หัวข้อ : Encounter : ทริปต์สู่นิรันดร์
ข้อความ :
...............................

“ เรียบร้อยรึยัง.. แขกของเรามาถึงแล้ว ”
“ ยังซิงโครข้อมูลออกมาได้ไม่ครบเลย ภาษาของเค้ายากจริงๆ ”
“ ถ้าเค้าไม่ใช้ภาษาสากล ลองเลือกที่พวกเค้าใช้มากที่สุดดูก่อนสิ ”
“ อืมม.. ได้ล่ะ แต่ภาษาเค้าทั้งยากทั้งเยอะ แค่คนเดียวมีตั้ง 6-7 ภาษาแน่ะ ”
“ ต้องให้เวลาเค้าอีกหน่อยน่ะ อีกสักสามช่วงอายุ ดาวดวงนี้ก็คงจะออกสู่อวกาศเต็มตัว ”
“ แต่ก็น่าเสียดาย แถวนี้ไม่มีดาวดวงไหนที่มีอารยธรรมพอจะติดต่อกับเขาเลย... “
“ คิดว่าเราคงเป็นพวกแรกน่ะ ท่าทางเค้าแตกตื่นกันพอดูเลยล่ะ ”
“ เป็นดาวดวงนี้เป็นดวงที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย.. ”
“ อืมมม คงซัก 50 กว่าๆมั้ง แต่ที่นี่น่าสนใจกว่านะ วิทยาการของเค้าแปลกมากเลย.. “

ขณะที่ทั้งสองเสียงกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ วัตถุบางอย่างส่งสัญญาณก็เตือน

“ รู้สึกว่าแขกของเราจะตื่นแล้วนะ.. ไปกันได้แล้วล่ะ ”

....................................

ดรายหาวยาวๆก่อนที่จะลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมา การลืมตาทีล่ะข้างอาจจะทำให้เขาตื่นช้าลงก็ได้มั้ง... อาการปวดหัวเข้ามารุมเร้าตอนที่ดรายกำลังพยายามโงหัวขึ้นมาดูรอบๆตัว มือซ้ายของดรายยกขึ้นกุมหัวด้วยความเคยชิน ดวงตาที่พร่าพรายกำลังเริ่มต้นทำงานของมัน
ห้องที่ดรายนอนอยู่เป็นสีขาวทั้งหมด แม้ว่าจะมีสีเทาออกมาแซมบ้างแต่ก็ให้ความรู้สึกของรูปขาวดำมากกว่า ทั้งเครื่องใช้ ดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกัน รวมถึงชุดนอนที่เค้าใส่อยู่

“ อะไรกันเนี่ย.. ” ดรายพึมพำเบาๆ

“ อรุณสวัสดิ์.... ”
เสียงหนึ่งดังจากอีกฟากของห้อง
“ คุณเป็นใคร แล้ว.. ผมอยู่ที่ไหน ” ดรายหันไปถาม
“ ใจเย็นๆก่อน เราต้องการให้คุณทำใจให้สบายซักนิดหนึ่งก่อนที่เราจะคุยกัน ”
“ คุณเป็นใครกันแน่เนี่ย ผม... ”
ความเจ็บปวดแล่นผ่านกระบอกตาขึ้นไปในหัวของดราย
“ อย่าเพิ่งนึกอะไรเลย ความจำของคุณยังสับสนอยู่ในระยะแรกๆ อาการเจ็บปวดนั่นเราช่วยคุณไม่ได้หรอก.. ”

ชายในชุดสูทขาวที่คุยกับดรายเดินมานั่งที่ขอบเตียง ดรายสังเกตุเห็นมือที่อยู่นอกชุดก็เป็นสีขาวซีดเช่นกัน ความผิดปรกตินี่มันชักยังไงๆแล้ว

