หัวข้อ : รวมของเก่า...Uniting (คำเตือน..ยาวมากนะ)
ข้อความ : ในบริเวณที่อยู่อาศัยเล็กๆย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง ผู้คนต่างมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่มีตึกระฟ้า ไม่มีการจราจรที่ติดขัด อย่างมากก็มีอาคารแถวให้เช่าพื้นที่ค้าขายเล็กๆ ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ ร้านขายขนมปัง เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบดูสะอาดตา ผู้คนก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยด้วยความสนิทฉันท์เพื่อนบ้าน เด็กๆต่างวิ่งเล่นกันตามบาทวิถีอย่างสนุกสนาน...
และที่ถนนนี้เอง เป็นที่ตั้งของร้านขายดอกไม้"ดอลฟิน" ร้านขายดอกไม้ร้านเดียวในย่านนี้ และเป็นร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านดอกไม้ที่ดีที่สุดของเมือง ด้วยเหตุที่ว่าคุณภาพของสินค้า และบริการสั่งของที่ไม่ว่าดอกไม้ชนิดใดก็สามารถจัดหาให้ได้ แถมยังฝีมือการจัดแต่งดอกไม้ของอันยอดเยี่ยมเจ้าของร้าน ด้วยอย่างนี้จึงทำให้มีลูกค้าของร้านมากมาย จนรายได้ในแต่ละวันนั้นเทียบเท่ากับผู้บริหารในบริษัทใหญ่ๆเลยทีเดียว

ประตูหน้าร้านถูกเปิดออก เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีคนเข้ามาในร้าน ...เจ้าของร้านสาวผมยาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการเตรียมดอกไม้ขายช่วงเช้าอยู่หลังเคาเตอร์ก็กล่าวเสียงใสออกมาก่อน...
"ขอโทษนะค้า ร้านดอลฟินเปิด6โมงขณะนี้ยังจัดร้านไม่เสร็จค่า.."

"นี่ ฟิล.....ยุ่งขนาดไม่หันมามองก่อนเลยหรือ ว่าใครมาเยี่ยม..."

"เอ๋..." ผู้ที่ถูกเรียกว่า"ฟิล"หันไปหาต้นเสียง " อ้าว! ตายจริง.....วอลเองหรือ "
"ก็ใช่นะสิ ...นี่ผ่านมากะว่าจะมาทักซะหน่อยกลับโดนว่าเข้าอย่างนี้....เฮ้อ น้อยใจแล้วนะ ว่าแต่เป็นถึงเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดังนี่ ทำไมไม่ใช้ลูกน้องบ้างล่ะ "

"แหม....โทษทีๆ ก็มันยุ่งนี่ ถึงจะมีลูกมือก็เถอะ แต่ก็อยากทำเองบ้างนี่นา ของอย่างนี้มันเป็นความชอบส่วนตัวของฉันน่ะจ้ะ "
"เอ้อ....เอาเถอะๆ ตามใจเธอเถอะนะ วันนี้ท่าทางอากาศดี คงขายคล่องอีกละสิเนี่ย.."
"แหม คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า แต่ว่าถึงจะฝนตกแดดออก ร้านเราก็มีบริการเทเลพอร์ทส่งให้อยู่แล้ว" ฟิลพูดพลางเช็ดหยดน้ำที่มือ....
"ดีจังเลยนะ....ธุรกิจส่วนตัว ฉันสิต้องไปทำงานคุมระบบคอมฯทุกวันน่าเบื่อจะตาย แถมจะโดนปลดเมื่อไรก็ไม่รู้"
" ก็ทำตัวให้เจ้านายเอ็นดูเข้าไว้สิ ...แล้วก็ขยันๆหน่อย ทุกสิ่งที่ทำย่อมมีผลของมันทั้งนั้นแล้วแต่ว่าจะเลือกทำอะไร สร้างสรรค์ หรือปล่อยเวลาไปเปล่าๆ.."
"จ้า จ้า ข้าน้อยซึ้งแล้วครับอาจารย์.... โธ่ ร้านดอกไม้นี้มีสวดให้ด้วยแฮะ..."
" นี่ฉันเตือนด้วยความหวังดีแล้วนะ"
" ล้อเล่นน่า....นี่ก็จะไปที่ทำงานแล้วล่ะ อุตส่าห์ออกจากที่พักตั้งกะตีห้าครึ่ง เห็นว่าอยู่ในทางผ่านก็เลยแวะที่นี่นิดหน่อย โอเค....ต้องไปแล้ว ว่างๆจะมาช่วยอุดหนุนนะ..."
"ค่า ขอบคุณค่า"
หลังจากวอลกลับออกไปแล้ว ฟิลก็สั่งงานกับลูกน้องนิดหน่อย แล้วก็จัดการงานของตนต่อ และเมื่อนาฬิกาบอกเวลาว่า6โมง ป้ายหน้าร้านที่เขียนว่าClose ก็ถูกพลิกกลับด้านOpenออก เป็นการแสดงว่า....วันนี้ร้านดอลฟินเปิดขายดอกไม้แล้ว..เช่นทุกวันที่ผ่านมา...
แต่....วันพรุ่งนี้นั้น..คืออนาคต...สิ่งที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้

ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากทิศตะวันออก...สู่จุดสูงสุดบนท้องฟ้ายามเที่ยง....และในที่สุดก็คล้อยลงต่ำในยามสายันต์ ทุกอย่างเดินทางไปตามกฎของเวลา ไม่เว้นแม้แต่ห้วงชีวิต.....เมื่อเวลาใดเวลาหนึ่งนั้นมาถึง สิ่งที่มันจะเกิดก็ต้องเกิด..
จะเรียกว่า"ชะตากรรม" ก็ไม่ผิดนัก...

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว....ผู้คนต่างเดินทางกลับสู่ที่พักของตนเพื่อพักผ่อน รอเวลาเมื่อแสงแห่งตะวันส่องขึ้นมาอีกครั้ง ห้างร้านต่างๆก็เริ่มทยอยปิดลง

" เอาละ วันนี้ก็เสร็จสิ้นไปอีกวัน งานของพวกเธอเสร็จแล้วก็กลับบ้านซะล่ะ...อย่าเอาเงินเดือนที่เพิ่งได้ไปใช้จนหมดก่อนสิ้นเดือนแล้วกัน ฉันไม่ให้เบิกนะ "
" ค่ะ...ขอบคุณค่ะคุณฟิล... " ลูกน้องทั้งหลายรับคำ

หลังจากส่งลูกน้องทั้งหมดที่หน้าร้านจนทุกคนลับสายตาไปแล้ว เจ้าของร้านดอลฟินก็กลับเข้าไปข้างในเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และนับจำนวนเงินจากการทำธุรกิจประจำวันนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วก็จะได้พักผ่อนเช่นร้านอื่นๆเสียที วันสิ้นเดือนอย่างนี้มักจะมีลูกค้ามามาก ถึงจะมีคนช่วยก็ทำเอาเจ้าของร้านเหนื่อยได้เหมือนกัน....
ฟิลเดินไปที่หลังเคาเตอร์ เพื่อตรวจสอบเก็บของเล็กๆน้อยๆที่อาจยังหลงเหลืออยู่บ้างตามนิสัย

ประตูหน้าร้านถูกเปิดออก เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีคนเข้ามาในร้าน .....

ฟิลรู้สึกบรรยากาศของความผิดปกติอย่างประหลาดขณะก้มๆเงยๆอยู่หลังเคาเตอร์ เธอคลำรองเท้าบูททั้งสองข้างเพื่อดูว่า"สิ่งนั้น"อยู่ดีหรือเปล่า แล้วกล่าวต่อคนที่เข้ามา...
"ขอโทษค่า..ขณะนี้ร้านของเราปิดแล้ว...หากต้องการสินค้าโปรดมาอีกทีพรุ่งนี้นะค้า"
พูดจบ...เธอก็ยืนขึ้นและตกใจเล็กน้อย ...

ขณะนี้ในร้านของเธอมีผู้ชายรูปร่างใหญ่โตแต่งชุดสูทสีดำอยู่ถึง5คน ยืนกระจายกันอยู่หน้าเคาเตอร์ คนหนึ่งในนั้นพูดถามออกมาด้วยเสียงแหบห้าว...
"ฟิล เจ้าของร้านดอลฟินใช่ไหม?"

"....ก็ใช่.. ต้องการอะไรคะ ?? "

"ไปกับพวกเราหน่อย..."
" แหม.....ถ้าต้องการทำไมไม่โทรศัพท์เอาตามเบอร์ในหนังสือที่วางขายออกเกลื่อนล่ะคะ เจ้าของร้านดอกไม้อย่างฉันไม่บริการอย่างว่าหรอก....และที่สำคัญ พวกคุณดูน่าสงสัยมากเกินไป ถ้ามีธุระอะไรก็บอกตำรวจก่อนก็แล้วกันนะคะ"
พูดจบ....เธอก็รีบเอื้อมมือไปยังปุ่มใต้เคาเตอร์ทันที...!!

"อย่างทำเรื่องโง่ๆเลย!!"
พลันชายคนที่พูดขึ้นมาก็หยิบดาบลำแสงออกมาจากในเสื้อ เปิดสวิทช์แล้วฟาดเคาเตอร์ที่อยู่ข้างหน้าฟิลแหลกในครั้งเดียวอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทำอะไรทั้งสิ้น
"สายขาดไปแล้ว ตำรวจมาไม่ได้หรอก..." แล้วชายคนนั้นก็ปิดดาบเก็บมันเข้าไปในเสื้อนอกอย่างเดิม
"เบื้องบนสั่งมา....หากพวกเรานำเธอกลับไปไม่ได้ ก็สามารถกำจัดเธอได้ทันที..ทีนี้จะยอมไปกับเราได้รึยัง? "
ฟิลมองดูสภาพของเคาเตอร์ที่เป็นแค่เศษไม้ไปแล้ว....สักครู่เธอจึงกล่าวออกมาด้วยนำเสียงตะกุกตะกัก
" อะ อะ เอ้อ....ดีนะที่เก็บตังค์ออกไปหมดแล้ว...ดูเหมือนพวกคุณจะมาด้วยจุดประสงค์อย่างอื่น ถ้าต้องการตัวฉันขนาดนี้ละก็..คงพอจะไปได้สักครู่นะคะ..."

"งั้นก็....เชิญขึ้นรถ...เงียบๆด้วย"
ไฟของร้านดอลฟินถูกปิดลง ฟิลและผู้ชายทั้ง5คนนั้นเข้าไปยังเบาะหลังในโฮเวอร์คาร์สีดำคันหรู ฟิลม์กรองแสงถูกติดไว้มืดสนิททั้งสี่ด้านกระจกของคันรถ... นอกจากพวกที่เข้าไปพาเธอมาก็ยังมีคนขับรถและคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับอีกหนึ่งคน....เมื่อทุกคนเข้าไปในรถเรียบร้อยแล้ว...โฮเวอร์คาร์ก็เดินเครื่องอย่างเงียบเชียบออกจากหน้าร้าน ออกจากบริเวณชานเมืองที่เธออาศัยอยู่ เดินทางไปยังบริเวณเมืองหลวงใกล้ๆที่มีตึกสูงทันสมัยและแสงสียามค่ำคืนมากมาย...

โฮเวอร์คาร์ทั้งสองคันวิ่งไปตามถนนสายหลักเข้าสู่ตัวเมือง ท่ามกลางราตรีอันไร้ซึ่งเมฆหมอกบดบัง แสงจากดวงดาวและดวงจันทร์ดูสดใสยิ่งนัก แต่ทว่าในใจของฟิลขณะนี้เต็มไปด้วยความตระหนกและหวาดกลัว ที่คนธรรมดาอย่างเธอถูกพวกคนแปลกหน้าจับตัวมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ และพวกมันกำลังจะนำตัวเธอไปไหนก็มิอาจรู้ได้

"นี่พวกคุณคิดจะพาฉันไปไหน การทำอย่างนี้มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะ คอยดูเถอะฉันจะฟ้องตำรวจ" ฟิลพูดขึ้นมาด้วยอารมณ์โกรธ ทว่าเหมือนเธอพูดอยู่คนเดียว พวกคนในรถไม่มีใครรู้สึกสะทกสะท้านหรือมีปฏิกิริยากับสิ่งที่เธอขู่ราวกับเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีใครพูดอะไรออกมา แต่ฟิลก็ไม่ยอมแพ้ต่ออาการเฉยเมยที่ได้รับ เธอพยายามจะรักษาสิทธิของตัวเธออย่างเต็มที่..

“ฟังนะ ฉันไม่เคยมีเรื่องกับมาเฟียหรือยากูซ่าหรือเจ้าพ่ออะไรเลย แล้วก็เป็นพลเมืองของประเทศนี้อย่างถูกต้อง ประกอบอาชีพสุจริต ยาก็ไม่เสพไม่ขาย ทำเรื่องผิดกฏหมายก็ไม่เคย แล้วพวกคุณเป็นใคร...ถือสิทธิอะไรมาจับฉัน หา !! บอกให้รู้หน่อยได้ไหม ?! “

ได้ผล คนที่นั่งข้างคนขับยอมพูดกับเธอ

“ ก็ได้น้องสาว...พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ของ U.M.O. ...องค์การร่วมมือทางการทหารแห่งสหประชาชาติ อาศัยอำนาจของทางเบื้องบนที่ให้มาจับเธอไปยังที่หมาย...ทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบ พอใจรึยัง!! แล้วหลังจากนี้ก็หุบปากลงซะ ”

“ !!!!!.............ยะ...ยู.....U.M.O...รึ..!!”
ฟิลถึงกับหน้าซีดลงในทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ ไม่ใช่เพราะกิริยาการพูดของชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นเพราะไดรู้ว่าพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของU.M.Oต่างหาก ..
เป็นที่รู้กันอยู่..U.M.O. คือองค์การสังกัดสหประชาชาติ มีหน้าที่ควบคุมอำนาจทางการทหารของทุกๆประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม..และจะคอยกำจัดสิ่งใดก็ตามที่มีท่าทีว่าจะสั่นคลอนความสงบสุขของโลกทุกวิถีทาง ทั้งวิธีเปิดเผยและวิธีที่ไม่อาจเปิดเผยได้ จึงอาจเปรียบเสมือนว่า U.M.O.เป็นตำรวจลับโลกก็ไม่ผิด แม้แต่การก่อสงครามของจีโนรั่มเมื่อ10กว่าปีก่อนก็ถูกหยุดยั้งลงด้วยการลอบสังหารของทางองค์การด้วยเช่นกัน..
ดังนั้นการที่U.M.O.จะมีธุระกับตัวเธอนั้นแสดงว่าต้องมีเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่สำหรับฟิล.. เธอรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่านั้นหลายเท่านัก ตัวเธอตอนนี้จะอยู่ที่นี่..ในรถคันนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว !!
โฮเวอร์คาร์ทั้งสองคันยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ เข้าสู่บริเวณรอบนอกของตัวเมือง
..เนื่องจากเป็นบริเวณที่กำลังพัฒนา จึงทำให้บริเวณนี้มีตึกสูงที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างและตึกร้างที่ยังไม่มีผู้ใดจับจองอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสาธารณูปโภคที่ยังไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนอยู่ในบริเวณนี้นัก นอกจากจะใช้เป็นทางเดินรถบ้างแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเดินในย่านไร้แสงไฟแห่งนี้ในตอนกลางคืนเลย และถ้าหากต้องการจะไปให้ถึงบริเวณใจกลางเมืองนั้นก็ยังต้องขับรถอีกหลายนาที..
ฟิลมองออกไปยังบริเวณรอบๆจากภายในรถ แล้วก็พยายามสังเกตจำนวนคนในรถคันหลัง สักครู่เธอก็กลับมาอยู่ในท่านั่งปกติพลางทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
ชายคนที่นั่งข้างหน้าดูเหมือนจะมองออกว่าฟิลมีอาการกระวนกระวายเล็กน้อย ..จึงหันหลังมาพูด...
“เป็นอะไรไป อยากเข้าห้องน้ำเรอะ เอาไว้ให้ถึงที่ก่อนละกัน”

“ อ๊ะ! เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร.. ” ฟิลตอบด้วยความตกใจ แต่เมื่อชายคนนั้นหันกลับไปแล้ว ฟิลก็เริ่มสำรวจภายในรถ..
รถของพวกมันมี2คัน ขณะนี้เธอนั่งอยู่คันหน้า.. คนที่เข้าไปในร้านมีอยู่5คน มีสองคนในกลุ่มนั้นนั่งขนาบเธออยู่ ส่วนอีก3คนแยกไปนั่งรถคันหลัง ด้านเบาะหน้าของทั้งสองคันมีคนขับและคนนั่งข้างคนขับเหมือนกันทั้งสองคัน หากนับจำนวนดูแล้ว ตอนนี้พวกกลุ่มคนที่ใช้ในการพาตัวเธอไปนั้นมีถึง 9 คน ไม่ทราบจำนวนอาวุธ ..
รถทั้งสองวิ่งด้วยความเร็วประมาณ60กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทั้งสองคันวิ่งห่างกันประมาณ2เมตร
หนีได้แน่ !!! ฟิลคิดในใจ
“ เอ่อ.. ขอโทษนะคะ เชือกรองเท้าดิฉันหลุด ขอเวลาผูกสักครู่นะคะ” ฟิลกล่าวอ้อนวอนเสียงหวานกับคนในรถ
“ ก็ได้ !! เร็วๆเข้าล่ะ !!!” พวกมันคนหนึ่งอนุญาติ
“อา....ขอบคุณค่ะ..” เธอพูดพร้อมกับก้มลงไปหาเชือกรองเท้า

/ ฉัวะ !!! /
ชั่วพริบตาที่เธอเอื้อมถึงรองเท้า พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นภายในรถ!!โดยมีเสียงประหลาดและกลิ่นเนื้อเหม็นไหม้โชยขึ้นมาพร้อมๆกัน !!
“ เฮ้ย !! แกทำอะไรน่ะ !! ”
คนข้างหน้ารีบหันมาดูทันที และสิ่งที่มันเห็นก็คือศพขาดสองท่อนของพวกที่นั่งขนาบเธอเอาไว้เมื่อครู่นี้ ส่วนฟิลนั้น........ขณะนี้ในมือของเธอทั้งสองข้างมีดาบแสงถืออยู่ ดาบแสงที่เธอพกไว้ในรองเท้าบูทอยู่เสมอ !!

“ กะ แก !!”
ด้วยความรวดเร็ว ฟิลรีบใช้ดาบแสงเจาะช่องที่หลังคารถออก ปีนขึ้นไปบนบนหลังคารถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว60กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอขึ้นมาได้แล้วเธอก็หันกลับ กระโดดจากหลังคารถคันหน้าไปยังหลังคารถคันหลัง แล้วทิ้งตัวลงสู่พื้น ร่างของเธอกลิ้งไปบนพื้นตามแรงอยู่หลายรอบ แต่ไม่ทันไรเธอก็รีบลุกขึ้น แล้วหนีเข้าตรอกมืดแถวนั้นไปทันที

"บ้าเอ๊ยย .. มันพกของอย่างนั้นเอาไว้ด้วยรึ เฮ้ย!! หยุดรถเร็ว!!
โฮเวอร์คาร์ทั้งสองคันหยุดจอดในทันที คนที่เป็นหัวหน้ารีบลงมาจากรถแล้วออกคำสั่งกับพวกคนอื่นๆ
"แกกับแก เคลียร์ศพในรถชั้นที...คนที่เหลือทั้งหมดรีบออกตามตัวมัน ใช้ออบเซิร์บเวอร์ทั้งหมดด้วย เดี๋ยวจะเรียกกำลังเสริมมาช่วย อนุญาติให้ใช้วิธีอะไรก็ได้ในการนำตัวมันกลับมา ทุกคนระวังตัว เหยื่อมีอาวุธ"

"รับทราบครับ เฮ้ย!! พวกแก เปิดใช้ออบเซิร์บเวอร์ท้ายรถให้หมดเลย "

"ครับ"
คนหนึ่งรับคำสั่งแล้วเข้าไปกดปุ่มในรถ ฝากระโปรงท้ายรถทั้งสองถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ พลันหุ่นยนต์รูปร่างกลมดำขนาดลูกบอล16เครื่องก็ลอยตัวออกมา มันปรับรูปร่างเล็กน้อยจนเสร็จก็เผยให้เห็นกล้องอินฟราเรดขนาดย่อม..

"ตามหาคนหมายเลข 816g57 ตามที่บันทึกข้อมูลไว้ในโปรแกรม มันยังอยู่แถวนี้ หาให้เจอ ไปได้"

พอหุ่นออบเซิร์บเวอร์ทั้งหลายได้รับคำสั่ง ก็กระจายออกบินไปอย่างรวดเร็วสู่ท้องฟ้าในทันที

หัวหน้ากลุ่มที่กำลังโทรศัพท์มือถืออยู่ปิดโทรศัพท์ แล้วพูดกับลูกน้อง
"เอาล่ะ สั่งขอกำลังเสริมไปแล้ว เดี๋ยวพวกเขาก็จะมาล้อมบริเวณย่านก่อสร้างนี่ ส่วนพวกเราก็รีบตามพวกชุดแรกไปได้แล้ว "
"ครับหัวหน้า" ทุกคนตอบรับพร้อมกัน พร้อมรีบวิ่งย้อนกลับไปที่ตรอกที่ฟิลหนีหายไป แล้วพวกมันทั้งหมดก็เข้าไปในตรอกนั้นเพื่อตามผู้หลบหนีอย่างเร็ว

“ขณะนี้ข้างหน้ายังไม่ปรากฏเป้าหมาย คาดว่าคงอยู่ในตำแหน่งห่างจากเราพอควร”

" ทางแยกข้างหน้าเดี๋ยวให้แยกกระจายกันออกหา คอยรับสัญญาณจากหุ่นด้วย"
"แกสองคนไปซ้าย พวกนายแยกไปขวานะ พวกเราจะไปตรงกลางเอง"
"ได้"
"แยกกัน"
"คอยสังเกตแสงจากอาวุธของมันด้วยนะ"
"ระวังตัวให้ดี"

ท่ามกลางเสียงที่ตะโกนบอกกันเป็นระยะ ตึกร้างหนึ่งในบริเวณนั้นถูกกระแทกกระจกเข้าไปข้างใน ฟิลนั่งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้องมืดโดยพยายามให้พ้นแสงไฟภายนอกมากที่สุด การที่เธอกระโดดลงจากรถที่กำลังวิ่งอยู่บวกกับการวิ่งหนีและหาที่ซ่อนทำให้เธอเหนื่อยไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยหอบเท่าไรเธอก็คอยควบคุมเสียงหายใจของเธอให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาวุธทั้งสองของเธอถูกดับแสงลงเพื่อไม่ให้เป็นที่ถูกพบ แผลถลอกตอนหนีเมื่อครู่เริ่มมีเลือดซึมออกมา เธอเอาผ้าเช็ดหน้าที่ใส่ไว้ในกระเป๋าออกมาซับเลือด แล้วคอยเตรียมรับทุกสถานการณ์
" พวกยูเอ็มโอรึ ไม่มีทาง ฉันอุตส่าห์มีชีวิตที่สงบสุข มีเพื่อนดีๆ มีอนาคตที่ดีแล้ว หากทุกอย่างจะต้องมาจบลงตอนนี้ละก็ ยอมไม่ได้หรอก " ฟิลพูดเบาๆกับตัวเองพลางลอบมองออกไปด้านนอกตัวตึก
เสียงฝีเท้าคนประมาณ3คนวิ่งใกล้เข้า แล้วก็มาหยุดใกล้ๆกับหน้าต่างบานที่ฟิลใช้ลอบเข้ามาในห้องของตัวอาคาร พวกมันไม่ได้สังเกตเห็นเธอเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ย!....เจอร่องรอยบ้างไหม “
“ไม่ว่ะ แต่คงอยู่แถวนี้แหละ พวกเราก็ลงจากรถมาไล่มันทันทีเหมือนกัน คงไม่หนีไกลเท่าไรหรอก”

-มาทำไมแถวนี้นะ ขอหลบสบายๆไม่ได้รึไง รีบไปได้แล้ว- ฟิลคิดในใจ

“ ไปดูแถวนั้นบ้างละกัน” คนหนึ่งตัดบท แล้วทั้ง3ก็เดินออกจากจุดนั้นไปดังใจฟิลคิด

ฟิลถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แผนหลบหนีตอนนี้ ถ้าจะเข้าตัวเมืองตอนนี้ก็ไกลและเสี่ยงเกินไป หากจะหนีออกนอกเมืองไปเลย ของที่จำเป็นหลายอย่างก็อยู่ที่ร้าน ไม่ดีแน่ แต่ถ้าเป็นตอนกลางวันพวกนั้นอาจลงมือไม่ได้สะดวกนักเพราะมีคนเห็นและสงสัยได้ง่าย ดังนั้นหากรอจนถึงเช้า แล้วค่อยกลับไปเอาเงินและสมบัติต่างๆหาทางไปตั้งตัวใหม่คงพอทำได้
สถานการณ์ตอนนี้...ในห้องมืดที่ฟิลแอบอยู่เงียบสนิท ส่วนด้านนอกนั้น เสียงพวกมันที่หาตัวเธอกันจ้าละหวั่นโวยวายกันอยู่โดยไม่รู้ว่าเธอแอบอยู่ในตึกนี่ ใช่ หากเธอหลบในนี้จนเช้าได้ ทุกอย่างก็จะเป็นตามที่คิด
เสียงตะโกนไกลๆหากันดังเป็นระยะ ฟิลพยายามฟังให้ได้ยินว่ามันพูดอะไรกันบ้างจะได้รับเหตุการณ์ถูก

“..............เป็นไงมั่ง”
“......กำลังเสริมมาถึงแล้ว”
“..........เจอรึยัง...............”
“...ยังครับ.....................”
“.................”
“..................”
“..................”
“......”
“....!!!!??”
“.......ว่าไงนะ”
“.......โอเค!!! ทุกคน!! เจอตัวมันแล้ว!!!! “
“!!!!!!”

-อะ อะไรกัน เราก็ซ่อนตัวอย่างดี แถวตึกนี้ดูแล้วก็ไม่มีพวกมันอยู่ซักคน แล้วมันเจอตัวเราได้ยังไง !!- ฟิลคิดอย่างร้อนลน.. แต่แล้วเธอก็เริ่มมองเห็นว่าบริเวณเพดานอีกด้านหนึ่งของห้องมีอะไรบางอย่างรูปร่างกลมลอยตัวแฝงอยู่ในความมืด

“บ้าจริง!” เธอเปิดใช้ดาบลำแสง แล้วฟาดหุ่นออบเซิร์บเวอร์เคริ่องนั้นพังทันที
- ไม่คิดเลยว่าจะใช้หุ่นช่วยด้วย มันเจอตัวเราและคอยดูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ !! ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คงไม่แปลกเลยที่พวกมันจะรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน แย่ล่ะสิ คงต้องรีบหนีแล้ว แต่ทางไหนล่ะ –
ฟิลกวาดสายตาไปทั่วห้อง ในห้องนั้นนอกจากลิฟท์ที่พังแล้ว ก็มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นชั้นบนอยู่ เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ทุกทีๆ... และมันก็ทำให้ฟิลตัดสินใจหนีขึ้นบันไดไปชั้นบนมุ่งหน้าขึ้นไปชั้นดาดฟ้า คิดว่าเมื่อขึ้นไปถึงแล้วคงพอหาทางหลบหนีได้
ฟิลวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
ชั้น2.......
ชั้น3........
ชั้น4.......
ชั้น5......
เธอขึ้นมาจนสุดบันได ตรงหน้าเธอในตอนนี้มีประดูบานใหญ่บานหนึ่งล็อคอยู่ซึ่งถ้าเปิดออกไปก็จะเป็นดาดฟ้าตึก ขณะนั้นข้างล่างเริ่มมีเสียงเอะอะกัน ฟิลรู้ในทันทีว่าพวกมันเข้ามาในตึกแล้ว และเมื่อเห็นซากหุ่นเมื่อไรพวกมันก็ต้องตามขึ้นมาบนนี้แน่ เหลือเวลาอีกไม่มาก เธอจึงใช้ดาบทำลายกลอนประตู แล้วเปิดออกไปอย่างเร็ว
ทันทีที่ประตูถูกเปิด สายลมก็กระแทกสวนทางเข้ามาอย่างแรง ฟิลหลับตาลงแล้วรีบยกแขนขึ้นมาบังหน้า จนเมื่อลมเบาลงแล้วเธอถึงค่อยๆลืมตา แล้วก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น...
ข้างหน้าเธอนั้นปรากฎ AGSคอปเตอร์ อากาศยานรบสีเงินระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงที่ใช้ในสงครามเครื่องหนึ่งบินอยู่กลางอากาศ!! เธอยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง...และยังไม่ทันที่ฟิลจะได้ตั้งตัว...คนในนั้นก็ฉายไฟแรงสูงใส่ แล้วพูดกับเธอผ่านเครื่องขยายเสียง..

“มอบตัวซะ จะได้ไม่มีการสูญเสีย”
“!!!??”
“ขอย้ำ.....มอบตัว-....อ๊ะ!!! ”
-/ เปรี้ยง !! /-
“ ฝันไปเถอะ!!” ฟิลตะโกนออกมาหลังจากขว้างดาบลำแสงเล่มหนึ่งปักห้องบังคับการของเครื่อง แล้วฉวยโอกาสวิ่งไปริมดาดฟ้าเพื่อจะกระโดดข้ามช่วงตึกหนี ทว่า ดาบแสงนั้นมิได้โดนคนขับอย่างที่เธอคิดไว้..
“เตือนแล้วนะโว้ย...!!”
สิ้นเสียง.. มิซไซล์นัดหนึ่งก็ถูกยิงออกมาโดยมีฟิลเป็นเป้าหมายทันที!!

