หัวข้อ : Encounter : สายฟ้ากับเสียงลม
ข้อความ :
.............................

ที่ห้องสีขาวล้วนในที่ๆยังไม่มีมนุษย์คนใดเข้าไปถึง จิตสองดวงสื่อถึงกันด้วยภาษาที่ออกจะแปลกอยู่ซักหน่อย ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องอาศัยความคลื่นความถี่ใดๆเข้าช่วย
“ แขกของเรามารึยัง “
“ ตอนนี้กำลังขึ้นมาแล้วล่ะ มีคนที่ไม่ได้รับเชิญมาด้วยแต่ว่าตอนนี้หลุดไปแล้ว ”
“ เตรียมห้องรับแขกรึยัง เดี๋ยวเราต้องเตรียมตัวกันแล้วนะ ”
“ เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบด้วยหรือ “
“ ก็เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตกใจเกินความจำเป็น ความเครียดที่ขึ้นมาหาเราก็มากเกินพอแล้วนะ ถ้าเราไปพบด้วยรูปแบบที่พวกเค้าไม่เข้าใจล่ะก็ จิตใจของเขาก็อาจจะเสียไปก็ได้ ”
เพียงเท่านั้น ห้องสีขาวที่ตอนแรกไม่มีอะไรเลยก็เปลี่ยนไป....

..............................

เหตุการตอนนี้เลวร้ายที่สุดแล้วก็ว่าได้ อุปกรณ์ที่เขาเตรียมมาโดนลิฟท์พาลงไปข้างล่างหมดแล้ว เขากำลังห้อยอยู่กลางอากาศกับเด็กหญิงที่ร่างท้วมที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

เสียงวู้วๆดังเบาๆขึ้นมาจากด้านล่าง

มือของดรายสั่นขึ้นมาทันที ระบบไฟฟ้าของลิฟท์จะฆ่าเขาถ้าเขายังเกาะอยู่อย่างนี้ล่ะก็

ดรายพยายามโหนตัวแกว่งไปมาช้าๆ แต่ว่าชิพไม่ได้ให้ความร่วมมือด้วยเลย ทุกครั้งที่ดรายจะไปทางขวาชิพก็จะทิ้งน้ำหนักให้ไปทางซ้าย ทั้งคู่จึงส่ายไปมาอยู่บนเส้นเชือกแค่ช่วงแคบๆเท่านั้น

“ นี่แม่คุณ ผมพยายามที่จะทำให้เรารอดอยู่นะ ”
“ คนที่กำลังพยายามจะเล่นชิงช้าอยู่นี่นะ หนูว่าเราควรจะอยู่นิ่งๆไม่ดีกว่าเหรอ ไอ้สลิงเส้นนี้มันบางนิดเดียวแล้วก็จวนจะขาดแล้วด้วย ”
ดรายหัวหมุนติ้วเลย ทำไมโรงเรียนของแม่หนูคนนี้ถึงได้ห่วยขนาดนี้เนี่ย กระทั่งเส้นใยที่โด่งดังขนาดนี้ยังไม่รู้จัก
“ ถ้าสลิงนี่ขาดล่ะก็ ตัวเธอก็หนักเป็นพันตันแล้วล่ะ เส้นใยไฮเปอร์เส้นนี้มันเหนียวกว่าเหล็กที่เป็นมอเตอร์ลิฟท์ซะอีก ขนาดเหล็กที่แขวนลิฟท์ไว้กับสลิงมันขาดกระจุย แต่สลิงยังไม่เป็นไรเลย แล้วที่ฉันกำลังแกว่งตัวอยู่นี่จะไปทำให้มันขาดได้ยังไงล่ะ ”
“ แล้วคุณก็ไม่บอกหนูก่อนล่ะ ”

ช่างมันเถอะ.. ดรายอยากจะพูดอย่างนี้เหมือนกัน แต่ว่าความเซ็งมันมาอุดปากเสียสนิทเลย ทั้งคู่ทำตัวเป็นลูกตุ้มหนักร้อยกิโลนิดๆแกว่งไปมา คาบแกว่งก็ค่อยๆกว้างขึ้นจนอีกสองสามนิ้วดรายก็สามารถจะเอื้อมมือถึงผนังที่เป็นประตูลิฟท์ได้

