึ้นก่อนที่จะยันหน้าอกของโป่วเกียฮุ้นที่นอนอยู่จนกระเด็นตกเตียงไป... แรงถีบส่งให้ตู้เสื้อผ้าราคาถูกที่อยู่ในรัศมีทำลายบุบเสียหายพร้อมกับเสียงเอี้ยดดังลั่น โป่วเกียฮุ้นที่แม้จะมีวิชาดีแค่ไหนก็ตื่นด้วยการปลุกอันโหด***มนี้

“ อุ.. อ่อก ” โป่วเกียฮุ้นสำลักลมหายใจของตัวเอง น้ำลายที่อยู่ในปากหลุดเข้าไปในหลอดลมทำให้เขาต้องเดินลมปราณไล่มันออกมาทั้งที่ยังสลึมสลือ
“ ตื่นได้แล้วโว้ย... วันนี้แกต้องออกไปเดินในเมืองไม่ใช่เรอะ ” เท้าของฮาโมคิกระตุกอยู่ยึกๆ
“ อา... อืมมมม ”
“ เวรของแกต้องออกไปสืบข่าวในเมืองไม่ใช่เรอะ ”
“ อือออ ..... ”
“ นี่แกฟังชั้นอยู่... ” ฮาโมคิจ้องตาของโป่วเกียฮุ้นที่ลืมอยู่ครึ่งหนึ่ง
“ ....... ” เสียงกรนของโป่วเกียฮุ้นลออดออกมาเบาๆ ตาดำของโป่วเกียฮุ้นลอยขึ้นไปหลบอยู่ใต้หนังตาที่กระตึกอยู่เล็กน้อย

แคร้ง......

ดาบยาวที่พิงอยู่ข้างหน้าต่างถูกเตะลอยขึ้นมาตรงหน้าของฮาโมคิ ฝักดาบถูกกระแทกพุ่งไปหาหน้าอกของโป่วเกียฮุ้นที่นอนพิงซากตู้เสื้อผ้าอยู่ ปลายดาบยาวก็พุ่งตามไปด้วยแรงโมโหของฮาโมคิโดยมีเป้าหมายจับอยู่ที่คอหอยของชายที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น...

“ เฮ้ย.... เมฆาบังสุริยัน... ”
ผ้าคลุมเตียงที่อยู่ใกล้มือของโป่วเกียฮุ้นถูกกระชากออก ดาบที่พุ่งมาเสียบถูกผ้าคลุมเตียงจังเบ้อเร่อ ฮาโมคิสบัดดาบเพียงวูบเดียว ผ้าถูกฉีกออกจากกันด้วยแรงปะทะของดาบยาวที่คมกริบ โป่วเกียฮุ้นที่หน้าซีดเผือดหลบไปยืนที่ด้านหลังตรงข้ามประตูในอาการที่ไม่ค่อยดีนัก ใบหน้าซีดเผือด ปากก็ละล่ำละลักพูดด้วยเสียงที่ยังไม่เต็มเท่าไหร่

“ จ.. ใจเย็นๆก็ได้.. ผมแค่ล้อเล่นน่ะ จริงสิ... วันนี้เวรของผมต้องเข้าเมืองนี่นา งั้นเดี๋ยวขอเวลาผมเปลี่ยนเสื้อซัก10 นาที.. เอ่อ.. 5 นาทีก็ได้ ”

ฮาโมคิย่างสามขุมเข้าหาโดยที่ดาบในมือยังคงสั่นระริกด้วยแรงโทสะ

“ โอเคๆ.. งั้นเดี๋ยวผมไปล้างหน้าแป็บเดียว แล้วผมจะลงไปเลย... ”
ฮาโมคิวาดดาบไปด้านหลัง คมดาบหันออกนอกตัวพร้อมด้วยรังสีอมหิตรุนแรง..

“ กระบวนดาบตัดฟ้า.... อสูรลม “ เสียงของคมดาบกรีดอากาศเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ในสายตาของโป่วเกียฮุ้น รังสีดาบคมกริบกำลังพุ่งมาหาแล้ว....

