หัวข้อ : twin1 ( โรแมนติกจ๊ะ )
ข้อความ : " บุษ ... ทางนี้จ๊ะ บุษ "
เสียงเรียกพร้อมโบกไม้โบกมือไหว ๆ ของยัยดี เพื่อนเกลอซี้บึก สนิทกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น
จนตอนนี้เรียนอยู่ ม.ปลายปี 2 แล้ว เรียกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตั้งแต่เริ่มเห็นบุษราภรณ์ หรือที่เพื่อน ๆ เรียก
กันสั้น ๆ ว่าบุษ เริ่มข้ามถนน มาทางฝั่งที่กานดี หรือ ดียืนอยู่
บุษหันไปมองตามเสียงที่เรียกโดยอัตโนมัติ พบยัยดี กำลังโบกไม้โบกมือ เรียกเสียงลั่น ๆ อยู่ทางฝั่ง
ตรงข้ามถนน แต่ไม่มีใครสนอกสนใจเท่าไร เพราะคนแถบนี้เห็นอาการแบบนี้จนชินตาซะแล้ว

บุษข้ามถนนตรงทางม้าลายพร้อมกับกลุ่มฝูงชนอีกจำนวนหนึ่ง ที่กำลังข้ามทางม้าลายมาเช่นกัน
กลุ่มคนเหล่านี้ก็มีจุดมุ่งหมายที่เดียวกันทั้งสิ้น นั่นคือ " สวนสนุก "

" เร็วหน่อยสิบุษ ... ฉันรอเธอตั้งนานแล้วนะ วันนี้เธอมาสายชะมัดเลย "
ดีเริ่มตัดพ้อบุษทันทีที่บุษข้ามาถึง
" อะไรกัน ... ฉันมาตรงเวลาแล้วนะ เธอนัดฉัน 9 โมง นี่ฉันก็มา 8 โมง 58 นาที เห็นไหม เร็วไปด้วยซ้ำ "
บุษยกนาฬิกาขึ้นให้ดีได้ดู แล้วเริ่มเถียงทันที
ก็เราไม่ได้สายซะหน่อย พอเจอหน้ากัน ดันมาต่อว่าซะได้ อะไรกันนักกันหนา
" ไอ้บ้า ... ฉันมาก่อนตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง รอมา 20 นาทีกว่า ๆ แล้วนะ พอตัวเองมา ดันบอกมาได้ว่า
มาเร็ว มันน่านักเชียว "
กานดีโวยวายลั่น โดยลืมไปว่าตัวเองมาเร็วกว่ากำหนดเอาไว้เองตะหาก
" ก็เธอมาเร็วเองนี่ จะมาโทษกันได้ไงล่ะยัยดี !! หนอยแน่ะ หาเรื่องว่ากันชัด ๆ .......แล้วนี่จะเอาไง
9 โมงแล้วนะ สวนสนุกเปิดแล้ว จะยืนเถียงกันอย่างนี้จนเย็นเหรอ ? "
" บ้าสิ ... ใครจะบ้าเถียงกับเธอจนเย็นล่ะ ... ไป ๆ รีบเข้าไปกันเถอะ ... นี่ตั๋ว "

ยัยดีตัวแสบรีบหยิบตั๋วฟรีเข้าสวนสนุก ที่กระเง้ากระงอนของจากพี่ที่ทำงานอยู่สวนสนุกของเธอมา
ไม่รู้เป็นยังไง พี่ชายก็แปลก นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรเข้าไม่รู้ หยิบให้ง่าย ๆ ทีเดียว 2 ใบ แถมเงินให้อีก 500 บาท
บอกให้ชวนเพื่อนไปเอง แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไปวันเสาร์นี้แต่เช้า และต้องไปทั้งวันด้วย ห้ามกลับมาตอนบ่ายโมง
หรือก่อน 6 โมงเย็นโดยเด็ดขาด

