หัวข้อ : รวมของเก่า...Prologue
ข้อความ : ในราตรีหนึ่ง ในเมืองใหญ่ที่ยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนดังเช่นทุกคืน ผู้คนที่ดำเนินชิวิตอย่างปกติสุข ผู้คนธรรมดาทั้งหลาย ..

ใจกลางเมืองนั้นมีตึกสีดำสูงตระหง่านตั้งอยู่ ภายนอกของมันยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้นต่างไปจากตอนกลางวัน เปรียบเหมือนลักษณะการทำงานขององค์กรภายใน ที่ปกติก็เป็นธนาคารธรรมดา แต่ลับหลังนั้น มีธุรกิจที่ผิดกฏหมายมากมาย ไม่ว่ายา..ผู้หญิง อาวุธสงคราม มือสังหาร ฯลฯ ซึ่งสำหรับในวงการ องค์กรณ์นี้ถือเป็นกลุ่มอิทธิพลมืดที่ใหญ่และมีอำนาจที่สุดของโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
คนภายนอก ไม่อาจรู้ได้หรอก ว่ามีองค์กรนี้อยู่ในตึกธนาคารธรรมดา แล้วความลับอะไรบ้าง
และไม่อาจรู้ได้ ว่าคืนนี้ อาจเป็นคืนสุดท้ายของพวกมัน...

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย...!! ยังฆ่ามันไม่ได้อีกรึยังไงวะ หากมันนำข้อมูลนั้นไปสำเร็จละก็จบเห่เลยนะว้อย...!”
ปัง ปัง เปรี้ยง !!
“ครับ หัวหน้า”
ตูม!!
“มันหนีไปทางโน้นแล้ว”

เสียงระเบิด เสียงปืน เสียงอาวุธ เสียงผู้คน เสียงเศษฟุ่นตกลงสู่พื้นจากการประทะกันในตึกนั้นระหว่างสองฝ่ายฟังปนกันไม่ได้ศัพท์..

แต่ถึงจะว่าสองฝ่าย ก็เป็นการเรียกฝ่ายหนึ่งที่มีมือสังหารเป็นกองทัพ กับ สายลับที่บุกเข้ามาเพื่อนำข้อมูลขององค์กรกลับไปเพียงคนเดียว !!
“ขอให้หน่วยสังหารทุกกลุ่ม ไปล้อมเป้าหมายที่จุด 4-a52 เดี๋ยวนี้ ย้ำ ขอให้.... / เปรี้ยง !/

“น่ารำคาญเฟ้ยไอ้ลำโพงบ้า... เออ แต่ก็ดีแฮะมันรู้ด้วยว่าเราอยู่ตรงไหน แหม....ลงทุนอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยไปไม่น้อยเหมือนกันนี่นา....”
สายลับคนนั้นบ่นพึมพำพลางเปลี่ยนแม็กฯกระสุนใหม่ใส่ลงด้ามปืน พร้อมที่จะใช้มันจัดการผู้ที่ขวางทางเขาทุกเมื่อ ...ยังไม่นับมีดแสง ...และอาวุธที่เขานำติดตัวมาอีกนับไม่ถ้วน...


“เจอมันแล้วครับ บอส!!”
/ !! / “บ้าเอ๊ย!!”
สิ้นเสียง....เขาก็รีบกลิ้งตัวหลบห่ากระสุนเลเซอร์ที่ลั่นออกมาจากปากปืนกลที่ฝ่ายนั้นกราดมาได้อย่างหวุดหวิด...ยังผลให้เกิดรูไหม้บนกำแพงที่อยู่ในวิถีกระสุนเป็นแนวกว้าง... และเขาก็ไม่ได้ทำแค่หลบ...แต่ยิงกระสุนปืนสวนออกไปถูกเจ้าคนที่ยิงใส่เขาเป็นการตอบโต้..ทะลุหลอดลม...

“โทษที...ก็แกไม่ได้ใส่เกราะเฉพาะตรงนั้นนี่หว่า...”...
แต่คนที่ถูกยิงนั้นไม่มีความสามารถที่จะพูดหรือทำอะไรได้อีกแล้ว นอกจากทิ้งร่างลงสู่พื้นโครมใหญ่...ทันใดนั้น กลุ่มคนติดอาวุธก็กรูกันออกมาจากแนวทางเดินที่เขาผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ วิ่งผ่านร่างของเพื่อนร่วมฝ่ายที่ล้มลงไปแล้วอย่างรวดเร็ว....เพื่อจัดการเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า...พลางมีเสียงของผู้ที่ดูมีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่นๆไล่หลังมาไกลๆ....
“แม้มันจะเป็นถึงโรเจอร์..ก็อย่าให้มันหลุดไปได้...!! พวกแกจะติดตะราง ถูกประหารหรืออยู่รอดในวันพรุ่งนี้ อยู่ที่พวกแกจะปลิดชีวิตมันมาได้รึเปล่านะว้อย ...!! “

ใช่สิ...เขาคือโรเจอร์.....ในวงการมืดถือว่าเขาเป็นหนึ่งในสายลับรับจ้างหลายๆคนที่มีฝีมือเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง... เขานิยมรับงานในการลักขโมยข้อมูลเป็นหลัก....ลอบสังหารนิดหน่อย... แต่ในทุกๆงานที่เขาเคยรับมา ยังไม่เคยมีที่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อสิ่งใดอยู่ในมือเขาแล้ว รับรองว่าเขาต้องหลบหนีรอดได้แน่...
เขาวิ่งหนีพวกมันด้วยความรวดเร็วไปตามทางในตึกขององค์กร.. เพื่อที่จะหาโอกาสหนีออกไปจากตึกนี้เสียที. ก็ของที่เขาจ้างให้มาเอาอยู่ในมือแล้วนี่..
ของนั้นเป็นMDที่จัดการบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดการกระทำของตัวองค์กรได้ทุกอย่าง....ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องที่เป็นถึงนักการเมือง หรือทหารรับจ้างที่รับงานรักษาความปลอดภัยเหมือนพวกที่กำลังไล่เขาอยู่ในตอนนี้... เขารับงานจากทางการมาอย่างลับๆ ....ที่งานนี้มาถึงมือเขาได้ ก็เพราะพนักงานของทางการเข้ามาในตึกแห่งนี้เพื่อทำอย่างที่เขากำลังทำอยู่ แล้วก็ตายไปไม่รู้กี่สิบคนโดยระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร....ไม่สิ เรียกว่ากองทัพยังดีกว่า...
งานก็คืองาน...เขาไม่สนหรอกว่าใครจะเอาของนั้นไปทำอะไร แค่ทำงานให้เสร็จ...รับเงิน แล้วก็รอจนกว่าจะมีงานต่อไปเข้ามา เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ตั้งแต่เขาใช้สิ่งนั้นได้...และเลี้ยงชีพโดยตนเองมาโดยตลอด..

