หัวข้อ : รวมของแก้?..Able (1กะ2)
ข้อความ :


ณ.ย่านเสื่อมโทรมแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเหล่าผู้คนที่ไม่มีงานทำต่างมีชิวิตด้วยเงินสวัสดิการสังคม ตึกเก่าๆที่สร้างขึ้นมาอย่างง่ายหลายแห่งตั้งตระหง่านเรียงราย สายโยงตากผ้าถูกขึงระหว่างช่วงตึกไปมาดูไม่เป็นระเบียบสักเท่าไรนัก ..แมนชั่นระดับ3ที่เปิดให้เช่าด้วยราคาที่ถูกแสนถูกแห่งหนึ่งได้เปิดทำการอยู่ในสถานที่นี้ ผู้เช่าของที่นี่นั้นก็มีมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวคนผิวสี กลุ่มวัยรุ่นติดยา ผู้หญิงขายบริการ หรือพวกบ้านนอกที่หลงเข้ามาทำงานในกรุง..
ในห้องพักให้เช่าแคบๆห้องหนึ่ง เสื้อผ้าใช้แล้วเก่าๆหลายชุดถูกปล่อยวางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบอยู่ตามพื้น กล่องอาหารกล่องกับข้าวที่กินเสร็จเรียบร้อยแล้วกองรวมกับถุงขยะไปทั่ว ของหลายอย่างอยู่ไม่เป็นที่กระจัดกระจายตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง โทรทัศน์โฮโลแกรมขนาดย่อมเครื่องหนึ่งยังคงเปิดเครื่องค้างไว้ เสียงจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องโปรดนี้ดังออกมาเบาๆไปเรื่อย แม้ชายผู้เป็นเจ้าของห้องอันแสนรกนี้จะเมาหลับกลางวันคาเก้าอี้นวมไปนานแล้วก็ตาม
ในที่สุด เมื่อร่างกายที่อ่อนแรงไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มฟื้นตัว หนังตาของชายผู้นั่นก็เริ่มขยับทีละเล็กละน้อยถี่ๆ เขาขยับร่างกายที่อยู่ในชุดกางเกงขายาวกับเสื้อกล้ามอยู่บ้านขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อไล่ความง่วงอย่างช้าๆ
นาฬิกาบอกเวลาที่ผนังห้องทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแก่ๆของวันใหม่ คนว่างงานอย่างเขาไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก หาเงินได้ก็ใช้ แล้วก็อยู่ๆไปวันๆ พอเงินหมดก็ค่อยไปรับจ้างทำโน่นทำนี่ใหม่วนไปเรื่อยเป็นวัฐจักร...
เขาลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอีกครั้ง...โทรทัศน์ช่วงนี้มีแต่เรื่องน่าเบื่อไร้สาระมากสำหรับเขา เขาจึงเอานิ้วโป้งเท้ากดปุ่มรีโมทที่วางไว้ที่พื้นปิดโทรทัศน์ไป.. ขวดน้ำเมาที่เหลือมาจากเมื่อคืนถูกชายคนนี้หยิบขึ้นมาจากพื้น และเขาก็เดินอย่างเซๆเตะของบนพื้นที่ขวางทาง ดื่มไปเดินไปที่หน้าต่างบานเดียวของห้อง..
เหม่อมองออกไปยังพื้นตรอกเบื้องล่าง..กลุ่มเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนและผู้ปกครองไปทำงานหลากหลายอยู่นอกบ้านพากันเล่นบอลพลาสติกอย่างสนุกสนาน พวกเขาล้วนเนื้อตัวมอมแมมสกปรกเพราะพ่อแม่ไม่ค่อยใส่ใจดูแล บางคนมีทั้งพ่อแม่ บางคนพ่อก็ทิ้งครอบครัวไป แต่คนที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่อยู่ด้วยก็มี สิ่งก่อสร้างแถวนั้นล้วนทรุดโทรม น้ำขังตามพื้นถนน อาคารก่อสร้างเป็นรอยร้าวไปทั่ว ผู้คนระดับล่างต้องแย่งงานแย่งที่อยู่กันเอง