|
หัวข้อ : เสียงกระซิบจากมุมมืด.. :องค์แรก: น้ำตาอสูร..ร๊่าย..ร้าย ข้อความ : ณ ถ้ำที่เป็นที่อาศัยของเหล่าอสูรร้ายมาช้านาน แต่มาบัดนี้ เงาของความชั่วร้ายเริ่มสั่นคลอนด้วยเงื้อมมือของความยุติธรรมอย่างรุนแรง เสียงสองเสียงในเงามืดของถ้ำแห่งนี้กำลังก่นว่าโชคชะตาของตน " นี่.. แกเป็นยังไงบ้างล่ะ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า " เสียงแรกถามด้วยความห่วงใย " ไม่เจ็บก็บ้าแล้ว อูย.. อย่าทำให้ข้าต้องตะโกนสิ มันกระเทือนแผลนะโว้ย อูยยย.." อีกเสียงครวญครางไปมาหลังจากตอบคำถามแล้ว " วันนี้ไอ้บ้านั่นก็เหลือเกิน แทนที่จะตรงเข้าไปจัดการตัวหัวหน้าเหมือนทุกที หน๊อย.. ดันมาทำเท่ห์ เห็นเราเป็นตัวอะไรวะ เดี๋ยวเตะ.. เดี๋ยวต่อย.. ยังลูกถีบอะไรก็ไม่รู้ของมันอีก แรงเป็นบ้าเลย นี่ถ้าข้าไม่ทำเป็นนอนตายละก็ มันเล่นงานข้าอ่วมไปแล้ว อูย.. ขนาดโดนเข้าไปนิดเดียวนะเนี่ย แล้วคนอื่นๆอีกล่ะ " เจ้าของเสียงแรกส่ายหน้าไปมา ท่าทางในความมืดส่อให้เห็นความสิ้นหวังโดยตรง " ข้าชักจะเหลืออดแล้วนะ ทำไมองค์การไม่ดัดแปลงพวกเราให้เก่งเหมือนมันมั่งวะ แทนที่จะส่งไปทีละตัวๆ เห็นส่งไปทีไรเป็นหงายหลังกลับมาทุกที ข้าคิดไว้นานแล้วนะ ถ้าพวกเรามีฝีมืออย่างที่พวกระดับหัวหน้ามีกันละก็ ใช้โรงงานของด็อกเตอร์ก็ได้ .. " เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวังดังเสียดแทงใจทั้งสองดวง " อย่าพูดเลย.. เอ็งก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ขนาดค่ารักษาพยาบาลของพวกเรายังไม่ค่อยจะมีเลย ถ้าระดับบิ้กเค้ามีนโยบายอย่างที่แกว่าละก็ เราคงไม่ต้องมาลำบากขนาดนี้หรอก " อีกเสียงทักท้วง " ก็ข้า.. ข้า ฮีก.. " เสียงสะอื้นดังมาแว่วๆ น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มเอ่อล้นเต็มม่านตา " เอาเถอะน่า เรามีหน้าที่ต้องทำนะ อีกหลายชีวิตรอเราอยู่ คิดถึงคนข้าหลังไว้สิ " " ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ ฮึก... ข.. ข้า.. " จากเสียงสะอื้นในตอนแรก ขณะนี้เปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้อย่างไม่อายใคร " ไม่เอาน่า.. " " ข้าทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว.. ข้าอยากตาย.. โฮ... " " เฮ้ย!.. อย่าคิดบ้าๆสิวะ ไม่เอาน่า.. ใจเย็นๆ " " อยู่ไปทำไมอีกวะ .. ข้าไม่อยากใช้ชีวิตอย่างนี้อีกแล้ว เป็นลิ่วล้อเค้ายังพอทน ฮึก.. แต่กับการที่ต้องมาโดนดูถูก โดนเหยียดหยามอย่างงี้ ข้าไม่ต้องการ... อะฮึก.. อะไรมั่งที่ไอ้พวกนั้นสรรหามาด่าเรา หมาหมู่มั่งล่ะ พวกลูกกระจ๊อกบ้างล่ะ.. หน็อย.. พอตอนมันเล่นเราไม่เห็นมันบ่นบ้าอะไรเลย " เสียงนั้นพร่ำบ่นระบายทุกสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาจนหมดสิ้น " แล้วลูกเอ็งล่ะ.. ไหนจะเมียสามคนของเอ็งอีก เอ็งตายไปแล้วพวกเขาจะทำยังไง " " ... ข้าไม่สนใจมันแล้ว.. ข้า.. " " เฮ้ย!.. ไม่ได้นะโว้ย พวกเค้าทุกคนรอแกอยู่ แกเป็นความหวังของพวกเค้านะ " " ... " " คิดถึงตอนแรกที่แกเข้ามาทำงานพร้อมกับข้าสิ ตอนนั้นแกพูดกับข้าว่ายังไง แกหวังไว้ว่าซักวันหนึ่งแกจะได้เป็นหัวหน้านำลูกน้องนับสิบเข้าต่อสู้กับไอ้พวกห้าสีนั่นอย่างกล้าหาญ แล้วดูแกในตอนนี้สิ.. กับไอ้แค่มนุษย์บ้าพลังโคตรเก่งที่ไหนก็ไม่รู้ตัวคนเดียว แกก็ไม่มีกะจิตกะใจต่อสู้ซะแล้ว.. ข้าไม่อยากเห็นเอ็งเป็นอย่างนี้เลย ความไฝ่ฝันในตอนแรกของแกหายไปไหนหมดแล้ว... " แม้ว่าจะได้รับการปลุกปลอบด้วยน้ำใจของเพื่อนที่ลำบากมาด้วยกัน แต่ความเหนื่อยล้าของเจ้าของเสียงร่ำไห้นั้นทรงพลังอย่างยิ่ง ความท้อแท้ที่กลุ้มรุมเข้ามาทุกด้านยังคงทำงานของมันต่อไป " .. ข้า... ข้าหมดแรง หมดไฟเสียแล้ว .. ข้าไม่ไหวอีกแล้วล่ะ " " แกมีสัญญาไว้กับข้า.. นึกไว้สิ สักวันหนึ่งแกกับข้าจะจับมือกันขึ้นไปเป็นหัวหน้าด้วยกันไง แกมาได้ครึ่งทางแล้วนะโว้ย ถ้าแกเลิกเสียตั้งแต่ตอนนี้ ความลำบากตอนที่แกยังเป็นเด็กขนของ ตอนที่แกเกือบจะโดนหัวหน้าทำโทษเพราะไปทำอาวุธของพวกที่จะออกไปสู้เสียหาย ทุกอย่างจะสูญไปหมด แก.. รวมถึงข้าด้วย คงไม่ต้องการให้ทุกอย่างที่แกทำสูญเปล่าหรอก สู้สิวะ.. " ถ้าแม้ว่าแต่ละฝ่ายสามารถเห็นแววตาของกันและกันในความมืดได้.. " .... " " เป็นไงบ้างล่ะ.. ดีขึ้นบ้างรึยังล่ะ " " อืม ขอบใจมากว่ะ.. ข้าเกือบไปแล้วเชียว " เสียงสะอื้นสุดท้ายถูกกลืนหายลงไปในลำคอ " เอาน่า.. ถ้าถึงเวลาที่ข้าเป็นอย่างนั้นบ้าง.. " อีกเสียงสอดขึ้นทันที " ข้าจะอยู่กับเอ็งอยู่แล้วน่า นอนเถอะ..ฮู้ย.. วันนี้พูดมากผิดปรกตินะแกนะ " " ก็เพราะใครล่ะวะ อีโธ่เอ๊ย.. เมื่อกี๊ยังฟูมฟายอยู่เลย " แล้วเสียงที่ทรงพลังจากอีกด้านก็เรียกความสนใจของทั้งสองไป " เอ้า.. ใครที่ยังพอไหวบ้าง ลุกออกมาหน่อย ตอนนี้เรากำลังจะไปที่ศาลาว่าการกัน แผนของเราครั้งต่อไปจะเริ่มที่นั่น คนที่ยังเจ็บก็นอนพักไปก่อนก็แล้วกัน ที่ยังไหวก็ไปหยิบระเบิดมาด้วย.. " แล้วเสียงนั้นก็สั่งการต่อไปยาวเหยียด แต่ที่ฟังอยู่ไม่ได้มีใจฟังเท่าไรนักแล้ว " เป็นไงล่ะ.. โอกาศมาแล้วนะโว้ย โชว์ผลงานให้ดีๆล่ะ " " ไม่ต้องห่วงน่า รับรองว่าคราวนี้ข้าต้องหาโอกาศไปแทงข้างหลังมันให้ได้เลย " ความเด็ดเดี่ยวที่แฝงมาในน้ำเสียงทำให้อีกฝ่ายตกใจเล็กน้อย " เฮ้ย!.. แกจะทำจริงเหรอ.. ข้าว่ามันไม่ค่อยดีนะ " " ทำไมล่ะ ยังไงเราก็เป็นผู้ร้ายอยู่แล้วนี่ จะเลวลงไปอีกหน่อยก็คงจะไม่เป็นไรหรอก " คราวนี้เสียงกลับกลายเป็นเสียงที่เจือความ***มเกรียมไว้เต็มพิกัด... " อย่านะ.. ถึงแกกับข้าจะถูกมองว่ายังไง แต่พวกเราก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งนะโว้ย.. " ความตื่นตระหนกในการหลงผิดของอีกฝ่ายดังชัดเจน " ข้าล้อเล่นน่ะ.. ฮ่ะๆๆ " " โธ่.. ไอ้เวรเอ๊ย... " แล้วการสนทนาก็หยุดลง เสียงของการทะเลาะเบาะแว้งเล็กน้อยดังมาแว่วๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะไปจัดระเบิดเพื่อเตรียมตัวที่จะออกไปผชิญกับโลกภายนอก.. โลกของการต่อสู้ที่ไม่ปราณีใคร .............................. " ฮึ้ยย่าห์ห์ห์ห์... " ที่ลานหินนั่นเอง.. การต่อสู้ขนานใหญ่ได้คุกรุ่นมาสักพักใหญ่แล้ว ร่างสีเขียวที่บึกบึนกำลังต่อสู้กับกับสิ่งมีชีวิตในชุดดำมากมายหลายตัว แต่จำนวนดูจะไม่เป็นปัญหากับร่างสีเขียวนั่นเลย " หนอยแน่ะ ไอ้ไรเดอร์.. เก่งนักเรอะ! ลองนี่หน่อยเป็นไง " แล้วร่างสักษณะประหลาดก็ส่งลำแสงมากมายออกมาที่พื้นหินข้างล่าง.. โดยไม่ได้สนใจกับร่างสีดำมากมายที่ทำการต่อสู้อยู่เลย ร่างดำจำนวนมากล้มลงเพราะการโจมตีครั้งนี้ แต่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้กลับฉากหลบออกไปได้อย่างหวุดหวิดแต่สวยงามสง่าอยู่ในที " ไม่มีทางซะหรอก.. ย้ากซ์.... " ฉับพลันนั้นเอง ร่างสีเขียวที่ถูกเรียกว่าไรเดอร์นั่นก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้า ปลายเท้าทั้งสองข้างเปล่งอานุภาพทำลายล้างออกมาอย่างน่ากลัว " เฮ้กซ์.. ไรเดอร์... คิกสสสสสส์ " เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วเหลือเกิน ขณะที่ไรเดอร์พุ่งทะยานพร้อมๆกับเกร็งหลังทำลายผ่านเท้าทั้งสองข้าง ร่างสีดำสองร่างก็โผล่ออกมาขวางหน้าตัวประหลาดที่เป็นเป้าหมายสังหารอยู่ พลังที่ส่งผ่านมาถูกร่างดำทั้งสองเข้าอย่างจัง แรงสะท้อนส่งให้ไรเดอร์กลับตัวยืนบนพื้นได้พอดี ขณะที่เหยื่อมรณะทั้งสองลอยตกไกลออกไปทางด้านหลังของร่างประหลาดที่เป็นเป้าหมายแรก หากว่ามีกล้องที่มาซูมดูทั้งสองชัดๆ ใบหน้าที่ควรจะเจ็บปวดรวดร้าวกับพลังทำลายของลูกถีบของไรเดอร์ กลับเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม... แห่งความภูมิใจ จาก : ioroid - 11/10/2000 06:28 |
|
ข้อความ : อือๆ เห็นด้วยๆ จาก : Cid - 11/10/2000 22:10 |
|
ข้อความ : Ka wai leaw mun ton pen story of minion in the Rider or Ranjo ranger a-rai sa yan. Anyway, na cho-cha chan T-T จาก : MrT - 12/10/2000 02:19 |