“แย่แล้ว”
-/ เปรี้ยงงง!!! /-
.............
..........
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ยอดตึกแถบหนึ่งถูกทำลาย เพลิงจากการระเบิดเมื่อครู่เริ่มลุกไหม้ ควันไฟสีดำก่อตัวสูงขึ้น แต่แล้วAGSคอปเตอร์ลำนั้นนก็บินปล่อยก๊าซดับไฟออกมา เนื่องจากไม่ต้องการให้มีใครสังเกตเห็นอันจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากในภายหลัง

-/ โครม /-
ฟิลร่วงลงจากชั้นดาดฟ้ากระแทกกับพื้นถนนข้างล่างอย่างแรงจนพื้นปูนร้าว เศษซากตึกที่ถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวหล่นลงมาบนตัวของเธอ เมื่อครู่ฟิลกระโดดหลบมิซไซล์สังหารนั่นได้หวุดหวิด ทำให้มิซไซล์นั่นไปโดนพื้นดาดฟ้าแทน แต่ถึงกระนั้นแรงระเบิดอันรุนแรงก็ผลักร่างเธอกระเด็นไปไกลจนเธอตกจากตึก แล้วร่างของเธอก็นอนนิ่งสนิทอยู่ที่พื้นนั่นเอง.....

“ เรียบร้อยแล้วมั้ง “คนในคอปเตอร์คนหนึ่งพูด
“ คงใช่ สูงตั้งกี่ชั้น “
“ถ้าไม่ขัดขืนก็คงไม่เป็นไรแล้ว เฮ้อ.”
“...........”
........


“ !! “
“ เฮ้ย! “
“ หือ ?”
“ มันยังไม่ตาย!! ”
“อะไรนะ เอากล้องส่องมานี่ซิ...........
“ !!?? “
“ อะ.......เป็นไปไม่ได้....บ้าน่า!!”

ฟิลค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ภายนอกของเธอได้รับแผลเล็กน้อย ..
“ อูย.....ไอ้คอปเตอร์บ้านั่น......อุ๊บ!! “ เธออุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด แขนของเธอหักไปข้างหนึ่ง แต่นั่นไม่สำคัญ ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ มีเสียงคนคุยกันดังใกล้เข้ามา

“ตามที่ได้รับรายงาน...มันตกลงมาแถวๆนี้แหละ....อ๊ะ...นั่นไง”
“บ้าจริง” ฟิลหันหลังออกวิ่งอีกครั้ง

“ตามมันไป !! ให้ออบเซิร์บเวอร์ที่เหลือทั้งหมดไล่ตามระบุตำแหน่งมันด้วย “
“ ครับ “

ผู้ไล่กับผู้ถูกไล่วิ่งไปตามทางที่ถูกขนาบไว้ด้วยตึกสูง ฟิลหนีพวกมันที่ไล่ตามเธอมาทั้งๆที่เจ็บแขน ออบเซิร์บเวอร์จำนวนมากบินอยู่เหนือหัว สูงขึ้นไปบนฟ้าก็มีคอปเตอร์สีเงินของพวกมันคอยบินคุมเชิงอยู่ ดาบที่เหลือเพียงเล่มเดียวไม่สามารถทำให้เธอหนีรอดจากคนนับสิบได้แน่... เธอวิ่งอย่างเร็วจนมาหยุดที่ทางแยก...เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเธอก็ได้คำตอบ เพราะที่ปลายทางแยกขวานั้นกำลังเสริมของพวกมันกำลังวิ่งเข้ามาแล้ว เธอจึงตัดสินใจรีบไปทางซ้ายทันที.. แต่เมื่อไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องหยุด... มีพวกมันอีกกลุ่มโผล่ออกมาจากช่องตึกมาดักหน้าเธอไว้ และเมื่อเธอหันหลังกลับไป พวกมันก็ตามมาล้อมหลังเรียบร้อย ขณะนี้เธอไปไหนไม่ได้อีกแล้ว...

“ เลิกเล่นกันซะทีนะ....เกมส์จบแล้ว..” คนที่คุยกับเธอในรถเมื่อครู่ก้าวออกมาพูด “ แล้วอย่าคิดใช้ไม้จิ้มฟันนั่นตีฝ่าออกไปล่ะ เพราะพวกเราก็มีอาวุธทุกคน หากทำอย่างงั้นเธอนั่นแหละจะตายก่อน”
พวกมันเดินล้อมเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ฟิลต้องถอยหลังไปจนติดกำแพง แต่นั่นก็เป็นความต้องการของเธอด้วยเช่นกัน เพราะบนกำแพงตึกที่ฟิลเอาหลังพิงนั้นมีช่องระบายอากาศเก่าอยู่ด้านบน และเธอก็คิดจะใช้มันตั้งแต่ถูกล้อมแล้ว..

“ยอมไปกับเราซะดีๆ” ลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามา

“ ไม่มีทาง !! “
ทันใดนั้น....ฟิลก็เปิดเร่งพลังของดาบลำแสงจนสูงสุด แล้วฟาดดาบเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนเกิดแสงสว่างจ้า !! ได้ผล สายตาของพวกมันปรับรับแสงไม่ทันเกิดอาการตาพร่า เธอจึงฉวยโอกาสนี้ใช้ดาบฟันตะแกรงที่ปิดช่องระบายอากาศออก แล้วกระโดดขึ้นไป..

“ หึ กะอยู่แล้วเหมือนกัน “ ตัวหัวหน้าพูดขี้น “ เครื่องเจ็ด..ยิง!! ”
/ ฟุ่บ !! /
“ โอ๊ย !!”
ฟิลร้องออกมาด้วยความเจ็บ ออบเซิร์บเวอร์เครื่องหนึ่งยิงใส่ขาเธอจนเธอเสียหลักล้มลงสู่พื้น..ดาบแสงในมือก็หลุดกระเด็นหายไปด้วย
“ หึหึหึ เก่ง เก่ง พยายามดิ้นรนดีมาก แต่รู้อะไรมั้ย ? ” มันพูดอย่างเย้ยหยัน “ แกน่ะพลาดอย่างแรงเลยล่ะ ไหนจะโดดลงจากรถที่กำลังวิ่งอยู่ ไหนจะตกตึกแล้วไม่ตาย..แค่แขนเดาะ แล้วยังทักษะการต่อสู้การเอาตัวรอดแบบมืออาชีพอีก อย่างนี้คงไม่ผิดตัวแน่ๆจริงมั้ย ว่าแต่คงใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดามากไปหน่อยถึงได้พลาด ยังไงๆถูกยิงขาแบบนั้นก็คงสิ้นฤทธิ์แล้วซินะ แม้จะแค่เนื้อแหว่งก็เถอะ.......เฮ้ย! 5 กับ7 พาตัวมันไปทีซิ ”
“ครับ”
ลูกน้องสองคนก้าวออกมาข้างหน้า เดินไปหาฟิลที่นั่งก้มหน้าคลำขาอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด มันคนหนึ่งยื่นมือออกมาจะฉุดฟิลให้ยืนขึ้น
“ เอ้า ลุกมา..”


-/ เปรี๊ยะ /-
“ อุ๊บ!! ”
“ เฮ้ย อะไรมันดีดมือเราวะ “

"อะไรของนาย... อยู่ดีๆเป็นอะไรไปซะ ? ทำเป็นจับผู้หญิงไม่ได้รึไง.."
-/ เปรี๊ยะ /-

“ !!!???”
“ กะ...แกทำอะไรน่ะ ” พวกมันหันไปตะคอกใส่ฟิล แต่แล้วทั้งสองก็ถึงกับชะงัก

ร่างของฟิลที่นั่งกองอยู่กับพื้นนั้น ขณะนี้มีเริ่มมีแสงสีเขียวอ่อนเรืองออกมารอบๆตัว แสงนั้นดูมีพลังและค่อยๆสุกสว่างยิ่งขึ้นซึ่งถึงแม้จะไม่มาก แต่ทุกคนในที่นั้นก็สามารถมองเห็นได้ชัดทีเดียว..
“ มันทำอะไรของมันน่ะ ทำไมร่างมันเรืองแสงได้ ?”
“เล่นกลอะไรซักอย่างล่ะมัง ไปเอาตัวมันก่อนเถอะ”

แต่พอมันก้าวเข้าไปใกล้ฟิล มันก็ชนกับอะไรบางอย่างโครมใหญ่ จนล้มลงไปทันที!!

“ อั๊ก !!....”
“ เป็นอะไรวะ อยู่ๆก็ล้มลงไป” คนหนึ่งเข้าไปประคองเพื่อนให้ยืนขึ้น
“ กูเดินชนอะไรก็ไม่รู้ว่ะ ข้างหน้าเนี่ย..”
พวกมันทั้งสองคนเงยหน้า แต่ก็มองไม่เห็นว่าตรงนั้นมีอะไรที่จะเดินชนได้เลย สิ่งเดียวที่มองเห็น ก็มีเพียงแต่ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งหอบอยู่กับที่เท่านั้น. ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วมันคนหนึ่งก็พูดออกมา
“ ฝีมือนังนี่รึ?”
“ ทำได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่อาจเป็นได้”
“ ยื่นมือเข้าไปใกล้มันอีกทีซิ “
“ เออ”
-/เปรี๊ยะ/-

“......ไม่ผิดแน่ สนามพลัง!! ...”
“ นังนี่สร้างมันขึ้นมารึ แสงเรืองสีเขียวนั่นด้วยรึ ?”

ทันใดนั้นฟิลก็พูดขึ้นมา...


“ ... ก่อนที่พวกนายจะเจอฉัน..... “
“ ..!!??”
“ ... จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ฉันก็ได้หลุดพ้น หวังจะได้มีชีวิตที่ปกติสุข ”
...................
“ เคยวาดฝันไว้ ร้านดอกไม้ คนรู้จัก เพื่อน ...และหลายๆอย่าง ”
..................
“ ฝังอดีตและชาติกำเนิดไว้ในอดีต แล้วมีชีวิตอย่างที่ฝัน”
.................
“ ทำได้แน่....... ทำได้....... ทำได้ “
..................
“ หลอกตัวเองทั้งนั้น !! “
.................
“ รู้ทั้งรู้ว่าวันหนึ่ง ฝันต้องสลาย รู้ทั้งรู้ว่าวันหนึ่ง ทุกอย่างที่ทำมานั้นจะไร้ความหมาย รู้ทั้งรู้ว่าชาติกำเนิดของฉันคือพันธนาการแห่งตราบาปที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้ แต่ฉันก็ยังฝืนทำ... ทำจนมีวันนี้ วันที่ความลับของฉันถูกเปิดเผยออกมา วันที่ทุกอย่างพังทลาย วันที่มีคนหมายเอาชีวิต..”
น้ำตาของฟิลเริ่มซึมออกมา .. ตัวของเธอสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความเสียใจ หากแต่เป็นเพราะความคับแค้นใจ..

“ หึ....ไม่ช้าก็เร็วคงต้องมีคนรู้อยู่ดี ไม่รู้จะคิดเศร้าโศกไปทำไมกัน ในเมื่อพวกนายรู้แล้วก็เท่ากับว่าฉันได้ตายไปแล้วนั่นแหละนะ จริงมั้ยล่ะ...... ที่พวกนายมาจับฉันนี่ก็ไม่ใช่เพื่ออะไร...เพื่อกำจัดฉันนั่นเอง ”

ฟิลค่อยๆพยุงตัวยืนขึ้นอย่างยากลำบากแล้วก็พูดต่อ
....................
“ ไม่อาจกลับไปมีชีวิตเหมือนก่อนได้อีกต่อไปแล้ว “
“ ไม่อาจดำเนินชิวิตที่หลอกตัวเองและผู้คนรอบข้างว่าเป็นสาวน้อยธรรมดาได้อีกต่อไปแล้ว ”
“ แล้วก็ไม่อาจทิ้งชิวิตไว้ตรงนี้ได้.....!!! ”

พวกมันคนหนึ่งพูดขึ้นมา “ แกคิดจะทำอะไรน่ะ !!??”

“ หัวหน้าของพวกนายที่ยืนตรงนั้นคงรู้ดีอยู่ “

“ !!!!???? “
ดูเหมือนพวกมันทั้งสองจะยังไม่เข้าใจ เธอจึงเริ่มพูดต่ออย่างเยือกเย็น..

“ พลังของฉันคือการสร้างสนามพลังรุนแรงจากจิต สามารถสร้าง ณ.ที่ใดก็ได้ที่อยู่ในระยะสายตา และใช้ป้องกันทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนิ้ได้ทั้งหมด !! “

“ !!!! “

“ เป็นความสามารถที่ได้จากการถูกดัดแปลงเพื่อใช้ในสงครามเมื่อ12ปีก่อน แต่หลังจากสงคราม ฉันก็ได้พยายามละทิ้งสัมผัสนี้ และใช้ชีวิตดังเช่นคนธรรมดา เพราะหากมีใครรู้เข้า ฉันจะต้องถูกกำจัดในฐานะอาวุธสงครามของจอมเผด็จการทันที ”

"............."
“ ทั้งๆที่ฉันต้องการจะอยู่อย่างสงบสุขแท้ๆ แต่ในเมื่อความลับถูกเปิดเผยแล้ว ฉันเองก็คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้..”
ฟิลยืนขึ้นได้แล้ว แม้บาดแผลจากการถูกยิงมีเลือดไหลรินออกมา ร่างกายบอบช้ำจากการหลบหนี แขนยังคงหักจากการตกลงมาจากชั้นดาดฟ้า แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงยืนขึ้นมาอย่างองอาจ แสงเรืองสีเขียวอ่อนเปล่งแสงจ้าขึ้นมาในทันทีจนสว่างไปทั้งบริเวณ !!

“ เฮ้ย!! อันตราย !! พวกแกถอยออกมาก่อน... เร็ว !!! “ หัวหน้ากลุ่มตะโกนขึ้น แต่แล้วฟิลก็ตะโกนแทรกขึ้นมา !!

