หัวข้อ : Encounter : ช่องระหว่างฟ้า
ข้อความ : ที่โต็ะของรีเดริคเต็มไปด้วยกองเอกสารที่สุมอยู่ท่วมหัว ทั้งแฟ้มขนาดใหญ่ แล้วก็กระดาษที่คลิพหนีบอยู่วางสุมกัน ผมสีเทาของรีเดริคยุ่งกระเซิง มือที่จับปากกาก็ขยับเขียนตัวหนังสือลงไปไม่ได้หยุด
ที่ประตูก็มีเลขาสาวคนหนึ่งหอบเอกสารเข้ามาอีกกองโต
“ รายงานการประชุมสรุปผลงานของปีนี้ค่ะ ”
รีเดริคได้แต่พยักหน้าแล้วก็ชี้ที่ว่างให้เลขาเอากองเอกสารไปวางไว้ก่อน

“ มีคนส่งข้อความมาถึงท่านด้วย.. “
“ ก็โอนเข้าเครื่องผมสิ ” รีเดริคเริ่มหงุดหงิด เห็นทีจะต้องไล่คนออกซักสองสามคนแล้วมั้ง
“ เค้าส่งมาทางกระบอกส่งข่าวน่ะค่ะ เมื่อครู่นี้มีพนักงานเอาขึ้นมาให้ ”
“ งั้นก็วางไว้ตรงนั้นแหละ ขอบใจมาก ”

เมื่อได้เห็นความเย็นชาของเจ้านายเต็มที่แล้ว เลขาคนนั้นก็เดินสะบัดออกไปโดยทิ้งท่อเหล็กสีทึมไว้ที่โต๊ะของรีเดริค ผบ.เฒ่าหยิบมันขึ้นมาหมุนไปมาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะกดปุ่มสีเดียวกับท่อนั่นที่ปลายด้านหนึ่ง
ท่อเหล็กคลายตัวออกมาช้าๆ ข้างในมีกระดาษโน็ตอยู่แผ่นหนึ่ง

“ หอระเบิด ดรายกับฟีอาหายไป กำลังหาอยู่ ”
ข้อความที่อยู่ข้างในสั้นกระชับ แต่รีเดริคก็อ่านทวนซ้ำอยู่หลายรอบ จนในที่สุดก็ขยำกระดาษแล้วเก็บใส่ท่อเหมือนเดิม ทันทีที่ฝาปิดลง ท่อเหล็กก็เรืองแสงขึ้นมาวาบหนึ่งก่อนที่ของข้างในจะหลอมตัวกันกลายเป็น
เนื้อเดียว
รีเดริคหยิบท่อขึ้นมาขว้างทิ้งด้วยความไม่พอใจ ลายมือในนั้นเป็นของคนที่เขาส่งไปติดตามดร.หนุ่มคนนั้น เขาเห็นความสามารถของดร.ดรายมานานแล้ว และก็หวังว่าจะได้เค้ามาทำงานให้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่ารีเดริคจะใช้วิธีไหน ดรายก็หนีรอดไปได้ทุกที จนกระทั่งเขาสามารถเอาสถาบันวิจัยที่ดร.นั่นตั้งมากับมือมาอยู่ในควบคุมได้ แต่ดร.ระยำนั่นก็ยอมทิ้งมันเพื่อที่จะหลบหนี ตอนนี้แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการดรายแล้วก็ตามแต่ว่าการติดตามดูผลงานของเขาก็ช่วยให้งานของรีเดริคก้าวหน้าไปได้เยอะทีเดียว

“ นี่... ช่วยเรียกนายพลนีตเฮมด์ให้ผมหน่อย ด่วนเลยนะ ”
“ เอาลงตารางนัดรึเปล่าคะ ” เลขาถามตามหน้าที่
“ ไม่ต้อง แล้วก็ยกเลิกตารางอีกสามชั่วโมงข้างหน้าด้วย ”
“ ค่ะ “ เสียงตอบรับดังสั้นๆ

