หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 28 - Blind Guardian 8 (Disintegration!!!) - (อ๊าก!!! ยาวอะไรอย่างนี้!!!)
ข้อความ : สายลมที่ส่องประกายสีเขียวสามสายพัดอย่างรวดเร็ว ฟาดทหารสมิงที่ยืนคุมตัวตัวเทเรซ่าจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง พร้อมกับที่ร่างของรัซเซลล์กระโจนพรวดลงมา
ยืนจังก้าอยู่กลางสนามทันที
ดวงตาของเขาทอประกายดุดัน รอบร่างมีพลังลมสุริยะส่งประกายสีเขียวพัดอยู่รอบตัวเต็มไปหมด
เทเรซ่ายืนอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ท่ามกลางฝูงทหารสมิงที่อยู่เบื้องหลังนับร้อยๆ คน แต่ไม่มีใครเข้าไปใกล้เทเรซ่า เพราะกำลังตะลึงกับสถานการณ์แปลกๆ
ที่เกิดขึ้น คงมีแต่วอลโดเท่านั้นที่จ้องมองด้วยท่าทางสงบ แต่ดวงตากลับไม่สงบเหมือนท่าทาง
จินยืนแยกออกมาอยู่ห่างจากเทเรซ่า ดวงตาจ้องไปที่รัซเซลล์ด้วยความรู้สึกบางอย่าง
" ยืนเหม่ออะไรอยู่ จิน " เสียงของรัซเซลล์ปลุกจินให้ตื่นจากภวังค์ " แกมีหน้าที่คุ้มกันเทเรซ่าไม่ใช่เรอะไง ออกมายืนห่างอย่างนั้นจะคุ้มครองได้เหรอ "
สีหน้าของจินคล้ายแฝงแววไม่พอใจบางอย่างเอาไว้ เขาปราดเข้าไปยืนขวางระหว่างเทเรซ่ากับกองทหารเอาไว้พร้อมกับชักดาบออกจากฝัก
" ถอยออกไป จิน " เทเรซ่าออกคำสั่งเมื่อเห็นทีท่าของจิน จินเพียงชะงักไปนิดหนึ่งเท่านั้น แล้วหันกลับไปทางพวกทหารสมิงด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง
สองมือกำดาบแน่น แล้วฟันเข้าใส่ทหารสมิงคนไหนก็ตามที่บุกเข้ามาใกล้ตัวเขาและเจ้านายของเขา
" ดี " รัซเซลล์พูดพร้อมกับยิ้มนิดหนึ่ง แล้วสั่งให้ลมสุริยะพัดเข้าไปจู่โจมใส่ทหารพวกนั้นทันที พวกที่อยู่ด้านหน้าหลายคนถูกพลังลมพัดจนเด้งขึ้นฟ้าเหมือนติดจรวด
พวกที่อยู่ข้างหลังถูกฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาตอนลมพัดบังตาไว้ชั่วขณะ และชั่วขณะนั้นก็เปิดโอกาสให้รัซเซลล์บุกเข้าจู่โจมในระยะประชิดตัวทันที
พวกสมิงนับสิบๆ ดาหน้าเข้าไปหารัซเซลล์อย่างไม่รู้จักหมด แต่ไม่ว่าตัวไหนเป็นต้องถูกลูกเตะของรัซเซลล์ยันซะตีลังกาสี่ห้าตลบกลับไปหมด มีบางตัวที่คิดบุกเข้าไปหาเทเรซ่า
แต่ไม่พ้นถูกดาบพลังเพลิงของจินยันซะถอยกลับมา ไม่มีโอกาศประชิดตัวได้เลย
" หยุด หยุดนะ... หยุดทีเถอะ... " เทเรซ่าร้องตะโกนเสียงหลง สีหน้ามีแววคับแค้นและเจ็บปวดหัวใจถึงที่สุด " อย่าให้ใครต้องมาเจ็บปวดเพราะชั้นอีกเลย !!! "
" เธอก็เลยคิดจะเสียสละตนเองเพื่อปกป้องชาวเมืองทุกคนใช่มั้ย ยัยโง่ !!!! " เสียงตะโกนของรัซเซลล์ที่ยังคงต่อสู้อยู่ท่ามกลางฝูงสมิงหมาป่าไฮยีน่าที่ดาหน้าเข้ามาทุกด้านดังลั่นท่ามกลาง
เสียงโห่ร้องคำรามของพวกทหารสมิง " เธอคิดเรอะว่าการทำอย่างนั้นมันจะช่วยอะไรได้จริงๆ เรอะไง ใช่เธออาจจะช่วยปกป้องอันตรายให้พวกเขาได้
แต่คิดบ้ารึเปล่าว่าถ้าเธอถูกจับแล้วเป็นอะไรไป จิตใจของชาวเมืองทุกคนจะต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน ดูตาของพวกเค้าดูสิ "
เทเรซ่าหันไปมองยังทิศที่ชาวเมืองยืนออกันอยู่ ประกายตาของชาวเมืองทุกคนเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ห่วงใย และจงรักภักดีชนิดที่ถ้าเพื่อปกป้องผู้เป็นนายแล้ว
ยอมได้ทุกอย่างต่อให้ลุยกระทะทองแดงรึปีนภูผามีด
" เข้าใจมั้ย!!! ยัยเซ่อ!!! เข้าใจจิตใจของพวกเค้ามั้ย!!!! " รัซเซลล์ตะโกนดังลั่นเหมือนคนบ้า " ถ้ายังไม่เข้าใจอีก เธอก็เป็นแค่ผู้พิทักษ์ตาบอดที่ช่วยอะไรใครไม่ได้สักคนเดียวนั่นแหละ "
รัซเซลล์คำรามลั่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสลัดหลุดจากวงล้อมของทหารสมิงที่ล้อมตัวเองอยู่ แล้วพุ่งเข้าใส่วอลโดทันที


ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปจุดต่อสู้ที่โรงเรียน
ร่างเงาร่างหนึ่งยืนอยู่บนคาคบไม้ กำลังจ้องมายังลานต่อสู้นั้นอย่างไม่วางตา มองไม่เห็นหน้าเพราะเขายืนอยู่ในร่มไม้ เงาร่มไม้ที่หนาทึบจึงบังหน้าของเขาไว้จนมิด
" เจ้าเสือบ้านั่นดูเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ " เงานั้นพึมพำกับตัวเอง " จะมาหาเจ้าหมอนั่นแท้ๆ ดันเจออะไรที่น่าสนใจกว่าซะแล้ว แย่จังเลยแฮะ เรานี่ "
ร่างเงานั้นพึมพำพร้อมกับหัวเราะหึๆ ในลำคอซึ่งพอจะอนุมานได้ว่าเป็นการแสดงความพอใจ แล้วดูการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป


ขณะเดียวกัน ที่ตึกเรียนชั้น 1
แฟนธอมแฟงค์รูปหนอนทรายจำนวนมากมายมหาศาลพุ่งออกไปทั่วทุกทิศ โดยมีศูนย์กลางรวมกันอยู่ที่มือทั้งสองข้างของเคนนี่ จู่โจมเข้าใส่กลางกลุ่มของพวกทหารสมิงที่ยืนหน้าสลอน
อยู่บนทางเดิน เสียงร้องอย่างตกใจกลัวของพวกทหารสมิงดังไปทั่ว เพียงพริบตาเดียวพวกมันก็ถูกหนอน
เสร็จจากพวกสมิงบนทางเดินแล้ว เคนนี่ก็เปลี่ยนแฟนธอมแฟงค์จากหนอนปีศาจมาเป็นสุนัขปีศาจหรือแบล็กด็อก แล้วปล่อยพวกมันให้ออกวิ่งไปจัดการกับพวกทหารสมิงที่ยังคงอยู่
ในห้องเรียน โดยใช้หลักการควบคุมก้อนออร่าในระยะไกลให้จู่โจมศัตรู โดยออกคำสั่งแบล็กด็อกแต่ละตัวไว้ว่า "โจมตีผู้ใหญ่ทุกคนที่ใส่ชุดทหาร"
เพิ่งปล่อยแบล็กด็อกไปได้ไม่ถึง 20 วินาที เสียงร้องอย่างตกใจและเจ็บปวดของพวกทหารสมิงก็ดังขึ้นมาเป็นแถบๆ เป็นสัญญาณว่าตอนนี้ แบล็กด็อกทั้งฝูงที่บุกเข้าไปแต่ละห้อง
จู่โจมเข้าถึงตัวพวกทหารสมิงแล้ว
" ดีมาก คราวนี้จับพวกมันให้อยู่แล้วลากออกมา " เคนนี่ออกคำสั่งในใจ ที่หน้าผากมีเหงื่อเม็ดโป้งๆ ซึมออกมา
พวกแบล็กด็อกทำตามทันที ในเวลาไม่นานนัก เจ้าพวกทหารสมิงก็ถูกแบล็กด็อกลากออกมาจากห้อง โดยแบล็กด็อก 6 ตัวต่อสมิง 1 คน โดยลากเข้าไปในห้องใหญ่ห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน
พวกสมิงคำรามอย่างดุร้าย พยายามจะสลัดหลุดจากเขี้ยวของแบล็กด็อก ไม่ก็พยายามเอาเล็บจิกพื้นไว้ไม่ให้ถูกลากไป แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้มือของพวกมันถูกฟัดจนเละเสียแล้ว
รวมทั้งใบหน้าและตามตัวก็มีรอยถูกฟัดจนเหวอะหวะเหมือนกัน เลือดของพวกมันเปื้อนพื้นเป็นทางตามรอยที่พวกแบล็กด็อกลากออกมาเหมือนถนนสีแดงตัดผ่านทุ่งหินร้าง
เคนนี่รออยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าแบล็กด็อกลากพวกทหารสมิงเข้ามาจนหมดแล้ว ก็ออกคำสั่งไปอีกทันที
