หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 24 - Blind Guardian 4 (Searching) - งวดนี้ยาวหน่อยนะครับ
ข้อความ : เวลา 1.55 น. ภายในตึกเรียนใหญ่
เคนนี่ แอรอน และไอร่าแอบหลบออกจากหอพักในตอนกลางคืนมาเจอกันที่ด้านหน้าของตึกเรียนใหญ่ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ กำลังคุยกันเรื่องที่แต่ละคนไปทำไว้
เมื่อกลางวันนี้ให้ฟังเพื่อฆ่าเวลารอรัซเซลล์ โดยเริ่มจากเคนนี่ที่เล่าเรื่องที่ตัวเองไปก่อเรื่องในคลาสเขียนอักษรรูน ทำเอาคลาสที่เคร่งเครียดจริงจังกลายเป็นเวทีตลกคาเฟ่ไปเลย
และตอนนี้ แอรอนเองก็เล่าเรื่องที่ตัวเองก่อเรื่องตลกๆ ในคลาสเรียนวิชากายวิภาคให้ทั้งสองคนฟัง


ภายในห้องเรียนวิชากายวิภาคนั้นถ้าเทียบให้ดูแล้วก็เหมือนห้องแล็ปวิชาชีววิทยาดีๆ นี่เอง ต่างกันนิดหน่อยที่จะมีอุปกรณ์การศึกษาเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์เป็นส่วนใหญ่
ทั้งหุ่นจำลองระบบกล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน โครงกระดูก กระทั่งเส้นเลือดและเส้นประสาทของมนุษย์ก็มี ทุกอันนั้นมาจากของจริงทั้งนั้น หุ่นแสดงระบบกล้ามเนื้อ
กับอวัยวะภายในนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่น่าตกใจก็คือ ครอบแก้วที่แสดงเส้นเลือดและเส้นประสาทของมนุษย์นั้นเลาะออกมาจากศพจริงๆ ทั้งนั้น โดยไม่มีเส้นประสาท
รึเส้นเลือดอันไหนขาดแม้แต่อันเดียว ทั้งยังจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงความรู้ด้านกายวิภาคอันสูงส่งและความชำนาญกับสมาธิอย่างหาตัวจับยาก
ของผู้ทำอุปกรณ์เหล่านี้
นอกจากนี้ยังมีของชวนอาเจียนอย่างอื่นอีกมากมาย แต่ไม่ขออธิบาย เดี๋ยวไม่เจริญอาหารเปล่าๆ
แอชเลย์ แซนด์แมน (แอรอน) เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเคนนี่ ผมสั้นสีขาวโพลน ชี้ตั้งชันออกไปรอบหัวเหมือนเม่น หน้าตาหล่อ ออกไปทางน่ารักมากกว่า
ดวงตาสีดำสนิทดูลุ่มลึกและคมกริบเหมือนใบมีด นักเรียนใหม่ของคลาสกายวิภาค
ตามปกติ นักเรียนที่เข้าคลาสกายวิภาคใหม่ๆ นั้นจะยังไม่ค่อยจะชินกับของน่าสยดสยองที่อยู่ในคลาสเท่าไหร่ ดังนั้น เวลาที่อาจารย์นำแบบจำลอง (ซึ่งที่จริงแล้วคือ
ของจริง) มาแจกให้เพื่อศึกษา เพื่อนร่วมห้องมักจะหาเรื่องเอาแบบจำลองนั้นเวียนไปให้นักเรียนใหม่ถี่เป็นพิเศษ ทำเอาบางคนกินข้าวไม่ได้ไปตั้ง 3 วัน เพราะกินทีไร กระเพาะดัน
บีบตัวดันอาหารออกมาพร้อมกับน้ำย่อยทางปากทุกที
แอรอนก็เจอแบบนี้เหมือนกัน ชิ้นส่วนต่างๆ ถูกส่งผ่านมือต่อมือมาหาแอรอนอย่างถี่ยิบ พวกนั้นนึกว่าแอรอนจะเหมือนนักเรียนใหม่คนอื่นๆ ที่ไม่ชินกับคลาส
แต่พวกนั้นคิดผิดถนัด แอรอนนั้นไม่มีสีหน้าแสดงให้เห็นว่าขยะแขยงต่อแบบจำลองที่ส่งมาให้ชนิดรัวปืนกลแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หมอกลับหยิบชิ้นส่วนอวัยวะ
เหล่านั้นมาถือไว้อย่างไม่หวั่นเกรงใดๆ
พวกนี้ไหนเลยจะรู้ว่าแอรอนนั้นเป็นลูกศิษย์คนเดียวของ 'ราชสีห์เกราะขาว' แห่ง 7 อัศวินเทพหมาป่าผู้มีวิชาของนักฆ่า มีทั้งพลังแข็งแกร่งและความเร็วมหาศาล