“ คุณพอจะนึกอะไรออกรึเปล่า ”
ดรายพยายามรวบรวมสติย้อนกลับไป ภาพเริ่มปรากฎออกมารางๆในหัว
“ ตอนนั้นผมอยู่ในท่อสีดำ.. สายไฟ โอ้ย... ” ความเจ็บปวดเล่นงานดรายอีกครั้ง
“ ถ้านึกอะไรไม่ออก คุณก็อย่าพึ่งฝืนเลย ตามผมมาดีกว่า... ถ้าเจอคนสองคนนี้อาจจะช่วยคุณได้บ้าง ”

แล้วชายคนนั้นก็ลุกเดินไปที่ผนังโล่งๆด้านตรงข้ามกับเตียงที่ดรายนั่งอยู่
“ คุณลุกได้แล้วล่ะ ร่างกายคุณได้รับการฟื้นฟูแล้ว แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แต่ก็สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก ”
“ คุณทำอะไรกับร่างกายผม ” ดรายถามหวาดๆ
“ ไม่มีผลร้ายอะไรหรอก ”
ดรายยันตัวเองลงจากเตียง ถ้ายกเว้นอาการปวดหัวแล้วร่างกายทุกส่วนของดรายก็เบาขึ้นเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างอัดแน่นอยู่ข้างใน...
ชายในชุดขาวผลักผนังสีขาวออกไปเบาๆ รอยแยกสี่เหลี่ยมก็ปรีออกตามแรงผลักเผยให้เห็น อีกห้องหนึ่งที่สีสันอย่างอื่นมากกว่าห้องของดราย กลิ่นของควันไฟโชยเข้ามาจางๆ
“ คุณจะพาผมไปที่ไหน ” ดรายลองถามอีกฝ่ายดู
“ เพื่อนของคุณรออยู่ในนี้ ทั้งสองคนตื่นก่อนคุณนานแล้ว ”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่ดรายก็เดินตามไปแต่โดยดี


....................................

“ ชิพ.. ฟีอา.. ”

เจ้าของชื่อทั้งสองหันมาตามเสียงเรียก ฟีอาชงักอยู่นิดหน่อยก่อนพุ่งเข้ามาหาดราย มือทั้งสองข้างของดรายรับเธอไว้ในอ้อมแขน น้ำตาไหลออกมาอาบแก้มของฟีอาพร้อมด้วยเสียงร้องไห้..

“ ดีจริงๆ.. ดราย.. ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ”
น้ำตาของฟีอาไหลลงมาโดนมือของดราย หยดน้ำเล็กๆทำไมถึงได้อุ่นขนาดนี้
“ ผมว่าคุณดูประสาทกว่าผมอีกนะ ผมไม่เป็นอะไรหรอก.. ”
“ ชั้นกลัวจริงๆ.. ” เสียงของฟีอาถูกกลบด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ
“ ผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วไง หยุดร้องซะทีเถอะ คุณทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย.. ”
“ ชั้นคิดว่าคุณ.. คิดว่าคุณจะไม่.. ”
“ อย่าคิดมากน่า ผมรู้สึกเหมือนได้ยกเครื่องมาใหม่เลย ”

ดรายลูบผมของฟีอาเบาๆ เส้นผมสีออกแดงเล็กน้อยลู่ไปตามมือของดราย ฟีอาที่อยู่ในวงแขนของเขาตอนนี้กับฟีอาคนที่เขาเคยควงไปงานต่างๆยังคงเหมือนกันทุกอย่าง ฟีอาที่ต่อว่าต่อขานเขา คนที่กวนโทสะเขาอยู่เรื่อยมา...
“ ฟีอา.. ผมว่าเรา.. เราน่าจะ ” แก้มของดรายระบายไปด้วยสีแดงระเรื่อ

“ อะแฮ่ม.. ดูเหมือนว่าหนูจะถูกลืมแล้วใช่มั้ยคะ ” เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้น

