หัวข้อ : Encounter : บาเบล
ข้อความ :
............................

ตอนนี้ชิพเองก็รู้สึกเซ็งถึงที่สุดแล้ว เธออยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้ว ทุกวันมีแต่การตั้งคำถามหลายร้อยหลายพันครั้ง ซึ่งสุดท้ายจะจบด้วย " แล้วมันพูดอะไรกับเธอบ้าง... " จิตใจของเธอเองโดนกัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ จริงๆแล้วเธอก็เคยหลุดปากพูดออกไปเหมือนกัน แต่คนพวกนั้นไม่เชื่อ พวกเค้าหาว่าเธอพูดเพื่อให้พวกเขาปล่อยตัวเท่านั้นเอง
เสียงฝีเท้าตรงมาที่หน้าห้อง แต่คราวนี้มาแปลกกว่าทุกทีเพราะชิพได้ยินเสียงเดียว ปรกติแล้ว คนที่มาถามเธอจะต้องมีคนมาด้วยสองสามคนเสมอ..
" ชั้นเดาว่าเธอคือ ซิพ รีฟริกา.. ใช่รึเปล่า "

ชิพอดขำอยู่ในใจไม่ได้ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้.. อากาศร้อนขนาดนี้เธอเองยังใส่แค่เสื้อกล้ามเลย แต่คนคนนี้กลับสวมชุดดำตลอดปิดทั้งตัว กระทั่งใบหน้าก็มีหมวกปีกลงมาปิดแนวสายตาไว้ แค่ดูให้ออกว่าเป็นชายหรือหญิงยังยากเลย
" จะถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ หนูพอจะเดาได้ว่าคุณมาหาหนูทำไม "
" ชั้นมาเพื่อช่วยเธอออกมาจากที่นี่ "
แหม.. ชิพได้ยินมุขนี้มาหลายหนแล้วล่ะ
" งั้นหนูต้องพูดอะไรอีกล่ะ หนูบอกพวกคุณไปหมดแล้วนะ "

ชาย.. เอ่อ คนชุดดำยังคงนั่งนิ่งอยู่ ท่าทางเขาก็พอจะรู้อยู่เหมือนกันว่าเธอเจออะไรมาบ้าง ตอนนี้เค้าหยิบสมุดเล่มบางออกมาจากเสื้อ แล้วก็พลิกหาบางอย่าง
" ชิพ รีฟริกา อายุ 17 ชาวแคลิฟอเนีย.... " ประวัติส่วนตัวของเธอถูกร่ายยาวออกมาเรื่อยๆ คราวนี้มาแปลกแฮะ... ชิพได้แต่นึกอยู่ในใจ
หลังจากอ่านจบแล้ว สมุดก็ถูกปิดลง
" เอาล่ะ ชิพ เธอต้องการออกไปจากที่นี่รึเปล่า "
" ถ้าปล่อยหนูตอนนี้ หนูก็จะหายตัวไปจากที่นี่ทันที "
คนชุดดำขำกับคำพูดเธอเล็กน้อย
" เธอออกไปได้ทุกเมื่อนั่นแหละ เธอไม่เคยได้ลองเท่านั้นเอง... เดี๋ยวชั้นจะพาเธอออกไปเดินเที่ยวข้างนอกก็แล้วกัน "
" หา... "

ชิพได้แต่อ้าปากค้างขณะที่คนชุดดำเดินไปเปิดประตู หลังจากนั้นอีกสักครู่ ชิพก็ออกมาเดินอยู่ข้างนอกตึกที่เธอถูกคุมตัวอยู่ ถึงตอนนี้ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัวของชิพเต็มไปหมด มันง่ายขนาดนี้เลยหรือ... ไม่น่ะ อีกเดี๋ยวก้คงจะพาเธอกลับเข้าไปใหม่นั่นแหละ แต่ถ้าอย่างนั้นคนคนนี้พาเธอออกมาเดินข้างนอกทำไมล่ะ แถมยังพาเธอตรงไปที่ประตูหน้าซะอีกด้วย

