หัวข้อ : Banish fron Eden : เริ่มการเดินทาง
ข้อความ : เคยมีนักวิทยาศาสตร์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ศึกษาเกี่ยวกับดวงอาทิตย์และจุดดับมากมายที่อยู่บนตัวมัน จุดดับที่มีอุณหภูมิต่ำพอที่มนุษย์พอจะอาศัยอยู่ได้ ในตอนนั้นทุกคนต่างคิดว่าจุดสีดำๆที่มีอยู่ประปรายบนดวงอาทิตย์เป็นเพียงความบกพร่องของธรรมชาติเท่านั้น...

ในอีก 2 ศตรรวษต่อมาจุดเหล่านั้นเริ่มขยายตัวขึ้น จำนวนก็เพิ่มมากขึ้นเป็น 2-3 เท่าตัว มนุษยชาติได้รับสัญญาณเตือน แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะสนใจ...
มีหลายร้อยช่วงอายุคนต่อมา ดวงอาทิตย์ได้แผดเผาพลังงานของมันออกมาจวนจะถึงขีดสุดแล้ว อาณาเขตแห่งไฟของมันเริ่มขยายตัวออก อุณหภูมิของมันสูงขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย จากดวงอาทิตย์สีขาวก็กลายเป็นลูกไฟสีแดงขนาดมหึมา ดาวพุทธหายไป เมฆบนดาวศุกร์ระเหยออกสู่อวกาศจนหมด มนุษย์ชาติส่วนหนึ่งถอยไปตั้งหลักที่ดาวอังคารที่น้ำแข็งบริเวณขั้วของดาวเริ่มละลาย แต่อีกจำนวนมากเริ่มที่จะออกสู่อาณาเขตที่ไม่เคยไปมาก่อน อาณาเขตแห่งความว่างเปล่าที่เรียกว่า.. อวกาศ

กลุ่มของมนุษย์ที่ออกสู่อวกาศแบ่งเป็นหลายพวกด้วยกัน ถ้าจะว่าไปแล้วก็มีการรวมกลุ่มกันตามภูมิประเทศที่เคยอาศัยอยู่บนดาวแม่มาก่อน แถบเอเชียตั้งแต่ตุรกีเป็นต้นไป ยุโรปเหนือจนถึงตะวันออกกลาง รวมตัวกับกลุ่มโอเชียเนีย(ประเทศที่เป็นหมู่เกาะ)ทั้งหลาย แล้วก็รัฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา อเมริกา..
การใช้ชีวิตของพวกเขาโดยขาดธรรมชาติเป็นตัวสนับสนุนนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า EMC ( Environmentation for MacroColony ) ถูกนำมาใช้ การแปลงธาตุระดับอุตสาหกรรม วิศวพันธุ์กรรม และวิทยาการมากมายถูกนำมาใช้ในการดำรงชีวิต โคโลนีมากมายเดินทางออกไปนอกระบบสุริยะโดยไม่ต้องกังวลกับอายุขัยของนักบินอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะการใช้หุ่นยนต์เป็นนักบิน แต่เป็นการสร้างสังคมที่จะผลิตทรัพยากรบุคคลออกมาป้อนแก่โคโลนี ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะพร้อมสำหรับการเดินทางไกลแต่ว่าทุกโคโลนี หรือแม้แต่ยานขนส่งขนาดใหญ่ต่างก็ประสบปัญหาขาดทรัพยากรเหมือนกันหมด

เมื่อมีสิ่งของที่ต้องการร่วมกัน การต่อสู้จึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลุ่มยุโรป ( ยูรอค – Euroct ) เริ่มต้นโดยการเข้ายึดดวงจันทร์ไอโอในช่วงต้นของการเดินทาง ในช่วงนั้นการต่อสู้ยังมีเพียงประปรายเท่านั้น พรมแดนระหว่างดาวก็ยังไม่มีอาณาเขตที่แน่นอน จนกระทั่งอเมริกา ( แอมเมอริค – Ammeric ) ได้ใช้ระบบการวัดอาณาเขตด้วยแรงดึงดูด พรมแดนของอเมริกานอกระบบสุริยะที่มีอาณาเขตไม่ค่อยติดต่อกันก็เลยขยายขนาดขึ้นอีกหลายเท่า ด้วยอำนาจทรัพยากรจำนวนมหาศาลนี่เอง แอมเมอริคก็ดำเนินการค้าขายอาวุธให้ฝ่ายที่เหลือเป็นการหาประโยขน์จากสงครามที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ที่กำลังลำบากที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มประเทศเอเชียทั้งหลาย ( แอสสินอต - Assinolt ) เพราะก็มีดาวในอาณาเขตน้อยกว่าทั้งสองฝ่าย แต่ว่าแอสสินอตก็เอาตัวรอดได้ด้วยการแหกกฎของสงคราม การลอบสังหาร ก่อการร้าย รวมถึงการเรียกค่าไถ่ต่างๆ จนทำให้ทั้งยูรอค และ แอมเมอริคต่างก็ขยาดต่อกลุ่มนี้ไปตามๆกัน