ในเมืองที่เขาอาศัยอยู่นั้นมีความแตกต่างทางชนชั้นค่อนข้างสูง ความเป็นอยู่ในเมืองใหญ่นั้นช่างเลิศหรูฟุ่มเฟือย ในขณะที่แห่งนี้มีความเป็นอยู่อย่างแออัดและแร้นแค้น ยังไม่นับพวกกลุ่มอิทธิพลที่มีอยู่ไม่น้อยที่คอยควบคุมบริเวณนี้อยู่เบื้องหลัง การค้ายา อาชญากรรม เป็นสิ่งที่ธรรมดาเอามากๆสำหรับผู้ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่จะว่าไปแล้ว ชีวิตของคนหลายคนก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ บางคนก็ทำงานให้ บางคนก็ไปบ่อนของกลุ่ม บางคนต้องอาศัยซื้อยาเสพ และสำหรับคนบางกลุ่ม เมื่อเงินขาดมือก็ต้องอาศัยบารมีของคนพวกนี้เหมือนกัน
เขามองไปรอบๆพร้อมกับคิดเรื่องเรื่อยเปื่อยเหล่านี้ไปอย่างสบายอารมณ์ เหล้าที่ยังคงเหลืออยู่เกือบครึ่งค่อนขวดถูกเขายกขึ้นดื่มลงไปในลำคอทีละอึกๆ จนเมื่อพอใจเขาก็ดึงขวดออกมาจากปาก แล้วก็เริ่มมองดูวิวเดิมๆนอกห้องอีกครั้ง..
ท้องฟ้ายามบ่ายช่างดูสดใสต่างกับบริเวณเบื้องล่างที่แสนสกปรก ผองนกต่างบินเฉี่ยวเล่นลมไปมาช่างดูมีความสุขตัดกับภาพของควันจากโรงงานรุ่นเก่าที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหลัง ทั้งๆที่โลกได้เจริญรุดหน้าทางด้านเทคโนโลยีไปไกล ทั่วโลกมีการร่วมมือกันพัฒนาความเจริญ แต่เมืองที่ยังคงสภาพเสื่อมโทรมเก่าๆก็ยังคงมีอยู่บ้างไม่เว้นแม้แต่ที่นี่
เด็กๆทั้งหลายยังคงเล่นบอลกันอยู่ข้างล่าง ชายสองคนที่ดูท่าทางแล้วเหมือนพวกกุ๊ยเดินคู่กันมาตามทางถนน ไอ้พวกไม่มีหลักแหล่งหาแก่นสารไม่ได้แบบนี้ช่างไร้ค่าเสียเหลือเกินในสายตาของเขา เขาละสายตาชายทั้งสองนั้นหันไปดูทางอื่นแทน แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่าง เขารีบหันหน้ากลับไปดูคนชายสองคนข้างล่างนั่นอีกครั้ง แล้วเขาก็แทบจะพ่นเหล้าในปากออกมาทันทีเมื่อได้เห็นหน้าตาของคนทั้งสองนั่นอย่างชัดๆ
“สะ ซวยแล้วไง” เขาพูดกับตัวเองด้วยความตระหนกตกใจ
ด้วยความรวดเร็ว เขาทิ้งขวดเหล้าในมือลงกับพื้นห้อง วิ่งข้ามสมบัติพัสถานที่เกลื่อนอยู่บนพื้นไปที่ประตู ใส่รองเท้าผ้าใบเก่าอย่างลวกๆ แล้วเปิดประตูกระโจนออกนอกห้องไปในชั่วเวลาเพียงพริบตา
เขาวิ่งไปตามทางเดินของตึกอย่างไม่เกรงกลัวเพื่อนร่วมชั้นจะด่า ลงบันไดหนีไฟไปโดยไม่คิดใช้ลิฟท์โครงเหล็กเก่าๆ ที่อาจจะช้าไปในความคิดของเขา เมื่อถึงชั้นล่างสุดเขาก็มองซ้ายมองขวาจนทั่ว แล้วผลุดวิ่งออกประตูหลังของแมนชั่นไปในทันที
เขาวิ่งตามทางที่เกิดจากการขนาบของตึกไปเรื่อยๆ จนเมื่อดูว่าท่าทางจะปลอดภัยแล้วเขาจึงลดความเร็วลงเดิน แล้วในที่สุดก็หยุดยืนหอบที่ผนังตึกเก่าๆแห่งหนึ่ง หันหลังกลับไปมองทางที่เพิ่งวิ่งมา
“ แฮ่ก แฮ่ก.....เฮ้อ หนีพ้นแล้วละมั้งเรา” เขาพูดอย่างโล่งใจ..
ทันใดนั้น.. ก็มีเสียงพูดดังขึ้นมาจากข้างหลัง
“เร่งรีบจะไปไหน...หือ?.....แลมบ์”
ชายผู้ถูกเรียกว่าแลมบ์ถึงกับสะดุ้งโหยง พลันเมื่อเขาหันหน้าไปทางเจ้าของเสียงก็ปรากฏว่าปืมีนสั้นหนึ่งกระบอกถูกชักขึ้นมาจ่อที่กลางหน้าผากของเขาอย่างรวดเร็ว