เขาวิ่งหนีมาถึงทางแยก แล้วเลี้ยวขวา
“ระเบียงนี้มันยาวจังแฮะ” เขาพูดระหว่างวิ่งหนีไปเรื่อยบนพรมราคาแพงที่ปูเอาไว้ ตามกำแพงที่ตบแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์.....ประตูไม้อย่างดีที่เรียงรายเหมือนในโรงแรมชั้นนำ.. ต่างกันเล็กน้อยตรงที่..
อยู่ดีๆประตูที่อยู่ด้านซ้ายและขวาก็เปิดออก พร้อมกับชายหญิงในชุดดำและแว่นตาดำโผล่ออกมาพร้อมปืนในมือที่เล็งมาทางเขาซึ่งกำลังวิ่งมาใกล้....เหตุการณ์มันกระทันหันเกินไป....... สายลับที่ไม่ได้ระวังตัว ก็ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะยิงใส่หรือหลบกระสุนมือปืนเหล่านั้นได้...
/ !! / “ โธ่เว้ย !! ”
/ เปรี้ยง!! /

วิถีของลูกปืนที่หนึ่งในคนพวกนั้นยิงมา ...คงต้องโดนที่ร่างกายของเขาอย่างแน่นอน..หากแต่ว่า...
ในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนั้นเริ่มกระทบร่างกายของเขานั่นเอง เหมือนมีแสงสีน้ำเงินออกมาจากบริเวณที่ลูกปืนเข้าไปในร่าง.... ลูกปืนทะลุเข้าไปในกลางกายของเขาทั้งๆอย่างนั้น...แล้ว..

ลูกปืนนั้นก็ทะลุออกทางด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีแม้กระทั่งรอยกระสุนที่เสื้อ..ไม่มีเลือดออก และแสงสีน้ำเงินประหลาดที่ร่างเขาเปล่งออกมาเล็กน้อยตรงที่โดนกระสุนก็หายไปแล้วด้วย !!
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงเสี้ยววินาทีทั้งหมด....โรเจอร์ยังคงวิ่งต่อหลังจากกระสุนนัดแรกผ่านร่างเขาไปอย่างปาฏิหาริย์ วิ่งเข้าหาพวกคนที่ยิงเขา...
“เฮ้ย อะไรกัน !! “ หนึ่งในกลุ่มมือปืนอุทานออกมา “ทำไมมัน..”
ทั้งๆที่ตกใจ แต่เหล่าคนที่ออกมาจากประตูก็เริ่มระดมยิงใส่ร่างที่วิ่งใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
“หึ ...ช่วยไม่ได้...เห็นกันแล้วสินะ..! งั้นก็จะให้ดูอีกนิด..” โรเจอร์พูดพลางวิ่งสวนทางกระสุนที่พุ่งเข้าหาเขาอย่างไม่หยี่ระ......
ลูกกระสุนที่เข้าเป้า ต่างก็หลุดเข้าไปในรูแสงประหลาดทั้งหมด แล้วทะลุผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น....เหมือนดังนัดแรกสุด!!...
“ มะ มมะ มัน เป็นปีศาจรึไง..”
“ อย่ามาถาม ยิงไปก่อน !! “ ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มตะโกน..

/ ฉัวะ /
เสียงมีดแสงเคลื่อนตัวผ่านร่างเนื้อของพวกคนเหล่านั้นไปอย่างรวดเร็วไม่กี่ครั้ง บังเกิดผลให้บางคนศีรษะตกลงมาจากบ่า บางคนมีรอยแผลไหม้เป็นทางยาว บางคนก็ไม่อาจถือปืนได้ เพราะแขนขาดไปซะแล้ว...
ร่างที่ไร้วิญญาณทั้งหมด ทรุดลงไปกับพื้นทันทีที่เขาวิ่งผ่านไป กลิ่นเนื้อไหม้เพราะมีดลำแสงของเขาคละคลุ้ง เขาวิ่งพลางหันกลับไปดูทางที่เขาเลี้ยวมาก่อนที่จะมาเจอพวกจ๊ะเอ๋เมื่อกี้ ก็พบว่า พวกมือสังหารนั้นตามเขามาใกล้ขึ้นทุกที..
“ว้า พวกนายวิ่งช้าไปหน่อย เลยไม่ได้ดูโชว์ “
เขาเลี้ยวซ้ายไปตามทางที่บังคับไว้
“อ้าว เฮ้ยย !! ”
เบื้องหน้าไม่มีทางที่ทอดยาวอีกต่อไป มีแต่กำแพงที่แสดงว่า เขามาถึงที่สุดของทาง...
“ทางตันเรอะ ซวยแล้วไง !!”
เสียงฝีเท้าจำนวนมากไล่หลังใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดที่ด้านหลังของเขา.. เขาถูกกระหนาบจากทั้งสองด้านโดยกำแพงกับกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้เขามีชีวิตรอดไปจากที่นี่

“เฮ้ย มันโง่กว่าที่คิดไว้เยอะฝ่ะ “ คนที่ดูเหมือนหัวหน้าหน่วยพูดขึ้นมา.. “ รู้ไหมว่าทางนี่นะ....เป็นทางที่เราใช้ล่อพวกสายลับอย่างแกโดยเฉพาะ... ทางที่แกวิ่งมาน่ะ ไม่สังเกตุเลยรึว่าไม่มีหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศเลย..แม้แต่บริเวณนี้ก็ตาม.... ไอ้พวกที่เซ่อซ่าวิ่งก็จะถูกไล่ต้อนจนจนตรอกแบบนี้นั่นแหละ.... แบบว่าต้องเปลี่ยนพรมกันหลายหนเลย... ก็พวกที่มันเอาชีวิตมาทิ้งทั้งหลายมันทำเลือดนองกันเลอะเทอะนะสิ..! “

ช่วยไม่ได้ ต้องออกแรงอีกซะแล้ว ...เขาคิด....

