หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 23 - Blind Guardian 3 (Another Life) - ช่วงที่ 2
ข้อความ : เคนนี่โดดเรียนคาบเรียนตอนบ่ายมานอนอยู่บนต้นไม้ด้านหลังของโรงเรียนเพราะรู้สึกว่าขืนทู่ซี้ไปเข้าเรียน มีหวังโดนอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นไล่เตะแหงแก๋ เลยแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยการโดดซะเลย
" ไม่นึกเลยแฮะว่ามาโรงเรียนจะน่าเบื่อแบบนี้ เมื่อไหร่ภารกิจจะเสร็จกันนะ "
ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เลิกเรียแล้ว จึงมีไม่กี่คลาสเท่านั้นที่ยังมีการเรียนกันอยู่ เช่นชั้นสองก็ได้ยินเสียงอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์อยู่ไหวๆ และในห้องบนชั้นหนึ่งไม่ห่างไปจากต้นไม้ที่เขานอนอยู่นั้นคลาสดนตรีเองก็กำลังซ้อมร้องเพลงอยู่
" เอสเปอร์เป็นเผ่าพันธุ์โบราณที่พิเศษมาก พวกเขาสามารถบังคับพลังพิเศษที่เรียกว่าออร่า ซึ่งเป็นพลังที่มีอยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตได้อย่างอิสระ และสามารถใช้มันทำประโยชน์มากมาย เช่น รักษาโรคและอาการบาดเจ็บต่างๆ เคลื่อนย้ายสิ่งของ อ่านจิตใจคน... "
เสียงอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์กำลังบรรยายถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเผ่าเอสเปอร์สทำให้เขานึกอะไรได้ขึ้นมา


จำได้ว่าตอนที่แคร์ทำแผลให้เขาในตอนที่พามาที่คณะละครเร่ครั้งแรกนั้น เธอไม่ได้ใช้ยาหรือผ้าพันแผลเลยซักนิด เธอเพียงแต่ใช้มือแตะที่แผลของเขาเบาๆ แล้วก็มีแสงสีขาวบางอย่างออกมาจากมือข้างนั้น แล้วแผลและความเจ็บปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง
" ไม่เจ็บแล้วใช่มั้ยจ๊ะ " เคนนี่พยักหน้าตอบ ในใจนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่านี่มันพลังอะไรกัน
" สงสัยใช่มั้ยจ๊ะว่าทำไมพี่ถึงมีพลังแบบนี้ " แคร์ถามเบาๆ " พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าตั้งแต่เกิดมาก็มีพลังแบบนี้ติดตัวแล้ว "
เคนนี่นึกในใจ ถ้ามีพลังแบบนี้ ทำไมถึงไม่เอาออกมาใช้ตอนแรกที่เจอเรานะ
" สงสัยใช่มั้ยว่าทำไมถึงไม่ใช้พลังรักษาเธอแต่แรกที่เจอกัน "
เคนนี่สะดุ้งเล็กน้อย เธออ่านความคิดของเขาออกงั้นหรือ
" มันไม่เยี่ยมถึงขนาดรู้ว่าใครคิดว่ายังไงหรอกนะ " แคร์ตอบพร้อมกับยิ้ม " เพียงแต่รู้เท่านั้นว่าใครคิดอะไรอยู่ " เคนนี่สะดุ้งอีกรอบ เธออ่านความคิดเขาออก จริงๆ ด้วย " ส่วนที่ว่าทำไมถึงไม่ใช้พลังในตอนแรกที่เจอกันน่ะ "