“ นี่ชั้นจะไม่ได้รับความเป็นส่วนตัวเลยใช่มั้ยเนี่ย.. ” ดรายเป็นฝ่ายเอ่ยถาม แม้ว่าทั้งคู่จะผละออกจากกันแล้วแต่ก็ยังคงกุมมือกันอยู่
“ หนูแค่น้อยใจนิดหน่อยเท่านั้น ดูสิ พี่สาวเค้าโดนคุณกอดแต่หนูไม่เห็นได้อะไรเลย ”
“ เอ้า.. ถ้าเธออยากได้มั่งทำไมไม่บอกล่ะ ” ดรายทำทีเป็นย่องเข้าไปหาชิพ
“ ขอบคุณแต่ไม่ต้องดีกว่าค่ะ เก็บมันไว้ให้พี่สาวเหอะ ”
“ ฮะๆๆ ชั้นยินดีด้วยนะฟีอา ยินดีที่เธอมีน้องสาวที่...น่า.. เอ่อ น่ารัก.. ขนาดนี้ ”

ฟีอายกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาออกจากแก้มแล้วยิ้มออกมาได้
“ ชั้นคิดอยู่นานเหมือนกันแหละกว่าจะเรียกเธอว่าน้องได้น่ะ ”
“ หนูไม่ยุ่งด้วยแล้ว... พอกันทั้งคู่เลย พออีกคนไม่อยู่หนูก็ต้องคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่พอมาเจอกันอีกทีหนูก็หมดประโยชน์ “
“ เอาเถอะน่า.. ชั้นเองก็อยากจะลองมีน้องสาวบ้างเหมือนกัน ” ดรายแหย่ชิพเล่น
“ เชอะ... ” ชิพสบัดหน้าไปอีกทาง ท่าทีของชิพทำให้ทั้งคู๋ขำไม่น้อย


เสียงหัวเราะของคนสามคนดังอยู่ไม่นาน ชายชุดขาวที่เข้ามาปลุกดรายก็ก้าวเข้ามา แม้ว่าห้องนี้จะมีสีสันและทุกอย่างคล้ายกับห้องรับแขก ทั้งเตาผิง ทั้งชั้นวางหนังสือที่อยู่เป็นฉากหลังของห้อง สีที่ขาวอยู่แล้วกลับยิ่งขาวซีดเข้าไปใหญ่ในห้องปรกติเช่นนี้
ดรายหันไปหาคนท่าทางประหลาดคนนั้น

“ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นใครแต่อย่างน้อยก็ขอบคุณมากที่ช่วยพวกผมเอาไว้ ”
“ ไม่เป็นไร เราต้องช่วยแขกของเราอยู่แล้ว ”
“ แขก.. ผมถูกเชิญมาในงานอะไรรึเปล่า.. ” ดรายพยายามหยั่งเชิงอีกฝ่าย
“ อันที่จริงผมไม่ได้เป็นฝ่ายเชิญหรอก คุณนัดเรามาที่นี่ต่างหาก คิดว่าสองคนนั่นคงอธิบายได้ดีกว่าผม ” ชายแปลกหน้าชี้ไปทางฟีอาที่ตอนนี้ออกไปยืนกับชิพ

“ ฟีอา... คุณรู้อะไรงั้นหรือ.. ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนเนี่ย ” ดรายถาม
ฟีอากระสับกระส่ายเล็กน้อย ท่าที่ของเธอก็ไม่แน่ใจในคำตอบที่จะพูดเหมือนกัน
“ ชั้นก็ไม่ค่อยมั่นใจนักหรอก แต่คิดว่านี่คงเป็นการถ่ายข้อมูลกับสมองของเราโดยตรงน่ะ ”
ดรายไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินนัก
“ คุณว่าอะไรนะ... ”
“ การติดต่อกับสมองโดยตรง ดราย... คุณกำลังเจอกับคนที่คุณกับชั้นพยายามจะเจอตัวจริงมาตลอดไง ”
ดรายหัวหมุนนิดหน่อย... ความทรงจำทั้งหมดเรียงรายเข้ามาในม่านตาของเขา สัญญาณวิทยุประหลาด ข้อมูลมหาศาล การคำนวน การติดต่อผ่านดาวเทียม หอเอ็กโซสเฟียร์ แรงระเบิด ลิฟท์ สลิงไฮเปอร์คาร์บอน ไฟฟ้าแรงสูง ถังออกซิเจน...... ดรายหันไปทางผู้ชายที่เขาเห็นเป็นคนแรก ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ มีเพียงมุมปากที่มีรอยยิ้มจางๆอยู่เท่านั้น อะไรกัน... คนๆนี้เนี่ยนะ..