มีความรู้เรื่องร่างกายของมนุษย์เป็นยอด และมีวิธีการฝึกที่ดุดันยิ่งนัก โดยไม่ได้เรียนภาคทฤษฎีอย่างเดียว แต่ยังเรียนภาคปฏิบัติอีกด้วย โดยทุกครั้งที่ออกไปฆ่าคน
แอรอนจะต้องตามออกไปด้วยเพื่อศึกษาร่างกายของเหยื่อของราชสีห์เกราะขาว และหลายครั้งที่เขาต้องลงมือฆ่าเองกับมือ เรียนรู้ว่าต้องจู่โจมตรงไหนของร่างกายคู่ต่อสู้
จึงตาย ตรงไหนทำให้ตายทันที ตรงไหนทำให้ตายช้าๆ ตรงไหนทำให้ตายอย่างทรมาน และอื่นๆ อีกมากมายที่ราชสีห์เกราะขาวถ่ายทอดให้
ดังนั้น ความรู้เรื่องร่างกายมนุษย์ของเขาจึงยอมเยี่ยมไม่มีผู้ใดเทียม
กลับมาห้องเรียนอีกที ตอนนี้เพื่อนๆ ร่วมชั้นถึงกับตะลึงเมื่อเคนนี่หยิบไต 2 อันและตับอีก 1 อันขึ้นมาโยนเล่นเป็นลูกบอลกายกรรมโชว์ ก่อนจะโยนกลับคืนไปให้
คนที่ส่งมาในตอนแรกทั้งหมด
โชคร้ายเป็นบ้า อาจารย์ดันหันมาเห็นเข้าพอดี ท่านเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ผมเป็นสีดอกเลา หน้าตาท่าทางจริงจังดูน่ากลัว โดยเฉพาะเวลาโกรธ
" คุณแซนด์แมน ยืนขึ้นซิ " อาจารย์กล่าวอย่างสงบ แต่น้ำเสียงส่อแววตำหนิ ท่านหยิบเอาแบบจำลองไตอันหนึ่งขึ้นมา เปิดตรงกลางแยกออก
จนเห็นข้างในของไต " ไหนลองบอกผมซิว่าตรงส่วนนี้เรียกว่าอะไร "
อาจารย์ถามพร้อมกับชี้ไปที่ส่วนที่เราเรียกตามปกติว่ากรวยไต แต่ชื่อในภาษากายวิภาคเป็นอะไรนั้นไม่ทราบและไม่อยากจะทราบด้วยเช่นกัน
แอรอนถึงกับอึกอัก ทำได้แต่เสียงงึมงำในลำคอเท่านั้น
" ผมกำลังรอคำตอบอยู่นะ "
อาจารย์เตือนเสียงหนักๆ แอรอนทำได้แค่นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรเลย
" ยืนไปอย่างนั้นจนกว่าจะหมดชั่วโมง " อาจารย์สั่งเรียบๆ แต่น้ำเสียงหนัก แล้วจึงหันไปสั่งให้เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วเริ่มการสอนต่อไป
ในระหว่างที่อาจารย์สอนนั้น แอรอนซึ่งต้องยืนฟังคนเดียวในห้องนั้นรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก เพราะเพื่อนร่วมชั้นนั้นชอบใช้จังหวะที่อาจารย์ไม่ทันสังเกตหันมามอง
เขาพร้อมกับเยาะเย้ยเอาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้ฟ้องอาจารย์ เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางทันเจ้าพวกนี้แน่ๆ
แอรอนยังคงยืนฟังอาจารย์สอนไปเรื่อยๆ จนถึงตอนหนึ่ง
" ไหนลองมาอธิบายเรื่องหัวใจให้ฟังหน่อยซิ "
นักเรียนทั้งห้องหันมามองแอรอนเป็นตาเดียวเพื่อดูว่าแอรอนจะอวดความเฉิ่มแบบไหนออกมา
แอรอนหายใจลึกๆ แล้วเริ่มอธิบาย
" ส่วนใหญ่ของหัวใจจะอยู่ทางด้านซ้ายของกระดูกอก โดยมีขอบเขตคือ ส่วนยอดจะอยู่ระดับระหว่างกระดูกซี่โครงที่ 5 และ 6 ห่างจากเส้นกึ่งกลางของกระดูกอกมาทาง
ซ้ายประมาณ 8 ซม. ส่วนฐานเป็นแนวเฉียงที่ระดับกระดูกอ่อนของซี่โคร่งที่ 3 จากขอบทางด้านขวาของกระดูกอก 1 ซม. และทางซ้าย 2 ซม. ส่วนขอบล่างติดกับกะบังลม
ต่ำจากรอยต่อระหว่างกระดูกอ่อนของซี่โครงที่ 6 และกระดูกอกทางขวา เป็นแนวลาดผ่านกระดูกลิ้นปี่มาที่ยอดหัวใจ และสำหรับขอบด้านขวา...... "
ทุกคนในชั้นรวมทั้งอาจารย์ต่างนั่งเซ่อ ฟังที่แอรอนอธิบายออกมาด้วยอาการงงสุดขีด เพราะคิดไม่ถึงว่าคนที่ไม่รู้แม้แต่ว่าส่วนไหนเรียกชื่อว่าอะไรจะอธิบาย
รายละเอียดได้ขนาดนี้