“ พวกเราไม่รอให้แกส่งของนั่นคืนให้เราแบบในหนังหรอกเฟ้ย !! ยิงได้!! ”
เสียงทำงานของอาวุธยิงจำนวนมากดังขึ้นระรัว ทั้งปืนกลทั้งหัวตะกั่วทั้งเม็ดลำแสง จะเจาะเกราะหรือไม่ก็คงไม่สำคัญ....เป้าหมายไม่ได้ใส่เกราะแต่แรกแล้ว..
เสียงแผดร้องของอาวุธไม่อาจเล็ดลอดออกไปข้างนอกตึกได้ การต่อสู้ที่ผ่านมาก็เช่นกัน เนื่องด้วยตึกถูกออกแบบให้รับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้ว ไม่เหมือนบริเวณข้างในที่ลั่นไปด้วยเสียงอาวุธสงคราม

พวกมันยังคงระดมยิงปืนไม่ยั้งใส่เป้าหมายที่ทางตันนั้นอย่างเมามัน....ควันจากปากกระบอกปืนนับสิบและจากการที่กระสุนกระทบผนังปูน ลอยทึบจนแทบไม่มีแสงลอดผ่านไปได้ กลางฝุ่นทึบ ไม่อาจมีใครรู้เห็นได้ว่าไอ้ขโมยนั้นเป็นหรือตาย.... แต่ผลก็น่าจะแน่นอนอยู่แล้ว

“เฮ้ย พอ ! พอ ! พอได้แล้ว ! หยุดยิง ! “ ผู้เป็นหัวหน้าตะโกนออกคำสั่งแข่งกับเสียงปืน...
............................
หลังเสียงปืนนัดสุดท้าย ก็เหลือแต่ ฝุ่นหนาทึบ เสียงเศษปูนหล่น และเสียงคุยกันเบาๆของมือสังหารทั้งหลาย..
“ตาย ตายแน่ๆ”
“ยุ่งกับพวกเราก็ศพกระจุยแบบนี้แหละ”
“เฮ้อ นึกว่าจะจบเห่ซะแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าทางการจะถึงกับจ้างเจ้าโรเจอร์มาเอาหลักฐานแบบนี้”

“เอ้า กลับกันได้แล้ว เดี๋ยวจะให้คนมาจัดการศพกับร่องรอยการประทะให้เรียบร้อยซะ....”
บางคนเริ่มหันหลังเดินกลับ แต่บางคนก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม รอเวลาที่ฝุ่นจางลง เพราะต้องการจะดูซากศพที่พรุนเละไปทั้งร่างของผู้ที่คิดนำความลับของขององค์กรออกไป...


“ เฮ้ย !!!! ”
“ เป็นไปไม่ได้ !! “

/ !!!!!!!!!! /
มีบางคนอุทานขึ้นมา ทำให้พวกที่เดินกลับไปแล้วรีบวิ่งกลับมาใหม่..
“ !! เกิดอะไรขึ้น !! อย่าบอกนะว่า ..!! “

/ !!! /
ถึงแม้ฝุ่นจะยังไม่จางสนิท แต่ทุกคนก็เห็นได้ชัด...
ที่ตรงนั้นไม่มีศพ ไม่มีร่างจมกองเลือด ไม่มีแม้กระทั่งเศษเสื้อผ้า.... มีแต่กำแพงที่พรุนไปด้วยแรงประทะของลูกปืน.. สายลับที่พวกเขาไล่ยิงมาเมื่อตะกี้นี้เหมือนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย !!

ทุกคนในที่นั้นต่างก็ทำได้แค่ยืนตะลึง.... อาจเป็นเพราะตกใจ อาจเป็นเพราะกลัวเรื่องทำงานไม่สำเร็จ..หรือไม่ก็คิดว่าองค์กรของพวกมันกำลังจะถูกล้ม..

ทว่า...สิ่งนึงที่พวกเขายังคงไม่อยากเชื่อ ก็คือปาฏิหาริย์.... ที่อยู่ดีๆ คนธรรมดาจะสามารถหนีออกไปจากการล้อมของกำแพงและห่ากระสุนได้....

ท่ามกลางความเงียบ กับฝุ่นที่จางลงจนเกือบสนิท ก็เริ่มมีคนพูดออกมา..

“ นี่ .. นี่...มันอะไรกัน....”
“ ผะ ผมไม่รู้ บอส ...แต่บอสก็เห็นไม่ใช่เหรอ ..”
...........
“ อะ เออ ... เห็น....อะ.....”
..................

แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก......


ปริศนานั้นถูกทิ้งเอาไว้ให้ขบคิด...


ในราตรีนั้น ในเมืองใหญ่ที่ยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนดังเช่นทุกคืน... ผู้คนที่ดำเนินชิวิตอย่างปกติสุข .....ผู้คน ”ธรรมดา” ทั้งหลาย ..



หลังจากนั้น2วัน...

มันเป็นวันที่อากาศดี...ผู้คนต่างออกนอกบ้าน เพื่อทำงาน เดินเล่น พูดคุย ดำเนินชีวิต..
บนฟุทบาทริมถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งกันพลุกพล่าน ....คนมากหน้าหลายตาเดินกันวุ่นวาย ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งเดินเลียบถนนมาเรื่อย ..

ขณะที่เขาเดินผ่านร้านหนังสือพิมพ์ไปได้สักครู่ เขาก็หยุดแล้วเดินกลับมาเพื่อดูหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่...โดยทุกเล่มต่างก็ลงข่าวที่เป็นที่ฮือฮากันในขณะนี้

เรื่องราวขององค์กรลับปริเต้ ที่ในที่สุดทางการก็มีหลักฐานแน่นหนาในการเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนได้ชนิดถอนรากถอนโคน...

เขาคนนั้นดูหัวข่าวแล้วยิ้มที่มุมปากแล้วก็ออกเดินจากหน้าร้าน...ไปยังทิศเดิมที่เขาจะเดินไป...ไปพบคนที่นัดกันไว้

ในขณะนี้ โลกช่างสงบสุข ผู้คนทั่วโลกต่างอยู่กันอย่างสบาย วิทยาการก้าวหน้าไปมากจนเกินคาด....มันเป็นเรื่องที่ในอดีตแม้แต่จะฝันถึงก็มิอาจทำได้....

นับตั้งแต่นายจีโนรัม..ผู้คิดจะใช้กำลังทางทหารและวิทยาการที่ได้มาจากอำนาจเงินในการเผด็จการโลก...จุดชนวนสงครามโลกครั้งที่สาม...แต่ก็มีเหตุลอบสังหารตัวเขาโดยทางการ U.M.O. (องค์การร่วมมือทางด้านกำลังทหารแห่งสหประชาชาติ) เกิดขึ้นเสียก่อน.. ทำให้การเผด็จการของจีโนรัมมีอันต้องเป็นไป.. หลังจากเหตุการณ์นั้น..ทำให้นานาชาติต่างเริ่มมีความตื่นตัวในการพัฒนาเทคโนโลยีและสังคมร่วมกันอย่างจริงจัง...ปัญหาเศรษฐกิจ,ปัญหาอาหารขาดแคลน ฯลฯถูกจัดการลงโดย N.U.N ( Neo United Nation )ที่ถูกก่อตั้งใหม่ ส่วนปัญหาทางด้านสงครามเล็กๆ,ปัญหาเชื้อชาติต่างๆ จะถูกจัดการอย่างลับๆโดย U.M.O จนกระทั่งหมดไปในที่สุด...

แค่เวลา10ปีโลกก็สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้..

