|
หัวข้อ : ROAR!!! Chapter 21 - Blind Guardian 1 (New Mission) - ช่วงที่ 2 ข้อความ : เดธมาคส์กลับมาที่กระโจมของตัวเอง เขาเดินเข้าไปในกระโจมที่มืด มีแสงเพียงสลัวๆ ภายใต้แสงสลัวๆ นั้น ที่ผนังด้านตรงข้ามของประตูของห้องกลับมีแสงสว่าง สีออกเขียวเป็นแสงสว่างจากลูกแก้วใหญ่ขนาดลูกฟุตบอลพลาสติกเล็กๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆ เดธมาคส์เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าลูกแก้วนั้น หยิบขึ้นมาในระดับไหล่แล้วพูด " ว่าไง กีล่ากับวอลโดทำงานที่สั่งได้เรียบร้อยดีใช่มั้ย " " ใช่ เรียบร้อยดีมาก " เสียงเสียงหนึ่งตอบกลับมาจากลูกแก้วนั้นพร้อมกับมีภาพปรากฏขึ้น แต่มัวจนมองไม่เห็นหน้า " ได้ของที่ท่านต้องการมาครบ รวมกับที่ได้มาจากเมืองมิวส์ก็เป็นสองแล้ว เหลืออีกอันเดียวที่อยู่ที่เมืองครอมก็ครบสาม " " ดีมาก " เดธมาคส์พูดพร้อมกับยิ้ม ตอนนั้นเอง มีเสียงเรียกมาจากด้านนอกกระโจม " เข้ามา " เดธมาคส์ตะโกนออกไป คนที่เข้ามาในกระโจมนั้นก็คือแมกเน่ หนึ่งในแม่ทัพสมิงของเดธมาคส์นั่นเอง " มีอะไร " " มีข่าวมาจากสปายที่ส่งไปสอดแนมในเมืองครับ " " ว่ามา " " ตอนนี้กราเซียออกคำสั่งให้ลูกน้องคนสนิททั้ง 4 คน กับไอร่า ออกไปเพื่อช่วยเหลือเทเรซ่า ผู้รักษาการณ์ตำแหน่งเจ้าเมืองและผู้ครองแคว้นแล้วครับ " เดธมาคส์นิ่งเงียบไปนิดหนึ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่แววตามีลักษณะของคนใช้ความคิด " โปรดสั่งการด้วย ว่าจะให้ทำอย่างไรครับ " แมกเน่พูดมา " ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น " เดธมาคส์ว่า " นายจัดการเตรียมกองทัพที่จะไปเมืองครอมให้พร้อม ส่วนเรื่องของพวกนั้นชั้นจะสั่งการไปถึงกองทัพที่วินด์ฮิลให้จัดการเอง " แมกเน่รับคำพร้อมกับคำนับอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกไปจากกระโจม เมื่อแมกเน่ออกไปแล้ว เสียงที่ดังมาจากลูกแก้วก็ดังขึ้นมาอีก " กราเซียจะส่งลูกน้องคนสนิทของตัวเองมาที่นี่งั้นรึ " เสียงนั้นยังคงพูดต่อไปว่า " แล้วเจ้าหมอนั่นจะมาด้วยรึเปล่านะ " " ต้องมาด้วยอยู่แล้ว เจ้าลูกไก่สารพัดพิษตัวนั้น " เดธมาคส์ตอบไป รู้ดีว่า 'เจ้าหมอนั่น' ที่คนที่ตอบมาจากลูกแก้วนั้นหมายถึงใคร " นี่ ผมอยากเจอกับเจ้านั่นซักครั้งจังเลย " " ตามใจนายสิ " เดธมาคส์พูด " แต่อย่ากระโตกกระตากให้มันเกินไปนักล่ะ อย่าลืมนะว่าที่ชั้นส่งนายแฝงไปกับกองทัพน่ะเพื่ออะไร " " รู้แล้วคร้าบ " เสียงนั้นตอบกลับมา " จะไม่ทำให้ชื่อของ "หน่วยสมิงมายา" ต้องมัวหมองอย่างที่เจ้าสองคนนั่นบอกแน่นอนคร้าบ " " เข้าใจก็ดี " เดธมาคส์พูด " เลิกการติดต่อแค่นี้ก่อน มีอะไรคืบหน้าค่อยติดต่อมาใหม่ " พูดจบ แสงสีเขียวที่เปล่งออกมาจากลูกแก้วนั้นก็ดับพรึ่บลงอย่างรวดเร็ว ภายในแสงสลัวๆ ของห้องนั้น เดธมาคส์เดินเข้าไปตรงโตีะที่วางลูกแก้วนั้น ดึงลิ้นชักเปิดออก แล้วหยิบกล่องเล็กๆใหญ่กว่าฝ่ามือนิดหน่อยออกมาดู เดธมาคส์หัวเราะในลำคอเบาๆ ยิ้ม แล้วเปิดกล่องนั้นออก ภายในกล่องนั้น ผลึกสีน้ำเงินอ่อน รูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ส่องประกายสีน้ำเงินบางๆ สะท้อนแสงไฟสลัวๆ ในห้องนั้น ประกายแสงวาดไปมา ไปจับอยู่บนใบหน้าที่แสยะยิ้มอย่างยินดีแต่ดูชั่วร้ายมากกว่าของเดธมาคส์ " ใกล้จะถึงแล้วสินะ เวลาที่หน้าที่ของชั้นจะเสร็จสมบูรณ์ " " ย้าฮู้!!! มันเป็นบ้าเลยโว้ย !!!!! " เสียงตะโกนอย่างสะใจในความเร็วของรัซเซลล์ดังลั่นไปทั่วในขณะที่รถรูปร่างคล้ายรถตู้สีเงินจากยุคอนาคตแล่นบึ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง บรรทุกผู้โดยสาร 5 ชีวิต อันประกอบด้วยเคนนี่ แอรอน รัซเซลล์ สตัน และไอร่า ทีมค้นหาและช่วยเหลือเทเรซ่าผู้รักษาการณ์ตำแหน่งผู้ครองแคว้นลีเซียที่กราเซียเลือกมาเองโดยเชื่อว่าเป็นทีมที่มี เปอร์เซ็นต์สำเร็จสูงสุด ซึ่งตอนนี้ รัซเซลล์ซึ่งกำลังโผล่หัวออกไปทางหน้าต่างกระจกที่ติดอยู่บนหลังคาเหนือห้องคนขับก็กำลังตะโกนลั่นด้วยความสะใจที่ได้มีโอกาสนั่งของดี สร้างความรำคาญ ให้แก่ผู้โดยสารท่านอื่นๆ จนทำหน้าเอียนไปตามๆ กัน " เลิกบ้าซะทีโว้ย " แอรอนซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับตะโกนลั่นด้วยความรำคาญ " ยุ่งน่า เป็นโชเฟอร์อย่าเจือกเรื่องผู้โดยสารโว้ย " รัซเซลล์หดหัวลงมาจากหลังคาเพื่อด่าแค่สองประโยคนี้แล้วกลับขึ้นไปแหกปากเหมือนคนบ้าตามเดิม " ไอ้ชิบ-าย " แอรอนบ่นอุบอิบ แต่รัซเซลล์ไม่ยักกะสน เคนนี่นั้นนั่งอยู่ทางด้านหลังซึ่งทำเป็นที่นั่งยาวตามความยาวรถซึ่งที่ทางจัดไว้ค่อนข้างสบายพอสมควร เอาหัวพิงกับกระจกรถ มองดูวิวข้างทางที่เป็นทุ่งร้างๆ ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตาในยามเย็นอย่างเหม่อลอย " ไม่คิดเลยนะ " เคนนี่พึมพำ " ว่านอกจากกำลังทหารแล้ว จะมีของอย่างนี้ด้วย " เขากำลังพูดถึงภายในค่ายทหารกองหนุนที่กราเซียพาเขาเข้าไปเมื่อประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ผ่านมาซึ่งในค่ายนั้นมีเครื่องจักรลักษณะคล้ายรถศึกทำจากเหล็กทั้งคันแถมติดปืนกล