หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 25 - Blind Guardian 5 (ความสับสนในใจ) - (ยาวอย่างเคย)
ข้อความ : เคนนี่ แอรอน ไอร่า และรัซเซลล์ติดตามจิน องครักษ์ของเทเรซ่าเข้ามาจนถึงทางเข้าป่าด้านหลังของโรงเรียน ตามติดกันในระยะประมาณ 10 เมตรได้โดยที่จินไม่รู้ตัวแม้ซักนิดว่าตัวเองกำลังถูกสะกดรอยอยู่ ซึ่งก็เป็นเพราะทั้ง 4 คนลบจิตของตัวเองเอาไว้นั่นเอง การกำบังจิตนี้เป็นเทคนิกในการลบร่องรอยพลังออร่าของตัวเองไว้ไม่ให้ถูกพบเห็นได้ ซึ่งทุกคนที่อ่านเรื่อง HunterXHunter คงจะรู้จักกันดี
หรือว่าเทเรซ่าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เคนนี่นึกในใจ ได้ยินว่ากองทัพสมิงค้นหาทั่วทุกแห่งที่คิดว่าเทเรซ่าจะอยู่แต่ไม่พบ ถ้าเทเรซ่าซ่อนตัวอยู่ในป่านี้จริงก็น่าจะถูกพบตัวตั้งนานแล้ว แล้วทำไมพวกมันถึงหาตัวไม่พบนะ
ต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ เคนนี่นึกสรุปเอาในใจพร้อมกับเดินหน้าสะกดรอยตามจินต่อไป
ทั้งหมดตามไปจนถึงจุดหนึ่งของป่า จินก็หยุดเดินเสียเฉยๆ ทั้งๆ ที่ข้างหน้ายังมีทางให้ไปต่อได้ ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคนในกลุ่มสะกดรอยตาม
แล้วทุกคนก็หายประหลาดใจ แต่กลับมีความตะลึงเข้ามาแทนที่ เมื่อจินยื่นมือขวาที่เปล่งแสงสีชมพูอ่อนๆ ออกไปแตะกับอากาศเบื้องหน้า มือของจินที่ยื่นออกไปนั้นเหมือนจะสัมผัสกับอะไรซักอย่างคล้ายกับกระจกน้ำที่สะท้อนเป็นรูปทางเดินในป่า
แสงสีชมพูจากมือของจินเปล่งประกายอาบกำแพงนั้นไว้ แล้วก็ค่อยๆ เรียงตัวเป็นอักษรรูนห้าตัวปรากฏอยู่บนกำแพงนั้น โดยล้อมรูนขนาดใหญ่อันหนึ่งไว้ตรงกลาง
พลันแสงสีชมพูเส้นหนึ่งก็ค่อยๆ เคลื่อนไปมา เชื่อมรูนทุกอันจนกลายเป็นรูปดาวห้าแฉกล้อมรูนขนาดใหญ่นั้นไว้ตรงกลาง
สิ่งที่คล้ายกระจกน้ำนั้นพลันแยกออกเหมือนมีมือลึกลับจับแยกออก แล้วจินก็เดินเข้าไปในทางที่เปิดนั้น ทางเข้าปิดทันทีที่ร่างของจินก้าวเข้าไป กลายเป็นทางเดินในป่าเหมือนเดิมไม่มีร่องรอยแม้แต่นิดว่าทางเดินนั้นจะมีประตูบ้าบออะไร
" รูน 'Water Mirror' " เคนนี่พูดเบาๆ " เป็นรูนที่ใช้ปกปิดเส้นทางหรือสิ่งของหรืออะไรก็ตามที่ไม่อยากให้คนเห็นไว้ ด้วยการสร้างภาพลวงตาเสมือนจริงขึ้นมา แล้วเชื่อมมิติระหว่างมิติปกติกับมิติแห่งภาพลวงตาเข้าด้วยกัน "
" ยังไงนะ " รัซเซลล์ถามงงๆ
" ก็เหมือนกับมีเกาะอยู่ใกล้กันอยู่ 2 เกาะ แล้วตรงทะเลระหว่างเกาะมีอะไรซักอย่างที่มีค่ามากๆ อยู่ แล้วเราไม่อยากให้ใครรู้ว่าตรงนั้นมีของมีค่านั้นอยู่ ก็เลยสร้างอะไรซักอย่างขึ้นมาครอบของมีค่านั้นไว้ไม่ให้ใครมองเห็น โดยสิ่งที่จะสร้างนั้นจะต้องไม่ทำให้คนทั่วไปรู้สึกสงสัยหรือผิดสังเกต "