พอถึงตอนนี้แลมบ์ก็ยกมือทั้งสองขึ้นเป็นการแสดงให้เห็นว่ายอมแพ้ เบื้องหน้าของเขาในขณะนี้คือชายสองคนที่เขาเห็นจากห้องพักและวิ่งหนีมาเพราะรู้ดีว่ามันทั้งสองคนนี้มีธุระสำคัญกับตัวเขาแน่ๆ ชายทั้งสองคนนั้นใส่ชุดแบบจิ๊กโก๋กวนเมืองธรรมดา อายุก็ไม่แก่ไปกว่าเขาเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขากลัวจนหัวหดนั้นคือคนที่พวกมันทำงานให้ต่างหาก
“ คิดจะหนีอีกหรือไงแก เบี้ยวไปตั้งหลายหนแล้วนะ” พวกมันคนหนึ่งพูด
“ช่าย ช่าย....คุณอีเทอเรี่ยล...บอสของพวกเราน่ะ อุตส่าห์มีเมตตาให้แกได้ต่อชีวิตเน่าๆของแกไปตั้งหลายครั้ง วันนี้ถ้าไม่มีจ่ายล่ะก็สงสัยแกคงต้องจ่ายด้วยชีวิตแล้วล่ะมั้ง”
แลมบ์ละล่ำละลักออกมาด้วยความกลัว “ มะ มีสิ ไม่นานนี้ฉันเพิ่งไปทำงานใหญ่มา และก็จะได้เงินตอบแทนอย่างงามด้วย รับรองว่ามีจ่ายคืนคุณอีเทอเรี่ยลครบทั้งต้นทั้งดอกแน่ๆ...”
“จริงๆเรอะ แก่แน่ใจนะ?”พวกมันถามแลมบ์
“ จะ จริงสิ...” แลมบ์ตอบ
พวกมันทั้งสองมองหน้ากันและเงียบไปพักหนึ่ง...
-/ บึ้กกก!! /-
“อุ๊บบบ” แลมบ์ร้องออกมาด้วยความเจ็บและจุกเนื่องจากโดนเตะเข้าที่ท้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“แล้วหนีทำไมวะเมื่อกี๊ ?” พวกมันคนหนึ่งย้อนถามแลมบ์ชึ่งขณะนี้ลองไปนั่งไออยู่ที่พื้น..
“ ถ้าแกมีเงินจริง แกคงไม่ลนลานหนีพวกเราอย่างงี้หรอก กะอยู่แล้วว่าแกต้องไม่มีเงินจ่ายและคิดเบี้ยวอีกตามเคย พวกเราจึงอ้อมมาดักแกซะก่อน แล้วอย่าคิดนะว่าไอ้เรื่องโกหกปลิ้นปล้อนของแกจะหลอกพวกเราได้น่ะ”
แลมบ์พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก.. “ฉะ ฉันขอโทษ”
“มาขอโทษพวกเราทำไมวะ แล้วขอโทษไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา.. หนนี้คุณอีเทอเรี่ยลหมดความอดทนแล้ว .. แถมยังสั่งพวกนักทวงอย่างเราอีกด้วยว่าถ้าไม่ได้เงินจากแกภายในวันนี้ล่ะก็ ให้จัดการระเบิดสมองแกทิ้งได้เลย”
“ อะ เฮ้ย!! บ้าน่า!! แค่ติดเงินแค่เนี้ยะนะ ถึงกับฆ่าทิ้งเลยเหรอ” แลมบ์ตะโกน
“ เออสิ!! เมื่อเทียบกับที่แกหนีหนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แค่ตายมันยังน้อยไปสำหรับคนไร้ค่าไร้งานอย่างแก แล้วพอดีพวกเราอยากทดสอบปืนรุ่นใหม่นี่เสียด้วยสิ”
“เดี๋ยวสิ ถ้าฉันตายไปนี่พวกแกจะไม่ได้สักแดงเดียวเลยนะ เอางี้ ฉันจะคืนให้เป็นสองเท่าเลย !!”
ทว่ามันไม่ฟังเสียงอ้อนวอนของแลมบ์ ปากกระบอกปืนถูกจ่อมาที่หัวของเขาอย่างช้าๆ
“ ว้ากกก !! สะ สามเท่าก็ได้ อย่าฆ่าฉันเลยนะได้โปรดดด!!!”
นิ้วชี้ของมันที่อยู่ในโกร่งไกค่อยๆขยับเขาทีละน้อยๆ
“ คะ ใครก็ได้!! ช่วยด้วย” แลมบ์เอามือทั้งสองปิดหัว ขดตัวนั่งสั่นด้วยความกลัวตาย..
-/ พล่อก!! /-
“โอ๊ย!!”
อยู่ดีๆคนที่เอาปืนจ่อหัวแลมบ์ก็ล้มลง.. มันถูกใครบางคนเอาไม้ท่อนเบ้อเริ่มฟาดเข้าที่ท้ายทอย ส่งผลให้มันสลบทั้งยืนทรุดลงกับพื้นทันที...