“ การตัดสินใจของฉัน !! จงดูให้ดี !! นี่คือพลังของ “ ฟิล “ รหัสดัดแปลง F-06 ผู้ได้รับพลังแห่งจันทราทมิฬ !!! “

“ !!!! “

นัยน์ตาของฟิลพลันลุกโพลงเบิกกว้าง! บังเกิดกำแพงพลังอันรุนแรงกระแทกชายทั้งสองคนนั้นกระเด็นลอยข้ามหัวพวกเดียวกันไปในทันที !!
-/ เปรี้ยง !! /-
-/ อัคร์ /-
-/ โครม !!/-
ด้วยพลังของฟิล ทำให้ร่างของทั้งคู่ที่ถูกซัดกระเด็นไป ชนเข้ากับกำแพงตึกแถวนั้นอย่างแรงจนตึกถึงกับร้าว แน่นอน..กระดูกมนุษย์ทนแรงกระแทกไม่ได้จึงแหลกละเอียดไปหลายท่อน คนหนึ่งสลบไปทันที ร่างร่วงลงสู่พื้นแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ส่วนอีกคนยังมิสติ ดวงตาจ้องมองไปทางฟิลเขม็ง..พยายามยกมือขึ้นมาอย่างฝืนๆทั้งที่ร่างยังจมอยู่ในผนังตึก...มันขยับปากเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่แล้วก็สลบหมดสติตามเพื่อนไป..
ทุกคนในที่นั้นได้แต่ตะลึงกับสิ่งที่เห็น ความสามารถอันเหนือมนุษย์ของที่ถูกแสดงออกมาเมื่อครู่นั้นทำให้พวกมือสังหารทั้งหลายถึงกับตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว เสียงอุทานด้วยความกลัวเริ่มถูกครางออกมา
“ ฮะ เฮ้ย มะ นี่..มะ.. “
..
“ มันเป็นใครกันแน่ “
..
“ ปะ ปีศาจ “
..
“ กะ แก!!”
พวกมันคนหนึ่งถึงกับสติแตก คว้าปืนจากด้านในเสื้อนอกออกมาระดมยิงทันที คนอื่นๆเห็นดังนั้น ด้วยความลนลานจึงหยิบอาวุธประจำตัวออกมา แล้วสาดใส่ไปที่ฟิลโดยพร้อมเพรียง..
“ นังปีศาจเอ๊ยยยย ตายซะเถอะ “
...
“บังอาจทำกับพวกเราได้...!!”
...
“ อย่าอยู่มันเลย “

เสียงอาวุธหลายชนิดและหลายจำนวนดังลั่นไปทั่วบริเวณย่านก่อสร้างรกร้าง แต่ไม่ว่าอาวุธชนิดใดจะถูกยิงออกมา ก็ไม่อาจทำอันตรายอะไรฟิลได้เลยแม้แต่น้อย กระสุนทุกชนิดถูกกำแพงสนามพลังของฟิลกั้นไว้หมด
“เฮ้ย ถอยไป “
มีคนหนึ่งพูดแหวกเสียงปืนขึ้น มันหันหน้าไปทางฟิลพร้อมกับสิ่งที่มันพกมา....ปืนใหญ่เลเซอร์...ทุกคนที่อยู่ในทางปืนเมื่อเห็นดังนั้นต่างก็แหวกหนีออกเป็นทาง..
“ ทนนี่ได้ก็ให้มันรู้ไป “ พูดจบ คนนั้นก็ลั่นไกปืนทันที
.............
-/ ซู่มมม /-.. เสียงคำรามของปืนใหญ่แผดออกมาดังลั่น ลำแสงพลังสีเหลืองทองถูกปล่อยออกมาจากปากกระบอกปืนมุ่งไปที่ฟิลเป็นลำยาว...

“ ตายยยยย ..” มันโห่ร้องอย่างเมามัน..

-/ เปรี้ยง !! /-
เกิดแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณตรอกมืด...ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างเอามือป้องตากันเป็นแถว ถึงจะมองได้ลำบากเพราะแสงก็ตาม พวกมันก็พยายามจะดูว่าอาวุธที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้จะสามารถสั่นคลอนกำแพงจิตอะไรนั่นได้หรือไม่.. เสียงกระแสไฟฟ้าจากพลังแสงที่ยิงออกไปดังเปรี๊ยะๆอยู่เนืองๆ ปืนยังคงสาดลำแสงยาวต่อกันไปยังที่เดิมอย่างรุนแรงจนเกิดสั่นสะเทือนบริเวณใกล้เคียงดังกึกๆ พอหลายคนเริ่มปรับสายตาเข้ากับระดับแสงได้ก็ต่างหันไปดูที่เป้าหมาย แต่แล้วก็ถึงกับผงะเมื่อได้เห็น..
ลำแสงจากปืนใหญ่ถูกพลังของฟิลแหวกออกเป็นทางตั้งแต่เมื่อแรกยิง เส้นแสงทั้งหลายที่ถูกแหวกออกไปนั้นไม่เบนลงพื้นก็ถูกหักเหขึ้นสู่ท้องฟ้า บ้างก็เบนออกข้างๆไปโดนกำแพงตึกใกล้ๆ ที่แท้แรงสั่นสะเทือนไม่ได้เกิดจากพลังของปืนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพลังแสงที่ถูกเบนสู่พื้นและกำแพงด้วยนั่นเอง... เมื่อเห็นดังนี้..แม้แต่คนที่ยิงเองก็ยังตะลึงทำอะไรไม่ถูก จนในที่สุดก็ปล่อยมือจากไกปืน เพราะยังไงก็ได้เห็นกันหมดแล้วว่า ยิงไปเท่าไรก็ไร้ประโยชน์..
ควันที่เกิดจากการทำลายโมเลกุลกำแพงและพื้นโดยลำแสงเลเซอร์และควันจากไฟที่เกิดขึ้นเพราะความร้อนลอยคลุ้ง... ฟิลยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม... ในขณะนั้นนอกจากเสียงไหม้ของไฟแล้ว ก็ไม่มีเสียงใดๆอีก พวกมันทุกคนต่างเงียบกริบพูดอะไรไม่ออก.. เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเมื่อครู่นั้นมันเป็นสิ่งเหนือมนุษย์ที่ไม่เคยพวกมันคนใดพบเห็นมาก่อน...

ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบขึ้นมาใกล้ๆหูของหัวหน้ากลุ่ม “ หัวหน้าครับ ทำไงดีครับ เราได้คำสั่งให้มาจับมันเป็นๆ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ละก็...”
“ เออ...รู้แล้ว อีแบบนี้ แม้แต่จับตายก็ยังทำไม่ได้เลย ”

“ร่างกายที่ถูกดัดแปลงแล้ว แค่เสียงกระซิบน่ะ ใช่ว่าจะไม่ได้ยินหรอกนะ..” ฟิลพูดเบาๆขึ้นมา..แต่ก็ทำให้พวกมันถึงกับสะดุ้ง. ..
“ วางใจเถอะ ฉันยังไม่อยากฆ่าใครหากไม่จำเป็น เพราะสงครามก็ไม่มี คนเริ่มก็ตายไปนานแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะทำ.. แล้วก็....เหนื่อย หากไม่ว่าอะไรล่ะก็ ขอตัวล่ะนะ .. เอ้อ พวกที่ยืนอยู่ที่กำแพงน่ะ เอาร่างเพื่อนคุณไป แล้วก็ไปยืนตรงที่ๆมันจะขยับตัวได้สะดวกกว่าที่เดิมซะเถอะ เดี๋ยวร่างแหลกคากำแพงไปไม่รู้ด้วย ”
ถึงพวกมันจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็รีบทำตามที่ฟิลบอกเพราะไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไปบ้าง..ฟิลยืนดูพวกมันทำตามที่เธอบอกจนเสร็จ เธอจึงเริ่มพูดต่อ..
“ เอาล่ะสุภาพบุรุษทั้งหลาย... ชีวิตฉันที่เมืองนี้ถูกพวกคุณทำลายลงแล้ว ฉันคงจะหลบหนีไปไกลแสนไกลไม่ให้พวกคุณหาฉันเจอได้อีก แล้วตอนนี้พวกคุณก็ทำอะไรชั้นไม่ได้อยู่แล้ว แค่นี้คงยอมให้กันได้บ้างซินะ ”

ฟิลหลับตาลงแล้วยื่นมือข้างหนึ่งออกมาข้างหน้า พยายามจะรวบรวมสมาธิเพื่อทำอะไรซักอย่าง.. ส่วนพวกมันต่างก็ทำได้แต่มอง..
“ มันจะทำอะไรครับหัวหน้า”
“ กูจะไปรู้เรอะ แต่ถ้าปล่อยมันหนีไปได้ละก็แย่แน่ๆ ”

ฟิลลืมตาขี้น เธอวาดแขนข้างนั้นขึ้นเหนือหัวอย่างเร็วและแรง บังเกิดคลื่นพลังสีเขียวอ่อนสูงเกือบ5เมตรขยายรัศมีเป็นวงออกไปบนพื้นโดยมีตัวเธอเองเป็นจุดศูนย์กลาง กำแพงตึกส่วนที่ขวางการขยายตัวของวงพลังถูกทำลายยุบตัวลงไป เศษหินเศษฝุ่นเศษขยะที่อยู่ที่พื้นก็ถูกพลังนั้นกวาดออกไปเป็นวงเช่นกัน สนามพลังยังคงขยายตัวกว้าง ฟิลเร่งพลังของเธอออกมาเรื่อยๆ จนกำแพงพลังได้ขนาดที่ต้องการแล้ว..เธอก็ลดมือลง.. ฟิลได้สร้างวงกลมพลังจิตขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวเองเป็นที่เรียบร้อย !!

“ เอาละ หลีกทางไป ” พูดจบ เธอก็ฝืนสังขารออกเดินทั้งๆที่แขนหักไปข้างและถูกปืนยิงที่ขา ถึงเธอพยายามจะทรงตัวให้เดินเหมือนปกติ แต่สุดท้ายนั้นก็เป็นแค่การก้าวกระเผลกไปข้างหน้าเท่านั้น แน่นอน เมื่อเธอเดิน..วงกำแพงพลังก็เคลื่อนตัวตามเธอไปด้วย.. พลังส่วนที่ขยายตัวจนเบียดผนังตึกเข้าไปครูดกับกำแพงตึกเป็นทางเช่นเดียวกับเศษหินเศษปูนบนพื้นที่ถูกยันไปข้างหน้าตามทิศการเคลื่อนที่ของฟิล...

หัวหน้ากลุ่มทำท่าเหมือนคิดอะไรได้.. แล้วต่อมาก็ตีหน้าเครียด ตะโกนสั่งลูกน้องทั้งหลายทันที..
“ เฮ้ย ตกตะลึงอะไรกันอยู่ มันกำลังจะหนีนะโว้ย..!! ยิงต้านมันเอาไว้สิ เหนื่อยอ่อนอย่างนั้นสร้างสนามพลังได้ไม่ตลอดรอดฝั่งหรอก!! “
“ คะ ครับ เอ้าพวกเรา ยิงได้.!!”
“ ออบเซิร์บเวอร์ทั้งหมดเปิดอาวุธ ระดมยิง!! ”
ปืนทั้งหลายแผดเสียงขึ้นอีกครั้ง เม็ดกระสุนนับไม่ถ้วนถูกพวกมันรัวออกมาเต็มที่เข้าหากำแพงพลังของฟิลเพื่อต้านเธอไว้ไม่ให้เดินหนีออกไปต่อหน้าต่อตา..คนที่ถือปืนใหญ่เลเซอร์ก็ยิงเลเซอร์ คนที่มีปืนธรรมดาก็ยิงปืนธรรมดา คนที่พกดาบแสงต่างก็เปิดอาวุธของตนออก พยายามใช้ดาบเข้าแทงให้ทะลุสนามพลังของฟิล หุ่นสอดแนมนับสิบต่างก็ยิงเข้าไปเรื่อยๆตามคำสั่งที่ได้รับ แต่ก็เปล่าประโยชน์ สิ่งเหล่านั้นไม่อาจระคายผิวกำแพงพลังของฟิลได้เลยแม้แต่น้อย..

“ก็บอกว่าไร้ประโยชน์ไง” ฟิลรำพึงออกมา และยังคงเดินอย่างยากลำบากไปข้างหน้าเรื่อยๆ

ทว่าท่ามกลางเสียงระดมปืนที่ดังกึกก้องและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณนั้น ตัวหัวหน้ากลุ่มก็ได้แอบหยิบวิทยุสื่อสารออกมาจากในเสื้อ มันยืดเสาอากาศของวิทยุขึ้น..กดปุ่มควบคุมอยู่2-3ทีแล้วก็พูดลงไป...
“ ภาคพื้นดินเรียกภาคอากาศ คอปเตอร์!! สแตนด์บายอยู่รึเปล่า !?”
............
-/ ครืด/- “ ครับหัวหน้า คอปเตอร์รอรับคำสั่งอยู่ครับ”
“ ดี พวกแกเห็นเหตุการณ์ที่นี่ใช่มั้ย”
............
“ ครับ”
“ มันกางสนามพลังด้านบนไว้รึเปล่า”
...........
“ จากที่นี่เห็นได้ชัดว่า “ไม่”ครับ”
“ ดี มันคงอ่อนเพลียจนไม่ทันไม่ระวังตัว เตรียมกระสุนยาสลบซิ”
.......................

-/ เปรี้ยง!! /-
-/ อัคร์!!/-
พวกมันคนหนึ่งร้องออกมาเพราะถูกแรงกระแทกจนกระเด็นไปจนถึงด้านหลังของพวกที่รัวปืนอยู่

“ ฉันชักรำคาญแล้วนะ ขอทีเถอะ อย่าทำให้ฉันโมโห ” ฟิลกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวจนทำให้หลายคนในที่นั้นถึงกับผงะหน้าซีดไป แต่แล้วเสียงสั่งของหัวหน้าก็สวนสติพวกมันขึ้นมา..
“ ไปกลัวอะไรกับผู้หญิงคนเดียว !! หยุดทำไมเล่า!! ยิงต่อเซ่ !! ไม่งั้นพวกแกได้ตายแทนแน่”

ฟิลถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป..
“ นี่คุณ มันอะไรกันนักหนา.... ถึงฉันจะเป็นอะไรมาก่อนก็ตาม แต่ก็ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ตลอดนับสิบปีมานี่ฉันก็มีชิวิตอย่างเด็กสาวธรรมดาตลอด ทำไม.... ทำไม... วันนี้ฉันต้องพบกับเรื่องแบบนี้ด้วย ทำไมพวกคุณ....องค์กรของพวกคุณถึงต้องการกำจัดฉัน ทั้งๆที่ฉันเองก็เป็นผู้หญิง มันไม่ยุติธรรมเลย!!”

