|
หัวข้อ : Encounter : สองคนในองค์กร ข้อความ : ......................... ที่ทางเดินหน้าห้องของผบ.รีเดริค เท้าของดร.ดรายเดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนั่นเอง อาการระสับกระส่ายแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดทุกฝีก้าว " ชั้นคิดว่าผบ.คงจะคุยกับคุณนานกว่านี้ซะอีก.. คุณไปพูดอะไรขัดหูเขารึเปล่า" เสียงที่ดังขึ้นเรียกความสนใจทั้งหมดของดร.ดรายไปหาต้นเสียงจนหมดสิ้น " ฟีอา... คุณเดินไปไหนมาน่ะ " ดร.ดรายส่งเสียงเรียกหญิงสาวที่กำลังเดินมาหาโดยไม่เร่งรีบ ผิดกับตัวดรายเองที่กระวนกระวายอย่างยิ่ง " เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว " มือของดรายคว้ามือของอีกฝ่ายแล้วลากให้เดินไปในทางเดียวกัน " ใจเย็นๆสิ ดราย ชั้นงงไปหมดแล้ว ปล่อยมือชั้นก่อนเถอะน่า " " ไอ้แก่บ้าอำนาจข้างในคงจะเริ่มคิดอย่างที่ผมวิตกแล้ว มันสั่งให้ผมติดต่อกับเรือลำนั้นอย่างเร็วที่สุด ถ้าผมอยู่ที่นี่ต่อไปคุณก็เตรียมชุดดำมางานผมหลังจากนี้ได้เลย " " เค้าเรียกคุณมาเพื่อฟังความคืบหน้าของโครงการที่เขาฝากคุณไว้นี่นา ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณไม่ได้บอกอะไรกับเขาล่ะ " ดรายไม่ตอบ " คุณปิดบังอะไรเค้าไว้ก็บอกชั้นมาดีกว่าน่า " เงียบ.. ดรายปล่อยมือของฟีอาเพื่อที่จะหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ที่ลอบบี้ ประชาสัมพันธ์สาวเองก็ชักสีหน้าเล็กน้อยเมื่อไม่มีท่าทีที่เป็นมิตรออกมาจากหนุ่มหัวกระเซิงที่กระชากกระเป็าออกไปจากมือเธอ " นี่ดราย คุณเรียกชั้นมาจากปฏิบัติการภาคสนามครั้งสำคัญที่แคนาดาห่างจากที่นี่สองพันกว่ากิโล เพียงเพื่อให้ชั้นมาเดินตามคุณโดยไม่รู้อะไรเลยไม่ได้หรอกนะ " " ผมขอร้องเถอะฟีอา ผมบอกคุณแน่.. แต่ยังไมใช่ตอนนี้หรอก ไว้เราไปถึงที่ทำงานของผมแล้วเราค่อยคุยกัน " แล้วทั้งคู่ก็ออกมานอกอาคาร เรียกรถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นแล้วบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง20นาที แท็กซี่ลัดเลาะผ่านที่ราบไม่นานนักก็เข้าสู่เขตเมืองที่มีตึกระฟ้าเรียงรายระเกะระกะอยู่ทั่วไป ความเร็วที่น่าทึ่งของรถคันนี้มีผลมาจากเครื่องยนต์ไร้แรงเสียดทานที่เป็นผลงานของสถานีวิจัยของดรายเช่นกัน ดังนั้นการเรียกรถมารับในทุ่งร้างแบบนี้จึงไม่มีปัญหามากนัก การจราจรที่ติดขัดทำให้รถที่ทั้งคู่นั่งมาต้องจอดติดตายอยู่ในแยกที่พาดไขว้สลับไปมาอันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของถนนของเมืองใหญ่เช่นนี้ " เอาล่ะดราย.. ชั้นว่าคุณควรจะบอกชั้นได้แล้วนะว่านี่มันเรื่องอะไร แล้วคุณกำลังจะทำอะไรกันแน่ " สายตาคาดคั้นของหญิงสาวมองมาที่ตัวดร.ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ " .... ก็ได้ ยังไงคุณก็ต้องรู้อยู่ดี " ดรายเปิดกระเป๋าที่ติดตัวมา แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้ฟีอา รายละเอียดของสิ่งที่อยู่บนกระดาษเป็นตัวเลขที่ยาวตลอดบรรทัดเต็มหน้ากระดาษ " คุณคิดว่านี่เป็นอะไร " " คุณได้มันมาจากไหนล่ะ ชั้นไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปเสี่ยงในสิ่งที่ชั้นไม่รู้หรอกนะ " " มันเป็นแค่อนุกรมดัวเลขธรรมดาเท่านั้นแหละ ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ไหนเลย ผมรับรองความปลอดภัยของมันร้อยเปอร์เซ็นต์ " " ชั้นก็ได้แต่หวังว่าอย่างนั้นแหละ " มีน้ำเสียงที่ประชดประชันเสียดสีเล็กน้อยแต่ฟีอาก็ก้มลงมองตัวเลขที่ได้มาอยู่พักหนึ่ง แล้วดรายก็ยื่นกล่องสีดำขนาดฝ่ามือให้ฟีอา " เอ้านี่ อนาไลติกรัลบ็อกซ์... คิดว่าคุณคงจะต้องการมัน " ฟีอาหยิบกล่องสีดำไปนั่งป้อนชุดตัวเลขที่มีอยู่ในกระดาษ ถ้าจะเปรียบเครื่องมือที่อยู่ในมือของฟีอากับเครื่องคิดเลขแล้ว ก็คงจะเหมือนโรงนากับตึกระฟ้านั่นแหละ เครื่องมือที่ว่านี้ใช้วงจรระดับอะตอมในการคำนวนตัวอย่างชุดตัวเลขที่ป้อนเข้าไปแล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลที่มีอยู่ในระบบการศึกษา อย่างเช่น อนุกรมทางคณิตศาสตร์อื่นๆ มันจึงเป็นประโยชน์มากในการแปลข้อมูลตัวเลขมากมายที่อยู่ในกระดาษในมือฟีอาขณะนี้ " ชั้นไม่เข้าใจคนคิดไอ้นี่เลย " ฟีอาเงยหน้าพร้อมกับออกเสียงบ่นออกมาดังๆ คนขับรถเองถึงกับมองกระจกด้วยความแปลกใจ " ทำไมเขาต้องเอาสูตรคูณมาเข้ารหัสของสัญญาณวิทยุด้วยนะ มันไม่ยุ่งยากเกินไปหน่อยเรอะ คุณเอามันมาให้ชั้นดูเพื่ออะไรเนี่ย " " ผมจะเล่าที่มาของมันให้ฟังทีหลัง แต่คุณพอจะจัดการกับตัวเลขขนาดนี้ได้อีกสองสามปึกรึเปล่าล่ะ " " ดราย... คุณจะดูถูกชั้นไปหน่อยนะ ถ้ามันเป็นสัญญาณวิทยุอย่างนี้หมดละก็ต่อให้มันมีสุมเต็มห้องก็ใช้เวลาไม่เกินสามวันหรอก ปริญญาเอกคณิตศาสตร์บริสุทธ์ของชั้นมันไม่มีเยอะเกินร้อยคนหรอก แต่..ดราย หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะ ว่าชั้นไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็น " " ผมรู้.. แต่อีกเดี๋ยวคุณก็จะรู้เท่ากับผมแล้วล่ะ " แล้วรถแท็กซี่ก็จอดที่หน้าตึกสีเทาประหลาดตา ความสูงที่มีไม่มากของตัวตึกทำให้ดูคล้ายกับก้อนหินท่ามกลางป่าคอนกรีตอันสับสนแห่งนี้ ป้ายสีเงินข้างหน้าตัวตึกบ่งความเป็นเจ้าของตึก - invention tech and deverlopment institute - I.T.D.I - ฟีอามองป้ายเงินอันนั้นด้วยความสงสัยนิดหน่อย " ที่ชั้นมาคราวที่แล้วมันยังไม่มีป้ายอันนี้เลยนี่นา " ดรายมองก็ป้ายนั้นเหมือนกัน แม้ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของคนถูกถาม แต่ฟีอาก็ไม่ได้ซักอะไรต่อ ทั้งคู่เดินผ่านบันไดสี่ห้าขั้นที่หน้าตึก แล้วในขณะที่ฟีอากำลังจะเดินไปที่ประตูกระจกใสที่ด้านหน้าอาคารนั้นเอง ดรายก็เข้าไปคว้ามือของฟีอา แล้วจูงเดินอ้อมไปด้านหลังของตัวตึกแทน ความแปลกใจและหงุดหงิดใจพลุ่งพล่านผ่านปากฟีอาออกมา " ชั้นคิดว่าตึกนี่ เป็นของคุณซะอีก แล้วทำไมคุณต้องเข้าห้องของตัวเองด้านหลังด้วยเล่า" " มันมีอะไรไม่ถูกต้องแล้วละ ป้ายงี่เง่านั่นผมไม่ได้เป็นคนสั่งให้ติด ใครจะต้องการป้ายบริษัทสำหรับองค์กรวิจัยบ้าง แล้วผมก็มั่นใจด้วยว่าไม่มีใครในทีมของผมบ้าและมีเงินพอที่จะติดมันด้วย ผมไม่อยากที่จะถูกสะกดรอยตามตอนนี้ " หลังจากหลบเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เดินขึ้นบันไดหนีไฟอีกสองสามชั้น ชายหนุ่มที่มีกระเป๋าเอกสารรุงรังกับหญิงสาวที่ท่าทางุนงงเล็กน้อย ก็เปิดประตูของห้องวิจัยห้องหนึ่งที่ไม่มีคนทำงานเข้าไป " ผมคิดว่าที่นี่คงจะปลอดภัยแล้วล่ะ " ประตูถูกล้อคอย่างแน่นหนาทันทีที่ทั้งคู่เข้าไป ดรายเข้าไปจัดการกับข้าวของและกองกระดาษที่สุมอยู่เต็มโต็ะ แล้วหยิบกระดาษในกระเป๋าเอกสารออกมาวางข้างนอก " เอกสารที่อยู่โต็ะนี่จะสลายตัวภายใน24ชั่วโมงทันทีที่ออกมาจากกระเป๋าของผม หลังจากดูแค่ครึ่งนึงของเวลานั่นแล้ว ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจอนุกรมตัวเลขเหล่านี้ได้ดีกว่าผม " ฟีอาเองแม้ว่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของดร.หนุ่มที่ลากตัวเธอจากอีกด้านของทวีปมาที่นี่ก็ตาม แต่ฟีอาเองก็จิ้มเครื่องมือที่อยู่ในมือตามตัวเลขที่อยู่บนกระดาษตรงหน้าเธออย่างคล่องแคล่ว กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกยกเปลี่ยนข้างจากอีกด้านเมื่อตัวเลขบนนั้นถูกป้อนลงไป จนในที่สุดตัวเลขทั้งหมดก็ลงไปอยู่บนหน้าจอของเครื่องอนาไลติค " เท่าที่ชั้นดูคร่าวๆนะ ไอ้ตัวเลขพวกนี้น่าจะมีความหมายมากกว่าเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างนะ " " ผมพอจะรู้คร่าวๆเท่านั้นแหละ แต่เท่าที่คุณรู้มันเป็นอะไรล่ะ ผมอยากรู้ว่าคุณจะคิดเหมือนผมรึเปล่า " " ช่วงแรกที่คุณให้ชั้นดูบนรถมันเป็นสูตรคูณตั้งแต่หนึ่งถึงร้อย " " แต่หลังจากนั้นสิที่ทำให้ชั้นแปลกใจ มันไล่สูตรทุกอย่างที่เรารู้จัก.. อ้อ มีบางอย่างที่เราไม่ร็จักเหมือนกัน ตั้งแต่การบวกลบเลขธรรมดา จนถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพ ถ้าจะเปรียบละก็ ไอ้กระดาษสองสามแผ่นของคุณมันก็เป็นสารานุกรมหนาๆอันนึงแล้ว เอาล่ะ... คุณแมคฟาแลนด์ " ดร.