|
หัวข้อ : Angelic flower - Second Circle : EDEN - ดอกไม้ดอกที่สอง - ทำนองแห่งดนตรี ข้อความ : Angelic flower - Second Circle : EDEN - ดอกไม้ดอกที่สอง - ทำนองแห่งดนตรี "เธอเชื่อเรื่องของสวรรค์ไหมทานตะวัน" ราตรีถามขึ้นกับทานตะวันที่ออกมาจากห้องน้ำ ทานตะวันมองสีหน้าของราตรีจากภาพสะท้อนของกระจก ก่อนเดินเข้าไปข้างๆ "ถามอะไรแปลกๆนะ" "แล้วยังไงละ" ราตรีย้ำคำถามเดิม "ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไรนะ เพราะสวรรค์ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์" ทานตะวันตอบก่อนเดินออกไป ราตรีมองตามหลังทานตะวันก่อนหลับตาถอนหายใจยาวๆออกมา สำหรับราชัน การที่ได้นั่งใกล้ๆกับราตรีทำให้เขายิ่งไม่เข้าใจในตัวของผู้หญิงคนนี้ เธอไม่พูด เธอไม่คุยได้แต่นั่งเงียบๆ นั้นทำให้เขาไม่กล้าที่จะชวนเธอคุยเท่าไร เธอพูดอะไรก็เงียบ "ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้วไม่คิดอะไรแล้ว" ราชันพูดขึ้นกับตัวเองก่อนยกกระเป๋าเดินตามเพื่อนๆที่เริ่มเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจราตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ "นี่เดี๋ยวก่อนจะไม่รอกันเลยเหรอ" ราตรีพูดขึ้นเหมือนฉุดราชันจนแทบหงายหลัง ราชันหันกลับ "เอารอก็รอ" ราชั้นโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะรอราตรีเก็บหนังสือ "ทำไมผมพูดด้วยก็ไม่ยอมคุยด้วย" ราชั้นถามขึ้นเมื่อถึงซอยทางเข้าบ้านที่กำลังเดินไปด้วยกันกับราตรี ราตรีเงียบ หันมามอง "นี่ตกลงจะไม่คุยด้วยกันใช่ไหม" ราตรีพยักหน้า ราชันฉุนขึ้นมาทันที หากไม่คิดว่าราตรีเป็นผู้หญิงละก็มีเรื่องกันไปแล้ว "ถ้าไม่มีธุระอะไรละก็ผมรีบๆเดินไปดีกว่า เพราะท่าทางเธอเองก็คงไม่อยากจะเดินกับผมเท่าไร" ราตรีจับชายเสื้อของราชันไว้ทันทีเหมือนให้รอ ราชันหันกลับมาพบว่าราตรี ยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ราชันถึงกับชะงัก แค่รอยยิ้มกับเหมือนกับคำพูดที่มากมาย ราชันจึงลดท่าทีลง ค่อยๆเดินไปกับราตรีก่อนที่เธอจะชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่ดูรกเกินกว่าจะมีคนอาศัยเปิดประตูรั้วเข้าไปและมือชวนราชันเข้าไป ภายในบ้านอากาศเย็นผิดปรกติ เย็นแต่ก็รู้สึกสบาย ตกแต่งด้วยแสงมืดๆแต่ก็ดูสว่างการตกแต่งออกจะแปลกตาเกินไปสำหรับบ้านแบบนี้แต่ว่า ก็รู้สึกได้ว่าน่าอยู่ "นั่งก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวจะหาขนมมาให้" ราตรีพูดก่อนเดินหายไปด้านข้าง