มันได้ฟังดังนั้น...ก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน
“ เฮอะ !! พวกแกถูกสร้างมาเพื่อครอบครองโลก เพื่อล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง.. แกคิดจะขอความยุติธรรม แต่สิ่งที่จะได้รับกลับนั้นมีแต่ความเกลียดชัง,ความหวาดกลัว และก็ความเคียดแค้นเท่านั้นนั่นแหละ สงครามในครั้งนั้นน่ะผู้คนสูญเสียพ่อแม่ญาติพี่น้องไปมากเท่าไร เคยคิดบ้างมั้ย!! แล้วในโลกจะมีไอ้บ้าตัวไหนบ้างที่คิดจะให้พวกแกมีชิวิตอยู่... หา!! นังปีศาจ!! ”

ฟิลถึงกับน้ำตานองหน้า ตัวสะอื้นสั่นด้วยความแค้นและความโกรธ.. ตาจ้องไปที่ตัวมันเขม็ง

“ทำไม คิดจะทำอะไรหา...อยากฆ่าคนนักเรอะ เอาเลยซี่ กำแพงกระแทกน่ะ ซัดใส่ฉันเลยเซ่ ” มันตะโกนใส่ฟิลอย่างดูถูกดูแคลน

“ แก....” ความอดทนของฟิลขาดสะบั้นลงทั้งๆน้ำตาที่ยังคงไหลไม่ขาดสาย ความโกรธทำให้เธอรวมจิตสังหารเพื่อสร้างกำแพงกระแทก...หมายจะจัดการตัวหัวหน้ากลุ่มที่พูดจาเหยียดหยามเธอเมื่อครู่ ชั่วพริบตานั้น..เธอได้เงื้อฝ่ามือขึ้น แล้วสะบัดมือปล่อยพลังจิตใส่มันทันที..
“ ตายซะเถอะ !! ” ฟิลหลับตาตะโกนออกมา !!

-/ ฉึก /-
“ อ๊ะ !!”
มีอะไรบางอย่างถูกยิงเข้าที่บริเวณไหล่ของเธอ ถึงมันจะไม่เจ็บมาก แต่อยู่ดีๆตาเธอก็พร่า...สติและความรู้สึกของเธอนั้นแทบจะดับวูบลงไปในทันที.. ร่างกายของเธอหมดเรี่ยวแรงทรุดลงที่พื้น ส่งผลให้วงกำแพงพลังจิตที่เธอสร้างไว้รอบตัวสลายหายไปด้วย


“หึ รู้สึกเป็นไงบ้าง พิษสงของยาสลบองค์กรเรา มึนดีมั้ย” มันก้าวเข้าหาฟิลพร้อมกับพูดยิ้มเยาะ

ฟิลพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดพูดขึ้นมา
“ อะ อึ้กก... พะ พะ..พวกแกไม่น่าจะ.... ยิงทะลุม่านพลังได้นี่นา..”

“ มันเป็นความเผลอเรอของแกเอง ที่ไม่ได้สร้างสนามพลังด้านบน อย่าลืมสิ ว่าเรามีคอปเตอร์อยู่”

ฟิลพยายามมองขึ้นไปบนฟ้าอย่างยากลำบาก แล้วเธอก็ได้เห็นAGSคอปเตอร์สีเงินซึ่งกำลังบินสูงอยู่เหนือหัวเธอขึ้นไปจริงอย่างที่มันบอก..

“ ...คำสั่งมีว่าให้จับแกไปเป็นๆ ซึ่งพวกเราก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเอาไปทำไม..ฤทธิ์มากอย่างนี้....แต่ในเมื่อพลังของเธอขึ้นอยู่กับจิตและสติ..วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด คราวนี้คงจะนำตัวแกไปได้จริงๆซักทีล่ะ...เฮ้ย.!!.ใครก็ได้...”

ถึงพลังจิตของฟิลจะทนฤทธิ์ยาได้บ้าง แต่มันก็ไม่ทำให้เธอเคลื่อนไหวได้ดีกว่าที่เป็น สติเธอค่อยๆเลือนรางไปทุกที .. ในสายตาที่พร่านั้นเธอยังพอมองเห็น...พวกมันสองคนเดินออกมาหิ้วแขนทั้งสองข้างตามคำสั่งแล้วฉุดให้ร่างไร้เรี่ยวแรงของเธอยืนขึ้นอย่างง่ายดายเหมือนปอกกล้วย... ในใจของเธอตอนนี้มีแต่ความเศร้าและสิ้นหวัง..ไม่รู้ว่าอนาคตของเธอจะเป็นเช่นไรต่อไป..

ตัวหัวหน้ามองดูร่างของฟิลถูกลากออกไปอย่างสบายใจ แล้วก็หันไปหาลูกน้องที่กำลังหันหลังเดินกลับพร้อมกับคนอื่นๆ
“ รายงานความเสียหายซิ..”

“เอ้อ...ครับ หุ่นออบเซิร์บเวอร์พังไป1ตัว กำลังพลบาดเจ็บสาหัสไป2นายจากการกระแทกกำแพง บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกพลังของมันซัดเอา มีตายเพราะดาบของมันในรถ2นาย ความเสียหายเล็กน้อยของตัวรถและอาคารที่เกิดการปะทะครับ..”
“ดีมาก... หากคิดจากการจับตัวพวกมันได้นี่....นับว่าทางเราสูญเสียไปน้อยมากทีเดียว..” มันพูดจบก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ...
“ ครับ สูญเสียไปน้อยจริงๆ....”

พวกมันทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็พากันยิ้มออก บางคนก็ถึงกับหัวเราะตามหัวหน้าก็มี ..
............
............
...........
“..........แต่ฉันว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า..พวกแกจะสูญเสียมากกว่านี้แน่ๆ ..”
“ !!!!! ”
.........
“ คะ ใครน่ะ !!”
.............
.............
“ หึ หึ หึ...”
................
................
เสียงนั้นเป็นเสียงของคนนอก มันเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ไม่มีใครอาจรู้ได้ว่าต้นเสียงอยู่ที่ไหน แต่ที่แน่ๆ พวกมันได้ยินเสียงนั้นกันทุกคน.!!

“ แกอยู่ไหน!! ออกมานะ ”
.....................
...................
เสียงของผู้ชายที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนดังขึ้นมาอีก แต่คราวนี้เป็นเสียงของคนละคนกัน...

“ มันก็เป็นความจริง พวกเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเข่นฆ่า...... เพื่อใช้กำลังของตนในการควบคุมผู้อื่น... เพื่อเป็นปีศาจ...”
............................
“ทว่า.... ปีศาจเหล่านั้น... ต่างรู้อยู่แก่ใจดีถึงความเศร้าของการสูญเสีย ,ความเศร้าของการลาจากบุคคลอันเป็นที่รัก , ความเศร้าของการถูกขู่เข็ญบังคับ...เพราะก่อนที่จะเป็นอย่างนี้ ยามเด็กพวกเขาเองก็เคยมีครอบครัวอันอบอุ่น...เคยมีพ่อแม่ที่รักในบ้านเล็กๆ เคยเล่นกับเพื่อนพ้องอย่างสนุกสนาน แต่เพราะสงคราม ...โลกอันแสนบริสุทธิ์ของพวกเขาถูกแย่งชิง... พวกเขาถูกจับตัวไป....พ่อแม่และทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกฆ่าตาย....โดนลบความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวและชาติกำเนิด ถูกป้อนความรู้เรื่องการฆ่าฟัน และที่สำคัญ...ถูกเปลี่ยนแปลงชีวิต..จากมนุษย์ธรรมดาไปเป็นปีศาจ...ปีศาจที่ต้องเข่นฆ่า...ปีศาจที่ต้องแย่งชิง ....ปีศาจที่ทุกคนเกลียดชัง.. ”

พอเสียงนั้นพูดจบ เสียงของคนแรกก็ดังขึ้นมาอีก

“หึ.... จนเมื่อเราสามารถเลือกที่จะไม่เป็นปีศาจได้ เราเองก็อยากจะกลับไปมีชิวิตอยู่อย่างสงบสุข เหมือนสมัยที่พวกเราเคยได้อยู่กับพ่อแม่เมื่อก่อน...ชีวิตที่พวกเราอยากจะมี..”

สิ้นเสียง พลันก็มีเสียงที่แตกต่างไปอีกดังขึ้นมา มันเป็นเสียงลึกลับเสียงที่สาม...

“แต่แล้วพวกแกก็เข้ามา เข้ามาในชีวิตที่เราได้เริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยเสียมันไป.. พวกแกทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเรา.. โดยปักใจเชื่อว่าพวกเราเป็นปีศาจทั้งๆที่เราไม่เคยไปทำอะไรให้....ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจเลย.. ทำไมองค์การร่วมมือระหว่างประเทศถึงได้มีจิตใจคับแคบอย่างนี้....ถึงพวกเราจะเป็นอาวุธสงครามที่ใช้ฆ่า แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้จริง...แล้วก็ไม่คิดจะใช้ด้วย...ทำไมถึงอยากกำจัดพวกเรานัก...”

“ เราเองก็เคยเป็นมนุษย์ธรรมดาเฉกเช่นพวกนาย...ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายใคร แต่อยู่ดีๆหากองค์การร่วมมือทางทหารก็จะมาหาเรื่องกำจัดเราทั้งๆที่ไร้ความผิดแบบนี้ ถึงพวกเราจะไม่ชอบ แต่มันก็ยอมกันไม่ได้หรอกนะ ”

เมื่อถึงตอนนี้..กลุ่มไล่ล่าที่มีคนอยู่ประมาณ40คนก็มีการแตกตื่น เสียงคุยกันดังปนกันไม่ได้ศัพท์...หลายคนมีการหันรีหันขวางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาว่า เจ้าของเสียงทั้งสามคนนั้นเป็นใครอยู่ตรงไหน แต่ในบริเวณช่วงตึกที่มืดมิดนั้น เป็นการยากยิ่งนักที่จะมองหาคนที่แอบซ่อนอยู่เพียงไม่กี่คนให้เจอ..
“เมื่อกี้เสียงใครพูดกันน่ะ”

“เฮ่ย เมื้อกี๊ไม่ใช่เสียงพวกเราซักหน่อย”

“ ที่ได้ยินมันหมายความว่าไงกัน ??”

ท่ามกลางเสียงคุยกันเองของลูกน้องทั้งหลาย คนหัวหน้ากลุ่มก็ก้าวออกมาจากพวก แล้วเงยหน้าพูดตะโกนด้วยเสียงอันดัง..
“ ขอโทษนะ พวกเราไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และมีจุดประสงค์อันใดที่พูดเรื่องไร้สาระที่เราไม่รู้เรื่องแบบนั้นออกมา แต่ว่าพวกเราเป็นเจ้าหน้าที่จับกุมและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไล่ล่าของU.M.O. ซึ่งขณะนี้กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีสิทธ์ที่จะทำยังไงก็ได้โดยถืออำนาจเบื้องบนที่สั่งลงมาเพื่อจัดการบรรลุเป้าหมาย เรื่องที่พวกคุณรู้เห็นถึงจะนำไปเผยแพร่ก็ไร้ประโยชน์ หรือหากพวกคุณคิดขัดขวางเรา ทางเราก็มิอาจหลีกเลี่ยงการสังหารผู้ต่อต้านได้ ฉะนั้นจงรีบๆไสหัวกลับไปได้แล้ว ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใครก็ตาม!! ”
มันเน้นเสียงหนักช่วงท้ายเพื่อตอกย้ำอารมณ์ แล้วทั้งบริเวณก็เงียบไปพักหนึ่ง..


“ เสียใจด้วยที่ทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้..”
คราวนี้ทุกคนรวมทั้งฟิลที่ยังพอเหลือสติอยู่บ้างต่างก็ได้ยินเสียง มันดังชัดขึ้นมากกว่าเมื่อครู่มาก...เหมือนกับตัวคนพูดนั้นอยู่ใกล้ๆ...และก็เป็นอย่างนั้นจริง ชายที่เป็นเจ้าของเสียงนั้น.....ขณะนี้ได้แอบยืนอยู่ในมุมมืดของเงาตึกที่อยู่ด้านหลังของพวกมันไปไม่ไกลเท่าไรนั่นเอง พอดีมีพวกมันคนหนึ่งจับทางเสียงออกจึงหันไปพบเข้า จึงรีบร้องบอกคนอื่นๆทันที

“ เฮ้ย มันอยู่นั่นไง !!”

เมื่อทุกคนหันไปดูก็เห็นว่ามีคนอยู่จริง.. เงาตึกยามค่ำคืนยังคงบดบังใบหน้าของเขาไว้ แต่ไม่ช้าเขาก็ก้าวออกมาให้พวกมันได้เห็นตัวเขา... เด็กหนุ่มอายุราวๆ17-18ปีไล่เลี่ยกับฟิล.. ห่อหุ้มร้างกายด้วยเสื้อยืดสีกากี กางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าหนังสีดำแบบทหาร ที่ข้อมือข้างหนึ่งสวมเลสวงใหญ่ ผมสั้นชี้ตั้ง หน้าตาท่าทางของเขาดูเหมือนผู้มีฝีมือในเชิงยุทธ์อยู่ไม่น้อย และเมื่อสายตาที่ดูดุดันของเขาโผล่พ้นเงามืด ก็ยิ่งทำให้ตัวของเด็กหนุ่มคนนั้นดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

“ แกเป็นใครกันวะ..หา! อย่ามาเล่นบทพระเอกที่นี่นะว้อย ! เดี๋ยวได้ตายก่อนมีเมียหรอก..” พวกมันคนหนึ่งทำใจสู้ออกปากไล่..
........................
........................
“ ฮ่าๆๆ จะยกย่องหมอนั่นเกินไปรึเปล่า..”
“ !! .”
เสียงตะโกนอีกเสียงนั่นดังมาจากข้างบน เสียงที่ฟังดูแล้วเหมือนเสียงของเด็กหนุ่มรักสนุก ...ยังไม่ทันที่จะมีใครเงยหน้ามองขึ้นไปดู.. เด็กหนุ่มคนนั่นก็กระโดดม้วนตัวจากที่ใดไม่มีใครรู้ลงมายืนบนพื้นอย่างรวดเร็ว... ตรงกลางวงล้อมของพวกมันทันที !!
“ พวกแกไม่ใช่ผู้กำกับซักหน่อย ให้หมอนั่นเป็นพระเอกได้ยังไง หืม? ” เด็กหนุ่มผู้สวมกางเกงขายาวตัวใหญ่สีเขียว เสื้อยืดขาว และคลุมร่างกายด้วยโค้ทยาวสีดำ พูดออกมาอย่างร่าเริง..

“ ไม่ใช่ธุระของแก...มายุ่งทำไม แล้วไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย พวกแกทั้งสองคน...คิดจะทำอะไรกันแน่ ” ถึงจะตกใจที่มีสถานการณ์แปลกๆเกิดขึ้น แต่เจ้าหัวหน้ากลุ่มก็ยังคุมสติพูดกับเด็กแปลกหน้าทั้งสอง

“ พูดผิดแล้วล่ะ...สามคนต่างหาก .”
“ !!! .”
..................
...................
...................
นั่นเป็นเสียงลึกลับเสียงที่สาม ทว่าคราวนี้... เจ้าของเสียงไม่ปรากฏกาย

“ ตะกี้ถามว่าพวกเราคิดจะทำอะไรใช่มั้ย? เอ้า พวกเราจะบอกอ้อมๆให้” คนแรกพูดขึ้น
“ น้องฟิล รหัส F-06 ที่เจ้าบ้าสองคนตรงนั้นคุมตัวอยู่นั่น...เป็นพวกเดียวกับเรา..” คนที่สองที่ยืนอยู่กลางวงพวกมันพูดต่อให้..... ทันทีที่พูดจบ อาวุธทั้งหลายก็ถูกยกขึ้นมาจ่อหัวเด็กหนุ่มคนนั้นทันที และคนที่ยืนห่างจากกลุ่มก็ถูกเล็งจากระยะไกลเช่นกัน..

