หัวข้อ : ตำนานฟุตเหล็กทองคำ ภาคที่ 3 - Yggdrasil ต้นไม้หยังสามโลก -
ข้อความ :

[img] http://www.geocities.com/novelsmdm/fhh0300/logo.jpg[/img]


ตำนานฟุตเหล็กทองคำ ภาคที่ 3 - Yggdrasil ต้นไม้หยังสามโลก -
บทนำ
หลังจากอุกกาบาตนับพันนับหมื่นตกลงมาบนโลกทำลายสิ่งต่างๆไปมากมาย มนุษย์ที่เหลือเพียงกึ่งหนึ่งจากเดิม กลับหันหน้าเข้าฆ่ากันเพื่อทำลายล้าง สงครามโลกครั้งที่สามจึงเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้เป็นสงครามเพื่ออาหารและที่ทำกิน มนุษย์ที่คิดว่านี่คือจุดสุดท้ายของมนุษย์แล้วจึงได้สร้างหลุมหลบภัยขึ้นมาตั้งชื่อว่า "โนอา" คนในโนอาเรียกได้ว่าเป็นระดับมนุษย์ที่คัดไว้แล้วว่าเป็นเยี่ยมในด้านต่างๆ แต่ว่า ไม่นานนักก็เกิดโรคระบาดขึ้นใน โนอา คนในนั้นค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ แต่ที่น่าแปลกเด็กสามคนที่เกิดในโนอาไม่มีใครเป็นโรคที่ว่านี้ ทั้งสามกลับมีภูมิคุ้มกันโรคนี้ จนเด็กทั้งสามโตขึ้นเป็นเด็กสาวสามคน มนุษย์ที่เหลือในโนอาเหลือน้อยเต็มทน เธอทั้งสามเรียนรู้ความรู้ทั้งหมดในโลกหมดสิ้น มนุษย์ข้างนอกจะเป็นอย่างไรบ้างไม่มีใครในโนอา รู้แต่ทุกคนรู้ว่าจะยอมให้เชื้อโรคที่ว่านั้นออกไปสู่โลกภายนอกไม่ได้ ทั้งสามจึงต้องอยู่ใน โนอา จนกระทั้งเหลือเพียงพวกเธอทั้งสาม คนหนึ่งในสามค้นพบคำตอบของเชื้อโรคชนิดนี้ มันสามารเปลี่ยนโครงสร้างของตัวเองได้หลายๆอย่าง มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้นับไม่หมดเช่นเดียวกับโทษที่มีมากมายเช่นกัน อีกคนหนึ่งได้สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมาจากความรู้ทั้งหมดในห้องวิจัยใน โนอา สิ่งที่ได้คือ คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูงเครื่องหนึ่ง อีกคนหนึ่งเป็นคนให้จิตใจกับมันเป็นระบบ A.I. ที่ฉลาดและมีการตัดสินใจไม่แพ้มนุษย์ ทั้งสามร่วมมือกันจนทำให้คอมพิวเตอร์สามารถควบคุมเชื้อโรคที่ทำให้ทุกคนในโนอาตายไม่ต่างกับแขนขา และทั้งสามตั้งชื่อคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นว่า Yggdrasil หลังจากนั้นหลายร้อยปีต่อมา....

ประถมบทดาบทั้ง 8
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สามผ่านไป เกือบ 50 ปี กองกำลังของ UN ภายใต้การนำของประเทศมหาอำนาจตะวันตก เดินทางโดยเรือบรรทุกเครื่องบินนับสิบ กำลังรบเต็มอัตรา ความพร้อมขนาดก่อสงครามได้นานนับสิบปี เป้าหมายเพื่อกำจัดความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เกิดการรัฐประหาร ในเวลาเดียวกันนั้น

สอระวี ชายหนุ่มวัย 17 ในชุดนักเรียนเสื้อขาวกางเกงดำ นั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี่ประธานสภาผู้แทนฯ นอนเหยียดขาอย่างสบายใจพิงกับเก้าอี้ ด้านหน้าปักด้วยดาบสีน้ำตาลเหมือนทำจากดินเล่มหนึ่งชื่อว่า ปฐวีตรีคูณ ด้านซ้ายและขวายืนด้วยหญิงสาววัย 17 ที่มีหน้าตาที่อ่อนหวาน ซ้ายคือกัญญาถือดาบสีขาวชื่อว่าวิชชุวิญญู ขวาคือกันยาถือดาบสีดำสนิทชื่อมายาราตรี ทางซ้ายของกัญญายังมีชายที่ท่าทางเงียบสงบชื่อว่า ไพรี ในมือเป็นดาบโลหะเงาวาวใสเหมือนแก้วที่ชื่อศตะโลหะ ทางขวาของกันยากลับเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาขี่เล่นและดูใจดี ชื่อสหจรในมือถือดาบยาวที่เหมือนทำขึ้นจากไม้ที่ชื่อว่า พนาลีพละ

สอระวีหัวเราะภาพการถ่ายทอดที่อยู่ตรงหน้า กองกำลังของ UN ส่งก่องกำลังเป็นเครื่องบินรบเพื่อยุติการก่อรัฐประหาร
"จะเอายังไงกับมันดี" สอระวียืนขึ้นจับดาบสีน้ำตาลเบื้องหน้าขึ้นมา
"สั่งสอน, ทำลาย, ป้องกันตัวเอง" สอระวีถามขึ้น ด้วยนำเสียงอันเป็นปรกติก่อนตะโกนด้วยเสียงอันดังอีกครั้ง
"สั่งสอน, ทำลาย, ป้องกันตัวเอง พวกท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียติ กระผมถามว่าพวกท่านจะให้กระทำทำยังไงกับพวกที่มันต้องการ ดิน ในประเทศของเราโดยการทำให้ประเทศเราเป็นเมืองขึ้น ผ่านทางพวกท่านที่หวังแต่เงินทอง และฐานะตนเอง" สมาชิกสภาฯผู้ทรงเกียติ์ทั้งหลายได้แต่นั่งเงียบ ก่อนที่จะมีชายมาอายุคนหนึ่งด้านล่างยืนขึ้นประกาศออกมา
"พวกแก่ก่อการรัฐประหาร คิดว่าเรื่องแบบนี้จะจบง่ายๆแบบนั้นหรือไงวะ ทหารต้องไม่อยู่เฉย ประชาชนจะต้องลุกขึ้นต่อต้าน ประชาชนต้องต่อต้าน" สอระวีปักดาบลงบนพื้นร่างของชายคนนั้นทรุดลงไปกับพื้นเหมือนโดนฉุดลงไปนอนราบกับพื้น
"ถ้าคิดว่ามีใครหยุดพวกข้าได้ก็เอาสิวะ"
"กองกำลังของ UN กำลังมาแล้ว พวกแกยอมแพ้เถอะ ยังไงพวกแกก็ยังเป็นเด็ก กลับเนื้อกลับตัวน่าจะดีกว่า" ชายร่างอ้วนหัวหน้าฝ่ายค้านลุกขึ้น สอระวี ส่ายศีรษะ
"มนุษย์ก็ได้แต่หลงตัวเองว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่วิเศษที่สุด สภาแห่งนี้ก็เช่นกัน เป็นที่รวมของพวกโจรที่ยกระดับตัวเองให้มีฐานะในสังคม กัญญา กันยา เธอไปจัดการเครื่องบินเด็กเล่นพวกนั้นแล้วกัน"
"คะ" เสียงของสองหญิงสาวตอบขึ้นพร้อมๆกัน ก่อนชูผลึกทรงสี่เหลี่ยมรูปว่าวขึ้นมาและหายไปทั้งสองคน
"ไพรีกับสหจร พวกเราสามคนไปถล่มกองเรืองบรรทุกเครื่องบิน" ไพรีพยักหน้าช้าๆสีหน้าใช้ความคิดส่วนสหจรรีบถามขึ้นมาทันที
"แล้วพวกตาแก่พวกนี้ละ" สอระวียิ้มออกมา
"ปล่อยให้แก่ตายไปเองก็พอแล้ว หลังจากคืนนี้ประเทศไทยจะเปลี่ยนการปกครองใหม่" สอระวีชักดาบคืนมา กระโดดลงมาจากที่นั่งประธานสภาฯ ลงสู่พื้นเดินออกไป ตำรวจทหารที่อยู่ด้านหน้าสภาต่างตื่นตัว ปืนทุกกระบอกเล็งมาทางเขาเหมือนศัตรูทุกเสียงเงียบ ลงไพรีกับสหจรเดินตามมาด้านหลังก็มองไปรอบๆ
"แล้วจะไปกันยังไงวะ" สหจร ถามขึ้น
"ขอไปดีๆก็คงจะได้นะ" สอระวีตอบ สหจรส่ายศีรษะแต่ไพรีพยักหน้าเห็นด้วย......