พูดถึงตอนนี้ สีหน้าของแคร์ดูเศร้าลงไปนิดหน่อย " เพราะพี่เองเดือดร้อนกับการที่ให้ใครเห็นพลังมามากแล้วละจ้ะ "
เคนนี่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก ได้แต่มองพี่สาวตาปริบๆ เหมือนลูกหมาเท่านั้น


เคนนี่มานึกเปรียบเทียบกับตอนที่กราเซียใช้พลังรักษาอาการบาดเจ็บ ตอนที่กราเซียอ่านความคิดของคนหลายต่อหลายหนแล้วนึกถึงประวัติของเผ่าเอสเปอร์ที่ได้ยินมา " หรือว่าทั้งท่านกราเซียและพี่แคร์จะเป็นเอสเปอร์กันนะ " เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ตอนนั้นมีเสียงเรียกเบาๆ มาจากด้านบน เคนนี่หันหน้ามองขึ้นไปทันที
ร่างเงาร่างหนึ่งหล่นพรวดลงมาจากชั้นสอง มาเกาะบนคาคบไม้ที่เขานั่งอยู่ ทำให้คาคบนั้นสั่นอย่างแรง เล่นเอาเคนนี่เกาะแทบไม่อยู่
พอหายตกใจและเกาะคาคบไม้อยู่แล้ว เขาจึงหันไปมองว่าใครเล่นบ้าๆ
ร่างบางๆ สวมชุดนักเรียนหญิงกับผมสีน้ำตาลยาวสลวยของไอร่า นั่งอยู่บนคาคบไม้เดียวกันกำลังส่งยิ้มให้เขา
" ไอร่า!! " เคนนี่ร้องอย่างตกใจ " นี่อะไรกัน เธอน่าจะยังเรียนวิชทเรขาคณิตอยู่ไม่ใช่เรอะ "
" แล้วเธอล่ะ ตอนนี้ก็ควรจะอยู่ในคลาสเรียนอักษรรูนไม่ใช่เหรอ " ไอร่าย้อน
" อย่ามาเล่นลิ้นน่า " เคนนี่พูด " แล้วมาเล่นบ้าๆ แบบนี้คิดอะไรของเธอกันฮึ "
" ก็แค่อยากเล่นอะไรแผลงๆ บ้างเท่านั้นแหละ " ไอร่าตอบ
" นี่แม่คุณ อายุเท่าไหร่แล้วน่ะ " เคนนี่ถามเอียนๆ
" ชั้นรู้อายุตัวเองดีน่า " ไอร่าพูด " แต่ขอสนุกกับการกลับไปเป็นเด็กสาวอายุ 17 ซักหน่อยเถอะ ให้สมกับที่ไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้มาเลยตั้งหลายปี "
ได้ยินแบบนี้ทำให้เคนนี่เงียบไป เขารู้ดีว่าชีวิตในช่วงตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จนถึงตอนนี้นั้นแทบไม่เคยได้มีความสุขจริงๆ แม้แต่ครั้งเดียว เพราะมีตัวมารร้ายอย่างมาอิคอยตัดทอนความสุข แต่ตอนนี้มาอิไปจากชีวิตเธอแล้ว ไม่มีอะไรมาทำลายความสุขในใจเธออีกต่อไป ดังนั้นการที่เธอจะเผลอใจไปกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ บ้างนั้นไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียหาย
" นี่ เคนนี่ "
" อะไรเหรอ "
" ทำไมถึงไม่เลือกเรียนคลาสดนตรีล่ะ "