เอาล่ะซิ เจอเงื่อนไขแปลก ๆ อย่างนี้จะไม่ให้เกิดความสงสัยได้ไง ยัยดีก็เลยเซ้าซี้ ถามไปถามมา
จับความได้ว่า วันเสาร์ พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน พี่ชายกะพาแฟนสาวมาบ้านซะด้วย กำลังคิดจะกำจัดเจ้าน้องตัวแสบ
อย่างยัยดีออกไปได้อย่างไร พอดีจังหวะเหมาะที่ยัยดีมาขอตั๋วเที่ยวสวนสนุกฟรี เลยได้โอกาสตั้งข้อแม้ซะเลย
โอกาศดี ๆ อย่างนี้ มีก้างขวางคอได้ไง
"เอ้า ... เอาไป แล้วปิดปากให้สนิทเลยนะยัยดี จะชวนบุษเพื่อนสนิทเธอ หรือจะควงแขนไปกับแฟน
เธอก็ได้ เอาไป "
พี่ชายยื่นให้ พร้อมเงินอีก 500 บาท
โชคดีอะไรอย่างนี้ ลาภลอยมาขนาดนี้ มีหรือที่กานดีจะไม่เอา
" Thankyou พี่ .... รับรอง ดีกลับไม่เกิน 3 ทุ่มแน่ "
" เฮ้ย ... เว่อร์ไป ไม่ต่ำกว่า 6 โมง แต่ก็ไม่เกิน 1 ทุ่มโว้ย !!! "
" OK .. I See ขอบคุณหลายเด้อ !!! "
ว่าไม่ว่าเปล่า หยิบตั๋วฟรีกับเงิน 500 บาทจากมือพี่ชายไปจูจุ๊บทีหนึ่ง แล้วโบกไหว ๆ ก่อนจะซุก
เก็บเข้ากระเป๋าสตางค์ของตัวเอง

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

" โอ๊ย ... เหนื่อยจังเลย ... "
กานดีเดินมายังม้านั่งยาว มุมหนึ่งของสวนสนุก แล้วกระแทกตัวลงนั่งเอาขาพาดยาวกับเก้าอี้อย่าง
หมดแรงเดิน ส่วนบุษที่เดินตามมาข้าง ๆ พอเห็นยัยดีนั่งกินที่กินทาง ไม่เหลือที่ให้ตัวเองนั่งบ้างเลย ก็นึกหมั่นไส้
ยกฝ่าเท้าขึ้นมาเขี่ย ๆ ขาของกานดีลงจากเก้าอี้ จนมีที่เหลือพอให้บุษนั่งได้ บุษจึงแทรกตัวลงนั่นข้าง ๆ กานดี
อย่างเหนื่อยอ่อนเช่นกัน
" ไม่ให้เหนื่อยได้ไง ...ก็เล่นแต่ละอย่างโหด ๆ ทั้งนั้นเลย เล่นโน้นเสร็จ วิ่งไปเล่นนี่ต่อ เล่นนี่เสร็จ
ยังไม่ทันได้พักให้หายมึนเลย ก็ลากไปเล่นอย่างอื่นต่ออีกแล้ว แถมเล่นอย่างละ 2 รอบ 3 รอบอีกต่างหาก ...
เหนื่อยชะมัด "
วันนี้ กานดีและบุษราภรณ์ เหนื่อยจริง ๆ เพราะ ต้องฝ่าฝูงชนจำนวนมาก ๆ เพื่อที่จะได้เล่นเครื่อง
เล่นแต่ละชิ้น ทำให้เล่นอย่างหนึ่งเสร็จต้องวิ่งไปเล่นอีกอย่างหนึ่งทันที ไม่อย่างนั้นต้องรอเข้าแถวนานแน่ และระยะ
ทางเครื่องเล่น ชิ้นหนึ่ง ไปอีกเครื่องเล่นหนึ่ง ก็ต้องวิ่งกันหลายนาทีอยู่ กว่ากานดี และบุษจะเล่นเครื่องเล่นครบ
ก็หมดทั้งแรง หมดทั้งเวลาพอดี
" เอาไงดี ... วันนี้ เล่นกันมายัน 5 โมงครึ่งแล้ว จะกลับเลยหรือเปล่า "
บุษถามกานดี หลังจากที่พักขา เก็บเกี่ยวแรงงานในร่างกายไปได้ซักพักหนึ่งแล้ว
" ยังเหลือเครื่องเล่นอะไรบ้างล่ะที่ยังไม่ได้เล่น ... เดี๋ยวขอดูก่อนนะ "
กานดี ว่าแล้ว ก็หยิบตั๋วที่เก็บไว้ในกระเป๋าด้านหลังของกางเกงยีน ขึ้นมาดู บุษก็หยิบตั๋วของตัวเอง
ขึ้นมาดูบ้างเช่นกัน ... ทั้งสองช่วยกันมองหาเครื่องเล่นที่ยังไม่ได้รับการฉีกตั๋วจากพนักงานประจำเครื่องเล่น
" เออแน่ะ ... ยังเหลือเครื่องเล่นอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เล่นนะดี "
บุษเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้มือไปยังตำแหน่งของตั๋วที่ยังไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเล่นฉีกไป ให้
กานดีได้ดู
" อี๊... บ้านกระจก !!! ไม่เองง่ะ ของเล่นเด็ก ๆ "
กานดีทำหน้าเบ้ทันทีที่เห็นว่าเครื่องเล่นชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่ได้เล่นคือบ้านกระจกนี่เอง
" เออน่า ... หมดนี่ ก็โยนตั๋วทิ้งได้เลย เวลายังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะ 6 โมงเย็นนะ จะเล่น
จะกลับ หรือจะนั่งรอเฉย ๆ จน 6 โมงแล้วค่อยกลับก็ได้ ตามใจคนเลี้ยงอยู่แล้ว "
บุษถามกานดีน้ำเสียงเรื่อย ๆ เพราะจะเอายังไงก็ได้ เวลาไม่สำคัญเท่าไหร่ ถึงอย่างไรวันนี้เวลาทั้งวัน
ก็หมดไปสำหรับการเล่นที่สวนสนุกแห่งนี้อยู่แล้ว จะเสียเวลาอีกนิดอีกหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ถึงที่สุดแล้วก็บ้าน
ใครบ้านมันเหมือนกันนั่นล่ะ หนำซ้ำบ้านบุษยังอยู่ใกล้สวนสนุกแห่งนี้ซะอีก นั่งรถแค่ 10 นาที ก็ถึงบ้านแล้ว ไม่รีบ
ร้อนอะไรมากมาย
กานดีชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วยืนบิดขี้เกียจกล่าวกับบุษว่า
" เล่น ก็ เล่น ดีกว่านั่งอยู่เฉย ครึ่งชั่วโมง ให้เวลามันหมดไปเปล่าๆ "