ดรายขยับตัวไปหยิบรูปภาพที่อยู่รวมกับกระดาษที่เอาออกมาจากกระเป๋าของเขา หลังจากเลือกมาได้สองสามแแผ่น ดรายก็ยื่นรูปที่เลือกมาให้ฟีอา " คุณรู้รึเปล่าว่านี่เป็นรูปของอะไร " " ชั้นจะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น.. " มุมปากของฟีอาเรียบสนิทแม้ว่าเสียงจะกร้าวขึ้นมาก็ตาม ดร.ดรายหันไปหยิบกระดาษกราฟอีกอันมายื่นให้ " นี่แหละที่มาของตัวเลขที่ผมให้คุณดู ผมได้มันมาจากเพื่อนของผมที่อยู่ที่แหลมเคเนดี ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเค้าเป็นยังไงบ้างเหมือนกัน " " คุณจะหาตำแหน่งของชุดตัวเลขนั่นเจอรึเปล่าล่ะ " ฟีอารับกระดาษไปดู แค่ดูผ่านแวบเดียวก็โยนกระดาษแผ่นนั้นกลับมา " นี่คุณยังจะไม่ยอมบอกชั้นอีกใช่มั้ย.. ชั้นจะกลับล่ะ " " เอ้า.. คุณยังไม่ได้ดูมันเลยนะ ผมกำลังจะบอกคุณอยู่นี่ไง " " ดร.ดรายคะ.. ชั้นไม่ใช่เด็กๆที่คุณจะหลอกได้นะ กราฟของคุณน่ะ หึ.. มันเรียบยิ่งกว่ากระดานอีก จะมีก็แค่การกระตุกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่ตัวเลขที่คุณให้ชั้นมามันเป็นตัวเลขขนาดสี่ห้าหน้ากระดาษเลยนะ คุณกำลังจะเล่นตลกอะไรอีก " " ก็ช่วงกระตุกนั่นแหละ " " ก็แค่แบตเตอรี่ให้กระแสไม่เรียบ อาจจะเป็นการขัดข้องของเครื่องมือสั่วๆ ที่เพื่อนคุณใช้อยู่ก็ได้ " " คุณดูที่มาของมันรึยัง ผมไม่คิดอย่างคุณหรอกนะ แล้วก็...อืม.. แผ่นนี้เป็นการขยายช่วงกระตุกที่คุณเห็นเมื่อกี้ ขยาย 1 / 10,000 ผมว่าคุณดูเฉยๆก็พอจะรู้แล้ว " แล้วกระดาษอีกแผ่นก็ถูกส่งไปให้ฟีอา พร้อมกับแผ่นแรกที่ถูกโยนกลับมา ฟีอามองกระดาษทั้งสองแผ่นอยู่ครู่หนึ่ง เลือดฝาดที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าค่อยๆซีดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอ่านแถวตัวหนังสือที่อยู่ที่มุมซ้ายของกระดาษกราฟแผ่นแรก - สถานีวิจัย ระบบสุริยะ ศูนย์ส่องขยายเกาะการากัส - " คุณ.. รับรองกระดาษแผ่นนี้รึเปล่า " " รับรองด้วยทุกอย่างที่ผมมีเลย รูปที่ผมจะให้คุณดูตอนแรกเป็นที่มาของมันนั่นแหละ ที่มาของรูปก็น่าเชื่อถือเพียงพอซะด้วย " มือของดร.ดรายถือรูปอยู่สามใบ ที่ยังไม่ทันไรก็ถูกกระชากไปอยู่ในมือที่สั่นเล็กน้อยของฟีอา " ในตอนแรกผมก็คิดเหมือนคุณนั่นแหละจนผมได้ดูรูปที่คุณดูอยู่ตอนนี้ ผมไม่อยากจะคิดอย่างที่ผมคิดอยู่ตอนนี้เลย " " เดี๋ยวๆ นี่ชั้นงงไปหมดแล้ว " "..