" เอาล่ะ เธอออกมาข้างนอกได้แล้ว คราวนี้เธอจะไปไหนอีกล่ะ " คนชุดดำถามชิพที่ยังหันไปหันมาอยู่หน้าประตูใหญ่ที่เพิ่งผ่านออกมา ต่อหน้าชิพคือถนนสี่เลนที่คับคั่งไปด้วยรถมากมาย คาดว่าคงเป็นเขตเมืองของรัฐไหนซักแห่ง

" นี่หนูมีอิสระแล้วใช่ไหม.. หนูไม่ต้องกลับไปที่นั่นอีกแล้วนะ " ชิพเอ่ยปากถาม
" ก็เท่าที่เธออยากไปนั่นแหละ เธอเองมีที่ไปรึยังล่ะ "
" หนูยังไม่รู้เลยค่ะว่าหนูอยู่ที่ไหน " ชิพถามเผื่อว่าคนประหลาดคนนี้จะพูดออกมาบ้าง คำพูดของเขาอาจจะมีบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับเธอ

" เธออยู่ที่หลังบล็อก14A ในเขตเมืองของนิวยอร์ก เธอถูกคุมตัวอยู่ในโรงบำบัดทางจิตที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ "
" นี่เค้าเอาหนูไปขังรวมกับ.. คนบ้า "
" ไม่ช่ายยย... ที่จริงแล้วเป็นคนป่วยต่างหาก เธออยู่ในแผนกผู้ป่วยทางสมองน่ะ ไม่ใช่แผนกทางจิต ที่นั่นเธอจะมีคนเข้ามาเยี่ยมได้ตลอด 24 ชั่วโมง.. ชั้นเดาว่าคงมีแต่คนที่ไม่รู้จักใช่รึเปล่า "
" ตรงเผงเลยค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไรกันแน่ " ชิพแกล้งซื่อ
" โธ่เอ้ย.. หนูนี่โกหกไม่ได้เรื่องเลยนะ ใครมั่งล่ะที่ไม่อยากคุยกับเด็กผู้หญิงที่ติดต่อกับจานบินมาแล้ว ทุกคนที่เข้ามาถามหนูเขาก็อยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นแหละ "
" แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อคะ "
" อืม.. คงจะไปที่หอมั้ง ชั้นไม่ได้ไปที่นานแล้ว "
ชิพถามด้วยความสงสัย
" หอที่ว่านี่มันอะไรหรือคะ.. "
" หอเอ็กโซสเฟียร์นะสิ ที่นั่นเป็นทั้งที่ท่องเที่ยวแล้วก็สถานีทดลองที่มีชื่อเสียงมากทีเดียว ชั้นได้พักร้อนก็เลยคิดจะไปที่นั่นซักครั้ง "

ชิพเองก็รู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ใช่ว่าเธอต้องการจะไปที่นั่นหรอกนะ แต่การจะกลับไปที่รร.คุกนั่นก็ใช่ว่าจะสบายนัก เพื่อนฝูงทั่งที่เธอรู้จักแล้วก็ไม่รู้จักคงจะเข้ามารุมถามเธออีกแน่ๆ ไม่ละ.. ถึงแม้ว่าคนท่าทางประหลาดนี้จะโกหกเธอก็ตาม เธอก็ยังรู้สึกว่าไปที่อื่นคงจะดีกว่าการกลับไปที่เซนต์แฮเรียตแน่ๆ

" หนูไปที่ด้วยได้รึเปล่าคะ " ชิพเสี่ยงวัดดวงดู
ใบหน้าภายใต้หมวกหันมาหาชิพ
" ฮ้า.. เธออุตส่าห์ออกมาจากคุกได้แล้วนะ เธอก็ควรจะกลับไปบ้านของเธอก่อนสิ.. "
" ไม่ล่ะคะ " ชิพสั่นหน้า " ถ้าหนูกลับไปตอนนี้ล่ะก็ มีหวังหนูได้ถูกรุมสัมภาษณ์แน่ๆ หนูขี้เกียจพูดแล้วค่ะ.. คุณมีเหตุขัดข้องอะไรหรือเปล่า.. "