เคนนี่และไอร่าต่างหัวเราะกับเรื่องที่แอรอนเล่าให้ฟัง
" แล้วจากนั้นเป็นไง " เคนนี่ถาม
" อ้าปากค้างกันเป็นแถบๆ " แอรอนอธิบาย " แต่ไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมาซักคน "
" แล้วอาจารย์ล่ะ " ไอร่าอยากรู้
" ไม่พูดอะไรซักคำ " แอรอนพูด " เดินกลับออกไปจากห้องเรียนแล้วปิดประตูดังโครม "
" ฟังดูไม่ใช่ประสบการณ์ครั้งแรกที่ดีเลยแฮะ " เคนนี่พูด
" ยังกับแกมีประสบการณ์ที่ดีงั้นละ " แอรอนย้อนเข้าให้
" จริงสิ " เคนนี่นึกอะไรขึ้นมาได้ " แล้วเจ้ารัซเซลล์ล่ะเป็นไงบ้าง "
" ก็โอเค " แอรอนพูด " ดีกว่าที่คิดเยอะ นิสัยสบายๆ ง่ายๆ นั่นทำให้เข้ากันได้ดีกับเด็กนักเรียนทุกคน บวกกับวิธีการสอนแปลกๆ ทำให้นักเรียนสนุกสนาน
ตอนนี้นักเรียนแทบทุกคนในคลาสไม่มีใครไม่ชอบรัซเซลล์แม้แต่คนเดียว "
" งั้นเหรอ " เคนนี่พึมพำ " ทำให้นึกอะไรขึ้นมาได้แฮะ "
" อะไรเหรอ "
" จำได้มั้ย แอรอน " เคนนี่เล่า " สมัยก่อนเวลาที่เราไม่มีเงินแล้วก็ไม่มีโจรค่าหัวให้ล่า ก็ได้เจ้ารัซเซลล์นี่แหละช่วยเหลือปากท้องอยู่บ่อยๆ เจ้านั่นสามารถเนรมิต
ให้อาหารฝืดคอแถมยังจืดสนิทในป่าให้กลายเป็นอาหารรสเยี่ยมได้ รึถ้าจำเป็นจริงๆ ฝีมือทำอาหารของเจ้านี่ ไปสมัครเป็นกุ๊กชั่วคราวที่ร้านอาหารใหญ่ๆ
ในเมืองก็หาเงินมาได้เป็นถังๆ "
" ใช่ " แอรอนเห็นด้วย " ก่อนที่จะรู้จักกับรัซเซลล์ ถ้าเงินหมดก็ต้องหาของกินในป่าสถานเดียว ไม่ก็ไปนั่งตามแถบชุมชนแล้วใช้เสียงเพลงกาละมังแตกของแก
หาเศษเงินประทังชีวิตชั่วคราว "
" ก็เพราะเสียงกาละมังแตกในตอนนั้นของชั้นไม่ใช่เรอะที่ช่วยให้พวกเราไม่อดตายมาหลายหนแล้วน่ะ " เคนนี่ชักฉุน " ยังมีอีกนะ อย่างน้อยก็มีตั้งหลายคนที่ฟังเพลง
ที่ชั้นร้องน่ะ "
" กลุ่มที่มาจากสมาคมคนหูหนวกแห่งชาติไม่นับนะเว้ย " แอรอนแย้ง
" ทำไมวะ พวกเค้ายังตบมือให้นี่หว่า แถมเศษตังค์ด้วย "
" น่าสนุกจังนะ " ไอร่าพูดแทรกขึ้นมา " ฟังพวกเธอคุยกันอย่างนี้แล้ว ทำให้รู้สึกเสียดายจังที่มัวแต่ใช้เวลาช่วงนั้นไปอย่างไร้ค่าแบบนั้น "
คำพูดของไอร่าทำให้ทั้งกลุ่มเงียบไป บรรยากาศเปลี่ยนไปเริ่มจะออกเศร้าๆ เสียแล้ว
" จริงสิ " เคนนี่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา " ยังจำเรื่องนั้นได้มั้ย "
" อะไร "
" 'เครื่องยนต์' ของเจ้ารัซเซลล์ไง จำได้มั้ยว่ารอบจัดขนาดไหน "
แอรอนทำหน้าเหมือนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ทำหน้าอย่างคนนึกขึ้นได้ พร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าจำได้แล้ว
" เจ้านั่นดีทุกอย่าง แต่ในเวลาตื่นอยู่เท่านั้นนะ พอหลับเมื่อไหร่ละก็ เครื่องยนต์ดีเซลของหมอนี่จะทำงานทันที เสียงกรนของหมอนั่นน่ะน่ากลัวชะมัด ยิ่งกว่าคลื่นโซนิคบูม
จากปากของสมิงเผ่าค้างคาวซะอีก อยู่กับมันทีไรต้องหนีไปนอนห่างจากจุดที่หมอนี่นอนอย่างน้อย 2000 เมตรทุกที "
" แรงไปมั้ง " ไอร่าแย้งขึ้นมา " เสียงกรนอะไรจะขนาดนั้น "
" แต่เป็นจริงนะ " เคนนี่ยืนยัน " รู้รึเปล่า พวกเราไปนอนอยู่ในป่าใกล้ๆ กับหมู่บ้านทีไร ถ้ามีเจ้ารัซเซลล์ไปด้วย ผ่านไปคืนนึง เช้าวันต่อมามีประกาศกันให้แซ่ด
ไปทั้งเมืองรึทั้งหมู่บ้านว่าห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในป่า เพราะมีสัตว์อันตรายอยู่ในป่า "
ทั้งเคนนี่ ไอร่า และแอรอนหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน แต่ไอร่ากับแอรอนนั้นหยุดหัวเราะทันทีเมื่อเห็นร่างเงาของใครคนหนึ่งเดินเข้ามา แต่ดูเหมือนเคนนี่จะเพลินไปหน่อย
เลยไม่ได้สังเกตหรือจับเสียงอะไรเลย
" สรุปก็คือ หมอนั่นเป็นสาเหตุใหญ่ของมลภาวะคลื่นเสียงเป็นพิษเลยละ "
" แกว่าใครวะ " เสียงนี้ทำให้เคนนี่สะดุ้ง หน้าซีดหดเหลือสองนิ้ว ค่อยๆ หันกลับไปมองทางด้านหลังช้าๆ
ที่นั่น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ตเก่าๆ กับเสื้อในสีหม่นๆ และกางเกงสีน้ำเงินซีดจะเป็นสีขาวอยู่แล้วของรัซเซลล์ยืนตระหง่านอยู่ด้วยใบหน้าดุดัน
" นินทาระยะเผาขนเรอะ!!!!! ไอ้ลูกหมาเคนนี่ !!!!! " พร้อมกับส้นเท้าซ้ายที่ยกขึ้นแล้วตอกเปรี้ยงลงมาอย่างรวดเร็ว


ห้องเรียนวิชาคหกรรมเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง เพราะทั้งห้องวางไว้ด้วยโต๊ะสำหรับปรุงอาหารถึง 7 โต๊ะ โดยโต๊ะของอาจารย์อยู่ด้านหน้าห้องเรียน และมีโต๊ะ
ของนักเรียนวางอย่างเป็นระเบียบอยู่บริเวณกลางห้อง ใต้โต๊ะทุกตัวมีเตาสำหรับจุดไฟปรุงอาหารพลังออร่าโดยใช้ระบบปิดเปิดสวิตซ์เป็นตัวควบคุม ส่วนที่ว่างที่เหลือเป็นที่สำหรับ
วางวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ทำอาหารอื่นๆ เช่น มีด เขียง ตะหลิว เป็นต้น ด้านหนึ่งมีตู้ขนาดใหญ่สองใบสำหรับเกผ้บอุปกรณ์ทำอาหาร และอีกด้านหนึ่งก็เป็นที่วางเตาอบ 7 เครื่อง
และถัดมาก็เป็นก็อกนำพร้อมอ่างระบายน้ำอีก 5 อันสำหรับใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ล้างมือ ล้างอุปกรณ์ ฯลฯ
เคนนี่นั่งหน้าตาบูดอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง ที่กลางหัวมีรอยปูดอันเบ้อเริ่มที่เกิดจากพลังส้นเท้ามหาศาลของรัซเซลล์ โดยมีไอร่าคอยดูแผลรอยปูดให้ ส่วนเจ้าแอรอนนั้น
นั่งหัวเราะก๊ากอยู่อีกข้างหนึ่ง
ส่วนรัซเซลล์นั้นนั่งอยู่ตรงโต๊ะตรงกลางห้อง อารมณ์ดูจะสงบขึ้นนิดหน่อยเมื่อได้ตอกส้นใส่กบาลของเคนนี่
" เลิกเล่นกันซะที " รัซเซลล์พูดขึ้น " มาคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า "
" ก็รีบๆ ว่ามาเด้ " เคนนี่ว่า
" เออ " รัซเซลล์พูดกระแทกนิดๆ " เจ้าแอรอนเล่าเรื่องของจินดาบพิฆาตแมงมุมให้ฟังแล้วรึยัง " เคนนี่พยักหน้า
" งั้นก็ง่ายเข้า " รัซเซลล์รวบเอาดื้อๆ " ขอเกริ่นนำนิดนึงก่อนแล้วกัน วันนี้ตอนช่วงบ่ายที่ชั้นเข้าไปในเมืองเพื่อไปซื้อเครื่องปรุงอาหารสำหรับสอนนักเรียน... "