ฟีอา.. ใจเย็นๆก่อนสิ " " คุณกำลังบอกว่าตัวเลขมหาศาลนั่นโผล่มาใจช่วงไม่ถึง.. ไม่ถึง 1/5วินาที แล้วยังรูปของดาวหางที่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดวงจันทร์ของมันอีก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ มันเป็นการส่งคำทักทายชัดๆ เรากำลังจะเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตนอกโลก... " "...ฟังผมก่อนสิ ฟีอา " " ไม่ค่ะดราย.. ชั้นต้องแจ้งเรื่องนี้กับรัฐ ..อย่างเร็วด้วย " มือของดรายทั้งสองข้างกดลงบนไหล่ของฟีอา แม้จะไม่รุนแรงแต่ก็หนัแน่นเพียงพอ ที่จะหยุดผู้หญิงที่ตื่นกลัวคนนึงให้หยุดอยู่กับที่ " นี่คุณตั้งสติหน่อยได้มั้ย ถ้าคุณแจ้งเรื่องนี้แก่บุคคลภายนอก.. ผลที่ตามมามันจะเป็นยังไงบ้างล่ะ ความวุ่นวาย การจราจล อาจจะถึงสงครามเพื่อแย่งชิงสิ่งที่เรายังไม่รู้แม้แต่ที่มาของมันเลย มันคุ้มแล้วรึไงกับคำพูดของคุณแค่ไม่กี่ประโยค... เรากำลังพูดถึงชีวิตของคนครึ่งค่อนโลกเชียวนะ " ลมหายใจที่ปั่นป่วนแสดงถึงอารมณ์ที่ยังไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่ฟีอาก็มีท่าทีที่สงบขึ้น หลังจากสูดหายใจอีกสองสามครั้งฟีอาเองก็ดันมือที่กดไหล่ของเธอเองลง ดรายเองก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากผู้หญิงตรงหน้าซักเท่าไรนัก " ... ชั้นว่าชั้นรู้สึกดีหน่อยแล้วล่ะ แต่ว่าคุณเองดูแย่กว่าชั้นซะอีก " " ผมถึงเรียกคุณมาไง ผมคงอึดอัดตายแน่ถ้าไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครซักคน " มือของดร.หนุ่มที่เคยอยู่บนไหล่อีกฝ่าย ตอนนี้ถูกยกขึ้นมากุมหัว ความเครียดทำให้เสียงของดรายแหบพร่าลงไปถนัด " ตั้งใจฟังให้ดีนะ ฟีอา ตอนนี้นอกจากคุณกับผมก็มีอีกไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ เรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ระดับประเทศ ไม่สิ.. ระดับโลกเลย เรากำลังจะได้พบกับอารยธรรมที่มาจากอวกาศด้านนอก ปัญหาของเราอยู่ที่รัฐไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในด้านดีเหมือนเรา พวกเค้าคิดจะครอบครองเทคนิคความรู้ที่ได้จากการติดต่อกันครั้งนี้ ที่ผบ.รีเดริคเรียกผมไปก็เพื่อจะบอกว่าเขารู้เรื่องนี้แล้ว และ..และเขาก็คิดอย่างที่เรากลัวกัน ผม... ผม.. " ขณะนี้ดร.ดรายเองดูแย่กว่าคู่สนทนาเป็นอย่างมาก เหงื่อที่ระเหยแห้งไปเนื่องจากการปรับอากาศในห้องวิจัย ตอนนี้ไหลออกมาจนน่ากลัว ความมืดดำของความหวาดผวาเข้าครอบคลุมทั่วทั้งสายตาของชายหนุ่ม ทำให้มือทั้งสองของเขาเอื้อมขึ้นมาปิดหน้าโดยไม่รู้ตัว ฟีอาเองที่ไม่ได้มีอาการที่ดีกว่าเท่าไรก็กระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ...ซ่าาาาา... แล้วน้ำจากถังน้ำดื่มถังใหญ่ก็ถูกเทลงบนหัวของชายสติเสียที่ไม่ทันระวังตัว " ...นี่.. คุณทำบ้าอะไรของคุณน่ะ อ่อก.. คุณเสียสติไปแล้วรึไง " หยดน้ำที่ไหลลงมาจากหัวของดร.หนุ่มไหลลงไปรวมกับน้ำที่นองอยู่บนพื้น " ชั้นรู้มาว่าน้ำมีคุณสมบัติในการลดความร้อน.. ยิ่งกว่านั้นมันยังทำให้คนใจเย็นได้อย่างประหลาดด้วย เอาล่ะ... คุณดีขึ้นรึยัง " หัวที่เปียกโชกผงกรับคำแต่โดยดี มือที่กุมอยู่บนหัวตอนนี้กำลังทำหน้าที่รีดน้ำออกจากร่างกายอย่างงงๆ " ชั้นเข้าใจว่าตอนนี้ที่คุณต้องทำคือการปลีกตัวออกมาจากคนที่พยายามควบคุมคุณซะ นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเพื่อความสบายใจของคุณเองด้วย.. เดี๋ยวชั้นจะจัดการให้เอง แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าชั้นยังไม่ได้ตกลงที่จะร่วมหัวจมท้ายกับคุณเลย ถ้าเห็นท่าไม่ดีละก็ ชั้นมีสิทธิที่จะไม่รับรู้อะไรแล้วก็หนีไปสุดขอบโลกได้ โอเคนะ..." เสื้อที่เปีกกโชกของดร.ดรายก็ถูกคลุมลงบนหัวของฟีอาบ้าง " หึๆ.. นี่แทนคำขอบคุณสำหรับน้ำถังใหญ่เมื่อกี้ เดี๋ยวผมจะไปเขียนใบลาเอง แค่คุณเตรียมข้อแก้ตัวที่จะลางานกับต้นสังกัดของคุณ ผมว่าคุณก็แย่แล้วละ.. เดี๋ยวผมจะออกไปเปลี่ยนเสื้อแล้วจัดการธุระของผมให้เรียบร้อย แล้วเดี๋ยวจะมารับคุณออกไปที่ห้องแลบนอกเมืองของผม " " คุณรู้ได้ยังไงว่าชั้นจะทำงานนี้กับคุณ ชั้นยังไม่ได้ตกลงอะไรเลยนะ " " อ้าว... งั้นคุณก็วาง เครื่องอนาไลติกรัล นั่นลงก่อนสิ ตามปรกติแล้วคุณไม่ค่อยชอบใช้มันไม่ใช่หรือ ถ้าให้ผมเดาละก็.. ที่หน้าจอคงมีรูปที่ผมให้คุณดูเมื่อกี้แน่ๆ ฮะๆๆ.. แล้วอย่างนี้คุณยังจะไม่อยากร่วมมือกับผมอีกเรอะ " เสื้อของดรายถูกเหวี่ยงมาโดยมีเป้าหมายที่ใบหน้าของเจ้าของ แต่ก็ถูกรับไว้ได้ทันก่อนที่จะปะทะกับใบหน้าที่เป็นเป้าหมาย " ชั้นไม่ชอบคนอยู่ไม่กี่ประเภทหรอก คนรู้ทันก็เป็นประเภทหนึ่งนะ... พ่อคนแสนรู้ " " โฮ้ย.. ไม่รู้ก็แย่แล้ว เรารู้จักกันมานานเท่าไรแล้ว ตั้งแต่คุณหักอกผมตอนที่เรียนด้วยกันแล้วนะ ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าอาจารย์หนุ่มคนนั้นมันมีอะไรดีกว่าผมอีก หืม.... " แล้วดร.ดรายเองก็ออกไปจากห้องโดยมีอุปกรณ์แล็บปลิวไล่หลังมาเป็นพายุเลยทีเดียว จาก : ioroid - 08/10/2000 07:08 |
|
ข้อความ : สำนวน หยั่งกะมืออาชีพเลยแฮะ อยากรู้เรื่องให้มากกว่านี้จังต้องออกตอนนึงยาวกว่านี้ซะล่ะมั้งครับ จาก : Cid - 08/10/2000 16:48 |
|
ข้อความ : สำนวน หยั่งกะมืออาชีพเลยแฮะ <---- Agree
I think you has gather information very well leaw na nia. จาก : MrT - 10/10/2000 01:54 |