" ฆ่าให้หมด!!! " พริบตานั้น พวกแบล็กด็อกทั้งหมดก็รุมฟัดพวกทหารสมิงอย่างกระหายเลือดทันที เสียงร้องโหยหวน เสียงกระดูกถูกขบจนแตก และเสียงเนื้อถูกฉีกขาดดังสนั่น
ไปทั่ว
เสียงอันน่าสยดสยองนี้ดังอยู่ไม่นานนักก็สงบลง เหลือแต่ความเงียบเท่านั้นเอง
เคนนี่มองเศษเนื้อเละๆ กองใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกองทหารสมิงมาก่อนด้วยแววตาดุดันอยู่ครู่หนึ่งจึงเรียกแบล็กด็อกทั้งหมดให้กลับมาที่มือของเขาเหมือนเดินแล้วเดินออกจากห้องไป
เงียบๆ
ทันทีที่เคนนี่ออกมาจากห้องสังหารหมู่นั้นเอง
" เคนนี่โว้ย !!! " เสียงเรียกเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อเคนนี่หันไปมองตามเสียง ก็เห็นแอรอนกับไอร่าวิ่งมาหาพร้อมกับอาจารย์หลายสิบและนักเรียนหลายร้อยที่ตามหลังมา
" พวกทหารชั้นบนๆ เรียบร้อยหมดแล้วเรอะ " เคนนี่ถามทันทีที่ทั้ง 2 มาถึง
" เออ หมดแล้ว " แอรอนตอบ " ทีนี้ตอบคำถามชั้นมั่ง ตอนนี้นักเรียนของทั้งชั้น 2, 3 และ 4 มารวมกันที่ชั้น 1 หมดแล้ว บางส่วนที่ไม่พอก็จัดการปัดไปชั้น 2 ตรงกลางหมดแล้วเหมือนกัน
ลองบอกชั้นหน่อยซิว่าแกคิดจะทำอะไรกันแน่ "
เคนนี่ยืนนิ่ง ไม่มีทีท่าจะตอบคำถามของแอรอนแม้แต่น้อย " เดี๋ยวพอไปถึงห้องประชุมก็รู้เอง ตอนนี้แกกับไอร่าพานักเรียนที่พามาทั้งหมดไปรวมกันที่ห้องประชุมทีนะ
ถ้าไม่พอก็กระจายไปรวมกับนักเรียนของชั้น 1 ก็ได้ อ้อ กันที่ว่างเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางซัก 20 เมตร ไว้ให้ด้วยนะ "
" แล้วแกล่ะ " แอรอนถาม
" ชั้นจะไปรวบรวมนักเรียนกับอาจารย์ของวิชาอักษรรูนมาก่อน แล้วไปที่ห้องประชุมทีหลัง "
พูดจบ เคนนี่ก็ออกเดินแหวกกลุ่มนักเรียนออกไปอย่างรวดเร็วทันทีก่อนที่แอรอนจะทันเรียกตัวไว้
แอรอนได้แต่หัวเสียกับการพูดอะไรไม่เคลียร์ของเคนนี่ชะมัด สีหน้าเขามีแววยุ่งยากใจปนโมโห ในตอนนั้นเอง ไอร่าก็เข้ามาสะกิดหลัง
" อะไรอีกล่ะ " แอรอนถามอย่างหัวเสีย
" ดูนั่นสิ " ไอร่าพูดพร้อมกับชี้มือไปข้างบน แอรอนเงยหน้ามองทันที
ข้างบนนั้น เส้นสีดำมะเมื่อมขนาดสายไฟฟ้าแรงสูงของแฟนธอมแฟงค์หลายเส้น โยงทะลุจากผนังข้างหนึ่ง ทะลุเข้าไปในห้องเรียน โดยสายแฟนธอมแฟงค์นี้จะอยู่รวมกันเป็นกระจุก
ประมาณ 6-7 เส้น โดยวางตัดทางเดินแบบที่อธิบายไปแล้วข้างต้น บริเวณที่กลุ่มแฟนธอมแฟงค์ตัดทางเดินนั้นมีอยู่ 3 จุด คือ ตรงกลางทางเดิน และตรงสุดปลายทางเดินทั้ง 2 ข้าง
ทั้งแอรอนและไอร่ามองหน้ากันอย่างประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้มากนัก เพราะต้องรีบพานักเรียนทุกคนที่พามานี้ไปรวมกันที่ห้องประชุมโดยเร็วที่สุด
เพื่อให้เข้ากับ "แผนการบางอย่าง" ที่เคนนี่กำลังเตรียมการอยู่


