หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 18 - Eternal Punishment 2 - (อีกครั้ง)
ข้อความ : ที่ห้องพักของกราเซีย
เคนนี่นั่งอยู่บนเตียง เล่าเรื่องทั้งหมดที่ตัวเองได้พบเจอมาเกี่ยวกับไอร่าให้เพื่อนและเจ้านายฟัง ทั้งเรื่องการเป็นคนสองบุคลิก และอดีต
อันเจ็บปวดที่ไอร่าได้รับจากการเกิดมาเป็นสมิง ซึ่งประมวลเอาทั้งจากที่เคยได้ยินไอร่าเล่าให้ฟัง และจากที่ "อ่าน" อดีตของไอร่าด้วยวิธีการไซโคเมทรี่
แอรอนกับรัซเซลล์ยืนฟังด้วยสีหน้าตะลึงลานกับเรื่องที่เคนนี่เล่า แม้กาโดผู้สุขุมก็อดมีสีหน้าแปลกใจไม่ได้ คงมีแต่กราเซีกับสตันเท่านั้นที่รับฟังด้วย
ทีท่าสงบเยือกเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ
" คนสองบุคลิกงั้นรึ " แอรอนพึมพำ " แปลว่าที่เราเจอตะกี้นี้เป็นตัวจริงของเธอใช่มั้ย " เคนนี่พยักหน้า
" แล้วไอ้ที่เล่นพวกแกบนกำแพงเมืองเมื่อสามวันก่อนนั่นก็เป็นอีกบุคลิกหนึ่ง ที่ชื่อ... เอ้อ... อะไรวะ... อ้อ ใช่ มาอินั่นแหละ ถูกมั้ยวะ " รัซเซลล์ถามปนตะกุกตะกัก
เล็กน้อยเพราะดันจำชื่ออีกบุคลิกหนึ่งของไอร่าไม่ได้
" ใช่ " เคนนี่ตอบพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
รัซเซลล์ตบเข่าตัวเองฉาดเบ้อเริ่ม พร้อมกับพูด " ให้ตายโ-งสิวะ ในโลกนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยเรอะเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ "
กราเซียนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงโดยหันหน้าเข้าประจัญกับเคนนี่ กาโด รัซเซลล์ แอรอน และสตันยืนอยู่ใกล้ๆ เขานั่งหลับตา สีหน้ามีแววพินิจพิเคราะห์
ยกมือขวาขึ้นจับคาง กราเซียอยู่ในท่านี้ครู่หนึ่งก็ลืมตาแล้วถามเคนนี่
" พอเข้าใจแล้ว ที่นายบอกว่าให้ช่วยไอร่าน่ะ หมายถึงช่วยหาทางแยก 'ไอร่า' ออกจาก 'มาอิ' ใช่มั้ย "
" ท่านมีวิธีหรือครับ " เคนนี่ร้องออกมาพร้อมกับเงยหน้า ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยในลักษณะของคนยามพบความหวังอยู่ข้างหน้า
กราเซียนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะพูด " ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด "
คำพูดนี้ของกราเซียแผ่วเบายิ่ง แต่สำหรับเคนนี่แล้วเหมือนกับเสียงอสุนีบาตฟาดเข้ามายังร่าง ยังผลให้เขานิ่งไปด้วยอาการตะลึงงัน แทบไม่อยากเชื่อ
ว่าหูตัวเองจะได้ยินแบบนั้น
" ทำไมครับ ท่านกราเซีย " เขาถามเสียงสั่น
" ไอร่าเป็นคนสองบุคลิก ซึ่งหมายความว่ามีจิตสองดวง แต่มีวิญญาณดวงเดียวกัน ต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่มีจิตกับวิญญาณอย่างละดวง " กราเซียอธิบาย
" จิตทั้งสองดวงและวิญญาณต่างก็ค้ำจุนซึ่งกันและกันไว้ โดยจะขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้เลย ก็เหมือนแท่งแก้ว 3 แท่งที่ตั้งอิงกันไว้บนแผ่นไม้ที่บางและแคบแผ่นเดียวนั่นแหละ
ถ้าหยิบแท่งใดแท่งหนึ่งออก 2 แท่งที่เหลือก็จะตกลงมาแตกทันที "
เคนนี่ยืนนิ่ง สองมือกำแน่น ฟังสิ่งที่กราเซียพูดด้วยทีท่าสิ้นหวัง
" ดังนั้น การคิดจะแยกบุคลิกทั้งสองออกจากกัน ก็เหมือนเป็นการฆ่าทางอ้อมนั่นแหละ " กราเซียสรุป
" ท่านหมายความว่า ไม่มีทางที่จะแยกบุคลิกของคนหลายบุคลิกออกจากกันได้เลย ใช่มั้ยครับ " เคนนี่ถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
กราเซียนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วก็พยักหน้า
" บ้าชัดๆ !!!! " จู่ๆ เคนนี่ก็คำรามออกมาดังลั่น หมัดที่กำแน่นพลันเงื้อขึ้นแล้วฟาดเปรี้ยงออกไปใส่ผนังด้านข้างตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เกิดเสียงเปรี้ยงสนั่น พร้อมๆ กับผนังบริเวณที่เคนนี่ชกใส่พังทะลุออกไปเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยแววเศร้าใจระคนกับแววคะฃับแค้นใจอย่างที่สุด
ตอนนั้นเอง