ถึงตอนนี้ก็คงต้องใช้มารยาหญิงกันหน่อยล่ะ ชิพเองพยายามทำหน้าตาให้น่าสงสารเต็มที่.. โดยหวังว่าอย่างน้อยคงจะเรียกค่าเดินทางได้บ้างล่ะ
" ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นหรอก.. ถึงชั้นจะปฎิเสธ เธอก็คงจะตามชั้นไปอยู่ดีนั่นแหละ "
" งั้นคุณก็คง... "

แล้วคนชุดดำก็เรียกแท็กซี่ที่ผ่านมา ชิพในตอนนี้ก็นั่งอยู่ในรถมุ่งตรงไปที่สนามบิน

..............................

ที่ฐานของหอเอ็กโซสเฟียร์ หอสูงที่ทะลุชั้นบรรยากาศขึ้นไปจนถึงอวกาศ ส่วนล่างที่เป็นลิฟท์จำนวนมากตอนนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวที่ชาวยุโรปมาพักผ่อนที่เส้นศูนย์สูตรเป็นจำนวนมาก ต่างคนต่างก็รอที่จะขึ้นลิฟท์ไปที่สุดชั้นบรรยากาศ ที่ซึ่งไร้เมฆหมอก เหมาะแก่การมาดูดาวหางดวงใหม่ที่เพิ่งค้นพบเป็นอย่างยิ่ง...
ชิพที่มากับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง.. อันที่จริงเธอเองก็พึ่งรู้เมื่อตอนที่อยู่บนเครื่องบินขณะที่กำลังมาที่นี่ คนชุดดำที่เข้าไปช่วยเธอออกมาไปเปลี่ยนชุดขณะที่เธอนอนหลับ เธอเองก็กะไว้แล้วเชียวว่าเค้าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ
" ทำไมคุณต้องแต่งชุดประหลาดๆนั่นด้วยล่ะคะ แล้วทำไมคุณต้องมาช่วยหนูด้วย "
" ก็ไม่ดีเหรอ.. เธอก็ได้ออกมาเที่ยวข้างนอกขณะที่ชั้นออกค่าใช้จ่ายให้ไง " สีหน้าทะเล้นของหญิงสาวทำให้อายุของเธอดูอ่อนลงไปอีก
" ขอโทษนะคะ อย่าว่าอะไรเลย... หนูไม่กล้าเชื่ออะไรใครง่ายๆแล้วล่ะค่ะ " ชิพเองก็มีสีหน้าลำบากใจเช่นกัน ทั้งๆที่เธอก็เป็นฝ่ายมารบกวนผู้มีพระคุณคนนี้เอง แต่กลับพูดแบบนี้

" ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนของชั้นคนนึงรู้เรื่องของเธอเข้า ก็เลยฝากให้ชั้นช่วยเธอออกมาจากที่นั่น ชั้นเองก็อาศัยเส้นนิดหน่อย... แล้วก็เข้าไปพาเธอออกมาเอง ส่วนชุดดำนั่นมันเป็นสัญลักษณ์นะจ้ะ เพื่อนของชั้นจะปล่อยให้คนที่ใส่ชุดนี้ออกมาข้างนอกได้ "
" เพื่อนของคุณเป็นใครกันคะ หนูอยากจะขอบคุณเค้าสักหน่อย.... "
หญิงสาวยิ้มกริ่ม...
" ชั้นรู้หรอกน่า... เธอกลัวว่านี่จะเป็นแผนอะไรอีกใช่รึเปล่า "
" หนูไม่ได้ว่าอย่างนั้นซักหน่อย "
" เอาเถอะ.. เดี๋ยวชั้นจะปล่อยเธอไปเที่ยวก่อนก็แล้วกัน ไปละ "

แล้วเธอก็หายตัวไปในฝูงชน ชิพเองก็เดินเรื่อยเปื่อยไปพร้อมๆกับไกด์และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เสียงอธิบายของไกด์ดังผ่านหูของเธอไป.. ก็จะตั้งใจฟังไปทำไมละ
ขณะที่ไม่ระวัง ตัวของเธอเองก็ชนกับคนที่หยุดเดินอยู่ข้างหน้า..