ชายผู้นั้นเดินเขาไปใน”ไค” ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองที่พลุกพล่านแห่งนี้..
ภายในร้านตกแต่งด้วยสีโทนดำ.....หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟสด ขนมปังและโดนัทร้อนๆ .....เนื่องจากเลยเวลาเช้าไปมากแล้วจึงมีคนอยู่ในร้านเพียง2-3โต๊ะเท่านั้น...แต่ทางร้านก็คงเปิดบริการอยู่

“มาเร็วดีนี่..เฟริธ”
ชายคนนั้นหันไปทางต้นเสียงที่เรียกชื่อเขา แล้วก็พบคนที่เรียกเขามาพบที่นี่..

“อ้าว...โรเจอร์ มานั่งดื่มกาแฟชะมุมมืดเชียว”

“ช่างฉันเถอะ คงเป็นความชอบของฉันละมัง แต่... เรื่องที่จะคุยกับนายในวันนี้ก็มีส่วนในการทำให้ฉันเลือกร้านอย่างงี้ โต๊ะนี่ด้วยเหมือนกัน..”
ผู้ที่มีชื่อเรียกว่าเฟริธเดินมาที่โต๊ะ แล้วลากเก้าอี้ตัวที่ว่างไปนั่งเพื่อเตรียมสนทนา..กับเพื่อนของเขา

“เฮ้! ลุง! ขอ..บลูเมาเทนถ้วยนึง” เฟริธตะโกนสั่งตาลุงไค เจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง ทั้งๆที่เพิ่งเคยมาร้านนี้เป็นครั้งแรก..
“.........”
“เออ จริงสินะ ขณะนี้ข่าวการล้มขององค์กรปริเต้ดังไปทั่วเลยนี่... นายนี่ฝีมือจริงๆเลยน้า -...ที่หนีออกมาจากที่นั่นได้ ได้ข่าวว่าสากกระเบือยันเรือรบเลยนี่ที่พวกนั้นใช้ไล่ล่านายน่ะ.......ดีนะ..ที่คราวที่ฉันถูกจ้างโดยองค์กรของพวกมันฉันไม่ได้ทำอะไรเปิดเผยเท่าไหร่...ไม่งั้นก็คงติดร่างแหไปด้วยแน่ๆเลย เนอะ NO.1 ”

“ เฮ่ย...อย่าเรียกอย่างนั้นเลยน่า นายเป็นสายลับที่เก่งกว่าฉันซะอีกนะ... ไอ้ที่กล่าวกันในวงการว่าโรเจอร์เป็นหนึ่งเฟริธเป็นสองนั้น ...เหลวไหลสิ้นดี ! “

“น่า น่า ในสายตาฉันนายก็เป็นที่หนึ่งอยู่ดี ถึงนายจะว่าฉันเก่งกว่าก็เถอะ แต่นายมันดิบกว่าฉันเยอะฟ่ะ “
“หึ หึๆๆ “
“หัวเราะอะไรรึ...โรเจอร์”

ผู้ที่ถูกถามไม่ตอบ แต่กลับยกคาปูชิโนควันฉุยในถ้วยขึ้นซดอย่างถึงรส..

หลังจากวางถ้วยลงเขาถึงเริ่มพูดออกมา...
“ อีกไม่นาน ไม่ว่าใคร แม้แต่ฉันหรือนายก็ตาม จะรู้โดยทั่วกัน...ว่า เฟริธเป็นสายลับที่เก่งที่สุด เยี่ยมที่สุดอย่างไร้ข้อโต้แย้งแล้วล่ะ...”
“ ??!! “
“..... หมายความว่าไงฟะ? “
“อืมม.............”
“หมายความว่า ฉันจะเลิกอาชีพนี้แล้วน่ะสิ....”

“เฮ้ย.....! “ เฟริธอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ.. ในขณะที่อีกฝ่ายทำเป็นหลับตากระดิกขาที่ไขว่ห้างเล่น... ราวกับว่าสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่เป็นแค่คำทักทายธรรมดา....
“................”

“นาย ..... นายต้องล้อ..เ -..!!!...” เฟริธหยุดพูดลงกลางคัน เพราะอีกฝ่ายยกมือขึ้นห้าม แสดงให้เห็นว่า ไม่ต้องการให้เขาพูดอะไรต่อไปอีก.....
โรเจอร์เปลี่ยนท่านั่งใหม่ เอาขาลง แล้วบอกกับเฟริธ
..... “มองตาฉันทีซิ...”

เฟริธทำตามที่เพื่อนของเขาบอก..... สักครู่หนึ่งก็พยักหน้า...
“เข้าใจล่ะ..!!!!!... มีอะไรก็ว่ามา....!!!! ” หน้าตาของเฟริธเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...

“ หึ.... สมกับที่ช่วยเหลือกันมานาน.... ฟังให้ดี ถึงแม้นายจะไม่อยากเชื่อในเรื่องที่ฉันจะเล่าให้ฟังเท่าไร..... แต่มันเป็นความจริง ...และมันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันตัดสินใจเช่นนี้.. “

“แน่นอน คนอย่างนายทำแววตาแบบนั้น......แสดงว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่....”

“....ชัวร์ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างที่คิดนั่นแหละ.. ถึงฉันจะไม่ค่อยมีเวลา..แต่ก็จะพยายามเล่าให้ละเอียดที่สุด”
“ก่อนอื่น.... เพื่อให้พร้อมรับฟังได้ง่ายๆ ขอให้นายได้ดูนี่...” โรเจอร์พูดพลางหยิบช้อนชาที่ใช้คนกาแฟ...กับจานรองแก้วขึ้นมาไว้ในมือทั้งสองข้าง....

“........อย่ากระพริบตานะ.....เด็ดขาด!! “

โรเจอร์ถือของสองสิ่งเอาไว้ระดับอก แล้วค่อยๆเลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ พยายามจะนำช้อนทิ่มเข้าไปตรงกลางจาน... จนกระทั่งเสียงปลายช้อนสัมผัสกับจานดัง”กึ๊ก”ขึ้นมา ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้นอีก

แต่...........

ทันใดนั้น...ก็มีประกายแสงสว่างสีน้ำเงินเล็กๆเปล่งออกมาจากบริเวณปลายช้อนที่สัมผัสกับก้นจาน.... ตอนนั้นเอง....ที่โรเจอร์ค่อยๆเริ่มดันช้อนเข้าไปอย่างช้าและนุ่มนวล.. ดันเข้าไปในจานกระเบื้องนั่น !!!.....

ช้อนถูกกดเข้าไป....เหมือนปักเข้าไปในผืนทรายที่อ่อนนุ่ม..... ไม่กี่อึดใจ.....ปลายช้อนก็ถูกดันทะลุออกมายังอีกด้านหนึ่งของจานอย่างน่าอัศจรรย์...!!.... คล้ายกับมีประตูมิติขนาดเท่าช้อนที่แทงเข้าไปพอดีในเนื้อจาน...

“ เอาล่ะ พอแค่นี้เถอะนะ...!!! “
โรเจอร์พูดจบ พลันแสงสว่างบริเวณจุดที่ช้อนปักกับจานอยู่ก็หายไป...