ต้นไม้หยังสามโลก Yggdrasil (ตำนานฟุตเหล็กทองคำตอนที่ 3)

บทที่ 1
โรงเรียน สิทธิชัยเวทยะพัฒนาการ (เขตชุมนุมการศึกษาสี่จังหวัดเขาใหญ่) เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีพื้นที่กว้างใหญ่บนเขาใหญ่เป็นที่เรียนสำหรับนักเรียนักศึกษาที่อยู่ในรัศมีสี่จังหวัดเขาใหญ่ มีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเด็กเล็กคนถึงมหาวิทยาลัย มีทุกคณะและสาขาวิชาเท่าที่จะมีในโลก เด็กหนุ่มวัย 16 นั่งลงในห้องเรียนที่เงียบสงบของตนก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างที่เป็นแนวเขาสวยสีเขียวประดับด้วยแสงสีทองของแสงแดดที่กระทบกับยอดไม้ที่เรียนกันเป็นแถวสวยป่าไม้แสดงถึงความสมบูรณ์ของพื้นดิน เขาเดินไปที่ริมหน้าต่างก่อนเสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น
"สวัสดีครับพี่เหมียว"
"ว่าไงพน เราหนีพี่มาก่อนอีกแล้วนะ" พนหัวเราะเบาๆหาข้อแก้ตัว
"วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะครับผมก็เลยต้องรีบมา"
"หือ...ปรกติเราสนใจเรื่องเรียนด้วยแบบนั้นเหรอ" พนยิ้มออกมาหันกลับมาในห้อง
"ครับก็ ม.4 แล้วน่าจะตั้งใจเรียนได้แล้วสอบเข้าโรงเรียนในกลุ่มของสภานักเรียนได้ทั้งที แล้ววันนี้พี่จะเข้ามาที่มหาวิทยาลัยหรือเปล่าครับ"
"ไม่ละพี่จะไปโรงพยาบาลที่ฝึกงานอยู่เลย ว่าแต่คืนนี่ว่างไหมจ๊ะ พน" พนยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะมองเด็กสาวผมสั้นที่ใส่แว่นกรอบหนาๆเชยๆ ที่เดินเข้ามาในห้องอย่างสนใจ เธอมองกลับมาทางพนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เดินถือกระเป๋าหนังสีดำใบบางๆไปวางที่โต๊ะข้างๆที่นั่งของเขา ในใจของพนคิดแล้วว่านี่คือเพื่อนร่วมห้อง
"คงจะว่างละครับ"
"งั้นที่เก่าเวลาเดิมนะ พน"
"ครับพี่เหมียว"
"Bye Bye" พี่เหมียวตัดโทรศัพท์ทิ้งไป พนเก็บโทรศัพท์มองทาทีของเด็กสาวคนนั้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าเหมือนกำลังพิมพ์หนังสือยาวๆอยู่สักฉบับ

"สวัสดี" พนพูดขึ้นเด็กสาวหันมามองเขาอย่างสงสัย พนจับแว่นของเธอดึงออกมา เพื่อความแน่ใจว่าเด็กสาววัยเดียวกันกับเขาคนนี้พยายามปิดบังความน่ารักอย่างที่เขาคิดไว้ในครั้งแรก
"สวัสดีสายิกา" สายิกาเองทั้งตกใจแล้วสงสัยที่อยู่ๆคนๆนี้ก็ดึงแว่นของเธอออกไปแล้วก็ยังเรียกชื่อเธออีก ทั้งที่เธอแน่ใจว่าเธอไม่รู้จักเขา พนยื่นแว่นคืนให้กับสายิกา สายิกาตบเข้าที่ใบหน้าของพนดังเต็มมือ พนเองก็งงอยู่
"นายเป็นใครอยู่ๆมาทำเป็นรู้จักชั้น อยู่ๆมาดึงแว่นของชั้น"
"ขอโทษ" พนนึกออกเท่านี้ก่อนจะพูดต่อ
"ผมประพนธ์ ชื่อเล่นชื่อว่าพน แล้วชื่อของคุณก็ติดอยู่ที่หน้าห้องเพราะนั่งอยู่กับผม แล้วก็ที่ดึ่งแว่นมาเพราะผมแน่ใจว่า เธอน่าจะเป็นคนที่หน้าตาดี" เขาตอบคำถามทุกอย่างครบทำเอาสายิกานึ่งไม่ออกว่าจะตอบโต้อย่างไร
"ขอบใจ" สายิกาหันไปใส่แว่นพิมพ์จดหมายอยู่
"ไปทานข้าวที่โรงอาหารกันไหม" พนชวน
"ขอโทษชั้นไม่ว่าง เพราะกำลังเขียนจดหมายถึงแฟนอยู่" เธอจงใจประกาศว่าตัวเองเคยมีแฟนเพื่อให้พนถอยไปห่างๆจากชีวิต พนพยักหน้า
"ทำไมไม่โทรคุยกันไปเลยละ" พนแนะนำ
"เพราะว่าไม่อยากจะคุยนะสิแล้วก็ ชั้นกำลังจะขอเลิกกับเขาอย่างเป็นทางการ" ว่าแล้วสายิกาก็ลุกออกไปจากที่นั้งพร้อมกับโทรศัพท์ท่าทางเบื่อเต็มทนกับผู้ชายอย่างพน พนมองตามหลังก่อนถอนหายใจออกมา
"เอานะยังไงก็เพื่อนร่วมห้อง"


เสียงเพลงจังหวะเร้าใจที่เปิดด้วยเสียงอันดังกระบทเข้าส่วนประสาทก่อให้เกิดความรำคาญใจแต่พอสุราเขาปากเสียงนั้นก็กลับก่อให้เกิดความสนุกสนาดขึ้นมาได้ มันเป็นธรรมดาของสังคมกลางคืนที่พนใช้ชีวิตมาตั้งแต่ยังอยู่เพียงมัธยมต้น หญิงสาวที่หน้าตาอ่อนหวานด้านหน้าของเขากำลังหยิบยื่นแก้วเปล่ามาให้กับเขา พนรับมารินสุรานอกราคาแพงตักน้ำแข็งผมสมกับน้ำคนให้เข้ากันก่อนยื่นคืนให้กับหญิงสาวคนนั้น
"ไม่ดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยเหรอพน" พนส่ายศีรษะช้าๆ
"พรุ่งนี้ผมต้องไปเรียนนะครับ"
"นี่พูดอย่างกับว่าเหล้าแค่นี้จะทำให้เธอเมาแบบนั้นละ น่าดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ" พนพยักหน้ารับแก้วในมือของหญิงสาวมาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนคืนให้
"พี่เหมียวจะไปต่อที่ไหนหรือเปล่าครับ" เหมียวทำท่าทางนึกเล็กน้อย
"ไปห้องของพี่ไหม ตอนเช้าจะได้แต่งตัวไปโรงเรียนเลย" พนนิ่งๆไปเล็กน้อย
"มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ" พนถาม
"ปรกติดีอาจจะเหงาไปบ้างเท่านั้นเอง นะ"
"ครับ" พนพยักหน้า
"แล้วที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง" เหมียวถามขึ้นมาขณะจับแก้วไว้ พนคิดเล็กน้อย
"ผมชอบคนๆหนึ่งนะครับพี่เหมียว" เหมียวมีสีหน้าดูตกใจอยู่บ้างที่ได้ยินแบบนั้น
"แล้วยังไงละ จีบหรือยัง" พนหัวเราะก่อนหยิบแก้ว คีบน้ำแข็งใส่จนเต็ม
"ก็ ยังไม่มีโอกาศพูดเลยครับ ดูเธอจะไม่ค่อยชอบหน้าผู้ชายทุกคนเสียด้วย" เหมียวรินเหล้านอกใส่ให้ขณะที่พนพูดครึ่งแก้ว พนรีบยกมือห้ามไว้โดยเร็ว
"ถ้าจีบติดเมื่อไหรก็ค่อยมาพูดกับพี่แล้วกัน ทำพนทำแบบนี้เพราะเบื่อพี่แล้วใช้ไหมหือ" พนเงียบไปจับแกวเหล้ายกดื่มอย่างเร็วและนั่งนิ่งๆ
"ที่ผมทำอยู่มันดีแล้วหรือครับ" พนพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะนั่งเงียบๆ เหมียวมองหน้าเด็กหนุ่มภายใต้แสงไฟมืดสลัวรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ แต่ก็สกัดกันจิตใจของตัวเองไว้ไม่ให้สงสารเขามากไปกว่านี้