“ แว้ก... ” เสียงกรีดร้องของโป่วเกียฮุ้นดึงสมาธิของฮาโมคิไปวูบหนึ่ง รังสีดาบผ่านอากาศไปกระทบกับผนังเป็นรอยบากลึก โป่วเกียฮุ้น ก้มตัวลงหลบอย่างฉิวเฉียด แขนเสื้อที่เขาใส่อยู่ห้อยตกลงมาข้างตัว
เมื่อเห็นสถานการณ์วิกฤติขนาดหนัก โป่วเกียฮุ้นอาศัยจังหวะที่ฮาโมคิกลับกระบวนท่าเตรียมลงดาบอยู่พุ่งออกไปที่ประตู บานประตูปิดไล่หลังโป่วเกียฮุ้นพร้อมด้วยรอยดาบที่บากลงบนประตูหลายสิบรอย

“ ชิ... ” ฮาโมคิควงดาบกระแทกลงฝักอย่างไม่สบอารมณ์นัก

ขณะที่ห้องในโรงแรมของทั้งคู่กำลังสั่นสะเทือนอยู่นั่นเอง ด้านนอกหน้าต่างก็ปรากฎร่างของชายคนหนึ่งในชุดดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดภายใต้หน้ากากกันแก๊ซ มือทั้งสองข้างถือขวดแก้วที่บรรจุของเหลวสีฟ้าเงื้อขึ้นไปด้านหลังหมายจะขว้างเข้าไปในห้อง....

..............................................

กลางเมืองของยูรอคยังคงความเป็นเมืองในสมัยศตวรรษที่ 20 ไว้อย่างเหนียวแน่น สิ่งก่อสร้างที่แน่นหนาพร้อมกับสายสัญญาณสื่อสารที่โยงไปมา พาหนะสัญจรที่ยังคงแน่นขนัดอยู่บนถนนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้ว่าถนนนั้นจะไม่ได้อยู่บนโลกแล้วก็ตาม
โป่วเกียฮุ้นตกเป็นเป้าสายตาของหลายๆคนเนื่องจากเครื่องแต่งกายที่ประหลาดเอาการอยู่ ชุดไสตล์จีนในดาวของยูรอคเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้พบซักเท่าไหร่ การมาเดินในเมืองในชุดแบบนี้จึงไม่เป็นที่พอใจของโป่วเกียฮุ้นเท่าใดนัก

“ เฮ้... ไอ้ลิงเหลือง ”

โป่วเกียฮุ้นหันไปหาต้นเสียง ชายรูปร่างใหญ่ก็พุ่งเข้ามาหาเขา โป่วเกียฮุ้นล้มลงก่อนที่จะได้ทันตั้งตัวด้วยแรงปะทะมหาศาล โป่วเกียฮุ้นสังเกตุเห็นความผิดปกติบางอย่างที่มือของอีกฝ่าย ชายคนนั้นกำหมัดโดยที่นิ้วโป้งชี้มาหาเขา แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่โป่วเกียฮุ้นก็เกร็งกำลังเตรียมรับมือ

“ ตายยย.... ”
หมัดที่ทิ่มลงมามีปลายแหลมพุ่งเข้ามาหาหน้าผากของเป้าหมาย แม้ว่าโป่วเกียฮุ้นเบี่ยงหน้าหลบออกไปได้แต่สร้อยข้อมือที่อีกฝ่ายสวมอยู่ก็เรียกแผลถลอกได้เล็กน้อย มือของโป่วเกียฮุ้นเกร็งลมปราณกระแทกใส่ท้องอีกฝ่ายที่กำลังนั่งทับอยู่บนตัว

“ เมฆาล่องลอย... ” ฝ่ามือของโป่วเกียฮุ้นอัดเข้าที่ท้องอีกฝ่ายเต็มแรง
ด้วยความรุนแรงในกระบวนท่าทำให้ผู้ที่มาทำร้ายลอยออกไปได้ไม่ยาก เสื้อบริเวณท้องถูกอัดหายไป เผยให้เห็นเสื้อเกราะเซรามิคที่สวมอยู่
“ เล่นเครื่องทุ่นแรงเรอะ ” โป่วเกียฮุ้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในกระบวนท่าพร้อมสู้
“ กับแกไม่จำเป็นต้องแฟร์ ทหารอย่างแกต้องชดใช้.. ”

โป่วเกียฮุ้นยังงงไม่หายแต่ก็อัดพลังลงในแขนพร้อมรับมือกับศัตรูที่พุ่งเข้ามา มือทั้งสองข้างหมุนเป็นวงกลมพร้อมกับกลุ่มควันสีจาง..