“ นี่ผมมาที่นี่ได้ยังไง ผมไม่น่าจะรอดเลยนี่ ”
“ อันนี้หนูของบอกเองได้มั้ยคะ ” ชิพสอดขึ้นมา
“ เอาสิ.. เธอควรจะได้รับความชอบนี้อยู่แล้วนี่นา ” ฟีอาพูดขึ้น

ดรายหันไปหาชิพ เรื่องราวทั้งหลายยังคงสับสนอยู่ ทำไมชิพที่ควรจะอยู่ที่ยอดหอเอ็กโซสเฟียร์จึงมาอยู่กับเขาที่ห้องนี้ ไหนจะฟีอาที่ไม่ได้ขึ้นมากับเขาอีก ดรายแยกกับเธอตรงชั้นที่เกิดการระเบิด แต่ว่า..

“ หนูขึ้นมาถึงชั้นบนได้อย่างที่คุณหวังไว้นั่นแหละ แต่ว่าหนูเปิดประตูลิฟท์ไม่ได้ คุณลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย หนูรออยู่ที่ขอบประตูลิฟท์ตั้งนานแน่ะ ”
ดรายยิ้มพร้อมกับเขกหัวตัวเองหนี่งที
“ ตอนที่หนูเริ่มง่วงเพราะไม่มีอะไรทำ ประตูลิฟท์ก็เปิดออกเอง แล้วหนูก็เจอพี่สาวกับผู้ชายขาวคนนี้แหละ ” ชิพชี้ไปทางชายแปลกหน้า ซึ่งเขาก็โบกมือให้ “ หนูก็เลยเล่าเรื่องของคุณให้พวกเขาฟัง เขาไม่พูดอะไรแต่ให้หนูเดินไปกับเขา ส่วนพี่ฟีอาก็ลงไปในช่องลิฟท์ แล้วเขาก็ให้หนูนั่งรออยู่ในนี้แหละค่ะ ”

ดรายไม่พอใจกับคำตอบที่ได้ยินเลย ทำไมฟีอาถึงขึ้นไปข้างบนได้ก่อนเขาล่ะ...
“ แล้วฟีอา.. คุณขึ้นมาที่นี่ได้ยังไงล่ะ ”
“ ... คุณตั้งใจฟังที่ชั้นพูดหน่อยนะ ”

ฟีอาดีงดรายออกมาอีกด้านหนึ่ง ชิพทำท่าว่าจะตามมาแต่ว่าฟีอาห้ามไว้
“ เอาล่ะ คุณจะบอกผมได้รียังล่ะว่านี่มันอะไรกัน.. ผมงงไปหมดแล้วนะ ” ดรายเริ่มก่อน
“ คุณตายไปแล้ว... ” ฟีอาเอ่ยขึ้นมาเฉยๆ
“ ........ ”
“ ชั้นขึ้นมาพอดีกับที่เห็นผู้ชายคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับคุณเมื่อกี๊นี้ เค้าเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือเปล่า ตอนนั้นชั้นยังไม่แน่ใจเลย เรามองตากันเท่านั้นเอง แล้วดูเหมือนว่าเค้าจะเข้าใจว่าชั้นต้องการอะไร เราเปิดประตูลิฟท์ได้ไม่ยากนักหรอก ชั้นเห็นชิพฟุบอยู่ด้านในเลยดึงออกมา แล้วเค้าก็รับชิพไป.. เอ่อ ฟื้นฟูน่ะ... แล้วชั้นก็ลงไปหาคุณ
ตอนที่ชั้นลงไปถึง คุณอยู่ในสภาพเกือบจำศีลแล้ว ร่างกายคุณขาดออกซิเจนนานเกินไป ชั้นจึงต่อท่อออกซิเจนจากแท็งค์ของชั้นให้คุณด้วยแต่ว่ามันไม่พอ เชือกที่ชั้นหย่อนตัวลงไปดึงเราทั้งสองคนขึ้นมาได้ช้ามาก แล้วอากาศของเราก็หมด จากนั้นชั้นก็มารู้สึกตัวบนนี้เหมือนคุณนั่นแหละ ”