ห้องประชุมของตึกเรียนนี้เป็นห้องขนาดใหญ่มากอยู่ตรงกลางของชั้น 1 โดยมีห้องเรียนหลายสิบห้องล้อมรอบอยู่ทั้ง 2 ข้าง คั่นด้วยทางเดินเข้าไปยังห้องเรียน
และภายในห้องนี้เอง นักเรียนจากชั้น 2, 3 และ 4 ร่วมสามพันคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่โดยมีแอรอนกับไอร่าเป็นผู้นำ ทั้งหมดยืนรวมกันเป็นกลุ่มโดยกันที่ไว้ให้เคนนี่กับคณะอาจารย์
และนักเรียนจากภาควิชาอักษรรุน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นว่าจะต้องเจออะไรอีกบ้าง
แอรอนกับไอร่าเองก็กำลังรู้สึกงง ในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับแผนการที่เคนนี่วางไว้เพราะ ทันทีที่เข้ามาถึงห้องประชุม ทั้งคู่ก็มองเห็น
เส้นแฟนธอมแฟงค์ที่ทะลุผนังตัดทางเดินตะกี้นี้ยื่นยาวจากผนังห้องมารวมกันแทบจะตรงกลางห้องประชุม
ทั้งคู่รู้สึกกระสับกระส่ายเหลือเกิน แต่ด้วยความเยือกเย็นส่วนตัวทำให้ไม่มีใครแสดงไอ้ที่อยู่ในใจออกมา
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็เปิดขึ้น ทำเอาทุกคนสะดุ้ง แต่ก็โล่งใจเมื่อเห็นว่าที่เข้ามานั้นก็คือ เคนนี่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตกับกางเกงสีดำอย่างเคยเห็น (ไปเปลี่ยนตอนไหนฟะ !!!)
กับคณะอาจารย์และนักเรียนจากภาควิชาอักษรรูนทั้ง 89 คนนั่นเอง (อาจารย์ 7 คน นักเรียน 82 คน)
ทั้งหมดเดินตรงไปตรงกลางที่แอรอนกับไอร่าบอกให้เว้นที่ไว้ให้ แต่เมื่อใกล้จะถึงนั้นเอง เคนนี่กลับยกมือเป็นสัญญาณบอกให้คนอื่นหยุด แล้วตัวเองก็เดินแยกออกมาคนเดียว
ตอนนั้นเอง แอรอนกับไอร่าก็วิ่งออกจากตำแหน่งที่ตัวเองยืนอยู่ตรงไปหาเคนนี่ที่กำลังเดินตรงไปยังที่ว่างตรงกลางนั้น
" คิดจะทำอะไรของแกฟะ " แอรอนถามทันทีที่เดินไปถึงตัวเคนนี่
" ให้พวกเรามารวมกันที่นี่ทำไม " ไอร่าถามบ้าง
" ดูเอาเองก็แล้วกัน " เคนนี่ตอบพร้อมกับยิ้มและหลิ่วตาให้ จากนั้น ยกสองมือขึ้นพร้อมกับประกายพลังออร่าสีฟ้าที่รวมกันอยู่ที่มือสองข้าง
พลัน ปลายแฟนธอมแฟงค์หลายสิบเส้นที่ยื่นออกมารวมกันตรงกลางนั้นก็ขยับมารวมกัน ลากตัวเองเป็นวงกลมคล้ายวงกลมเวทย์มนต์ขนาดยักษ์เส้นผ่าศูนย์กลางตามที่เคนนี่ของให้
กันที่ไว้เป๊ะๆ โดยรอบนอกตีเป็นตารางสีเหลี่ยมขนมเปียกปูนเล็กขนาดให้คนเข้าไปยืนเฉยๆ ได้ มีทั้งหมด 82 ตา ข้างในเกือบถึงตรงกลางนั้นขีดเป็นวงแหวนใหญ่แบ่งเป็นช่องๆ 7 ช่อง เว้นที่ว่าง
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตรไว้ตรงกลาง มีอักษรรูนประหลาดๆ จำนวนมากเขียนอยู่ตรงกลางนั้น เส้นรอบวงด้านนอกของวงกลมนั้นยังคงเชื่อมติดอยู่กับเส้นแฟนธอมแฟงค์
หลายสิบเส้นนั้นอยู่เหมือนเดิม
แอรอนกับไอร่าถึงกับอ้าปากค้างด้วยอาการตะลึงลาน " ขอบเขตอักษรรูน !!! " ทั้งคู่ร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน
" โอเค เรียบร้อย ทุกคนเข้าไปยืนตามตำแหน่งของตัวเองได้ " เคนนี่หันไปร้องบอกคณะฯ จากภาควิชาอักษรรูนทันที ทั้งหมดทำตามอย่างรวดเร็ว โดยอาจารย์ไปยืนในช่องของ
วงแหวนเล็กตรงกลางคนละช่อง 7 ช่อง 7 คนพอดี ส่วนพวกนักเรียนทั้ง 82 คนเข้าไปยืนในช่องสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนั้นคนละช่อง " เรียงลำดับสูงต่ำตามระดับพลัง คนพลังอ่อนกว่าอยู่นอก
ส่วนคนพลังสูงกว่าอยู่ใน เรียงกันไปเรื่อยๆ จนครบ " เคนนี่ร้องสั่งด้วยหน้าตาไม่ค่อยจะสบายเท่าไหร่นัก
แอรอนกับไอร่าเดินเข้าไปหาเคนนี่พร้อมกับถาม
" นี่มัน.. คิดอะไรของเธอน่ะ ถึงได้ตีขอบเขตอักษรรูนใหญ่ขนาดนี้ "
" เป็นหลักประกันไงล่ะ "
" หลักประกัน ? "
" ใช่ แผนการที่คิดจะจัดการกับพวกทหารตอนที่เจ้าวอลโดอะไรนั่นถอนพลังออกจากตึกเรียบร้อยแล้วโดนทำลายเรียบเพราะเจ้ารัซเซลล์ ดังนั้น ตอนนี้เจ้าวอลโดก็รู้แล้วว่ามีใครบางคน
พยายามจะพาเด็กนักเรียนออกไปจากตึกนี้ และมันก็คงไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยที่จะทำลายตึกทั้งตึกเพื่อฝังพวกเราไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น ทางเดียวที่จะพาทั้งพวกเราและนักเรียนทั้งหมดรอด
ไปได้มีแค่ทางเดียว นั่นคือ สร้างขอบเขตอักษรรูนแห่งการผนึกขนาดยักษ์เพื่อป้องกันนักเรียนทั้งหมดไว้จากการถล่มของตึกไงล่ะ !!! "
ทั้งแอรอนและไอร่ายืนตะลึง ฟังแผนการที่น่าตกใจนี้
" เดี๋ยวก่อน " แอรอนขัดขึ้นมาอย่างคนนึกอะไรขึ้นมาได้ " แล้วไอ้สายต่อระโยงระยางนี่มันอะไรกันวะ "
" ก็แค่สายต่อแฟนธอมแฟงค์ที่จะพาพลังไปยังอักษรรูนที่ชั้นวางไว้ตามจุดต่างๆ รอบนอกห้องประชุมไง " เคนนี่ตอบ
" แกเขียนรูนพวกนั้นตอนไหนวะ " แอรอนถามอย่างตกใจ
" ตอนที่ปล่อยแฟนธอมแฟงค์ออกไปโจมตีศัตรูทั้งชั้น 1 ว่ะ " เคนนี่ตอบพร้อมกับหลิ่วตาให้และยิ้ม " ชั้นขอตัวก่อนนะ ตอนนี้กำลังจะเริ่มเขียนรูนเพื่อส่งพลังกันแล้ว "
พูดจบ เคนนี่ก็เดินออกไปรวมกับกลุ่มของคณะฯ จากภาควิชาอักษรรูนทันที ทิ้งให้ไอร่ากับแอรอนยืนตีสีหน้าแปลกๆ บอกไม่ถูกไว้เบื้องหลัง