นอกจากกลุ่มใหญ่ๆแล้วยังมีประชากรอีกพวกที่หลบหนีแยกออกมาจากทั้งสามฝ่าย พวกนี้ตั้งตนเป็นพ่อค้าระหว่างดวงดาว เก็บกวาดเศษซากโลหะที่เกิดขึ้นในสงครามแต่ละครั้งเอาไปก่อกำไรให้พวกตนเอง คนพวกนี้ต่างเป็นหนามยอกอกที่สำคัญที่สุดของสามกลุ่มแรก เนื่องจากทรัพยากรบุคคลสูงสุดของแต่ละฝ่ายต่างมีอยู่ที่นี่ ถ้าใครสามารถดึงกลุ่มพ่อค้าระหว่างดาวกลุ่มนี้เป็นพวกได้...

สงครามที่รุนแรงต่อเนื่องมาหลายร้อยปีอาจจะเปลี่ยนแปลงไป..


.....................................

ชายในชุดขาวท่าทางเหม่อลอยกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ริมหน้าต่างที่เขาจ้องมองเต็มไปด้วยความว่างเปล่าสีดำที่มีประกายดาวประปราย ถ้วยเซรามิคบนโต๊ะส่งควันฉุยออกมา เวลาที่เขาก้มลงมาแว่นที่ใส่อยู่ก็เป็นฝ้าขาวขึ้นพร่างพราย
“ ทำไมดร.ที่งานยุ่งอย่างนายถึงมีเวลามานั่งดมกาแฟอย่างนี้ละ ซิด... ”
“ นี่มันเวลาพักของผมนะ.. ว่าแต่หัวหน้ากองยานเถอะ ว่างมาหาผมได้ยังไงล่ะ ” ซิดถามทั้งๆที่ยังไม่ได้เช็ดแว่น
“ เอาน่า.. ชั้นอยากมาคุยกับนายนิดหน่อยเท่านั้นแหละ ”
“ เรื่องอะไรล่ะ เรื่องงานคงไม่ได้... “ ซิดปฎิเสธเสียงเรียบ
“ เออน่า.. เบื้องบนสั่งให้ชั้นมากับนายก็เพราะว่าจะให้เราร่วมมือกันไม่ใช่รึ แล้วผลการทดลองจากโครงการของนายก็ต้องมาทำงานที่หน่วยของชั้นอยู่แล้วนี่ ” อีกฝ่ายพยายามชวนคุย แต่ซิดก็ยังคงไม่ให้ความร่วมมือในการสนทนาเหมือนเดิม

ซิดหัวเราะขึ้นเบาๆ
“ อย่ามั่นใจอย่างนั้นเลย นายพล เอนาส... ขนาดโครงการ G.I.F.ที่ผมภูมิใจนักหนายังมาพังเอาตอนสุดท้ายเลย ” แววตาของซิดที่น่าจะมีความเสียดายปนอยู่บ้างกลับว่างเปล่า เอนาสไม่อาจคาดเดาความคิดของดร.หนุ่มคนนี้ได้เลย
“ แต่นายก็มีโครงการใหม่แล้วนี่.. พวกข้างบนเค้าไม่ปล่อยให้นายว่างง่ายๆหรอก ”
“ นั่นมันก็ความรับผิดชอบของผม ยังไงผมก็ต้องทำตามอยู่แล้ว ที่ผมยังสงสัยก็คงเป็นสาเหตุของการเดินทางครั้งนี้นั่นแหละ ”
เอนาสสะอึกนิดหน่อยกับคำถามนี้ของซิด อันที่จริงแล้ว ซิดจะทำงานอยู่ที่แล็บในส่วนกลางบนดวงจันทร์ไอโอ แต่เนื่องจากจะมีการติดต่อทางการฑูตระหว่างยูรอคกับแอสสินอต แล็บของซิดแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐ แต่ก็อยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมของรัฐเอง ถ้าหากว่าฝ่ายแอสสินอตได้เห็นละก็...