.............................................

“ อ่าว... ทำไมนายพลเอนาสผู้ยิ่งใหญ่ถึงทำหน้าบูดอย่างนั้นล่ะ ” เสียงยียวนของซิดเรียกเอนาสที่กำลังเครียดกับจานข้าวตรงหน้า แก้วกาแฟควันฉุยของซิดวางลงบนโต็ะตรงข้ามกับเก้าอี้ของเอนาส
“ นี่นายไม่รู้เรื่องอะไรเลยรึไง ”
“ ไม่รู้... ” ซิดแกล้งอมคำตอบไว้
“ ระหว่างที่นายไปอยู่ที่โฟบอส เพียงแค่สามชั่วโมงที่ชั้นไม่อยู่ในห้องประชุม ไอ้พวกแอสสินอตมันเกิดตื่นเสียงปืนไล่ฟันคนของเราตายเกลื่อนเลย “ เอนาสวางอุปกรณ์ชำแหละมื้อเที่ยงของเขาลงกับจานเสียงดังลั่น แม้ว่าซิดจะไม่อยากรู้แต่ก็เห็นอาการหัวเสียของเอนาสชัดเจน

“ ถ้าเรื่องนั้นผมรู้แล้วล่ะ คนที่ชื่อแมคไบรวาร์ดไปเรียกผมให้มาที่นี่เอง ”

ชื่อของแม็คไบรวาร์ดทำให้เอนาสชะงักไปครู่หนึ่ง
“ เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ “
“ ทำไมหรือ ผมพูดถึง แม็คไบรวาร์ด น่ะ ” ซิดเน้นเสียงของชื่อที่สร้างความสงสัยให้เขา

“ ถ้าอย่างนั้นที่นายกลับมาที่นี่ก็ถูกแล้วล่ะ ดีเหมือนกัน... คนเจ็บใกล้ตายจำนวนมากที่นี่คงจะขนไปให้นายถึงโฟบอสไม่ไหวแน่ ”
“ โธ่.. ผมไม่ได้เป็นหมอคนเดียวของที่นี่ซักหน่อย ”
“ ถ้ามันเป็นปัญหาระดับนั้น ชั้นก็ไม่อยากยุ่งกับนายซักเท่าไหร่หรอก คนเจ็บที่ว่านี่มันต้องพึ่งนายอย่างเดียวแล้ว... ” เสียงของเอนาสซ่อนความหมายลึกๆเอาไว้ ซิดเองก็รับรู้มันด้วยเหมือนกัน

“ ทำไมถึงไม่พูดให้มันรู้เรื่องไปเลยนะ กะอีแค่ให้ผมมาทำการทดลองต่อแค่เนี้ย ”
“ เฮ่ย.. อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ ที่นี่ไม่ใช่ห้องแลบของนายและชั้นก็ยังต้องรักษาความมั่นใจของคนเจ็บพวกนั้นไว้ด้วยนะว้อย ” เอนาสปรามซิดที่เริ่มจะเสียงดังขึ้นทุกที
“ เอาน่า... ใช่ว่าจะมีคนตายซะเมื่อไหร่ “
“ ไว้แกดูสภาพคนไข้ก่อนเถอะ... มีแบบที่ถูกกระสุนเจาะหัวด้วย “
“ กระสุน.. กระสุนปืนที่ใช้ดินปืนจุดชนวนเนี่ยนะ ” ซิดร้องด้วยความตื่นเต้น
“ นั่นแหละ.. ไซเลนท์เดดมันมายุ่งกับงานนี้ด้วยเลยมีหัวกระสุนมาให้นายตื่นเต้น ”

การพูดคุยดำเนินต่อไปโดยไม่ได้มีเนื้อหาสำคัญอะไรมากอีก ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องจิปาฐะต่างๆ จนเอนาสจัดการกับอาหารของตัวเองหมด กาแฟในแก้วของซิดเองก็พร่องลงไปมากเช่นกัน