การเลือกหัวหน้าห้องเป็นเรื่องที่ปรกติสำหรับห้องเรียนห้องหนึ่งๆ แต่สำหรับโรงเรียนในระบบของสภานักเรียนแล้ว หัวหน้าห้องเป็นตำแหน่งหนึ่งที่นั่งอยู่บนสภานักเรียนประจำโรงเรียนนั้นๆเพื่อจะให้เป็นทางออกสำหรับการเสนอความคิดเห็นและความช่วยเหลือในแต่ละห้องเป็นหน่วยย่อย ตามปรกติไม่มีใครอยากจะเป็นหัวหน้าห้องนัก บางห้องจริงไม่มีหัวหน้าห้องแต่สำหรับห้องของพนแล้ว สายิกาเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่พยามเก็บความสวยของตนไว้ภายใต้แว่นตาและทรงผมแบบไม่ค่อยดูแลตัวเองยกมือขึ้นเมื่ออาจารย์ประจำชั้นถามถึงเรื่องนี้ ในห้องเงียบสนิท
"เอาแบบนั้นเหรอสายิกา เธอคงรู้นะว่างานสำหรับหัวหน้าห้องหนักมากนะ" อาจารย์ประจำชั้นพูดขึ้นเหมือนไม่สนับสนุนเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนี้เท่าไร
"ไม่เป็นไรคะ" เธอตอบอย่างมั่นใจ พนมองดูเธออย่างแปลกใจ
"ต้องยกเอกสารไปส่งที่สภานักเรียนแล้วยังจะต้อง มาแต่เช้าช่วยงานของสภา"
"คะ" สายิกาย้ำความมั่นใจ อาจารย์พยักหน้า
"ถ้าแบบนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็แต่งตั้งรองหัวหน้าห้องก็แล้วกัน ในนี้ใครสนใจเป็นรองหัวหน้าห้องบ้าง" พนยืนขึ้น สายิกาหันมามองก่อนหันกลับไป
"เธอประพนธ์ใช่ไหม"
"ครับ"
"ก็ดี มีผู้ชายอาสาแล้วจะได้เบาแรงตอนยกของไปได้บ้าง เอาละถ้าแบบนั้นครูฝากเรื่องในห้องด้วยแล้วกันนะ เออ..ในนี้ใครจะขอค้านเรื่องนี้ไหม" ทั้งห้องเงียบสนิท อาจารย์พยักหน้า เพราะเป็นอย่างที่คาดเอาไว้แล้ว
"แบบนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ทางสภาเรียกประชุมหัวหน้าห้องกับรองหัวหน้าห้องตอนเย็น เธอสองคนไปตามประกาศที่ครูติดไว้หน้าห้องก็แล้วกัน" สายิกาพยักหน้ารับก่อนนั่งลงพร้อมๆกับ พน เธอกำลังคิดว่า พนกำลังคิดจะจีบเธอแต่เธอก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรนัก เพราะใจเธอยังไม่พร้อมสำหรับการที่รับใครเข้ามาในหัวใจหลังจากความเจ็บปวดครั้งแรกยังไม่ทันจางหายไป


พนได้แต่มองสายิกาเพราะชวนคุยก็ไม่ยอมคุยด้วยขณะเดินไปที่ประชุมในตอนเย็น สายิกาเองในตอนแรกๆก็คิดว่าตัวเองจะไม่รู้สึกอะไรได้แต่เอาเข้าจริงๆเธอก็ทนไม่ไหวเหมือนกันที่จะมีใครมาจ้องแบบนี้
"เลิกจ้องชั้นได้ไหม แบบนี้ชั้นไม่ชอบเลยนะ" สายิกาพูดขึ้น
"งั้นเธอก็เลิกเงียบกับผมเสียทีผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน" พนย้อน
"นาย" สายิกาหันหน้ากลับไปปล่อยให้พนจ้องมองเธอต่อไป
"นายทำไมถึงจะเป็นรองหัวหน้าห้อง" ในที่สุดสายิกาก็เลือกที่จะสงบศึก
"คิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆและท่าทางมนุษย์สัมพันธ์ไม่ได้เรื่องแบบเธอเป็นหัวหน้าไม่ไหวแน่ๆ" สายิกาหันมามองตาเขียว
"เห็นไหมแค่นี้ก็จ้องหน้าดุใส่แล้ว"
"ชั้นก็แค่ไม่อยากจะยุ่งกับผู้ชายเท่านั้นเอง"
"อดหักมาแบบนั้นเหรอ" พนจ้องตาเธอกลับสายิกาหลบสายตาเมื่อได้ยินคำถาม
"ถ้าเธอหัดแต่งตัว ทำทรงผมให้ดีๆ ไม่น่าจะผิดหวังนะ"
"มันไม่เกี่ยวกับเรื่องหน้าตาเลย อย่างนายก็คงจะแค่วัดค่าของผู้หญิงที่หน้าตา" พนฟังแล้วก็คิด
"แบบนั้นยิ่งผิดใหญ่ หากไม่ใช่เรื่องหน้าตาก็แสดงว่านิสัยเธอสะดทนเลยนะสิถึงโดนทิ้ง" สายิกาหันมาทำหน้าดุ
"ชั้นทิ้งเขาไม่ใช่เขาทิ้งชั้น ชั้นไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับนายแล้ว" ว่าแล้วเธอก็รีบเดินอย่างเร็ว พนรู้สึกได้ว่ายิ่งพูดยิ่งทำให้เธอไม่พอใจแต่จะทำยังไงได้ ก็พูดไปแล้ว