“ เอ้า.. เกาะเอวชั้นไว้ ”
“ คุณทำให้หนูกระโดดไม่ได้หรอก ”
“ หรือเธออยากตายโดยไม่ได้แต่งงานล่ะ ”
“ มือของหนูมันขยับไม่ได้ค่ะ ” เสียงสั่นๆของชิพพึมพำขึ้นมา
“ โธ่เว้ย.. ”
ดรายสบถพร้อมกับแกะมือของชิพที่เกาะสลิงไว้แน่นให้มาเกาะที่เอวของเขาแทน มือที่มาเกาะแม้จะเป็นมือของเด็กหญิงแต่ก็สามารถรัดดรายจนจุกได้ไม่ยากนัก
“ เกาะให้แน่นไม่ได้หมายความว่ารัดให้ชั้นจุกตายนะ ”
“ ก็.. ก็หนูไม่เคย อย... อยู่สูงอย่างนี้นี่นา ”

เสียงดังวู้วๆ ดังขึ้นมาจากข้างล่างอีก สลิงเริ่มสบัดไปมาเล็กน้อย

“ เราต้องกระโดดแล้ว ตอนที่สลิงนี่แกว่งไปด้านโน้นอีกครั้งให้ปล่อยมืออีกข้างทันที โอเคนะ ”
“ หนูไม่มั่นใจเลย.. ”

ป่วยการเปล่า.. เด็กคนนี้อยู่ในภาวะตกใจกลัวจนไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว ดรายแกว่งตัวอย่างแรงอีกครั้งโดยหวังจะร่นระยะให้ได้มากที่สุด
“ 1.. 2.. เอ้า ”
ตัวของดรายพุ่งออกไปข้างหน้าประมาณหกถึงเจ็ดนิ้ว ก่อนที่จะแกว่งลงมาพาดกับสลิงเหมือนเดิม

“ นี่.. ถึงเธอจะคิดสั้น แต่ชั้นยังไม่อยากตายนะ “
“ ก็หนู... โฮๆ ” น้ำตาของเด็กหญิงไหลออกมาอาบสองแก้ม เสียงร้องไห้ก็ผ่านระบบวิทยุเข้าไปรบกวนจิตใจของดรายอย่างรุนแรง ยังไงซะชิพก็ยังเป็นแค่เด็กล่ะน่ะ

“ เอาล่ะๆ เงียบก่อนเถอะ ชั้นขอโทษแล้วกันที่อารมณ์เสียอย่างนั้น ” ดรายพยายามพูดให้เรียบที่สุด
“ .... ”
“ แต่เราต้องออกจากสลิงนี่โดยเร็ว เธอคงรู้สึกได้เหมือนกันใช่มั้ยว่าสลิงนี่สั่นอยู่ มันเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับเรา ”
“ ฮึก.. แล้ว.. แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะคะ ”
“ เอาเถอะ... เอ้ามาแล้ว 1.. “

คำว่าสามยังไม่ทันหลุดออกจากปากดราย แรงดีดมหาศาลก็พาทั้งคู่ไปกระแทกกับตัวลิฟท์ดังโครม มือของดรายคว้าตัวชิพไว้ได้ขณะที่ อีกข้างก็ยึดกับขอบประตูไว้ ชิพเองแม้ว่าจะกลัวแทบตายแต่ก็ยังตะเกียกตะกายขึ้นมายืนบนขอบประตูลิฟท์ได้
สลิงที่ทั้งคู่เกาะอยู่เมื่อคู่ส่ายไปมาเล็กน้อย แสงสีฟ้าอ่อนๆเรืองออกมาเหมือนหลอดนีออน ประจุไฟฟ้าปะทุออกมาเป็นระยะๆ ตลอดเส้น เสียงของการสั่นสะเทือนที่ความถี่หนึ่งดังเข้ามารบกวนลำโพงวิทยุของทั้งคู่ ชิพงุนงงกับสิ่งที่ได้เห็น หลังจากมองมันอยู่ซักพัก ชิพก็ถามความสงสัยเอากับดราย