" ชั้นเองเป็นแต่ร้องอย่างเดียวนะ " เคนนี่พูด " ส่วนเครื่องดนตรีน่ะเป็นแต่ซ่อมอย่างเดียวเท่านั้นแหละ ชั้นชำนาญการใช้อักษรรูนมากกว่า และที่สำคัญ... "
เคนนี่เว้นระยะนิดหน่อย เงยหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วพูดต่อ "...ดนตรีน่ะทำให้คนนึกถึงเรื่องบางเรื่องที่ไม่อยากจะนึกถึงนะ "
" งั้นทำไมเธอถึงยังคงร้องเพลงพวกนั้นอยู่ล่ะ " ไอร่าแย้ง
" เพราะถ้าชั้นลืมมันไป ก็เท่ากับชั้นลืมพี่สาว ลืม 'ทุกสิ่ง' ที่พี่สาวให้มาไปน่ะสิ " เคนนี่พูดเน้นเสียงหนักๆ สองมือกำแน่น " เป็นเรื่องที่ชั้นยอมไม่ได้.. เด็ดขาด.. "
ไอร่าเห็นการพูดคุยกันครั้งนี้ทำท่าจะกลายเป็นการพูดเรื่องซีเครียดไป ก็เลยเปลี่ยนเรื่องพูด
" จริงสิ เคนนี่ เธอเรียนเพลงอื่นมาจากพี่สาวของเธอรึเปล่า "
" ก็หลายเพลงเหมือนกัน " เคนนี่พูด " ที่จริงไม่เรียกว่าเรียนหรอก ลักจำเอาทั้งนั้นแหละ "
" นั่นละ มีเพลงอื่นอีกมั้ย "
" มีสิ " เคนนี่ตอบ " อยากฟังเหรอ " ไอร่าพยักหน้า
" เพลงอะไรก็ได้ ร้องมาเถอะ "
เคนนี่ยิ้มบางๆ พิงหลังกับต้นไม้ เงยหน้าขึ้นฟ้าเหมือนจะนึกทบทวนเพลงที่พี่สาวให้มา สูดลมหายใจลึกๆ แล้วร้องออกมา

วันวานเช่นสายนทีบูรพา
จากข้าไกลลิบลับสุดเหนี่ยวรั้ง
วันนี้จิตข้าสับสนว้าวุ่นนัก
ชักดาบตัดสายน้ำ ธารายิ่งหลั่งไหล
ชูจอกละลายทุกข์ ทุกข์ยิ่งถมทวี
วันพรุ่งนี้ลมเฉื่อยฉิวทุกทิศา
ที่แล้วมาเพียงสดับเสียงหัวเราะของผู้มาใหม่
ไหนเลยได้ยินเสียงร่ำไห้แห่งคนเก่า
คำความรักลำเค็ญหาใดเท่า
ใช่ไต่ถามเล่าให้กระจ่าง หรือแสร้งเป็นงมงาย
รู้มาก รู้น้อย ยากรู้จักพอ
เสมือนไม่ควรเป็นดั่งนกเป็ดน้ำและผีเสื้อ
แต่ใครหนออยู่เหนือโศกแห่งหล้า
นกเป็ดน้ำและผีเสื้อศิวิไลซ์โสภา
อยู่ในพสุธาเฟือนฟั่น
ไยมิปีนป่ายสู่สรวงสวรรค์
ร่วมหลับฝันด้วยกันอุ่นละมุน

เสียงเพลงอันอ่อนละมุนนั้นจบไปแล้ว แต่ไอร่ายังคงนั่งหลับตาพริ้มด้วยอาการเคลิ้มไปกับเสียงเพลงอยู่
" เป็นไง " เคนนี่ถาม
" เพราะมาก " ไอร่าตอบ ลืมตาขึ้นมองหน้าเคนนี่ " แต่ความหมายเศร้าจังเลย "
" ตั้งแต่พี่สาวตาย ชั้นก็ร้องได้แต่เพลงแบบนี้นั่นแหละ " เคนนี่ตอบ
" เธอนี่น้า " ไอร่าพูดพร้อมกับทำหน้ามุ่ย " หัดให้ตัวเองซะมั่งซี่ กำลังใจน่ะ อย่าเอาแต่ให้กำลังใจคนอื่นอย่างเดียว "
เคนนี่เพียงแต่เงียบเท่านั้น
" เดี๋ยวจะเข้าตำราว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรอก "
" บ้าเรอะ " เคนนี่ร้องพร้อมกับรูดใบไม้ออกมาจากกิ่งไม้ใกล้ตัวแล้วซัดใส่ไอร่าจนไอร่าเอามือปัดเป็นพัลวัน
" กล้าทำชั้นเหรอ " ไอร่าร้องพร้อมกับรูดใบไม้มากำหนึ่งซัดใส่เคนนี่บ้าง
แล้วเคนนี่กับไอร่าก็เปิดสงครามใบไม้เล็กๆ กันบนต้นไม้นั้นอย่างสนุกสนาน ทั้งคู่ดูเหมือนจะลืมความทุกข์และภารกิจที่ต้องมาทำในที่นี้ไปชั่วขณะ
และยังลืมอีกด้วยว่าพื้นที่ที่ตัวเองกำลังเล่นอยู่ตอนนี้มันไม่มั่นคง
ผลก็คือ ระหว่างที่เล่นกันนั้น ไอร่านั้นดันก้าวขาพลาดจังหวะหนึ่ง ทำให้เสียหลักมือสองข้างปัดไปปัดมาทำท่าจะตก เคนนี่เห็นดังนั้นก็ตกใจรีบเข้าไปจะประคองร่างของไอร่าไว้ แม้ว่าจะจับตัวไอร่าไว้ได้ แต่มือที่ปัดไปปัดมาของไอร่าก็ทำเอาเคนนี่เสียการทรงตัว ตัวของเขาเซไปทางด้านหลัง พร้อมๆ กับร่างของไอร่า การเสียสมดุลบวกกับน้ำหนักตัวของไอร่าทำให้เคนนี่ล้มตึงลงไปนอนลงบนคาคบไม้นั้นทันทีโดยมีไอร่าล้มลงไปทับ ไอร่านั้นพยายามฝืนตัวไว้ไม่ให้ลงไปทับบนตัวเคนนี่ แต่ร่างกายบางส่วนของเธอก็แตะกับตัวเคนนี่จนได้
เคนนี่รู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มของร่างกายและความอบอุ่นจากลมหายใจของไอร่าที่ผ่านมาที่เส้นประสาทของเขา ทำเอาเคนนี่ถึงกับหน้าแดงด้วยฤทธ์เลือดลมที่ฉีดพุ่งขึ้นไปถึงหน้า
" ทำหน้า... แบบนั้น.. ทำไม.. " ไอร่าพูดเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงซ่าน " คะ.. คนลามก.. "
" ชะ... ช่วยไม่ได้... นี่นา... " เคนนี่พูดด้วยเสียงตะกุกตะกักพอกัน
" บ้า.. "
ทันใดนั้น ร่างเงาสีขาวอีกสายหนึ่งพุ่งจากด้านบนลงบนคาคบไม้อย่างรวดเร็ว ทำเอาทั้งเคนนี่และไอร่าที่นั่งในท่าเสียศูนย์อยู่แล้วเสียหลักร่วงลงไปกระแทกพื้น
ทันที ไอร่านั้นไม่เท่าไหร่เพราะลงบนตัวของเคนนี่ เคนนี่ที่อยู่ล่างสุดนี่สิโดนทั้งแรงกระแทกลงพื้นแถมยังโดนทับเข้าไปอีกจนจุกแอ๊กลุกแทบไม่ขึ้นเลยทีเดียว
" ทำอะไรกันอยู่หา ทั้งสองคน " ร่างเงาที่ตอนนี้อยู่บนต้นไม้นั้นถามพร้อมกับมองลงมา
" ไอ้แอรอน " เคนนี่ตะโกนลั่น " ทำบ้าอะไรวะ !!! "
" พวกนายต่างหากกำลังทำอะไร " แอรอนย้อนถาม " เติมนิยามให้โลกส่วนตัวที่มีแต่เราสองงั้นเรอะ "
" ไอ้บ้านี่ " เคนนี่ร้องลั่นพร้อมกับทำท่าจะโดดขึ้นไปเตะ
" อ๊ะๆ เดี๋ยวก่อนพรรคพวก " แอรอนพูดพร้อมยกมือปราม " ชั้นว่าเตะกันที่นี่คงไม่เหมาะเท่าไหร่มั้ง ดูรอบๆ ตัวซะก่อนซี่ "