“ เฮ้ย!! เกิดอะไรขึ้นวะ! ” พวกมันอีกคนร้องขึ้น แต่ก่อนที่มันจะได้รู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงมายังไง กำปั้นขวาของคนแปลกหน้านั้นก็อัดเข้าที่หน้าของมันอย่างแรงจนหมดสติคาหมัด ล้มกองลงไปเช่นกัน
เสียงล้มลงของคนทั้งสองดังขึ้น พร้อมๆกับที่แลมบ์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาดู... ขณะนี้เบื้องหน้าเขามีชายแปลกหน้าคนหนึ่งถือท่อนไม้ยืนตระหง่านแทนพวกที่คิดจะฆ่าเขาทิ้งเมื่อครู่..
แลมบ์ตะลึงไปพักหนึ่งเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากหรือทำอะไร ชายแปลกหน้าคนนั้นก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน..
“ นี่คิดจะไม่ทำอะไรเลยจริงๆน่ะรึ L-12.. ถ้าตายไปจะว่าไงเนี่ย..”
“นะ นี่นาย..” แลมบ์เอ่ยขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกใจ
“ L-12..... แลมบ์ใช่ไหม?”
“อ่า ครับ คือผม เอ่อ.... ใช่ครับแลมบ์ครับ แต่ไอ้L-12 นี่มันอะไรหรือครับ” แลมบ์ตอบออกไปด้วยเสียงอันสั่นพร้อมกับทำหน้าไม่รู้เรื่อง
“.....ไม่รู้ว่านายไปทำอีท่าไหนถึงมีเจ้าหนี้ขึ้นมาได้.. แต่ไอ้การที่จะยอมถูกยิงสมองทะลุนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนักนะ”
แลมบ์ยังคงทีสีหน้าที่หวาดวิตกและหวาดกลัว.....หวาดกลัวต่อคนที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขานี่เอง แต่ชายแปลกหน้าก็ดูเหมือนจะมองออก จึงพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง..
“ โอ๊ะ!!... ว้า...โทษทีๆ สำหรับพวกเราที่รอดชีวิตมานั้น...ตัวจริงต้องถูกปิดเป็นความลับไม่ให้ผู้อื่นรู้ได้ เพราะมันหมายถึงชีวิตนี่นะ แนะนำตัวช้าไปหน่อย ฉัน...ดาร์คมาสเตอร์....รหัสดัดแปลงA-01..ผู้ได้รับพลังจากจันทราทมิฬ..”
“ นะ นายก็เป็นพวกดาร์คมูนรึ?”
“ ใช่แล้ว เช่นเดียวกับนายนั่นแหละแลมบ์”
เมื่อได้ยินดังนั้นแลมบ์ก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น ที่คนๆนี้รู้หมายเลขรหัสดัดแปลงของเขานั้นก็ไม่ใช่อะไร เป็นเพราะเขาและแลมบ์เป็นพวกเดียวกันนั่นเอง
ดาร์คพูดต่อ “ว่าแต่นายก็ยอดไปเลยนะ คงไม่มีใครนึกถึงหรอกว่าชายผู้ที่ถูกดัดแปลงเป็นอาวุธสงครามจะมาใช้ชีวิตในสถานที่แบบนี้ แถมยังใช้ชีวิตทำท่าเป็นไอ้ขี้ขลาดได้แนบเนียนอีกด้วย”
แลมบ์ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นออกเล็กน้อย ทำหน้าเครียดถามดาร์คขึ้นมา
“ พวกเราถูกดัดแปลงกันคนละมุมโลก ไม่เคยเห็นหน้ากันและกันด้วยซ้ำ เมื่อสงครามจบลงพวกเราที่ยังเหลือรอดก็ยิ่งกระจัดกระจายไป แล้วนี่จะมีการรวมญาติหรือไงถึงได้มาหากันเองแบบนี้ หืม?...ดาร์คมาสเตอร์”
“เรียกฉันว่าดาร์คก็ได้..”
“ เอ่อ ดาร์คก็ดาร์ค ... สรุปแล้วมีธุระอะไรหรือ”
“ คุยกันตรงนี้ท่าจะไม่เหมาะ ไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่า..” ดาร์คพูดแนะนำ
“เรื่องใหญ่มากรึ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่มีเงิน มื้อนี้นายเลี้ยงก็แล้วกัน..”

