|
หัวข้อ : twin1 ( โรแมนติกจ๊ะ ) ข้อความ : " บุษ ... ทางนี้จ๊ะ บุษ " เสียงเรียกพร้อมโบกไม้โบกมือไหว ๆ ของยัยดี เพื่อนเกลอซี้บึก สนิทกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น จนตอนนี้เรียนอยู่ ม.ปลายปี 2 แล้ว เรียกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตั้งแต่เริ่มเห็นบุษราภรณ์ หรือที่เพื่อน ๆ เรียก กันสั้น ๆ ว่าบุษ เริ่มข้ามถนน มาทางฝั่งที่กานดี หรือ ดียืนอยู่ บุษหันไปมองตามเสียงที่เรียกโดยอัตโนมัติ พบยัยดี กำลังโบกไม้โบกมือ เรียกเสียงลั่น ๆ อยู่ทางฝั่ง ตรงข้ามถนน แต่ไม่มีใครสนอกสนใจเท่าไร เพราะคนแถบนี้เห็นอาการแบบนี้จนชินตาซะแล้ว บุษข้ามถนนตรงทางม้าลายพร้อมกับกลุ่มฝูงชนอีกจำนวนหนึ่ง ที่กำลังข้ามทางม้าลายมาเช่นกัน กลุ่มคนเหล่านี้ก็มีจุดมุ่งหมายที่เดียวกันทั้งสิ้น นั่นคือ " สวนสนุก " " เร็วหน่อยสิบุษ ... ฉันรอเธอตั้งนานแล้วนะ วันนี้เธอมาสายชะมัดเลย " ดีเริ่มตัดพ้อบุษทันทีที่บุษข้ามาถึง " อะไรกัน ... ฉันมาตรงเวลาแล้วนะ เธอนัดฉัน 9 โมง นี่ฉันก็มา 8 โมง 58 นาที เห็นไหม เร็วไปด้วยซ้ำ " บุษยกนาฬิกาขึ้นให้ดีได้ดู แล้วเริ่มเถียงทันที ก็เราไม่ได้สายซะหน่อย พอเจอหน้ากัน ดันมาต่อว่าซะได้ อะไรกันนักกันหนา " ไอ้บ้า ... ฉันมาก่อนตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง รอมา 20 นาทีกว่า ๆ แล้วนะ พอตัวเองมา ดันบอกมาได้ว่า มาเร็ว มันน่านักเชียว " กานดีโวยวายลั่น โดยลืมไปว่าตัวเองมาเร็วกว่ากำหนดเอาไว้เองตะหาก " ก็เธอมาเร็วเองนี่ จะมาโทษกันได้ไงล่ะยัยดี !! หนอยแน่ะ หาเรื่องว่ากันชัด ๆ .......แล้วนี่จะเอาไง 9 โมงแล้วนะ สวนสนุกเปิดแล้ว จะยืนเถียงกันอย่างนี้จนเย็นเหรอ ? " " บ้าสิ ... ใครจะบ้าเถียงกับเธอจนเย็นล่ะ ... ไป ๆ รีบเข้าไปกันเถอะ ... นี่ตั๋ว " ยัยดีตัวแสบรีบหยิบตั๋วฟรีเข้าสวนสนุก ที่กระเง้ากระงอนของจากพี่ที่ทำงานอยู่สวนสนุกของเธอมา ไม่รู้เป็นยังไง พี่ชายก็แปลก นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรเข้าไม่รู้ หยิบให้ง่าย ๆ ทีเดียว 2 ใบ แถมเงินให้อีก 500 บาท บอกให้ชวนเพื่อนไปเอง แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไปวันเสาร์นี้แต่เช้า และต้องไปทั้งวันด้วย ห้ามกลับมาตอนบ่ายโมง หรือก่อน 6 โมงเย็นโดยเด็ดขาด เอาล่ะซิ เจอเงื่อนไขแปลก ๆ อย่างนี้จะไม่ให้เกิดความสงสัยได้ไง ยัยดีก็เลยเซ้าซี้ ถามไปถามมา จับความได้ว่า วันเสาร์ พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน พี่ชายกะพาแฟนสาวมาบ้านซะด้วย กำลังคิดจะกำจัดเจ้าน้องตัวแสบ อย่างยัยดีออกไปได้อย่างไร พอดีจังหวะเหมาะที่ยัยดีมาขอตั๋วเที่ยวสวนสนุกฟรี เลยได้โอกาสตั้งข้อแม้ซะเลย โอกาศดี ๆ อย่างนี้ มีก้างขวางคอได้ไง "เอ้า ... เอาไป แล้วปิดปากให้สนิทเลยนะยัยดี จะชวนบุษเพื่อนสนิทเธอ หรือจะควงแขนไปกับแฟน เธอก็ได้ เอาไป " พี่ชายยื่นให้ พร้อมเงินอีก 500 บาท โชคดีอะไรอย่างนี้ ลาภลอยมาขนาดนี้ มีหรือที่กานดีจะไม่เอา " Thankyou พี่ .... รับรอง ดีกลับไม่เกิน 3 ทุ่มแน่ " " เฮ้ย ... เว่อร์ไป ไม่ต่ำกว่า 6 โมง แต่ก็ไม่เกิน 1 ทุ่มโว้ย !!! " " OK .. I See ขอบคุณหลายเด้อ !!! " ว่าไม่ว่าเปล่า หยิบตั๋วฟรีกับเงิน 500 บาทจากมือพี่ชายไปจูจุ๊บทีหนึ่ง แล้วโบกไหว ๆ ก่อนจะซุก เก็บเข้ากระเป๋าสตางค์ของตัวเอง @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ " โอ๊ย ... เหนื่อยจังเลย ... " กานดีเดินมายังม้านั่งยาว มุมหนึ่งของสวนสนุก แล้วกระแทกตัวลงนั่งเอาขาพาดยาวกับเก้าอี้อย่าง หมดแรงเดิน ส่วนบุษที่เดินตามมาข้าง ๆ พอเห็นยัยดีนั่งกินที่กินทาง ไม่เหลือที่ให้ตัวเองนั่งบ้างเลย ก็นึกหมั่นไส้ ยกฝ่าเท้าขึ้นมาเขี่ย ๆ ขาของกานดีลงจากเก้าอี้ จนมีที่เหลือพอให้บุษนั่งได้ บุษจึงแทรกตัวลงนั่นข้าง ๆ กานดี อย่างเหนื่อยอ่อนเช่นกัน " ไม่ให้เหนื่อยได้ไง ...ก็เล่นแต่ละอย่างโหด ๆ ทั้งนั้นเลย เล่นโน้นเสร็จ วิ่งไปเล่นนี่ต่อ เล่นนี่เสร็จ ยังไม่ทันได้พักให้หายมึนเลย ก็ลากไปเล่นอย่างอื่นต่ออีกแล้ว แถมเล่นอย่างละ 2 รอบ 3 รอบอีกต่างหาก ... เหนื่อยชะมัด " วันนี้ กานดีและบุษราภรณ์ เหนื่อยจริง ๆ เพราะ ต้องฝ่าฝูงชนจำนวนมาก ๆ เพื่อที่จะได้เล่นเครื่อง เล่นแต่ละชิ้น ทำให้เล่นอย่างหนึ่งเสร็จต้องวิ่งไปเล่นอีกอย่างหนึ่งทันที ไม่อย่างนั้นต้องรอเข้าแถวนานแน่ และระยะ ทางเครื่องเล่น ชิ้นหนึ่ง ไปอีกเครื่องเล่นหนึ่ง ก็ต้องวิ่งกันหลายนาทีอยู่ กว่ากานดี และบุษจะเล่นเครื่องเล่นครบ ก็หมดทั้งแรง หมดทั้งเวลาพอดี " เอาไงดี ... วันนี้ เล่นกันมายัน 5 โมงครึ่งแล้ว จะกลับเลยหรือเปล่า " บุษถามกานดี หลังจากที่พักขา เก็บเกี่ยวแรงงานในร่างกายไปได้ซักพักหนึ่งแล้ว " ยังเหลือเครื่องเล่นอะไรบ้างล่ะที่ยังไม่ได้เล่น ... เดี๋ยวขอดูก่อนนะ " กานดี ว่าแล้ว ก็หยิบตั๋วที่เก็บไว้ในกระเป๋าด้านหลังของกางเกงยีน ขึ้นมาดู บุษก็หยิบตั๋วของตัวเอง ขึ้นมาดูบ้างเช่นกัน ... ทั้งสองช่วยกันมองหาเครื่องเล่นที่ยังไม่ได้รับการฉีกตั๋วจากพนักงานประจำเครื่องเล่น " เออแน่ะ ... ยังเหลือเครื่องเล่นอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เล่นนะดี " บุษเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้มือไปยังตำแหน่งของตั๋วที่ยังไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเล่นฉีกไป ให้ กานดีได้ดู " อี๊... บ้านกระจก !!! ไม่เองง่ะ ของเล่นเด็ก ๆ " กานดีทำหน้าเบ้ทันทีที่เห็นว่าเครื่องเล่นชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่ได้เล่นคือบ้านกระจกนี่เอง " เออน่า ... หมดนี่ ก็โยนตั๋วทิ้งได้เลย เวลายังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะ 6 โมงเย็นนะ จะเล่น จะกลับ หรือจะนั่งรอเฉย ๆ จน 6 โมงแล้วค่อยกลับก็ได้ ตามใจคนเลี้ยงอยู่แล้ว " บุษถามกานดีน้ำเสียงเรื่อย ๆ เพราะจะเอายังไงก็ได้ เวลาไม่สำคัญเท่าไหร่ ถึงอย่างไรวันนี้เวลาทั้งวัน ก็หมดไปสำหรับการเล่นที่สวนสนุกแห่งนี้อยู่แล้ว จะเสียเวลาอีกนิดอีกหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ถึงที่สุดแล้วก็บ้าน ใครบ้านมันเหมือนกันนั่นล่ะ หนำซ้ำบ้านบุษยังอยู่ใกล้สวนสนุกแห่งนี้ซะอีก นั่งรถแค่ 10 นาที ก็ถึงบ้านแล้ว ไม่รีบ ร้อนอะไรมากมาย กานดีชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วยืนบิดขี้เกียจกล่าวกับบุษว่า " เล่น ก็ เล่น ดีกว่านั่งอยู่เฉย ครึ่งชั่วโมง ให้เวลามันหมดไปเปล่าๆ " @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ณ เครื่องเล่น " บ้านกระจก " " ขอตั๋วด้วยครับ " พนักงานประจำบ้านกระจก กล่าวขอตั๋วจากกานดีและบุษราภรณ์ ทั้งกานดีและบุษยื่นส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่ฉีกตั๋ว จากนั้นจึงเดินไปตามทางที่กั้น แล้วเปิดประตูเข้าบ้าน กระจกไป แต่ก่อนเข้าบ้านกระจก ยังได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กล่าวเสียงแว่ว ๆ ให้ได้ยินว่า " ถ้าออกไม่ได้ ให้เลี้ยวซ้ายทุกทางแยกนะครับ จะมีป้ายบอกตำแหน่งที่คุณอยู่ตามทางแยกด้านซ้ายมือ" .............................................................................................................. " ไปทางไหนดีเนี่ย " กานดีถามขึ้น หลังจากเดินเข้าไปในบ้านกระจกได้ซักพัก ........ และเริ่มสับสนกับทิศทาง " ซ้ายก็แล้วกัน ...... เมื่อกี้ เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วว่ามีป้ายบอกตำแหน่งอยู่ทางด้านซ้าย " " เอ้า ... ซ้าย ก็ ซ้าย " ทั้งสองเดินถึงทางแยกหนึ่ง ก็เลี้ยวซ้ายครั้งหนึ่ง ถึงทางแยกอีกทางหนึ่ง ก็เลี้ยวซ้ายทีหนึ่ง เลี้ยว อยู่อย่างนี้ประมาณ 4-5 รอบแล้ว บุษจึงเริ่มหมดความอดทน " อะไรกันเนี่ย...กี่เลี้ยวแล้ว ป้ายบ้าป้ายบอซักอันยังไม่เห็นเจอเลย ไอ้เจ้าหน้าที่บ้านั่น หลอกพวกเรา ซะล่ะมั้งเนี่ย " บุษชักโวยวาย เมื่อเริ่มเห็นว่าเสียเวลามามากแล้ว จากนั้นก็ยกข้อมือที่ใส่นาฬิกาขึ้นมาดูว่าใช้เวลาไป นานเท่าไหร่แล้ว แต่แล้ว " เอ๊ะ ... นาฬิกาฉันเสียนี่ มันหยุดเดินไปตั้งแต่ 5 โมง 50 นาที แล้ว นี่ ยัยดี ตอนนี้กี่โมงแล้ว " บุษหันหน้าไปหาเพื่อน แต่ยัยดีกลับตอบออกมาว่า " จะไปรู้เหรอ ... ฉันไม่ได้ใส่นาฬิกามา " กล่าวพลาง แบมือออก 2 ข้าง หัวไหล่กับข้อศอกแนบลำตัว ส่ายหัวไปมา " อ้าว ... แล้วเมื่อเช้า บอกเวลาฉันได้ไง " บุษอุทาน " แหม่ ... ก็ดูนาฬิกาอานะสิ " " อาไหนกัน เธอมีอาที่ไหนกันล่ะ " เนื่องจากทั้งสองสาวสนิทกันมาก ญาติพี่น้องใคร มีเท่าไหร่ นับได้หมดทีเดียว " โถ ... ไม่รับมุขเลยวะ ......" ดีลากเสียงยาว ก่อนจะพูดต่อไปอย่างน่าอัดว่า " นาฬิกาอาศัยน่ะ ... รู้จักไหม ... อาศัยคนอื่นเขาดูน่ะ " " เออ ๆๆ รู้แล้ว ... ทีนี้ล่ะเด็ดจริง ... เลยไม่รู้ทั้งเวลา ไม่รู้ทั้งทางกันละที่นี้ " ทั้งสองคนพากันเงียบ อยากจะออกจากบ้านกระจกนี่ไปให้พ้น ๆ แต่จนใจเหลือเกิน ไม่รู้จะเดินไปทาง ซ้ายมือ ตามคำเจ้าหน้าที่บอก หรือ จะลองเดินไปทางอื่นแทน แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลง เพราะมีเสียงประตูเปิด ตรงทางออกด้านซ้ายมือ แสงจากภายนอกจึงส่อง ผ่านกระจกเรื่อย ๆ มาเข้าตาสองสาว " นั่นไง ดี สงสัยเจ้าหน้าที่คงเห็นเราเข้ามานานแล้ว ก็เลยมาเปิดประตูทางออกดูมั้ง ....... ไปๆ" บุษกล่าวพลางจับมือ กานดี เดินออกไปตามแสงที่เห็น เบี้องหน้า มีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับมีใครเอาสปอร์ตไลส์มาส่องหน้าหญิงทั้งสองคน ทำให้ทั้งสองสาวต้องยกมือป้องหว่างคิ้ว ยี่ตาลงเพื่อลดแสงที่เจิดจ้านี้ลงโดยอัตโนมัติ " จะฉายอะไรกันนักกันหนานะ " ดีกล่าวอย่างหงุดหงิด " เถอะน่า ... ไม่ต้องไปสนใจหรอก รีบ ๆ เดินเข้าเถอะ " บุษกระตุกมือเพื่อน เตือนให้รีบเดินเร็ว ๆ ทั้งสองคนก้าวพ้นประตูแล้ว แสงจากสปอร์ตไลส์พลันดับลงทันที พร้อมกับเสียงโห่ร้อง ดังระงม ทั่วบริเวณ เสียงเอะอะเจี้ยวจ๊าวจากบริเวณรอบข้างดังไปทั่ว แต่ ทั้งดี และบุษ ก็ยังคงเบลอ ๆ งง