รีเดริคกำลังนั่งอยู่ในห้องของตนเอง แต่ในใจกำลังคิดคำนวนผลที่จะเกิดตามมาหลังจากการระเบิดครั้งนี้ ตอนนี้เขาเสียดร.หนุ่มสมองใสไปกับสายของเขา ค่าซ่อมแซมมหาศาลที่ต้องนำไปใช้เดี๋ยวนี้
แต่ก็ดีเหมือนกันแหละ ว่าจะไม่มีใครมาตัดหน้าเขาในการติดต่อกับต่างอารยะธรรมครั้งนี้ คณะกรรมการระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นมาก็ควบคุมกลุ่มเอกชนอื่นๆในการส่งคลื่นวิทยุที่จะติดต่อกับยานนั่นได้เกือบหมดแล้ว ศูนย์กลางการติดต่อก็ถูกแต่งตั้งขึ้นที่แหลมเคเนดีนี่เอง โดยที่มีผบ.รีเดริคเป็นหัวหน้า วิทยาการใหม่ๆ อาวุธอำนาจร้ายแรงมากมายที่จะได้มาจากวิทยาการเหล่านั้น เขาเองก็จะสามารถยุติความขัดแย้งต่างๆโดยอาศัยมันได้ไม่ยากนัก....
เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วรีเดริคก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อย การศูนย์เสียบุคคลากรที่มีความสามารถไปมันก็น่าเสียดายอยู่ แต่ว่าถ้ายังดำเนินแผนงานต่อไปได้ละก็ การสูญเสียเล็กน้อยก็คงไม่น่ามีปัญหาหรอก

แต่ไอ้หอคอยนั่นมันระเบิดได้ยังไงกันนะ ร้อยวันพันปีไม่เคยมี แต่จะจำเพาะมาระเบิดเอาตอนนี้ด้วยวะเนี่ย

................................

ดรายโงหัวขึ้นมาอย่างยากลำบาก น่าแปลกที่ไม่สลบทั้งที่หลังหัวของดรายกระแทกอย่างจัง ดีนะที่ครอบแก้วของเขายังกันกระแทกได้บ้างไม่อย่างงั้นก็คงจะคอหักไปแล้ว หลังจากลุกขึ้นได้ดรายก็สำรวจร่างกายตัวเองก่อน มีเพียงอาการปวดเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีกระดูกหักหรือแผลเปิดใด ที่ปลายเท้ามีเด็กผู้หญิงผิวขาว...

“ เฮ้ย!!!!... ”

เด็กผู้หญิงไม่เป็นอะไรมากท่าทางยังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าผิวของเธอซีดมาก ดูเหมือนกับอาการของคนจมน้ำ.. ในหัวของดรายชงักกับอาการผิดปรกติของร่างตรงหน้าเขา ตายละวา... ก็อากาศมันจวนจะไหลออกไปหมดแล้วนี่ ถ้ายังมัวคิดอยู่อย่างนี้มีเด็กคนนี้หวังได้ไปเกิดใหม่แน่

ดรายลุกขึ้นยืน หัวของเขายังมีอาการมึนงงอยู่บ้าง ดรายก้าวเท้าออกเดินไปที่ตู้ที่เขาทุบแตกออกเมื่อครู่ เขาเห็นชุดอวกาศในนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่ชุดของเด็กแต่ก็คงจะพอช่วยได้บ้างล่ะน่า ดรายหอบเอาชุดอวกาศรุ่นโบราณที่รุ่มร่ามมาเต็มวงแขน มือขวาก็หนีบถังออกซิเจนกับถืออุปกรณ์ปฐมพยาบาลไว้ในมือ ท่าทางเด็กหญิงจะอาการไม่ค่อยดีแล้ว ริมฝีปากของเธอเขียวคล้ำจนเห็นได้ชัด
ร่างกายของเด็กหญิงที่กำลังเติบโตทำให้ดรายขัดเขินกับการสวมชุดให้เธออยู่เหมือนกัน แต่เมื่อสวมชุดให้เสร็จแล้วดรายก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็ไม่หูอื้อตาลายล่ะ..... เมื่อชุดอวกาศเริ่มทำงานท่าทางเธอก็ดีขึ้นมาบ้าง ดรายให้เด็กหญิงนั่งพิงอยู่ที่ผนังตึกข้างประตูลิฟท์ พอยาที่ปล่อยผ่านท่อออกซิเจนเข้าไปถึงสมองเด็กคนนี้ก็คงลุกออกไปได้เองล่ะน่า หรือไม่ก็อาจจะมีคนเปิดประตูลิฟท์ออกมาเจอเธอนอนขวางอยู่ ยังไงเธอก็ปลอดภัยในที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ

ขณะที่ดรายกำลังจัดการโยนพัสดุที่กองอยู่ในลิฟท์ออกมาเรียบร้อยแล้ว เสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู ดรายสะดุ้งสุดตัวแล้วก็วิ่งออกไปด้านนอกลิฟท์ทันที

“ เอ่อ... หนูเดาว่าคุณคงเป็นคนที่ช่วยหนูเอาไว้ใช่มั้ยคะ นี่หนูอยู่ที่ไหนเนี่ย ”
ใบหน้าที่ซีดขาวเมื่อครู่ตอนนี้มีสีของเลือดมากขึ้น เสียงที่ผ่านระบบวิทยุของชุดของเขาเป็นเสียงของเด็กหญิงอายุราว 16-17 ปี แต่เด็กอายุขนาดนี้ขึ้นมาทำอะไรที่นี่ละเนี่ย

“ ............ ”
“ เอ่อ คุณพูดอะไรนะคะ หนูไม่เห็นได้ยินเลย ”
โธ่เว้ย... ชุดของเขาดันไม่มีเครื่องส่งวิทยุเสียอีกแน่ะ ดรายพยายามดันตัวเด็กหญิงออกไปให้ห่างจากลิฟท์ ถ้าหากมันเกิดระเบิดอะไรขึ้นมาอย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ต้องพาใครไปด้วย แต่ดูท่าว่าเด็กหญิงจะไม่ค่อยเข้าใจกับการกระทำของเขา

“ นี่คุณจะทำอะไรน่ะ คุณไม่ควรทำอย่างนี้กับหนูรู้มั้ย.. มันเป็นมารยาทที่แย่มาก... ”
“ ....... ”
“ คุณพูดไม่ได้รึไงนะ อย่างน้อยคุณก็ควรจะตอบคำพูดของหนูบ้างสิ ”
เวรกรรม.. ดีนะ ที่ฟีอาไม่ได้มีปากที่ทำงานได้อย่างแม่หนูคนนี้ ไม่อย่างนั้นหูของเขาคงจะเสียไปนานแล้วล่ะ ดรายลองพยายามใช้หลายวิธีเพื่อที่จะไล่คุณหนูปากมากคนนี้ไปที่อื่น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีผลเอาซะเลย
“ นี่คุณจะไม่ยอมพูดกับหนูเลยใช่มั้ย ”
ดรายไม่ได้ขยับปากแต่อย่างใด แต่มือขวายกขึ้นชี้ไปด้านหลัง
“ มีอะไรข้างหลัง.... ”

พอเด็กหญิงหันหลังกลับไป ดรายก็พุ่งตัวเข้าไปในลิฟท์ แล้วก็กดที่ชั้นบนสุดทันที ลูกไม้อย่างนี้เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันหรอก เคยเห็นในการ์ตูนเท่านั้นแหละ
ขณะที่ประตูลิฟท์กำลังจะปิดอยู่แล้ว ชุดอวกาศชุดหนื่งก็พุ่งตามเข้ามา

“ นี่.. คุณไม่ควรจะทิ้งเด็กผู้หญิงไว้คนเดียวแล้วหนีออกมาอย่างนี้นะ ”
ดรายหน้าแดงก่ำขณะที่หันไปล้วงวิทยุสื่อสารออกมาจากเป้ที่ติดตัวมา หลังจากหมุนมันอยู่ซักครู่ ดรายก็สอดมันเข้ามาทางช่องรับของในชุดอวกาศทรงเท่ห์ของเขา

“ 1.. 2 ... เอาล่ะ นี่เธอจะตามชั้นมาหาวิมานอะไรเนี่ย ”
“ อ้าว.. คุณก็พูดได้นี่นา อ๋อ ชุดของคุณไม่มีระบบวิทยุหรอกเหรอ ถึงว่าสิ.. ชุดมันเล็กแปลกๆ ”
“ นี่.. ชั้นขอพูดแค่ครั้งเดียวนะ ออกไปจากลิฟท์นี่เดี๋ยวนี้ ”
“ มารยาทคุณนี่แย่จริงๆ คุณไม่ควรพูดอย่างนี้กับสุภาพสตรีนะ “
“ นี่คุณหนู ผมไม่รู้หรอกนะว่าลิฟท์ขนของนี่ทำงานยังไง มันทำมาให้คนโดยสารได้รึเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย ถ้าเธอ...... ”