“ เค้าต้องการให้นายไปคุมโครงการที่โฟบอสน่ะ ที่นั่นนายจะทำงานได้สะดวกกว่ามาก ” น้ำเสียงที่เอนาสใช้โกหก บอกซิดไปหมดทุกอย่างแล้ว
“ ช่างเถอะ คิดว่าฑูตแอสสินอตก็คงไม่อยากเห็นหน้าผมเท่าไรหรอก ”
“ นาย.. นายรู้อยู่แล้ว.. ” เอนาสประหลาดใจ เรื่องนี้ไม่น่าจะถึงหูของซิดได้เลย..
“ ผมก็ต้องรู้บางอย่างเอาไว้บ้าง ท่านนายพล ไม่งั้นผมคงไม่รอดมาจนป่านนี้หรอก ”

เอนาสได้แต่นิ่งเงียบ เขาเองก็เคยสั่งประหารคนมามากเหมือนกัน แต่ว่ากับดร.คนนี้มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความกดดันที่เขาส่งออกไปไม่มีผลกับหมอคนนี้เลย นี่ถ้าเขาไม่มี ESP ล่ะก็ เอนาสเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะอยากเข้าใกล้คนๆนี้รึเปล่า

“ ถ้านายเข้าใจความต้องการของเราก็ดี.. ”

เอนาสพูดแค่นั้นก่อนที่จะออกมาจากห้องอาหาร ทิ้งให้ดร.หนุ่มอยู่กับกาแฟของเขาต่อไป.. สัญญาณเตรียมตัวลงจอดของยานดังขึ้นเป็นระยะๆ....


ในห้องโถงของที่ว่าการแคว้นย่อยในระบบสุริยะของยูรอคถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ศิลปะนีโอบารอคที่ขึ้นชื่อถูกใช้อยู่ทั่วไป คนในเครื่องแบบจำนวนมากเดินไปมาอยู๋ในห้องนั้น บางส่วนก็กำลังจัดเก้าอี้ของโต็ะประชุมที่มีขนาดใหญ่โต เอกสารต่างๆถูกจัดเรียงลงมาวางเป็นระเบียบเรียบร้อย
คนที่กำลังจัดโต๊ะคนหนึ่งพูดขึ้นเบาๆ
“ จะจัดกันไปทำไมว้า... ยังไม่ทันจะเก็บสัญญานี่เดี๋ยวก็รบกันอีกแล้ว ”
“ ทำยังกับแกจัดการอะไรได้ยังงั้นแหละ อย่าบ่นให้มากเลยน่า ” อีกคนปรามด้วยความหมั่นไส้
“ ก็มันอดไม่ได้นี่หว่า ข้าก็เห็นการประชุมอย่างนี้หลายรอบแล้วนะ ยิ่งกับพวกเอเชียนด้วยแล้ว บางครั้งมีการฆ่าแกงกันอีกตะหาก.. ”
“ เอ็งก็บ่นไปได้ งานบานทะโร่ยังไม่เสร็จเลยนะ.. ” คู่สนทนาอีกคนแสดงท่าทีเหนื่อยหน่าย
“ ก็ทำไมล่ะ... ”

ยังไม่ทันที่จะพูดจบ กระดาษที่เรียงกันอยู่บนโต็ะก็ส่งเสียงฟึบเบาๆก่อนที่จะราบลงไป แก้วน้ำก็สั่นระริกไปมาเล็กน้อย ราวกับว่าทุกอย่างในห้องกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะมา คนที่ทำงานอยู่ในห้องประชุมต่างก็หันมามองที่ประตูเป็นตาเดียว ไม่ใช่เพราะว่าได้ยินเสียง แต่เป็นเพราะความกดดันอันหนักหน่วงรุนแรงกำลังก้าวข้ามประตูเข้ามาในห้อง...

“ น.. นายพลเอนาส.. ” เสียงหนึ่งพึมพำขึ้นมาเบาๆด้วยความหวาดกลัว

เอนาสเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับองครักษ์ประจำตัวอีกสองสามคน บรรยากาศในห้องอึมครึมทันทีที่เอนาสก้าวเข้ามา เขาเดินดูความเรียบร้อยต่างๆภายในห้อง ทุกก้าวที่เอนาสเดินผ่านแต่ละคน คนๆนั้นต่างได้แต่ยืนอยู่กับที่ เหงื่อกาฬมากมายไหลออกมาจากตัวของหลายคนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอ

“ ทุกอย่างคงจะเรียบร้อย.. พอถึงพรุ่งนี้ก็ขอให้ระวังเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้วยก็แล้วกัน ” เสียงของเอนาสดังก้องอยู่ในห้องโถงแต่เพียงผู้เดียว หลังจากเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยและพูดไม่กี่ประโยค เอนาสก็เดินออกไปจากห้อง.. ปล่อยให้ห้องโถงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

.......................................