“ อะ เอ่อ ....”
ดาร์คงงไปครู่หนึ่งกับคำพูดของแลมบ์
“........ก็ได้ ช่างเหอะ ยังไงเราก็มีเรื่องต้องถกกันหน่อยอยู่แล้ว”....

............................................................................................................

“โทษทีนะ แต่ฉันขอปฏิเสธ”
นั่นเป็นคำพูดของแลมบ์หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากดาร์คมาสเตอร์แล้ว ที่ร้านฟาสท์ฟู้ดถูกๆแห่งหนึ่งในย่านใกล้ๆนั่น และคำพูดนี้ก็ทำให้ดาร์คมาสเตอร์ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
“ เฮ้...เดี๋ยว..... นายพูดอะไรออกมา” ดาร์คมาสเตอร์ถามเสียงแข็ง
แลมบ์ลุกขึ้นทำตาดุ แล้วอธิบายเหตุผลให้ดาร์คฟัง
“เท่าที่นายได้เล่าให้ฉันฟังมา เรื่องการรวมกลุ่มร่วมมืออะไรนั่น มันเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี”

“ เพ้อฝัน ..... จะบ้าเรอะไง นั่นเป็นหนทางเดียวที่พวกเราจะรอดชีวิตต่อไปได้นะเว้ย!!”

“ ก็จริงอยู่...ดาร์ค ใช่!!...หากเราร่วมมือกัน ก็ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ เรื่องที่ยากก็จะง่ายขึ้น แต่ว่า แน่ใจได้ไงว่ามันจะไม่เป็นการรีบร้อนหาที่ตายน่ะ....หือ!!”
พอถึงตอนนี้...คำพูดของแลมบ์ก็ทำให้ดาร์คมาสเตอร์ชะงักไป... แลมบ์จึงถือโอกาศพูดต่อ..

มันเป็นโครงการที่แสนหรูและสูงส่ง แต่ไอ้ของแบบเนี้ย เราน่ะ จะ “ทำได้” จริงหรือเปล่า!!?? ตรงนี้แหละที่มันเป็นปัญหา และฉันก็คิดว่าฉันพอจะรู้คำตอบ มันไม่มีทางสำเร็จได้หรอก อย่างแรกคือ พวกเราที่ถูกดัดแปลงนั้นมีจำนวน26คน แต่เหลือรอดชีวิตจากการกวาดล้างครั้งนั้นมาเท่าไรเราก็ไม่รู้.. สอง ...สถานีดัดแปลงนั้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก..ถึงบางคนจะมีดัดแปลงที่เดียวกัน ถึงเราจะรู้ที่ตั้งของสถานีเหล่านั้น แต่มันตั้งสิบกว่าปีมาแล้วนะ ถ้าเป็นซากสถานีก็ยังพอว่า แต่นี่มันคน!! พวกเราจะพเนจรไปไหนต่อไหนบ้างก็ไม่รู้ ไม่อาจระบุได้เลย... สาม...เราจะเดินทางตามหาพรรคพวก...แต่พื้นที่มันกว้างใหญ่เกินไป!! เราต้องตามหาคนเพียงไม่กี่คนในโลกใบนี้!! เราจะเดินทางรอบโลกเพื่องมหาเข็มงั้นหรือ? เงินทุนจากพรรคพวกตามรายทางก็มีจำกัด อีกไม่นานมันก็คงหมดไปอยู่ดีเมื่อจำนวนคนมีมากขึ้น! นายและพวกเลิกฝันกลางวันเสียเถอะ!”