ขณะนี้....ช้อนถูกปักหลอมอยู่ในเนื้อจานอย่างสมบูรณ์....!!!


หลังจากที่เฟริธได้เห็นสิ่งที่เพื่อนของเขาทำเมื่อสักครู่.....ก็เกิดอาการตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง... พอเขาตั้งสติได้...เขาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมา เพื่อเช็ดเหงื่อที่ผุดออกมาตามใบหน้าของเขา...

“.... มะ ไม่เลวนี่...โรเจอร์... ว่าแต่...”
เฟริธหยุดพูดไปชั่วขณะ แล้วจึงพูดต่อ...
“ นะ....นายเป็นตัวอะไรกันแน่...!!? “

โรเจอร์วางช้อนกับจานที่บัดนี้กลายเป็นชิ้นเดียวกันแล้วลงกับโต๊ะ...... แล้วจึงกล่าวแย้งออกมา.
“ อันที่จริง....นายควรจะถามว่า... ทำได้ยังไง.....มากกว่า... เพราะฉันเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวประหลาด.......ไง ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างที่คิดเลยใช่มั้ยล่ะ !! “


เฟริธได้ยินดังนั้น....ก็ได้คิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ....... ไม่นาน...หน้าตาตื่นตระหนกก็ของเขาก็ผ่อนคลายลง......แล้ว ยิ้มออกมา.....ปล่อยร่างกายให้พิงกับพนักเก้าอี้.... พลางหัวเราะเบาๆ
“ ฮ่าๆๆ ... ....เออ......นั่นสินะ ไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะนายนี่..... แต่.คบกันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้เรารังเกียจ...ว่าเป็นพวกมีอำนาจประหลาดมันก็ยังไงอยู่นะพวก เอ้า !!! ว่ามาสิ ทำไมนายถึงทำอย่างนี้ได้ล่ะหือ แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้ล่ะ.... ??“

“การควบคุมอารมณ์ของนายยอดเยี่ยมมากจริงๆนะ..... ฉันเรียกนายมาที่นี่ก็เพื่อเรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี่แหละ...... เรื่องราวของอำนาจของฉันนี้... “

“ นายคงรู้เรื่องราวของมหาอำนาจจีโนรั่ม ที่พยายามตั้งตนเป็นเป็นศัตรูกับทุกประเทศ ประกาศสงครามโลกครั้งที่สามโดยมีที่มั่นอยู่ที่ฮ่องกงเมื่อ12ปีก่อนแล้วล่ะสินะ... “

“กาแฟครับ” ตาลุงไคเอากาแฟที่เฟริทสั่งไว้มาเสิร์ฟ..
“ อ๊ะ ...ขอบใจ... เอ้า ว่าต่อไปสิ “

“ นายจีโนรั่มนี่ยอดมากเลยนะ ในเรื่องการวางแผนการรบน่ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าอเมริกาที่เป็นมหาอำนาจก็ยังถูกมันล้มเอาได้ ไม่รู้มันไปเอาความคิดมาจากไหน... เล่นใช้เครื่องบินสเตลท์รุ่นที่มันปรับปรุงเองหลบการตรวจจับของดาวเทียมของCIA....ยิงมิซไซล์เข้าสู่ทำเนียบขาว .... ประธานาธิบดีที่ว่าการคุ้มกันแน่นหนาก็ยังไม่เหลือซาก ... แถมพอประธานของCIA นั่งในรถส่วนตัวเตรียมไปสั่งการโต้กลับ ก็ถูกตึกที่แอบมันวางระเบิดไว้ทับตายเสียอีก... หลังจากนั้นก็ง่ายขึ้นแล้ว อเมริกาถูกกองทัพที่มันซ่องสุมไว้อย่างลับๆยึดในเวลาเพียงไม่กี่เดือน.... เท่ากับว่าจีโนรั่มได้เป็นผู้พิชิตโลกทันที.. “

“ใช่...ยอดเกินไป....ไม่รู้ว่ามันไปซ่องสุมกำลังมาจากไหนมากมาย...หุ่นยนต์ก็มีใช้.. วิทยาการทางการทหารก็ล้ำยุคเกินไป ไม่รู้ว่ามันไปหานักวิทยาศาสตร์มาจากไหน แล้วยังเรื่องเงินทุนอีก” เฟริธพูดขึ้นมา..

“ในตอนนั้น..กองกำลังของมันโผล่ออกมาจากทุกมุมโลก...ควบคุมรัฐบาลชาติต่างๆที่อ่อนแอด้านทหารลงเพราะวางใจเรื่องสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างประเทศราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ ได้ข่าวว่ามีการใช้การสะกดจิตด้วยนะ..” โรเจอร์กล่าวต่อ..

“แต่ ถึงจะมีเงินมีอำนาจส่วนตัวมากขนาดไหน ในความเป็นจริงก็ไม่สามารถสร้างกองทัพและอาวุธได้มากมายอย่างนั้นหรอก.... นี่แหละ คือความลับที่แม้นายจีโนรั่มตายไป...โลกก็ยังคงไม่รู้ ... จะเข้าเรื่องจริงๆแล้วละนะเฟริธ !! “

“ นายจีโนรั่ม....คือเจ้าพ่อใหญ่ที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงเก่า.. ทำธุรกิจที่ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทำการค้าด้านมืดกับประเทศต่างๆอย่างลับๆ......เครือข่ายของมันสร้างมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ...จนเรียกได้ว่าควบคุมประเทศจีนอยู่เบื้องหลัง.. แม้แต่ผู้นำประเทศ..จริงๆแล้วก็เป็นแขนขาของมัน...เนื่องจากมันไม่มีส่วนโดยตรงกับการปกครองประเทศ UN จึงไม่สามารถตรวจสอบพบแผนการของมันได้... ว่ากันว่า ฐานทัพและสถานวิจัยลับนับร้อยแห่งที่อยู่ในการดูแลของมันทันสมัยกว่าอเมริกาเสียอีก.. แต่ถึงยังไงก็ตาม หากคิดกันจริงๆ แผนการณ์ของจีโนรั่มน่ะ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หรอก....อย่างน้อย กำหนดการก็ต้องช้ากว่าเดิมสัก20ปีนั่นแหละ....ไม่ควรเกิดเมื่อ10ปีก่อนหรอก.... แต่มันทำได้....เพราะกองวิจัยของมันได้ไปพบสิ่งนั้นโดยบังเอิญ....”

“อะไรรึ...สิ่งนั้น...?” เฟริธถาม

“ จันทราทมิฬ !!! “
..................
“จันทราทมิฬรึ...??”

“ถูกต้อง..นั่นเป็นชื่อของสิ่งสำคัญอันทำให้นายจีโนรั่มพัฒนาวิทยาการของตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด จนเกือบจะควบคุมโลกเป็นของตนได้สำเร็จเมื่อ12ปีก่อน...”