" ฟังดูมั่วจังเลย " ไอร่าติง
" จะยังไงก็ช่าง " รัซเซลล์ตัดบท " เราต้องหาทางตามหมอนั่นเข้าไปในอะไรก็แล้วแต่ที่หมอนั่นเข้าไปให้ได้ เคนนี่ นายรู้วิธีเข้าไปในนั้นมั้ย "
" ไม่ยาก " เคนนี่รับรอง " เมื่อตะกี้หมอนั่นอุตส่าห์เขียนรูนรหัสเปิดทางให้ดูกันจะๆ เลย เพราะฉะนั้น เข้าไปได้สองพันเปอร์เซ็นต์ "
" โอเค งั้นไปกันเลย "
ทั้งสี่คนออกจากที่ซ่อน เดินตรงไปยังจุดที่จินหยุดยืนเพื่อเขียนรูนรหัสเปิดทางตะกี้ ทำแบบเดียวกับที่จินทำตะกี้ โดยเคนนี่ซึ่งเป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีความรู้เรื่องอักษรรูน
เป็นคนจัดการ
ท่วงท่าการเขียนของเคนนี่นั้นคล่องแคล่วนัก ไอร่านั้นมองตามด้วยสายตาชื่นชม
" ตอนที่สู้กันคราวนั้น " ไอร่าพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นความเร็วในการเขียนรูนของเคนนี่ " ถ้าเคนนี่ใช้รูนเข้าช่วยต่อสู้ด้วยละก็ ชั้นคงแพ้ไปนานแล้ว "
รัซเซลล์ได้ยินดังนั้นก็หันมาพูดกับไอร่า
" ถูกต้อง พวกเราเองก็ด้วย เพราะถ้านับกันด้านพลังและฝีมือแล้ว พวกเราสามคนใกล้เคียงกันมาก ถ้าสู้กันจริงๆ แล้วคงจะกินกันลงยากเหมือนกัน แต่เจ้าเคนนี่จะได้เปรียบเราสองคนตรงที่มีวิชาอักษรรูน ถ้าสู้กันแล้วหมอนั่นใช้อักษรรูนช่วยสู้ด้วยก็มีสิทธิ์แพ้ได้ง่ายๆ "
" แต่ไม่ต้องห่วงหรอก " แอรอนเดินเข้ามาผสมโรงคุยด้วย " เจ้านั่นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่ใช้อักษรรูนในการต่อสู้หรอก ที่น่ากลัวนะเห็นจะเป็นนายหัวไก่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ
นั่นละ เวลา 'คลั่ง' ขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้ชั้นกับเจ้าเคนนี่ร่วมมือกันก็อาจแพ้ได้ "
ทั้นทีที่คำสุดท้ายหลุดปากแอรอนมา คอเสื้อของเขาก็ถูกรัซเซลล์จับยกขึ้นมาจ้องกับตาที่เต็มไปด้วยความดุดันของรัซเซลล์เขม็ง
ไอร่าอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เพราะไม่เคยเห็นกลุ่มของเคนนี่ทะเลาะกันด้วยท่าทางดุดันเช่นนี้มาก่อน
" ห้ามพูดเรื่องนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง " รัซเซลล์พูดลงเสียงหนักๆ ก่อนจะวางร่างของแอรอนลง
ไอร่าเดินเข้าไปหาแอรอนเพื่อตรวจตราดูว่าเป็นอะไรรึเปล่า
" ไม่เป็นไร " แอรอนตอบ " ชั้นผิดเองที่พลั้งปากไปหน่อย ดันพูดเรื่องที่เจ้านั่นไม่อยากฟังมากที่สุดออกมา "
ไอร่าทำหน้างง ไม่เข้าใจว่ามันเรื่องอะไรกัน แอรอนอ่านสีหน้าของไอร่าออก จึงตอบเธอไป " ไว้ชั้นจะเล่าให้ฟังเอง "
ตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เคนนี่เปิดประตูเสร็จแล้ว เขาหันกลับมาเรียกเพื่อนทั้ง 3 คน " เสร็จแล้ว ไปต่อกันเหอะ "
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปยังประตูที่เปิดเอาไว้เพื่อสะกดรอยตามจินไปต่อทันที โดยทิ้งความขุ่นข้องเมื่อกี้ไปซะ เพื่อเอามาห่วงสิ่งที่จะต้องเจอต่อไปดีกว่า


เบื้องหน้าของเคนนี่ แอรอน ไอร่า และรัซเซลล์นั้นคือบ้านหลังหนึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนออกไปประมาณ 400 เมตร เป็นบ้านธรรมดาๆ สร้างจากไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยแผ่นไม้อย่างง่ายๆ เหมือนบ้านของคนอยู่ในป่า
" เอาไงต่อดี มาถึงนี่แล้ว " เคนนี่หันไปถามความเห็น
" ลองเข้าไปค้นดูมั้ย " รัซเซลล์ว่า
" ไม่ดี " แอรอนค้าน " ตอนนี้พวกเค้ากำลังหลบหนีศัตรูอยู่ ถ้าพวกเราทะเล่อทะล่าบุกเค้าไป เค้าอาจจะตกใจคิดว่าเราเป็นศัตรูแล้วทำร้ายเราก็ได้ ทางที่ดีก่อนจะเข้าไปก็ให้สุ้มให้เสียงซักนิดดีกว่า "
" ไม่จำเป็นต้องให้เสียงอะไรทั้งนั้น เพราะจะไม่มีใครในกลุ่มพวกนายเข้าไปได้แม้แต่คนเดียว "
เสียงเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา พร้อมกับที่คลื่นเปลวเพลิงรูปร่างคล้ายหอกแบบเดียวกับที่รัซเซลล์เคยเห็นมาก่อนแต่ขนาดใหญ่กว่ามากพุ่งเข้ามาหาพวกเคนนี่ ทั้ง 4 คนรีบกระโดดหลบออกไปคนละทางทันที หอกเพลิงนั้นจึงไปโดนพื้นระเบิดลุกเป็นไฟแทน
หลังจากตั้งหลักได้แล้ว พวกเคนนี่ทั้ง 4 คนต่างหันไปยังทิศทางที่หอกเพลิงนั้นพุ่งมา
ที่นั่น ร่างในชุดสีส้ม กำดาบที่ลุกเป็นไฟของจินยืนจังก้าในท่าระวังตัว ค่อยๆ เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเคนนี่ห่างออกไปประมาณ 8 เมตร
" ทักทายรุนแรงจังนะ " รัซเซลล์ค่อน
" รุนแรง " จินทวนคำ " นั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับชั้นเวลาต้อนรับพวกหนูสกปรกที่เข้ามาเพื่อจับตัวท่านเทเรซ่า "
" เฮ้ย !!! แบบนี้แกว่งปากหาเท้านี่หว่า " รัซเซลล์โมโหที่จู่ๆ ก็ถูกหาว่าเป็นฝ่ายศัตรูที่มาจับตัวเทเรซ่าเลยตั้งท่าเดินเข้าไปจะเล่นงานจินแต่ถูกแอรอนห้ามไว้
" ใจเย็นน่า!!! เรามาช่วยเค้านะ ไม่ใช่มาหาเรื่อง " แต่รัซเซลล์ยังมีทีท่าฮึดฮัดอยู่ แอรอนจึงบอกว่า " คราวนี้ชั้นเจรจาเอง ถ้าไม่ได้ผลไว้ให้นายจัดการตามวิธีของนาย "
รัซเซลล์จึงค่อยสงบได้ ยอมให้แอรอนเข้าไปเจรจาก่อน
แอรอนเดินไปตรงหน้าแล้วพูด " เดี๋ยวก่อน พวกเราไม่ใช่ศัตรูของนาย พวกเราเป็นลูกน้องของท่านกราเซีย มาที่วินด์ฮิลเพื่อตามหาและช่วยเหลือท่านเทเรซ่าที่หายตัวไป "