ขณะที่ดรายอ้าปากค้างอยู่นั่นเอง ไฟที่แผงสัญญาณของลิฟท์ที่เป็นสีเหลืองกระพริบอยู่เมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เหมือนขาทั้งสองข้างของดรายหมดแรง ร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าทรุดลงกองกับพื้นด้วยน้ำหนักมหาศาลที่มองไม่เห็น ตัวเลขที่แผงควบคุมวิ่งขึ้นด้วยอัตราเร็วสูงมาก เพียงชั่วพริบตาจากศูนย์ก็กลายเป็นสามร้อยสี่สิบแล้ว
“ กรี๊ดดดดดด ”
เสียงของเด็กหญิงดังผ่านลำโพงวิทยุที่อกเสื้อของเขา ดรายเองก็อยากจะร้องอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าเสียงของดรายจะจุกอยู่ที่ลำคอ มันอึดอัดไปหมด จากที่ตอนแรกยังกึ่งนั่งอยู่ ตอนนี้ดรายนอนราบกับพื้นเพื่อเฉลี่ยแรงกดให้ร่างกาย

“ ช.. ชั้นบอกแล้วใช่มั้ย รีบนอนราบลงแล้วก็เกร็งหน้าท้องเอาไว้ ”
เสียงกรี๊ดดูเหมือนจะเบาลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีเสียงแหลมรอดออกมาจากฟันที่กัดกันแน่นผ่านระบบวิทยุมาถึงหูของดรายอยู่ เขาก็กะไว้เหมือนกันล่ะน่าว่าลิฟท์มันอาจจะขึ้นเร็วลงเร็วแต่ก็ไม่ได้นึกไว้ว่าจะเร็วทารุณแบบนี้ ถ้าหากว่ามีมวลที่เคลื่อนที่เร็วขนาดนี้ล่ะก็ ดรายยังนึกไม่ออกเลยว่าตอนหยุดมันจะเป็นยังไง ตัวเลขที่แผงควบคุมตอนนี้พุ่งขึ้นไปเป็น แปดร้อยกว่าๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น 1.02 แล้วก็วิ่งช้ากว่าเดิมนิดหน่อย แต่แรงกดที่เนื้อของดรายก็ยังคงเท่าเดิมอยู่ดี

“ หนูไม่ไหวแล้ว หนู.. หนูปวดท้องไปหมดแล้ว ”
“ พยายามสูดหายใจลึกๆเข้าไว้ หน้าท้องน่ะบอกให้เกร็งแต่ไม่ได้บอกให้เบ่งนะ เกร็งไม่ให้ข้างในมันปวดก็พอแล้ว “
“ คุณนี่ปากเสียจริงๆเลย “

หึ.. ยังอุตส่าห็มีแรงมาค่อนแคะอีกเรอะ ตัวเขาเองแค่นอนเฉยๆยังแทบจะไม่มีแรงพูดเลย

เหมือนกับตอนที่ลิฟท์ขึ้น อยู่ๆตัวของทั้งคู่ก็ลอยจากพื้นกระแทกกับเพดานดังอั่ก แล้วก็ตกกลับลงมา มีเสียงจากการกระแทกอยู่สองครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิท ไฟสีขาวนวลที่เพดานกระพริบถี่ๆอยู่ซักครู่แล้วก็ดับลง ดรายที่เอาก้นกบลงพื้นพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก

“ นี่.. เป็นอะไรรึเปล่า ”
“ หนูสาบานได้เลยว่าจะไม่ขึ้นรถไฟเหาะที่สวนสนุกไหนอีกเลยคอยดูสิ ”
“ เอาเถอะ ๆ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าล่ะ ”
“ นิดหน่อยค่ะ ปวดหัวเข่านึดนึงแล้วก็เจ็บข้อมือ ”

แสงสีแดงของไฟฉุกเฉินสว่างขึ้น ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่กับพื้น หอบหายใจด้วยความตื่นเต้น
“ อะ... คุณชื่ออะไรน่ะ หนูยังไม่รู้เลย ”
“ เรียกว่าดรายก็แล้วกัน ดราย.. แห้งแล้งน่ะ ”
“ หนู.. ชื่อชิพค่ะ คุณทะเลทราย ”
ทั้งคู่พูดได้แค่นั้นก่อนที่จะหอบหายใจต่อไป