“แล้วไอ้จันทราทมิฬนี่มันคืออะไร..?” เฟริธถาม

“จันทราทมิฬหรือ Dark Moon เป็นดาวบริวารของโลกอีกดวงหนึ่งที่มีวงโคจรรอบโลกตั้งฉากกับวงโคจรของดวงจันทร์ปกติ แต่มีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์มาก มันจะเคลื่อนที่ในแนวเหนือ-ใต้โดยอิสระ..ไม่ถูกบังคับโดยสนามแม่เหล็กโลก ที่มาของมันไม่แน่ชัด ....จากการตรวจสอบ..พบว่ามันไม่ได้กำเนิดมาจากระบบสุริยะของเราตั้งแต่แรก คาดกันว่าที่จริงแล้วมันอาจจะมาจากสถานที่อื่นหรือมิติอื่นมายังที่ตั้งปัจจุบันผ่านทางแบล็กโฮลในสมัยที่โลกเพิ่งก่อตัวเองขึ้นใหม่ๆ แล้วใช้โลกเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อให้มันโคจรรอบๆได้ด้วยพลังของมันเอง...”

“ แปลกแฮะ มีดาวเคราะห์ที่เราไม่รู้จักอยู่ใกล้ขนาดนี้โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยรึ อย่างน้อยดาวเทียมก็น่าจะตรวจจับไปได้นานแล้วนี่นา..”

“ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน...เฟริธ....มันเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกันที่จีโนรัมไปพบเอาดาวนี้ได้....เมื่อกองวิจัยของมันไปทดลองรังสีที่ขั้วโลกเหนือ จึงมีคนสังเกตเห็นว่ามีดาวเล็กๆสีดำเคลื่อนตัวตัดแสงดาวผ่านแนวฟ้าตอนกลางคืนนั่นแหละ ถือว่าเป็นการค้นพบดาวนี้เป็นครั้งแรก ไม่นาน จีโนรัมก็ได้ลักลอบการตรวจจับจากดาวเทียม....ส่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไปนอกโลกเพื่อศึกษาดาวนี้ได้สำเร็จ พอผลสำรวจถูกส่งกลับมาถึงมือจีโนรั่มบนโลกนั่นแหละ กลุ่มวิจัยแทบทั้งหมดก็ถูกระดมไปตั้งศูนย์ค้นคว้าบนดาร์คมูนพร้อมการอารักขาอย่างดีจากกองกำลังของมันทันที รวมทั้งมีการสร้างเหมืองบนดาร์คมูนด้วย..”

“ ผลสำรวจนั่น....!!??”

“ ผลสำรวจที่แสดงถึงคุณสมบัติของดาวนั้นไง...จันทราทมิฬเป็นดาวเคราะขนาดเล็กประมาณ1ใน7ของดวงจันทร์ ประกอบด้วยผลึกแร่พิเศษเป็นส่วนใหญ่ทั้งผิวดาวและภายในดาว ซึ่งไอ้แร่นี้ไม่มีปรากฎในระบบสุริยะของเราเลย...เป็นข้อชี้ว่าดาวนี้มันน่าจะมาจากที่อื่นดังที่พูดไว้ คุณสมบัติของแร่นี้ก็คือ มันสามารถดูดพลังงานได้ทุกชนิด ทั้งพลังงานที่มนุษย์สัมผัสได้และสัมผัสไม่ได้ ... แต่มันก็สามารถสกัดและแปรรูปได้โดยใช้วิธีกรรมพิเศษที่จะไม่กล่าวถึงล่ะนะ... เนื่องด้วยสมบัติดูดซับพลังงานมาเก็บไว้ในตัวนี่เอง...ทำให้เราไม่เคยเห็นแสงจากดาวนี้ ซึ่งต่างกับดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ให้เราเห็น และยังมีผลให้ดาวดวงนี้มีสีดำ เนื่องด้วยไม่สะท้อนคลื่นแสงออกไปเลยไงล่ะ แน่นอนที่คลื่นวิทยุและคลื่นต่างๆก็ด้วย ดาวเทียมจึงไม่อาจตรวจพบมันได้เช่นกัน”

“อ้อ..งั้นก็เป็นดาวที่ดูดซับพลังงานทั้งหลายเก็บไว้เหมือนตัวเก็บประจุสินะ..”เฟริธพูดขึ้นมา..

“ถูกแล้ว... แต่หากบรรจุได้ก็ต้องมีถ่ายออกได้... มีหลายวิธีในการที่จะทำให้พลังงานในก้อนแร่นั่นแผ่ออกมา ซึ่งแต่ละวิธีก็จะทำให้พลังงานที่ออกมาแตกต่างกัน ไม่ว่า แสง ไฟฟ้า ความร้อน นิวเคลียร์ มันสามารถปล่อยออกมาได้หมดขึ้นอยู่กับวิธีดึงออกมานับสิบวิธีที่ตอนนั้นมีการค้นพบ... แน่นอนที่พลังงานใหม่ที่เราไม่รู้จักก็มี แต่มันก็ไปตกอยู่กับจีโนรั่ม.. หลังจากการค้นพบเรื่องเหล่านี้ จีโนรั่มก็เห็นช่องทางพัฒนากองทัพ,อาวุธและวิทยาการของตนเอง...แร่จากดาร์คมูนถูกส่งกลับมายังโลกเพียงไม่กี่รอบ กองวิจัยของมันก็สามารถผลิตเครื่องย้ายมวลสารที่สมบูรณ์ได้ และขนส่งสิ่งของระหว่างดวงดาวทั้งสองเป็นว่าเล่น ... โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังแร่ดาร์คมูนถูกตั้งขึ้นโดยใช้แร่เพียงไม่กี่ก้อน แต่ให้พลังงานยิ่งกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และสร้างขึ้นอย่างลับๆหลายแห่งบนโลก ..ทำให้กองทหารล้ำยุคของจีโนรั่มถูกผลิตขึ้นอย่างไม่ขาดสาย โดยใช้เงินทุนเพียงน้อยนิดเท่านัน้..”

“ อืมม์ ”

“ทว่า....คุณสมบัติที่สำคัญของแร่ดาร์คมูนยังมีอีกอย่าง...พอถึงตอนนี้ ของเปลี่ยนเรื่องเพื่อถามอะไรนายนิดหน่อยก่อน”

“ ถามอะไรรึ..? ”
“นายเคยได้ยินคำว่า [พลังจิต] หรือ [พลังวิญญาณ] บ้างไหม..”