ตกค่ำพนกลับบ้านของพี่ชายที่เป็นร้านถ่ายรูปก่อนมองรูปที่ตั้งอยู่หน้าร้านแล้วนึกในใจว่าเป็นรูปของสายิกา แต่เป็นรูปที่แต่งหน้าแต่งตาสวยผิดกับตอนที่อยู่ที่โรงเรียน คงจะเป็นความบังเอิญพอสมควรทีเดียวที่สายิกามาถ่ายรูปร้านของพี่ชายเขา
"แกมองอะไรของแกวะพน" พี่ชายที่นั่งในร้านทนไม่ไหวเห็นน้องชายจ้องรูปหน้าร้านอยู่นาน
"ก็ผู้หญิงคนนั้น ผมกำลังสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ต้องแต่งตัวแบบไม่ค่อยสนใจตัวเอง แล้วทำหน้าตาบอกบุญไม่รับตลอดเวลา"
"พนแกรู้จักเธอด้วย" พี่ชายถามด้วยความสนใจ
"เพื่อนในห้องผมนะ แต่ถ้าพี่เห็นที่โรงเรียนพี่ก็จำไม่ได้หรอก ผมเธอก็ไม่ยอมทำปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหลือเกิน แถมใส่แว่นเป็นเด็กเรียน"
"ตอนพี่คุยเธอก็คุยดีนะ เธอมาถ่ายรูปติดบัตร พี่บอกขอถ่ายรูปไว้เธอก็ให้ถ่าย นี่ก็มีงานถ่ายแค็ตตาลอกชุดเจ้าสาวอยู่ ท่างนายจ้างมาเห็นรูปนี้เขาก็สนใจเหมือนกัน ว่าแต่แกไอ้พนหายไปไหนมาเมื่อคืน" พนหันไปมองหน้าพี่ชายก่อนเดินนำเดินเข้าร้านไป
"พี่ก็คงเดาได้ไม่ใช่เหรอ" พี่ชายของพนสูดลมหายใจก่อนระบายออกมา
"ไปนอนกับเหมียว"
"ครับ"
"แล้วแกจะทำยังไง ทำตัวกันเป็นคู่ขากันแบบนี้นะ"
"ก็มันกลายเป็นแบบนั้นไปจริงๆนี่ครับพี่...ความจริงเรื่องทุกอย่างก็เป็นเพราะพี่ไม่ใช่หรือไง" พนหันมามองพี่ชายเหมือนมีเรื่องอึดอัดมานาน
"เรื่องนั้น พี่ไม่ต้องให้พี่น้องมาขาดกันเพราะเรื่องของผู้หญิงคนเดียว ก็เท่านั้นเอง" พี่ชายอธิบาย
"ผมนะรักพี่เหมียวนะครับพี่ เพียงแต่พี่เหมียวไม่รักผมเท่านั้นเอง...พี่เหมียวไม่เคยบอกว่ารักผม เธอรักพี่ แต่ตอนนี้พี่ก็คงรับไม่ได้แล้ว เพราะพี่เหมียวมีอะไรกับน้องชายของพี่"
"พนเรื่องนี้เราจบมาตั้งนานแล้วนะ พี่ก็แค่อยากให้แกกับเหมียวเป็นแฟนกันจริงๆเท่านั้นเอง" พนยกมือขึ้น
"ขอโทษครับพี่ผม คิดเรื่องนี้มากเกินไปจนเครียด" พนเดินขึ้นบ้านไปอย่างสงบ สำหรับพี่น้องคู่นี้บ่อยครั้งที่มีปากเสียงกันบ่อยแต่โดยส่าวใหญ่ก็ไม่ถึงขั้นแตกหักกันไป พี่ชายของพนยืนคิดก่อนที่จะมีเสียงเปิดประตูร้านเข้ามา เขาหันไปดูก็พบว่าเป็นเหมียว
"พนกลับมาหรือยัง" พี่ชายเขาพยักหน้า
"อยู่ข้างบนแล้ว" พี่ชายเขาตอบขณะไปหมุนป้ายหน้าร้านบอกว่าปิด
"คุยอะไรด้วยได้ไหมเหมียว" เหมียวพยักหน้า
"เรื่องของพน เธอจะปล่อยเป็นแบบนี้เหรอ เราก็รู้นะว่าไอ้พนมันยังเด็กเกินไปสำหรับเหมียว"
"ก็เกือบๆ8ปี" เหมียวตอบ
"จะรักมันไม่ได้เลยเหรอเหมียว"
"วุติ เหมียวรักพนอย่างแค่น้องชายนะ"
"แล้วเธอไปนอนกับมันทำไม" พี่ชายของพนพูดเขาเรื่องตรงๆหยุดเล็กน้อยรวบรวมกำลังใจพูดต่อ
"ถ้าแบบนั้น เธอก็น่าจะเข้าใจนะว่าจริงๆ พนมันเป็นคนอ่อนไหวแค่ไหน มันรับความรู้สึกของใครนานๆไม่ได้หรอก ความรู้สึกทุกอย่างของเธอในที่สุดมันก็จะรับไว้หมด พนมันเป็นคนแบบนี้ หากเธอไม่รักมันก็ไม่ควรจะนอนกับมันอีกปล่อยมันไปเถอะ" เหมียวตกใจกับคำพูดตรงๆของเพื่อนเก่าคนนี้อยู่มาก
"พนเขาก็ทำท่าจะตีจากไปอยู่แล้วละ ก็เห็นบอกว่าชอบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ หากพนมีแฟนจริงๆเหมียวก็จะไม่ยุ่งกับเขาแล้ว ขอตัวขึ้นไปข้างบนนะ" พี่ชายของพนพยักหน้ามองตามหลังเหมียวไป ในใจสับสนกับความรู้สึกของตัวเองกับเพื่อนเก่าคนนี้

ติดตามตอนต่อไป
แถม Profile ให้อ่านกันก่อน

ดาบทั้ง 8 ---------------------------------------------------------------------------------------
แบ่งเป็น กลุ่มแสงสว่างและความมืด กลุ่มสี่ธาตุ และ กลุ่มไม้กับโลหะ
ดาบแห่งแสงสว่าง วิชชุวิญญู หายสาปสูญ จิตของดาบอยู่กับ ต้า
ดาบแห่งความมืด มายาราตรี หายสาปสูญ จิตของดาบอยู่กับ วิศวะ เวชยันต์

ดาบแห่งธาตุดิน ปฐวีตรีคูณ พัง จิตของดาบ หายสาปสูญ
ดาบแห่งธาตุน้ำ พินทุพิรุณ อยู่กับ สาคเรศ ทะวันรัด (โรงเรียน ธาษตรี)จิตของดาบ ก็อยู่กับเขา มีชื่อเรียกว่า TATA โดยคนที่ตั้งให้คือ ทวิ สรัลพร (ทวิ)(โรงเรียรังสิมันตุ์)
ดาบแห่งธาตุลม วาโยวิจิต อยู่กับ อัปสรสวรรค์ สหธรรมิก (แนน) (โรงเรียนศุภมัสดุ) จิตของดาบอยู่กับ Masani พี่สาวของ Bell อยู่ที่โรงเรียนรังสิมันตุ์
ดาบแห่งธาตุไฟ อัคคีวิสุทธ์ อยู่กับ อดิรถ อาจหาญ จิตของดาบอยู่กับ Bell

ดาบแห่งธาตุไม้ พนาลีพละ หายสาปสูญ จิตของดาบ หายสาปสูญ
ดาบแห่งธาตุเหล็ก ศตะโลหะ หายสาปสูญ จิตของดาบ หายสาปสูญ

กลุ่มดาบทั้ง 4 ---------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ : ประพนธ์ อาจารี ชื่อเล่น : พน เพศ : ชาย
เกิด : 19 พฤศจิกายน อายุ 16 ปี สูง 179 cm หนัก 65 Kg(ผอมสูงดูสำอาง) MIND : Neutral-Neutral
สังกัด : โรงเรียน สิทธิชัยเวทยะพัฒนาการ (เขตชุมนุมการศึกษาสี่จังหวัดเขาใหญ่)
ครอบครัว : พ่อและแม่ตายเพราะไฟไหม้ไม่สามารถหนีออกมาได้ อยู่กับพี่ชายสองคนโดนพี่ชายเป็นช่างภาพ
ข้อมูลเฉพาะ : เป็นคนที่โตมาในความรู้สึกแบบ อิสระ ไปไหนมาไหนได้โดยไม่มีการห้ามหรือควบคุม ทำให้เป็นคนที่คบใครเป็นเพื่อนยากโดยเฉพาะเพศเดียวกัน มีความสัมพันธ์กับหญิงสาวหลายสิบคน ได้รับความช่วยเหลือจากเพศหญิงเสมอ ไม่ใช่คนกล้าอะไร เรียนไม่เก่ง กีฬาไม่เอาไหน เรื่องระบบการเล่นกีฬาเป็นทีมไม่ต้องพูดถึง แต่ทำงานร่วมกับเพศหญิงได้ดี
นิสัยและการแต่งตัว : เป็นคนหน้าตาดีในระดับหนึ่ง แต่งตัวไม่มีอะไรเป็นพิเศษตัดผมทรงรองทรงดูดี เป็นคนสะอาด ดูสุภาพ ชอบพูดแต่ความจริงไม่ว่ามันจะเลวร้ายขนาดไหนไม่ค่อยจะเสนอตัวในการทำงานอะไรเพราะคิดว่าตนเองคงทำได้ไม่ดี มีนิสัยที่เขาใจนิสัยและความรู้สึกของผู้หญิงได้เร็วและแสดงออกได้เหมาะสม ไม่ใช่คนเจ้าชู้
ความสามารถพิเศษ : จมูกจะไวต่อกลิ่นผู้หญิง แล้วอดนอนได้เป็นเวลากว่าหกสิบชั่วโมง
ความสามารถพิเศษ (ตอนหลังของเรื่อง) : ขบวนท่าของดาบ กับอำนาจพิเศษของดาบ หลายเล่มที่มี โดยรวมไม่ใช่ตัวละครที่เก่งโดยตัวเอง แต่ต้องมีการสนับสนุนจากของวิเศษติดตัว
อาวุธ : ดาบปฐวีตรีคูณ กับ ดาบเหล็กธรรมดา(ชื่อ : ดาบเหล็กสนิมเขียว) อำนาจของดาบ วิชชุวิญญู , มายาราตรี , พนาลีพละ , ศตะโลหะ