เคนนี่หันไปมองรอบๆ ตัว แล้วก็พบว่าตอนนี้เด็กนักเรียนจากคลาสดนตรีที่ซ้อมร้องเพลงอยู่ตะกี้นี้ ตอนนี้ยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่าง จ้องมองพวกเขาเป็นตาเดียว อาจารย์สอนดนตรีนั้นท่าทางตุ้งติ้งเหมือนชายผู้เป็นยอดแห่งชายทั้งปวง (เข้าทำนองชาย...ชายคือยอดชาย ชายถูกชาย...เป็นเศษชาย) จ้องมองมาทางเคนนี่ด้วยแววตาแปลกๆ
และข้างบนนั้น อาจารย์สอนประวัติศาสตร์เองก็กำลังจ้องมองลงมาด้วยแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยทีเดียว
" แกกำลังจะพูดอย่างทุกทีเวลาปัญหาส่อเค้าใช่มั้ย แอรอน " เคนนี่ถาม
" ใช่ " แอรอนตอบ " เผ่นดีกว่า "
พูดจบ แอรอนก็กระโดดแผล็วหายไปอย่างรวดเร็วจนใครๆ มองตามไม่ทัน มีแต่เคนนี่กับไอร่าเท่านั้นที่มองตามทันและเผ่นแผล็วตามแอรอนไปทันทีโดยไม่มีใครมองตามทันซักคน


ทั้งสามวิ่งไปอย่างรวดเร็วตามทางเดินของตึกเรียน โดยแอรอนนำหน้า เคนนี่และไอร่าตามมา
" นี่แกก็โดดเรียนกายวิภาคมาเหมือนกันเรอะ " เคนนี่ถามในขณะที่วิ่ง
" ก็มันน่าเบื่อนี่หว่า " แอรอนตอบพร้อมกับเอี้ยวคอมามอง " แล้วสงสัยอาจารย์จะเขม่นชั้นน่าดูว่ะ เลยอยู่ไม่ได้ "
" เรื่องอะไรวะ "
" ไว้ค่อยคุยทีหลังเหอะ " แอรอนพูดโดยไม่เอี้ยวคอกลับไป " ฟังนี่ก่อนดีกว่า เจ้ารัซเซลล์มันฝากมาบอกนายสองคนว่าคืนนี้ตอนประมาณตีสองให้ไปเจอกันที่ห้องเรียนคหกรรมด้วย "
" เรื่องอะไรกันอีกวะ " เคนนี่ถามอีก
ยังไม่ทันอธิบายอะไร แอรอนก็ชนกับใครคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็เดินสวนออกมาจากทางเลี้ยวข้างหน้าจนล้มก้นจ้ำเบ้าไปเลย
เมื่อหายงงและมองดูว่าตัวเองชนใคร ก็พบว่าคนคนนั้นไม่ได้ล้มลงไปหรอก ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปี สูงกว่าเคนนี่กับแอรอนแต่เตี้ยกว่ารัซเซลล์เล็กน้อย สวมชุดสีส้มดูทะมัดทะแมงอย่างนักรบ โพกหัวด้วยผ้าสีเหลือง ที่มือถือดาบคล้ายดาบซามูไร ต่างกันที่กระบังดาบเล่มนั้นเป็นรูปแฉกแผ่ออกมาแปดแฉกคล้ายขาแมงมุมเท่านั้น
" ข.. ขอโทษครับ ผมรีบวิ่งมาไม่ทันได้ดู " แอรอนรีบกล่าวขอโทษเพราะรู้ว่าตัวเองผิดที่ไปชนเขา
" ไม่เป็นไร " ชายคนนั้นตอบเรียบๆ " ทีหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน "
พูดจบ ชายคนนั้นก็เดินฝ่ากลุ่มของเคนนี่เดินจากไป แต่พอเดินไปได้ซัก 4 เมตร ชายคนนั้นก็หันกลับมามองที่กลุ่มของพวกเคนนี่อีกครั้งเหมือนจะจับความรู้สึกบางอย่างได้
เขามองอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งจึงเดินจากไป
" หมอนั่นใครน่ะ " เคนนี่ถาม