“ เออ..ก็เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกัน ว่าต่อไปสิโรเจอร์..”
“ งั้นก็ง่ายเข้า... พลังจิต,พลังชีวิต หรือพลังวิญญาณ ซึ่งจะขอเรียกรวมว่า[พลัง]นะ.. เป็นสิ่งพื้นฐานในการดำรงร่างกาย,ชีวิตและวิวัฒนาการ... ซึ่งถ้าพลังน้อยหรืออ่อนแอ ระบบของร่างกายย่อมรวนเหมือนดังเครื่องยนต์ที่ไร้น้ำมัน...แต่ไม่ใช่แค่นั้น....พลังนี้เป็นระบบควบคุมความสมดุลของจักรวาล,มิติ,และสิ่งอื่นๆที่เราไม่รู้จักอีกมากมาย การทำงานของมันจะคล้ายๆระบบของอะตอมอยู่หน่อยและจะวนเวียนเป็นวัฐจักรเหมือนการเปลี่ยนสถานะของน้ำ แต่ลึกซึ้งมากกว่านับพันนับหมื่นเท่า...พลังนี้จะสถิตย์อยู่ในที่ต่างๆในจักรวาล ขึ้นอยู่กับสถานะ...แต่สำหรับที่เห็นๆกันอยู่ พลังนี้จะสถิตย์ในร่างสิ่งมีชิวิตเช่นพวกเราบนโลก...เติบโตไปเรื่อยๆพร้อมกับร่างเพื่อรับการขัดเกลาและจัดระเบียบในระบบที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ไม่ว่ามนุษย์ สัตว์ พืช ต่างก็มีพลังนี้ในการดำรงชีวิตไปตามวัฐจักรที่ถูกกำหนด... ก็อย่างที่บอกละนะ ว่าพลังนี้เป็นพลังจักรวาล สัมผัสแห่งพลังนี้แต่เดิมมันมากมายเกินกว่าที่เราจะรับรู้ได้... พอถึงคราวพลังนี้อยู่สถิตย์ในร่างของเรา มันกลับถูกปรับเหลือให้เพียงพอกับการสัมผัสขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตได้เท่านั้น เช่น การจำและคิด การมองเห็นขั้นต้น รับกลิ่นรับรส ฯลฯ.. ไม่สามารถมีสัมผัสด้านอื่นอีกเนื่องจากมันไม่ได้ถูกกระตุ้น หากจะเปรียบ...ก็คงเหมือนคนที่ไม่สามารถเปิดเปลือกตาเป็น ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ ทั้งๆที่พลังนั้นอยู่ในตัวพวกเรานี่เอง”

“นี่นายกำลังจะบอกว่า ไม่ว่าใครก็ส่ามารถมีอำนาจเหนือมนุษย์ เช่นยกสิ่งของต่างๆโดยไม่ใช้มือ ใช้สายตางอช้อน สะกดจิตคนอื่น ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้ากันได้ทั้งนั้นงั้นรึ ?? “

“ ใช่ !! แต่พลังพวกนั้นก็ยังเป็นแค่พื้นฐานอยู่ แค่พวกเราไม่รู้จักวิธีทำ เนื่องด้วยมีสิ่งที่เรียกว่า กำแพง ปิดกันสัมผัสของพลังนั้นไว้ในส่วนลึกของความจำและความรู้สึกขั้นต้นของพวกเราเองด้วยกันทุกคน....และตามปกติ น้อยคนนักที่จะรู้วิธีทำให้สัมผัส”มี”จาก”ไม่มี” ได้ หากปราศจากสิ่งกระตุ้นพิเศษ... “

“ สิ่งกระตุ้นพิเศษนั่น ...หรือว่า !!“

“ ใช่แล้ว คุณสมบัติที่มหัศจรรย์อีกอย่างของแร่จากดาร์คมูน คือการทำลาย “กำแพง” ที่ปิดกั้นความสามารถในการใช้สัมผัสแห่งพลังของสิ่งมีชิวิตนั่นเอง..!! “

“ !!!??? “

“ คุณสมบัตินี้ถูกค้นพบ...เมื่อจีโนรั่มคิดจะใช้สมบัติการแผ่รังสีในที่มืดของแร่จากดาร์คมูนทดสอบกับมนุษย์ว่าจะเกิดผลอย่างไรบ้าง ผลปรากฎว่ามนุษย์ธรรมดาถูกเปลี่ยนเป็นผู้ใช้พลังทางจิตได้.. ช่วงหลังจากที่ตีอเมริกาสำเร็จแล้ว... ก็มีการค้นคว้าอีกหลายต่อหลายครั้ง เพื่อแยกพลังในด้านต่างๆของจิตที่มีอยู่หลากหลายออกมาให้เด่นชัด โดยใช้แร่ชนิดต่างๆบนโลกประกอบการทดลอง ในที่สุด คณะวิจัยของจีโนรั่ม ก็ค้นพบกระบวนการที่สามารถดัดแปลงมนุษย์ธรรมดาให้ใช้พลังได้แตกต่างกันได้ถึง26แบบ โดยใช้แร่ดาร์คมูนเป็นตัวกระตุ้นสัมผัส แล้วใช้แร่เลขอะตอมสูงต่างๆของโลก บวกกับกรรมวิธีอีกนิดหน่อย ก็จะได้วิธีสร้างยอดมนุษย์พลังจิต ที่สามารถเป็นกำลังอันแกร่งกล้าในการควบคุมโลกให้อยู่ในการควบคุมของจีโนรั่มได้อย่างสมบูรณ์... วัตถุดิบชุดแรกของอาวุธรุ่นใหม่นี้...ก็คือเด็กจำนวน26คนที่ถูกลบความจำ...ถูกให้เรียนรู้สิ่งที่ควรรู้โดยตรงจากคอมพิวเตอร์เข้าสู่สมอง ถูกกระตุ้นกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อเตรียมเป็นทหารให้จีโนรั่ม สุดท้าย ทั้ง26คนนั้นก็ถูกส่งเข้าห้องดัดแปลงให้สามารถใช้พลังได้ตามฐานทัพลับต่างๆทั่วโลก แต่ก่อนที่การดัดแปลงจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์...ก็เกิดการลอบสังหารนายจีโนรั่มโดย U.M.O,องค์การทางการทหารแห่งสหประชาชาติ,ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อต่อต้านการปกครองของจีโนรั่มเสียก่อน จึงทำให้การครองโลกของจีโนรัมสิ้นสุดลงไป... ทุกอย่างที่นับเป็นสิ่งก่อสร้างทั้งหมดของมันก็ถูกทำลาย กองกำลังที่ขึ้นตรงกับมันก็ถูกกวาดล้างหมดอย่างไม่น่าเชื่อ... อาวุธทั้งหมดของมันที่หลงเหลืออยู่ ก็ถูกU.M.Oนำไปวิจัย มีแต่เรื่องราวของจันทราทมิฬเท่านั้นที่ถูกทำลายไปโดยที่ U.M.O. ไม่รู้ ...ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมันกลายเป็นความลับ เหมือนกับที่มันเคยเป็นมานับร้อยๆล้านปีก่อนหน้าที่จะถูกค้นพบ แล้วโลกก็เข้าสู่ยุคสงบสุข.... U.N.ที่แตกไปในช่วงที่จีโนรั่มรุ่งเรืองก็ถูกตั้งใหม่เป็น N.U.N หรือ U.N.ใหม่. ทุกชาติร่วมมือกันและช่วยกอบกู้ซึ่งกันและกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมาอีก.. และก็กลายมาเป็นโลกในทุกวันนี้.. แต่...” โรเจอร์หยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ..