The old hometown looks the same
As I step down from the train
And there to me is my Mama and my Papa
Down the road I lookand there run Mary
Hair of gold and lips like cherries
It's good to touch the green, green grass of home

เสียงเพลงอันแสนเศร้าสร้อยดังกังวานไปทั่วทั้งปราสาท ไม่มีใครรู้ว่าเสียงเพลงนี้เป็นของใครยกเว้นเคนนี่ เขาจำเสียงนั้นได้ดี นั่นคือเสียงของไอร่า
นั่นเอง

The old house is still standing, though the paint is cracked and dry
And there's an old oak tree that I used to play on
Down the lane I walk with my sweet Mary
Hair of gold and lips like cherries
It's good to touch the green, green grass of home

Yes, they'll all come to meet me
All reaching smiling sweetly
It's good to touch the green, green grass of home

Then I awake and look around
To the cold grey wall that surround me
And I realize that I was only dreaming
There's a guard, and there's a sad old padre
On and on we'll walk at daybreak
Again I'll touch the green, green grass of home

ถึงท่อนนี้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นหดหู่ตามอารมณ์เศร้าที่มากับเสียงเพลง แม้แต่คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องนั้นรวมถึงทหารและคนในปราสาทต่างก็มีสีหน้า
หดหู่ตามไปด้วย

Yes, we'll all be together
In the shade of that old oak tree
As they lay beneath
The green, green grass of home....

ทุกคนไม่ว่าบรรดาทหารที่ยืนรักษาการภายในตัวปราสาท หรือพวกคนรับใช้ ต่างนิ่งเงียบไปราวกับตกอยู่ในภวังค์ของเสียงเพลง
อันเศร้าสร้อยของไอร่า ทั่วทั้งปราสาทตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ภายในห้องของกราเซียเองก็เหมือนกัน ทุกคนในห้องนิ่งเงียบราวกับเป็นใบไปกันหมด สีหน้ายังมีแววหดหู่ไปกับความหมายของเพลงที่ไอร่าร้องออกมา
ตะกี้นี้
" เดี๋ยวผมจะไปดูไอร่าหน่อยนะครับ " ในที่สุด เคนนี่ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ภายหลังจากเคนนี่ออกไปจากห้องได้ครู่หนึ่ง
" หมอนี่ยังเหมือนเดิม " รัซเซลล์พูดขึ้น " แพ้อะไรไม่แพ้ แพ้ใจตัวเองทุกที "
" ทำพูดดีไปเหอะ " แอรอนว่า " แกเองก็เหมือนกันไม่ใช่เรอะ "
รัซเซลล์นิ่งเงียบไปด้วยอาการแปลกๆ นิดหนึ่ง แล้วจึงพูดเหมือนตัดบทเอาดื้อๆ
" ชั่งแม่งมันเหอะ ใครจะแพ้ใจใครน่ะ " แล้วต่อด้วย " ง่วงแล้วโว้ย จะไปนอนแล้ว รอไอ้บ้าเคนนี่มา 3 วัน แทบไม่ได้หลับได้นอนกันเลย แถมมายังหา
เรื่องมาให้อีก "
รัซเซลล์บ่นพึมพำเป็นชุดๆ ก่อนจะเดินอาดๆ ออกจากห้องไป กราเซียยกมือขึ้นปิดปาก แสดงอาการขบขันนิดหน่อย แอรอนเองก็หัวเราะน้อยๆ เหมือนกัน
แต่ก็ต้องยกมือขึ้นตะครุบปากด้วยอาการตาลีตาเหลือก เมื่อเห็นสายตาดุดันของกาโดที่ยืนเป็นองครักษ์อยู่ด้านหลังของกราเซียจ้องเขม็งมาทางตน