ดรายที่นั่งฟังอยู่ยกมือขึ้นมาลูปขอบตาช้าๆ มือที่เคยกร้านเพราะงานหนักแต่ตอนนี้กลับอ่อนนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ
“ แต่ว่าร่างกายคุณยังถูกเก็บไว้อย่างดี ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเค้าบอกว่าคุณจะฟื้นขึ้นมาเมื่อการสนทนาครั้งนี้จบลง ชั้นก็เหมือนกัน.. แน่นอนรวมถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วย ”
“ หมายความว่าเราสามคนหมดสติไปชั่วคราวงั้นสิ ”
“ ชั้นก็ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ว่าหัวใจของเราสามคนหยุดเต้นแล้ว คนคนนั้นเค้าบอกว่าวิทยาการของเค้าสามารถฟื้นฟูร่างกายในระดับอะตอมได้ แต่กับพวกเราเค้าทำได้แค่ระดับเซลล์เท่านั้น จึงจำเป็นต้องให้ร่างกายเราเคลื่อนไหวน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ “
“ แล้วเราอยู่ที่ไหนเนี่ย ” ดรายถามด้วยเสียงแหบแห้ง
“ คิดว่าคงเป็นยานขนส่งของเขานั่นแหละค่ะ ”

นี่มันอะไรกันแน่เนี่ย... ดรายเรียบเรียงเรื่องของฟีอาอย่างคร่าวๆ มือทั้งสองข้างของดรายก็ยังคงเหมือนเดิมนี่นา
“ ผมไม่ติดใจอะไรหรอกนะ แต่ว่าคุณขึ้นมาก่อนผมได้ยังไงเนี่ย ”
“ ชั้น เอ่อ... ”
“ ถ้าคุณไม่บอกผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก ”
ริมฝีปากของฟีอาขยับอยู๋สองสามครั้งก่อนที่จะพูดออกมา “ ก็ได้ค่ะ ดราย.. ชั้นทำงานให้รัฐน่ะ ”
“ อันนี้ผมก็รู้อยู่แล้วล่ะ “
“ ไม่ใช่อย่างที่ชั้นบอกคุณหรอก ชั้นขึ้นตรงกับรีเดริคค่ะ “ ฟีอาก้มหน้าลง

ดรายไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินเลย

“ ฟีอา.. ผมไม่อยากได้ยินอย่างนั้นอีกนะ ”
“ ชั้นทำได้แค่ขอให้คุณเชื่อชั้นเท่านั้นแหละ ชั้นไม่เคยทำร้ายคุณเลยนะ การทำงานของชั้นไม่ได้รบกวนงานของคุณเลย ”
“ ที่สถาบันของผมถูกยึดก็เพราะคุณงั้นสิ ” ดวงตาของดรายไร้ความรู้สึกใดๆ
“ นั่นเพราะชั้นถูกบังคับน่ะค่ะ มันเอาลูกน้องของชั้นมาขู่ หน้าที่การงานของคนสามร้อยคนอยู่ในมือของชั้นแล้วจะให้ชั้นมองอยู่เฉยๆรึไง... แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ที่เดิมของมัน หลังจากที่เรากลับไปแล้วคุณก็จะทำทุกอย่างได้เหมือนเดิมแล้ว ”
“ คุณจะทำได้ยังไง รีเดริคมีอำนาจมากกว่าคุณมหาศาลเลย เค้าไม่ปล่อยผมหรอก ”
“ แล้วคุณคิดว่าชั้นจะยอมโดนใช้เป็นเครื่องมือตลอดไปรึไง หลังจากที่ชั้นแยกกับคุณแล้ว รีเดริคก็สั่งให้นายพลนีดเฮมด์นำกำลังมาที่หอนี้เพื่อจัดการคุณ การเคลื่อนกำลังพลมาที่นี่โดยพลการของรีเดริคเป็นเงื่อนไขต่อรองที่เพียงพอที่ชั้นจะถอนตัวออกมาได้ ไอ้จิ้งเหลนเฒ่านั่นจะไม่มายุ่งกับชั้นอีกแล้ว ”