ชื่อ อัปสรสวรรค์ สหธรรมิก (แนน) (โรงเรียนศุภมัสดุ)
เพศ หญิง เกิด 9 มกราคม อายุ16ปี สูง 162 cm หนัก 40 kg(รูปร่างบางมาก) B.W.H. 34.23.36 MIND Neutral-Neutral
สาวน้อยน่ารักพิทักษ์ความยุติธรรมคนนี้ตกลงใจสมัครเข้าเป็นผู้คุมกฏปกป้องรุ่นน้องและเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกรังแกจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพราะเชื่อในความสามารถของเธอและดาบวาโยวิจิตรซึ่งได้รับมาจากอาจารย์ผู้มีพระคุณที่เดินทางตามหาเจ้าของดาบวาโยวิจิตรซึ่งก็คือเธอและก็ถ่ายทอดเพลงดาบไว้หลายกระบวนท่าก่อนจากไปอย่างเงียบๆ แต่เพราะเป็นผู้คุมกฏนี่ละจึงไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาจีบเธอยังความเสียใจให้เธอนักแต่ในที่สุดก็ทำใจใด้และไม่สนใจผู้ชายสักเท่าไร จนกระทั่งมาพบกานต์เด็กหนุ่มที่มาหลงเสน่ห์อะไรเธอก็ไม่ทราบมาแอบมองอยู่2-3วันเธอก็รู้สึกถูกใจเขาอย่างบอกไม่ถูกข้อนี้คงต้องยกความผิดให้กับบุพเพสันนิวาส (อ่านได้ในตอนที่ 4) ยิ่งตอนหลังจดจำเรื่องของชาติก่อนที่เธอเกิดมาเป็นพี่น้องกับกานต์แล้วต้องเจ็บปวดกับความรักต้องห้ามที่น้องสาวมีต่อพี่ชายแล้วความรู้สึกของเธอต่อกานต์นั้นยิ่งลึกซึ้งอธิบายเป็นคำพูดก็ยากลำบากยิ่ง
การแต่งตัว เนื่องจากเธอรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งจึงไม่แต่งตัวอะไรมากนอกจากผูกผมหางม้ายกสูงๆหน่อย แววตาสีดำสนิทมีประกายสดใสจมูกนิดปากหน่อยใบหน้ารูปไข่กำลังสวยผิวขาวสะอาดเนียนกลิ่นตัวหอมกรุ่น
นิสัย ตรงไปตรงมาคิดอย่างไรกล่าวเช่นนั้นบางครั้งก็เป็นข้อเสียอยู่เหมือนกันแต่ก็จริงใจดีชอบก็ชอบไม่ชอบก็ไม่ชอบชอบหยอกคนที่สนิทอย่างเป็นกันเองพูดกันเล่นแรงๆปั่นหัวคนเล่นให้หัวหมุนถนัดการใช้มุขที่คนรับไม่ค่อยทัน ใจดีและอ่อนโยนแต่คนที่คิดดีกับเธอแต่บางครั้งก็ดุอย่างสุดๆถ้าโกรธขึ้นมา มีข้อเสียที่บ่อน้ำตาตื้นไปนิดและเปิดเผยเกินไป
งานอดิเรก ช่วยงานตามชมรมต่างๆยามเย็นเดินสำรวจเพื่อมีใครขอความช่วยเหลือส่วนใหญ่จะหนักไปทางช่วยเด็กหลงทางกับจูงคนตาบอดข้ามถนนอันเป็นงานของผู้คุมกฏอีกอย่างหนึ่ง
ความสามารถพิเศษ เพลงดาบ เวทย์เอยคาถาเอยพวกนี้ก็พอมีไว้ป้องกันตัวได้ดีแต่ถ้าเจอพวกผิดมนุษยก็ลำบากอยู่
เหมือนกัน กีฬาเก่งเรียนดีมนุษยสัมพันธ์ยอด
อาวุธ ดาบวาโยวิจิตร

สาคเรศ ทะวันรัด
เพศ ชาย เกิด 16 กันยายน อายุ 16 ปีสูง 177 cm. หนัก 63 kg. MIND Neutral-Light
เป็นตัวเอกในตอนแรก (หยาดน้ำฝนสีแดง) ตอนเด็กๆถูกแกล้งเสมอ แต่เพราะหญิงสาวคนหนึ่งทำให้เขากล้าสู้คน แต่ภายหลังหญิงสาวคนนั้นโดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต แต่ก็ยังไม่ตาย เนื้อเรื่องยาวและยากกว่าจะย่อให้เข้าใจโดยไม่เบื่อเสียก่อน หลังจากนั้นเข้าก็เป็นผู้คุมกฎทำหน้าทีแทนหญิงสาวคนนั้นที่โรงเรียน ธาษตรี
การแต่งตัว โดยทั่วไปไม่ค่อยจะยุ่งยากเรื่องการแต่งตัว(ตัวละครผู้ชายของผมมักจะเป็นแบบนี้แทบทุกคน)บางครั้งจะถือดาบพินธุพิรุณบางครั้งก็ไม่ถือแต่ส่วนใหญ่จะไม่ถือ มีหน้าตาที่หล่อและท่าทางรูปร่างเท่กว่าตัวละครผู้ชายของผมทุกตัวลักษณะท่าทางที่สาวเห็นต้องกรี๊ดสลบทั้งที่ตอนเด็กๆโดนต่อยจนหน้าตามีแต่รอยเขียวรอยม่วง
นิสัย นิสัยแบบสุภาพบุรุษ ไม่เคยวางอำนาจไม่ผูกใจเจ็บ รักเดียวใจเดียว เห็นคนเดือดร้อนเข้าช่วยเหลือ สุภาพอ่อนโยนกับเด็กสตรีคนชรา
งานอดิเรก ปกป้องคนอ่อนแอ ช่วยเหลือผู้คน ผดุงความยุติธรรม
ความสามารถพิเศษ เพลงดาบและหมัดมวยที่สืบทอดมาจากปู่ของเขา เรียนเก่งกีฬาถนัดเล่นดนตรีได้ชกต่อยไม่แพ้ใคร หญิงเห็นหญิงหลงใครเห็นใครชอบแถมบ้านรวยอีกต่างหาก
อาวุธ ดาบ พินธุพิรุณกับริบบิ้นสีแดง

กลุ่มของสวรรค์ โรงเรียนสันทัดวิทยา --------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ ปรเมนทร์ กระบวรวงศ์ (กวี) (โรงเรียนสันทัดวิทยา)
เพศ ชาย เกิด 14 กันยายน อายุ 12 ปี สูง 155 cm หนัก 40 kg MIND Neutral-Neutral
เด็กผู้ชายชั้น ม.1 ที่ชีวิตที่เกิดมาเจอแต่เรื่องแปลกๆมาตลอดทำให้เขาเก่งขึ้นทุกวันทุกวัน ในตอนนี้ก็รวมกลุ่ม
กับเพื่อนและแฟนยับยั้งเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่สู้ดีที่เกิดขึ้นหลายครั้งโดยมีทางโรงเรียนเป็นผู้ช่วยเหลืออยู่ด้านหลัง
การแต่งตัว ธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ ไว้ผมทรงรองทรงหน้าตาธรรมดาแต่หน้าตาฉลาดดูแล้วต้องคิดให้ดีก่อนพูดกับเขาเชียวละถ้ากลัวโดนเด็กจับผิด
นิสัย อ่อนโยนกับแฟนตัวเองกับคนอื่นเฉยๆไม่ค่อยคบใครเท่าไรนอกจากกลุ่มของตัวเอง เป็นเด็กฉลาดมากจนเกินเด็กและดูแก่แดดไปเลย เป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหวมากเชื่อคนง่ายดีที่ยังเป็นคนฉลาดถ้าเป็นคนโง่ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะถูกเก็บไว้ตรงไหนของเรื่อง ใจเย็นและตั้งสติได้ไว
งานอดิเรก ชอบวาดภาพสาวสวยนิสัยดีๆ คุยกับวิดา เล่นกลองให้กับวงในชมรม
ดวามสามารถพิเศษ การวาดรูปที่ถ่ายทอดจิตใจของแบบออกมายังภาพ เข้าใจลึกของจิตใจของดาบชนิดไม่ยึดติดกับอาวุธหยิบอะไรมาก็ใช้เป็นอาวุธได้ เรียนพลังภายในกระบวนท่าเพลงหมัดมาถึงขั้นใช้ออกได้ตามใจ ศึกษาเวทย์คาถามนต์ดำหลายชนิดแต่ไม่ชอบใช้เขาว่ามันไม่แฟร์กับคู่ต่อสู้เท่าไร
อาวุธ ดาบแร็กน่าร๊อกเป็นอาวุธประจำตัว