...เสียงเหมือนมีคนดีดสายกีต้าร์ดังแทรกเสียงหอบของทั้งคู่จากด้านบน

ดรายรู้สึกชาไปทั้งตัว เสียงที่ว่านี้ไม่ใช่เสียงกีต้าร์แน่ๆ ดรายกระโดดกระแทกเพดานอย่างแรงจนประตูเหล็กขนาดเล็กที่เพดานหลุดออก หลังจากกระโดดแล้วก็พยายามอยู๋สองครั้ง ดรายก็ปีนขึ้นไปบนตัวลิฟท์แล้วก็ยื่นมือลงมา

“ ลิฟท์กำลังจะขาดแล้ว ส่งมือมาเร็ว “
มือของชิพเอื้อมอยู่แต่ก็ไม่ถึง ชิพลองกระโดดอยู่สองสามครั้งจนดรายต้องเอื้อมมือลงไปสุดแขนจึงจะคว้าตัวของเธอไว้ได้ ขณะที่ชิพกำลังสอดเอวของเธอผ่านช่องเหล็กสี่เหลี่ยมขึ้นมา เสียงเหล็กขาดเมื่อครู่ก็ดังอีกครั้ง ตัวลิฟท์กระตุกอยู่นิดหนึ่งก่อนที่จะหลุดลงไปด้านล่าง อันตรายอยู่เหมือนกันถ้าดรายไม่เร็วพอที่จะคว้า สลิงไว้ได้ทัน ลิฟท์ที่ตกลงไปกระแทกกับบางอย่างเป็นระยะๆก่อนที่จะเงียบเสียงลงไป

“ เสียงอะไรน่ะ “
“ เซฟตี้ มันจะคอยเบรกลิฟท์เป็นระยะๆไปเรื่อยๆ ลิฟท์ตัวเมื่อกี้คงจะไปค้างอยู่ที่ชั้นไหนซักชั้นล่ะมั้ง ”
ชิพมองลงไปด้านล่าง แม้ว่าจะมีแสงไปเป็นแนวแต่ที่ปลายก็ยังมือสนิท ข้างบนก็เช่นกัน
“ นี่เราอยู่กันที่ไหนคะ ทำไมทั้งยอดแล้วก็พื้นถึงได้สูงอย่างนั้นล่ะ หนูมองไม่เห็นเลย”
“ เราอยู่สูงจากพื้นประมาณสองหมื่นฟุต ยอดที่เราจะขึ้นไปมันอยู่ที่วงโคจร ก็คงอีกประมาณหนึ่งในสามของที่เราขึ้นมาล่ะมั้ง ”
“ ...แล้วเรากำลังจะขึ้นรึลงล่ะคะ.... “
ดรายมองขึ้นไปข้างบน
“ ชั้นกำลังจะขึ้น แต่ว่าหนูจะไปไหนชั้นไม่รู้ ”
“ ถ้าจะขึ้นแล้วเราจะปีนกันไหวเหรอคะ แค่เกาะอย่างนี้ชั้นก็เกือบแย่แล้วนะ “

ดรายไม่อยากได้ยินคำนี้เลยแฮะ เด็กคนนี้พูดถูกทีเดียว ระยะทางหนึ่งในสามของสี่หมื่นฟุตนี่มันไม่ใช่น้อยเลย ตอนนี้เขาแขวนอยู่ระหว่างท้องฟ้ากับพื้นโลก พร้อมกับเด็กผู้หญิงปากมากอีกหนึ่งคน ถ้าเขาโชคดีสถานการอาจจะดีกว่านี้ตอนที่เธอหลับก็ได้ อย่างน้อยเธอก็พูดไม่ได้ล่ะ


จาก : ioroid - 29/10/2000 07:08

ข้อความ : โอววววว เจ๋ง แต่งได้เยี่ยมมาก~

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 29/10/2000 09:55

ข้อความ : ชมอีกครั้ง อ่านแล้วชอบมากกกก อ๊ากกกกกก อยากแต่งได้อย่างงี้จังว้อยยยยยย >_<

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 29/10/2000 10:36

ข้อความ : never know..quit good na nia ^o^ keep going~

จาก : Cecil - 29/10/2000 17:53

ข้อความ : Science class fiction heh.

จาก : MrT - 31/10/2000 01:48

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1