" ข.. ขอโทษค่ะ หนูไม่ทันได้ดูเลย ขอโทษนะคะ "
ชายหนุ่มที่อกเสื้อเลอะกาแฟหันกลับมามองชิพ
" ไม่เป็นไรหรอก... เธอเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ ชั้นไม่เป็นอะไรจริงๆอย่าคิดมากน่า "
" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ "

ชายหนุ่มคนนั้นก็ยืนงงอยู่ตรงนั้นเอง ปล่อยให้ชิพก้มหน้างุดๆเดินจากไป

..............................

ดรายกำลังหันไปมองหาคนที่นัดไว้ ฟีอาเองก็ขอตัวไปทำธุระที่ไหนก็ไม่รู้ บอกแต่เพียงว่าจะมาหาที่หอเลย กาแฟที่เพิ่งซื้อมาก็ดันหกซะอีก... อืมมมม แต่ถ้าเลอะเสื้อหน่อยก็คงดี เวลาหลบออกไปนอกกลุ่มจะได้มีข้ออ้างบ้าง จะได้รีบๆเริ่มไต่หอคอยนี่ซะที

" ดราย... เฮ้ ทางนี้ "
เสียงผู้หญิงดังแทรกประโยคเสียงเอื่อยของไกด์ มีบางคนที่หันไปหาต้นเสียงเหมือนกันแต่ว่าดรายกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย ฟีอาก็เดินแทรกฝูงชนเข้ามาจนถึงตัวของดราย
" ชั้นเรียกไม่ได้ยินรึไง.. "
" ก็ได้ยินอยู่หรอก แต่ไม่เห็นต้องตะโกนเลยนี่ ไปเถอะ.."

ดรายกับฟีอาพยายามเดินสวนกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆออกมาด้านข้าง ดรายหยิบเสื้อสีดำส่งให้ฟีอาพร้อมกับอุปกรณ์ประหลาดอีกชุดหนึ่งที่อยู่ในรูปเข็มขัด
" เอ้า.. เปลี่ยนชุดเลยดีกว่า เดี๋ยวผมจะรอจนกว่าคนจะน้อยลงหน่อยแล้วค่อยเข้าไปเปลี่ยน "
แล้วฟีอาก็แยกตัวไปเข้าห้องน้ำหญิงที่อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้ขบวนนักท่องเที่ยวก็เลยกันไปไกลแล้ว ยังเหลืออีกบางส่วนที่ห้องน้ำแล้วก็คนที่เดินช้าอีกสองสามคน ขณะนี้ทั้งคู่เกือบจะถึงจุดชมวิวแล้ว ถ้าสูงจากจุดชมวิวขึ้นไปอีกก็จะเป็นส่วนที่ไม่อนุญาติให้คนนอกเข้าไป
มือของดรายตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งๆที่ทางเดินเย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่ก็แปลกแฮะ.. แทนที่จะรู้สึกกลัว กลับเป็นว่าตอนนี้ดรายเองตื่นเต้นกระสับกระส่าย เหมือนกับตอนที่เขาเข้าไปฝึกหลักสูตรทหารพรานเมื่อหลายปีก่อนเลย ..... ความเสี่ยงยิ่งมากเท่าไร หัวใจของเขาก็ยิ่งพองโตขึ้นเท่านั้น ......

" นี่ดราย... คุณเป็นคนเลือกชุดเองใช่มั้ย "

ฟีอากลับมาในชุดสีดำสนิทแนบเนื้อ เครื่องมือขนาดเล็กมากมายห้อยอยู่ที่เข็มขัดรอบเอวอ่อนบาง รูปร่างที่ปรกติถูกซ่อนอยู่ในชุดลำลองเสื้อยืด.. ตอนนี้มันออกมาอวดต่อสายตาดรายเต็มตาเลยทีเดียว อืมมมม....
" ก็ไม่เลวนี่.. คุณดูดีออก " ดรายเอ่ยออกมาก่อน