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ณ เครื่องเล่น " บ้านกระจก "
" ขอตั๋วด้วยครับ "
พนักงานประจำบ้านกระจก กล่าวขอตั๋วจากกานดีและบุษราภรณ์
ทั้งกานดีและบุษยื่นส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่ฉีกตั๋ว จากนั้นจึงเดินไปตามทางที่กั้น แล้วเปิดประตูเข้าบ้าน
กระจกไป แต่ก่อนเข้าบ้านกระจก ยังได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กล่าวเสียงแว่ว ๆ ให้ได้ยินว่า
" ถ้าออกไม่ได้ ให้เลี้ยวซ้ายทุกทางแยกนะครับ จะมีป้ายบอกตำแหน่งที่คุณอยู่ตามทางแยกด้านซ้ายมือ"
..............................................................................................................
" ไปทางไหนดีเนี่ย "
กานดีถามขึ้น หลังจากเดินเข้าไปในบ้านกระจกได้ซักพัก ........ และเริ่มสับสนกับทิศทาง
" ซ้ายก็แล้วกัน ...... เมื่อกี้ เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วว่ามีป้ายบอกตำแหน่งอยู่ทางด้านซ้าย "
" เอ้า ... ซ้าย ก็ ซ้าย "
ทั้งสองเดินถึงทางแยกหนึ่ง ก็เลี้ยวซ้ายครั้งหนึ่ง ถึงทางแยกอีกทางหนึ่ง ก็เลี้ยวซ้ายทีหนึ่ง เลี้ยว
อยู่อย่างนี้ประมาณ 4-5 รอบแล้ว บุษจึงเริ่มหมดความอดทน
" อะไรกันเนี่ย...กี่เลี้ยวแล้ว ป้ายบ้าป้ายบอซักอันยังไม่เห็นเจอเลย ไอ้เจ้าหน้าที่บ้านั่น หลอกพวกเรา
ซะล่ะมั้งเนี่ย "
บุษชักโวยวาย เมื่อเริ่มเห็นว่าเสียเวลามามากแล้ว จากนั้นก็ยกข้อมือที่ใส่นาฬิกาขึ้นมาดูว่าใช้เวลาไป
นานเท่าไหร่แล้ว แต่แล้ว
" เอ๊ะ ... นาฬิกาฉันเสียนี่ มันหยุดเดินไปตั้งแต่ 5 โมง 50 นาที แล้ว นี่ ยัยดี ตอนนี้กี่โมงแล้ว "
บุษหันหน้าไปหาเพื่อน แต่ยัยดีกลับตอบออกมาว่า
" จะไปรู้เหรอ ... ฉันไม่ได้ใส่นาฬิกามา "
กล่าวพลาง แบมือออก 2 ข้าง หัวไหล่กับข้อศอกแนบลำตัว ส่ายหัวไปมา
" อ้าว ... แล้วเมื่อเช้า บอกเวลาฉันได้ไง "
บุษอุทาน
" แหม่ ... ก็ดูนาฬิกาอานะสิ "
" อาไหนกัน เธอมีอาที่ไหนกันล่ะ "
เนื่องจากทั้งสองสาวสนิทกันมาก ญาติพี่น้องใคร มีเท่าไหร่ นับได้หมดทีเดียว
" โถ ... ไม่รับมุขเลยวะ ......" ดีลากเสียงยาว ก่อนจะพูดต่อไปอย่างน่าอัดว่า " นาฬิกาอาศัยน่ะ ...
รู้จักไหม ... อาศัยคนอื่นเขาดูน่ะ "
" เออ ๆๆ รู้แล้ว ... ทีนี้ล่ะเด็ดจริง ... เลยไม่รู้ทั้งเวลา ไม่รู้ทั้งทางกันละที่นี้ "

ทั้งสองคนพากันเงียบ อยากจะออกจากบ้านกระจกนี่ไปให้พ้น ๆ แต่จนใจเหลือเกิน ไม่รู้จะเดินไปทาง
ซ้ายมือ ตามคำเจ้าหน้าที่บอก หรือ จะลองเดินไปทางอื่นแทน
แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลง เพราะมีเสียงประตูเปิด ตรงทางออกด้านซ้ายมือ แสงจากภายนอกจึงส่อง
ผ่านกระจกเรื่อย ๆ มาเข้าตาสองสาว
" นั่นไง ดี สงสัยเจ้าหน้าที่คงเห็นเราเข้ามานานแล้ว ก็เลยมาเปิดประตูทางออกดูมั้ง ....... ไปๆ"
บุษกล่าวพลางจับมือ กานดี เดินออกไปตามแสงที่เห็น
เบี้องหน้า มีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับมีใครเอาสปอร์ตไลส์มาส่องหน้าหญิงทั้งสองคน
ทำให้ทั้งสองสาวต้องยกมือป้องหว่างคิ้ว ยี่ตาลงเพื่อลดแสงที่เจิดจ้านี้ลงโดยอัตโนมัติ
" จะฉายอะไรกันนักกันหนานะ "
ดีกล่าวอย่างหงุดหงิด
" เถอะน่า ... ไม่ต้องไปสนใจหรอก รีบ ๆ เดินเข้าเถอะ "
บุษกระตุกมือเพื่อน เตือนให้รีบเดินเร็ว ๆ
ทั้งสองคนก้าวพ้นประตูแล้ว แสงจากสปอร์ตไลส์พลันดับลงทันที พร้อมกับเสียงโห่ร้อง ดังระงม
ทั่วบริเวณ
เสียงเอะอะเจี้ยวจ๊าวจากบริเวณรอบข้างดังไปทั่ว แต่ ทั้งดี และบุษ ก็ยังคงเบลอ ๆ งง ๆ เพราะ
แสงจากสปอร์ตไลส์ ยังมีผลทำให้ตาพร่าไปชั่วขณะ
ช่วงเวลาที่ทั้งสองเริ่ม ๆ จะมองเห็นอะไรได้ลาง ๆ มือของบุษก็ถูกยึดจับมาสัมผัส มีคนตรงหน้า
กล่าวกับบุษราภรณ์ว่า
"คุณทั้งสอง คือผู้โชคดี ที่ได้มาร่วมงาน Party ที่ 10 ปี จะมีขึ้นซักครั้ง ขอแสดงความยินดีครับ "
ว่าแล้วก็ยังจับมือมั่น โยกคลอน ไม่ยอมปล่อยซะที จนบุษราภรณ์เริ่มมองเห็นชายที่จับมืออย่าง
ชัดเจน แต่ภาพที่เห็นกลับสร้างความตกตะลึงให้กับบุษยิ่งกว่า เพราะ ชายที่สัมผัสมือของบุษนั้น แต่งชุดทักษิโด
สีดำเรียบแปล้ เต็มยศ มีโบสีน้ำเงินผูกอยู่ที่คอ ดูไปก็เท่ห์ดีหรอก ถ้าตั้งแต่คอขึ้นไปของชายคนนี้จะไม่เป็นหัวของ
สิงโต เวลาพูดหรือกล่าวอะไร ก็เห็นแยกเขี้ยวสีเหลือง ให้บุษเห็นอย่างชัดเจนไปถึงลิ้นไก่เลย