ห้องของไอร่า
ไอร่านั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองออกไปนอกห้องด้วยอาการเหม่อลอยเหมือนจะปล่อยใจไปกับความรู้สึกอันมากมายที่อยู่ในหัวใจ ประกายตาเหม่อลอยเต็มไปด้วย
ริ้วรอยแห่งความเศร้า
" ยอดเยี่ยม "
เสียงเย็นๆ ที่ใครได้ยินก็ต้องขนลุกกับเสียงแปะๆ คล้ายเสียงตบมือช้าๆ เป็นจังหวะดังขึ้นมาในหัวของไอร่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสียงของมาอินั่นเอง
" Green Grass of Home งั้นเหรอ " มาอิพูดมาอีก " เป็นเพลงที่ดี เหมาะกับเธอ... ไม่สิ 'พวกเรา' มากเลยนะ จริงมั้ย "
" อย่ามาแกล้งเฉไฉไปเรื่องอื่น !! " ไอร่าพูดเกือบเป็นเสียงตะโกน " มีอะไรก็รีบๆ พูดมา "
" จ้ะๆ " มาอิพูดด้วยน้ำเสียงกวนตอบวกอีน
" เฮ้อ น่าเจ็บปวดหัวใจจริงนะ คนเรา จะตายทั้งทีไม่ตายคนเดียว จะพาคนอื่นตายไปด้วย " มาอิยั่ว " แถมคนที่พาไปตายยังเป็น ส่วนหนึ่งของตัวเองซะอีกนี่สิ
ยิ่งเจ็บกระดองใจเข้าไปใหญ่ "
" เพราะแกมันเลวไงล่ะ!!! " ไอร่าตวาดดังลั่น น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย " ชั้นถึงเอาแกไว้ไม่ได้ "
" ต๊ายตาย ชั้นเลวงั้นเหรอจ๊ะ " มาอิยังโต้ตอบด้วยน้ำเสียงกวนบาทาเช่นเดิม " งั้นคนที่ 'สร้าง' ชั้นขึ้นมาน่ะ ไม่เลวยิ่งกว่างั้นเหรอจ๊ะ "
เจอตอกหน้ากลับแบบนี้เล่นเอาไอร่าอึ้งไปเหมือนกัน
" ไม่ใช่เพราะเธอเกลียดชาวบ้านพวกนั้นแต่ไม่กล้าตอบโต้รึไง " มาอิได้ทีขี่แพะไล่ต่อ " ถึงได้เพาะบ่มความเกลียดไว้ในใจจนสร้างเป็นชั้นขึ้นมา
แล้วพอชั้นทำตามที่เธอต้องการได้แล้ว เธอก็กลับไม่พอใจหาว่าชั้นทำเลวซะอีกนี่ คนอาไร้ คิดแต่จะเก็บความสุขความพอใจไว้กับตัว แล้วโยนความไม่ดีไม่งามไปให้
คนอื่น "
" หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ !!!!! " ไอร่ากรีดร้องพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นอุดหู ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิด เพราะเสียงกวนๆ ของมาอิยังดังเข้ามาอีก
จนได้
" เฮ้อ น่าสงสารลูเซ่จังเลยนะต้องมาตายเพราะคนแบบเนี้ย ถ้าเค้ารู้ละก็ คงจะเสียใจจนอกช้ำหนองแน่เลย เนอะ "
" หยุดพูดซะทีเถอะ !!!!!!! "
เสียงกรีดร้องของไอร่าทำเอาเคนนี่ที่เดินมาจะถึงหน้าห้องอยู่แล้วถึงกับสะดุ้ง เขารีบเดินไปจนถึงประตูห้องแล้วเปิดประตูพรวดเข้าไป
" ไอร่า !!! เป็นอะไร !!! ตะโกนทำไม !!! " เป็นคำถามที่หลุดออกมาจากปากของเคนนี่เมื่อเข้าไปในห้องได้
ภาพที่เขาเห็นคือไอร่ากำลังนั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างยกขึ้นมาปิดหูเอาไว้ซึ่งตอนนี้ลดลงมาอยู่แค่อกแล้ว ใบหน้าที่หันมาเผชิญหน้ากับเคนนี่นั้นเต็มไปด้วย
น้ำตา สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเศร้า แฝงไว้ด้วยแววประหลาดใจเล็กน้อยที่จู่ๆ เคนนี่ก็พรวดพราดเข้ามา
" เป็นอะไรรึเปล่า ไอร่า " เคนนี่ถามซ้ำเมื่อเห็นว่าไอร่าไม่ตอบคำพร้อมกับเดินเข้าไปหาไอร่าและยื่นมือเข้าไปหา