ดรายถอนหายใจยาวๆอยู่หลายครั้งกว่าที่อารมณ์จะสงบลงได้
“ เฮ้อ... แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมล่ะ ”
“ คนใจร้อนอย่างคุณได้ไปยิงหัวมันปะไร คุณเดือดร้อนเพราะชั้นมามากแล้วนะ ”
“ ผมก็ยังรู้สึกลำบากใจอยู่ดีนั่นแหละ ”
“ ชั้นก็ได้พูดไปแล้ว ชั้นไม่ขออะไรอีกหรอกค่ะ... ”

ท่าทีของฟีอาแย่มาก ใบหน้าที่ก้มลงไม่เผยให้เห็นความรู้สึกใดๆ จนมือของดรายถูกยกขึ้นไปขยี้ผมของฟีอาเบาๆ
“ ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณซักหน่อย แค่ตกใจเท่านั้นแหละ... ใครจะรู้ล่ะว่าคุณเป็นสายลับนะ ”

รอยยิ้มของฟีอาเริ่มปรากฎออกมาให้เห็น ใบหน้าที่ซีดเผือดเมื่อกี๊ก็ดูสดใสขึ้น...


“ เอาล่ะ.... ผมว่าสภาพจิตใจคุณคงจะดีขึ้นบ้างแล้วสินะ ” เสียงที่ดรายไม่คุ้นเท่าไรดังขึ้น
“ ผมตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ อุตส่าห็จะได้คุยกับเพื่อนอีกกาแลคซี่ทั้งที ” ดรายตอบไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ ดีแล้ว.. ผมหวังไว้ว่าการมาที่ระบบนี้คงให้ประโยชน์กับเราทั้งสองฝ่ายเต็มที่ ”
“ แน่นอน ” ดรายตอบด้วยความมั่นใจ

ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างพอใจ ฟีอาแล้วก็ชิพเดินมาอยู่ข้างหลังดรายที่กำลังจะก้าวเดิน ห้องรับแขกที่ทั้งหมดยืนอยู่เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดลงๆ จนเป็นแสงจ้า

“ พวกคุณพร้อมนะ คุณจะได้พูด คุย หรือว่าถามทุกสิ่งทุกอย่างกับลักษณะบุคคลิกที่เราเก็บบันทึกมา จนท้ายสุดถ้าคุณยินยอม เราจะเก็บลักษณะบุคคลิกของคุณไว้ ”
ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกัน
“ งั้นก็เชิญ ”

เมื่อทั้งหมดสามารถปรับสายตาจากแสงจ้าได้แล้ว ห้องประชุมใหญ่ที่มีสมาชิกมากมายก็ปรากฎต่อหน้าตัวแทนมนุษย์โลกสามคน สิ่งมีชีวิตมากมายหลายแบบต่างนั่งเรียงกันตามที่นั่งหลายพันที่ บนเวทีมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ตอนนี้มีรูปของดรายขึ้นอยู่

“ ทุกท่าน นี่คือมนุษย์โลก.. อารยธรรมล่าสุดที่เราสามารถติดต่อ.. “

คำพูดมากมายแลกเปลี่ยนกันไปมา ดรายเองก็ยุ่งอยู่กับคำตอบมากมายที่จะต้องจดบันทึกไว้ ฟีอาช่วยดรายในการวิเคราะห์ประโยคมากมายที่จะเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ชิพกลับไปเดินดูมนุษย์ต่างดาวหน้าตาประหลาดที่นั่งอยู่ใกล้ๆซะนี่...


