|
หัวข้อ : Encounter : ลมที่เหลืออยู่ ข้อความ : กระแสลมแรงพัดกระหน่ำผนังของทางเดินอย่างต่อเนื่อง เสียงกรีดร้องของอากาศที่ทะลักออกไปข้างนอกดังกึกก้อง ตอนนี้ความกดอากาศเริ่มลดลงเรื่อยๆแล้ว ทั้งดรายและฟีอาต่างก็กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องอากาศทั้งสองแบบนี้อยู่ตรงผนังที่ส่วนนอกสุดเกือบติดกับจุดที่ระเบิดพอดี มีคนรู้ว่าคุณกับชั้นเข้ามารึเนี่ย ฟีอาตะโกนออกมาด้วยความตกใจ แล้วตอบโต้ด้วยการระเบิดผนังเนี่ยนะ ขณะที่พูดมือของดรายทั้งสองข้างต่างก็ทำงานหนัก ข้างหนึ่งทำหน้าหาที่เหนี่ยวตัวไปข้างหน้า ขณะที่อีกข้างก็จับข้อมือของฟีอาไว้ ผมว่าคงจะเป็นอุบัติเหตุมากกว่า แถมเป็นอย่างที่ร้ายแรงด้วยสิ คุณนี่ดวงซวยใช้ได้เลยนะ ฟีอาแขวะดรายที่กำลังเหงื่อท่วมตัว หลังจากตะเกียกตะกายอยู่พักใหญ่ๆ ทั้งคู่ก็มาถึงทางแยกที่ลมไม่ค่อยแรงนัก ดรายลากทั้งตัวเองแล้วก็ฟีอาเข้าไปในหลืบนั้นจนได้ หลังจากนั้นก็ทรุดลงนั่งด้วยความเหนื่อยอ่อน ตอนนี้ชั้นคิดว่าเราควรจะหยุดแค่นี้นะ ดรายหันขวับขึ้นมามอง ผมไม่เลิกแค่นี้หรอก คุณจะไปก็ได้ แต่คุณจะเอาผมไปด้วยไม่ได้แน่นอน นี่มันไม่ใช่เกมส์แล้วนะ ที่นี่มันกลางอากาศสูงเป็น 10 กิโล จากพื้นโลก ถ้าพลาดแม้แต่ก้าวเดียว....คุณก็จบ ความเครียดของฟีอาที่ถูกกดไว้มานานระเบิดออกมาเป็นคำพูด ผมไม่เปลี่ยนความคิดหรอก ชั้นไม่ได้ขอ งั้นผมก็... ...แต่ชั้นสั่งคุณเลย คุณเอาอำนาจอะไรมาสั่งผม ชั้นทนไม่ได้ที่จะเห็นคุณตาย พอรึยัง ผมก็ยังไม่ได้ตายซักหน่อย ไม่ใช่ตอนนี้ ก็อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านั่นแหละ คุณแช่งผมนี่นา ไม่ใช่ .. แต่ชั้นไม่เห็นทางสำเร็จเลย ฟีอา... คุณมั่นใจแค่ไหนเชียว 95 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ ขาดเหลืออีกนิดหน่อย... ทั้งคู่หยุดหายใจหลังจากโต้เถียงกันหลายประโยค แววตาของทั้งสองคนต่างเชื่อมั่นในความคิดของตนเองเต็มที่ ดรายเห็นความเด็ดเดี่ยวที่ไม่น่าจะมีในแววตาของหญิงรูปร่างเล็กคนนี้เลย บางส่วนในตัวดรายก็อยากจะทำตามที่ฟีอาพูดเหมือนกัน ลืมเรื่องบ้าๆนี่ไปซะแล้วก็กลับลงไปใช้ชีวิตสบายๆ...... คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ ตอนนี้ก็ 98 เปอร์เซ็นต์แล้ว ดรายเอื้อมมือไปจับไหล่ของฟีอา มือนั้นเหนื่อยล้าแต่ก็ยังมั่นคงอย่างยิ่ง งั้นก็ยังเหลืออีก 2 นี่ ยังมีทางสำเร็จไม่ใช่รึ ดราย นี่คุณ... กล้ายืนยันกับผมรึเปล่าล่ะว่าผมจะล้มเหลว ...... งั้นผมก็จะไปต่อล่ะ ขณะที่ฟีอายังคงนิ่งอยู่ ดรายก็ล้วงลงไปหยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ลายบนกระดาษแสดงให้เห็นสิฟท์ทั้งหมดในหอเอ็กโซสเฟียร์ รวมถึงลิฟท์ขนของที่อยู่ตรงกลางด้วย