ชื่อ วิจิตรทิพ พิพัฒเพท (วิ) (โรงเรียนสันทัดวิทยา)
เพศ หญิง เกิด 23 กันยายน อายุ12 ปี สูง 155 cm. หนัก 30 kg. B.W.H. 30.22.31 MIND Law-Dark
ชื่อ ดาราพยากรณ์ พิพัฒเพท (ดา) (โรงเรียนสันทัดวิทยา)
เพศ หญิง เกิด 24 กันยายน อายุ 12 ปี สูง155 cm. หนัก 30 kg. B.W.H. 30.22.31 MIND Chaos-Light
สองพี่น้องฝาแฝดลูกสาวบริษัทขายอุปกรณ์ดาวเทียมและการสื่อสารรายใหญ่ที่สุดในประเทศ มีอะไรหลายอย่างที่แปลกๆกว่าเด็กธรรมดาเกิดมาก็ไม่พูด ที่พวกเธอแปลกไปเพราะเสียแม่ก็เป็นไปได้จนกระทั้งทั้งสองพบกับกวีจึงดูเป็นเด็กผู้หญิงปรกติอย่างคนอื่นแต่อย่างไรก็ไม่ปรกติเท่าไร ทั้งสองรักและชอบกวีมากแต่เนื่องจากไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงไม่พูดถึง
การแต่งตัว วิ จะไว้ผมยาวส่วนดาจะตัดผมสั้นเป็นรองทรงหน้าตาของทั้งสองเหมือนกันแต่มีเสน่ห์คนละแบบวิจะดูสดใสและขึ้เล่นส่วนดาจะดูน่ารักอ่อนหวาน
นิสัย วินั้นชอบพูดจาแก่แดดนิสัยทะลึ่งตึงตังชอบพูดจาแทงใจดำคนมักจะเสียสละให้น้องสาวก่อนเสมอ ดานั้นเงียบไม่ค่อยจะพูดจาอะไรออกจะเรียบร้อยนึกถึงใจเขาใจเราแต่บางทีก็บ้าตามพี่สาวอยู่บ่อยๆ
งานอดิเรก ไม่มี
ดวามสามารถพิเศษ วิใช้เวทย์ดำกับกระดาษยันต์ ดาใช้เวทย์ขาว ยังมีความสามารถปลีกย่อยแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องจึงไม่กล่าวถึง เข้าใจถึงจิตใจของสัตว์และคนและอื่นๆอีกมากมายมักเห็นสิ่งที่คนธรรมดามองไม่เห็น
อาวุธ วิใช้ธนูเทพธิดา,กระดาษปึกใหญ่ๆ ดาใช้ลูกแก้ว,กระดาษปึกใหญ่ๆ

ชื่อ โกรศ พันธวัช (นุ้ย) (โรงเรียนสันทัดวิทยา)
เพศ ชาย เกิด 20 สิงหาคม สูง 159 cm น้ำหนัก 80 kg MIND Neutral-Neutral
เด็กชายร่างอ้วนผู้คิดว่าการเล่นกีต้าจะทำให้สาวๆมารุมล้อมตอนอยู่ อนุบาลสองห้องดอกจำปีเขาหลงรักเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจึงเก็บตังค์ชื้อกีต้ามาหัดเล่นและก็มาร้องเพลงเกี้ยวเด็กหญิงคนนั้นแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ จึงเสียใจมากร้องไห้อยู่สามวันสามคืนเล่นกีต้าเป็นเพื่อนตั้งแต่อนุบาลสองเป็นต้นมาจนในที่สุดเข้าม.ต้นและมาพบกับกวีต่อมาก็ไปพบกับตำราเพลงพิณมารหกนิ้วเรื่องราวมากมายจึงเกิดขึ้นและไปหลงรักกับเด็กรุ่นน้องชื่อวนิดา
การแต่งตัว รูปร่างอ้วนๆอย่างเขาไม่คิดจะแต่งตัวอะไรอยู่แล้วชอบที่จะสะพายกีต้าไปไหนต่อไหนดูไม่เข้ากับคาแร็กเตอร์ของเด็กอ้วนเท่าไร
นิสัย ดีมากเข้ากับคนง่ายมากขี้เกรงใจคนนี่เป็นนิสัยที่น่ารักของเขา และถึงลูกถึงคนไม่กลัวฟ้ากลัวดินสักเท่าไรอย่างมากก็ต่อยกันคนละหมัด
งานอดิเรก เล่นกีต้าที่ร้านอาหารประจำ,ในห้องน้ำ,หัวมุมถนน สรุปเล่นกีต้าในทุกที่ที่พอใจ
ดวามสามารถพิเศษ เพลงกับกีต้า
อาวุธ กีต้า

หน่วย Best -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ ไวยาวัจกร ศัสตราศร
เพศ ชาย อายุ 25 ปี สูง 180 cm. หนัก 65 kg MIND Neutral-Neutral
ชายหนุ่มอนาคตไกลที่ชีวิตถูกหักเหไปอยู่กับการฆ่าหมู่ผู้ที่อาศัยอยู่ในหอพักเดียวกับเขาทั้งหมด 34 ศพในขณะที่เขารอดคนเดียวอย่างไม่ทราบเรื่องอะไรจิตใจถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก ยังไม่พอจากความฝันที่เขาเห็นทุกครั้งที่นอนหลับคือภาพของการฆ่าหมู่ทั้ง 34 ศพเขาเห็นฆาตกรทุกคนในความฝัน จนกลายเป็นคนที่ไม่กล้าจะนอนหลับความเครียดจากการสอบสวนจากตำรวจยิ่งซ้ำเติมในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อปืนลูกซองตามล่าฆาตกรในฝัน ฆ่าไปคนหนึ่งความฝันก็หายไปส่วนหนึ่งยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำถูกจึงฆ่าไปเรื่อยๆไม่ทันครบทุกคนตำรวจก็ตามกลิ่นพบการกระทำของเขาคำให้การต่างๆคล้ายคนโรคจิต ธรรมจารี จิตแพทย์สาวจบใหม่จึงรับงานนี้ผลสรุปที่เธอพบคือเขาไม่ใช่คนโรคจิตและยังมีจิตใจปรกติทุกอย่าง เขาจึงถูกตัดสินประหารชีวิตในทันที เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ แต่เรื่องยังไม่จบเท่านั้นการฆ่าหมู่ยังคงจะมีอยู่อีกหนึ่งครั้ง ไวยาวัจกรเห็นในความฝันเขาบอกเขาตะโกนขณะอยู่ในคุกกับผู้คุมว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่มีใครสนใจจนเกิดครั้งที่สองครั้งที่สามเรื่องถึงเข้าหูผู้ใหญ่เป็นช่วงที่ ธรรมจารีหาข้อมูลเกียวกับสภาพจิตที่เปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายได้ยืนยันคำพูดต่างๆกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงลงตัวว่าต้นเหตุเกิดที่ได พอดีกับมีการตั้งหน่วยพิเศษ BEST ขึ้นเขาจึงถูกจัดให้อยู่ในหน่วยและทำประโยชน์ได้มากมาย
การแต่งตัว เรียบง่ายสบายๆเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีตัวสูงใหญ่ดูสง่าและเป็นผู้ดี
นิสัย เรียบง่ายทนงตัวหยิ่งไม่เคยคิดขอความช่วยเหลือใดๆจากใคร
ความสามารถพิเศษ คือฝันเห็นแต่เรื่องร้ายๆที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันเป็นความสามารถที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่ต้องการจะมี
อาวุธ ปืนลูกซอง