ยังไม่ทันที่แอรอนจะพูดจบ จินก็เล่นฟาดดาบที่ลุกเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่เข้าใส่แอรอน แต่ยังดีที่แอรอนระวังอยู่ก่อน จึงถอยหลบได้ทัน แต่ดาบที่สองก็ตามมาติดๆ คราวนี้แอรอนจำต้องสร้างกรงเล็บออร่าขึ้นมาต้านรับเอาไว้ แล้วจึงออกแรงกระแทกจินจนถอยไป จากนั้นจึงถีบตัวถอยกลับมาตั้งหลักอยู่กับกลุ่มเพื่อน
" ทุกคนที่คิดจะผ่านทางนี้ไปคือศัตรู " จินพูดอย่างหนักแน่น " มีแต่ท่านเทเรซ่าเท่านั้นที่จะอนุญาติให้พวกนายเข้าไปได้ หากไม่มีคำอนุญาติจากท่านเทเรซ่า ต่อให้เป็นท่านกราเซีย
ก็ไม่มีสิทธิ์ผ่าน "
แอรอนเองชักโมโหขึ้นมาเหมือนกัน " พูดจาเข้าใจยากชะมัด " เขาสบถดังๆ " เฮ้ย ถึงตาแกแล้วว่ะ รัซเซลล์ "
ดวงตาของรัซเซลล์ฉายแววยินดี เขาเองกำลังคันไม้คันมือและคันในหัวใจที่ถูกจินกัดเอาพอดี ก็เลยอยากซ้อมมือกับจินแก้กลุ้มซะหน่อย เขาแยกออกจากกลุ่มเพื่อนมาประจัญหน้ากับจินตัวๆ
" ไม่เรียกพรรคพวกมาช่วยหน่อยเหรอ " จินพูดกวนตีน
" ไม่จำเป็นว่ะ แค่กระสอบทรายเดินได้อันนึง "
" มั่นใจจังนะ " จินค่อนขอด " แต่อย่าลืมซะล่ะว่าตอนนี้ไม่ใช่รายการจำอวดในห้องเรียน แต่เป็นการสู้กันถึงชีวิต อาจารย์กรันเซ่ "
รัซเซลล์โมโหที่โดนค่อนขอดเอาแบบนี้ " เดี๋ยวแกก็รู้เองว่าเป็นรายการจำอวดรึอะไร "
พูดจบ รัซเซลล์ก็เดินอาดๆ เข้าหาจินโดยไม่ตั้งท่าป้องกันซักนิด ครั้งแรกจินนั้นงง ทำอะไรไม่ถูกกับทีท่าของรัซเซลล์ที่เดินอาดๆ เข้าโดยไม่ป้องกัน
แล้วความงงและความสับสนก็เปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดและความโกรธ ซึ่งก็มาจากนิสัยของเขาที่จริงจังมากเกินไปจนเป็นคนเครียด ทำให้รู้สึกไม่พอใจกับท่าทางของรัซเซลล์
ที่ทำเหมือนการต่อสู้ที่ควรเป็นเรื่องจริงจังเป็นเรื่องเล่นๆ
และด้วยอารมณ์โกรธนั้นเองทำให้จินแทงดาบสวนออกไปทันทีที่เข้ามาถึงระยะของดาบ แต่รัซเซลล์หลบได้โดยใช้ท่าหมุนตัวเตะครึ่งวงกลมเข้าใส่ช่องว่างของท่าแทงทันที
แต่จินก็แน่เหมือนกัน เมื่อเห็นการจู่โจมของตัวเองพลาดแม้จะตกใจแต่ก็คุมสติได้ รีบปล่อยมือซ้ายที่กำปลายด้ามดาบไว้ ลดลงมาเกร็งกำลังป้องกันไว้ทันที แรงปะทะจากพลังเตะอันรุนแรงของรัซเซลล์ทำเอาจินชาด้านไปทั้งแขน แม้จะเกร็งออร่ามารับแล้วก็ตาม แต่ก็ยังใช้มือขวาที่ถือดาบอยู่ วาดดาบตามมาใส่รัซเซลล์ได้
รัซเซลล์รีบก้มตัวลงหลบดาบอย่างรวดเร็ว แล้วเร่งกำลังขาถีบตัวลุกขึ้นพร้อมกับเตะเท้าขวาเปรี้ยงเข้าใส่จินกะให้โดนปลายคาง