ๆ เพราะ แสงจากสปอร์ตไลส์ ยังมีผลทำให้ตาพร่าไปชั่วขณะ ช่วงเวลาที่ทั้งสองเริ่ม ๆ จะมองเห็นอะไรได้ลาง ๆ มือของบุษก็ถูกยึดจับมาสัมผัส มีคนตรงหน้า กล่าวกับบุษราภรณ์ว่า "คุณทั้งสอง คือผู้โชคดี ที่ได้มาร่วมงาน Party ที่ 10 ปี จะมีขึ้นซักครั้ง ขอแสดงความยินดีครับ " ว่าแล้วก็ยังจับมือมั่น โยกคลอน ไม่ยอมปล่อยซะที จนบุษราภรณ์เริ่มมองเห็นชายที่จับมืออย่าง ชัดเจน แต่ภาพที่เห็นกลับสร้างความตกตะลึงให้กับบุษยิ่งกว่า เพราะ ชายที่สัมผัสมือของบุษนั้น แต่งชุดทักษิโด สีดำเรียบแปล้ เต็มยศ มีโบสีน้ำเงินผูกอยู่ที่คอ ดูไปก็เท่ห์ดีหรอก ถ้าตั้งแต่คอขึ้นไปของชายคนนี้จะไม่เป็นหัวของ สิงโต เวลาพูดหรือกล่าวอะไร ก็เห็นแยกเขี้ยวสีเหลือง ให้บุษเห็นอย่างชัดเจนไปถึงลิ้นไก่เลย " กรี๊ด ดดดดดดดดดดด............ " มีเสียง 10 หลอด ก็แหกปากได้ทั้ง 10 หลอดเลยทีเดียว สิงโตในชุดทักษิโด รีบคลายมือจากการสัมผัสอย่างรวดเร็ว แต่ชัดมือมาอุดหูแทน สำหรับคนอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็ชะงักเสียงเอะอะเจี้ยวจ้าว รีบยกมืออุดหูกันแถบไม่ทันเช่นกัน เสียงเดียวยังไม่พอ ที่นี กานดี ก็เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นเหมือนกัน ทั่วทั้งบริเวณมีแต่พวกแต่งตัวประหลาดทั้งนั้น มีตั้งแต่ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าไสตส์เท่ห์ ๆ แต่หัว เป็นหมาป่า จับกลุ่มคู่กับหญิงสาวชุดราตรียาวผ้าสีควันบุหรี่แนบเนื้อวาววัวระยับ บอกไม่ได้ว่าทำมาจากผ้าอะไร แต่ บางพริ้วไปกับสายลมที่พัดโชยมาอ่อนๆ เป็นเสน่ห์ที่ยั่วยวนมาก หากแต่...ยังมีสิ่งที่พริ้วยิ่งกว่าก็คือ เส้นผมงูเขียว ที่พันเลี้อยไปเลื้อยมาตั้งแต่หัวของเจ้าหล่อนไปจนถึงช่วงคอ พากันชูไสวรับลมไปมา แถมยังแลบลิ้นแปลบ ๆ อีกต่างหาก กับทางซ้ายมีของกานดีเอง ก็มีกลุ่มยูนิคอร์น ที่พากันร้องฮี้ ๆ พลาง พูดภาษามนุษย์ไปพลางจับกลุ่มคุย กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชิงว่าเป็นคนหรือเป็นม้ากันแน่ เพราะส่วนบนเป็นมนุษย์ผู้ชายทุกประการ แต่ถัดจากช่วงท้องลง มาดันมีร่างกายเป็นม้า !!! แล้วยังหญิงแก่ ๆ ใส่ชุดสีดำยาวจากคอคลุมยันเท้า สวมหมวกแหลมสีดำ หน้าตาน่ากลัว ที่สำคัญ คือ จมูก ! จมูกของเจ้าหล่อนยื่นยาวซะจนน่ากลัว แถมโง้งอีกต่างหาก ถ้าใครเห็นก็บอกได้เลยว่าเหมือนแม่มด ในนิทานหลอกเด็กไม่มีผิดทีเดียว ทั้งกานดีและบุษราภรณ์เห็นถนัดชัดตาแล้วว่าบริเวณรอบ ๆ มีแต่คนแปลกประหลาดทั้งนั้น ไม่มีใคร ซักคนที่เป็นคนปกติเหมือนกานดีและบุษเลย " ที่นี่ที่ไหนกัน " สามัญสำนึกของกานดี ผลุดคำถามขึ้นทันที หันไปกระชับมือของบุษให้มั่นกว่าเดิม ใจทั้งใจเต้นระริก เร็ว แรง และดัง เหมือนกับมีใครมาตีกลองอยู่ในห้องใจยังไงยังงั้นทีเดียว สั่น ... อาการสั่น เริ่มจากมือก่อน แล้วขยายวงกว้างไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย แผ่ขยายไปอย่าง รวดเร็วจนทั่วตัว แม้กระทั่งฟัน ก็ยังกระทบกันดัง กึก ๆๆๆ อย่างรุนแรงและรวดเร็วจนกานดีกัดลิ้นตัวเอง " เจ็บ ... ไม่ใช่ฝัน " กานดียิ่งตัวสั่นขึ้นไปอีกเป็น 2 เท่า ถ้าไม่ใช่ความฝัน งั้นที่นี่คือที่ไหนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าซีดตัวสั่น ฉับพลันก็ได้ยินเสียงบุษกรีดร้องออกมาอย่างตกใจสุดขีด อารามความตกใจ แผ่ขยายมาถึงกานดีให้สะดุ้ง " กรี๊ด ดดดดดดดดดดดดดด ......... " กานดีกรีดร้องตามอีกคน มือและเท้าเริ่มเย็นเฉียบจนไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ความเย็นราวกับตกอยู่ในห้องแช่แข็งเริ่มกระจายจาก มือและเท้า มายังลำตัวอย่างรวดเร็ว และไล่ไปจนถึงปาก ดวงตา จากนั้น สติของกานดีก็ดับวูบไป ทั่วทั้งบริเวณเงียบ แม้เสียงของเข็มตกกระทบพื้นก็คงได้ยิน ก่อนที่ร่างของสองสาวจะล้มลงหน้ากระแทบกับพื้น ก็มีเงา ๆ สองเงาโอบกระชับรับร่างที่หมดสติ ทั้งสองสาวเอาไว้ หนึ่งในสองเงาที่เข้าไปประคองหญิงสาว อุ้มหญิงบุษราภรณ์ขึ้นแล้วกล่าวทั่วบริเวณว่า " ปีนี้ ฉันจะให้การรับรองแขกผู้มีเกียรติทั้งสองคนนี้เอง มีใครขัดข้องหรือไม่ " ทั่วทั้งบริเวณพากันเงียบกริบ ก่อนที่จะมีเสียงโห่ร้อง ปรบมือเป่าปากกันอย่างเลื่อนลั่น " เป็นอันว่าตกลงแล้วนะ " ชายหนุ่มผู้นั้นยังกล่าวต่อไปว่า " คุณกาซา คุณเนการ่า ห้องพักของคุณยังมีที่ว่างอยู่ใช่ไหม " บุคคลที่ถูกเอ่ยนาม พยักหน้ารับ " ตกลง !!! ให้ทั้งสองสาวนี้พักอยู่กับท่านก็แล้วกัน เมื่อใดที่เขาทั้งสองฟื้น ให้พามาหาข้าด้วย " จาก : aey1997 - 14/11/2000 12:54 |
|
ข้อความ : Interesting....... Wonder what will show up next...... จาก : MrT - 15/11/2000 01:41 |
|
ข้อความ : หีๆๆ ต้อนรับนักเขียนใหม่น่อ.. คึๆๆๆๆ จาก : ioroid - 15/11/2000 05:23 |
|
ข้อความ : อุ.....ไปโผล่โลกไหนแล้วเนี่ย ^_^;;;; จาก : xelloss - 15/11/2000 10:54 |
|
ข้อความ : อ่านต่อไป ....... รอตอนหน้า
พักนี้อ่านมันทุกเรื่องเลยวุ้ย จาก : Johnny - 15/11/2000 13:11 |