แลมบ์พูดยาวจนจบแล้วก็เงียบไป แต่พอดาร์คทำท่าทางจะพูดแย้งขึ้นมา แลมบ์ก็อ้าปากต่อ...
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันขอตัวล่ะ ”

ดาร์คสวนพูดขึ้นมาจนได้
“เฮ้ย นายยังไม่รู้เรื่อ....”

“เงียบ!!”
พูดจบ แลมบ์ก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วทำท่าจะเดินออกไปจากร้าน

“ เดี๋ยว!!” ดาร์คลุกขึ้นส่งเสียงห้าม “นายคิดจะไปไหน?”

“กลับแมนชั่น” แลมบ์ตอบ “นายบอกเองไม่ใช่หรือว่าตอนนี้ ยูเอ็มโอรู้เรื่องที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่แล้วและกำลงัส่งกำลังออกตามล่า ดังนั้นฉันก็จะไปจากที่นี่น่ะสิ!”

พอได้ยินแลมบ์พูดดังนี้ ดาร์คก็ชักมีน้ำโห ตะโกนว่าแลมบ์อย่างไม่เกรงใจคนอื่นๆในร้าน
“คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วนายจะรอดไปได้หรือไง พูดชุ่ยๆอย่างนี้ความคิดนายไม่ยิ่งเหลวไหลกว่าความคิดของพวกฉันที่นายกล่าวหาหรือ? ถ้าเจอกับพวกยูเอ็มโอเข้าจริงๆสักวันหนึ่ง นายคิดว่าพลังของนายคนเดียวจะไปเอาชนะได้ยังไง!!”

“ช่างฉัน !! ก็ยังดีกว่าเข้ารวมกลุ่มให้โดนฆ่าหมู่ละกัน!!” แลมบ์ตอบ “แค่เร่ร่อนจากที่นั่นไปที่นี่เรื่อยๆน่ะงานถนัด ฉันทำได้สบายอยู่แล้ว และอย่างน้อยก็จะไม่เป็นการเพิ่มขนาดการตกเป็นเป้าสังหารให้พวกนายด้วย!!”

เมื่อเถียงกลับด้วยเสียงอันดังเป็นที่พอใจแล้ว แลมบ์ก็ตัดบทวิ่งออกจากร้านไป ทิ้งให้ดาร์คยืนอยู่ที่โต๊ะคนเดียว
ดาร์คถอนหายใจออกมา “เฮ้อ...เล่นใช้อารมณ์ปิดหูปิดตาตัวเองอย่างนี้ก็แย่น่ะสิ” เขาพูดอย่างปลงๆแล้วก็หยิบเฟรนช์ฟรายที่เหลือในจานมาเคี้ยวเล่น “ ช่วยไม่ได้ รอให้มันอารมณ์เย็นลงก่อนแล้วค่อยหาโอกาสอธิบายก็แล้วกัน..”

ต่อมาคืนนั้น ที่ห้องของแลมบ์ก็เกิดการโกลาหลครั้งใหญ่ ข้าวของจิปาถะทั้งหลายถูกจับยัดลงถุงเป็นพวกๆ ขยะส่วนที่ไม่ได้ใช้แล้วถูกเตะไปรวมกันที่มุมห้อง แลมบ์กำลังจัดของ....
เขาขนของแทบทุกอย่างที่พอจะขนติดตัวไปได้มารวมไว้ที่กลางห้องและนั่งลงคัดเลือกอีกครั้ง สิ่งโน้นสิ่งนี้ถูกแยกออกมาและยัดลงกระเป่า หลังจากที่รู้ว่ายูเอ็มโอกำลลังมีการเคลื่อนไหว เขาก็คิดจะหนีออกจากเมืองนี้ไปอย่างที่พูดใส่ดาร์คไปเมื่อตอนกลางวัน
ของบางชิ้นมิอาจบรรจุลงไปในกระเป๋าได้ และมันก็ทำให้แลมบ์ว่าเข้าให้ด้วยความโมโห
“บ้าเอ๊ย ทำตัวให้ยัดลงไปง่ายๆหน่อยไม่ได้รึไงฟะ ฉันต้องรีบไปนะว้อยย”