“ เด็กที่ถูกดัดแปลงทั้ง26คน บางคนไม่ได้ถูกทำลายไปพร้อมกับศูนย์วิจัยในการกวาดล้างครั้งนั้น ..ส่วนใหญ่รอดมาได้เพราะร่างกายที่ถูกดัดแปลงให้แข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดา..... หนึ่งในจำนวนนั้นได้เติบโตขึ้นโดยใช้ความรู้ที่ถูกติดตั้งเอาไว้....และในที่สุดเมื่อเด็กคนนั้นรู้ถึงความสามารถการใช้พลังของตนเอง...ก็จับอาวุธปืน....ยึดอาชีพสายลับเลี้ยงปากท้องจนมาอยู่ต่อหน้านายนี่ไง...!!! ”

“ นายคือมนุษย์ดัดแปลงของจีโนรั่มในครั้งนั้นรึ !!! “ เฟริธอุทานออกมา.

“.........พลังของฉัน คือการดึงวัตถุทุกชนิดเข้าสู่โพรงมิติได้ถึงในระดับโมเลกุลโดยวิธีสัมผัสผ่าน... อย่างเช่นที่ฉันทำให้ช้อนปักเข้าไปในจานที่นายเห็นเมื่อครู่นี้ หรืออย่างเมื่อ2วันก่อนที่ฉันบุกเข้าไปในองค์กรปริเต้.. ฉันก็ใช้พลังจิต เปิดมิติที่ร่างกายของฉันเพื่อให้กระสุนวิ่งผ่านไปโดยที่ร่างกายฉันไม่ได้รับอันตราย ทั้งหมดเป็นผลมาจากการถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นอาวุธให้จีโนรั่มในครั้งนั้น... นี่แหละ ตัวฉันที่ในด้านที่นายไม่เคยรู้จักมาก่อน..”

“ ถ้ายังงี้....หากทาง U.M.O เกิดรู้ว่านายยังมีชีวิตอยู่ล่ะ...โรเจอร์ “

“ แน่นอน ฉันจะถูกกำจัดในฐานะที่เป็นอาวุธสงครามของจีโนรั่ม ผู้คิดใช้อำนาจทหารในการสร้างอาณานิคมโลกของตัวเอง อย่างไม่ต้องสงสัย !!! ”....

เฟริธได้แต่นิ่งเงียบไป ....โรเจอร์เห็นดังนั้นจึงพูดต่อ...

“ เมื่อสองวันก่อน นอกจากข้อมูลที่ฉันรับจ้างทางการให้โขมยมาอย่างลับๆแล้ว ก็มีข้อมูลประหลาดที่ไม่มีใครสนใจปนอยู่ ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลที่ฉันรวบรวมได้ทีละเล็กทีละน้อยจากงานช่วงหลังๆที่รับมา...ทำให้ฉันได้รู้ว่า พวกที่ถูกดัดแปลงคนอื่นที่รอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น กำลังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ..รวมตัวกันเพื่ออะไรฉันก็ไม่รู้แน่ชัดหรอกนะ..... แต่ว่า.. ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมชะตาเดียวกัน ฉันเองก็อยากจะไปดูหน้าตาของพวกนั้นซักหน่อย และก็ต้องการจะรู้ด้วยว่าทำไมถึงมีการรวมตัวกัน บางทีหากพวกนั้นเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ความสามารถของฉันก็อาจมีประโยชน์บ้าง... ด้วยเหตุนี้ละ ฉันจึงจะหยุดอาชีพสายลับเพื่อออกเดินทางไปหาพวกเขา ......เฟริธ เมื่อฉันไปแล้ว....เรื่องราวบางอย่างที่มันจะเป็นปัญหาหลังจากฉันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น ขอให้นายจัดการให้เรียบร้อย ที่พัก...ประวัติ...ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันอาจเผลอทิ้งไว้ก็เช่นกัน ..ยิ่งให้ทุกคนเห็นว่าฉันตายไปแล้วยิ่งดี... หลังจากนี้งานของนายคงมากขึ้นเมื่อฉันไม่อยู่ บางทีอาจมีงานที่เกี่ยวกับพวกของฉันเข้ามา ก็ให้นายทำยังไงก็ได้ตามแต่ที่นายเห็นสมควรละกัน....”

“ .............................ได้สิเพื่อน....เรื่องแค่นี้ฉันจัดการให้ได้สบายอยู่แล้ว....” เฟริธรับคำ..” ว่าแต่นายจะไปเลยงั้นรึ...?”

“ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ฉันทำแล้วล่ะ....” โรเจอร์พูดพลางลุกขึ้นยืน “ เรื่องทั้งหมดก็ได้เล่าให้นายฟังแล้ว.. ...เรื่องที่ไหว้วานก็บอกไปแล้ว เงินทั้งหมดก็ถอนมาติดตัวไว้เรียบร้อย ฉันคงจะไปจากเมืองนี้ภายในวันนี้นั่นแหละ...”

เฟริธได้ยินดังนั้น...ก็ถอนหายใจออกมา....แล้วก็ลุกขึ้นตาม...
“...เฮ้อ..... เอาเถอะนะ..... งั้นก็ดูแลตัวเองให้ดีละกัน...หากมีอะไรให้ช่วยก็ขอให้ติดต่อมาได้เลย จะตามไปช่วยเต็มที่...”

“เออ ขอบใจ...แล้วจะติดต่อมาละกัน “
....
...
...
...
....
...
...

เมื่อโฮเวอร์คาร์ของชายผู้นั้นแล่นออกไปแล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาก็ถูกปกปิดดังคำสัญญาของผู้ที่เขาได้ไหว้วานเอาไว้..
ใช่...ถูกปกปิดเป็นความลับ.... เหมือนดังเรื่องราวของจันทราทมิฬในอดีตที่ให้กำเนิดบุคคลเหนือมนุษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก......เรื่องราวที่คนธรรมดามิอาจคาดถึงได้... เรื่องราวที่กำลังเริ่มต้นขึ้น

เรื่องราวที่มีชื่อว่า Force of the Darkmoon






จาก : -----ROGER----- - , แม้ว - 27/08/2000 01:05
โฮมเพจ : http://ไม่มีอ่ะ....แม้ว!!

ข้อความ : อืม เพิ่งเคยอ่านจนจบ มันดีแฮะ ^_^

จาก : zeros - 30/08/2000 19:08

Comment เกี่ยวกับ Fiction ตอนนี้
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


Pocket WebBoard Fiction แห่งนี้ใช้บริการของD'Server
Hosted by www.Geocities.ws

1