ชื่อ ธรรมจารี วิเสทเวทย์
เพศ หญิง อายุ 22 ปี สูง 166 cm หนัก 49 kg B.W.H. 33.24.26 MIND Neutral-Neutral
จิตแพทย์สาวจบใหม่ เป็นดอกไม้อีกดอกประดับหน่วยที่นอกจากรักษาแผลให้ชาวบ้าน กับถูกจับเป็นตัวประกัน ยังสามารถชงกาแฟกับปรึกษาปัณหากลุ้มใจต่างๆ ชอบแต่งตัวหลังเลิกงานเป็นผู้หญิงสวยมากอีกคนหนึ่ง(คนเขียนชอบตัวละครผู้หญิงสวยๆ)ที่ไว้ผมยาวแค่ไหล่มีแววตาสีน้ำตาลชอบทาปากสีแดงสดใสไม่ชอบแต่งตัวโป๊

ชื่อ วิทูร วุฒิเวคี
เพศ ชาย อายุ 30 ปี สูง 196 cm หนัก 90 kg MIND Neutral-Neutral
อีกคนที่ไม่ค่อยจะมีบทนักเป็นทหารที่ผ่านการฝึกและการร่วมรบกับหลายประเทศผ่านมาเกือบทุกอย่างลำบากมามากมายกว่าจะได้ทำงานสบายๆเป็นหัวหน้าของหน่วย BEST แต่งตัวแบบทหารเวลาอยูในสำนักงานวางมาดเข้มงวดแต่จริงๆไม่เท่าไรออกจะใจดีด้วยซ้ำบ่อยครั้งที่เหมางานลูกน้องมาทำ เป็นจอมพลังที่หาตัวจับยาก

ชื่อ อัน (Un)
เพศ หญิง อายุ 12 ปี สูง 150 cm. หนัก 25 kg MIND Neutral-Dark Class Witch
เธอเป็นแม่มดที่มาศึกษาชีวิตบนโลกที่เป็นบ้านเกิดของเธอโดย วิทูรไปเก็บมาจากไหนก็ไม่ทราบเลยปล่อยให้วิ่งเล่นในหน่วยมีประโยชน์ยามหมดทางรอดเสมอ เดิมทีก็เป็นชาวโลกแต่โดนแม่มดคนหนึ่งช่วยให้รอดชีวิตจากอันตรายตั้งแต่เด็กในทีสุดก็ต้องเข้าพิธีเป็นแม่มด จึงต้องแต่งตัวด้วยชุดสีดำเสมอกับผ้าคลุมไว้ผมทรงหน้าม้าแววตาสีดำดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อยผิวขาวช่างพูดช่างจาน่ารักอย่าบอกใครกลางหน้าผากมีรูปดาวห้าแฉกอยู่ ความสามารถพิเศษก็พวกเวทย์ดำของแม่มดมีข้อเสียคือมันยาวเธอจำไม่ค่อยได้

ชื่อ ศกุนีศาป อนุสติกาล
เพศ หญิง อายุ 20 ปี สูง 167 cm หนัก 46 kg B.W.H. 33.23.25 MIND Neutral-Neutral
หญิงสาวที่รู้สึกว่าตัวเองมีบาปอยู่มากมายจนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อล้างกลิ่นคาวเลือดเหล่านั้นออกจากตัว เริ่มวัย10ปีก็ออกเดินทางไปทั่วโลกค้นหาและเรียนวิชาดาบเก็บสะสมดาบวิเศษและดาบต้องสาป มีบทเป็นอาจารย์ของอัปสรสวรรค์เพราะเธอดันไปเก็บดาบวาโยวิจิตรมาเป็นดาบต้องสาบที่จำเป็นมากๆที่ต้องคืนให้เจ้าของเมื่อพบตัวอัปสรสวรรค์เห็นว่าหน่วยก้านดีเลยสอนเพลงดาบและเวทย์มนต์คุณไสยต่างๆให้ เป็นผู้มีความสามารถใช้ดาบทีละสามเล่มขึ้นไปถึงหกเล่มวิชาดาบเป็นคนละแนวกับกวีคือเป็นแนวที่คิดขึ้นมาจากท่าดาบมากมายที่เรียนมารวมเป็นหนึ่งได้อย่างหมดจด ที่สำคัญไม่แน่ใจนักว่ามีครอบครัวหรือไม่ ขี่ม้าสีหมอกเวลาเดินทางไกลๆ
การแต่งตัวไว้ผมสั้นตวงตาคมและดุดันริมผีปากบางปากเล็กผิวสีเหลืองมักจะมีดาบติดตัวอย่างน้อยสองเล่มขึ้นไป
นิสัย เงียบไม่พูดไมจาอยู่อย่างสันโดดความคิดมุ่งมั่นอย่าหวังว่าจะมีคนมาเปลี่ยนความตั้งใจของเธอได้ นิสัยทั้งหมดทำให้ธรรมจารีคิดเปลี่ยนนิสักเธอ
ความสามารถพิเศษ ใช้ดาบกับคาถา
อาวุธ ดาบที่สะสมไว้

กลุ่ม ของปิศาจ --------------------------------------------------------------------------------------------
General Lived Mr.General Lived
เพศ ชาย เกิด ???? อายุ ร่างกาย 25-30 ปี สูง 180 cm. หนัก ? MIND ?-Dark Class Devil
เป็นตัวละครที่คิดขึ้นจากคำแนะนำของรุ่นพี่คนหนึ่งเห็นว่าเข้าท่าดีจึงเอามาใส่เป็นตัวละครสำคัญ ความเป็นมาของเขาเป็นปิศาจตนหนึ่งที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านเขาอาจจะคิดค่าตอบแทนหนักหน่อยแต่ผลที่รับก็ถือว่าคุ้มค่า มีฉายาที่รู้จักกันในโลกมืดว่านักสะสมเพราะเขามักจะสะสมของแต่เขาสะสมอะไรบ้างนั้นไม่มีใครบ่งบอกได้แน่ชัดแต่ของสะสมของเขามักจะสร้างปัญหาให้เสมอเป็นตัวเดินเรื่องที่สำคัญ
การแต่งตัว แต่งตัวด้วยชุดเสื้อนอกสีนำตาลเทาและดำ ตัวสูงผมสั้นขาวทั้งหัว
นิสัย เข้าใจยากคนที่จะคุยกับเขารู้เรื่องต้องไม่ใช่คนที่มองโลกแบบปรกติ
งานอดิเรก เป็น อ.ใหญ่โรงเรียนบรรณบพิธ กับเดินนับของสะสมในโลกของตัวเอง
ความสามารถพิเศษ ???????
อาวุธ ของสะสมของเขา

ทวิ สรัลพร
เพศ ชาย เกิด 14 สิงหาคม อายุ 16 ปี สูง 173 cm. หนัก 60 kg MIND Neutral-Neutral
ชายหนุ่มชั้น ม.4 เรียนอยู่โรงเรียรังสิมันตุ์ เป็นคนที่ออกจะขวางโลกนิดๆไม่ค่อยที่จะชอบดิ้นอะไรตามชาวบ้านกฏของสังคมอะไรที่เขาเห็นว่างี่เง่าเขาก็ไม่สนใจ แต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่เขาทำจะถูกเสมอไม่ชอบที่จะทำตัวเด่นแต่ก็มีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ ตอนเด็กได้พบกับ Mesani และโดนเธอกัดคอ มันเป็นสัญญาว่าทั้งสองจะพบกันอีกครั้ง
การแต่งตัว ไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่แต่งตัวเรียนร้อยดูธรรมดาอย่างที่บอกเขาไม่ชอบที่จะทำตัวเด่น
นิสัย รักสงบแต่เป็นการรักสงบแบบเสือหลับ ใครมายุ่งก็เป็นเรื่องยาวไม่จบง่ายๆ แต่มีเหตุผลในแบบของตัวเอง สนุกสนานและตามน้ำไปได้เรื่อยไม่ค่อยจะโกรธใครนานๆเรื่องอะไรที่ผ่านไปแล้วก็ถือว่ามันผ่านไปเรื่องต่อไปนี้สำคัญกว่า จริงใจกับทุกคนแต่ก็มีข้อเสียที่ทำอะไรไม่ค่อยจะบอกใคร
งานอดิเรก อ่านหนังสือจิตวิทยาและคำคมกับหนังสือปราชญ์
ความสามารถพิเศษ เป็นความสามารถของ Vampire ส่วนหนึ่ง
อาวุธ ดาบ อัชนโชติ