“ หึ กะอยู่แล้ว พวกดาร์คมูนนี่เอง อย่างนี้ก็ได้ของฝากพิเศษติดมือกลับไปให้เบื้องบนละสิเนี่ย .” ตัวหัวหน้าพูดอย่างขำๆ
.....................
“ หึหึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า .”
.....................
“หัวเราะอะไรของแก?”
.......................
“ พวกแกจะไม่ได้ของฝากอะไรทั้งนั้น....พวกของเราที่ไม่ได้ถูกดัดแปลงให้โจมตีเป็นหลักถูกแกจับได้นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลก...แต่พวกเราทั้งสามนั้นมันต่างกัน...”
“ถูกต้อง และพวกเราก็ไม่ได้มีธุระที่นี่แต่เพียงที่เดียว....ไอ้พวกคนขององค์การบ้าเลือดอยากจับอยากฆ่าเพียงไม่กี่สิบคน พวกเราไม่มีเวลาเล่นด้วยมากนักหรอก”

ตัวหัวหน้าได้ยินดังนั้นก็ถึงกับโกรธ มันจึงตะโกนด่าออกไป..
“ ก็ลองเซ่!! คนหนึ่งปืนถูกจ่อหัวนับสิบ อีกคนถึงจะยืนอยู่ไกลหน่อยแต่ก็ถูกเล็งเรียบร้อย ถึงไอ้คนที่สามจะโผล่ออกมา แต่ลูกปืนย่อมเร็วกว่า.. พวกแกคิดจะหนีความตายไปได้ยังไง หากคิดว่าทำได้ก็เอาสิวะ !!!”
.....................
....................
“งั้น....ก็เริ่มเลยล่ะนะ”.. เด็กหนุ่มท่าทางกวนๆที่ถูกปืนจ่อหัวอยู่แสยะยิ้มออกมา.. พลางก้มตัวลงค่อยๆเอื้อมมือข้างหนึ่งไปแตะที่พื้น..และค้างอยู่ในท่านั้นครู่หนึ่ง ร่างของเขาเริ่มมีไอพลังสีดำมืดแผ่ออกมา

“ทำอะไรของแกน่ะ” คนที่จ่อปืนคนหนึ่งพูดขึ้นมา....
....................

-/ ฟึ่บ !! /-
หลังจากที่มือของเขาแตะพื้นไปไม่นาน.. ก็มีเสียงแปลกๆเกิดขึ้น.. สิ่งที่เด็กหนุ่มคนนั้นทำดูเหมือนเป็นการโจมตีชนิดหนึ่ง ทว่า...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย....

“ ฮ่ะๆ เช็ดพื้นหรือไงวะแก ไหนคุยว่าจะจัดการพวกฉันไงล่ะ .” ตัวหัวหน้าเย้ยหยัน.... พลันเด็กหนุ่มก็ยืนขึ้นมาอย่างช้าๆ และพูดตอบออกไป

“ความสามารถของฉัน...คือการตัดพลังจิตของสิ่งมีชิวิตทั้งหลายที่เชื่อมต่อค้ำจุนอยู่กับร่างกายของจิตนั้นโดยผ่านทางสัมผัส ไม่ว่าจะทางสัมผัสร่างโดยตรง..หรือสัมผัสผ่านพื้นที่ยืนกันอยู่นี่ .”
เด็กหนุ่มที่ร่าเริงคนนั้นดูเปลี่ยนไป หน้าตายิ้มแย้มเมื่อครู่สงบนิ่งลง และดูน่ากลัวทั้งๆที่แค่ยืนอยู่เฉยๆเท่านั้น

“ ชื่อของฉันคือดาร์คมาสเตอร์ เรียกสั้นๆว่าดาร์ค.... จงดู.. นี่คือพลังของ”ดาร์ค” รหัดดัดแปลงA-01 ผู้ได้รับพลังจากจันทราทมิฬ..”
พูดจบ....ร่างของผู้ชายนับสิบที่เอาปืนจ่อหัวเขาอยู่เมื่อครู่ ก็ล้มลงกับพื้นอย่างไร้วิญญาณในทันที !!

“ !!! “
“ เฮ้ย!!! พวกแกเป็นอะไรไป !!.” หัวหน้าตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบใดๆเล็ดลอดออกมาจากปากของพวกนั้นซํกคนเดียว..

“ หนอย..แก.... ฆ่ามัน !! ฆ่ามันซะ !!” ตัวหัวหน้าสั่งอย่างไม่ลังเล.. ทำให้คนจำนวนมากวิ่งกรูเข้าหาและกระโจนใส่ดาร์คอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับดาบแสงในทันที แต่แล้ว..
-/ เปรี้ยง !!/-
....................
มันเป็นเสียงอัดพลังอันรุนแรง พวกนักดาบที่กระโจนเข้าหาดาร์คถูกพลังบางอย่างอัดเข้าไปนับไม่ถ้วนจนกระเด็นกลิ้งไปบนพื้นกันหมด ส่วนใหญ่หมดสติไป บางคนกรามหัก บางคนซี่โครงหัก แย่สุดกระโหลกร้าวก็มี.. สักครู่เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มคนแรกก็ดังขึ้นมา
“ ส่วนฉันมีชื่อว่า “มาซากิ” รหัสดัดแปลง P-16 ...ผู้ได้รับพลังจากจันทราทมิฬ..” มาซากิพูดพลางเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนตรงนั้นเรื่อยๆ “ พลังของฉันคือการอัดพลังจิตส่วนใดก็ได้ของร่างกาย ซัดโจมตีจากระยะไกล อย่างเช่นที่ฉันระดมชกพวกแกได้ทั้งๆที่ยืนห่างขนาดนี้นี่ไง เข้าใจมั้ย ”

“ มะ....ไม่เข้าใจโว้ย...!! “ พวกมันคนหนึ่งเล็งปืนขึ้นมาหมายยิงมาซากิ
“........ งั้นก็ ” พลันมาซากิก็ตั้งการ์ดแบบมวย...ไอพลังสีเหลืองถูกเปล่งออกมาจากกำปั้น แล้วเขาก็ชกลมตรงๆไปหนึ่งหมัดอย่างรวดเร็ว
-/ ตูม !! /-
หน้าของมันคนนั้นยุบลงไปในพริบตา แล้วร่างก็ปลิวลอยไปตามแรงอัดทันที..
-/ พลั่ก /-

“ วะ !! เหวอ !! “

“ ปีศาจชัดๆ !”

“ พะ พวกมัน..”

“ พระเจ้าช่วย !!”

ถึงจะเป็นพวกที่ถูกฝึกมาอย่างดี.. แต่เมื่อเจอกับของจริงเข้า มันทั้งหลายก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ ทำอะไรไม่ถูก เกิดอาการวุ่นวายกันเองด้วยความกลัว..
“ ยะ หยุดนะโว้ย...!! พวกของแกที่อยู่ตรงนี้จะเป็นยังไงก็ไม่สนงั้นรึ ?” พวกสองคนที่จับฟิลไว้พูดขึ้นมาแล้วเปิดดาบแสงขึ้นจ่อที่คอของฟิลเพื่อพยายามทำการต่อรองทั้งๆที่พวกมันเองก็กลัวเต็มที.. ได้ผล ทั้งดาร์คและมาซากิต่างก็หยุดกิจกรรมอย่างว่าง่าย..
“ ดะ ดี...ทะ...ทีนี้ก็....”..
แต่ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรได้มากกว่านั้น พวกมันก็รู้สึกว่ามีใครบางคนมาแอบยืนอยู่ข้างหลัง ...เสียงดาบสั้นลำแสงคู่ดังเปรียะๆอยู่เนืองๆ

“ นอกจากพวกแกจะไร้เหตุผลแล้ว..ยังจะมีสันดานสกปรกอีกนะ ไอ้พวกชั่วU.M.O”..
เสียงนั่นเป็นเสียงลึกลับที่สามที่ยังไม่ได้ปรากฏตัวนั่นเอง..!!
-/ ฉัวะ !! /-
ดาบสั้นคู่ในมือของชายผู้นั้นฟันเข้าที่ร่างพวกมันทั้งสองในพริบตา.. ร่างของฟิลที่อ่อนแรงทรุดลงไป.. แต่แล้วชายคนนั้นก็เข้าประคองร่างของฟิลเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้ม..
ชายผู้นั้นสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายสีฟ้า..มือทั้งสองข้างที่ถือดาบสั้นแสงอยู่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงมือหนัง ผ้าพันคอสีแดงเข้มของเขาโบกสะบัดบ้างตามแรงลม..ทรงผมง่ายๆสีดำประกายแดง..
“ หึ...ยังไม่หมดสติแต่ก็ถูกเล่นงานมาไม่น้อยนี่...F-06 เอ้า ฉีดยานี่ซะ ถึงมันจะไม่ใช่ยาที่ใช้แก้โดยตรง..แต่คงพอบรรเทาอาการของยาสลบได้” แล้วชายคนที่ประคองฟิลไว้ก็ส่งหลอดฉีดยาขนาดเล็กให้..

“กะ แกมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่.?? ” ตัวหัวหน้ากลุ่มพูดออกมาอย่างหวาดหวั่น

“ชื่อของฉันคือ “โชโค” ...พลังของฉันคือการใช้พลังจิดย้ายร่างตัวเองข้ามมิติไปยังสถานที่ใดก็ได้ที่อยู่ในระยะสายตา...ที่เรียกเป็นทางการว่าเทเลพอร์ทนั่นแหละ..”
“......!!!! ”

ระหว่างนั้นฟิลก็รับยาที่ได้ไปฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างยากลำบาก
“ พอจะยืนได้รึยัง ไหวมั้ย ? ”
ฟิลพยักหน้าเป็นเชิงรับ..
“ ถ้างั้นก็ดี... เดี๋ยวพวกเราจะเก็บกวาดอะไรซักหน่อย ขอให้เธอหลบไปก่อนก็แล้วกัน..”

โชโคก้าวออกมา...ไอพลังสีออกเทาๆเปล่งจากร่างกาย.. ดาบสั้นคู่เลเซอร์ในมือทั้งสองข้างเปล่งประกายแสงอันรุนแรงของมันอย่างต่อเนื่อง..
“ รับไปซะ....พลังของโชโค.รหัสดัดแปลง J-10....ผู้ได้รับพลังจากจันทราทมิฬ !!”
พูดจบ ร่างของโชโคก็หายไปจากที่นั้น...พร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของพวกมันคนหนึ่งที่ดังขึ้นมาเพราะมีดาบสั้นปักเข้าที่กลางหลัง !!
-/ วะ อ๊าาาาาาาา !! /-
“ เฮ้ย ..”
“มันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง เมื่อกี้มันยังอยู่ตรงนั้นนี่”
ร่างของโชโคแว่บหายไปอีกครั้ง พลันเสียงร้องก็ดังขึ้นอีกมาจากพวกมันที่อยู่ด้านไกลออกไป !!
-/ อ๊ากกกกก !! /-

ความกลัวผุดขึ้นในใจของพวกมันมากขึ้นกว่าเดิมเป็นทวีคูณ.. เสียงร้องอันโหยหวนยังคงดังเป็นระยะๆเพราะฝีมือของโชโคที่ย้ายร่างจู่โจมอย่างรวดเร็ว..
“ ยะ อย่างนี้แย่แน่.....หัวหน้าครับ....หัวหน้า อ๊ะ!!”
ยังพูดไม่จบ.....ร่างของมันก็ทรุดลงไปก่อน.. สาเหตุเพราะดาร์คนาบมือเข้าที่แผ่นหลังของมันแล้วใช้พลังของเขานั่นเอง..
“ หึ หึ หึ...ไปหาหัวหน้าใหม่ในนรกละกันนะ”

คนหัวหน้าเห็นลูกน้องเริ่มล้มตาย ก็เริ่มคุมสติไม่อยู่...แต่ก็ยังคงสั่งการ...
“ ไอ้พวกออบเซิร์บเวอร์งี่เง่าเอ๊ยยย....ถ้าไม่สั่งนี่จะไม่ทำอะไรเลยใช่มั้ย!!?...ยิงพวกมันเซ่ ยิง!!”

แค่ก่อนที่หุ่นสอดแนมทั้งหลายนั่นจะได้ทำตามคำสั่ง มันก็มีอาการถูกอะไรบางอย่างกระแทกจนพังแตกกลางอากาศไปตามกัน....!!
“ อะ อะไรน่ะ !!”

“ ฉันฝึกวิชาต่อสู้มาอย่างดี....หมัดจากจิตของฉันนั้นรุนแรงและไม่เคยอัดพลาด!!” มาซากิพูดสวนขึ้นมา ที่แท้ออบเซิร์บเวอร์สิบกว่าเครื่องนั่นถูกทำลายลงเพราะการจู่โจมด้วยหมัดจากระยะไกลของเขานั่นเอง
เหลือออบเซิร์บเวอร์เพียงเครื่องสุดท้ายลอยอยู่ มาซากิออกแรงสะบัดขาใส่ทั้งๆที่อยู่ห่างเกือบ10เมตร พลันหุ่นนั่นก็ถูกซัดพังและลอยไปไกลราวกับลูกบอลเด็กเล่นธรรมดา..
“ โอ้โห... ดูเหมือนว่าจะข้ามคานนะมาซากิ..” ดาร์คพูดติดตลกพลางไล่จัดการพวกมันไปทีละคน..
“ อ้าว ไม่ใช่โฮมรันหรอกรึ....” โชโคพูดขึ้นมา...
“ พวกบ้า ดูไม่ออกรึ ได้แต้มเห็นๆ ดูสิไปไกลตั้งกี่หลา ..” มาซากิชี้ให้ทั้งสองดู
“ อ้าว..เล่นอเมริกันฟุตบอลก็ไม่บอก..”

ฟิลที่ค่อยยังชั่วขึ้นแล้วถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงจะไม่เต็มร้อยนักแต่ตอนนี้เธอเริ่มมองเห็นชัดขึ้น ประสาทสัมผัสต่างๆก็เริ่มทำงาน.. เธอยืนพิงกำแพงอย่างเพลียๆมองดูพวกเขาที่มาช่วย.. พวกเขาที่นับได้ว่าเป็นพี่น้องกันกับเธอ..


“ หัวหน้าครับ...คนของเราเหลือไม่ถึง20คนแล้วครับ..!!.”
“ เรื่องนั้นช่างมัน....บอกทุกคนให้หาที่กำบัง เร็ว !!”
“ .............!! ..เดี๋ยวครับหัวหน้า ถ้าทำอย่างนั้นล่ะก็อาคารบริเวณนี้คง...”
“ หรือแกอยากถูกพวกมันฆ่าเอา ?”
“ คะ ครับ.. เฮ้ย พวกเรา....TIMBER โว้ย!!”