“ ผมคัดค้าน... ทหารในหน่วยของผมก็ถือว่าเป็นที่สุดของหน่วยจู่โจมแล้ว แค่คนเดียวก็พอจะต่อกรกับทพลปืนสิบห้าคนได้สบายๆ หน่วยของผมไม่ต้องการให้มีมือสังหารเข้ามาร่วมทีมอีก ”

เสียงตะโกนดังอยู่แต่เพียงในห้องของสะพานเดินเรือแคบๆ แสงสว่างเรืองๆจากเพดานส่องให้เห็นหน้าของชายสามคนที่กำลังถกกันอย่างเคร่งเครียด ชายที่สวมเกราะครึ่งตัวท่าทางกระฟัดกระเฟียดอยู่ไม่น้อยกับข้อสรุปของการประชุมที่ไม่เป็นทางการครั้งนี้ ดาบญี่ปุ่นที่เขาเหน็บอยู่ทั้งสองเล่มกระทบกันบ่อยครั้งกับอุปกรณ์ที่วางอยู่มากมายในห้อง

“ เป้าหมายของเราครั้งนี้ต่างไปจากทุกที.. หน่วยซามุไรของคุณมีผลงานยอดเยี่ยมและไม่เคยพลาดเลยก็จริง แต่ครั้งนี้เราต้องการความมั่นใจไว้ก่อน ” ชายที่ใส่เครื่องแบบสีแดงเข้มเอ่ยด้วยความรำคาญเล็กน้อย
“ ก็ไม่เห็นต้องให้มือสังหารมาร่วมทีมของผมเลยนี่... ”
“ นี่ฮาโมคิ ผมขอบอกคุณอีกครั้งเดียวนะ งานคราวนี้ โป่วเกียฮุ้น จะไปกับคุณด้วย ”
“ นี่เป็นคำสั่ง??? ” ฮาโมคิทวนประโยคด้วยความข้องใจ

“ ใช่.. นี่เป็นคำสั่ง ”

หลังจากได้ยินเช่นนั้น ฮาโมคิก็หยุดไป แต่แววตาที่ยังคงสงสัยอยู่จ้องมองตรงไปที่มือสังหารซึ่งเป็นปัญหาของการประชุมครั้งนี้ โป่วเกียฮุ้น... ไอ้หนุ่มคนนี้มาจากไหนไม่มีใครรู้ เป็นมือสังหารเพียงคนเดียวที่ไม่มีอาวุธใดๆติดตัว ที่น่าแปลกก็คือไม่มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเขาเร็ดรอดออกมาให้เขารู้เลย...
หลังจากชายที่สวมเครื่องแบบเดินออกไปจากห้อง ฮาโมคิก็หันหลังทำทีว่าจะเดินออกไปจากห้องตามหลังชายคนนั้นไป แต่มือยังคงกุมด้ามดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวของเขา

โดยปราศจากเสียงใดๆ ดาบของฮาโมคิถูกกระชากออกจากฝัก ประกายเหล็กสว่างวาบขึ้นโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ใบหน้าของโป่วเกียฮุ้น คมดาบแหวกอากาศอย่างรวดเร็วเข้าสู่เป้าหมาย..

“ งั้นผมจะรับบทฑูตในคราวนี้ก็แล้วกัน ” เสียงของโป่วเกียฮุ้นเอ่ยขึ้นโดยไม่มีอารมณ์ใดๆ
“ ทำไมแกต้องทำอย่างนั้น ”
“ ผมไม่อยู่ในรายชื่อทหารประจำการ ถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น การกำจัดผมก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ”
ฮาโมคิถามเสียงแข็ง
“ แกต้องการอะไรกันแน่ ” แม้ว่าเขาจะไม่ชอบหน้ามือสังหารคนนี้เท่าไหร่ แต่ว่าก็มีบางอย่างในใจของเขาที่รั้งดาบในมือไว้
“ คิดว่าคงเหมือนกับคุณนั่นแหละ.. ผิดกันแต่ว่าผมไม่เลือกวิธีการเท่าไหร่ ”