วอลโดจับจ้องรัซเซลล์ที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าดีเดือดด้วยสายตาชั่วร้าย แล้วพริบตานั้น ดินบนพื้นก็งอกขึ้นมาเป็นหอกหลายเล่มแทงเข้าใส่รัซเซลล์ทันที แต่รัซเซลล์รู้ทัน เขาสั่งให้ลมสุริยะ
พัดกระแทกเอาหอกดินเหล่านั้นจนแตกยับไปหมด พร้อมกับง้างเท้าจะเตะกวาดทันที
พลัน ดินบนพื้นก็งอกขึ้นมาเป็นแท่งขนาดใหญ่ ยันร่างของรัซเซลล์ให้ออกห่างไปทันที แต่รัซเซลล์ยังไม่ยอมแพ้ คราวนี้เขาบังคับลมสุริยะให้กลายเป็นดาบลมขนาดใหญ่ 4 เล่ม
พุ่งอ้อมแท่งดินยักษ์เข้าไปจู่โจมวอลโดทันที แต่วอลโดก็ยังเรียกกำแพงดินออกมากันไว้ได้อีก
" บ้าเอ๊ย!!! " รัซเซลล์คำรามแล้วพยายามตั้งตัวบนเสาดินให้ติดเพื่อจะกระโจนเข้าไปให้ถึงตัววอลโดให้ได้ แต่ยังไม่ทันทำอะไร ก็ปรากฏแท่งหินใหญ่อีกอันฟาดเปรี้ยง
ลงมาใส่แท่งดินยักษ์ทันที
แต่รัซเซลล์ก็พุ่งตัวหลบไปได้ อย่างรวดเร็วเสียด้วย ที่เป็นดังนี้ ก็เพราะรัซเซลล์ใช้พลังลมสุริยะยกตัวขึ้น แล้วพัดวูบอย่างรวดเร็ว หลบออกไปจากรัศมีแท่งหินนั้นได้
บัดนี้ รัซเซลล์ลอยอยู่กลางอากาศด้วยท่าทางสง่า รอบตัวมีสายลมเป็นประกายสีเขียวอ่อนของลมสุริยะพัดอยู่เพื่อพยุงร่างไว้ ส่งสายตาดุดันและหยามเหยียดมายังวอลโด
วอลโดเองเหมือนจะสังเกตเห็นแววตาหยามเหยียดนั้น ก็เลยฉุนขาด บังคับดินให้งอกขึ้นมาเป็นหอกนับสิบเล่ม ยิงเข้าใส่รัซเซลล์ทันที
ร่างของรัซเซลล์บินเป็นวงอย่างรวดเร็วเหมือนเครื่องบินรบ F-14 หลบหอกดินได้หมดทุกเล่ม แล้วเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าใส่วอลโดอย่างรวดเร็ว