รัซเซลล์กำลังกลับมาจากซื้อของสำหรับเตรียมการสอนในวันพรุ่งนี้ สองมือของเขาถือของพะรุงพะรังเต็มไปหมด
" แย่ชะมัดเลยแฮะ มาเป็นอาจารย์เนี่ย " รัซเซลล์บ่นเบาๆ " เหนื่อยชิบเป๋ง ไหนจะต้องตรวจการบ้านเด็ก ไหนจะต้องเตรียมการสอนวันพรุ่งนี้อีก เพราะไอ้สองคนนั่น
ไอ้เคนนี่กับไอ้แอรอน " สีหน้าของรัซเซลล์เต็มไปด้วยความโกรธในทีแรก แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของเด็กๆ ในชั้นเรียนของเขาที่ทำหน้าสนุกสนานเมื่อเขาสอน เขาจำได้ว่าทุกครั้งที่เขา
เล่นท่าแปลกๆ ในระหว่างสอนทำอาหาร หรือพูดจาตลกๆ เด็กนักเรียนทุกคนจะหัวเราะอย่างร่าเริง และเวลาที่ทุกคนกินอาหารที่เขาทำสาธิตให้ดู ทุกคนจะมีสีหน้าที่เต็มไปด้วย
ความสุข
" ...แต่ก็สนุกดีเหมือนกันนะ " รัซเซลล์พึมพำเบาๆ กับตัวเองพร้อมกับยิ้ม
ในตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องของผู้หญิงเสียงหนึ่งก็แล่นเข้ามากระทบโสตประสาทของรัซเซลล์ เขาหันขวับไปมาตามทิศทางเสียงทันที
ตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของบ้านหลังหนึ่ง ก็เป็นบ้านของประชาชนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ จะพิเศษก็แต่มีทหารสมิงกลุ่มหนึ่งนำโดยวอลโด แม่ทัพสมิงแห่ง
กองทัพวอร์เรนเซียกำลังล้อมบ้านอยู่และที่หน้าประตู ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนจังก้าอยู่หน้าบ้านโดยมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกับเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ
ที่กำลังกอดกันด้วยทีท่าหวาดกลัวอยู่ข้างหลัง ชายวัยกลางคนนั้นแม้จะมีท่าทางหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ก็พยายามไม่แสดงท่าทางหวั่นๆ นั้น จ้องตากับวอลโดเขม็ง
" อย่าปากแข็งดีกว่าน่า " วอลโดพูดด้วยทีท่าคุกคาม " สารภาพมาดีกว่าว่าซ่อนตัวเทเรซ่าไว้ที่นี่ "
" ไม่มีคนชื่อนั้นอยู่ที่นี่ " ชายวัยกลางคนตอบอย่างไม่หวั่นเกรงอะไรเลย
" ถ้ามั่นใจขนาดนั้น ก็ลองให้พวกเราค้นบ้านดูหน่อยซิ " วอลโดพูดขึ้น
" ไม่มีทาง " ชายวัยกลางคนตอบหนักแน่น " ถึงพวกนายจะเป็นทหาร ก็ไม่มีสิทธิ์มาค้นบ้านใครตามใจชอบอย่างนี้ "
" งั้นเรอะ " วอลโดทวนคำพร้อมกับยิ้ม***มเกรียม " ก็ได้ ไม่ค้นก็ได้ "
แล้วหันไปหากลุ่มทหารแล้วออกคำสั่งหนักๆ " เผาบ้านหลังนี้ซะ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าใช้ไฟเผาแบบนี้แล้วจะยอมออกมามั้ย "