Mesani หรือ Marry
เพศ หญิง เกิด ???? อายุ 14 ปี สูง 160 cm หนัก 40 kg MIND Neutral-Neutral Class Vampire
ถ้าจะนับกันจริงๆนี่เป็นตัวละครตัวแรกที่ผมคิดขึ้นหลังจากนั่งเล่นเกมส์ Dragon Knight II Mesani เป็นชื่อของหัวหน้าใหญ่ในเกมส์นั้นชอบชื่อเลยเอามาตั้งเป็นตัวละคร เรื่องของเธอคือ Vampire ที่หนีการตามล่าของพวก Messiah ที่หวังจะใช้ประโยชน์จาก Chromosome ของพ่อและแม่ของเธอแน่นอนว่าทั้งพ่อและแม่ของเธอโดนฆ่าตายในทันที่เหลือเธออยู่คนเดียวเสียงร้องไห้ของเธอทำให้ นักล่าปิศาจ ที่โดนสะกดจิตจากพวก Messiah ตื่นขึ้นมาเกิดสำนึกผิดอย่างรุนแรงสาบานต่อศพพ่อและแม่ของเธอว่าเขาจะปกป้องเธอตลอดไปจึงฉีกหนังของตนออกเป็นเสื้อคลุมให้เธอก่อนตายไปเหลือจิตใจอยู่ในผ้าคลุมหนังมนุษย์ส่วนศพพ่อและแม่ของเธอนั้น Mr.General Lived หลังจากเก็บเธอมาเลี้ยงก็ใช้เอ็นหนังกระดูกของพ่อและแม่เธอทำเป็นแส้ให้เธอใช้จะได้นึกถึงพ่อและแม่ของเธอเสมอๆ ส่วนเหตุผลที่ทำให้Mr.General เก็บเธอมาเลี้ยงนั้นเพราะเขาคิดถึงน้องสาวของเขาที่ตายไป หลังจากนั้นเธอก็ได้พบกับทวิ อ่านได้ในตอนที่ 2 (กลิ่นคาวเลือดอันแสนหวานชื่น) Mesani จะเป็นผู้หญิงผมสีทองยาวสวยงามเหมือนแม่ของเธอผิวขาวของเธอจะมีเสน่ห์มากที่สุดยามอยู่ใต้แสงจันทร์ แววตาสีทองดูอ่อนโยนและใสสะอาดเพราะว่า Mr.General อบรมเธอมาดีทำให้เธอไม่มีนิสัยดุร้ายแบบ Vampire ทั่วไปจึงเกิดการวิวัฒนาการให้ทนอยู่ในโลกในตอนกลางวันได้เป็น Marry สาวผมสีดำและแววตาสีฟ้าแทน
การแต่งตัว ไว้ผมยาวปล่อยตามสบายแต่งตัวตามแฟชั่นของโลกเหมือนผู้หญิงสาวทั่วๆไป ไม่ใช้น้ำหอมหรือเครื่องสำอาง
นิสัย คุยสนุกและพยามคุยกับคนมากๆ ชอบพูดเรื่องโรแมนติก
งานอดิเรก วาดรูปเล่น เล่นเปียนโน ร้องเพลง
ความสามารถพิเศษ ความสามารถของ Vampire
อาวุธ แส้กับเสื้อคลุม

ชื่อ : มะริด ศศิวิมล ชื่อเล่น : ไม่ใช้ เพศ : ชาย Class : มนุษย์ใต้การตีตราของปิศาจ MIND : NEUTRAL - NEUTRAL โรงเรียน : บรรณบพิธ
เกิด : 20 มิถุนายน อายุ : 16 ปี สูง : 172CM หนัก : 70 Kg
ครอบครัว : หลังจากน้องสาวตายไปก็ไม่มีใครอีกแล้ว
ข้อมูลทั่วๆไป : เขาเคยมีชีวิตอยู่ได้เพราะน้องสาวของเขาหลังจากนั้น ก็มีพวกแก๊งวัยรุ่นที่เขาเคยไปมีเรื่อง ก็ไปฉุดน้องสาวเขามาข่มขี่นจนตาย เขาต้องการช่วยน้องสาวโดยไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นอย่างไร เขาต้องการพลังจึงทำสัญญากับปิศาจ ผมคือเขามีพลังแต่ไม่อาจหยุดยังตัวเองได้ ยิ่งพอรู้ว่าน้องสาวตายแล้วก็ฆ่าคนทั้น 25 คนทิ้งโดยไม่สนใจว่าใครผิดใครถูก ผลสุดท้ายก็โดนตำรวจจับและประหารชีวิต แต่เขาไม่ตายปิศาจอีกตนคือ ดีไวย์ ไปขุดเขาขึ้นมาและตีตราเป็นทาส โดยมีหน้าที่ทำงานแทนเขา โดยให้ที่เรียนให้สังคมให้บ้านที่อยู่อาศัย และหญิงสาวรับใช้ 1 คน
การแต่งตัว : ไว้ผมสั้นมากแต่งตัวมิดชิดเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นรอยแผลที่ได้รับจากพลังของปีศาจตนแรก
นิสัย : คำพูดคือสิ่งที่ต้องทำตาม ไม่หนีปัญหาแม้มันจะหมายถึงความตาย
งานอดิเรก : ไม่มี
ความสามารถพิเศษ : พลังด้านมืดที่แปลงตัวเองเป็นปิศาจที่บ้าเลือด ฆ่าจนหว่าจะพอใจ เพลงดาบ 7 นิรยบาล (เพลงดาบ 7 ผู้คุมนรก)
อาวุธเครื่องป้องกัน : ดาบ 7 เล่มของผู้คุมนรก

ชื่อ : อันธิมา ศศิวิมลการ ชื่อเล่น : ไม่ใช้ เพศ : หญิง Class : มนุษย์ใต้การจองจำของปิศาจ MIND : NEUTRAL - NEUTRAL โรงเรียน : บรรณบพิธ
เกิด : ?????? อายุร่างกาย : 15 - 16 ปี สูง : 165CM หนัก : 55 Kg
ครอบครัว : อยู่เป็นคนรับใช้ของมะริด ครอบครัวไม่มีอีกแล้ว
ข้อมูลทั่วๆไป : เคยเป็นน้องสาวของ มะริด ที่ชื่อ อันธิการ และตายไปแต่เธอยังไม่ต้องการจะตาย เธอรักพี่ชายของเธอแต่เพราะสายเลือด จึงไม่อาจจะรักกันได้ ดีไวย์รับรู้เรื่องนี้จึงจับวิญญาณที่ถือว่าเป็นวิญญาณแค้นของ อันธิการไว้แล้วให้ชีวิตใหม่ เป็นชื่อ อันธิมา โดยตกลงให้เธอมีชีวิตในฐานะของคนอื่นแต่จะให้อยู่กับ มะริด โดยที่เธอต้องไม่บอกว่าเธอเป็นน้องสาวของ มะริด แต่เมือใดที่มะริดรู้เธอจะสิ้นอายุขัย ความทรงจำทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่เธอกับต้องรู้สึกทุกข์ใจกับความรู้สึกที่ มะริด มีต่อน้องสาวที่ตายไป
การแต่งตัว : แต่งตัวในชุดสาวรับใช้เป็นส่วนใหญ่และก็ชุดนักเรียน เธอจะไม่สามารถใส่ชุดอื่นได้
นิสัย : เงียบไม่สดใส ทุกสิ่งทุกอย่างแสดงออกทางแววตา
งานอดิเรก : ไมีมี
ความสามารถพิเศษ : ไม่มีทางตายอีกแล้วเพราะร่างกายที่ทำให้เป็นร่างอมตะ
อาวุธเครื่องป้องกัน : ไม่มี




จาก : smdm - - [email protected] - 11/10/2000 14:37
โฮมเพจ : http://www.geocities.com/novelsmdm

ข้อความ :
งะทำไมรูปไม่ออก



จาก : smdm - - [email protected] - 11/10/2000 14:39

ข้อความ : มาโกะ:กรี๊ดดดดดดดดด สุดๆค่ะ รอมานานแล้ววววววว
คาซึโตะ:/me คารวะท่านsmdm หนึ่งเหยือก

จาก : มาโกะ & คาซึโตะ - 11/10/2000 15:32

ข้อความ : ข้าขอคารวะท่าน
โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด

จาก : Dark Master - 12/10/2000 10:50

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1