เคนนี่ยืนอยู่ตรงกลางวงแหวนใหญ่ ล้อมรอบโดยอาจารย์ภาควิชาอักษรรูนทั้ง 7 คนยืนอยู่ในช่องทั้ง 7 ของวงแหวนที่เคนนี่ตีไว้ โดยหันหน้าออกข้างนอก ถัดไปจากนั้นก็คือนักเรียน
ทั้ง 82 คนที่อยู่ในตารางสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเล็กๆ ล้อมอยู่รอบนอก ทุกคนมีสีหน้าสงบ ไม่มีใครส่งเสียงอะไรแม้แต่คนเดียว เตรียมตัวที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุดเท่านั้น
ภายในช่องแต่ละช่องที่เคนนี่ตีไว้ให้นั้นมีอักษรรูนรูปร่างต่างๆ กันเขียนเอาไว้ช่องละ 1 อักษร โดยฝีมือของคณะฯ วิชาอักษรรูน จากนั้น ทุกคนก็ส่งพลังออร่าเข้าไปที่รูนนั้น
บังเกิดเป็นแสงสีเขียวอ่อนเล็กๆ มากมาย รูนรอบนอกเหล่านี้มีหน้าที่ขยายพลังซึ่งเคนนี่จะส่งผ่านรูนใหญ่ที่เขียนไว้ตรงกลางให้เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า แล้วส่งพลังเหล่านั้นไปยังรูนเขตป้องกันที่เคนนี่
เขียนไว้แต่ยังไม่ใส่พลังให้ เพื่อสร้างเขตป้องกันขนาดยักษ์สำหรับคุ้มกันตึกชั้นล่างทั้งตึก เขตป้องกันนั้นจะเป็นรูปโดมขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมด และยังเผื่อแผ่ไปถึง
ตรงกลางชั้น 2 อีกด้วย
เคนนี่ทรุดตัวนั่งในท่าชันเข่า วางมือขวาลงบนอักษรรูน แล้วเปล่งพลังออร่าทั้งหมดเท่าที่มีลงไปที่อักษรรูนนั้นเต็มกำลัง
รูนขนาดยักษ์นั้นเปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบ แล้วแผ่ออกไปเรื่อยๆ ตามเส้นตารางรอบนอกอย่างรวดเร็ว ไม่ช้า วงกลมขนาดยักษ์นั้นก็เปล่งแสงสีฟ้าสลับเขียวทั้งวง
เมื่อวงกลมแห่งพลังเปล่งแสงจากพลังออร่ามหาศาลจนเต็มทั้งวงแล้ว พลังนั้นก็ไหลต่อไปตามสายแฟนธอมแฟงค์ที่เชื่อมจากรูนแห่งผนึกข้างนอกกับวงกลมแห่งพลังนี้
พลังจำนวนมหาศาลไหลไปจนถึงรูนแห่งการผนึกที่ตรึงไว้รอบทิศแล้ว
แต่รูนก็ยังคงไม่ทำงาน แน่ละ เพราะรูนจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อพลังที่ส่งไปถึงนั้นมีพอเท่านั้น ตอนนี้รูนแห่งการผนึกแต่ละอันที่เคนนี่เขียนไว้นั้นเพียงแต่เปล่งแสงบางๆ เท่านั้น
" ยัง.. ยังไม่พอ " เคนนี่นึกในใจ แล้วเร่งพลังให้แรงขึ้นอีก
ทั้งนักเรียนและอาจารย์แห่งภาควิชาอักษรรูนสะดุ้งเฮือกหนึ่งกับพลังมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ถูกละ พลังนี้เข้มแข็งมาก มากกว่าพวกเขามากมายนัก แต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะทำให้รูนแห่งการผนึก
รอบนอกแสดงอานุภาพได้ แม้จะใช้รูนแห่งพลังช่วยเพิ่มพลังออร่าก็ตาม ดังนั้น พวกเขาทั้งหมดจึงต้องร่วมมือกันเขียนอักษรรูนแห่งพลังด้วยอีกแรงเพื่อช่วยขยายขอบเขตพลัง
ให้สูงขึ้นไปด้วย
แอรอนกับไอร่านั้นตอนนี้ได้แต่ดูอยู่เฉยๆ เท่านั้น ทีแรกนั้นทั้งคู่กะจะเข้าไปช่วยอีกแรงด้วย แต่เคนนี่ห้ามไว้โดยให้เหตุผลว่า " หลังจากกางเขตป้องกันเสร็จคงต้องมีการปะทะกันแน่ๆ
อยากให้พวกนายเก็บพลังเอาไว้มากกว่า " ทั้ง 2 เลยได้แต่ยืนดูพวกเคนนี่กางเขตป้องกันอยู่อย่างนี้เท่านั้น
" นี่ ไอร่า " แอรอนถาม " คิดว่าพวกเคนนี่จะสร้างเขตป้องกันเสร็จก่อน หรือว่าเจ้าวอลโดจะรู้ตัวแล้วถล่มตึกนี้ได้ก่อน "
" ไม่รู้เหมือนกัน " ไอร่าตอบ " คิดว่ามันคงรู้แล้วละ พลังออร่าของคนทั้งคลาสเรียนนี่นา "
แอรอนได้ยินดังนั้น ก็ทิ้งตัวนั่ง เอาหลังพิงกำแพงพร้อมกับถอนหายใจ
" ตอนนี้รัซเซลล์คงกำลังสู้กับเจ้าวอลโดอยู่มั้ง ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ มันคงไม่มีเวลามายุ่งกับตึกนี่หรอก "
ไอร่าเพียงแต่เงียบ หันไปมองเคนนี่ซึ่งบัดนี้เหงื่อชื้นๆ ไหลออกมาเต็มไปหมดทั้งตัวจากการใช้พลังอย่างหนัก จากนั้นนั่งลงกับพื้น แล้วพึมพำกับตัวเอง
" หวังว่ารัซเซลล์คงถ่วงเวลาไว้นานพอที่เคนนี่จะสร้างเขตป้องกันเสร็จนะ "


