|
หัวข้อ : Banish from Eden : ช่วงพักของแต่ละฝ่าย ข้อความ : ........................ ทำไมนายไม่หนีไปซะล่ะ ยานพร้อมจะออกในอีกสิบนาทีไม่ใช่เหรอ.. โป่วเกียฮุ้นเอ่ยขึ้น ทั้งคู่หลบหนีออกมาจากสถานที่จัดประชุมได้ไม่ยากเย็นอะไรนัก ทหารยามที่จัดมาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหน่วยจู่โจมกับมือลอบสังหาร ทั้งคู่สามารถเล็ดลอดออกมาจนถึงนอกเมืองใกล้ๆกับที่จอดยานของฮาโมคิ แต่ว่าตัวฮาโมคิเองกลับไม่ไปรวมกับหน่วยของเขา ทั้งคู่หลบอยู่ในห้องของโรงแรมใกล้ๆ แน่นอนว่าเจ้าของห้องไม่อยู่แล้ว.... ชั้นติดใจอะไรนิดหน่อย แกเห็นไอ้คนที่ยิงเลเซอร์ใส่พวกเรารึเปล่า ฮาโมริพูดโดยที่ไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย คุณนับผมเข้าไปรวมในกลุ่มแล้วหรือ... โป่วเกียฮุ้นพูดยียวนประสาทอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่ก็หยุดก่อนที่ดาบของฮาโมคิจะสะบัดใส่หน้าของเขาอีก อย่านอกเรื่องน่า แกรู้ใช่มั้ยว่ามันเป็นอะไร ก็ไม่เชิงนักหรอกครับ แต่ผมก็ได้ข้อมูลมาบ้าง ฝ่ายยูรอคมีเทคโนโลยีสูงกว่าพวกเรามาก เราที่มีแต่กำลังทหารจะได้เปรียบแค่ในบางสถานการณ์เท่านั้น อย่างที่งานประชุมคราวนั้น ห้องที่แคบทำให้พวกเราใช้วิชาของตนเองได้ถนัดกว่า แต่ถ้าไม่ใช่แบบที่เราเพิ่งเจอมามันก็อีกเรื่องหนึ่ง ปืนเลเซอร์ของหน่วยจู่โจมของยูรอคที่คุณเห็นเป็นอีกส่วนที่เราต้องระวัง ถ้าผมจำไม่ผิดคงเป็นนายพลจอนนี่แน่ๆ.. ที่มือซ้ายมันเนี่ยนะ.. ปืน ฮาโมคิถามด้วยความประหลาดใจ ผมว่ามันอาจจะเชื่อยากนิดหน่อยสำหรับเราที่เคยชินกับกลิ่นดินปืนมากกว่า ปืนของยูรอคใช้แรงขับดันของพลังจิตน่ะ คงจะคล้ายๆกับวิชาของผมมั้ง แต่ว่าเทคโนโลยีของเขาทำให้มันรุนแรงกว่ามาก ฮาโมคิมองหน้าของโป่วเกียฮุ้นด้วยความสงสัย มือของเขาที่ควรจะมีแผลไฟลวกอย่างรุนแรงกลับมีแค่รอยถลอกนิดหน่อยเท่านั้น เขายังไม่ค่อยแน่ใจนักแต่คิดว่าตอนนั้น โป่วเกียฮุ้นคงจะใช้ลมปราณอะไรนั่นช่วยเขาเอาไว้ซะล่ะมั้ง ถ้าคุณไม่กลับไปที่ยาน แล้วจะทำยังไงต่อ โป่วเกียฮุ้นเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง ก็อยู่จัดการงานให้เสร็จสิ การจะเข้าถึงตัวพันเอกคารอนคงยากแล้วล่ะ น่าเสียดายอยู๋เหมือนกันที่ไม่เจอตัวในที่ประชุม กะว่าจะเจอตอนพักครึ่งก็ดันมีคนมายุ่งซะอีก ฮาโมคิหัวเราะเบาๆ หึๆๆ แกน่าจะขอบคุณมันมากกว่านะ ถ้ามันคิดจะเล็งแกล่ะก็ แกไม่ได้มาคุยกะชั้นอย่างนี้หรอก ไม่มีทางหรอก มันเล็งจากหน้าต่างนะ ผมนั่งในมุมอับที่หัวโต๊ะแล้วปืนที่ไหนจะยิงผมถูก... แววตาของฮาโมคิวาวขึ้นจนโป่วเกียฮุ้นสังเกตุได้ ดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวถูกกดลงกับฝักด้วยมืออันสั่นเทา... ไอ้หมอนั่นมันมีฝีมือมากกว่าที่นายคิดเยอะ... ไม่งั้นมันคงไม่ถูกเรียกว่า ไซเลนท์เดด หรอก ................................ ที่สถานีทดลองบนผิวดวงจันทร์ของโฟบอส ดาวบริวารดวงหนึ่งของดาวอังคาร ที่นั่นมีห้องทดลองมากมายที่ยังทำการอยู่ ถ้าไม่นับที่ไอโอแล้วก็ถือได้ว่าดวงจันทร์แห่งนี้เป็นเหมือนสมองของกองทัพยูรอคได้เลย ดร.ซิดที่ถูกส่งมาที่นี่กำลังยุ่งกับการควบคุมลูกทีมใหม่ในการเช็คตัวเลขทางการทดลองบางอย่างอยู่ ดร. ครับ มีโทรศัพท์จากไอโอครับ เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้น แม้ว่าซิดจะไม่อยากคุยกับพวกยศสูงๆเท่าไหร่นักแต่ก็จำต้องไปรับสาย ไม่อย่างนั้นคราวนี้เขาอาจจะไปอยู่นอกระบบสุริยะเลยก็ได้ ซิดพูดครับ... นี่แม็คไบรวาร์ด.. ขัดข้องมั้ยถ้าผมอยากให้คุณมาจัดการเรื่องที่ไอโอ... เสียงนี้ไม่คุ้นหูซิดเท่าไหร่เลย แต่ก็เสียงที่พูดออกมากลับมีอำนาจล้ำลึกอย่างประหลาด แต่ผมเพิ่งจะเดินทางมาจากที่นั่นเองนะครับ ถ้าผมกลับไป..การประชุม... มันจบลงแล้วล่ะ มีหน่วยลอบสังหารปนเข้ามาในคณะฑูต.. ..... ซิดนิ่งอึ้ง ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้ละเนี่ย... ที่ไอโอนี่มีคนเจ็บจำนวนมาก ทางเราจะขนส่งไปให้คุณที่นั่นก็คงจะลำบาก เราเลยต้องการให้คุณกลับมาที่นี่โดยด่วน ความหมายในประโยคนี้ซิดเข้าใจดี การทดลองมากมายคงจะรอเขาอยู่ ได้ครับ.. แล้วผมจะไปที่นั่นให้เร็วที่สุด เสียงของซิดเรียบเฉยตามเคย.. หลังจากวางหูโทรศัพท์แล้ว ซิดก็จัดการสั่งการลูกน้องทั้งหมด แม้ว่าเขาจะเดินทางแต่ก็ไม่ต้องการให้การทดลองหยุดชงัก ยิ่งโครงการปลูกถ่ายตัวอ่อนนั่นยิ่งเป็นกรณีพิเศษ ซิดสนใจโครงการนี้มาตลอดตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้ามันให้ผลสำเร็จละก็... กระเป๋าที่ใส่ข้าวของพร้อมเดินทางของซิดไม่ได้ใหญ่โตนัก คงเป็นเพราะว่าต้องเดินทางบ่อยก็เป็นได้ ซิดจึงไม่ค่อยเดือดร้อนในเรื่องการจัดกระเป๋าซักเท่าไร ที่ท่ายานก็ยังคงมีคนเดินไปมาอยู่มากเหมือนเดิม ซิดตรงไปที่ช่องผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่กำลังจะออกเดินทาง หลังจากที่ตรวจตั๋วและสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ซิดเองก็หอบสังขารมานั่งตามหมายเลขที่ได้... ถ้านายพลเอนาสเห็นเขาจะว่ายังไงน้อ.... ....................................... นี่มันอะไรกัน... นอกจากเสียงตะโกนของเอนาสแล้ว กระจกของกรอบรูปด้านหลังก็ยังปริแตกเบาๆพร้อมกับกระถางต้นไม้ที่สั่นไปมา