ในที่สุด ข้าวของที่ต้องการทุกชิ้นก็ถูกกระทืบอัดลงกระเป๋าไปเป็นผลสำเร็จ แลมบ์ยืนมองดูผลงานของตัวเองด้วยความภูมิใจในตัวเองอยู่ลึกๆพร้อมกับปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาที่ใบหน้าทิ้ง
“เสร็จจนได้สินะ “ แลมบ์พูดกับตัวเอง และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมา

-/ก๊อก ก๊อก ก๊อก/-
“ใครน่ะ” แลมบ์ถาม
-/....................../-
“ใครเคาะประตูน่ะ... เจ้าของแมนชั่นรึ? จะมาทวงอะไรเอาตอนนี้เล่า” เขาตะโกนออกไปหวังให้คนที่เคาะประตูได้ยินอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เสียงประตูก็ยังคงดังขึ้นมาเหมือนกับจะแสดงว่าคนที่เคาะนั้นไม่ใช่คนที่เขาหมายถึง..

-/ก๊อก ก๊อก ก๊อก/-

“ ไม่ใช่เจ้าของห้องหรอกเหรอ งั้นก็พนักงานค่าน้ำ ?ค่าไฟ? เอ๊ะ แต่ไอ้พวกนี้เราจ่ายไปแล้วนี่หว่า”

-/ ปึง ! ปึง ! ปึง ! /-
เสียงเคาะประตูเมื่อครู่ถูกเพิ่มแรงกระแทกจนเป็นทุบประตู และมันก็ทำให้แลมบ์เริ่มหัวเสีย เขาเดินไปที่ประตูด้วยความหงุดหงิดพลางบ่นดังๆออกมา
“อะไรกัน ฉันมีไปติดค้างอะไรที่ไหนอีก และมันเรื่องอะไรของมันที่มาทวงเอาดึกดื่นป่านนี้นะ!”
แลมบ์หมุนลูกบิดประตูและดันมันออกไป แต่เมื่อเขาได้เห็น... เขาก็นึกเสียใจขึ้นมาและรู้สึกว่าเขาไม่ควรเปิดประตูออกไปอย่างนี้เลยเมื่อได้เห็นแขกผู้มาเยือนของเขา

“ ได้ยินเมื่อกี๊แว่วๆว่าไม่รู้ติดค้างอะไรอยู่งั้นหรือ.... ก็พวกเราไงล่ะแลมบ์ โห... เก็บข้าวของเสียเรียบอย่างนี้เคิดจะหลบหนีไปไหนห๊ะ แลมบ์ ”
ที่แท้ก็คนของแก๊งค์คู่ที่มาทวงเงินเขาเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง

“ เมื่อกลางวันเพื่อนแกทำกับฉันไว้แสบมากเลยรู้ตัวมั๊ย” อีกคนพูดขึ้นมา “แล้วนี่มันไปไหนซะแล้วล่ะ ไม่ได้อยู่กับแกงั้นเรอะ”
แลมบ์ได้ยินดังนั้นก็ตอบเสียงสั่น “ อะ อีกคนไหน? อ๋อ ? ไอ้คนเมื่อกลางวัน? ฉะ ฉันไม่รู้จักมันเลย เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จริงๆนะ! ” เขายกมือขึ้นทำท่าปฏิเสธ
“ข้าไม่สนคำแก้ตัวว้อยย!!” มันตะคอกใส่จนแลมบ์หัวหด

ซะ ซวยสุดๆเลยเรา ทำไมพวกมันต้องมาเอาเวลานี้ด้วยนะ.. แลมบ์คิดในใจ
“ ละ แล้วนี่จะมาฆ่าฉันทิ้งต่องั้นหรือ?”