ท่าทางของวอลโดในตอนนี้ดูเร่งร้อนชอบกล เพราะตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่วอลโดจับกระแสพลังออร่าจำนวนมหาศาลจากในตึกได้ วอลโดมีสีหน้าตระหนก ซึ่งที่จริงแล้วมันก็ไม่รู้หรอก
ว่าพวกข้างในตึกกำลังทำอะไรอยู่ แต่สัญชาตญานที่ได้จากการผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วนบอกมันว่า ต้องดับพลังนั่นให้ได้
แต่ตอนนี้วอลโดไม่มีเวลาไปทำอย่างที่ใจคิด เพราะตอนนี้ มีศัตรูที่เข้มแข็งคนหนึ่งที่มันต้องจัดการให้ได้ก่อน นั่นคือรัซเซลล์นั่นเอง
รัซเซลล์เองก็สัมผัสถึงพลังออร่าจำนวนมหาศาลนั้นได้เหมือนกัน และก็ทำนองเดียวกับวอลโดคือไม่รู้ว่าพวกข้างในกำลังทำอะไรอยู่ ต่างกันตรงที่สัญชาตญานของเขาบอกว่า
ต้องปกป้องพลังนั่นเองไว้ และดูเหมือนรัซเซลล์จะอ่านใจของวอลโดออกว่าคิดจะทำอะไร ดังนั้น เขาจำต้องขวางไว้สุดชีวิตเพื่อไม่ให้วอลโดทำอย่างที่มันคิด
วอลโดเรียกเสาดินจำนวนมากงอกขึ้นมาบนพื้นเพื่อสกัดการบินของรัซเซลล์ แล้วยังเรียกหอกดินยิงรัวเป็นชุดๆ โจมตีเข้าไปอีก แต่ก็ทำอะไรรัซเซลล์ไม่ได้ เพราะเขาเล่น
บินหลบแบบสกรูพร้อมกับปล่อยลมสุริยะออกไปโจมตีด้วยในเวลาเดียวกัน (เหมือนวิธีการขับ Valkyrie พิฆาตศัตรูของผู้การแมกซิมิเลียนแห่ง Macross 7 ไงครับ) ลมสุริยะนั้นทำลายหอกดิน
จนแตกละเอียด แล้วบินซิกแซกหลบเสาดินอย่างคล่องแคล่ว เข้าหาวอลโด
" หลบเก่งนักเรอะ!!! งั้นเจอไอ้นี่ซะ!!! "
วอลโดคำรามพร้อมกับสร้างกำแพงดินอย่างหนาพิเศษแบบที่กระเบื้องตราช้างยังอาย ดักหน้ารัซเซลล์เอาไว้ ทำให้รัซเซลล์ชะงักไปราวๆ 0.25 วินาที ซึ่งก็มากพอที่วอลโดจะเรียก
กำแพงดินมาล้อมดักรัซเซลล์ไว้ทุกด้าน แล้วสั่งให้กำแพงดินนั้นเลื่อนเข้ามารัซเซลล์พร้อมๆ กันอย่างรวดเร็วกะจะอัดก๊อปปี้รัซเซลล์ให้กลางเป็นอมยิ้มแท่ง
เกิดเสียงโครมเบ้อเร่อเมื่อกำแพงดินทั้ง 4 ด้านชนกัน วอลโดยิ้มและหัวเราะร่าอย่างชั่วร้ายที่จัดการกับรัซเซลล์ได้
" คิดง่ายไปหน่อยละมั้ง " เป็นเสียงของจินที่แทรกเข้ามาในเสียงหัวเราะของวอลโด
" แกหมายความว่าไง... " ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ มันก็สำเหนียกถึงบางสิ่งอันตรายทางด้านหลังมันได้ " ... วะ "
ที่ด้านหลังนั้น รัซเซลล์ลอยอยู่ในระดับพื้นเดียวกับมัน กำลังง้างเท้าซ้ายเต็มที่เตรียมจะเตะโดยกะเล็งหัวของเจ้าวอลโดเป็นเป้า
วอลโดหันหัวกลับหลังมาดูด้วยสายตาตกตะลึงเพียงแว่บเดียว เท้าซ้ายของรัซเซลล์ก็ฟาดเปรี้ยงมาที่หัวของมันทันที เล่นเอาวอลโดยกแขนขึ้นกันแทบไม่ทัน แต่ถึงแม้จะกันไว้ได้
ก็ถูกพลังของลูกเตะเสริมออร่าดีดจนถอยกรูด ลากพื้นดินเป็นทาง
เจ้าวอลโดโมโหชะมัดที่ถูกเตะเอาง่ายๆ แบบนี้ มันยิงหอกดินใส่รัซเซลล์ที่พิ่งสวนเข้ามาทันที แต่รัซเซลล์เหินร่างข้ามหอกดินเหล่านั้นไป แล้วหมุนตัวเป็นวงตั้งฉากกับพื้น ฟาดส้นเท้า
ใส่หัวของวอลโด แต่วอลโดเบี่ยงหัวหลบได้ก่อน ส้นเท้าของรัซเซลล์จึงโดนเข้าแค่ไหล่ของวอลโดเท่านั้น แม้จะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็ทำเอาวอลโดทรุดด้วยความแรงของลูกเตะ
วอลโดตวัดกรงเล็บไล่ตามไป แต่ไม่ทันความเร็วของรัซเซลล์ รัซเซลล์ดีดตัวขึ้นไปลอยอยู่บนฟ้าได้ก่อนพร้อมกับปล่อยลมสุริยะเป็นดาบ 5 เล่มซัดสวนมาหาวอลโด
แน่นอน วอลโดต้องเรียกกำแพงดินขึ้นมาป้องกันดาบลมสุริยะไว้ได้ แต่พริบตาที่วอลโดคิดจะโจมตีสวน ก็พบว่ารัซเซลล์เหินร่างอ้อมกำแพงดินมาหามันทางด้านหลังที่ไร้การป้องกันตั้งแต่
เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วเตะเปรี้ยงเข้ามาเต็มพลังอีกที
คราวนี้ดูเหมือนวอลโดจะรู้ทัน เพราะกำแพงดินถูกเรียกขึ้นมาจากพื้นใต้จุดที่รัซเซลล์ลอยอยู่ทันทีเพื่อยันรัซเซลล์ออกไป แต่พริบตานั้น ร่างของรัซเซลล์พลันพุ่งอ้อมมาอีกด้านหนึ่งที่ไม่มี
กำแพงดินอย่างรวดเร็ว เหนือความคาดหมายของวอลโดนัก เพราะมันไม่คิดว่ารัซเซลล์จะสามารถบินได้เร็วถึงขนาดนี้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกเตะรัวเข้าใส่เป็นชุดๆ จนกลิ้งไม่เป็นท่า
" แข็งแกร่งมาก " วอลโดนึกในใจ " นี่ถ้ามันอยู่ในร่างสมิงละก็ เราแพ้ไปแล้ว แต่ เดี๋ยวก่อน!! มันเองก็รู้ว่าจะชนะเราได้ง่ายถ้าแปลงเป็นสมิง แล้วทำไมมันไม่แปลง "
แต่วอลโดไม่มีเวลาคิดหาเหตุผลอะไรมากนัก เพราะตอนนี้รัซเซลล์เล่นพุ่งตัวไปมาเล่นงานมันจนย่ำแย่ไปหมด จะใช้กำแพงดินป้องกันมันก็ดันบินหลบไปยังจุดที่ไม่กางกำแพงดินได้ทุกครั้ง
เล่นเอาวอลโดแทบไม่เป็นอันจู่โจม คิดแต่จะปิดป้องและหลบหลีกเอาตัวรอดท่าเดียว
แล้วมันก็คิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าของมันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วเรียกกำแพงดินขึ้นมาคลุมตัวไว้จนดูเหมือนปิรามิดดินอันหนึ่ง
" แค่นี้กันลูกเตะของชั้นไม่ได้หรอกเว้ย!!! "
รัซเซลล์ตะโกนก้องพร้อมกับพุ่งร่างเตะลงมาจากความสูงกว่า 6 เมตร พร้อมกับพลังลมสุริยะที่หมุนรอบเท้าเพื่อเพิ่มพลังทำลาย เสียงตูมสนั่นพร้อมกับที่ลูกเตะของรัซเซลล์
ทำลายกำแพงดินลงอย่างง่ายดาย
รัซเซลล์ยิ้มอย่างผู้มีชัยในทีแรกที่เห็นกำแพงดินที่ห่อตัววอลโดไว้แตกออก แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อพบว่าภายในกำแพงดินที่แตกออกนั้น ไม่มีวอลโดอยู่ข้างใน!!!
จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม เมื่อเห็นวอลโดโผล่ร่างขึ้นมาจากพื้นดินในด้านที่ติดกับผนังตึกเรียนด้านหนึ่ง มุมปากแยกออกคล้ายจะยิ้มเย้ยๆ พร้อมกับส่งสายตาหยันๆ มาให้
มือข้างหนึ่งของมันวางอยู่บนผนังตึกเรียนด้านนั้น!!!!!!!
ทุกคนในที่นั้นมีสีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
จินดูเหมือนจะได้สติก่อนใคร เขาเงื้อดาบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงขนาดใหญ่ ซัดหอกไฟเล่มมหึมาใส่วอลโดทันที
เทเรซ่าทำได้เพียงเบิกตาค้าง มือสองข้างปิดปากไว้อย่างตกใจเท่านั้น
ประชาชนทุกคนก็มีทีท่าอย่างเดียวกัน
วอลโดมองกิริยาของทุกๆ คนด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนจะออกคำสั่งลงไปในตึกทั้งตึกว่า
" ถล่มลงมา!!!! "
ทุกคนในที่นั้นไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงแตกเปรี๊ยะๆ และเสียงของหนักๆ หล่นลงมากระแทกพื้นติดต่อกันเท่านั้น

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

จาก : Dark Master - 23/11/2000 18:42

ข้อความ : โอ... พลังนิ้วอึดจิงๆ...
นับถือๆ


จาก : ioroid - 23/11/2000 19:21

ข้อความ : สนุกมากครับ ^_^ เอ่อ ขนาดอ่านยังเหนื่อยเลยนะเนี่ย นึกถึงตอนพิมพ์จะเหนื่อยขนาดไหนหว่า... เอ้า ขอบคุณที่สร้างผลงานดีๆออกมาอย่างต่อเนื่องนะครับ ยังไงก็จะเป็นกำลังใจให้น่อ..สู้ๆๆ

จาก : Cid - 25/11/2000 02:05

ข้อความ : อั่ก!!! ลุ้น ๆ เร็ว ๆ น๊อยยยย ท่านดาร์คคคคค!!!!

จาก : xelloss - 07/12/2000 14:28

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1