ฝ่ายไอร่านั้นจ้องมองมาทางเคนนี่ด้วยใบหน้าหวาดกลัว เพราะตอนนี้ในดวงตาของเธอนั้นเห็นภาพเงาบางๆ ของลูเซ่ ซ้อนเงานอยู่บนใบหน้าของเคนนี่
จ้องมองมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนอย่างทุกที ในหัวของเธอคล้ายจะได้ยินเสียงที่แสนนุ่มนวลของลูเซ่ดังมาว่า " ไม่เป็นไรนะ ไอร่า "
" ไม่!!!!!!! "
ไอร่ากรีดร้องออกมาพร้อมกับปัดมือที่ยื่นมาหาของเคนนี่อย่างแรง ทำเอาเคนนี่ตกใจกับอากัปกิริยาอันแปลกประหลาดของไอร่า แต่ก็ยังพยายามเดินเข้าไปหา
ไอร่า แต่ไอร่าปัดมือและถอยหนี
" ไม่!!!! อย่ามาถูกตัวชั้น !!!!!! "
พร้อมกับขยับไปยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ตรงหน้าต่าง เอามือปิดหูทั้งสองข้างแล้วหลับตาสะอื้นฮักๆ
ได้ยินเช่นนี้แถมยังเห็นท่าทางแบบนี้ของไอร่าอีก ทำให้เคนนี่ถึงกับอึ้งไป " ไอร่า.... "
ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าประมาณสี่ห้าเสียงดังอยู่นอกห้อง และดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นกำลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้านั้น ไอร่าที่ยืนสั่นอยู่นั้นพลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ส่อถึงความหวาดกลัว
เธอกำลังนึกภาพในอดีตที่มีคนใจร้ายหลายคนวิ่งขึ้นมาบนบ้านของเธอ ตรงเข้าฉุดกระฉากเธอลงมาจากเตียง อันเป็นความทรงจำเลวร้ายจากอดีต
ยิ่งคิดเช่นนี้ แววหวาดกลัวบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูน
แล้วในที่สุดก็ระเบิดออกมา
" ไม่!!!!!!!!!!!!!!!! "
ไอร่าร้องออกมาราวกับเสียสติ พร้อมกับยกมือสองข้างปิดหู แล้วอย่างที่เคนนี่เองก็มิได้คาดคิด เธอหันหัวกลับไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
ทำท่าเหมือนจะพุ่งทะลุกกระจกออกไป
" ไอร่า!!! " เคนนี่ร้องเรียกชื่อของไอร่าเสียงหลงพร้อมกับกระโดดเข้าหาหมายจะคว้าตัวเธอเอาไว้
เคนนี่พุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าเกินไป เมื่อร่างของไอร่ากระแทกกับกระจกหน้าต่างเสียงดังเพล้ง แล้วลับหายไปทันที
พริบตาที่ร่างของไอร่าหายไปจากสายตาของเขา หน้าตาของเขาก็ซีดเผือดกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ เขาวิ่งไปที่หน้าต่างที่แตกละเอียดแล้วชะโงกหน้าลงไปมอง
ทันที แล้วก็โล่งอก เมื่อเห็นว่าข้างล่างนั้นติดกับหลังคาปราสาทส่วนหนึ่งอยู่ และระยะห่างจากหน้าต่างถึงหลังคาก็ไม่สูงมากนัก จึงมั่นใจได้ว่าไอร่าโดดลงไปจะไม่เป็นอันตรายแน่
แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าก็คือ ร่างของไอร่าตอนนี้นั้น ตอนนี้วิ่งไปถึงสุดทางของหลังคาปราสาทอีกด้านหนึ่ง และกำลังจะโดดลงจากหลังคาปราสาทหายลับไปแล้ว
คราวนี้เคนนี่ไม่มีเวลามานั่งโล่งอกอีกแล้ว เขากระโจนพรวดออกไปทางหน้าต่างลงมาที่หลังคาปราสาท แล้วออกวิ่งไล่ตามไอร่าไปทันที