“ นั่นอะไรน่ะ ทำไมสลิงนั่นถึงเรืองแสงได้ล่ะ ”
“ โรงงานไฟฟ้าฟิวชั่นข้างล่างน่ะ ทุกครั้งที่มีคนกดลิฟท์ กระแสไฟก็จะถูกส่งไปอัดที่แบตเตอรี่ด้านบนสำหรับใช้หยุดลิฟท์ ถ้าเธอยังอยู่ที่นั่นละก็... “
“ หนูจะไม่ออกจากบ้านหนูไปเที่ยวไหนคนเดียวอีกเลย ให้ตายสิ ”
“ ฮ่าๆๆ ให้มันจริงเถอะ ”
ดรายหัวเราะอารมณ์ดี แต่หางตาก็สังเกตุเห็นว่าคู่สนทนายังคงตัวสั่นอยู๋
“ ถ้ายังกลัวอยู่ละก็ เคยมีคนบอกชั้นว่าให้สูดหายใจแรงๆแล้วจะหาย ”

ชิพสูดหายใจเอาเป็นเอาตายอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะนั่งลงสงบใจที่ขอบประตูลิฟท์นั่นเอง ยังดีนะที่ประตูนิรภัยที่ดรายเปิดไปเมื่อครู่เว้นที่ว่างไว้ให้อีกประมาณฟุตเห็นจะได้
“ ชั้นแนะนำตัวอีกทีก็แล้วกัน ชั้นดร.ดราย แมคฟาแลนด์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณหนู ”
รอยยิ้มหลังครอบแก้วปรากฎขึ้นจางๆ ก่อนที่เสียงพูดจะตามมา
“ หนูชื่อชิพค่ะ ชิพ.. เอ่อ ”
“ รีฟริกา ใช่มั้ยล่ะ ”
สีหน้าของเด็กหญิงตึงขึ้นมาเล็กน้อย
“ ถ้าคุณถามอะไรชั้นละก็ อย่าหวังจะได้คำตอบเลย ”
“ เอ้า.. ชั้นยังไม่ได้ถามอะไรเธอซักหน่อย ”

ดรายขำกับท่าทีของเด็กคนนี้อยู่เหมือนกัน เด็กคนนี้ไม่ได้ปกปิดอารมณ์ของตัวเองเลย ดรายแน่ใจทันทีว่าเด็กคนนี้เป็นคนเดียวกับคนที่เขาอ่านเจอในนิตยสารที่ฟีอาเอามาให้อ่าน ใช่สินะ ฟีอา...

“ คุณแน่ใจว่าเป็นตัวหนูได้ยังไง ”
“ ชั้นก็กะไว้แล้วล่ะว่าต้องเป็นเธอแน่ๆ ก็หอนี่เป็นที่ๆเห็นดาวหางดวงใหม่ได้ชัดที่สุดนี่ “
“ แล้วคุณขึ้นมาตรงนี้ได้ยังไงล่ะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆนักท่องเที่ยวจะขึ้นมาเลยนะ ”
“ เอ่อ... ก็เหมือนเธอนั่นแหละ ”
ใบหน้าของชิพซีดลงนิดหน่อย
“ คุณก็ได้ฟังมันพูดเหมือนกันเหรอ.. ” เสียงตะกุกตะกักถามดราย
“ ก็ไม่เชิงหรอก เธอพูดกับอีกฝ่ายโดยตรงแต่ชั้นพูดโดยผ่านคลื่นวิทยุน่ะ ”
“ หนูเองก็ไม่ได้พูดกับมันหรอก มันแค่... ”

ระหว่างที่ชิพกำลังจะพูดออกมา ดรายสังเกตุเห็นสลิงนั้นแกว่งตัวอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ผิดกว่าคราวที่แล้วหน่อยก็ตรงที่มันสั่นรุนแรงกว่าเก่ามาก เสียงที่ดรายไม่อยากได้ยินอีกแล้ว เสียงลม....

ตัวของชิพถูกดึงออกไปด้านนอกของขอบประตู
“ ชิพ ระวัง ”


จาก : ioroid - 31/10/2000 07:47

ข้อความ : emm..next:)

จาก : Cecil - 01/11/2000 02:55

ข้อความ : um.......... พยายามต่อไปครับ ไซมิวเขา แนะนำว่า เรื่องท่านสุดยอดมากอะ

จาก : Genon - - [email protected] - 01/11/2000 15:33

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1