ทำไมข้างนอกกับข้างในถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ราชันเดินไปนั่งที่โซฟา ที่นี่ไม่มีโทรทรรศน์ ด้านหน้าของโชฟาเป็นรูปเขียนสีน้ำมันภาพของเทพธิดามีปีกถือดาบเล่มเล็ก ราชั้นมองอยู่นานรู้สึกคล้ายใครบางคนก่อนเดินเข้าไปใกล้ๆ เหมือนกับราตรี เขารู้สึกแบบนั้น และรู้สึกว่าไม่บ้าก็เมาละ วาดรูปตัวเองเป็นเทพธิดา "เอาขนมวางไว้ตรงนี้นะ" ราตรีพูดขึ้นก่อนวางขนมรูปร่างแปลกๆกับน้ำสีส้มๆไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลง "รูปนี้ใครวาดนะ" ราชันถามขึ้น "ราร่า เพื่อนของฉัน" ราชั้นกำลังคิดในใจว่ามีแต่พวกเพี้ยนๆ เขาจะยุ่งกับราตรีดีไหมนะท่าทางเธอบ้าๆยังไงก็ไม่รู้ "สงสัยหรือเปล่า ว่าทำไมฉันถึงไม่คุยกับเธอที่โรงเรียน" "สงสัยก็ได้ เฉลยสิ" "เพราะมันเสียพลังงานมากนะสิ ในฐานะที่ฉันกับเธอเป็นเนื้อคู่กัน มีบางอย่างที่ต้องให้เธอเข้าใจก่อน" ราชันหันกลับมาข้างหลังมองราตรี วางตาจากรูป นึกสนุกขึ้นมา "อะไรเหรอ" "อยู่ข้างนอกฉันใช้พลังงานมากไม่ได้ ให้สื่อสารกันโดยการสัมผัสฝ่ามือเข้าด้วยกัน" ราตรียื่นมือออกมากางรับราชั้นเดินเข้ามาหาเธอแนบมือของเขาและมือของเธอเข้าด้วยกันอยู่พักหนึ่ง "งะมันก็ไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ" ราตรีส่ายศีรษะ "ไม่เข้าใจจริงๆ ฉันเป็นเนื้อคู่กับเธอจริงๆเหรอนี่ งั้นก็ช่างมันเถอะมีอีกเรื่องหนึ่ง มีของอยากจะให้ซ่อมให้หน่อย" ราตรีลุกเดินออกไปห้องรับแขกขึ้นบันไดไป ราชันมองดูมือของตัวเอง อย่างค่อยๆนึก อยู่ๆคำว่าการสื่อสารก็ขึ้นมาในหัว มีความรู้สึกบางอย่างไหลเข้ามาในร่างกาย "มนุษย์อาศัยการพูดคุยมากเกินไปจนไม่สามารถสื่อสารกันด้วยวิธีอื่นได้เลย" ราตรีเดินมาพร้อมกับกีต้าตัวหนึ่ง แล้วก็ยื่นมันให้กับราตรี "ฉันจะใช้ไอ้นี่สื่อสารกับนาย" "กีต้านะ" "ใช่สายมันขาดแล้วนายไปช่วยหน่อยแล้วกัน เล่นกีต้าเป็นไม่ใช่เหรอ" ราชันรับกีต้ามามองดูเนื้อไม้ของมันรู้สึกเย็นกว่าปรกติ อาจจะเพราะอากาศที่เย็นของที่นี่ก็ได้ "แล้วนี่ก็เงินค่าซ่อม" ราตรียื่นเงินมาปึกใหญ่ให้กับราชัน ราชั้นงงอยู่ "เงินมากมายแบบนั้นเธอเอามาจากไหน" "แล้วจะสนใจทำไม มนุษย์นะชอบเงินมากๆไม่ใช่เหรอ" ราชันส่ายศีรษะ "เงินค่าจ้างที่แม่คุณให้มาผมยังเก็บไว้อยู่ ไม่เป็นไรผมจะใช่มันเป็นค่าซ่อมให้ก็แล้วกัน" ว่าแล้วราชั้นก็แบกกีต้าเดินออกไปจากบ้าน ราตรีมองตามหลังของราชั้นไป โยนเงินลงบนโต๊ะ ตลาดเปิดท้ายขายของที่เปลี่ยนเป็นตลาดนัดทุกๆวันสุดสัปดาห์ที่นี่ ราชันยกกีต้ามาซื้อสายเปลี่ยนลองตั้งสายดูก็พบว่ากีต้าตัวนี้ไม่ได้ทำมาชุ่ยๆ เพราะเสียงที่ออกมาดีอย่างอย่างกับจงใจให้มันดีที่สุด เทียบกับเสียงกีต้าที่เล่นหน้าเปิดท้ายขายของแล้ววิเศษกว่ากันอยู่หลายเท่า ราชันรู้สึกถูกใจขึ้นมาทันที และก็อยู่ๆก็อยากได้มันไว้ คิดในใจว่าอยากจะขอซื้อต่อจากราตรี ในตอนที่เขาตัดสินใจกลับก็พบเด็กหนุ่มคนที่เล่นกีต้าอยู่แต่แรกหยุดเล่นและนั่งลงบนพื้น เทเศษเงินที่ได้มาในกระเป๋าใส่กีต้าเข้าถุง ราชันจึงเข้าไปคุย "เลิกแล้วเหรอ" ชายคนนั้นพยักหน้า "ผมเล่นต่อได้ไหม" "เอาสิตามสบาย ตอนแรกว่าจะไปเข้าห้องน้ำนะ แต่ว่าเล่นไปเถอะ ใครจะเล่นอะไรตรงไหนคงไม่มีใครมาว่าหรอก" เด็กหนุ่มคนนั้นเดินจากไปหน้าตาเศร้าๆ เบื่อๆ ราชันรู้สึกไม่ดีเลย แต่เขาอยากเล่นกีต้ามาก จึงจัดแจงจัดฉากแบบที่เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่จัดไว้ วางกล่องใส่กีต้าไว้ด้านหน้า ส่วนตัวก็เล่นกีต้าไป มีบ้างที่มีคนมาหยุดมองดูเขา แต่ที่แปลกไปก็คงจะเป็นเด็กสาวรุ่นเดียวกันที่มองเขาอย่างสงสัย สงสัยอะไรนะ ราชันคิดก่อนจะหยุดเล่นทั้งที่เพลงไม่จบ "ไงครับ" เธอพยักหน้าก่อนค่อยๆเดินเข้ามา "ผู้ชายที่เล่นกีต้าอยู่ที่นี่อยู่ไหนพอรู้ไหม" เธอถามด้วยเสียงที่อ่อนหวานนุ่มนวลมากราชันอธิบายเท่าที่เขาจะอธิบายได้ "ไม่มีความอดทนเลยคนอะไรก็ไม่รู้" น้ำเสียงเธอตัดพ้อเล็กน้อย สีหน้ามีอาการค้อนออกมาเห็นได้ชัด "คนนั้นแฟนเหรอ" เธอหันมาทำหน้าตาจริงจัง "คง...คบๆกันนะ แต่ท่าทางนิสัยเราจะไปกันไม่ค่อยได้เท่าไร" ราชันฟังดูแล้วก็พยักหน้า "ความขัดแย้งแบบนั้นเหรอ" เด็กสาวทำท่าคิด "ไม่ใช่หรอก ความไม่พอใจมากกว่าแล้วก็บวกกับความน้อยใจของเขา" "เธอชื่ออะไร" เด็กสาวมองหน้าราชันอย่างไม่แน่ใจนักว่าจะบอกดีไหมทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย "กุสุมา เรียกว่ากุนน่าจะดีกว่า" "ผมราชัน ใครๆก็เรียกราชัน อยากจะฟังเพลงอะไรหรือเปล่า" กุนมองกีต้าก่อนนึกเพลงเล็กน้อย "พวกเพลงฝรั่ง อย่างของ Egale พอจะไหวไหม" ราชันพยักหน้า "ก็ได้ บางเพลงนะชอบเพลงเก่าๆเหรอ" กุนพยักหน้า อยู่พักหนึ่งก็ส่ายศีรษะ ราชันดีดเสียงกีต้าออกเป็นทำนองเบาๆ "บางครั้งอาจจะไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษก็ได้อาจจะแค่รู้สึกว่ามันดูดีเท่านั้นเองก็เลยพยายามจะฟัง" "พูดเหมือนกับว่าเป็นความผิดเลยที่ชอบเพลงเก่าๆผมก็ชอบนะ ถ้าคุยกันละก็คงจะสนุกน่าดูเพราะหาคนคุยเรื่องนี้คอเดียวกันยากเต็มที แล้วนี่มีเรื่องอะไรกันเหรอโกรธกันอยู่หรือว่ายังไง" กุน