ในช่วงเดียวกับที่เคนนี่กำลังจะโดดลงหน้าต่างตามไอร่าไปนั่นเอง
เจ้าของเสียงฝีเท้าสี่ห้าเสียงที่ทำให้ไอร่ากลัวจนกระโดดหน้าต่างหนีก็เปิดประตูพรวดเข้ามาในห้อง นำมาโดยกราเซีย ต่อด้วยกาโดกับสตัน แล้วปิดท้ายด้วย
แอรอนกับรัซเซลล์ ทั้งหมดเข้ามาทันเห็นร่างของเคนนี่ปีนหน้าต่างพอดีเป๊ะ แต่ยังไม่ทันที่จะเรียกตัวไว้ พี่ท่านก็เล่นกระโดดหายแว้บไปแล้วโดยที่ใครก็เรียกไว้ทัน
แอรอน รัซเซลล์ทำท่าจะออกตาม แต่กราเซียยกมือขึ้นขวางหน้าทั้งสองไว้นิดหนึ่งเป็นเชิงปราม จากนั้นจึงเดินไปที่บานหน้าต่างซึ่งตอนนี้พังยับเป็นเศษ
บางส่วนกองอยู่กับพื้น และบางส่วนยังติดอยู่กับหน้าต่าง เขายื่นมือขวาออกไปแตะกับเศษบานหน้าต่าง หลับตาลงอย่างคนใช้สมาธิ ใช้พลังไซโคเมทรี
อ่านจิตที่ตกค้างอยู่ดู
" น... นี่มัน !!?? " กราเซียอุทานออกมาอย่างตกใจเล็กน้อยก่อนจะดึงมือข้างที่ยื่นไปกลับด้วยสีหน้าตกใจพอๆ กับน้ำเสียง