รัซเซลล์รู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์กำลังแย่สุดๆ แต่เขาก็ไม่สามารถโผล่ออกไปช่วยอะไรได้ เพราะตอนนี้ตนอยู่ในฐานะคนธรรมดา ถ้าออกไปลุยมีสิทธิ์ถูกจับได้ว่าเป็น
สปายสูง ดังนั้นจึงทำได้แค่รอจังหวะเหมาะๆ ช่วยเหลือครอบครัวนี้โดยไม่รู้ตัวเท่านั้น
แต่ระหว่างที่เขากำลังรอจังหวะเหมาะนั่นเอง
วูบ สายลมร้อนสองสายพุ่งแหวกกลุ่มทหารสมิงมา ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือเปลวไฟที่รูปร่างคล้ายหอกสองเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของสมิงสองตัวที่เข้าใกล้บ้านหลังนั้นมากที่สุด
แผดเผาร่างของพวกมันจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ทหารสมิงทั้งกลุ่มหันขวับไปในทิศทางที่หอกไฟทั้งสองเล่มพุ่งมาทันที ที่ตรงนั้น ร่างของจินเจ้าของฉายาดาบพิฆาตแมงมุมยืนอยู่ กำดาบที่มีกระบังดาบ
เป็นรูปแมงมุมมั่นด้วยมือซ้าย ตัวดาบกำลังลุกเป็นไฟสีส้มดูน่ากลัว
" ท่านเทเรซ่าไม่ได้อยู่ที่นี่ " จินกล่าวเรียบๆ แต่แฝงแววคุกคามในน้ำเสียง " กลับไปซะเถอะ วอลโด อย่ามัวมาหาเรื่องเอากับชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องด้วยเลย "
" แล้วถ้าชั้นไม่ทำตามที่นายพูดล่ะ " วอลโดกล่าวพร้อมกับยิ้มที่ดูน่าเกลียดดีชะมัด
" ลืมสัญญาที่แม่ทัพของพวกแกให้ไว้แล้วรึไง " จินทวงถาม " ถ้ายอมจำนนจะไม่ทำร้ายชาวเมือง "
วอลโดนิ่งไป สีหน้ามีแววโกรธขึ้นเต็มที่ เขาหันไปสั่งลูกน้องให้ถอนตัวไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว
หลังวอลโดกับลูกน้องจากไปแล้ว จินก็เก็บดาบแล้วหันมาหาชายวัยกลางคนนั้นพร้อมกับพูด
" เป็นอะไรไหมครับ "
" ไม่เป็นไร " ชายคนนั้นตอบ นัยน์ตามีแววโล่งอก " ห่วงท่านเทเรซ่ามากกว่า ตอนนี้ท่านเทเรซ่าเป็นยังไงบ้าง "
" ตอนนี้ ท่านสบายดีครับ อยู่ที่นั่นพวกนั้นไม่มีทางตามตัวเจอแน่นอน " จินพูด สีหน้าดูเศร้าสร้อย " ผมเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ "
" เสียใจงั้นรึ!!!! " เสียงร้องนี้ดังมาจากภรรยาของชายเจ้าของบ้านนั้น เธอจ้องมองมาที่จินด้วยสายตาโกรธแค้น " ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ก็
ลองทำอะไรที่มากกว่าพูดว่าเสียใจให้ดูก่อนสิ!!!!!! "
" มีร่า!!!! อย่าพูดแบบนั้นนะ!!!! " ชายเจ้าของบ้านตวาดดังลั่น แล้วหันกลับไปขอโทษจินเป็นการใหญ่
" ไม่เป็นไร ช่างเถอะ " จินพูดเบา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป สีหน้ายังคงมีแววเสียใจปรากฏอยู่ พยายามไม่ฟังเสียงทะเลาะกันของสองสามีภรรยาและเสียงร้องไห้
ของเด็กชายที่อยู่เบื้องหลัง