ด้วยกระดาษนี่คุณจะลงไปถึงข้างล่างได้แน่ๆ แม้ว่าอาจจะขลุกขลักนิดหน่อยเรื่องอากาศแล้วก็ลมที่ยังแรงอยู่ แต่จะมีชุดอวกาศสำรองอยู่เป็นระยะๆให้ คุณไม่ต้องกังวลหรอก ฟีอารับแผนที่มา แต่ไม่ยอมก้มลงไปดู แล้วคุณจะไปไหน ที่ลิฟท์ขนของ ผมจะขึ้นไปถึงยอดด้วยลิฟท์นั่นภายในห้านาที แต่ลิฟท์นั่นไม่มีระบบอัดอากาศไม่ใช่เหรอ แถมยังวิ่งขึ้นเร็วกว่าจรวดซะอีก ก็แค่ห้านาทีล่ะน่า ร่างกายมนุษย์ทนได้อยู่แล้ว คุณไม่ใช่นักบินอวกาศนะ คุณเป็นแค่นักวิชาการคนนึง ร่างกายคุณจะไปทนแรงกดตั้งหลายจีได้ยังไง ดรายไม่ได้ตอบคำถามนั้น หลังจากที่สวมหน้ากากของชุดขนาดเล็กแบบเดียวกับที่ฟีอามีอยู่แล้ว ดรายก็เริ่มเดินออกไปเกาะผนังอีกด้าน เตรียมตัวที่จะเดินเข้าไปในส่วนกลางของหอคอย ลมตอนนี้สงบลงไปแล้ว แต่อากาสก็ลดลงจนเบาบางมากแล้วเช่นกัน ดรายที่ยังไมชินกับชุดอวกาศชนิดนึ้นักก็รู้สึกอึดอัดกับแรงอัดอากาศภายในชุดอยู่เหมือนกัน ปรกติแล้วชุดอวกาศทั่วๆไปจะมีระบบที่ปรับแรงดันเมื่อความกดอากาศภายนอกเปลี่ยนแปลง แต่กับชุดขนาดเล็กที่ดรายสวมอยู่ตอนนี้แล้วมันเล็กเกินกว่าที่จะใส่ระบบที่ว่ามาได้ ดังนั้นตอนนี้ดรายรู้สึกเหมือนกับอยู่ในถ้ำที่ลึกลงไปใต้ดินเลยทีเดียว มาตรวัดแรงกดอากาศภายนอกที่ข้อมือของดรายบอกตัวเลขที่ไม่ค่อยดีนัก อีกไม่นานก็คงจะเป็นสูญญากาศแล้ว ถ้าเขายังไม่รีบไปให้ถึงลิฟท์ล่ะก็.... ตามทางเดินเต็มไปด้วยสิ่งของที่ปลิวมาตามแรงลม ดรายเสียเวลาไปมากกับตู้เก็บเอกสารที่มากองอยู่ติดๆกันสามสี่ตู้ แต่ก็ผ่านมาได้หลังจากใช้แชลงงัดอยู่พักใหญ่ๆ ถ้าจะดูตามแผนที่ในมือของดรายแล้วทางขวามืออีกสองบล็อกจะถึงลิฟท์ตัวกลาง ลิฟท์ขนของตัวนี้เชื่อมต่อระหว่างฐานของหอคอยกับยอดด้วยเส้นใยคาร์บอน... ไม่สิ ต้องเรียกว่าไฮเปอร์คาร์บอนมากกว่า เส้นใยที่ว่านี้เป็นผลผลิดของวิทยาศาสตร์ของแข็งที่ก้าวหน้าเป็นอย่างมากในช่วงชีวิตของดราย โรงงานเลี้ยงผลึกที่อยู่ในวงโคจรจะผลิตเส้นใยคาร์บอนที่ต่อกันแบบหนี่งมิติเทียมเป็นจำนวนมาก แล้วใยที่ว่าก็จะถูกนำมารวมกันโดยแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของตัวมันเองจนกลายเป็นเชือกที่เหนียวกว่าสลิงนับพันเท่า แต่เนื่องจากขบวนการเลี้ยงผลึกต้องทำในที่ที่ไม่มีแรงดึงดูดรบกวนตำแหน่งของอะตอมคาร์บอน ดังนั้นนอกจากในสถานีวงโคจรไม่กี่แห่งแล้วก็ไม่มีการผลิดเส้นใยที่ว่านี่ ราคาของมันจึงแพงลิบทีเดียว ดรายเองก็ขำกับวิทยาการอย่างนี้เหมือนกัน หลายคนที่มาเยือนหอเอ็กโซสเฟียร์แห่งแรกๆ ต่างพากันเรียกเส้นใยนี้ว่า สายเพชรหมื่นตัน เพราะว่าคาร์บอนที่มาเรียงตัวกันในลัษณะนี้ให้คุณสมบัติใกล้เคียงกับเพชรมาก แถมยังราคาแพงเหมือนกันอีกด้วย แม้ว่าทางสมาคมพ่อค้าอัญมณีของอาฟริกาจะแย้งว่ามันไม่ใช่ซักหน่อย แม้ว่าจะเพชรและเส้นใยดังกล่าวโครงสร้างจะคล้ายกัน แต่น้ำหนักก็ควรจะเป็น หนึ่งจุดสาม ตามด้วยศูนย์อีกสิบห้าตัว ...