ร่างของไอร่าพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู กระโจนไปเหนือหลังคาบ้านในเมืองคาคอนซิส จากหลังหนึ่งไปอีกหลังหนึ่ง
ว่องไวราวกับเสือดาวกระโจนข้ามคาคบไม้ โดยมีเคนนี่ไล่กวดตามมาในระยะห่างกว่าสิบเมตร
" ไอร่า!!!!! "
เคนนี่พยายามที่จะตะโกนเรียกไอร่าไว้ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยอารมณ์ของไอร่าในตอนนี้ ไม่มีทางหยุดกึกแล้วหันมาพูดกับเคนนี่ดีๆ แหงแซะ
ตรงกันข้าม เสียงเรียกของเคนนี่กลับจะทำให้ไอร่ายิ่งเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีก เร่งชนิดที่เคนนี่เองไล่ไม่ทันเลยทีเดียว
ฝ่ายเคนนี่เมื่อเห็นว่าไอร่าเร่งความเร็วขึ้นมาแบบนั้น ก็ยิ่งเร่งความเร็วของตัวเองเพิ่มขึ้นบ้าง เพื่อจะไล่ไอร่าให้ทันบ้าง


เคนนี่มาไล่ไอร่าทันเมื่อถึงกำแพงเมืองคาคอนซิสแล้ว ทั้งคู่อยู่ห่างกันในระยะเกือบสิบเมตรเท่าเดิม และใช้ทางเดินของทหารยามบนกำแพงแทนลู่วิ่ง
ไล่กันไปมารอบกำแพงเมืองนั่นละ
เคนนี่สับขายิกๆ ไล่หลังไอร่าไปอย่างรวดเร็วโดยใช้พลังออร่าช่วยเสริมพลังวิ่งด้วยเพื่อเร่งความเร็ว ซึ่งก็เปล่าประโยชน์ ร่างของเขาไม่ได้เข้าใกล้ไอร่าเลย
ซักนิดเดียว
เคนนี่ชักมีน้ำโห เขาปล่อยแฟนธอมแฟงค์เส้นขนาดเชือกออกมาจากมือขวา ตัดโคนให้แยกออกจากแขน แล้วซัดออกไปทางทิศที่ไอร่าวิ่งอยู่เต็มแรง
แฟนธอมแฟงค์หมุนติ้วๆ เหมือนกงจักร แหวกอากาศเรี่ยพื้น ไปมัดข้อเท้าซ้ายของไอร่า แล้วตวัดรวบข้อเท้าขวาเข้ามามัดไว้อีกข้าง ทำให้ไอร่าเสียหลัก
ล้มคะมำไปข้างหน้าอย่างแรง
เคนนี่นั้นทีแรกมีสีหน้ายินดีที่หยุดไอร่าสำเร็จ แต่แล้วก็เริ่มหน้าเสีย เมื่อเห็นว่าไอร่านอนนิ่งไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
เคนนี่ทดลองร้องเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไอร่าก็ยังคงนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่อย่าง คราวนี้หมอชักใจไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว เขารีบเดินเข้าไปหาร่างของไอร่าทันที
เพื่อตรวจดูว่าได้รับบาดเจ้บร้ายแรงอะไรรึเปล่า
แต่แค่เคนนี่เดินเข้าไปใกล้ตัวไอร่าเท่านั้น
เคนนี่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวแปลกๆ ไป เริ่มหายใจติดขัดเหมือนอยู่ในอุโมงค์ปิดตาย เขารีบขยับถอยห่างจากร่างของไอร่า แต่พอถอยไปได้แค่สองก้าว
หลังของเขาก็ชนกับบางอย่างลักษณะคล้ายกำแพง และยังไม่ทันที่เขาจะหันกลับไปดู ไอ้กำแพงนั่นก็ม้วนตัวมันเองเป็นทรงกลมอย่างรวดเร็ว ห่อร่างของเคนนี่ไว้ในทรงกลม
นั้น
" บ้าเอ๊ย !!!! กำแพงอากาศอีกแล้วเรอะ " เคนนี่คิดว่าตัวเองสบถออกมาแบบนั้น แต่น่าแปลก เขากลับไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลย แถมรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศ
รุนแรงยิ่งกว่าทีแรกเสียอีก
ในเวลาเดียวกัน ร่างของไอร่าที่ล้มลงไปนอนอยู่นั้น ก็ลุกขึ้นมาช้าๆ นั่งกับพื้น เธอยื่นมือออกมาจับแฟนธอมแฟงค์ที่มัดติดข้อเท้าทั้งสองข้างแล้วกระชากแรงๆ