อยู่เต็มไปหมด นอกจากรถศึกแล้ว ก็ยังมีแท่นปืนใหญ่อีกหลายสิบแท่นเท่าที่พวกเขาเห็นตั้งเรียงราย มีรถลักษณะคล้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่มีเครนสำหรับยกของหนักๆ คอยยกปืนใหญ่นั้นไปข้างนอกเพื่อทำการติดตั้ง " อาวุธจากรัฐแกรี่แลนด์พวกนั้นน่ะเรอะ " แอรอนถาม " ไม่แปลกหรอก ก็รัฐแกรี่แลนด์เป็นรัฐที่มีความเจริญทางด้านเครื่องจักรพลังออร่าสูงที่สุดในทวีปนี้ แถมยังเป็นพันธมิตรกับท่านกราเซียซะด้วย ก็เลยได้ของดีอย่างนี้มาใช้ได้ " " เห็นลูกกลมๆ สีแดงที่อยู่กับเครื่องยนต์นั่นมั้ย " แอรอนอธิบายต่อพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ลูกกลมๆ สีแดงคล้ายลูกแก้วที่ติดอยู่ด้านหน้าของรถ มี 6 ลูก แต่ละลูกมีลวดลายแปลกๆ คล้ายอักษรโบราณเขียนอยู่ที่ด้านหน้าของลูกแก้ว " ลวดลายบนลูกกลมๆ พวกนั้นคืออักขระรูนที่สามารถเปล่งพลัง ที่คล้ายพลังออร่าออกมาได้ เป็นวิทยาการของเผ่า 'Esper' ที่เหลือตกทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ " " เรื่องนั้นชั้นก็รู้เว้ย " เคนนี่แทรกพร้อมกับขยับตัวขึ้นมาด้านหน้าที่นั่งคนขับ " เผ่า Esper เป็นเผ่าโบราณเมื่อประมาณ 4000 ปีก่อน เป็นเผ่าที่มีความสามารถในการ บังคับพลังออร่าได้ตั้งแต่เกิดต่างจากเผ่ามนุษย์หรือเผ่าสมิงที่จะต้องฝึกฝนเสียก่อนจึงจะสามารถบังคับพลังออร่าได้ ดังนั้น วิทยาการของเผ่านี้จึงไม่ธรรมดา ในสมัยนั้นเรียกได้ว่าเผ่า Esper เป็นเหมือนผู้คุมกฏของโลกเลยทีเดียว แต่... " " แต่จู่ๆ พวกนั้นก็สาบสูญไปเมื่อ 2000 ปีก่อนโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมถึงสาบสูญไป ทั้งๆ ที่มีวิทยาการสูงส่งขนาดนั้น ใช่มั้ยล่ะ " เป็นเสียงของรัซเซลล์นั่นเองที่แทรกขึ้นมาระหว่างกลางทั้งสองคน " รู้เหมือนกันเรอะเรื่องแบบนี้น่ะ " แอรอนค่อน " รู้สิวะ " รัซเซลล์ขึ้นเสียงนิดๆ " เรื่องแบบนี้ชั้นรู้มาตั้งแต่ยังใส่ผ้าอ้อมนอนดูดขวดนมเลย " " ชั้นว่าสงสัยตอนนี้นี้ก็ยังดูดขวดนมใส่ผ้าอ้อมอยู่นั่นละ " แอรอนพูด พูดขาดคำเท่านั้นแหละ ตีนข้างหนึ่งของรัซเซลล์ก็ถีบเปรี้ยงเข้าที่หัวของแอรอนเต็มๆ จนหน้าคว่ำเกือบชนกับพวงมาลัย " ริหลอกด่าผู้โดยสารเรอะ !!! ไอ้โชเฟอร์ !!!! " แอรอนชักโมโหขึ้นมาจริงๆ คว้าขาข้างนั้นของรัซเซลล์แล้วกระชากอย่างแรงจนรัซเซลล์ร่วงลงมาจุกแอ๊กกับที่นั่งข้างๆ คนขับ และนั่นก็เป็นเหมือนระฆังเริ่มสัญญาณการแจกของลดราคาล้างสต็อกโดยแอรอนแจกหมัด