|
หัวข้อ : Mind :10: ปะทะ!! ข้อความ : = 02/10/0060 9:30 pm. = - จังค์ฟรอนเทียร์ - ...มนุษย์ มนุษย์ทุกคนต่างก็มีทางเดินของตน แต่ละคนต้องการที่จะเดินบนทางที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ จะมีซักกี่คนที่ไม่คิดอย่างนั้นบ้างนะ แล้วนี่เราควรจะทำอย่างไรดี เรื่องประหลาดพวกนี้มันนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ......ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เซ็นทรัลฟอร์ด หรือว่าตั้งแต่เรากำเนิดมา หึ ชะตากำหนดรึ...น่าเบื่อจริงๆ คนส่วนมากมักคิดว่าสิ่งที่ตนทำไปล้วนแล้วเป็นชะตาที่กำหนดมา...แล้วใครล่ะที่เป็นคนกำหนด จะบอกว่าในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ใครบางคนกำกับขึ้นมารึ น่าขำ แต่ละคนสมควรจะกำหนดชีวิตของตนขึ้นมาไม่ใช่รึ ถ้าเช่นนั้นเราควรจะทำอย่างไรดี... ตอนนี้คริสและอายาโกะก็ไปแล้ว เหลือแต่ลีออนกับโมรินั่งอยู่ในรถที่ขับมาซ่อนไว้ภายในตึกร้างแห่งนี้ ตอนนี้ลีออนกำลังคิด เขากำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรดี จะอยู่ที่นี่ต่อไปตามคำสั่งของคริส หรือจะออกไปสู้พร้อมกับพวกเขา ถ้าเขาเลือกอย่างหลัง แน่นอนว่าต่อไปชีวิตของเขาคงไม่เป็นอย่างที่เคยแน่นอน แต่ทำไมเขาต้องสนมันล่ะ ในเมื่อที่ผ่านมามันช่างแสนจะน่าเบื่อ แต่จะออกไปสู้กับพวกผู้ก่อการร้ายตามคำเชิญของคริสรึ จะเอาอะไรไปสู้ในเมื่อตัวเองเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบห้าคนนึงเท่านั้น ยังต้องเรียน(ถึงแม้ว่ามันจะจบไปแล้วก็เถอะ) ยังต้องค้นหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง(ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยต้องการก็เถอะ)...เขากำลังคิดอยู่ภายในรถที่จอดสงบนิ่งเพื่อหลบซ่อนจากผู้ร้ายในขณะที่ผู้ที่สามารถปกป้องเขาได้กำลังออกไปสู้ เวลาเดียวกัน ไม่ไกลนักจากตัวรถ ภายใน Hoverjet ยานพาหนะที่ใช้ในยามสงคราม ชายสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำเหมือนกันสองคนที่อยู่ภายใน คนหนึ่งชื่อ"วอเร็น"กำลังนั่งกระวนกระวายด้วยความกระหาย ส่วนอีกคนชื่อ"คีแกน"กำลังสั่งการพลขับทั้งสองอย่างใจเย็น ทั้งสองคนนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้ามองกันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว แทบจะไม่น่าเชื่อว่าทั้งคู่จะเข้าขากันได้ เมื่อฝ่ายหนึ่งเลือดร้อนและดูโรคจิตจนอีกฝ่ายหนึ่งต้องคอยห้ามไว้ แต่ในความแตกต่างนี้ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ไปกันได้ด้วยดี... "ดีมาก ลอยตัวขึ้น" คีแกนสั่งเมื่อได้รับการรายงานของพลขับ "ท่านครับ มันกำลังดิ่งลงมาครับ" "ว่าไงนะ!!" ทางด้านอายาโกะที่กำลังยืนอยู่บนขอบตึก เมื่อเธอเล็งเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเธอก็สูดลมหายใจเข้า ถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วกำเหล็กเส้นที่ใช้แทนดาบไว้แน่น เธอยืนตั้งสมาธิสักครู่แล้ววิ่งออกตัวไปข้างหน้า กระโดด แล้วเล็งตัวเองไปที่กลางลำของเป้าหมายที่กำลังลอยนิ่ง "แย่ล่ะ!! เดินหน้าเต็มตัว!" คีแกนตะโกนสั่ง แต่สายไป อายาโกะเงื้อเหล็กเส้นที่เก็บมาเมื่อครู่ขึ้น รวบรวมพลังของเธอไปที่มัน แล้วฟาดไปที่กลางลำ \ "ท่าไม้ตาย"! "เพลงดาบสังหาร"!! "เขี้ยวราชสีห์"!!! / ฉับพลัน Hoverjet ทั้งลำกลับถูกผ่าออกเป็นสองซีกระเบิดกลางอากาศกลายเป็นกองไฟร่วงลงสู่ด้านล่าง "ฟู่ หนักมือไปไม๊เนี่ย" อายาโกะพูดพลางปัดฝุ่นออกจากตัว "ไม่หรอกมั๊ง แค่นี้เอง" คริสพูดพร้อมเดินออกมาจากตึกด้านข้าง "ฮี่ๆๆ ที่แท้ก็พวกแกเองงงงงงงงงงงเรอะ" เสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจของวอเร็นดังออกจากกองไฟ "!!" "ยังไม่ตายอีกหรือเนี่ย" อายาโกะพูดด้วยความประหลาดใจ "นั่นสิ ไอ้หมอนี่มันอึดจนน่ารังเกียจจริงๆ" คริสพูดพร้อมกับขึ้นไก "นี่นายไปก่อความแค้นกับไอ้คนน่ารังเกียจพรรค์นี้รึ" อายาโกะพูดพร้อมแสดงความสงสารแก่คริส "ก็นะ...ซวยจริงๆเลย" คริสก็ทำท่าเวทนาตัวเองเช่นกัน "นี่คริส ไอ้คนเสียงยานน่ารังเกียจนี่นายจัดการเองก็แล้วกันนะ" "ไหงงั้นล่ะ" คริสเกี่ยง "ก็ฉันไม่อยากยุ่งกะคนอย่างนั้นนะสิ!!" อายาโกะทำท่างอแง "แล้วทำไมฉันต้อง...." "พออออออ พอแล้ว! พวกกกกกกกกกกกกแกต้องตายยยยยยยยยยอยู่ที่นี่แหละว้อยยยยยยยยยยยยยย" วอเร็นพุ่งเข้าหาทั้งสองด้วยความโกรธ ทำให้ทั้งสองต้องเปลี่ยนทีท่าเป็นเอาจริง "ชิ เอางั้นก็ได้" คริสยิงปืนต้านเอาไว้พร้อมกับวิ่งหลบไปอีกทาง ส่วนอายาโกะพุ่งเข้าหาตัวมัน "เฮี้ย------------ ฮะ ฮ่าๆๆๆ ข้าจะฆ่าพวกแก--------------" วอเร็นตะโกนก้องพร้อมกับปล่อยลูกพลังทั้งสิบสองออกมา "อะไรเนี่ย!" อายาโกะถูกลูกพลังกระแทกออกมา "พลังของมัน อะไรก็ไม้รู้นะ แต่ดูท่าจะเป็นลูกพลังที่หมุนวนรอบตัวมันอย่างอิสระ" คริสวิเคราะห์ "อย่างนี้ก็ทำได้ทั้งรุกรับพร้อมกันนะสิ" "ก็ไม่เป็นอย่างนั้นซะหมดหรอก" คริสหยุดพูดแล้วยิงปืนต่อ "ชิ กระสุนไม่เข้าใกล้ตัวมันเลย" คริสสบถเมื่อเห็นว่าลูกกระสุนที่รัวไปถูกลูกพลังป้องกันไว้ "ถ้างั้นคงมีแต่ต้องประชิดมันเท่านั้นสิเนี่ย" "ก็คงงั้นแหละ แต่จะฝ่าไอ้ลูกพลังนั่นเข้าไปได้หรือ คริส" "แค่นั้นน่ะ ของกล้วยๆ แต่เธอช่วยล่อมันไปก่อนได้ไม๊" "หา! ไหงงั้นล่ะ" "เอาเถอะน่า" ถึงแม้คำตอบที่ได้จะไม่ชัดเจน แต่ด้วยความเชื่อใจในตัวคู่หูของตัวเองทำให้อายาโกะทำตามที่เขาว่าอย่างไม่ลังเล เธอกระโจนไปดักหน้าวอเร็นแล้ววิ่งวนไปรอบๆมันโดยแสร้งทำเป็นโจมตี โดยมีคริสยิงเบนความสนใจเป็นระยะ "เสร็จแล้วต้องเลี้ยงข้าวชั้นมื้อนึงนะ" "เปลี่ยนเป็นไอศกรีมถ้วยเดียวได้ไม๊" คริสต่อรอง "เป็นอันว่าตกลง!!" "ฮี่ๆๆ น้องงงงงงงสาวถ้าอยากกกจะกินไอติมก็กินนนนของงงงพี่ก็ด้ายยยยยยยน้า" วอเร็นแสดงสีหน้าโรคจิตเต็มที่ "ยี้ ใครอยากจะไปกับคนโรคจิตอย่างนายกัน" อายาโกะตอบแบบตัดเยื้อใยขณะกระโดดไปรอบตัวมัน "หนอยยยยยยย--- ยัยอวดดี พูดดดดีหน่อยยยม่ายยยด้ายยยยยนะ" วอเร็นระเบิดพลังออกมาพร้อมกับขยายวงโคจรและเพิ่มความเร็วให้แก่ลูกพลัง ทำให้อายาโกะที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศถูกลูกพลังอัดเข้าเต็มรัก "โอ้ย---" อายาโกะถูกสอยร่วงลงมาจากกลางอากาศ ตอนนี้เธออยู่ในวงล้อมของวอเร็นเสียแล้ว "ทีนี้เปลี่ยนจายยยยยยยจา------ไปกาบบบบบบบพี่รึยางงงงงง" มันเดินเข้าใกล้อายาโกะที่นอนกองอยู่ช้าๆ "อึก อย่างนี้ไม่ดีแน่ ไม่ดีมากๆด้วย" เธอพยายามกระเถิบร่างของเธอออกห่าง \ คริส--------------!!! / เธอตะโกนสุดเสียงที่เธอมี "รู้แล้ว!!" ชายหนุ่มผมเงินพุ่งเข้าหาตัววอเร็นทันที "ฮิๆฮี่ น้ามมมหน้าอย่างงงแกคิดดดดจาฝ่าเข้ามาง้านเร้อ------" วอเร็นหันไปทางคริสพร้อมเปลี่ยนวิถีลูกพลังไปโจมตีคริส "น้องงสาววววว ราววมาสนูกกกกกานนต่อดีก่า-------" มันหันกลับมาหาอายาโกะอีกครั้ง "ถ้าแกคิดว่าเขาทำไม่ได้ก็คิดผิดซะแล้วนะ" อายาโกะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจแล้วชี้ไปทางคริส ซึ่งนั่นก็ทำให้มันหันไปดูภาพที่มันไม่อยากเชื่อ มันเป็นภาพของชายหนุ่มผมสีเงินกำลังฝ่าด่านลูกพลังที่แสนภูมิใจของมันเข้ามาเรื่อยๆ เริ่มแรกเขาเบี่ยงตัวหลบในด่านแรก แล้ววิ่งฝ่าด่านที่สองอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดพลิกตัวในด่านที่สาม จากนั้นเขาก้มตัวเล็กน้อยเพื่อฝ่าด่านที่สี่ แล้วตีลังกาผ่านด่านที่ห้าก่อนจะพุ่งฝ่าด่านที่หกถึงแปดรวดเดียว แล้วใช้มือยันตัวขึ้นมาเพื่อหลบด่านที่เก้า พลิกตัวอีกรอบฝ่าด่านที่สิบก่อนจะใช้มือดีดตัวเองฝ่าด่านที่สิบเอ็ด แล้วพลิกตัวอีกทีผ่านด่านสุดท้ายมาประชิดตัวมันในชั่วพริบตา "กะ กะ กะ แก" วอเร็นเหวี่ยงหมัดขวาไปที่หน้าคริสแต่ถูกคริสจับไว้ได้แล้วถูกปัดขาจนล้ม จากนั้นคริสก็เอามือบีบกรามมันไว้ "เฮ่ย! รู้ไว้ซะนะ ไอ้ลูกพลังงี่เง่าของแกน่ะ ถ้าแค่จับวิถีโคจรมันได้แค่นั้นก็ฝ่าเข้ามาได้แล้ว ไอ้โง่ มีอะไรจะพูดไม๊" คริสเอามือที่บีบกรามไว้ออก "ตะ ตะๆ แกตายยยยยยยยยยยย-----!!" มันบีบวงโคจรลูกพลังของมันมาเข้าใกล้ตัว แต่ช้าไป "เออ ใช่ เสียงยานๆทุเรศของแกน่ะ มันโคตรจะน่ารำคาญเลยว่ะ" คริสบรรจงเอาปืนยัดใส่ปากของวอเร็นแล้วประเคนกระสุนให้จนหมด "สุดท้ายแกก็เป็นได้แค่ไอ้บ้าตัวนึงเท่านั้น ลาขาดว่ะ" ในระหว่างที่พวกคริสกำลังสู้อยู่กับวอเร็นที่ด้านนอกตัวตึก ทางด้านลีออนที่รออยู่ภายในรถ ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้ว ด้วยความต้องการที่อยู่ภายในใจส่วนลึกที่สุด เขาเริ่มลงมือค้นรถของคริสเพื่อหาอาวุธ แล้วเขาก็ได้ปืนพกมาจากกล่องที่เก็บไว้หลังรถ "เอาล่ะ ได้แล้ว" ลีออนเหน็บปืนไว้ที่ข้างเอว ขยับหมวกให้เข้าที่แล้วลงจากรถ "ค..