เพียงทีเดียว แฟนธอมแฟงค์เส้นนั้นก็ขาดกระจุยราวกับเส้นด้ายเล็กๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นมายืนด้วยอาการแปลกๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเคนนี่ที่ลอยอยู่เหนือหัวด้วยสายตา
และรอยยิ้ม***มเกรียม
" เป็นไง รู้สึกทุเรศตัวเองดีมั้ยที่ถูกกับดักเด็กๆ แบบนี้เล่นงานเอาน่ะ อ้อ ลืมไป อยู่ในเขตสุญญากาศคงไม่ได้ยินอะไรหรอก "
แม้เคนนี่จะไม่ได้ยินน้ำเสียงที่แฝงแววเยาะเย้ยนั้นก็ตาม แต่ก็พอจะเดาได้จากสายตา***มเกรียมนั้นว่า ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับมาอิ อีกบุคลิกหนึ่งของไอร่า
" ออกมาแล้วสินะ นังแม่มดอัปลักษณ์ " เคนนี่สบถในใจ ใบหน้าอวดรอยยิ้ม***มเกรียม แววตาทอประกายดุดัน
" ทำไม ทำตาแบบนั้นทำไม มองหน้าด่าแม่ในใจเรอะ " มาอิพูดออกมา ใบหน้ายังเปื้อนยิ้มอยู่ " จะบอกให้เอาบุญนะ ถ้าชั้นคิดจะฆ่าแกตอนนี้ละก็ ง่ายยิ่งกว่า
บี้มดรึเหยียบปลวกซะอีก แต่น่าเสียดายที่ท่านเดธมาคส์สั่งไว้ว่าห้ามฆ่าแกเด็ดขาด ถ้าจับตัวได้ให้พากลับไปเป็นๆ ไม่รู้ว่าท่านเดธมาคส์คาดหวังอะไรไว้กับสมิงกระจอกๆ
อย่างแกนักนะ แต่ช่างเถอะ คำสั่งของท่านเดธมาคส์ถือว่าสูงสุด เพราะฉะนั้น ชั้นต้องพาแกกลับไปเป็นๆ "
ถึงตอนนี้มาอิเริ่มทำหน้าตา***มขึ้นกว่าเดิม แล้วพูดต่อ
" แต่ท่านเดธมาคส์สั่งไม่ให้ฆ่าก็จริง แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามทำร้าย ดังนั้น ชั้นเลยเปลี่ยนสภาพภายในของกำแพงอากาศให้เป็นสุญญากาศ ทำให้แกรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
แต่ไม่ต้องห่วง เพราะชั้นจะคอยเติมอากาศให้ทีละนิดเอง ห่วงร่างกายของตัวเองที่ไม่สามารถทนสภาพสุญญากาศได้ดีกว่านะ หมั่นผนึกออร่าคุ้มกันตัวให้ดีเถอะ เพราะถ้าออร่า
ที่คุ้มกันร่างกายอยู่หายไปเมื่อไหร่ แกก็เจ็บตัวได้ง่ายๆ เหมือนกัน "
" โอ๊ะ ลืมไป อยู่ในสุญญากาศจะได้ยินได้ยังไง แหมขี้ลืมจริงๆ เรานี่ " ถึงตอนท้ายนี้ มาอิแกล้งทำเป็นเพิ่งนึกได้ล้อเลียนเคนนี่
" เอาล่ะ ไปกันได้แล้วก่อนที่คนอื่นจะรู้ตัวแล้วแห่กันมา " มาอิพูดขึ้นพร้อมกับจะยกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อจะบังคับลูกบอลกำแพงยักษ์ให้ลอยมาหา แต่มาอิก็ต้อง
ชะงักไปเมื่อเห็นอาการของเคนนี่ที่ถูกขังอยู่
สีหน้าของเคนนี่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างของเคนนี่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เริ่มมีขนสีขาวและสีเทาน้ำเงินงอกทั่วตัวและเล็บแหลมคมงอกยาวทั้งมือเท้า
ขาและหัวก้เปลี่ยนไปกลายเป็นขาและหัวของหมาป่า
แล้วในที่สุดก็กลายเป็นสมิงหมาป่าเต็มตัว เขาเงื้อกรงเล็บมือทั้งสองข้างทิ่มลงไปที่กำแพงอากาศข้างหน้าตัวอย่างแรง เส้นสีดำของแฟนธอมแฟงค์ปรากฎขึ้น
ที่ลำแขทั้งสองข้างของเคนนี่แล้วหมุนติ้วเหมือนสว่าน เจาะกำแพงอากาศอย่างรุนแรง บวกกำพลังกดอันมหาศาลของเคนนี่ พริบตาเดียว กำแพงอากาศอันแข็งแกร่งก็ทะลุ
เป็นรูกว้างพอที่จะให้มือทั้งสองข้างลอดออกไปได้ แล้วเคนนี่ก็กระชากมือทั้งสองข้างที่ลอดออกไปได้แล้วออกไปทางด้านข้างตัวอย่างรุนแรง
ผลคือกำแพงอากาศแตกเป็นชิ้นๆ ร่างของเคนนี่หล่นลงมาจากกำแพงอากาศพร้อมกับกรงเล็บซ้ายติดแฟนธอมแฟงค์ที่เงื้อขึ้นเหนือหัว ตบเปรี้ยงลงมาหามาอิ
