หัวข้อ : Encounter : ความตาย..
ข้อความ : ........................................

เงาดำรูปร่างเล็กเดินอย่างเร่งรีบมาตามทางเดิน
“ ที่นี่ห้ามคนนอกเข้าครับ ” ปืนในมือของยามถูกเลื่อนออกไปบังทาง

ถุงมือสีดำล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วผยิบบัตรพลาสติคโปร่งใสออกมายื่นให้ทหารยาม บนบัตรมีรูปของผบ.รีเดริคกับตัวหนังสืออีกนิดหน่อย

“ ต้องขอโทษด้วยครับพ้ม... ” เสียงทหารหนุ่มดังขึ้นด้วยความเข้มแข็ง
“ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพอชั้นออกมาก็ส่งคนตามฉันขึ้นไปซักสองคนก็แล้วกัน เอาที่ปากหนักๆหน่อยก็นะ ” น่าแปลกที่เสียงสั่งทหารยามคนนั้นกลับเป็นเสียงผู้หญิงที่ไม่มีอำนาจในน้ำเสียงเอาเสียเลย
ทหารยามคนนั้นปล่อยให้หญิงคนนั้นผ่านประตูเหล็กไปแต่โดยดี หญิงสาวคนนั้นขยับสร้อยรูปร่างประหลาดที่คอเล็กน้อย มีเสียงหึ่งๆดังออกมาเบาจากสร้อยเส้นเล็กๆสีเงินอันนั้น เรียบร้อยแล้วเธอก็ปรับวิทยุสื่อสารในมืออีกนิดหน่อยก่อนจะพูดกรอกลงไป

“ เจอตัวใครบ้างรึยัง... ”
เสียงของรีเดริคดังออกมาจากปาก เอ่อ.. ไม่ใช่สิ สร้อยคอของเธอต่างหาก
“ นอกจากช่างเทคนิคที่ส่งเข้ามาเคลียร์ทางก่อนหน้านี้แล้วก็ยังไม่เจอใครเลยครับ หน่วย2 หน่วย3 ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา คาดว่าคงจะเหลวครับท่าน “
“ ตอนนี้หน่วยที่ขึ้นไปสูงสุดอยู่ตรงไหน ”
“ ที่ 7.25 กิโลเมตรครับ หน่วย2อยู่บริเวณบันไดฉุกเฉิน แล้วก็ผนังที่เกิดเหตุระเบิดครับ ”
“ มีอะไรเสียหายหรือผิดสังเกตุจากชั้นอื่นบ้าง ทุกอย่างเลย ”
“ ไม่มีครับ นอกจากความเสียหายที่เกิดจากแรงลมแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรครับ ”
“ แล้วพวกอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินล่ะ ”
“ ขอเวลาสักครู่ครับ... ”

อีกสักพักทหารสื่อสารก็กลับมารายงาน แม้มีท่าทีประหลาดใจแต่ก็ยังคงรายงานตามปรกติ
“ ไม่มีอะไรเสียหายครับ มีชุดที่อยู่ข้างลิฟท์เท่านั้นครับที่ถูกนำไปใช้ ”
“ มีอะไรหายไปบ้าง ”
“ มีชุดอวกาศสำรองหนึ่งชุด ถังออกซิเจน แล้วก็ชุดปฐมพยาบาลบางส่วน นอกนั้นกองอยู่ที่หน้าประตูลิฟท์ครับ ”
“ ประตูลิฟท์เปิดอยู่รึเปล่า ”
“ ลิฟท์ตัวเดียวกับที่ตกลงไปข้างล่างครับ เป็นลิฟท์ส่งของตัวหลักในหอครับ “
“ แปลว่าไม่ใช่ลิฟท์โดยสารใช่มั้ย ”
“ ผมไม่ทราบรายละเอียดครับท่าน... แต่ว่าคงเป็นลิฟท์ความเร็วสูงครับ ”

หญิงสาวลดวิทยุลง สร้อยคอถูกปรับแต่งอีกเล็กน้อย
“ นี่นายพลนีตเฮมด์นะ มีใครไปตรวจที่ลิฟท์รึยัง ”
“ ไม่มีครับท่าน ”
“ งั้นก็ไม่ต้องไปตรวจแล้ว รีบขึ้นไปด้านบนให้เร็วที่สุด กระจายกันออกไปก็ได้ เราต้องการผลการสำรวจก่อน 2 ชํ่วโมง ”
“ ครับท่าน ”
“ โอเค เลิกกัน ”

วิทยุสื่อสารถูกปิดลง แต่มือที่ถือมันเริ่มสั่นแม้ว่าเจ้าของมือจะพยายามบังคับมันแล้วก็ตาม

“ ทำไมคุณถึงบ้าระห่ำขนาดนี้นะ... ”

.........................................