กะรัต ต่างหาก ดรายเลี้ยวที่แยกขวาอีกครั้งก็เห็นลิฟท์อยู่ตรงหน้า ด้านข้างเป็นอุปกรณ์รักษาความปลอกภัยชนิดต่างๆ ทั้งเครื่องดับเพลิง แชลง ชุดปฐมพยาบาล จนกระทั่งถังออกซิเจนขนาดเล็กหลายถัง นิ้วของดรายกดเรียกลิฟท์แล้วก็รอสัญญาณไฟ.... ไฟที่บอกว่าลิฟท์มาแล้วสว่างขึ้น แต่ประตูลิฟท์ไม่ทำงาน มันกระตุกอยู่สองครั้งก่อนที่จะปิดค้างอยู่ ดรายพยายามที่จะสอดมือเข้าไปขยับประตูลิฟท์ที่ไม่ทำงาน แต่ก็ไม่มีประโยชน์ .. ประตูนิรภัยชั้นในไม่ยอมทำงาน วงจรที่อยู่ภายในคงจะขัดข้องจากแรงระเบิดเมื่อครู่ โธ่เว้ย.. ไอ้ลิฟท์โปเกเอ้ย ดรายสบถออกมาเบาๆ มือของดรายหยิบเวอร์ชวลคอมพ์พร้อมกับสายไฟอีกชุดหนึ่งออกมาต่อกับแผงควบคุมลิฟท์ เนื่องจากไม่มีช่องที่จะต่อกับสายไฟที่เตรียมมา ดรายจึงทุบกระจกที่หุ้มแผงควบคุมอยู่แล้วต่อสายไฟข้างในเข้ากับเครื่องโดยตรง หลังจากพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดสนามแม่เหล็กพักหนึ่ง หน้าจอสีเขียวก็แสดงผลออกมา Status : Malfunction~safety Position : 23 * 1.5~Km %ac114 - 145. 26 %aa412 = 234 asd = 354 gf = 9846 0521 6872 %sd654 = 415 sdf = 351 ef = 5499 216 6 4283 ........... แรงดันไฟเรอะ.. ทำไมคนทำมันมักง่ายอย่างนี้วะ ดรายบ่นกับปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าจะเปิดประตูก็คงต้องจัมพ์สายข้ามฟิวส์ที่ขาดก่อนล่ะ ซึ่งดรายก็จัดการได้ในเวลาไม่นานนัก หลังจากนั้น หน้าจอสีเขียวของคอมพ์นับถอยหลังพร้อมที่จะอัดแรงดันไฟเพิ่มให้มอเตอร์ของประตูลิฟท์ เลขบนหน้าจอนับลงมาจาก 20... 19... 18... 4... 3... 2... 1... เอ้า!! ประกายไฟพุ่งออกมาจากขอบประตูด้านบน พร้อมๆกับที่ประตูลิฟท์ด้านนอกเปิดออกเล็กน้อย แต่ว่าประตูนิรภัยด้านในยังคงค้างอยู่ แม้ว่าจะมีอาการกระตุกจากมอเตอร์ที่พยายามจะดึงมันออกอยู่บ้าง มือของดรายลองขยับประตูดูอีกรอบแต่ก็ไม่มีผล แชลงจากตู้กระจกที่แตกอยู่เมื่อครู่จึงถูกสอดไปที่ช่องว่างเล็กน้อยระหว่างประตู หลังจากขยับเท้าเล็กน้อย ดรายก็โน้มตัวงัดประตูด้านในให้เปิดออก ฟู่วววววววววว..... แชลงทำงานของมันได้ดีอย่างยิ่ง ประตูนิรภัยด้านในถูกเปิดออก แต่ที่ดรายไม่ได้กะไว้ ก็คือลมที่พัดอย่างบ้าคลั่งพุ่งออกมาจากลิฟท์ ดรายหงายหลังลงไปทันที แล้วร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาตามแรงลมเข้าปะทะกับหน้าอกของดรายอย่างจัง จาก : ioroid - 26/10/2000 07:22 |
|
ข้อความ : Ah, yan ka vi-cha science leaw. ^^ จาก : MrT - 27/10/2000 00:24 |
|
ข้อความ : โอว... จาก : ฟีอา - 27/10/2000 12:03 |