ตลอดการสนทนาปลายดาบที่ยาวเกือบเมตรของฮาโมคิจ่ออยู่ระหว่างคิ้มของโป่วเกียฮุ้นไม่ถึงเซ็นต์ แม้ว่าดาบจะนิ่งอยู่ไม่ได้แทงเข้ามา แต่ที่ระหว่างคิ้วของโป่วเกียฮุ้นก็มีควันสีแดงจางๆแผ่เข้าจับปลายดาบญี่ปุ่นที่พุ่งเข้ามาหา ดวงตาของโป่วเกียฮุ้นยังคงจ้องไปที่ฮาโมคิโดยไม่สนใจกับคมดาบ ฮาโมคิตวัดดาบกลับลงฝัก เสียงฝักดาบกระแทกกับด้ามดังกังวานในห้องแคบๆ
“ เอาเถอะ.. ชั้นจะทำตามวิธีของตัวเอง แกจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่เกะกะชั้นก็พอ ”
ใบหน้าของโป่วเกียฮุ้นยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม ควันสีแดงจางหายไปหมดแล้ว

“ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอทำตามวิธีของผมก็แล้วกัน... ”
รอยยิ้มของโป่วเกียฮุ่นปรากฎขึ้นจางๆ ข้อมือของโป่วเกียฮุ้นมีกลุ่มควันสีแดงคล้ายเส้นเลือดปรากฎชัดเจน


จาก : ioroid - 18/11/2000 07:03

ข้อความ : อ่า... ขออภัยที่ล่าช้านะขรับ
ผมไปมองๆดูโพรไฟล์แล้ว.. หานางเอกไม่ได้เลยอ่ะ
ดังนั้น ใครต้องการเห็นนางเอกคนไหนก็ช่วยโหวตให้หน่อยนะครับ หรือจะมีหญิงสาวท่านใดให้ความอนุเคราะห์ ก็ช่วยลงโพรไฟล์ไว้ในนี้เลยก็ได้ครับ มากกว่าหนึ่งคนก็ได้...

จักขอบคุณอย่างยิ่งน่อ.... (คิดเรื่องว่ายากแล้วนะ แต่ดูท่าว่าหานางเอกจะยากกว่าอีก.. -__-;; )

จาก : ioroid - 18/11/2000 07:08

ข้อความ : oh start leaw ror,hurry next chapter

จาก : Cecil - 18/11/2000 07:34

ข้อความ : อา... หึหึ

จาก : เอนะ - 18/11/2000 10:55

ข้อความ : ....... ท่านจอห์นนี่จะออกมาแสดงความเท่ห์ ..... เมื่อไรกัน ......

จาก : Johnny - 18/11/2000 14:17

ข้อความ : นางเอกคุณก็คิดเองเลยซิ
ชื่อเรืองBanish fron Eden
นางเอกก็ชื่อEVEเป็นไง(เกี่ยวไหมเนี่ย)

จาก : kumagift - 18/11/2000 20:20

ข้อความ : โอววววววววว เยี่ยม.. สุดยอด หรูหราอลังการไงไม่รู้แฮะบทคราวนี้
เนี้อเรื่องก็ยิ่งใหญ่จัง ^_^

จาก : Cid - 18/11/2000 22:28

ข้อความ : Starwars Episode: 0.0000000000000001 ^-^;;;


จาก : MrT - 18/11/2000 23:37

ข้อความ : บรรยากาศมาคุดีจัง หุหุ

จาก : Kindani - 19/11/2000 00:25

ข้อความ : กว้ากกกกก!!! ตูบรรยายไม่เก่งอ่ะ!!!
หนุกดีครับ ^_^

จาก : xelloss - 19/11/2000 08:34

ข้อความ : โอ...พี่เปา เราได้ออกแล้วแฮะ เร็วจัง
แต่งต่อเร็วๆนะครับ

จาก : naru - 19/11/2000 11:22

ข้อความ : โอ๊ววว... แค่ตอนแรกก็... ( SANGOKU new generration !!! )

จาก : max manster - - [email protected] - 19/11/2000 11:46

ข้อความ : ขอคุณที่ให้
ข้าน้อย ออกมาตั้งแต่ตอแรกนะขอรับ ท่านioroid(อ่านว่าไรอ่ะครับ)

จาก : โป่วเกียฮุ้น - 20/11/2000 00:06

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1