พวกมันที่ยังเหลือเมื่อได้ยินรหัส ต่างก็หลบเข้าหาซอกตึกใกล้ๆหลบ บางคนก็ทุบกระจกอาคารร้างเข้าไป บางคนก็วิ่งหนีออกไปเลย ในเพียงอึดใจก็ไม่เหลือพวกมันให้เห็นซักคน.. ทิ้งให้มาซากิ ดาร์ค โชโค และฟิล ยืนงงอยู่ที่เดิม..
“เกิดอะไรขึ้น?”

“หนีกันดื้อๆยังงี้หรือ”

“ มันพูดอะไรนะ....TIMBER? ”
.........................
.......................
........................
“................เดี๋ยว... TIMBERนี่เป็นเสียงตะโกนเตือนคนอื่นเวลาโค่นต้นไม้ใหญ่นี่นา... หรือว่า...”
...........................
“ เฮ้ย !! พวกเรา นั่น!!” ดาร์คตะโกนออกมาพร้อมกับชี้ให้คนอื่นๆดู

AGS คอปเตอร์ลำเขื่องบินเงียบอยู่บนฟ้าข้างบนนั่น... คนขับค่อยๆหมุนเครื่องให้ส่วนหัวของยานหันมายังทิศที่พวกเขายืนอยู่อย่างช้าๆ และโดยไร้การเตือน..มิซไซล์สังหารที่เหลืออยู่สามลูกก็ถูกยิงออกมาติดๆกันโดยมีเป้าหมายที่อยู่ที่การกำจัดพวกเขาให้สิ้นซากทุกคนภายในครั้งเดียว !!

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย...พวกของแกบางคนที่หนีไม่ได้ก็อยู่ตรงนี้ตั้งเยอะแยะ นี่คิดจะให้พวกเขารับผิดชอบการตัดสินใจของแกด้วยรึยังไง” โชโคร้องออกมาด้วยความโมโห
“ ช่วยไม่ได้ พวกนายถอยไปนิดนึง..” มาซากิพูดอย่างใจเย็น... แล้วก็ตั้งท่ารับแบบเทควันโดรอไว้ ดวงตาของเขาจับจ้องดูการเคลื่อนไหวของมิซไซล์ทั้งสามที่กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมๆกับคิดคำนวนอะไรบางอย่างในใจ
......................
“ ......... ตอนนี้ล่ะ!!..”
มาซากิกระโดดพุ่งตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเตะสองชั้นกลางอากาศอย่างรุนแรง.!! มิซไซล์สองลูกถูกพลังจิตที่อัดด้วยความแรงพอๆกับที่เขาเตะจนยุบตัวงอลงไป ส่งผลให้มิซไซล์ทั้งสองนั้นเกิดระเบิดขึ้นทันที
-/ เปรี้ยง !!! /-

...................
“ มาซากิ...ยังเหลืออีกลูกนะ”
“..รับทราบ...ดาร์ค”
มิซไซล์ลูกสุดท้ายพุ่งตัวผ่านควันไฟจากการระเบิดมาด้วยความเร็ว...แต่นั้นไม่ทำให้มาซากิรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย..เขาปล่อยหมัดตรงอัดพลังสวนเข้าที่ส่วนหัวของมิซไซล์นั้นอย่างเต็มที่ แล้วแสงจากการระเบิดก็สว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณพร้อมๆเสียงที่ดังกึกก้อง..
-/ ตูมม !!! /-
....................


พอจัดการทั้งสามลูกเป็นที่เรียบร้อย มาซากิก็กลับมายืนในท่าธรรมดา
“เฮ้อ... เล่นอาวุธหนักๆเปลืองอย่างนี้..คนทั้งโลกถูกพวกมันรีดเงินภาษีอานเรอะ”

“จะแพงแค่ไหน แต่มันก็ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน.. โชโค..จัดการคอปเตอร์นั่นทีสิ..”

“ได้เลย”
โชโครับคำเพื่อน แล้วก็วาร์ปตัวเองกระโดดขึ้นไปกลางอากาศเป็นช่วงๆ มุ่งหน้าไปที่คอปเตอร์นั่นอย่างรวดเร็ว !!
.........................

ในคอปเตอร์ คนขับพูดด่ากับตัวเองด้วยความโมโห..
“ไอ้พวกปีศาจเอ๊ย พวกมันรับมิซไซล์สังหารได้ยังไงกัน ไอ้สามลูกนั่นน่ะ ใช้พังตึกได้ทั้งแถบเลยแท้ๆ”


“ แต่พวกเรานั้นมีอำนาจที่หากต้องการ...สามารถทำลายดาวดวงนี้ได้ทั้งดวงเลยล่ะ” โชโคพูดแย้งขึ้นมา..

“ ว้ากก !!!! แกเข้ามาได้ยังไง !!!”

“ไม่ใช่ธุระของนายเลย”.. พูดจบ.. โชโคก็เปิดดาบแสงคู่ของเขาขึ้นมา...
.........................
.........................
........................
.......................
-/ เปรี้ยงงงงง !!!! /-

เสียงคอปเตอร์ระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว.... ควันไฟสีแดงรูปดอกเห็ดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า... สะเก็ดไฟจากการเผาไหม้ต่างพากันร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน.. ที่ซึ่งมาซากิและดาร์คยืนดูอยู่...
“ ทำได้ไม่เลวนะ...”
“นั่นสิ”

สักครู่ โชโคก็วาร์ปตัวเองกลับมาที่เดิมด้วยสภาพที่สะอาดเรียบร้อย ที่ร่างกายและเสื้อผ้าของเขาไม่มีรอยไหม้หรือบาดเจ็บเลยสักนิด....

“ ว่าไง...”
“ ไม่ว่าไงหรอก.....ว่าแต่นายทำพลุคืนนี้ได้สวยจริงๆ” มาซากิกล่าวชม
“ ขอบใจที่ชม แต่นายก็ทำไปตั้งสามตูมนี่นา....”
“ ฮ่าฮ่าฮ่า.... พวกนายอุตส่าห์จุดพลุกันซะสวย โทษทีนะ ที่ฉันทำคนดูลดลงไปเยอะเลย..” ดาร์คพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา..

“ เออ ว่าแต่เถอะนะ... ไอ้พวกที่มันไปหลบมิซไซล์กันน่ะ....ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ทำไมไม่มีใครโผล่หัวออกมากันเลย.. ..”
“ เฮ้อ เป็นใครเจอเหตุการณ์แบบวันนี้เข้าไปก็ย่อมจะต้องหาโอกาสหนีอยู่แล้ว.... ปากบอกว่าไปหาที่ปลอดภัยกัน..แต่พอได้จังหวะก็สลายตัวกันไปโดยพร้อมเพรียงเป็นที่เรียบร้อย.”

“ หนีกันไปหมดแล้วรึ... แล้วบางพวกที่สลบอยู่นี่ล่ะ...”
“ สักครู่พวกมันก็คงพากันหายตัวไปเองล่ะมัง...อย่าไปใส่ใจเลย”
“ นั่นสิ คงไม่ใช่เรื่องของเราละมั้ง”

ทั้งสามต่างมองหน้ากันและกันแล้วก็ยิ้ม... ท่ามกลางบริเวณตึกที่ถูกทำลายเนื่องจากการต่อสู้ กลุ่มควันที่พวยพุ่งออกจากกองไฟ.. เศษเหล็กสีเงินชิ้นเล็กๆที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ขณะนี้ทั้งสามคนต่างก็รับรู้...ศึกครั้งนี้...พวกเขาเป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง แล้วทั้งสามก็หัวเรอะเบาๆด้วยความสุขใจ..
........................
......................
......................
“ ตายซะเถอะพวกแก !!!!”
-/ ซู่มมมม !! /-
“ !!!!?? ”
มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา... ตัวหัวหน้าได้หยิบปืนใหญ่เลเซอร์ที่ลูกน้องคนหนึ่งนำมาใช้เมื่อครู่ขึ้น...แล้วแอบชาร์จพลังงานพลางเล็งคนทั้งสามในมุมมืดอย่างเงียบๆ... เมื่อเห็นว่าทั้งสามไม่ทันได้ระวังตัว มันจึงยิงเลเซอร์ทำลายล้างนั่นออกมาเป็นลำยาวทันที... และเป็นที่น่าเสียดาย...ทั้งสามไม่อยู่ในสภาพที่จะหลบลำแสงนั่นพ้น!!
“ ยะ แย่แล้ว...”
“ บ้าที่สุด หลบไม่พ้นแน่..!!”

-/ เปรี้ยงงงงงง !!! /-
เกิดแสงวาบไปทั่วทั้งบริเวณอีกครั้ง... ปืนใหญ่เลเซอร์ยิงถูกเป้า..!! บังเกิดเสียงกัมปนาทที่ดังมากราวกับจะสั่นสะเทือนท้องฟ้ายามราตรีให้พังทลายลง !!!..

“ฮ่าๆๆ ตาย!! ตาย !! ตายยย !!!”
มันยังคงคาไกปืนอัดลำแสงเข้าที่สามคนนั่นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง.. ความกลัวทำให้มันเกิดหน้ามืด ตอนนี้มันไม่คิดอะไรอีกแล้ว
“ตาย ตาย ตายไปให้หมด!!!”
จนเวลาผ่านไปซักครู่มันถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ พลังทำลายของปืนนี่สามารถเป่าร่างกายของมนุษย์แหลกได้ในทันที แต่นี่ลำแสงยังคงยิงถูกอะไรบางอย่างที่แข็งแรงมากจนไม่สามารถยิงทะลุผ่านไปได้.. ร่างกายของทั้งสามคนนั่นรึก็ไม่น่าใช่ พวกมันไม่สามารถทนพลังแสงนี่ได้แน่..
เมื่อคิดได้ดังนั้นมันจึงพยายามมองดูให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ...และแล้วมันก็เห็น !! มีกำแพงพลังจิตขนาดมหึมากางรับพลังทำลายของปืนใหญ่เลเซอร์เอาไว้ได้อย่างหมดจด ลำแสงที่ถูกยิงออกมานั้นไม่เป็นผล ทุกอย่างถูกป้องกันเอาไว้โดยมีเด็กสาวผู้หนึ่งยืนยืนควบคุมอยู่เบื้องหลัง !!
“ ถึงวิถีชีวิตของฉันจะถูกทำลาย แต่มีสิ่งนี้เท่านั้นที่ฉันจะยอมให้ถูกทำลายได้ไม่ !! ฉันจะขอปกป้องเพื่อนพ้องของฉันด้วยชีวิต!!” ฟิลประกาศก้องออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว..

“ หนะ หนอยแน่นังตัวดี...” มันถึงกับสั่นด้วยความโกรธอย่างแรง ความแค้นและความกลัวต่างพากันรุมเร้าเข้าจับในจิตใจมัน..จนเส้นเลือดปูดโปน.. แต่แล้วในที่สุด...ทุกอย่างก็หยุดลง..
-/ เปรี้ยง !! /-
-/ อัคร์ !! /-
หมัดพลังจิตหนึ่งดอกถูกซัดเข้าที่หน้ามันอย่างแรง...ทำให้เจ้าตัวหมดสติไปในทันที มือที่กดไกถูกปล่อยออก สักครู่ทุกสิ่งก็ตกลงสู่พื้น.. ควันไฟและไอความร้อนลอยคลุ้ง และในที่สุดก็เหลือแต่เพียงความสงบเงียบเท่านั้น
ฟิลที่กำลังหอบด้วยความเหนื่อยปลดกำแพงพลังออก และทรุดตัวลงนั่นลงกับพื้นด้วยความโล่งอก
“ แฮ่ก แฮ่ก อึก... นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว”
“ เป็นอะไรรึเปล่า ฝืนใช้พลังแบบนั้นมันอันตรายนะ ” ดาร์ครีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
“ มะ ไม่เป็นไร ว่าแต่พวกเธอล่ะ ..ปลอดภัยนะ ”
“ อืม ครบ32ดี เอ่อ F-06...สินะ” มาซากิถาม
“เรียกฉันว่าฟิลก็ได้”
“ อะ โอเค ฟิล... เธอถูกไล่จับมาใช่มั้ยเนี่ย ”
“ ชะ ใช่ ...”
“งั้นเราคงต้องรีบหน่อย.... ขณะนี้พวกมันขาดการติดต่อ หากทางต้นสังกัดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มไล่ล่านี่ล่ะก็ยุ่งแน่ คราวนี้พวกมันจะมากันเป็นร้อยเลย... พวกเรารีบหนีออกจากที่นี่กันก่อนดีกว่านะ”

ไม่มีใครคัดค้าน...ทุกคนเห็นด้วยกับมาซากิ.. แล้วทั้ง4คนก็ออกจากบริเวณก่อสร้างนั้นไป..


ณ.สวนสาธารณะเล็กๆบริเวณใกล้กับร้านดอกไม้ของฟิล.. ด้วยเหตุที่ว่าเป็นตอนกลางคืน....ที่นี่จึงมืดและเงียบสงัดยิ่งนัก ทั้ง4คนได้มาหลบซ่อนตัวและคุยกันถึงเรื่องต่างๆ

........................
.........................
“ ตอนนี้เธอก็จะกลับไปขายดอกไม้ไม่ได้อีกแล้ว..” ดาร์คพูด
“ อืมม์ หากฉันยังคงอยู่ที่เดิม.. พวกมันก็จะส่งคนมาจับฉันใหม่...เมื่อถึงเวลานั้นฉันอาจจะไม่โชคดีเหมือนวันนี้ก็ได้..”

“....เรื่องมันน่าเศร้ายิ่งนัก ทำไมพวกเราต้องถูกจองล้างจองผลาญอยู่เรื่อยนะ..!!” มาซากิพูดอย่างโมโห

“ .... งั้น...มันก็คงถึงเวลาแล้วสินะ..” คราวนี้โชโคพูดขึ้น

“ เวลา.....เวลาอะไร”
“ เธอคงรู้อยู่....พวกเราที่รอดชีวิตจากการทำลายล้างครั้งนั้นต่างก็พากันหันไปใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดา.. แบบเดียวกับเธอ.. และทุกคนก็หลบซ่อนอยู่ในทุกมุมโลก แต่ทว่า ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้ว”

“ เรื่องใหญ่??”
“ นับสิบปีหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง....เรื่องราวของจันทราทมิฬถูกฝังไปกับอำนาจปกครองของจีโนรั่มที่ล้มไป.. นอกจากผู้รอดชีวิตบางกลุ่มเช่นพวกเราก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก แม้กระทั่งU.M.Oที่ไล่ทำลายอาวุธและพรรคพวกของจีโนรั่มที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่รู้เรื่อง.. พวกเราจึงยังคงมีวันนี้อยู่ได้... แต่ว่ามันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว..อยู่ดีๆเรื่องราวการมีตัวตนอยู่ของเราก็แดงขึ้นมา พวกU.M.O กลัวอำนาจของพวกเรามาก..เพราะมันเป็นอำนาจที่สามารถทำลายล้างโลกได้ ขณะนี้พวกมันจึงส่งกองกำลังออกไล่ล่าพวกเราไปทั่วโลก และมีคำสั่งว่าหากขัดขืนให้ฆ่าได้ทันที.. เหมือนอย่างที่เธอได้เจอด้วยตัวเองในวันนี้ไง..”
“ อะไรกัน....ไม่จริงน่า ยังงี้ถึงจะหนีไปไหนก็ไม่อาจรอดจากเงื้อมมือพวกมันไปได้น่ะสิ” ฟิลละล่ำละลัก

“ มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะบอกว่า “ใช่” แล้วในตอนนี้ พวกเราคนอื่นๆนั้นจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้..”