แค่การรักษาความปลอดภัยง่ายๆก็ต้องให้ชั้นลงไปคุมด้วยเรอะ.. แค่ชั้นไม่อยู่แค่สามชั่วโมง เราก็เสียทหารไปร่วมครึ่งร้อย ใครพอจะอธิบายเรื่องนี้ได้มั่ง ความเกรี้ยวกราดกระแทกออกไปถึงทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม เอนาสกวาดสายตาไปรอบๆ ก็ไม่เชิงหรอกครับ... ตรงที่นั่งด้านขวาของเอนาส จอห์นนี่ลุกขึ้นพร้อมกับกระดาษ 2 3 แผ่นในมือ แล้วหมายความว่ายังไง เท่าที่ผมรู้ดูเหมือนว่าจะมีคนมาลอบสังหารคนของเรา ตอนที่เกิดเหตุมีรายงานว่าพบคอปเตอร์ไม่ปรากฏสัญชาติใกล้ๆกับที่ประชุม คนของแอสสินอตก็บอกว่ายังงั้น พวกเอเชียนนั่นก็เหมือนกันนั่นแหละ ... ผมไม่กล้ายืนยันขนาดนั้นหรอกครับ แค่กำลังทหารประมาณ 20 คนเท่านั่น แกยังคิดแบบนั้นอีกรึไง คนที่เหลือต่างก็เงียบสนิท จอห์นนี่ก็ระวังตัว.. ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ไซเลนท์เดด..... ไอ้หมอนี่อีกแล้ว เอนาสบ่นด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ สองคนครับ เจ้าหน้าที่เรดาห์ในหอชั่วคราวที่เราจัดไว้ด้านเหนือของบริเวณก็โดนยิง สามในสี่คนถูกยิงตายขณะที่ยังประจำอยู่หน้าจอเรดาห์ รูกระสุนที่เราพบที่หอเรดาห์เป็นแบบเลเซอร์ครับ ขณะที่ศพที่โดนยิงในห้องประชุมมีหัวกระสุนค้างอยู่ในกระโหลก เวลาที่ใกล้กันมากทำให้คิดว่าคราวนี้มันคงทำงานกับเป็นทีม... จอห์นนี่สาธยายรายละเอียดที่ลูกน้องรายงานมาให้ เท่าที่ชั้นรู้ ไซเลนท์เดด มันทำงานคนเดียวตลอดเลยไม่ใช่รึ บางทีมันอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่ามีทีมที่แบ็คอัพมันอยู่ คิดว่าคงจะเอาเรื่องนี้ไปอ้างกับแอมเมอริคได้ไม่ยากหรอกครับ หลังจากจบรายงานจอห์นนี่ก็นั่งลง แต่เอนาสที่ลุกขึ้นยืนด้วยอารมณ์โกรธยังคงเอามือเท้าโต๊ะจ้องผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดไปมา สมองของเอนาสคิดคำนวนเรื่องต่างๆอย่างรวดเร็ว ผมต้องการพบหน่วยเฉพาะกิจหน่อย... สิ้นเสียงของเอนาสห้องประชุมก็มีเสียงพึมพำขึ้นเบาๆ ........................................... ที่แหล่งค้าขายกลางเมืองใหญ่มักจะมีผู้คนมากมายสัญจรผ่านไปมาเสมอ ดาบยาวของฮาโมคิสร้างความประหลาดใจและเสียงซุบซิบได้มากพอดู ในเมืองที่ทันสมัยสุดชีดอย่างที่ไอโอนี่แล้ว.. ดาบยาวของญี่ปุ่นจะเห็นได้ก็แต่ในพิพิธภัณธ์หรือไม่ก็ย่านดาวน์ทาวน์เท่านั้น นี่... ผมว่าเก็บดาบนั่นให้มิดชิดหน่อยก็ดีนะ โป่วเกียฮุ้นเริ่มเหนื่อยกับสายตาของคนอื่นที่มองมาทางเขาเหมือนกับว่าเป็นตัวประหลาดอีกตัว.. ชั้นไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน ชั้นก็ทำของชั้นอย่างนี้ประจำ แต่ที่นี่มันถิ่นศัตรูนะครับ เราเหนื่อยเท่าที่จำเป็นดีกว่าน่า โป่วเกียฮุ้นพยายามกล่อมอีกฝ่าย ก็จะให้ทำยังไงล่ะ อาวุธของชั้นมีแต่ดาบนี่เท่านั้น ถ้าชั้นไม่พกมันไว้แล้วแกจะช่วยคุ้มครองชั้นรึไง ผมก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้นซักหน่อย.. เสียงของโป่วเกียฮุ้นเนือยลง... ทั้งคู่เดินตรงไปที่โรงแรมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในตรอกมืดๆที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางความคึกคักของเมืองใหญ่ เส้นทางที่ค่อนข้างแคบเต็มไปด้วยคนเร่ร่อนนอนอยู่เต็มสองข้างทาง ดาบของฮาโมคิถูกลูบด้วยมืออันสั่นเทาบ่อยครั้ง ทั้งคู่รีบเร่งฝีเท้าทิ้งกลุ่มคนไร้ที่อยู่ไว้ด้านหลัง.... เมื่อเช็คอินและรับกุญแจจากพนักงานหน้าตาถมึงทึงที่เคาท์เตอร์ด้านล่างแล้ว ทั้งคู่ก็นอนแผ่อยู่บนเตียง... เอ่อ.. เตียงใครเตียงมัน แล้วเราจะได้ลงมืออีกเมื่อไหร่ ฮาโมคิถาม ก็เพราะคุณนั่นแหละ... แทนที่จะกลับไปกับกองยานพร้อมกับทหารของคุณ เรื่องมันเลยยุ่งยากขึ้นอีก โป่วเกียฮุ้นตอบเสียงเหนื่อยหน่าย แกคิดว่างานคราวนี้มันง่ายนักเรอะ ไม่ได้มีเราพวกเดียวนะที่ถูกส่งมาทำงานแบบนี้ คราวนี้แอมเมอริคมันก็ส่งคนของมันมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ต่างคนต่างไปก็สิ้นเรื่อง เสียงของโป่วเกียฮุ้นไม่มีท่าทีทุกร้อนอะไร แกนี่มันไม่มีความคิดของทหารเลยรึไง ไม่มีครับ ผมเป็นมือสังหารนี่ ฝ่ามือของฮาโมคิถูกยกขึ้นมากุมหัว... คนแบบนี้ถูกส่งมาทำงานพร้อมกับเขาได้ยังไงวะเนี่ย ก็ถ้าเราเกิดมีเป้าหมายเดียวกับพวกแอมเมอริคนั่น เราก็ต้องแย่งโอกาสกันทำงานกับมัน ถ้าเราพลาดแล้วอีกฝ่ายฉวยโอกาสเก็บมันไปได้ก่อน เราก็จะถูกป้ายความผิดเอาง่ายๆ นั่นหมายความว่าเราที่เราทำไปต่างๆนานาก็สูญ โป่วเกียฮุ้นทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ซักพักก่อนที่จะหลับตาลง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ.. ถึงเราจะรีบยังไงก็คงต้องรอเท่านั้น อีกตั้งสัปดาห์แน่ะกว่าจะมีการเจรจาการค้า ยิ่งถ้าเป็นการเจรจากับพวกพ่อค้าแล้วละก็.. ทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบด้วยรู้จักลักษณะอันแปลกประหลาดของพวกพ่อค้าเป็นอย่างดี บางทีพวกเขาอาจไม่ต้องทำอะไรกับเหยื่อของเขาคารอน พวกพ่อค้าที่อารมณ์ร้ายอาจจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย.. .............................. โดยปราศจากเสียงเคาะประตู ต่อหน้านายพลเอนาสก็ปรากฎร่างของนายทหารสูงทมึน หน่วย S- 090 