ที่มัวแต่ตะลึงเพราะไม่นึกว่าเคนนี่จะทำลายกำแพงอากาศได้ง่ายดายปานนี้ทันที
แต่มาอิก็ไวทายาท กระโดดถอยหลังหลบกรงเล็บของเคนนี่ได้ กรงเล็บของเคนนี่จึงพลาดโดนพื้นหิน แต่ความรุนแรงของมันก็ทำให้พื้นหินแตกรอยยุบลงไป
แถมรอยแตกยังแผ่รัศมีออกไปกว่าสามเมตรจากจุดที่เคนนี่ตบลงไปโดน
เคนนี่เมื่อเห็นมาอิถอยหลังหลบไปก็ปล่อยแฟนธอมแฟงค์เส้นใหญ่ขนาดท่อนซุงเล็กๆ พุ่งออกจากหมัดขวาตามไปหามาอิซึ่งร่างลอยอยู่กลางอากาศ
จากการกระโดดหลบทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้มาอิตั้งตัว มาอินั้นเห็นจวนตัวจึงรีบยกแขนสร้างโล่อากาศขนาดเล็กแต่หนาพิเศษรับแฟนธอมแฟงค์
พริบตาที่แฟนธอมแฟงค์เข้าใกล้ตัวมาอิ ตรงปลายของมันก็แยกออกคล้ายขากรรไกรของสัตว์ร้ายที่มีเขี้ยวแหลมคมเต็มปาก มาอิตกใจรีบชักมือทั้งสองข้างกลับ
ทันที เขี้ยวนั้นจึงงับพลาด แต่ก็ยังเฉี่ยวเอาแขนเสื้อของมาอิขาดกระจุย และยังงับเอาโล่อากาศอย่างหนาพิเศษของมาอิจนกระจุยไปด้วย
มาอิเห็นดังนี้นจึงยกเท้าซ้ายขึ้นเหยียบซีกหนึ่งของแฟนธอมแฟงค์นั้น แล้วถีบมันออกไปให้ห่างตัว ส่วนตัวเองอาศัยแรงจากที่ยันแฟนธอมแฟงค์เป็นแรงกระโดด
ขึ้นไปยืนจังก้าอยู่บนหลังคาของป้อมทางด้านหลังของตัวเอง
" ฉลาดนี่ " เคนนี่พูดพร้อมกับดึงแฟนธอมแฟงค์อันนั้นกลับมาหาตัว " ที่เมื่อกี้ไม่รับ "แบล็กด็อก" ของชั้นตรงๆ "
เมื่อดูชัดๆ แล้ว จึงเห็นว่าแฟนธอมแฟงค์เส้นนั้นต่างจากแฟนธอมแฟงค์แบบที่เคนนี่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ โดยส่วนปลายนั้นแทนที่จะมนเหมือนหัวของหนอน
หรือปลายเชือก กลับเป็นรูปหัวของหมาป่าแทน มีขาหน้าที่มีเล็บแหลมคมสี่เล็บงอกออกมาเสียด้วยสิ
" นึกว่าแฟนธอมแฟงค์จะมีอยู่แค่แส้ดำๆ เอาไว้ทิ่มรึฟาดอย่างเดียวซะอีก " มาอิอวดความเห็น
" ที่แกเคยเห็นมาก่อนน่ะมันแค่ "เถาวัลย์ปีศาจ" ไม่ก็ "หนอนปีศาจ" เท่านั้น " เคนนี่พูด " แฟนธอมแฟงค์น่ะยังมีอีกหลายรูปแบบ และนี่ก็เป็นหนึ่งในหลายรูปแบบนั้น
เรียกว่า "แบล็กด็อก" เป็นรูปร่าง "หมาป่าปีศาจ" ของแฟนธอมแฟงค์ "
" ก็แค่แฟนธอมแฟงค์เปลี่ยนรูปร่างไปนิดหน่อย ทำเรียกซะน่ากลัวเชียวนะ " มาอิค่อน
" ถ้าแค่เปลี่ยนรูปร่างไปอย่างเดียวจริงๆ แกคงไม่ถึงกับต้องหลบแทนที่จะรับตรงๆ มั้ง " เคนนี่ย้อน
ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาอิจะพูดขึ้น
" ดูท่าชั้นจะประมาทไปหน่อย " มาอิพูด ท่าทางทีเล่นทีจริงหายไปจากตัวหมดสิ้น " เห็นทีคราวนี้คงต้องให้เจ็บตัวหนักๆ จนปล่อยพลังไม่ออกก่อนสินะ
ก็ได้ ชั้นเองก็จะเอาจริงเหมือนกัน "
มาอิตะโกนก้อง พร้อมกับที่กลายร่างเป็นสมิงนกเหยี่ยวสีขาว ดวงตาสีแดงเย็นเยียบจับจ้องมายัง
ดวงตาดุดันของหมาป่าเคนนี่ที่จ้องตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นกัน
พลันมาอิก็ทะยานร่างขึ้น กางปีกขนาดยักษ์บดบังท้องฟ้ายามราตรีจนมิด แล้วพุ่งร่างเข้าใส่เคนนี่ทันที

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

จาก : Dark Master - 13/10/2000 10:08
โฮมเพจ : กำลังทำอยู่

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1