" จากที่แกเล่ามานี่แปลว่าจินรู้ที่ซ่อนของเทเรซ่างั้นใช่มั้ย " แอรอนถามหลังจากที่รัซเซลล์เล่าจบแล้ว
" ใช่ " รัซเซลล์พูด
" เกริ่นมาตั้งนาน พูดแค่นี้เองเรอะ " เคนนี่พูดอย่างหัวเสีย " งั้นของถามอะไรหน่อยเหอะ แกรู้ว่าจินรู้ที่ซ่อนของเทเรซ่า แล้วแกจะทำยังไงให้จินพาไปที่ซ่อนของเทเรซ่า
ล่ะ จะเล่นง่ายๆ อย่างเดินเข้าไปหาหมอนั่น มอบช่อดอกไม้ให้พร้อมกับคุกเข่าขอร้องว่า 'ได้โปรดพาผมไปหาท่านเทเรซ่าที' งั้นเรอะ "
" คอยดูชั้นเหอะน่า เคนนี่ " รัซเซลล์กล่าวด้วยท่าทางมั่นใจ " ก่อนอื่น ตอนนี้กี่โมงแล้ววะ "
เคนนี่เดินไปที่หน้าต่าง เปิดออกแล้วยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองขึ้นไปดูดวงจันทร์บนฟ้าครู่หนึ่งก็หันไปบอกกับรัซเซลล์
" ราวๆ ตีสองสี่สิบห้าแล้วมั้ง "
" โป๊ะเชะ " รัซเซลล์ร้องออกมาอย่างยินดี " ได้เวลาแล้ว สหายทั้งหลาย ตามข้าพเจ้ามา "
แล้วก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เดินอาดๆ ออกไปจากห้องทันที เล่นเอาพวกเคนนี่ลุกขึ้นเดินตามแทบไม่ทัน
" อย่าลืมปิดไฟนะ " รัซเซลล์หันมาสั่งก่อนจะเดินออกไป