" กรี๊ด ดดดดดดดดดดด............ "

มีเสียง 10 หลอด ก็แหกปากได้ทั้ง 10 หลอดเลยทีเดียว
สิงโตในชุดทักษิโด รีบคลายมือจากการสัมผัสอย่างรวดเร็ว แต่ชัดมือมาอุดหูแทน สำหรับคนอื่น ๆ
ในบริเวณใกล้เคียงก็ชะงักเสียงเอะอะเจี้ยวจ้าว รีบยกมืออุดหูกันแถบไม่ทันเช่นกัน
เสียงเดียวยังไม่พอ ที่นี กานดี ก็เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นเหมือนกัน
ทั่วทั้งบริเวณมีแต่พวกแต่งตัวประหลาดทั้งนั้น มีตั้งแต่ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าไสตส์เท่ห์ ๆ แต่หัว
เป็นหมาป่า จับกลุ่มคู่กับหญิงสาวชุดราตรียาวผ้าสีควันบุหรี่แนบเนื้อวาววัวระยับ บอกไม่ได้ว่าทำมาจากผ้าอะไร แต่
บางพริ้วไปกับสายลมที่พัดโชยมาอ่อนๆ เป็นเสน่ห์ที่ยั่วยวนมาก หากแต่...ยังมีสิ่งที่พริ้วยิ่งกว่าก็คือ เส้นผมงูเขียว
ที่พันเลี้อยไปเลื้อยมาตั้งแต่หัวของเจ้าหล่อนไปจนถึงช่วงคอ พากันชูไสวรับลมไปมา แถมยังแลบลิ้นแปลบ ๆ
อีกต่างหาก กับทางซ้ายมีของกานดีเอง ก็มีกลุ่มยูนิคอร์น ที่พากันร้องฮี้ ๆ พลาง พูดภาษามนุษย์ไปพลางจับกลุ่มคุย
กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชิงว่าเป็นคนหรือเป็นม้ากันแน่ เพราะส่วนบนเป็นมนุษย์ผู้ชายทุกประการ แต่ถัดจากช่วงท้องลง
มาดันมีร่างกายเป็นม้า !!!
แล้วยังหญิงแก่ ๆ ใส่ชุดสีดำยาวจากคอคลุมยันเท้า สวมหมวกแหลมสีดำ หน้าตาน่ากลัว ที่สำคัญ
คือ จมูก !
จมูกของเจ้าหล่อนยื่นยาวซะจนน่ากลัว แถมโง้งอีกต่างหาก ถ้าใครเห็นก็บอกได้เลยว่าเหมือนแม่มด
ในนิทานหลอกเด็กไม่มีผิดทีเดียว