......................................

“ นี่ฮะด็อก.. การ์ดที่ส่งมาเมื่อเช้า ”
“ ขอบใจจ้ะ เธอกลับไปทำงานเถอะ ”
มือที่เคยถือปากกาอยู่ก็วางลง แล้วหันมาฉีกซองใส่การ์ดที่อยู่ในมือ ด้านในเป็นกระดาษสีชมพูลวดลายสวยงาม กลิ่นน้ำหอมอ่อนลอยมาแตะจมูกของชิพ โอ้แหม.. กว่าจะส่งมาได้
ข้อความข้างในเป็นตัวหนังสือตลกๆเรียงเบี้ยวไปมา มันเขียนไว้ว่า

“ ...... Dryden VS Fear ...... “
Great Married of the week
10 October 0100 A.C
19.30 – 23.59 at Grand Ballroom Newyorker Hotel

please send this message for your close-friend only
.... we wll wait for your will....

ชิพยิ้มเล็กน้อย ทั้งคู่ก็เล็งกันมานานแล้ว อันที่จริงก็ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ทั้งคู่พบกันตอนเรียนแล้วล่ะมั้ง เพียงแต่ว่ายังไม่มั่นใจเท่านั้นเอง... หึๆ
การ์ดใบนั้นถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานของชิพนั่นเอง แฟ้มทั้งหมดที่กองอยู่ถูกสะสางด้วยความรวดเร็ว ไม่นานงานที่ต้องทำก็หมดลง เก้าอี้สูงที่ชิพนั่งอยู่ถูกพิงเอนลงไปข้างหลัง ตั้งแต่ตอนนั้นก็ผ่านมาเกือบห้าปีแล้วสินะ จากชิพ รีฟริกา... เด็กมีปัญหาที่เห็นการเรียนเป็นอาชญากรรม ตอนนี้เด็กคนนั้นกลายมาเป็นด็อกเตอร์สาขาอักษรศาสตร์ที่โด่งดัง เคยมีนักข่าวหลายคนเหมือนกันที่สืบรู้มาว่าเธอเคยเจออะไรมาบ้างในตอนเด็ก แต่อาศัยเส้นของเธอกับของดรายแล้วก็ฟีอา เรื่องก็เงียบสนิทลงไป...

การสนทนาที่ยาวนานครั้งนั้นยังคงอยู่ในหัวของชิพ รีฟริกาไม่เคยลืม

................................