ทั้งสี่คนเดินออกจากห้องเรียนมาหยุดที่หน้ามุขทางเข้าด้านหน้าของตึกเรียน ซึ่งมืดมากเพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว
" เล่นตลกอะไรของแกวะ รัซเซลล์ " เคนนี่ถามอย่างหงุดหงิด " เดี๋ยวเรียกมากที่ห้องเรียนคหกรรมแล้วอยู่ๆ ก็เปลี่ยนที่ให้ออกมาตรงนี้ พวกชั้นง่วงเหมือนกันนะโว้ย "
รัซเซลล์ไม่ตอบ แต่กลับทำสีหน้าเหมือนจับอะไรบางอย่างได้แล้วร้องออกมาเบาๆ ว่า " หลบเร็ว "
สีหน้าจริงจังของรัซเซลล์ทำให้ทุกคนตื่นตัว รีบวิ่งเข้าหาที่กำบังใกล้ๆ ตัวซึ่งส่วนใหญ่เป็นพุ่มไม้เล็กๆ แต่ก็พอให้คนหลบซ่อนได้
" กำบังจิตไว้ด้วย " รัซเซลล์เตือนเบาๆ ทุกคนรีบทำตามทันที
เคนนี่หันไปหารัซเซลล์ มองเหมือนจะจะถามว่ามีอะไร ซึ่งรัซเซลล์ก็ชี้นิ้วไปตรงบันไดทางขึ้นโรงเรียนแทนคำตอบ และเมื่อเคนนี่มองลอดช่องว่างเล็กๆ ของกิ่งไม้ไปนั้นก็ต้อง
ตะลึง
ที่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดสีส้มพร้อมผ้าโพกหัวสีเหลืองร่างหนึ่งยืนอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นจิน องครักษ์ของเทเรซ่าแน่นอน แต่ว่าเขามาทำอะไรที่โรงเรียน
ในเวลากลางดึกเช่นนี้
" หมอนั่นมัน จินนี่นา " เคนนี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ
" ใช่ ไม่ผิดหรอก " รัซเซลล์ยืนยัน
" แล้วกลางดึกอย่างนี้ หมอนั่นมาทำอะไรในโรงเรียน " ไอร่าถามขึ้นมา
" ชั้นเองก็ไม่รู้ " รัซเซลล์ตอบ " ถึงต้องตามไปดูให้รู้ไง "
เคนนี่ แอรอน ไอร่า และรัซเซลล์ต่างหันมามองหน้ากัน ยิ้มให้กันโดยมิได้นัดหมาย แล้วอยู่เฉยๆ เพื่อรอให้จินเดินผ่านไปก่อน
จินเดินผ่านพ่มไม้ที่ทั้งสี่คนหลบอยู่ไปโดยไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่นิดว่าข้างหลังพุ่มไม้นั้นมีสมิง 4 คนกำลังจ้องจะเคี้ยว เอ๊ย!! จ้องจะสะกดรอยตามอยู่
และเมื่อจินเดินเข้าไปในประตูโรงเรียนแล้ว เคนนี่ แอรอน ไอร่า และรัซเซลล์ก็อยู่เฉยๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกจากที่ซ่อน แล้วสะกดรอยตามจินไปทันที

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

จาก : Dark Master - 25/10/2000 17:47

ข้อความ : เรื่องยังยาว คุ้มค่าการอ่านอยู่เหมือนเดิม เอาใจช่วย .....

จาก : Johnny - 26/10/2000 12:19

ข้อความ : @_@ ลายตาไปหมดแหล่ว เยอะเจงๆ

จาก : Zell - 26/10/2000 14:58

ข้อความ : สนุกจริงๆ นี่เป็นฟิกที่ผมชอบที่สุดเลยนะเนี่ย(พูดจากใจจริงนะ)

จาก : Kaiser Dragon - 26/10/2000 17:27

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1