ในช่องลิฟท์นั้นเอง ความเงียบที่น่าอึดอัดดำเนินมากว่า15 นาทีแล้ว

“ ฮ้าาาาววว.... ” ดรายสูดออกซิเจนเข้าปอดเต็มที่
“ หนูคิดว่าเวลาอย่างนี้ คนปรกติเค้าจะนั่งตื่นเต้นกันซะอีก คุณทำให้หนูง่วงนะ ”
“ ก็มันเซ็งนี่ ชั้นไม่ค่อยได้นั่งเฉยๆอย่างนี้มานานมากแล้วนะ ส่งถังออกซิเจนมาให้ชั้นหน่อยสิ ”
“ คุณจะเอาไปทำอะไรน่ะ ”
“ ออกชิเจนในชุดของชั้นจวนจะหมดแล้ว ที่ชั้นหาวนี่ก็แสดงว่าอากาศมันเริ่มเบาบางลงแล้วไง ”
“ อ้อ.. “

ชิพสาวถังออกซิเจนที่แขวนไว้ข้างล่างชี้นมาถือ แล้วก็ยื่นให้ดราย
“ นี่ค่ะ.. ”
“ ขอบใจ อย่างน้อยชั้นก็รอได้อีกครึ่งวันล่ะนะ ”
“ โหย.. ต้องรอนานขนาดนั้นเลยหรือ ”

... วู้มมม มมมม มม

สลิงเริ่มสั่นช้าๆ แกว่งตัวเป็นจังหวะแคบๆ เช่นเดียวกับตอนที่ดรายเห็นสายฟ้าครั้งแรก ตอนนี้แสงสีฟ้าเริ่มเปล่งออกมาเรื่อยๆ เงาขนาดใหญ่ของทั้งคู่ทอดลงบนผนังลิฟท์ มอเตอร์ก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน ทั้ง ดรายแล้วก็ชิพคล่อยเคลื่อนตัวขึ้นไปเรื่อยๆ

“ เฮ้ย.. ” ดรายพยายามเร่งมือ ถังออกซิเจนถังใหม่มีสายต่อที่ใหญ่กว่าสายต่อของเขามากอยู่
ถ้าเขายังไม่เร่งมือล่ะก์
“ เสร็จรึยังคะ อีกเดี๋ยวลมก็จะมาแล้วนะ ”
“ ชั้นกำลังรีบอยู่นี่ไงล่ะ เอาเถอะ.. ชั้นยังมีเวลาอีกนิดหน่อยน่า “

แต่ดูเหมือนว่าดรายจะคาดผิด กระแสลมเริ่มพัดเบาๆแล้ว
“ เฮ้ย.. อะไรวะเนี่ย ”
“ เรียบร้อยรึยังคะ ”

“ โธ่เว้ย.. อีกแป็บเดียวเท่า... ” เสียงของดรายพูดยังไม่ทันจบประโยค ทั้งคู่ก็ถูกกระชากขึ้นไปด้านบนอย่างแรง เสียงลมดังอื้ออึงมาทุกๆด้าน มือของดรายก็ถูกกดอยู่กับถังออกซิเจนนั่นเอง ความเร็วที่ขับเคลื่อนอยู่ก็ทำท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเหมือนตอนที่อยู่ในลิฟท์ตอนแรกกลับมาอีกครั้ง