ฝ่ายจินนั้นแม้จะเดาถูกว่ารัซเซลล์จะต้องก้มหลบแล้วเตะสวนกลับมาก็ตาม แต่ก็ไม่นึกว่ารัซเซลล์จะโยกตัวขึ้นลงได้เร็วขนาดนี้ จากทีแรกที่คิดจะวาดดาบตามลงไปใส่รัซเซลล์
ที่ก้มอยู่ กลับต้องเปลี่ยนแผนเป็นลดแขนข้างที่ถือดาบลงมาป้องกันลูกเตะของรัซเซลล์ไว้แทน
เสียงเปรี้ยงสนั่น ลูกเตะอันรุนแรงมหาศาลของรัซเซลล์ระเบิดการ์ดของจินซะกระจุย ร่างของจินลอยกลับไปข้างหลังด้วยพลังเตะอันมากมาย ยังดีที่มีแขนขวากันไว้ก่อน
แถมยังผนึกออร่ามาที่แขนได้นิดหนึ่งก่อนจะถูกลูกเตะ ดังนั้น พลังจึงไม่กระเทือนถึงสมองรุนแรงนัก แต่ก็เล่นเอาจินเซไปมา
รัซเซลล์พุ่งปราดตามไปหมายจะเผด็จศึก แต่จินรออยู่ก่อนแล้ว เปลวเพลิงสีส้มอันร้อนแรงลุกขึ้นที่ดาบของจิน แล้วก็ถูกซัดออกไปเป็นคลื่นเปลวไฟขนาดใหญ่ใส่รัซเซลล์ทันที
เล่นเอารัซเซลล์ต้องถอยกรูด ยกมือขึ้นกันเปลวไฟแทบไม่ทัน
รัซเซลล์โดดถอยหลังมาห่างจากจินประมาณ 5-6 เมตร จินไม่ปล่อยโอกาส รีบซัดหอกไฟขนาดใหญ่ออกไปโจมตีรัซเซลล์ทันที
แต่พริบตาที่หอกเพลิงพุ่งเข้ามานั้นเอง
ซุ่มมม !!! สายลมสีเขียวสายหนึ่งพัดวูบขึ้นมาเบื้องหน้าของรัซเซลล์อย่างรุนแรง พัดเอาหอกเพลิงจนสลายไปในพริบตา
จินถึงกับตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หอกเพลิงที่เขาซัดออกไปตะกี้นี้เป็นพลังที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยใช้มา แต่กลับถูกสายลมประหลาดพัดจนสลายไปได้ในพริบตาเดียว
ทางฝ่ายรัซเซลล์เองก็กลับมาตั้งตัวติดเหมือนเดิมแล้ว เขายืนจังก้า มือขวาเท้าเอว รอบๆ ตัวมีสายลมสีเขียวเป็นประกายจางๆ พัดวนเป็นสายอยู่รอบตัว ยอดหญ้าบนพื้นรอบๆ ตัวของรัซเซลล์ปลิวไสวตามทิศทางการพัดของสายลมประหลาดนั้น
นี่คือ 'พลังลมสุริยะ' วิชาเด็ดวิชาหนึ่งของรัซเซลล์ เป็นวิชาที่ใช้พลังออร่าที่มีลักษณะคล้ายกับลมต่อสู้กับศัตรู ผู้คิดค้นวิชานี้ก็คือ สุนัขวิปลาส แห่ง 7 อัศวินเทพหมาป่า อาจารย์ของรัซเซลล์นั่นเอง
" ยอมแพ้ซะเถอะ เพื่อนเอ๋ย " รัซเซลล์พูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีชัย แต่ดูเหมือนยิ้มกวนส้นเท้าเสียมากกว่า " 'ไฟ' ของนายไม่ชนะ 'ลม' ของชั้นหรอก "
" ไม่มีทาง " จินตะโกนก้องพร้อมกับพุ่งเข้าหารัซเซลล์
" ก็ดี " รัซเซลล์พูดพร้อมกับยิ้มกวนๆ พลังลมสุริยะที่พัดอยู่รอบๆ ตัวเริ่มรวมกันเป็นเกลียวหมุนเหมือนสว่าน พุ่งสวนเข้าใส่จินที่รี่เข้าหาทันที
แต่ก่อนที่ลมสุริยะพุ่งเข้าถึงตัวของจินนั้นเอง
" พอได้แล้ว !!! "
เสียงร้องสั่งเฉียบขาดดังเข้ามาในวงต่อสู้ระหว่างรัซเซลล์กับจิน เล่นเอาจินที่กำลังวิ่งอยุ่ต้องเบรกตัวโก่ง ส่วนรัซเซลล์นั้นก็หยุดพลังลมสุริยะที่พุ่งเข้าหาจินแทบไม่ทันแล้วหันขวับไปทางที่เสียงนั้นดังมา
ที่ปากทางเดินยาว 400 เมตรไปสู่บ้านไม้หลังนั้น ร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง อายุประมาณ 25 ปี ผมยาวเป็นสีทอง ยืนอยู่ และกำลังจ้องมองมายังจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแววตำหนิ
" ท่านเทเรซ่า " จินร้องออกมาอย่างประหลาดใจ
" ถอยออกมา จิน " ผู้ถูกเรียกว่าเทเรซ่าสั่ง จิดลดดาบซึ่งบัดนี้ประกายไฟหายไปแล้วลง แล้วเก็บเข้าฝักเสีย จากนั้นเดินกลับมายืนอยู่ข้างๆ เทเรซ่า
เทเรซ่าเดินมาทางพวกของเคนนี่ แล้วถาม
" พวกคุณต้องการอะไร "
" เรามาเพื่อช่วยท่าน " แอรอนตอบไป
" ในเมื่อมาช่วย เหตุใดถึงทำร้ายองครักษ์ของชั้น "
" เพราะหมอนั่นมันกวนโอ๊ยเราก่อนน่ะสิ " เป็นเสียงของรัซเซลล์ที่แทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาเคนนี่ แอรอน ไอร่าสะดุ้ง
" เฮ้ย !!! พูดแบบนั้นได้ไง !! " เคนนี่กับแอรอนร้องเสียงหลง หันไปมองรัซเซลล์ตาเหลือก
เทเรซ่าถอนใจคำหนึ่ง แล้วพูดออกมา " ช่างเถอะ ไปคุยรายละเอียดกันในบ้านของชั้นก่อนเถอะ "


ในบ้านของเทเรซ่า
ภายในบ้านไม่มีการตกแต่งอะไร มีเพียงโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง เก้าอี้ไม้ 2 ตัว กับหลอดไฟพลังออร่าสำหรับให้แสงสว่างเวลา
กลางคืนอีกหนึ่งดวงบนเพดานเท่านั้น ด้านหลังเป็นห้อง มีเตียงขนาดนอน 1 คน 1 ตัว ตู้ไม้หนึ่งใบ และโต๊ะเล้กๆ กับเก้าอี้ 2 ตัวเท่านั้น
เทเรซ่านั่งอยู่หลังโต๊ะด้านหนึ่ง จินยืนเป็นองครักษ์อยู่ข้างหลัง ส่วนพวกเคนนี่นั้นยืนอยู่ด้านตรงข้ามกับเทเรซ่า กำลังเล่ารายละเอียดทั้งหมดเท่าที่ตัวเองจะมีปัญญาเล่าได้ให้เทเรซ่าฟัง
" สายลับของท่านกราเซียในวินด์ฮิลเดินทางมาแจ้งข่าวที่กองกำลังหลักของทัพอวาเลียว่าเมืองวินด์ฮิลถูกกองทัพสมิงของวอร์เรนเซียยึดได้แล้ว แต่ได้ยินว่าพวกมันยังค้นหาท่านเทเรซ่าไม่เจอ ท่านกราเซียจึงส่งพวกเรามาเพื่อตามหาและช่วยเหลือท่าน พาท่านออกจากเมืองวินด์ฮิล เพื่อรอโอกาสกลับมาตีเมืองคืนต่อไป "
เทเรซ่ารับฟังอย่างสงบ ไม่มีมีท่าทางว่าดีใจหรือไม่ดีใจ สนหรือไม่สนซักนิด หลังจากเล่ารายละเอียดทั้งหมดจบแล้ว
" ชั้นขอบคุณพวกคุณมากที่อุตส่าห์ยอมลำบากลอบเข้าเมืองที่เต็มไปด้วยอันตรายในตอนนี้มาเพื่อช่วยชั้น แต่ชั้นไม่อาจไปจากที่นี่ได้ "
เป็นคำตอบที่ทุกคนคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินจากปากของเทเรซ่า เคนนี่ขยับจะถามอะไรแต่แอรอนห้ามไว้เสียก่อนแล้วหันไปถามเทเรซ่า
" เหตุใดจึงไปกับพวกเราไม่ได้ "