เสียงของฟีอาแหวออกมา
" ก็แล้วทำไมต้องเป็นชุดอย่างนี้ด้วยเล่า ชั้นไม่ได้เป็นดาราหรือเป็นเซ็กส์ซิมโบล์อะไรหรอกนะ ไอ้ชุดแบบนี้มัน.. มันอึดอัดออก " ว่าแล้วฟีอาก็ขยับตัวไปให้ดู เสียงของเสื้อที่เสียดสีกันดังชัดเจน
" คุณก็ดูดีออกนี่นา แหม...ผมไม่ได้เลือกมันมาด้วยตัวเองหรอก เอาเป็นว่าคุณใส่แล้วดูดีก็แล้วกัน แถมยังสะดวกเวลาฉุกเฉินอีกด้วย "
" คุณไม่ได้ใส่เองก็พูดได้น่ะสิ... รีบๆไปเปลี่ยนเถอะจะได้รีบๆทำงานให้เสร็จซะที "
" งั้นรอเดี๋ยวนะ.. "


อีกอึดใจต่อมาทั้งคู่ก็มาอยู่ในช่องลมตามสูตรของสายลับทั้งหลาย ดรายเองกำลังพยายามต่อสายโทรศัพท์เข้ากับเครื่องแลบทอปขนาดเล็กของเขาอยู่ เครื่องเท่ากล่องดินสอใหญ่ๆตั้งอยู่บนพื้นขณะที่ฟิลล์แม่เหล็กที่ทำหน้าที่แทนคีย์บอร์ดถูกรบกวนตามนิ้วมือของดรายที่พิมพ์ลงไป แล้วก็แสดงออกมาเป็นตัวเลขมากมายบนโฮโลแกรมสีเขียวอ่อนตรงหน้าดราย
" ทำไมเราไม่ไปที่ยอดก่อนล่ะ " ฟีอาเอ่ยปากถาม
" เรามีเวลาไม่มากนักหรอก ผมคิดว่าถ้านัดฝั่งโน้นไว้ก่อนก็คงจะดีกว่า เราคงไปถึงยอดได้อยู่หรอกแต่ไม่แน่ว่าอีกฝั่งจะตอบรับมายังไงบ้าง "
" แล้วคุณจะติดต่อกับมันยังไงล่ะ "
นิ้วมือของดรายพรมลงไปบนแสงรูปคีย์บอร์ดสีเขียวใส " ที่ยอดของหอนี้มีอุปกรณ์รับส่งคลื่นวิทยุอยู่ ผมใช้มันเป็นจานดาวเทียมเล็กๆของผมได้แป็บนึง ตอนนี้ผมส่งข้อความไปแล้วล่ะ แต่ผมต้องรีบกลบเกลื่อนร่องรอยการใช้งานของผมก่อน คงใช้เวลาอีกเดี๋ยว "
" แล้วชั้นจะต้องทำอะไรบ้างล่ะ "
" พอถึงยอดหอคุณก็จะทำหน้าที่แปลคำพูดของอีกฝ่ายให้ผมไง ตอนนี้คุณควรจะหาวิธีรับมือกับข้อมูลมหาศาลที่จะส่งมาก่อนดีกว่านะ "
" ชั้นมีอะไรบ้างล่ะ.. หวังว่าคุณคงจะเตรียมตัวมาพร้อมนะ "

ดรายหยิบเครื่องมือรูปร่างประหลาดออกมากองไว้
" กล่องสีดำนี่เป็นคอมพ์ที่คล้ายๆกับของผม แต่เสป็คสูงกว่าหน่อย คิดว่าคงรับงานคิดคำนวนหนักๆได้มากกว่า ส่วนกระป๋องที่มีมอเตอร์อันนี้เป็นเส้นใยคาร์บอน ผมเอามันมาเผื่อว่าจะต้องใช้อะไรนิดหน่อย แล้วก็มีชุดอวกาศขนาดเล็ก มันประกอบกับชุดของคุณได้แล้วก็มีเวลาให้คุณประมาณ45นาที ที่สำคัญมันไม่มีวิทยุนะ... อืม.. ที่เหลือคุณก็คงจะใช้เป็นหมดแล้วล่ะ "