คนที่ตะคอกใส่แลมบ์ไปเมื่อครู่ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าบูดขึ้นมา... แล้วเข้าจับคอเสื้อแลมบ์ยกขึ้นอย่างแรง มันจ้องหน้าแลมบ์เขม็งอยู่ครู่นึง ....แต่แล้วมันก็สะบัดมือออก ทิ้งแลมบ์ให้ลงไปนั่นกองกับพื้นห้อง
“เชอะ ถึงจะโดนเพื่อนแกซัดหัวแตกมาและอยากจะเจี๋ยนแกทิ้งแค่ไหนก็ตาม แต่บอสดันมีคำสั่งลงมาใหม่.. ตอนนี้แกเป็นบุคคลสำคัญไปแล้ว!!”

แลมบ์ทำหน้างงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินที่มันพูด
“หา?”

“ช่วยไม่ได้นี่” อีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา “พอเราฟื้นขึ้นมาและกลับไปที่แก๊งค์อีกทีก็ปรากฎว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วว่ะแลมบ์ คำสั่งฆ่าลูกหนี้เรื้อรังของแกถูกยกเลิก ..คุณเอเทอเรี่ยลกำลังต้องการคนมาทำงานให้ และแล้ว แกก็เป็นผู้ถูกเลือก!! ”
แลมบ์ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่...

“ตอนนี้คุณเอเทอเรี่ยลเขากำลังจะทำธุรกิจสินค้าใหม่ที่กำลังดังเป็นอย่างยิ่งในวงการซึ่งต้องใช้บุคคลที่ไว้ใจได้มาเป็นผู้ดำเนินงานในครั้งนี้ และบอสก็พิจารณาเห็นว่าแกเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด”
“ช่ายช่าย... เพราะแกเป็นนักหลบชั้นเยี่ยม พวกเราเองกว่าจะจับนิสัยและทางหนีของแกได้ก็เล่นโดนหลอกไปไม่รู้กี่หนเหมือนกัน อีกอย่าง..ประวัติของแกก็คลุมเคลือ งานเป็นหลักแหล่งก็ไม่มีเอาแต่อยู่ไปวันๆ สรุปแล้วคนอย่างแกจะปลอดภัยกับแก๊งค์มากที่สุด”

แลมบ์เริ่มเข้าใจขึ้นมาหน่อย แต่เขาก็ยังมึนๆกับคำพูดแปลกๆของพวกมันอยู่ดี
“เดี๋ยวสิ ของอะไร งานอะไร ฉันยังไม่ได้รู้เรื่องและตัดสินใจหรือตกลงอะไรเลยนะ”

“แล้วแกก็จะตกลงเอง ตามพวกเรามาเถอะ”
พูดจบ พวกมันทั้งสองคนก็เข้าขนาบซ้ายขวาแล้วหิ้วแขนทั้งสองข้างของแลมบ์ขึ้น มันทั้งสองใช้กำลังพาแลมบ์ไปอย่างฝืนๆ ในที่สุด..แลมบ์ก็ต้องตามพวกมันไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนทั้งสามเดินลงมาจากแมนชั่นสู่พื้นตรอกเบื้องล่าง และเบื้องหน้าทางเข้าแมนชั่นนั้นก็มีรถโฮเวอร์คาร์คันย่อมติดเครื่องจอดรอพวกเขาอยู่
“เห็นรึยังว่าบอสเขาเอ็นดูแกมากแค่ไหน.... เอ้า! ขึ้นรถ!”

แลมบ์พูดถามขึ้นมาเสียงสั่นๆทั้งๆที่ถูกจับแขนอยู่
“ นี่พวกนายจะพาฉันไปไหนเนี่ย?”

“มันแน่อยู่แล้ว ตึกสาขาใหญ่ของแก๊งค์เรา!!”
พวกมันคนหนึ่งตอบข้อสงสัยของเขาให้ แต่คำตอบนั้นก็ทำให้เขาวิตกอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว..



จาก : -----ROGER----- - - [email protected] - , แม้ว - 27/08/2000 01:18
โฮมเพจ : http://ไม่มีอ่ะ....แม้ว!!

ข้อความ : http://board.dserver.org/P/PocketFic/00000024.html

http://board.dserver.org/P/PocketFic/00000025.html

http://board.dserver.org/P/PocketFic/00000026.html



จาก : -----ROGER----- - 04/09/2000 01:39

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1