“ อ๊าาาาา... ” ดรายร้องเสียงหลง มือที่ถูกหนีบไว้ส่งสัญญานเจ็บปวดรุนแรง
“ ทิ้งถังเหล็กนั่นลงไปก่อนสิ เดี๋ยวมือคุณก็ขาดหรอก ”
ดรายออกแรงค่อยๆขยับมือทีละนิด แต่ละครั้งเรียกความเจ็บปวดได้พอดูทีเดียว หลังจากพยายามอีกสองสามครั้งถังนั่นออกไปนอกตัวของดราย ถังเหล็กยังคงลอยอยู่ซักพัก ก่อนที่จะตกลงไปด้วยความเร็วที่ช้ากว่าปรกติมาก จนถังนั่นลอยลงไปข้างล่างตัวของพวกเขาแล้ว ดรายก็เห็นถึงอันตราย... ถังนั่นลอยเข้าใกล้ สลิงที่ตอนนี้เป็นสายไฟสีฟ้าเกินไปแล้ว ...ระเบิด...

“ เฮ้ย.. ชิพระวัง ”

ถังออกซิเจนส่งประกายอยู่สองสามครั้ง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟลุกท่วมหอคอย
จากความเร็วที่มากอยู่แล้ว ทั้งคู่ก็ถูกกระชากขึ้นไปด้านบนอีก ลมที่พัดขึ้นมาส่งเปลวไฟตามหลังไล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ โอ้ย... ” เสียงชิพดังผ่านวิทยุ ความร้อนที่ส่งผ่านมาทำให้บางส่วนของเหล็กที่พวกเขาใช้แขวนตัวอยู่ร้อนขึ้นหลายองศา
“ ระวัง... ” มือของดรายกดลงไปที่สวิตซ์ที่อยู่ข้างมอเตอร์ ทั้งคู่เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก เปลวไฟยังคงไล่ตามอยู่สักพัก ในที่สุดมันก็ยอมแพ้

“ ชิพ.. เป็นอะไรรึเปล่า ” ความเร็วที่ทั้งคู่ใช้อยู่ทำให้ดรายขยับปากอย่างยากลำบาก
ใบหน้าของอีกฝ่ายส่ายไปมา
“ งั้นก็ไม่เป็นไรแล้ว ”

มอเตอร์ส่งเสียงครางออกมาอีกสองสามครั้ง ดรายได้ยินแต่ทำเป็นไม่พูดอะไร

“ ชิพ.. เธอหวังว่าจะได้พบเจ้าของเสียงที่พูดกับเธอรึเปล่า ”
“ ม.. มาพูดอะไรตอนนี้เล่า ”
“ เธอรู้วิธีหยุดมันนะ... ”
“ ก็แค่สับสวิตซ์ในมือของคุณ หนูได้ฟังมาแล้วนี่ ” ชิพงงกับท่าทีของดราย
“ งั้นก็เอามันไปถือไว้ก่อนนะ ”

ชิพรับมันมาจากมือของดราย มือที่ส่งมานั้นสั่นเล็กน้อย

“ คุณจะทำอะไรน่ะ หนูไม่ชอบเลยนะ ”
“ มอเตอร์มันทนไม่ไหวแล้ว วงจรลดแรงดันไฟฟ้าในชุดอวกาศขอเธอคงจะตัดไปแล้วแน่ๆ อีกไม่กี่วิ มอเตอร์ก็จะสะดุด... แล้วก็หยุดนิ่ง น้ำหนักที่มันแบกอยู่มันมากเกินไป “
“ แล้วคุณจะทำอะไร อย่านะ ” ชิพร้องเสียงหลง
“ ก็ลดน้ำหนักถ่วงลงไง... “

ดรายปลดเข็มขัดทีรัดตัวของเขากับเหล็กที่แขวนตัวของเขาอยู่
“ อย่าทำบ้าๆนะ... ”
“ เอาน่า.. แล้วเธอจะถึงยอดได้แน่นอน ชั้นไม่มีจุดหมายอะไรที่นั่นอยู่แล้ว ”

น้ำตาไหลออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลอยเกาะอยู่ที่ครอบแก้วในหมวกของชิพ
“ คุณ... คุณมันบ้า หนูไม่ได้ต้องการอย่างนี้นะ “
“ ชั้นไม่เป็นไรหรอก นี่มันอยู่ในวงโคจรแล้ว ชั้นไม่ตกลงไปหรอกน่า ”
“ แล้วคุณ.. คุณจะลงไปได้ยังไงล่ะ ”