พอถึงตอนนี้ ฟิลก็นิ่งเงียบไป..

“แต่ว่าวางใจเถอะนะ...” มาซากิพูดออกมา.. “พวกเราเองก็ไม่ได้คิดจะอยู่เฉยๆให้พวกนั้นมาหาเรื่องกำจัดเราง่ายๆหรอก ..”

“ หึๆ...พวกเราไม่ชอบพูดอ้อมค้อม...จะขอเข้าเรื่องเลยล่ะกันนะ ขณะนี้พวกเราและเพื่อนของเราที่รออยู่ในที่แห่งหนึ่งกำลังวางแผนที่จะช่วยทุกคนจากการทำลายล้างของU.M.Oในครั้งนี้..” ดาร์คพูดอย่างร่าเริง..

“ เอ๋ ! ว่าไงนะ? ทำยังไง ? ”

“ หากปล่อยไว้แบบนี้พวกเราที่อุตส่าห์มีชีวิตรอดมาต้องถูกฆ่าตายด้วยความตื่นตูมอันไร้เหตุผลแน่ๆ ดังนั้น พวกเราทั้งสามคนจึงได้คิดที่จะออกตามหาและรวบรวมพวกเราทั้งหมดให้เจอ พวกเราจะอยู่ด้วยกันและฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกัน....จนเมื่อสามารถรวบรวมพวกเราได้ครบ..พวกเราก็จะพากันไปตั้งรกรากในที่แห่งหนึ่ง..ที่ซึ่งไม่อาจมีใครมาวุ่นวายได้..แม้จะเป็น U.M.Oก็ตาม ” โชโคอธิบาย

“ ที่แห่งหนึ่ง?? ที่ไหนรึ”
“ ไม่รู้ว่าเป็นที่ใดบนโลกนี้ แต่เมื่อถึงเวลา เขาผู้นั้นจะพาไปเอง”
“ เขาผู้นั้น? “
“ รายละเอียดเอาไว้คุยกันทีหลัง.... สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ..หากพวกเราไม่เริ่ม...พวกคนอื่นๆก็จะไม่มีอนาคต การทำอย่างนี้พวกเรายังมีสิทธิ์รอด พลังของพวกเราด้วยกันเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงมาหาเธอไงล่ะ.....ฟิล ”

“.....หมายความว่า...”

“ ถูกต้องแล้ว..... พวกเราทั้งสามคนต้องการให้เธอร่วมเดินทางไปกับเราไงล่ะ !!”
“ !! “
“ เพื่อช่วยชีวิตคนอื่นๆ เพื่อหนีจากการไล่ล่า และสุดท้าย เพื่อสิ่งที่พวกเรามุ่งหวัง ..ความสงบสุข เธอเองก็เคยฟันฝ่าเพื่อสิ่งเหล่านี้มาตลอดนี่นา ”

ฟิลนิ่งไปอีกครั้ง เธอทำท่าคิดอะไรบางอย่างอยู่นานพอสมควร...

“ พวกเราและคนอื่นๆต้องการเธอนะ.....ว่าไง ??” ดาร์คถาม

ฟิลหลับตาลงแล้วยิ้มเหมือนจะได้คำตอบ เธอลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆแล้วหันหลังเดินออกไปจากพวกเขาทั้งสาม

“ !!!? “

“ ดะ เดี๋ยวสิ แบบนี้หมายความว่าไง เธออยากจะถูกพวกมันฆ่าทิ้งงั้นเหรอ !!??” ดาร์คถามเสียงสั่นด้วยความไม่เข้าใจ.. และลุกขึ้นจะไปหยุดรั้งฟิลไว้.. แต่ว่าโชโคและมาซากิก็ก้าวออกมาขวาง
“ หะ ห้ามฉันทำไม เดี๋ยวฟิลก็จากไปจริงๆหรอก !!”
“ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...ดาร์ค...” โชโคพูดออกมาทั้งรอยยิ้ม
“ เฮ้..!ฟิล หากจะเข้าให้เข้าทางประตูหน้าหรือไม่ก็หน้าต่างนะ ระวังตัวให้ดีล่ะ” มาซากิตะโกนบอกฟิล ..

ฟิลที่ชูสองนิ้วขึ้นมาให้มาซากิเพื่อแสดงให้รู้ว่าเข้าใจแล้ว แล้วเธอก็เดินออกจากสวนสาธารณะนั้นไป..

........................

ณ.ร้านขายดอกไม้ดอลฟิน ประตูหน้าร้านที่ถูกปิดอย่างเรียบร้อยเช่นเดียวกับไฟฟ้าในร้านได้ถูกเปิดขึ้น เด็กสาวคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาในร้าน ฟิลนั่นเอง เธอเดินสำรวจภายในไปรอบๆ เคาน์เตอร์ที่ถูกพวกมันทำพังเป็นเสี่ยงๆถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่เพื่ออำพรางร่องรอยการต่อสู้ นอกนั้นยังคงดูเหมือนเดิม ดอกไม้ที่ถูกจัดเก็บไว้ยังคงมีสีสันสดใส.. ชั้นวางของที่ถูกเธอกับลูกน้องขัดถูจนสะอาดก่อนปิดร้านเป็นประจำยังคงตั้งอยู่ที่เดิมเพื่อรอการใช้งานในวันต่อไป.. แจกันและกระถางดอกไม้จำนวนมากถูกวางเรียงรายในตู้รอวันที่มีคนถูกใจมาเลือกซื้อ... กลิ่นหอมประจำร้านที่เกิดจากดอกไม้ของเธอโชยมาเป็นระยะ.. กลิ่นหอมที่เธอใช้ชีวิตร่วมกับมันมาตลอดตั้งแต่เธอเปิดร้านมา...

ฟิลนึกย้อนกลับไปในอดีต เธอพลัดพรากจากอกพ่ออกแม่เพราะถูกคัดเลือกตั้งแต่ยังเด็ก.. เธอไม่เคยจำหน้าของท่านทั้งสองได้เพราะโดนล้างสมอง ชีวิตมีแต่ความทุกข์....วันคืนที่ร่างกายถูกดัดแปลง วันคืนที่เจ็บปวด.. เมื่อสถานีดัดแปลงที่เธออยู่นั้นถูกทำลายลงหลังสงคราม วันที่เธอเคยโดดเดี่ยวไม่มีใครเคียงข้างก็เข้ามาในชีวิต ในตอนนั้นเธอเองไม่รู้จะหันไปหาใคร มองไปรอบตัวเธอนั้นมีแต่แผ่นดินที่ว่างเปล่า..

ฟิลเดินไปที่ลิ้นชักเก็บเงินของเธอ เก็บเงินทั้งหมดใส่ลงไปในกระเป๋าเอกสารอย่างเป็นระเบียบ เธอไม่ลืมที่จะนำของทั้งหลายในตู้นิรภัยเก็บใส่ลงไปด้วย...

ฟิลนึกย้อนไปในอดีตอีกครั้ง.. เมื่อเธอโตขึ้นมาอีกหน่อยเธอก็เริ่มหาช่องทางทำงานพิเศษต่างๆเลี้ยงชีพ ได้พบผู้คนใจดีมากมายที่คอยดูแลคอยเอาใจช่วย เธอทำงานเก็บหอมรอมริบมาเรื่อยจนในที่สุด เธอก็ได้เปิดร้านดอกไม้เล็กๆของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ

ตู้เสื้อผ้าของเธอถูกเปิดออก ฟิลเลือกเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นทั้งหลายใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง .....

ร้านของเธอขายของได้เรื่อยๆ ด้วยฝีมือการบริหารงานอย่างเป็นระบบของฟิลทำให้ร้านนี้มีลูกค้ามาอย่างไม่ขาดสาย รายได้มีหมุนเวียนพอใช้จ่าย...มีเพื่อนมีคนรู้จักมากมาย.. ชีวิตของเธอช่างมีความสุขยิ่งนัก

ฟิลถือสัมภาระของเธอที่จัดเรียบร้อยแล้วมาวางไว้ตรงบริเวณห้องโถงที่ขายของ เธอมองร้านของเธออย่างอาลัยอาวรณ์ ความสุขที่เธอเคยมีมานั้นได้จบสิ้นลงไปแล้ว... เธอจำเป็นต้องจากร้านดอกไม้ของเธอแห่งนี้ไปเพื่อหนีให้พ้นจากการตามล่า.. หยาดเหงื่อแรงงานที่เธอเคยทุ่มเทให้กับที่นี่นั้นกลับกลายเป็นสิ่งว่างเปล่าที่เธอไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีกต่อไป..
เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานร้าน พลางคิดเรื่อยเปื่อยต่างๆนานา.... สักครู่เธอก็ทำใจได้.. หยิบกระเป๋าทั้งสองใบเดินออกทางประตูหน้าทันที...
“ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน... คิดไปคิดมาออกประตูหลังดีกว่า”
คิดได้ดังนั้น เธอก็หันกลับไปด้านหลังร้านทันที เพียงไม่กี่อึดใจเธอก็มายืนอยู่ที่ประตูหลัง...เธอสำรวจที่ขอบประตูจนพบสิ่งๆหนึ่ง แล้วเธอก็ยิ้มออกมา
“ หึ มีจริงๆด้วย เอากันจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ ...ได้เลย... ดิฉัน...ฟิล ...จะขอเริ่มการเดินทางครั้งใหม่ของตัวฉันเอง.ณ.บัดนี้ ” เธอประกาศพร้อมๆกับหมุนลูกบิดประตูและผลักมันออกไป
....................
-/ ตูมมม !!!! /-
....................
....................
เสียงระเบิดอันดังสนั่นทำลายความเงียบของยามราตรีลง.. อยู่ๆร้านดอกไม้ดอลฟินก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ เศษฝุ่นเศษปูนปลิวว่อนไปทั่ว เพลิงไหม้ลุกโหมกระหน่ำตัวตึกขึ้นมาอย่างน่ากลัว ควันไฟลอยหนาทึบไปทั่วทั้งบริเวณ.. ส่งผลให้ถนนนั้นสว่างขึ้นมาในทันที... ชายลึกลับสามคนยืนจับกลุ่มคุยกันใต้เสาไฟบนบาทวิถีด้านตรงข้ามกับร้าน พลางมองไปยังร้านดอกไม้ที่กำลังลุกโชน..

“ จงใจกดระเบิดให้ทำงานเพื่อทำลายร่องรอยรึ ฟิลนี่ฉลาดจริงๆ ” โชโคที่เดาเหตุการณ์ทั้งหมดออกเอ่ยปากชมออกมา
“ พวกมันลอบวางระเบิดไว้ที่ประตูหลังนี่เอง...ว่าแต่ทำไมต้องเป็นประตูหลังด้วยล่ะมาซากิ?”
“ ส่วนมากคนที่เจอเรื่องร้ายๆมา..ย่อมต้องไม่อยากให้คนอื่นมองเห็นตัวเอง..โดยมากก็จะแอบเข้าบ้านทางประตูหลัง พวกมันคงคิดอย่างนี้แน่ๆจึงได้วางกับระเบิดเอาไว้ ดีนะที่ฉันได้เตือนฟิลเอาไว้ก่อน ไม่งั้นข้าวของที่เธอไม่อยากให้ถูกทำลายก็คงจะไหม้เป็นผงไปเหมือนกัน ”
“ เออ รอบคอบกันเข้าไป..” โชโคพูดอย่างประชดประชัน.. “ เอ้า!!นั่น!! เธอเดินออกมาแล้ว”

ทุกคนมองไปยังที่เดียวกัน.. เด็กสาวผู้หนึ่งเดินสะพายสัมภาระออกมาจากกองเพลิงอย่างองอาจ... กำแพงจิตที่ห่อหุ้มปกป้องตัวเธอเอาไว้นั้นดูเผินๆราวกับดวงแก้วใสที่อยู่ในห้วงแห่งอัคคี ถึงเธอจะถูกห้อมล้อมด้วยกองเพลิงขนาดสูงใหญ่ก็ตาม...แต่นั่นก็มิอาจหยุดยั้งเธอได้..

ฟิลเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม.. พวกเขาที่คอยเธออยู่..
“ โทษทีนะที่ให้รอนาน...เผอิญเสียเวลาจัดข้าวของเครื่องใช้ลงกระเป๋านิดหน่อยก็เลยช้า..อย่าว่ากันเลยนะ”

“ ไม่ว่าหรอก ว่าแต่เอาของสำคัญออกมาหมดแล้วสินะ”

“ แน่นอนค่ะ..”
ฟิลพูดอย่างยิ้มแย้มพร้อมกับวิ่งนำไปข้างหน้า
.........................
..........................
“ เอ้า!! มัวช้ากันอยู่ทำไมล่ะ ? ไปกันได้แล้ว” ฟิลถามย้ำ

ดาร์ค มาซากิ และโชโคมองหน้ากันอย่างงงๆ แต่แล้วทั้งสามคนก็ยิ้มออกมา แล้วก็พากันเดินตามฟิลที่เดินนำอยู่ข้างหน้าอย่างร่าเริงไปในทันที..

ดวงอาทิตย์ของวันใหม่เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า..ราตรีแห่งความวุ่นวายถูกปิดลงพร้อมๆกับเพลิงไหม้และเสียงไซเรนของรถดับเพลิง.. เหล่าหนุ่มสาวทั้งหลายต่างออกเดินทางเพื่อหาอนาคตให้กับตัวเอง ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะมืดมิด... แต่พวกเขาก็เชื่อมั่นว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งแสงอรุณอันอบอุ่นย่อมจะเข้ามาในชีวิตของพวกเขาอย่างแน่นอน








จาก : -----ROGER----- - - [email protected] - , แม้ว - 27/08/2000 01:08
โฮมเพจ : http://ไม่มีอ่ะ....แม้ว!!

ข้อความ : เฮ้ย!!!!! มันดีว่ะ

จาก : zeros - 31/08/2000 11:55

ข้อความ : กว่าจะอ่าน โจบ....

จาก : ... - 06/10/2000 14:45

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1