" ในอดีตพ่อของชั้นเจ้าเมืองวินด์ฮิลคนก่อน ได้ทำความผิดร้ายแรงมากในฐานะเจ้าเมือง ..ไม่สิ... ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียว " เธออธิบาย " แม้ท่านพ่อจะชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองก่อไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถลบความผิดบาปในใจของท่านไปได้ ชั้นซึ่งเป็นลูกสาวจึงมีหน้าที่ที่จะต้องชดใช้ความผิดนั้นต่อไป ชั้นสาบานกับตัวเองไว้แล้วในวันที่านพ่อจากไปว่าจะปกป้องเมืองนี้ และทุกๆ ชีวิตในเมืองนี้ให้ได้ เพื่อเป็นการชดเชยต่อความผิดร้ายแรงนั้น "
เทเรซ่าหยุดไปนิดหนึ่งจึงพูดต่อ
" แต่ชั้นกลับทำตามที่สาบานเอาไว้ไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะความไร้ความสามารถของชั้นเองที่ทำให้วินด์ฮิลถูกรุกราน และถูกยึดครองได้ ประชาชนมากมายต้องสูญเสียชีวิตในการต่อสู้กับกองทัพของวอร์เรนเซียนั้น ส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวกับชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง ทั้งๆ ที่เป็นแบบนี้ แล้วจะให้ชั้นหนีความรับผิดชอบโดยการหนีไปคนเดียวแล้วทิ้งประชาชนเหล่านั้นไว้ให้เผชิญเคราะห์กรรมอย่างนั้นหรือ "
ทั้งหมดได้แต่นิ่งอึ้ง ไม่พูดอะไรออกมาซักคำ ฟังในสิ่งที่เทเรซ่าพูดออกมาอย่างเงียบๆ อย่างนั้น
" ได้โปรดเข้าใจด้วยเถอะ " เทเรซ่าพูด น้ำเสียงคล้ายจะขอร้อง
แอรอนนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนจะใช้ความคิด แล้วพูดอย่างตัดสินใจ
" ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็จนใจ "
ทุกคนในที่นั้นถึงกับตะลึงกับการตัดสินใจโดยพลการของแอรอน เคนนี่ทำท่าเหมือนจะคัดค้านแต่ถูกแอรอนจัดการให้สงบปากสงบคำเสียก่อน
" ใจเย็นๆ ก่อนเด้ ตอนนี้อย่าเพิ่งโวยวาย ถ้าพวกนายทำอย่างที่พวกนายคิดอยู่ตอนนี้เรื่องมันจะไม่เคลียร์นะเว้ย " คำหลังนี้แอรอนกระซิบเบาซะจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่เคนนี่ ไอร่า และรัซเซลล์ได้ยิน ทั้งสามจึงสงบปากสงบคำลงได้
" ถ้าอย่างนั้นเราขอถามอีกเพียงเรื่องเดียว " แอรอนหันกลับไปถามเทเรซ่าต่อ " ถ้าท่านมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกองทัพของท่านแอนนาเบลที่เดินทางมาสมทบกับทัพของวินด์ฮิล "
เทเรซ่านิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนจะใช้ความคิดทบทวนแล้วจึงตอบ " ชั้นไม่แน่ใจ ดูเหมือนว่าหลังจากที่เมืองเราถูกยึดได้แล้ว กองทัพของท่านแอนนาเบลจะหนีออกจากเมืองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่สามารถกลับไปสบทบกับกองทัพหลักได้เพราะโดนกองทัพวอร์เรนเซียปิดทางไว้ และตอนนี้ กองทัพสมิงของกีล่า หนึ่งในสองแม่ทัพสมิงที่คุมกำลังพลมาตีวินด์ฮิลก็ยกกำลังไล่ตามท่านแอนนาเบลไปแล้วด้วย ตอนนี้ทหารที่คุมเมืองวินด์ฮิลอยู่ส่วนใหญ่เป็นทหารของวอลโด แม่ทัพสมิงอีกคน "