ยิ้มให้ "ผมคงจะยุ่งมากเกินไป" กุนส่ายศีรษะ "เปล่าหรอก คือเรื่องของเรื่องก็อยู่ที่ฉันชอบทำตัวคนละรสนิยมกับเขานะ เข้าชอบพวกนักดนตรีวัยรุ่นที่เปิดกรอกหูกันทั้งวันทั้งคืนในขณะที่ฉันกลับไปฟังพวกเพลงเก่าๆหรือไม่ก็เพลงบรรเลง เรื่องหนังที่จะดูกันก็อีก หนังที่ดูก็คนละแนวในขณะที่เขาชอบดูแนวหนังเกรด B หนังสัตว์ประหลาด ดูง่ายๆแต่ ฉันต้องหนังที่ให้สาระมุมมองสวยแต่น่าเบื่อสำหรับเขา ฉันเองไม่เคยว่าเลยว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพียงแต่ ฉันไม่ชอบเท่านั้นเอง แต่เราก็พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง" "การพูดคุยเหรอ" กุนพยักหน้า "การพูดคุยเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ไม่ถูกเหรอหากเราพูดคุยเหมือนกันก็คงไปกันได้" ราชันเงียบมือยังคงเล่นดนตรีต่อไปก่อนจะนึกถึงคำพูดบางอย่างของราตรี "อาจจะฟังดูบ้าๆนะ แต่ผมก็มี...." ราชันพยายามจะนึกความสัมพันธ์ของเขากับราตรีว่าคืออะไรแต่ก็สรุปไม่ได้ง่ายนัก "เอาว่าเพื่อนผู้หญิงแล้วกัน คนๆนี้นะเพี้ยนสุดๆ วันนี้เขาพูดกับผมว่ามนุษย์พึ่งพาการพูดคุยมากเกินไป คงจะทำนองว่าใช้การพูดคุยตัดสินจนไม่อาจจะสัมผัสสิ่งที่แท้จริงความรู้สึกที่แท้จริง" กุนฟังแล้วก็มองด้วยสายตางง "เป็นความคิดที่แปลกเกินไปหรือเปล่า" ราชันส่ายศีรษะ "ไม่รู้สิ เอาขนาดว่าวันนี้แม่นั้นไม่ยอมคุยกับผมจนถึงเย็นเลยนะ" กุนหัวเราะออกมาเบาๆ ราชันพยักหน้าแล้วก็พูดต่อ "เอาละ ความเพี้ยนของแม่นั้นจะไม่เล่าแล้วกันเดี๋ยวเจ้าตัวเสียหมด แต่แม่นั้นก็สรุปว่าถ้าอยากจะสื่อสารกันให้เอาฝ่ามือสัมผัสซึ่งกันและกัน แทนการพูดคุย" กุนยิ้มออกมา "ถ้ามนุษย์สามารถสื่อสารกันได้มากกว่าการพูดคุยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ขอบใจมากนะที่ช่วยฟังเรื่องของฉัน" "อือ..ขอให้เข้าใจกันเร็วๆนะ" กุนยิ้มให้และเดินจากไป ราชันรู้ว่าในใจของกุนคงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆเลย "ขอบใจนะเรื่องกีต้า" ราตรีพูดขึ้นกับราชันเมื่อทดสอบเสียงของมันเล็กน้อย ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น "ไม่เป็นไร แล้วเธอจะใช้มันทำอะไร" ราชั้นถาม ราตรีเล่นกีต้าออกมาเป็นเสียงเพลงท่อนสั้นๆ "ไงเข้าใจไหมว่าฉันพูดอะไร" ราชันมองหน้าราตรีแล้วอยากจะถามออกไปว่า จะบ้าเหรอ "ไม่รู้ ก็ได้ยินแต่เสียงเพลง เพราะดี แบบนั้นหรือเปล่า" ราชันพยายามพูดให้ดีที่สุด "ฉันบอกว่าขอบใจมากนะ นี่นายไม่เขาใจในสิ่งที่ฉันสื่อจริงๆเหรอ" ราชันเกาศีรษะ "ผมเป็นมนุษย์นะ ไม่ใช่นางฟ้าอะไรแบบเธอ พูดภาษาคนสิ เธอก็พูดได้ไม่ใช่เหรอ ก็พูดอยู่ไม่ใช่เหรอ" "ก็ฉันได้พลังให้สามารถพูดคุยตามปรกติได้แล้วนะสิถึงคุยได้โดยไม่เสียพลังงาน" ราชันงงกับข้ออ้างของเธอ "ให้ตายเถอะขอผมนั่งเงียบๆคนเดียวแล้วกันไม่ไหวแล้วรับมุขไม่ทัน" ราตรียิ้มออกมาเล็กน้อย ตั้งท่าเล่นกีต้าออกมาเป็นทำนองเพลงที่ให้ความรู้สึกสวยงามมากกว่าความเพราะ ราชันจับจ้องมองเธอเหมือนกับได้ยินคำพูดบางอย่างจากกีต้าตัวนั้นจริงๆ ชั้นถัดลงมาของตึกเรียนเสียดนตรีที่ดังจากด้านบนทำให้กุนรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง เธอเดินออกไปจากห้องแล้วเดินไปที่บันไดเพื่อที่จะดูว่าเป็นเสียงเพลงของใคร ด้านล่างกับมีเด็กหนุ่มวัยเดียวกันเดินขึ้นมาด้วยสีหน้าเศร้าๆ กุนหยุดมองก่อนรวบรวมความรู้สึกของตัวเองในขณะที่เด็กหนุ่มเองก็รู้สึกว่าในจังหวะนี่เป็นจังหวะที่ดี ทั้งสองพูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนจะหยุดพร้อมกันให้อีกคนพูดก่อน กุนอยากจะบอกอะไรหลายอย่างกับเรื่องที่เธอไม่เคยโทษเขาในเรื่องของรสนิยมที่ผิดจากกัน เธอไม่ได้มองว่ามันดีไม่ดี แต่หากบอกว่าเขาน้อยใจไปเองมันก็อาจจะทำให้เข้ากันได้ยากขึ้น ในขณะที่เด็กหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาน่าจะทำตัวให้เขาหาเธอได้ดีกว่านี้ แทนที่จะมองว่าเรื่องที่เธอทำกับเขาทำมันอยู่คนละโลกกัน "กุน...ผมขอโทษ นะเรื่องที่พูดไปเมื่อวันก่อน" กุนส่ายศีรษะ ก่อนจะยื่นมือออกมาโดยไม่พูดอะไร เด็กหนุ่มเหมือนกับรู้ความหมายยื่นมือออกไปสัมผัสกับมือของกุน เด็กหนุ่มรู้สึกแล้วว่าการสัมผัสของกุนนั้นต้องการบอกว่า เธอไม่ต้องการให้เราสองคนจบกันแบบนี้ ในขณะที่เขาเอาแต่คิดว่าเขาและเธอไม่น่าจะมาเป็นแฟนกัน เพราะเหตุผลมากมายที่ก่อขึ้นมาเองของเขา ทั้งสองมองตาซึ่งกันและกันก่อนจะจับมือกันไว้บีบเบาๆ โดยมีฉากหลังเป็นเสียงเพลงที่สวยงาม จบ ดอกไม้ดอกที่สอง - ทำนองแห่งดนตรี จาก : smdm - - [email protected] - 07/10/2000 12:12 โฮมเพจ : http://www.geocities.com/novelsmdm |
|
ข้อความ : อ๊าก! ขนลุก จาก : ๊ต๊ก - 07/10/2000 22:02 |
|
ข้อความ : นับถือๆ.. จาก : ioroid - 08/10/2000 07:17 |
|
ข้อความ : umm....... ^ ^ จาก : Choco - 08/10/2000 22:24 |
|
ข้อความ : Wow....... ^^ จาก : MrT - 10/10/2000 01:28 |
|
ข้อความ : อาา... น่าประทับใจจริงๆ จาก : A little lamb who passes by - 10/10/2000 04:12 |