" จิน ดาบพิฆาตแมงมุม องครักษ์ประจำตัวของเทเรซ่า และหัวหน้ากองทหารแห่งเมืองวินด์ฮิล " แอรอนอธิบาย " ที่เจ้ารัซเซลล์เรียกวันนี้ก็เกี่ยวกับหมอนั่นแหละ "
" ยังไง " ไอร่าถามงงๆ
" เดี๋ยวก็รู้กันคืนนี้แหละน่า " แอรอนบอก " ไว้รอเจอกันคืนนี้เหอะ "
" ไม่ต้องอมพะนำเว้ย ไอ้แอรอน " เคนนี่ว่าเข้าให้ " บอกมาเลยดีกว่า "
" ไม่บอกตอนนี้ว่ะ รู้อย่างเดียวว่าเกี่ยวกับภารกิจของพวกเราในตอนนี้แล้วกัน " แล้วก็เดินหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถล้วงความลับอะไรจากแอรอนได้แล้ว เคนนี่กับไอร่าก็ได้แต่มองหน้ากัน ยักไหล่ทีหนึ่งแล้วแยกกันกลับไปยังหอพักของตัวเองต่อไป


จินเดินมาตามทางอิฐที่ทอดผ่านสนามหญ้าของโรงเรียน สีหน้ามีแววคล้ายคนกำลังครุ่นคิดปัญหาหนักอกอยู่ ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากตึกเรียนกำลังจะถึงบันไดทางขึ้นด้านหน้าของโรงเรียนนั้นเอง
เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างในชุดเรียบร้อยของรัซเซลล์เดินสวนขึ้นมาพอดี
ทั้งคู่สบตากับ จินจ้องตาเหมือนจะค้นหาบางอย่างจากตาของรัซเซลล์ ในขณะที่รัซเซลล์จ้องจ้องตอบด้วยแววตาปกติธรรมดา
ท่ามกลางความเงียบที่หากมีเสียงเข็มตกก็คงได้ยินไปทั่วนั้น ทั้งคู่ก็เดินลงเท้าหนักๆ เข้าหากันอย่างรวดเร็ว เข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ เรื่อยๆ
และชั่วพริบตาที่ทั้งคู่เดินสวนกันนั้นเอง
" คุณมีกลิ่นเลือดติดเสื้อแน่ะ " จินพูดเหมือนจะเปรยๆ ออกมามากกว่า
รัซเซลล์นิ่งเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบไปว่า " ก็ผมเป็นอาจารย์สอนคหกรรม ก็ต้องมีกลิ่นเลือดสัตว์ติดตัวอยู่บ้างน่ะสิ "
" เหรอ " จินพึมพำอย่างจงใจจะให้รัซเซลล์ได้ยิน " แต่ดูเหมือนกลิ่นเลือดคนมากกว่าเลือดสัตว์นะ "
รัซเซลล์นิ่งไปอีกหนก่อนจะพูดตอบไป " งั้นคุณก็คงเป็นหวัดซะแล้วละ "
แล้วก็เดินแยกจากจินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองอีกแม้แต่นิดเดียว

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ฟังเคนนี่ร้องเพลงอังกฤษกับเพลงญี่ปุ่นมาแล้ว
ก็มาฟังเคนนี่ร้องเพลงจีนกันบ้างนะครับ
กับเพลง 'ความฝัน นกเป็ดน้ำ ผีเสื้อ' เพลง Ending
จากเรื่องเปาบุ้นจิ้น เก่าไปหน่อยแต่ความหมายดีมาก
ต้องขอบคุณ น.นพรัตน์ที่อุตส่าห์แปลเพลงนี้ไว้ครับ

จาก : Dark Master - 18/10/2000 09:08

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1