คุณหนู จะไปไหนหรือครับ" โมริพยายามจะรั้งลีออนไว้ "เดี๋ยวฉันจะกลับมา รออยู่นี่นะ โมริ" "แหมๆ ทำอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ คุณหนู" เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของตึกร้างพร้อมกับการปรากฎร่างของชายผมสั้นสีน้ำตาลในเสื้อโค้ทยาวสีดำนาม "คีแกน" "ก..แกคือ" แม้เป็นการพบกันครั้งแรกแต่ลีออนก็รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตร "ชั้นชื่อ คีแกน รู้แค่นั้นคงจะพอแล้วนะ ส่วนเพื่อนชั้นอีกคนชื่อ วอเร็น ตอนนี้เขาติดธุระอยู่เลยมาไม่ได้" "หมายถึงไอ้โย่งโรคจิตนั่นนะหรือ" "จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ เจ้าหมอนั่นน่ะ นิสัยมันแย่มากเลยรู้ไม๊ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็เป็นเพื่อนชั้นอยู่ดี เพราะงั้น เจ้าหนู ต่อไปห้ามเรียกมันอย่างนั้นอีก เข้าใจนะ" คีแกนยิ้มให้แต่ลีออนก็ยังไม่วางใจอยู่ดี "เข้าใจแล้วๆ เอาเป็นว่าพวกชั้นขอโทษก็แล้วกันนะที่เสียมารยาทกับเธอไป คือว่าพวกชั้นได้รับคำสั่งมาให้เชิญเธอไปพบกับหัวหน้าพวกชั้น แต่ว่าก็อย่างว่านะ เจ้าวอเร็นมันนิสัยหยาบคายมาก มันก็เลยทำอะไรรุนแรงไปบ้าง เธอก็อย่าถือโทษมันเลยนะ" "หัวหน้าพวกแก อีนิคม่า นะหรือ" ลีออนถาม "เขาน่ะ เป็นคนสั่งการ แต่ไม่ใช่หัวหน้าหรอก แล้วเธอจะว่าไงล่ะ จะรับคำเชิญจากชั้นไม๊" "ถ้าตอบว่า"ไม่"ล่ะ" ลีออนเตรียมชักปืนออกมา "เพราะงั้นเขาถึงเรียกชั้นมาไงล่ะ" คีแกนยิ้มอย่างเย็นชาก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้า ด้วยสัญชาติญาณของการป้องกันตัวทำให้ลีออนชักปืนออกมา แต่เขาต้องประหลาดใจเมื่อมันกลับไปอยู่ในมือของคีแกน "เซอไพรซ์!! เอาคืนไป" คีแกนควงปืนรอบก่อนจะโยนมันคืนลีออน "หลอกเล่นน่ะ" คีแกนทำหน้าระรื่นก่อนจะทำท่าคว้าของจากกลางอากาศ แล้วปืนก็กลับมาในมือเขาอีกครั้ง ส่วนลีออนก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม "หึๆๆ หนูน้อยคงจะประหลาดใจสินะ" คีแกนทำท่าเหมือนนักมายากลที่กำลังแสดงบนเวที "เอาเป็นว่า เมื่อสมัยก่อนตอนที่ชั้นมาที่เมืองนี้ใหม่ ชั้นเคยคิดว่าชีวิตนี้ช่างจืดชืดเสียจริง เช้าตอกบัตรเข้างานเสร็จแล้วเย็นก็กลับบ้าน" คีแกนอธิบายพลางคว้าของออกจากกลางอากาศเรื่อยๆ "จนมาวันหนึ่ง บริษัทที่ชั้นทำงานอยู่เกิดเจ๊งขึ้นมา ชั้นเลยต้องอัปเปหิตัวเองมาอยู่ที่นี่ จังค์ฟรอนเทียร์แห่งนี้ ก็อย่างว่า คนมันไม่มีงานทำ จนแล้วจนรอดเลยต้องผันตัวเองมาเป็นขโมย หึๆ ตอนแรกก็เล็กๆน้อยๆ ต่อมาก็กลายเป็นจี้ปล้นยกเค้าไป แล้วมาวันหนึ่งชั้นก็พบว่าตัวเองมีความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไป" "ชั้นเรียกความสามารถตัวเองว่า "มือมายากล" ดูนี่นะ" คีแกนแบมือทั้งสองไว้ระดับเดียวกับใบหน้า "จากมือที่ว่างเปล่าทั้งสองกลายเป็น" เขารวบมือทั้งสองอย่างรวดเร็ว "หมวกใบหนึ่ง!" คีแกนแบมือทั้งสองออกปรากฎหมวกสีดำใบที่ลีออนสวมอยู่กับหัวเขา และนั่นทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย "เอาคืนมานะ!" "แหม---- ใจเย็นๆสิครับ คุณลูกค้า" คีแกนถอยไปสองสามก้าวแล้วโยนหมวกคืนให้ลีออน "ก็อย่างที่เห็นนะ ความสามารถของฉัน มันทำให้ฉันจิ๊กอะไรมาก็ได้ หรือแม้แต่ใครซักคน" คีแกนขยับมืออย่างรวดเร็ว คราวนี้มีร่างของโมริติดมือเขามาด้วย "โมริ!!!" "ค..คุณหนู" "ก็อย่างที่เห็นนะ คุณหนู เมื่อองค์กรเล็งเห็นความสามารถของฉัน เขาก็ส่งคนมารับตัวชั้นไป คราวนี้เขามองเห็นความสามารถของเธอ เขาจึงให้ชั้นมารับตัวเธอไปไงล่ะ" คีแกนคว้าเอามีดมาจ่อที่คอของโมริ "ทีนี้ก็อยู่กับคำตอบของเธอแล้วล่ะนะ ลีออน" คีแกนลากเสียงพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็น ...องค์กรเล็งเห็นความสามารถของฉันงั้นรึ หมายความว่าเจ้าพวกนี้คงกำลังรวบรวมผู้ใช้พลังจิตสินะ หมายความว่าชั้นเองก็มีความสามารถที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่าเจ้าหมอนี่สินะ...ไม่ได้ๆ อย่าเพิ่งหลง ตอนนี้เราต้องคิดวิธีช่วยโมริก่อนสิ...จะทำอย่างไรดี "พลัง" ใช่แล้ว "พลัง" ในเมื่อเราและมันต่างก็มี "พลัง" อย่างที่ว่า ถ้างั้นเราคงจะพอสู้มันได้...แต่ "พลัง" ของเราคืออะไรกันล่ะ เท่าที่ลองมาเราก็ทำได้แค่เคลื่อนที่สิ่งของด้วย "พลัง" เท่านั้น ถ้างั้นจะทำอย่างไรดี...หึๆ ประหลาดดีนะ รู้สึกว่าวันนี้จะไม่ "น่าเบื่อ" อย่างที่คิดแล้วซะอีก... "เอาล่ะ ว่ามา เธอจะเอายังไง ลีออน" คีแกนเอามีดจิ้มที่คอโมริ ทันใดนั้นเองเขารู้สึกได้ว่ามีพลังบางอย่างบีบแขนเขาไว้ "อย่างที่นายว่าล่ะนะ พวกของนายรู้ถึง "พลัง" ของชั้น "พลัง" ที่ตัวชั้นเองยังไม่รู้" "ถ้างั้นชั้นของลอง "พลัง" ของชั้นกับนายดูแล้วกัน" ลีออนเพ่งพลังจิตของเขาไปที่แขนของคีแกนเหมือนกับตอนที่เขาใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ พร้อมๆกันนั้น แขนข้างนั้นของคีแกนก็ค่อยๆบิดจนหมุนรอบ "อ๊าคคคคคคคคค--------------- ห..ให้ตายสิแก ไอ้หนู" คีแกนร้องอย่างเจ็บปวด ตอนนี้เขาเลือดขึ้นหน้าแล้ว "เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะก็..." มันคำรามด้วยใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ตายยยยยยยยยยยยยยย----------------" ตรงนี้เองที่ทำให้คู่ของคีแกน และวอเร็นลงตัวกันอย่างที่สุด ทั้งคู่เหมือนกัน โหด***ม และอาฆาตเป็นที่สุด พวกมันไม่เคยละเว้นใครที่มาทำร้ายมัน ตอนนี้แม้แต่เป้าหมายที่ให้มาเอาตัวลีออนไป พวกมันก็ลืมจนสิ้นแล้ว คิดแต่หนทางจะจัดการศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น "ฮื่อ------- ย๊าคคคคคคคคคคค" คีแกนเปล่งพลังออกมาแล้วเดินผละออกจากตัวโมริ เดินตรงไปหาตัวลีออน มันพุ่งเข้าหาตัวลีออนหมายจะหักคอเสีย แต่ลีออนหลบได้ แต่เขาลืมความสามารถของมันไป มันทำท่าคว้าคอลีออนที่ยืนห่างออกไปแล้วร่างของลีออนก็ติดมือมันมา "แกหนีไม่พ้นหรอก" มันขบฟันด้วยความกระหายเลือดแล้วเตรียมจะหักคอลีออนที่มันคว้ามาได้ "เออว่ะ แกหนีไม่พ้นหรอก" ลีออน เอาปืนยิงพลุที่ซ่อนไว้ออกมายิงใส่ตัวคีแกน กระสุนควันกระแทกใส่ร่างมันอย่างจัง ลีออนฉวยจังหวะนี้สะบัดหลุดจากมือมันออกมาก่อนที่กระสุนจะระเบิดเป็นควันทึบสีขาว "แม่งเอ๊ย------- มึงอยู่ไหนวะ ไอ้เด็กเวร!!!" คีแกนยิ่งเดือดขึ้นไปอีก มันควานหาในหมอกควันไปทั่วแต่ก็ไม่ได้ผล เมื่อหมอกควันจางลงตัวลีออนกับโมริก็หายไปแล้ว "อย่าให้เจอตัวนะมึง!!!" คีแกนอาละวาดไปทั่ว มันใช้ปืนที่ยึดมาจากลีออนยิงมั่วอย่างไร้เป้าหมาย ...อย่างที่คิดไว้ ความสามารถมันมีข้อจำกัดอยู่จริงๆ สิ่งที่มันจะคว้าไว้ได้นั้น มันจะต้องรู้ที่อยู่ที่แน่นอนของสิ่งนั้นเสียก่อน ถ้าไม่งั้นมันคงจะคว้าเรามาตั้งแต่เริ่มการไล่ล่าแล้ว...แล้วที่นี้จะทำอะไรต่อดี หนีไปขอความช่วยเหลือ หรือจะจัดการมันต่อดี... "อยู่ที่นี่นะ โมริ" ลีออนสั่งไว้ก่อนจะออกจากที่ซ่อน "แต่ คุณหนูครับ ผมว่าเราไปขอความช่วยเหลือจากคุณคริสก่อนเถอะครับ" โมริแนะนำด้วยความเป็นห่วง "...ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก โมริ ฉันจัดการมันได้แน่" ลีออนยิ้มบางๆที่มุมปากก่อนที่จะไป "อยู่ไหนวะ!!!!" คีแกนยังคงอาละวาดต่อ แม้ตอนนี้กระสุนจะหมดแล้ว มันก็ยังใช้แขนขาของมันอาละวาดต่อจนฝุ่นคลุ้งไปหมด "แฮ่กๆๆ แฮ่กๆ ไม่ได้ๆ จะฆ่ามันไม่ได้" เมื่อได้อาละวาดไปซักพัก สติก็เริ่มจะกลับมา "แย่ล่ะ ถ้ามันหนีไปแล้วจะทำไงดี" คีแกนเริ่มวิตก เพราะถ้าเกิดลีออนหนีไปได้แล้ว เรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่ แต่ว่าเขาต้องแปลกใจไม่น้อย เมื่อเด็กชายที่หลุดรอดไปแล้วกลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง "ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นไม่หนีไปไหนหรอก" ลีออนพูดด้วยความกล้าที่มีเพิ่มขึ้นมา เมื่อรู้ว่าอย่างไรแล้วคีแกนก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้ "อุตส่าห์รอดไปแล้ว ก็ยังจะกลับมาอีกนะ คุณหนู" ตอนนี้อารมณ์ของคีแกนกลับมาสงบดังเดิมแล้ว "คราวนี้ชั้นไม่ยอมพลาดอีกหรอก!!!" คีแกนทำอย่างเดิม แต่ลีออนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขารีบออกตัววิ่งเข้าหาตัวคีแกนอย่างรวดเร็ว ทำให้คีแกนใช้ความสามารถไม่ได้ผล ลีออนรีบเข้าไปอัดที่แขนขวาที่บาดเจ็บอยู่ของคีแกนก่อนจะล้มขัดขาแล้วพลิกตัวใช้ศอกกระทุ้งที่หน้าท้อง ' ได้ผลไม๊ ' ลีออนคิดพร้อมกับลุกขึ้น "หนอย แก!!" คีแกนดีดตัวขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่เดือดขึ้นมาอีกนิด "ชิ ถ้างั้น" ลีออนพุ่งเข้าเตรียมตะลุมบอนทันที เพราะอย่างไรเสียเขาย่อมได้เปรียบกว่าคีแกนที่เหลือมือเพียงข้างเดียว เขาพุ่งงเข้าชนที่หน้าท้องก่อนจะรัวหมัดเข้าใส่ แล้วกระโดดเตะเสยปลายคาง แต่คีแกนใช้แขนกันไว้ได้ จากนั้นมันก็ใช้ความสามารถคว้าตัวลีออนเข้าใกล้แล้วซัดหมัดเข้าที่ท้องจนลีออนถึงกับจุก "ทีนี้จะไปกันได้หรือยัง" คีแกนพยายามสะกดอารมณ์ที่เดือดพล่านอยู่เต็มที่ "แค๊กๆ เรื่องอะไรชั้นต้องไปกับแกเล่า" ลีออนจ้องหน้ามันด้วยสายตาที่ยังไม่ยอมแพ้ ทำให้คีแกนกลับเดือดขึ้นมาอีกครั้ง "ถ้างั้นแกก็อย่าอยู่เลย----- ไอ้หนู" คีแกนคว้ามีดออกมาเตรียมจะกระซวกลีออน \\ ฉัวะ!!! // สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เสียงของมีดเล่มคมเฉือนเข้าที่ท้อง เลือดสาดกระเซ็น พร้อมกับร่างที่ล้มลงของชายวัยกลางคนชาวเอเซียที่คอยรับใช้ลีออนมาตลอด เขาคือชายผู้มีนามว่า "โมริโอะ จูโซ" โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อที่ชายผู้นี้เห็นนายน้อยของตนตกอยู่ในอันตราย ร่างของเขาก็ตอบสนองอย่างเฉียบพลัน เขาพุ่งออกจากที่ซ่อนที่นายน้อยของเขาต้องการให้เขาอยู่ที่นั้น แต่คราวนี้เขาจำต้องขัดคำสั่งนั้นด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความเป็นห่วงกับเด็กชายที่เขาดูแลมาตลอดตั้งแต่ที่เขากำเนิดมา เขารี่ไปหานายน้อยด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ และเอาตัวเข้ากันมีดที่กำลังจะเข้าถึงตัวของนายน้อยของเขา "โมริ-------------------------------!!" ลีออนร้องสุดเสียง เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ มันเป็นเพียงชั่วพริบตาที่เขาเห็นชายที่คอยทำหน้าที่แทนบิดาแทนมารดา คอยดูแลเขาในทุกสิ่ง ชายที่รู้จักเขามาตั้งแต่กำเนิด ชายที่เอาตัวเข้ากันเขาจากอันตรายที่เกิดจากความดื้อรั้นของเขา ถ้าเพียงเขาหนีไป สิ่งเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น เขาโกรธ เขาโมโหในความอวดดีของตัวเอง "โมริๆ ฮือๆ ฮึ่ย--------ย แก!!" ลีออนระเบิดความโกรธออกมาเป็นพลังมหาศาลที่พัดพาเอาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าไปกระแทกกำแพงตายคาที่ "ค...คุณหนู" "โมริ" "คุณหนู...ผ...ผม" "อย่าพูด อย่าพูดอีกเลย" ลีออนฉีกเสื้อของโมริออกเห็นแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้อง "ผม..ดีใจ....ผมดีใจที่คุณหนู..ม..ไม่เป็นอะไร" เสียงที่กระท่อนกระแท่นของโมริสิ้นสุดเพียงเท่านี้พร้อมกับหนังตาที่ปิดลง ตอนนี้โมริเหลือแต่เพียงลมหายใจที่รวยรินเท่านั้น "โมริ โมริ ห้ามตายนะ ฉันขอสั่ง ห้ามตายเด็ดขาด!!" ลีออนเริ่มมองหาของที่พอจะใช้การได้ ใช่แล้ว! ตัวเขาเรียนแพทย์มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาจะไม่ยอมสูญเสียอีกแล้ว "ก..