ส่วนรัซเซลล์แจกลูกเตะ แจกกันมั่วไปหมด ดูเหมือนแอรอนจะลืมไปเสียชั่วขณะว่าตอนนี้ ตัวเองไม่ใช่ตัวเปล่าแต่กำลังทำหน้าที่โชเฟอร์ที่แบกรับชีวิตน้อยๆ อีก 4 ชีวิตอยู่ในมือของตัวเอง เคนนี่กับไอร่าที่อยู่นอกวงแจกนั้นมีสีหน้าตกใจกับการตีกันไม่รู้เวลาของทั้งสองคนมาก ในขณะที่สตันผู้อยู่นอกวงอีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าอะไร นั่งดูความโกลาหล เบื้องหน้าอย่างสบายใจเฉิบ ฝ่ายเคนนี่นั้นเห็นว่าถ้าปล่อยให้ไอ้สองตัวนี้เล่นแจกของกันต่อไปมีหวังคงได้ขึ้นพาดหัวบนหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้นแหงแซะว่า ด่วน!!! กองกำลังช่วยเหลือของกราเซียรถคว่ำอนาถกลางทาง !!!! และด้วยความไม่อยากขึ้นเป็นข่าวพาดหัว เคนนี่จึงเกร็งพลังออร่า สร้างแฟนธอมแฟงค์แบบเถาวัลย์เส้นเล็กๆ หลายสิบเส้น ซัดไปมัดร่างของรัซเซลล์ซะหนาตึ้บ เหมือนมัดด้วยเทปกาว แล้วกระตุกกลับมาทีเดียว ร่างของรัซเซลล์ก็ถูกลากกลับมาอยู่ด้านหลัง " พอแล้วโว้ย !! " เคนนี่ตะโกนลั่น " เล่นบ้าอะไรของพวกแกวะ อยากรถคว่ำตายหมู่เรอะ !!!! " " ก็ไอ้แอรอนมัน ... " รัซเซลล์ว่าแต่ยังไม่ทันจบ เคนนี่ก็แทรกขึ้นมาซะก่อน " เอ้า นี่ " เคนนี่พูดพร้อมกับปล่อยปลายแฟนธอมแฟงค์ที่ติดกับแขนตัวเองออก ปลายส่วนนั้นมีประมาณ 4-5 เส้น แล้วแต่ละเส้นก็กลายเป็นแบล็กด็อก แยกเขึ้ยวคำรามใส่รัซเซลล์ เล่นเอารัซเซลล์สยองถึงกับซีดไปเลย " ถ้าพวกอยากกัดกับอะไรซักอย่างละก็ มากัดกับลูกน้องกูดีกว่า " เคนนี่พูดครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองโดยไม่แก้มัดแบล็กด็อกให้เสียด้วย ปล่อยให้รัซเซลล์ เล่นกับแบล็กด็อกซะมันไปเลย ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะใสๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ทั้งหมดหันตามเสียงหัวเราะนั้นทันที เป็นเสียงหัวเราะของไอร่านั่นเอง ตอนนี้ไอร่ากำลังหัวเราะอยู่ ใบหน้าของเธอปรากฏรอยยิ้มอย่างร่าเริง เสียงหัวเราะดุจระฆังเงินนั้น สะกดให้ทุกคนหันมาจ้องเป็นตาเดียว " ข... ขอโทษที " ไอร่าพูด " เห็นเพิ่งจะเคยเห็นพวกเธอทำแบบนั้นต่อหน้าเป็นครั้งแรก มันก็เลย.. ฮะ ฮะ " " ไม่เป็นไร " เคนนี่พูดออกมาเรียบๆ แต่ใบหน้ามีรอยยิ้ม รัซเซลล์กับแอรอนอารมณ์เองก็ยิ้มเหมือนกัน อารมณ์ขุ่นมัวตะกี้หายไปจนสิ้นด้วยเสียงระฆังเงินน้อยๆ นั้น @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ จาก : Dark Master - 06/09/2000 09:09 |