" งั้นสินะ " แอรอนพึมพำกับตัวเอง " ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้ และสำหรับวันนี้ พวกเราก็ขอลาก่อน "
ขาดคำ พวกเคนนี่ทั้งหมดก็เดินออกจากบ้านนั้น ทุกคนเดินตรงไปยังเขตป้องกันมายาที่สร้างขึ้นมาหลอกตาคนอื่น โดยเคนนี่นำออกไปก่อนเพื่อเปิดเขตป้องกัน ที่เหลือจึงเดินตามออกไป
คงเหลือแต่รัซเซลล์ที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นในขณะที่เพื่อนๆ อีก 3 คนเดินไปก่อนแล้ว สีหน้าคล้ายจะพยายามเก็บความไม่ค่อยจะพอใจเอาไว้เต็มที่ แต่ก็ไม่มิดเท่าไหร่นัก
เทเรซ่านั้นยืนมองรัซเซลล์อยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก็เดินหันหลังจะกลับเข้าไปในห้องทางด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่จะออกเดิน
" เดี๋ยวก่อน "
เสียงเรียกของรัซเซลล์ทำให้เทเรซ่าหยุดแล้วหันกลับมาหาพร้อมกับถาม " มีอะไรอีกงั้นรึ "
" สิ่งที่เธอทำอยู่ในตอนนี้น่ะ เป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่ของเธอแล้วใช่มั้ย " เทเรซ่าพยักหน้าพร้อมกับยืนยันว่าแน่นอน
" ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่มีวันเสียใจทีหลังแน่นอนแล้วใช่มั้ย " เทเรซ่ายังคงยืนยันคำเดิม
" แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าคนที่เธอต้องการปกป้องเอาไว้น่ะ เค้าต้องการให้เธอทำแบบนั้น " คราวนี้เทเรซ่าถึงกับอึ้งไป แต่ก็ยังทำสีหน้าให้เป็นปกติแล้วตอบ
" ชั้นไม่รู้เรื่องนั้นหรอก รู้แต่ว่าถ้าการกระทำของชั้นสามารถปกป้องชาวเมืองทุกคนจากอันตรายที่เกิดขึ้นเพราะชั้นได้ละก็ ไม่ว่าอะไรชั้นก็ทำได้ "
รัซเซลล์ยืนหรี่ตามองมายังเทเรซ่า สายตาอวดแววไม่พอใจต่อบางสิ่งบางอย่างเอาไว้
" การเป็นผู้พิทักษ์น่ะ ไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอกนะ " รัซเซลล์พูดพร้อมกับหมุนตัวกลับไปยังทางเดิน " คนที่ทำแบบเธอน่ะ เป็นได้แค่ 'ผู้พิทักษ์ตาบอด' เท่านั้นเอง "
เทเรซ่าอึ้งไปกับคำพูดของรัซเซลล์ เธอได้แต่ยืนนิ่ง มองร่างสูงโปร่งของเขาเดินหายไป

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

จาก : Dark Master - 26/10/2000 17:33

ข้อความ : ยาวๆแบบนี้แหละชอบ อ่านได้เยอะสะใจดี

จาก : Kaiser Dragon - 26/10/2000 18:01

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1