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" คริสและอายาโกะรีบวิ่งมาดูหลังจากได้ยินเสียงปืน "รถพยาบาล รีบเรียกรถพยาบาลมาเร็วเข้า!" ลีออนตะโกน เมื่อได้ยินดังนั้นคริสจึงรีบนำโทรศัพท์ออกมาทันที = 02/10/0060 11.55 pm. = - โรงพยาบาล เซ็นต์ออกัสติน มาริเนอร์ซิตี้ - ...สัจธรรมของชีวิต ทุกสิ่งที่กำเนิดมาล้วนแล้วแต่ต้องมีวันดับสูญ ไม่ช้าก็เร็ว ไร้สิ่งใดที่จะมาขวางกั้นได้.....ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด หรือฉลาดเพียงไหน สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านเท่านั้น...ที่เราพอจะทำได้คงเป็นเพียงเฝ้าคอยภาวนาอ้อนวอนอย่าให้ "ความตาย" ย่างกรายมาสู่เรา หรือคนใกล้ชิดเลย... ท่ามกลางกลางดึกที่เงียบสงัด ภายในโรงละครแห่งชีวิตที่มีชื่อว่า "โรงพยาบาล" ภายในหนึ่งในห้องพักผู้ป่วยที่อยู่ทางตึกฟากตะวันตกของโรงพยาบาลนี้ ชายวัยกลางคนที่ชื่อ "โมริโอะ จูโซ" กำลังนอนอย่างสงบ ท่ามกลางอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า เขาเพิ่งรอดพ้นจากความตายมา ตอนนี้ ชีพจร ความดันเลือด รวมทั้งคลื่นสมองของเขากลับสู่ระดับปกติแล้ว และที่ด้านนอกของตัวห้อง บนม้านั่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบนทางเดิน ลีออนกำลังนั่งซุกหน้าตัวเองไว้ระหว่างเข่า พยายามสลัดเรื่องร้ายๆให้ออกจากหัว เขากล่าวโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายนี้ สักพักคริสก็เดินมานั่งลงด้านข้างพร้อมกับกาแฟสองถ้วยในมือ "เอากาแฟไม๊" คริสยิ้มให้ลีออนอย่างอบอุ่นเหมือนกับกาแฟที่อยู่ในถ้วย ทางด้านลีออนก็รับไว้แล้วจิบมันเล็กน้อย "ไม่เข้าไปหน่อยหรือ" ลีออนส่ายหน้า "...ฉันก็เข้าใจความรู้สึกของนายนะ แต่ว่านายก็อย่ามัวแต่โทษตัวเอง หรือกังวลไปเลย เขาต้องไม่ตายแน่ เชื่อฉันเถอะ" คริสพยายามพูดปลอบ แต่ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆจากลีออน "ฉันก็พูดอะไรไม่ได้มากหรอกนะ...แต่ว่า ถึงแม้ว่านายจะคิดว่านายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องบาดเจ็บ แต่ นายก็รู้เอาด้วยว่านายก็เป็นคนทำให้เขารอด ฉะนั้นแล้ว..." "คุณคริส" "อ...ก็ อ่านะ ว่าไง" คริสเกาแก้มตัวเองแบบอายๆ "เรื่องที่คุยกันไว้เมื่อตอนบ่าย เป็นอันว่าผมตอบตกลง" คำพูดของลีออน ทำให้คริสประหลาดใจไม่น้อย "...แน่ใจนะ" "ครับ ผมจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เด็ดขาด!" แล้วทั้งสองก็จบการสนทนาบนทางเดินที่เงียบสงัดแห่งนี้ด้วยคำพูดที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของลีออน . . . จาก : Feirith - - [email protected] - 24/10/2000 17:22 |
|
ข้อความ : อืม......ท่าทางของเราจะขายไม่ออกแฮะ
อา......ไปจิบน้ำชานั่งเรียงหมากต่อดีกว่า จาก : Feirith - - [email protected] - 27/10/2000 17:02 |