“ แต่ผมว่าก็น่าแปลกอยู่นา ทำไมคนไข้ที่ถูกยิงเจอะกระโหลกแล้วถึงยังมีชีวิตอยู่ได้อีกล่ะ ” ซิดยังคงสงสัยกับอาการของหนูทดลองคนใหม่ของเขา
“ อ้าว.. ก็หมอที่นี่ไม่ได้มีแต่นายนี่นา คงจะมีคนเก่งกว่ามาเกิดแล้วมั้ง ”
“ ไม่มีหรอกน่า.... คนที่ชำนาญเทคนิคฟื้นฟูสมองขนาดใช้งานจริงได้ในยูรอคนอกจากเพื่อนผมก็ไม่น่าจะมีแล้ว มันไม่ได้เรียนกันง่ายๆขนาดนั้นหรอกนะ ”
“ ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า ยังไงแกก็คงไม่เอาความทรงจำเดิมของเค้าไว้อยู่แล้วนี่ “

เมื่อซิดได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะขึ้นเบาๆ เสียงหัวเราะของซิดดังเสียดแทงเข้าไปในจิตของเอนาสยิ่งนัก แม้ว่าจะอันตรายยังไง แต่เอนาสก็ตัดสินใจให้คนเจ็บทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของซิด ดีกว่าที่จะปล่อยให้ตายโดยที่เค้าไม่ได้ทำอะไรเลย.... การตัดสินใจของเขาถูกต้องแล้ว เพื่อยูรอค..


จาก : ioroid - 29/11/2000 07:11

ข้อความ : ต่อแล้วรึ กำลังรออยู่เลย

จาก : kumagift - 29/11/2000 07:41

ข้อความ : ฮาโมคิคุงโหดจังเลย >_<
ฟิคชั่นบู๊ของพวกผู้ชายมีแต่คาแร็คเตอร์โหดๆกันทั้งนั้นเลย
แต่เนื้อเรื่องจัดทำดีน่าติดตามค่ะ ^-^


จาก : Alicia - 29/11/2000 08:28

ข้อความ : ....................................................................................................................I have name appear in the story but I didn't ever get single speech leaw heh. T-T

จาก : MrT - 29/11/2000 11:10

ข้อความ : เย้!!!! ได้โผล่แล้ว ^O^
ว่าแต่....ฮาโมคิเป็นอะไรไปน่ะอารมณ์เสียชะมัด.....
สงสัยทีกับผมจะ....ไม่ถูกกันแฮะ....

จาก : xelloss - 29/11/2000 13:39

ข้อความ : ......
จะว่าไป ..... เอาแบบ มหาสงครามเลยซี่เฮียไอโอ .....
/me ยัดเงินใต้โต๊ะ

จาก : Johnny - 29/11/2000 14:39

ข้อความ : อือ......เมื่อไหร่พวกอิสระจะได้ออกเนี่ย...
-_-oO[ฃักเข้าใจความรู้สึกของคนที่สมัครแล้วยังไม่ได้ออกแล้วแฮะ...]

จาก : Next - 29/11/2000 15:59

ข้อความ : คนยังไม่ออกใจเย็นๆหน่อยน่อ.. ^^;;
ช่วงนี้ปล่อยให้คนแรกๆเล่นไปก่อน จะได้มีเนื้อเรื่องของทุกคนไง...

จาก : ioroid - 29/11/2000 20:25

ข้อความ : คารอน นี่เป็นชื่อที่ผมลงไว้ อย่าเข้าใจว่าเป็นพี่นางิสะนะครับ
คนนี้ผมเอามาจากอีกเรื่อง
ว่าแต่ผมเป็น "- เหยื่อ- " ไปซะแล้ว ออกตอนละชื่อหึ หึ...
ปั่นต่อโลดครับ สู้ๆ จะคอยครับ ^^

จาก : angel k - 29/11/2000 20:26

ข้อความ : อืมมม บรรยากาศมาคุอีกแล้วคับท่าน.....

จาก : Kindani - 29/11/2000 20:32

ข้อความ : เรายังไม่ลุยจริงๆจังๆอีกหรือนี่ หึหึ

จาก : เอนะ - 29/11/2000 21:51

ข้อความ : อืม...สนุกดีครับ

จาก : naru - 29/11/2000 23:15

ข้อความ : อา...อันตราย..อันตรายจริงๆ...หึหึหึหึหึ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!!...

จาก : Dr.Cid - 30/11/2000 13:14

ข้อความ : hmm

จาก : Cecil - 01/12/2000 16:21

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1