ดรายจัดการแบ่งสัมภาระที่จัดไว้ให้ฟีอา ตอนนี้ทั้งคู่ก็พร้อมที่จะปีนกันแล้ว
" ถ้าให้ชั้นเลือกตอนนี้ละก็ ชั้นคิดว่าชั้นอาจจะถอนตัวก็ได้นะ " ฟีอาพยายามที่จะหยั่งความแน่ใจของดราย ที่ผ่านมาเธอเองยังไม่รู้เลยว่าดรายมั่นใจกับงานนี้แค่ไหน แต่ละส่วนของงานที่เค้าบอกมาล้วนมีความเป็นไปได้ไม่ถึง 50 ทั้งนั้น
" ผมไม่บังคับคุณหรอก ผมแค่ไม่อยากให้คุณพลาดอะไรบางอย่างเท่านั้น บางอย่างที่อาจจะมีมาแค่ครั้งเดียวในชีวิต ผมว่าคุณคงไม่ได้มีโอกาศพบมนุษย์ต่างดาวบ่อยนักหรอก "
" ไม่ใช่อย่างนั้น ชั้นอยากจะรู้ว่าอะไรผลักดันคุณมาถึงขนาดนี้ "
แววตาของดรายไม่มีความหมายใดๆเลย ความว่างเปล่ากลืนกินมันหมดสิ้น แทนที่จะตอบคำถาม ดรายกลับปีนลงมาจากช่องลมแล้วเตรียมตัวทำระยะต่อไป ช่องลมพาทั้งคู่มาถึงล่วนจ่ายกระแสไฟของหอนี้ เป็นการดีเหมือนกันเพราะว่าส่วนนี้มีแต่กล้องตรวจดูเป็นระยะเท่านั้น ยังไงซะการหลบกล้องก็ง่ายกว่าหลบสายตาคนอยู่แล้ว ระยะทางของทั้งคู่ตอนนี้เป็น 15 กิโลเมตรจากพื้น เหลืออีกประมาณ 20 ก็จะถึงปลายทางที่ยอดของหอ

" ไม่รู้... ผมไม่รู้ว่าควรจะเรียกมันว่าอะไรดี ลางสังหรณ์มั้ง "
" ดราย.. คุณเป็นนักวิทยาศาสตร์นะ คุณเชื่อถือลางสังหรณ์ไม่ได้หรอก "

แล้วผนังก็ระเบิดออกเป็นแนวยาว....

โชคไม่ดีเอาเลยที่การระเบิดทำลายผนังส่วนนอกสุดได้ด้วย ความดันอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว กระแสลมแรงที่เกิดขึ้นเกือบจะพัดเอาฟีอาออกไปด้านนอกด้วย แต่ว่ามือของดรายทำงานได้เร็วกว่า ดรายคว้าข้อมือของฟีอาที่ตอนนี้ลอยไปมาเหมือนตุ๊กตาแล้วลากไปด้านที่อับลม เสียงหวีดหวิวของลมดังก้องไปทั่วทั้งหอคอย

" นี่มัน.. มันเกิดอะไรขึ้น! " ฟีอาร้องเสียงหลง


จาก : ioroid - 24/10/2000 07:39

ข้อความ : อืม เยี่ยมครับ ผมชอบวิธีการแต่ง กับเนื้อเรื่องแนวจริงจังแบบนี้ล่ะ ยอดมากๆ ชักอยากแต่งมั่งแล้วสิ ^^

จาก : LiXeon (L.X.) , Xaimuilus - 24/10/2000 22:47

ข้อความ : อ่า... คือว่า ถ้าการดำเนินเรื่องมันช้าเร็วยังไง ก็บอกด้วยแล้วกันน่อ
กะจะให้เป็นเรื่องยาว ก็เลยไม่รู้ว่าเรื่องมันเดินช้าไปรึเปล่า

จาก : ioroid - 25/10/2000 05:50

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1