รายงานตัวครับท่าน... เอนาสเงยหน้าขึ้นมามอง ทั้งสามคนที่มารายงานตัวต่างก็มีรังศีของจิตที่นิ่งเงียบ เอนาสไม่สามารถกดความรู้สึกใดๆลงไปในจิตของทั้งสามได้ น่าแปลกที่แม้ว่าทั้งสามคนจะอยู่ต่อหน้าเขา แต่ใบหน้าที่ย้อนแสงเพียงเล็กน้อยนั้น เอนาสกลับมองไม่เห็นอะไรเลย.... พวกนายรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วนะ เอนาสไม่อยากพูดอะไรมากอีก ครับ.. เสียงรับคำสั้นๆ งั้นชั้นขอเพิ่มอีกนิดหน่อยก็แล้วกัน นอกจากหาหนูผิวเหลืองสองตัวนั่นแล้ว เราต้องการข้อมูลของไซเลนท์เดดมากกว่านี้ มันทำให้เรายุ่งยากมากเกินไปแล้ว ไม่จำกัดวิธีการรึเปล่าครับ เสียงขวดแก้วดังกริ๊กไล่หลังมาเบาๆ ไม่ได้.. ที่นี่มันเขตของเรานะ ประชาชนจะเดือดร้อนเพราะพวกแกไม่ได้.. เอนาสแผดเสียงออกมาด้วยความตกใจ ทั้งสามคนไม่ได้มีท่าทีอะไรอีก แต่ว่าแทนที่จะเดินออกไปจากห้อง ร่างทั้งสามกลับจางลงๆ จนหายตัวไปเสียเฉยๆ เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เอนาสเลย อารมณ์โกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ... ภาพลวงตารึ... แสบมาก ฟีนิกซ์ จาก : ioroid - 25/11/2000 07:17 |
|
ข้อความ : โอ้ กำลังรออยู่
ตื่นมาลงแต่เช้าเลยนะครับ จาก : kumagift - 25/11/2000 08:26 |
|
ข้อความ : โอ้..แต่ละคน เริ่มงานกันแล้วสิเนี่ย..หึๆๆๆๆ
สนุกมากครับ ต่อเร็วๆน้า จาก : Cid - 25/11/2000 11:39 |
|
ข้อความ : สนุก สนุก จาก : naru - 25/11/2000 14:00 |
|
ข้อความ : /me รอตอนสงคราม ยิงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จาก : Johnny - 25/11/2000 14:06 |
|
ข้อความ : อยากไปลุยเองแล้ว แฮะ หึหึ จาก : เอนะ - 25/11/2000 14:09 |
|
ข้อความ : emm..
/me tor cue จาก : Cecil - 25/11/2000 18:42 |
|
ข้อความ : ..ฮี่ๆ...แต่งตอนใหม่เร็วๆล่า..... จาก : Phoenix - 25/11/2000 21:45 |
|
ข้อความ : โอ.....เริ่มแผนการแล้ว หึหึ จาก : Kindani - 25/11/2000 23:13 |
|
ข้อความ : นั่งรอตอนต่อไปด้วยความตื่นเต้น จาก : angel k - 25/11/2000 23:26 |
|
ข้อความ : Row ni jeng jing jing. ^-^ Thank you ioroid for cool position. จาก : MrT - 26/11/2000 11:32 |
|
ข้อความ : เราออกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ จาก : โป่วเกียฮุ้น - 26/11/2000 19:45 |
|
ข้อความ : โอ้ จะเป็นไงต่อเนี่ย ^_^
/me เข้าใจความรู้สึกในการรอบทแล้วแฮะ ^_^;;; จาก : xellss - 27/11/2000 10:48 |
|
ข้อความ : สงครามของเหล่าชายชาตรีที่แสนตึงเครียด ไม่มีที่สำหรับผู้หญิงเลย T_T จาก : Alicia - 29/11/2000 07:31 |