“ ผมอยากรู้ว่าคุณทำอย่างนี้ทำไม ”
“ เราทำเพราะเราอยากจะรู้ว่า เราแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร เราเหมือนกับคนอื่นอย่างไร เมื่อนั้นเราจะสามารถพัฒนาเผ่าพันธุ์ของเราต่อไปได้อีกมากมายไม่จบสิ้น ”
“ เพียงเพราะเหตุผลเท่านี้เองหรือ ”
“ แค่นั้น ทรัพยากรของเราเมื่อแลกกับจุดประสงค์นี้แล้วถือว่าคุ้มค่า ”
........
“ คุณส่งยานเล็กลงไปที่โลกทำไม ”
“ เพื่อที่จะเรียนรู้ข้อมูลลบที่คุณใช้กันอย่างมากมาย ในภาษาคุณจะเรียกมันว่าวรรณคดี นิยาย กลอน บทเพลง สิ่งนี้เราเรียนรู้ได้ยากที่สุดในบรรดาอารยธรรมที่เราเคยเจอมา ”
“ แต่การกระทำของพวกคุณ ทำให้เด็กหลายคนอย่างชิพต้องเดือดร้อน.. ”
“ นั่นเป็นการกระทำของพวกคุณด้วยกันเองนะ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เด็กคนนั้นต้องโดนทำร้าย เท่าที่เราทำมาไม่เคยมีผลตอบสนองอย่างนี้มาก่อน ครั้งหน้าเราจะรวมกรณีนี้ไปด้วยในการพิจารณา เราทำได้แค่นั้นจริงๆ ”
.......
“ ข่าวที่คุณส่งไปกับยานเล็กหมายความว่ายังไง ”
“ บนโลกของคุณจะมีการใช้ภาษาในการแทนอารมณ์ เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เราจึงต้องการเรียนรู้โดยการส่งตัวแทนอารมณ์ต่างๆของเราลงไป คนที่ได้รับจะช่วยเราในการเรียนรู้ภาษาของพวกคุณได้ดีขึ้น แต่ในกรณีของชิพมันเกินความคาดหมาย ”
......
“ ยังมีร่างที่มีชีวิตอยู่ในยานนี้รึเปล่า ”
“ ไม่มีแล้ว ร่างสุดท้ายหยุดทำงานเมื่อ 3,000 ปีแสงที่แล้ว แต่เรามีลักษณะของทุกคนเก็บไว้เพื่อการสนทนาอย่างเช่นกรณีของพวกคุณ เทคโนโลยีของเรายังไม่สามารถเร่งความเร็วขนาดที่เผ่าเรายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่แน่ว่าตอนนี้เราทำได้รึยัง เพราะขณะที่พวกคุณพูดกับเรา ดาวแม่ของเราอาจจะจัดการเดินทางครั้งต่อไปมาแล้วก็ได้ ”
.......
“ แล้วคุณจะเดินทางไปจนถึงเมื่อไหร่ ”
“ ยังมีดาวอีกมากที่อยู่นอกระยะสัมผัสของเผ่าเรา แต่เรายังจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ เรามีเพื่อนใหม่มากมายที่จะสนทนาด้วย ลัษณะบุคคลิกที่พวกคุณสามคนให้เราเก็บไว้จะอยู่กับเราตลอดไป การเดินทางครั้งนี้อาจจะเป็นไกลหมื่นพาร์เซค หรือนับล้านปีแสง แต่เราก็ไม่ต้องเสียอะไรอีกแล้ว พลังงานที่เรามีสามารถเดินทางจนถึงระยะอนันต์ได้เลยทีเดียว ถ้าจะให้ตอบคำถามของคุณล่ะก็ เราคงเดินทางอีกไกล

ไกลออกไป... จนสุดแดนดาว...


------------------------------------
แฮ่กๆ.. จบจนได้น่อ

ผมอ่านเองแล้วมันรู้สึกแหม่งๆยังไงไม่รู้ ใครที่อ่านมาบ้างก็ช่วยคอมเมนต์หน่อยน่อ เรื่องมันสับสนไปรึเปล่า ยาวสั้นยังไง ช่วยด่าให้หน่อยน่อ จะได้แก้ไข... ^--^;;




จาก : ioroid - 11/11/2000 06:48

ข้อความ : อ่านแล้วมัน ขัดๆ ไงไม่รู้
" ด่า ด่าด่ ด่า "

จาก : [A]eJi - 11/11/2000 10:58

ข้อความ : มันยาวน่ะครับ เลยอ่านช้าไปหน่อย เนื้อเรื่องอาจจะขัดๆนึดๆรึเปล่า แต่ก็อ่านเข้าใจนะครับ แต่ที่ต้องชมเลยคือการวางรูปประโยคและการใช้ภาษาครับ ผมว่าอย่างกับมืออาชีพเลยนะเนี่ย เอ้า พยายามต่อไปๆ จะคอยติดตามผลงานครับผม

จาก : Cid - 11/11/2000 13:34

ข้อความ : a little bit too long for me, ^-^; oh..the hero still alive(ofcause)

จาก : Cecil - 11/11/2000 15:04

ข้อความ : " เจ๋ง "

จาก : Johnny - 11/11/2000 20:35

ข้อความ : End dai de ni.

จาก : MrT - 11/11/2000 23:50

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1