ทั้งกานดีและบุษราภรณ์เห็นถนัดชัดตาแล้วว่าบริเวณรอบ ๆ มีแต่คนแปลกประหลาดทั้งนั้น ไม่มีใคร
ซักคนที่เป็นคนปกติเหมือนกานดีและบุษเลย

" ที่นี่ที่ไหนกัน "
สามัญสำนึกของกานดี ผลุดคำถามขึ้นทันที หันไปกระชับมือของบุษให้มั่นกว่าเดิม ใจทั้งใจเต้นระริก
เร็ว แรง และดัง เหมือนกับมีใครมาตีกลองอยู่ในห้องใจยังไงยังงั้นทีเดียว

สั่น ... อาการสั่น เริ่มจากมือก่อน แล้วขยายวงกว้างไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย แผ่ขยายไปอย่าง
รวดเร็วจนทั่วตัว แม้กระทั่งฟัน ก็ยังกระทบกันดัง กึก ๆๆๆ อย่างรุนแรงและรวดเร็วจนกานดีกัดลิ้นตัวเอง
" เจ็บ ... ไม่ใช่ฝัน "
กานดียิ่งตัวสั่นขึ้นไปอีกเป็น 2 เท่า ถ้าไม่ใช่ความฝัน งั้นที่นี่คือที่ไหนกัน
ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าซีดตัวสั่น ฉับพลันก็ได้ยินเสียงบุษกรีดร้องออกมาอย่างตกใจสุดขีด อารามความตกใจ
แผ่ขยายมาถึงกานดีให้สะดุ้ง

" กรี๊ด ดดดดดดดดดดดดดด ......... "

กานดีกรีดร้องตามอีกคน

มือและเท้าเริ่มเย็นเฉียบจนไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ความเย็นราวกับตกอยู่ในห้องแช่แข็งเริ่มกระจายจาก
มือและเท้า มายังลำตัวอย่างรวดเร็ว และไล่ไปจนถึงปาก ดวงตา จากนั้น สติของกานดีก็ดับวูบไป

ทั่วทั้งบริเวณเงียบ แม้เสียงของเข็มตกกระทบพื้นก็คงได้ยิน

ก่อนที่ร่างของสองสาวจะล้มลงหน้ากระแทบกับพื้น ก็มีเงา ๆ สองเงาโอบกระชับรับร่างที่หมดสติ
ทั้งสองสาวเอาไว้
หนึ่งในสองเงาที่เข้าไปประคองหญิงสาว อุ้มหญิงบุษราภรณ์ขึ้นแล้วกล่าวทั่วบริเวณว่า

" ปีนี้ ฉันจะให้การรับรองแขกผู้มีเกียรติทั้งสองคนนี้เอง มีใครขัดข้องหรือไม่ "

ทั่วทั้งบริเวณพากันเงียบกริบ ก่อนที่จะมีเสียงโห่ร้อง ปรบมือเป่าปากกันอย่างเลื่อนลั่น
" เป็นอันว่าตกลงแล้วนะ "
ชายหนุ่มผู้นั้นยังกล่าวต่อไปว่า
" คุณกาซา คุณเนการ่า ห้องพักของคุณยังมีที่ว่างอยู่ใช่ไหม "
บุคคลที่ถูกเอ่ยนาม พยักหน้ารับ
" ตกลง !!! ให้ทั้งสองสาวนี้พักอยู่กับท่านก็แล้วกัน เมื่อใดที่เขาทั้งสองฟื้น ให้พามาหาข้าด้วย "


จาก : aey1997 - 14/11/2000 12:54

ข้อความ : Interesting....... Wonder what will show up next......

จาก : MrT - 15/11/2000 01:41

ข้อความ : หีๆๆ ต้อนรับนักเขียนใหม่น่อ.. คึๆๆๆๆ

จาก : ioroid - 15/11/2000 05:23

ข้อความ : อุ.....ไปโผล่โลกไหนแล้วเนี่ย ^_^;;;;

จาก : xelloss - 15/11/2000 10:54

ข้อความ : อ่านต่อไป ....... รอตอนหน้า
พักนี้อ่านมันทุกเรื่องเลยวุ้ย

จาก : Johnny - 15/11/2000 13:11

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1