เสียงสะอื้นที่มากับคำพูดทำให้ดรายรู้สึกสงบได้อย่างประหลาด

“ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยชั้นลงไปเองน่ะ โชคดีนะ.. “

ดรายปล่อยมือที่จับเข็มขัดไว้ ตัวของดรายค่อยๆลอยลงมาช้าๆจนในที่สุดก็หยุดนิ่ง.. ลิฟท์ที่เขาทำยังคงพุ่งขึ้นไปด้านบน

“ คุณได้ยินหนูใช่มั้ย.. ทำไม... ”

ดรายทุบกำปั้นลงที่หน้าอกของตัวเอง เสียงที่ส่งมาเงียบลงเนื่องจากเครื่องส่งถูกกระแทกจนเสียหาย สภาพไร้น้ำหนักทำให้ดรายลอยตัวอยู่กลางอากาศแต่หมดสิทธิที่จะเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิง

ฮ้าาาวววววว

ดรายหาวอีกครั้ง ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนของการขาดออกซิเจนอีกครั้ง ถ้าคิดอย่างเข้าข้างตัวเองแล้ว คงจะเหลือเวลาอีก20นาทีมั้ง นานเหลือเกิน....

.......
ท่ามกลางดวงอาทิตย์นับร้อย
ท่ามกลางดวงดาวนับพัน

“ หืมม ... ”
หูแว่วไปรึไงนะ... ดรายสบัดหัวเล็กน้อยเพื่อจะไล่ความมึนงงออกไป อันที่จริงตอนนี้เขาก็อยู๋ระหว่างดวงดาวอยู่แล้วนี่นา หึๆๆ .. ใครจะรู้ล่ะ เขาอาจจะกลายเป็นดาวตกจริงๆก็ได้หากว่าเขาหลับไปแล้วก็ตกลงไปข้างล่าง แรงเสียดสีคงทำให้เขาสว่างโร่ไม่ต่างจากดาวตกเท่าไร อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยู่ในวงโคจรหรอก ถ้ามีระยะทางอีกซัก 50 เมตรก็คงจะใช่แหละ แต่นี่มันแค่ใกล้เคียงเท่านั้น....

ฮ้าาาวววว...

ช่างมันเถอะ... ดรายปิดหนังตาลง ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วนี่ เด็กคนนั้นคงไปถึงยอดในไม่ช้าแล้วก็จะได้พบกับคู่นัดของเขาเช่นกัน เธอคงทำหน้าที่ฑูตได้อย่างไม่มีที่ติ ก็เธอออกจะพูดมากขนาดนั้นนี่นา
ความรู้สึกต่างๆเริ่มหมดลงไปเรื่อยๆ มือของดรายไม่ขยับไปไหนอีกแล้ว มีเพียงเสียงกรนเบาๆ ลักษณะของดรายตอนนี้ ถ้าอยู่บนเตียงก็คงเรียกว่าหลับได้อยู่หรอก

“ ฟีอา.... ผม.. ” เสียงเบาๆหลุดออกมาจากปากดราย

“ ดรายย... ”

หึๆ... หูของเขาเป็นอะไรนะ สงสัยที่ฟีอาเคยว่าเขาแก่ก็คงจะจริงซะล่ะมั้ง ชักง่วงซะแล้วสิ
“ ดราย.. ตื่นก่อนสิ ”
ดรายไม่สนใจกับเสียงที่ผ่านมาในหูของเขา บ้าแล้ว... ฟีอาจะขึ้นมาในนี้ได้ยังไงกัน.. อาาา

ในที่สุดสติของดรายก็หลุดลอยออกไป ร่างกายเบาลง แม้ว่าจะมีความรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้รับรู้อะไรอีก...

แม้แต่.. มือที่มาจับตัวดรายเขย่าอย่างแรง



จาก : ioroid - 09/11/2000 06:58

ข้อความ : ตอนนี้ดูน่ากลัวๆ ไง ก็ไม่รู้อะเฮีย

จาก : Johnny - 09/11/2000 23:28

ข้อความ : This chapter is jeng jing jing.

จาก : MrT - 10/11/2000 02:19

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1